end - (exo) crawl (to) me baby! | chanbaek

ตอนที่ 17 : ด้วยชีวิต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,555
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 74 ครั้ง
    27 ม.ค. 60


? cactus




บทที่ 15

ด้วยชีวิต








          “ป๋ายเซียน รอก่อน! ” คนเป็นเกอร้องเรียกอย่างไม่พอใจ “เราเป็นแฟนเกอแล้วนะ!


          “แฟน... ”


          เจ้าตัวเล็กที่กระโดดหยอย ๆ จากหินก้อนหนึ่งสู่หินอีกก้อนหนึ่งหันกลับมาหา ก่อนเอียงคอ แสดงอาการไม่เข้าใจ “แฟน... แล้ว... ยังไง”


          “ป๋ายเซียน!


          คราวนี้เด็กชายจากป่าทำหน้ามุ่ย “เมื่อคืนไม่เห็น... ดุป๋ายอย่างนี้”


          “ก็เมื่อคืนเราว่าง่าย น่ารัก”


          “ตอนนี้... ” มนุษย์เมาคลีเม้มริมฝีปาก “ป๋ายไม่... น่ารักแล้ว... ใช่ไหม”


          ไม่ใช่อย่างนั้นเสียหน่อย! ตัวปัญหาแห่งซัวเถาตีอกชกหัว ก่อนกระทืบเท้าเร่า ๆ ไม่ล่ายหล่ายจาย ไม่ล่ายหล่างจายเลย! เกือบสามทศวรรษในชีวิตเมื่อถูกตัดพ้อ ไม่มีหรอกจะงอนง้อ ขอคืนดี ต่อให้เป็นป๋ายเซียนก็เถอะ ไม่มีข้อยกเว้น!


          “เกอขอโท้ด”


          น่า... หนเดียวเอง


            “เปล่านะ... ป๋ายไม่ได้... โกรธ” อีกคนหนึ่งทรงตัวบนหินก้อนใหญ่ผิวขรุขระอย่างยากลำบาก “แต่ป๋าย... ไม่เข้าใจ”


          ซีอีโอตกอับถอนหายใจ “ก็เกอเป็นแฟนเรา”


          “ฮื่อ... ”


          “เป็นแฟน... ต้องจับมือกัน เกี่ยวก้อยกัน ไปด้วยกันซี่” กลั้นใจพูดรวดเดียวจบ


          “ไม่ได้หรอก” ลูกหมาป่าตอบอย่างเคร่งขรึม “เลี่ยเกอไม่รู้ว่า... ที่ไหนลื่น ที่ไหนไม่ลื่น ป๋ายจะนำ”


          รู้อยู่แล้ว รู้เต็มอกว่าป๋ายเซียนมีเหตุผล เขาต่างหากที่ไม่มีเหตุผล อายุอานาม ประสบการณ์ชีวิตหรือก็มากกว่า กลับดื้อรั้นราวกับเด็กเล็ก ๆ “คนมีความรักมักจะดูเด็กลงไปหน่อยหนึ่ง” เตี่ยเคยว่าอย่างนี้ ก็ไม่รู้นี่หว่า ว่าหน่อยหนึ่งที่ว่า เพียงพอจะทำให้ชายหนุ่มร่างสูงกอดอก แบะปากและร้องไห้อย่างเสแสร้ง


          “เราไม่รักเกอแล้ว! เราไม่รักเกอแล้วใช่ไหม!


          “ป๋ายรักเลี่ยเกอ” เจ้าตัวเล็กขมวดคิ้ว “แต่... กลุ้มใจจัง ที่... ”


          “ช่ายซี้ เกอก็เป็นอย่างนี้ ดีแต่ทำให้เราไม่สบายใจ”


          “เลี่ยเกอ... ” ป๋ายเซียนถอนหายใจในที่สุด “อย่าดื้อ”


          โอ้โฮเฮะ... ถ้าเป็นในรายการโทรทัศน์ คงจะมีประโยค “มาถึงจุดนี้กันแล้วครับ ท่านผู้ชม! ” ปรากฏขึ้นที่ด้านล่างของหน้าจอ ก็น่าประหลาดใจน้อยเมื่อไหร่ เด็กชายจากป่ากลับเป็นฝ่ายปรามคนเป็นเกอ ชานเลี่ยคำรามฮึ่มฮั่ม “เราน่ะน่าตี น่าตีที่สุด”


          “เลี่ยเกอดื้ออย่างนี้... ก็น่าตี... เหมือนกันแหละ”


          “หน็อยแน่! เอาซี้! ” ชานเลี่ยว่าพลางเงื้อมือขึ้น


          ทันใดนั้น เกิดเสียงหอนแหลมสูงจากที่ไกล ๆ ด้านหน้า สะท้อนกลับไปกลับมาระหว่างสนสูงชะลูด อดีตซีอีโอหดคอ หมอบลง ขณะอีกคนหนึ่งหัวเราะคิกคัก


          “พี่ชายของป๋ายว่า... อย่าทำอะไร... ป๋ายเซียนนะ!


          ยอมแพ้ก็ได้! ตัวปัญหาแห่งซัวเถาพยักหน้าอย่างไม่เต็มใจนัก ก่อนจะส่งเสียงอ่อย ๆ “จุ๊บเกอหน่อย” ซึ่งมนุษย์เมาคลีถลันจากก้อนหิน จูบเบา ๆ ที่ริมฝีปากและแก้มของเขาอย่างไม่รีรอ ชานเลี่ยจึงพอจะยิ้มออก


          แต่ก่อน มีแต่ป๋ายเซียนเท่านั้นที่ร้องขอ “จุบป๋ายหน่อย” ตอนนี้ กลับเป็นเขาต่างหากที่ร้องขอจุมพิตจากอีกฝ่าย นึก ๆ แล้วให้อับอาย จะให้มิตรสหายท่านหนึ่งหรือท่านไหน ๆ รู้ไม่ได้เป็นอันขาด (โดยเฉพาะอี้ชิง)


          ถึงอย่างนั้น... แก้มของชายหนุ่มร่างสูงเป็นสีแดงปลั่ง ไม่ว่าใครเป็นฝ่ายร้องขอ ก็ไม่เป็นไร


            ได้ชื่อว่ารักแล้ว จะคำร้องของใคร ย่อมมาจากหัวใจเดียว






 

คนทั้งสองลัดเลาะไประหว่างโขดหินซึ่งมีตะไคร่น้ำจับลื่น ชั้นหิมะบาง ๆ ทำให้พื้นป่าชุ่มชื้น ท้องฟ้าโปร่งขึ้นทุกขณะ ไม่ช้า ชายหนุ่มก็มองเห็นหางยาว ๆ สีเทาของหมาป่าตัวหนึ่งซึ่งนำพวกเขาไปยังที่อยู่ของฮูหยิน


สัญญาณโทรศัพท์ขาดหายไปในไม่กี่นาทีให้หลัง พื้นดินเริ่มสูงชันและเป็นหลุมบ่อตามธรรมชาติ ทำให้ชานเลี่ยรู้ว่าคนทั้งสองใกล้จะเดินทางถึงอีกฝั่งหนึ่งของป่า ซึ่งติดกับเขตภูมิภาคต้าซิ่งอานหลิ่ง ที่ที่จงเหรินจากมาเต็มที


          หมาป่าตัวนั้นหยุดเดินในที่สุด ขณะที่ป๋ายเซียนเร่งฝีเท้า ชานเลี่ยตามไปทันที่หน้าผา ไม่สูงนักแต่ชันพอสมควร “หายไปไหนแล้ว” ทอดสายตาไปในความเวิ้งว้างของป่า ราวทะเลที่ไร้จุดสิ้นสุด ยอดสนน้อยใหญ่ซึ่งอยู่ต่ำลงไปเบื้องล่างจึงดูคล้ายทุ่นลอยน้ำสีเขียวตุ่น ๆ “หรือว่า... กระโดดจากหน้าผา”


          “ไม่ใช่” อีกคนหนึ่งส่ายหน้า “ที่นี่... บ้านของป๋าย”


          ก็... ออกจะเป็นบ้านที่ใหญ่โตไม่น้อย ประกอบกับทัศนียภาพอันชวนตะลึงลาน บ้านของเด็กชายจากป่าจึงควรจะมีราคาสูงกว่าบ้านของเขาบนถนนจงหยางหลายเท่าตัว “อาฮะ... ” คนเป็นเกอพรูลมหายใจจากปาก “เรา... นอนที่นี่ อย่างนั้นใช่ไหม”


          “ข้างล่าง”


          “เกอจะไม่กระโดดลงไปหรอกนะ ป๋ายเซียน!


          “กระโดด... ทำไม” มนุษย์เมาคลีประหลาดใจ “แค่... นั่งลง”


          ชานเลี่ยขมวดคิ้ว มองที่พื้นจึงถึงบางอ้อ ที่ถูกบดบังด้วยพุ่มแฮเทอร์คือโพรงขนาดใหญ่ ทอดลึกลงไปในพื้นดิน ตรงนี้เอง... ถ้ำหมาป่า อาจเป็นทางน้ำโบราณเลี้ยวลดอยู่ภายในเนินเตี้ย ๆ นี้ วันหนึ่งเมื่อน้ำแห้งขอดจึงกลายเป็นที่อาศัยของสัตว์


          “มีค้างคาวหรือเปล่า”


          ป๋ายเซียนพยักหน้าอย่างกระตือรือร้น “แต่... ค้างคาวเป็นเพื่อน”


          “จะอะไรก็เป็นเพื่อนของเราทั้งนั้นแหละ” ตัวปัญหาแห่งซัวเถาเท้าสะเอว “จะลงไปท่าไหน”


          ดังนั้นลูกหมาป่าจึงนั่งยอง ๆ หย่อนขาทั้งสองลงไปในโพรง “ก็... ถะไล่”


          “ไถล” เขาแก้ “จะบาดเจ็บหรือเปล่า”


          “ป๋ายไม่เป็น... อะไรหรอก”


          คนเมืองได้แต่กลอกตา “หมายถึงผู่ชานเลี่ยคนนี้ต่างหาก... ”


          เอาวะ... ไม่เข้าถ้ำเสือ อย่าหวังจะได้ลูกเสือ ไม่เข้าถ้ำหมาป่า อย่าหวังจะได้ลูกหมาป่า! ปลอบใจตัวเองแล้วก็พยักหน้า ปล่อยให้อีกคนหนึ่งไถลร่วง หายลับไปในโพรง ชานเลี่ยกลั้นหายใจและเอาอย่างป๋ายเซียน คือนั่งลงที่ปากโพรงและไถลตัวเองลงไป


          พื้นบริเวณที่ตกกระทบนุ่มกว่าที่คาด เพราะลาดด้วยวัสดุบางอย่าง “อะไรน่ะ” เขาถามเมื่อได้กลิ่นสาบ


          “หนังกวาง... น้องชาย... หามา”


          “ไม่ยักรู้ว่าหมาป่ารู้จักทำอย่างนี้”


          “ป๋าย... ทำเอง” เจ้าตัวเล็กที่เดินนำบอกอย่างภูมิใจ “ถลกออก... ก่อนที่แม่จะ... กิน เลือด... แยะ”


          คุณพระช่วย! อดีตซีอีโอกลืนน้ำลายเอื้อก ใครจะเชื่อว่ามือที่เล็กและนุ่มนวลนี้เคยถูกใช้เพื่อถลกหนังกวางที่ตายใหม่ ๆ มาแล้ว แม้จะไม่น่าประหลาดใจนักก็ตาม ป๋ายเซียนอาจอ่อนแอในโลกของมนุษย์ แต่ย่อมแข็งแรงและฉลาดเฉลียวในโลกของสัตว์


          “ป๋ายเซียน” เขาจึงกระซิบอย่างเอาใจ “เกอจะไม่มีใครนอกจากเรา จะไม่ทำเจ้าชู้ประตูดิน ถึงเราจะไม่รู้ก็เถอะว่าเจ้าชู้ประตูดินคืออะไร แต่เกอจะไม่ทำอย่างนั้นเล้ย ไม่เป็นอันขาด รู้หรือเปล่า” อย่าถลกหนังเกอแล้วกัน! ประโยคนั้นชายหนุ่มร่างสูงไม่ได้พูดออกไป


          “ฮื่อ... มีอะไร... ”


          “บอกไปอย่างนั้นแหละ!


          ทางเดินในถ้ำไม่แคบนักและไม่กว้างนัก ทั้งยังสูงพอที่จะชานเลี่ยจะเดินตัวตรงได้ คนทั้งสองเดินทางต่อไปนาทีหนึ่ง ทางเดินนั้นก็ถ่างกว้างออกเป็นเวิ้งถ้ำขนาดใหญ่


          ทันใดนั้น เสียงหอนแหลมสูงจากทุกทิศทางดังขึ้นพร้อมกัน ชานเลี่ยอุดหูพลางหยีตามอง ที่ใจกลางเวิ้งถ้ำมีลำแสงเล็ก ๆ ส่องทะลุจากโพรงแคบ ๆ อีกโพรงบนเพดาน พอจะมองเห็นหมาป่าสีขาวนอนพังพาบอยู่ รายล้อมด้วยหมาป่าฝูงใหญ่


          “แม่!


          เขาจึงรู้ในที่สุดว่าหมาป่าสีขาวนั้นคือฮูหยิน


          หมาป่าเพศเมียที่ใจกลางเวิ้งถ้ำผงกหัวขึ้น ทำจมูกฟุดฟิดอย่างอ่อนแรง ดวงตาคู่นั้นขมุกขมัวอย่างผิดสังเกต ฮูหยินตาบอด... บอดสนิท เมื่อไหร่ไม่รู้ได้


          เมื่อเจ้าตัวเล็กกอดแม่หมาป่าเข้าเต็มรัก ชายหนุ่มจึงสังเกตต่อไปว่าฮูหยินผ่ายผอมอย่างยิ่ง ขนบางกระจุกเป็นสีเงินด้วยความชรา เล็บทุกเล็บเป็นสีเหลือง ทั้งยังทื่ออย่างเห็นได้ชัด เช่นเดียวกับหมาป่าอีกหลายตัวที่ค่อย ๆ ก้าวเข้าใกล้ เป็นพี่น้องของป๋ายเซียนไม่ผิดแน่


          “แม่... คนนี้... เลี่ยเกอ... ”


          ฮูหยินอุ้มชูเด็กชายจากป่ามากว่าสิบเก้าหรือยี่สิบปี ช่วงชีวิตของสัตว์นั้นสั้นกว่ามนุษย์ หลังจากการคำนวณอย่างคร่าว ๆ ชานเลี่ยก็ถึงกับอ้าปากค้าง ในโลกใบเดียวกับเขานั้น หมาป่าตาบอดที่ใจกลางเวิ้งถ้ำนี้คือหญิงชราอายุกว่าร้อยปี และพี่น้องของป๋ายเซียนก็คงเป็นหญิงหรือชายวัยกลางคน


          “ส... สวัสดี”


          แม่หมาป่าหันมาหาเขา ทำจมูกฟุดฟิดอีกครั้ง ชานเลี่ยจึงส่งมือให้ ฮูหยินดมกลิ่นเขาไม่กี่ครั้งก็กระดิกหางอย่างอ่อนแรง คล้ายจะบอกว่าพอใจ


          “เลี่ยเกอเป็น... แฟนของป๋ายล่ะ!


          ไม่มีหมาป่าตัวใดเข้าใจคำว่าแฟน กระทั่งมนุษย์เมาคลีกอดเขาและจูบเบา ๆ ที่ริมฝีปาก จึงได้ยินเสียงคำรามต่ำ ๆ ในลำคอพร้อมกัน อดีตซีอีโอตัวสั่น ละล้าละลังโบกมือ “ฉะ... ฉันรักเขา” ตัวปัญหาแห่งซัวเถาละล่ำละลัก “รักเขาจริง ๆ นะ อย่าเป็น... กังวลไปเลย” แม้ในใจจะร้องบอกว่า จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลยก็ตาม


          ป๋ายเซียนส่งเสียงครางสูง ๆ ต่ำ ๆ เป็นถ้อยคำที่เขาไม่เข้าใจ ไม่ช้าเสียงคำรามเหล่านั้นก็เงียบลง แทนที่ด้วยการขยับตัวและร้องเบา ๆ ของฮูหยิน แม่หมาป่าหนุนตักเจ้าตัวเล็ก ครวญครางอย่างกะปลกกะเปลี้ย


          “แม่... จะไปไหน”


          ความเย็นอย่างยิ่งจับขั้วหัวใจของชานเลี่ย


          ฮูหยินจะป่วยหรือไม่... ไม่สำคัญ ที่หนึ่งในน้องชายของอีกฝ่ายรอนแรมไปพบป๋ายเซียนถึงฮาร์บิน เพราะอย่างนี้ต่างหาก


          “แม่... ป๋ายไม่... เข้าใจ”


          แม่หมาป่ากำลังจะตาย


          ตัวปัญหาแห่งซัวเถาสูดหายใจ ป๋ายเซียนไม่รู้จักความตายชนิดนี้ นอกจากความตายอย่างฉับพลันของสัตว์ที่ถูกล่า ขณะที่คนเป็นเกอพอจะคุ้นเคยอยู่บ้าง จากความตายของสัตว์เลี้ยงในวัยเด็ก ของเหล่ากง กงและม่า ลมหายใจของฮูหยินแผ่วเบา แทบจะมองไม่เห็นอาการสะเทินขึ้นลงของร่างกาย นอกจากกล้ามเนื้อที่กระตุกเป็นพัก ๆ เมื่อแม่หมาป่าพยายามสูดหายใจเข้า เขาจะรอช้าไม่ได้


          ชานเลี่ยแตะที่อุ้งเท้าข้างหนึ่งของฮูหยิน แล้วพูดอย่างที่บอกอีกคนหนึ่งว่าจะพูด ทำให้ถ้อยคำอวดโอ่เป็นความจริง ไม่ไร้ความหมายอย่างทุกครั้งที่ผ่านมา “ฉันรักเขา และจะดูแลเขาด้วยชีวิต” ชายหนุ่มบอกอย่างหนักแน่น “เมื่อเขาเป็นคนแรก... และคนเดียวที่ทำให้ฉันเกิดเป็นผู้เป็นคนขึ้นได้ ขอให้ฮูหยินวางใจว่าฉันจะทำอย่างที่พูด และจะทำอย่างดีที่สุด”


          ป๋ายเซียนหันมาหาเขา แต่ซีอีโอตกอับกลับสบตาที่บอดสนิทของหมาป่าสีขาวอย่างแน่วแน่ หลายอึดใจต่อมา เขาก็ถูกเลียที่มืออย่างช้า ๆ หลายครั้ง ก่อนอาการกระตุกของกล้ามเนื้อเป็นไปอย่างรุนแรงยิ่งขึ้น ฮูหยินอ้าปาก กอบโกยอากาศอย่างสิ้นหวัง คนทั้งสองและหมาป่าทุกตัวในที่นั้นได้ยินเสียงงี้ด... งี้ด... ก่อนอาการกระตุกครั้งสุดท้าย มนุษย์เมาคลีกรีดร้องเมื่อแม่หมาป่าสำรอกเอาเลือดสีเข้มออกมา พร้อมกับที่ชานเลี่ยกระโจนเข้ารวบตัวอีกฝ่ายและปิดตาเสีย ไม่กี่วินาที ฮูหยินก็หลับตา ลมหายใจรวยรินลงทุกขณะ ไม่ช้าก็นิ่งสนิท...


          หมาป่าตัวที่ดูจะมีอายุมากที่สุดในบรรดาพี่น้องของป๋ายเซียนส่งเสียงหอน จากนั้นหมาป่าตัวอื่น ๆ จึงหอนรับกันเป็นทอด ๆ อาจเป็นพิธีกรรมอย่างหนึ่ง ทำให้รู้ว่าการจากไปอย่างไม่อาจหวนกลับเกิดขึ้นแล้ว เพราะทันทีที่ได้ยินเสียงนั้น มนุษย์เมาคลีสะอึกสะอื้นอย่างรุนแรง


          “ไม่เป็นไร” เขากอดร่างกายเล็ก ๆ ที่สั่นเทาแนบอก “เราจะมีเกอ... จะมีเกอเสมอ ป๋ายเซียน”


          ความตายหนักแน่นดังขุนเขา และเบาดุจขนนก เพิ่งเข้าใจเดี๋ยวนี้เอง... ความตายนั้นเรียบง่ายและใช้เวลาน้อยนิด รวดเร็ว... ง่ายดายคล้ายจะไร้ค่า แต่กลับเด็ดเดี่ยว แน่วแน่ ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ และทิ้งน้ำหนักอันมหาศาลไว้ในหัวใจของผู้อยู่เบื้องหลัง


          “เกอจะอยู่กับเรา... ไม่ต้องกลัว... ไม่ต้องกลัว”


          ร่วมชั่วโมงกว่าป๋ายเซียนจะสงบลง เด็กชายจากป่านั่งตักเขา ดวงตาทั้งสองแดงก่ำ ขณะลูบขนแม่หมาป่าเป็นครั้งสุดท้าย


          ที่น่าประหลาดใจคือ พี่ชายคนโต ของเจ้าตัวเล็ก นั่งอยู่ที่เดิม จ้องเขาเขม็ง ตาไม่กะพริบ ราวกับรอคอยอะไรบางอย่าง เมื่อเห็นว่ามนุษย์เมาคลีหยุดร้องไห้ก็ก้าวเข้าใกล้ ดุนที่ศอกเบา ๆ ด้วยปลายจมูกชื้น ๆ และส่งเสียงครวญครางเร็ว ๆ ในลำคอ


          “ไม่... ให้ป๋ายอยู่... กับแม่”


          เสียงครวญครางกลายเป็นเสียงคำรามต่ำ ๆ อย่างไม่สบายใจ


          “แต่... ” เจ้าตัวเล็กอิดออด


          ชานเลี่ยอดรนทนไม่ไหวจึงถามขึ้น “เขาว่าอะไร”


          ป๋ายเซียนหันมาสบตาเขา เม้มริมฝีปากและกัดไว้แน่น “พี่ชายว่า... ให้รีบไป”


          “รีบไปเนี่ยนะ”


          “ไม่มีแม่... แล้ว จะไม่มี... ใครคุ้มครอง... ป๋าย” เด็กชายจากป่าพูดช้า ๆ ปนเสียงสะอื้น “พวกเขา... จะมี... จ่าฝูงตัวใหม่”


          พี่ชายของอีกฝ่ายสบตาเขาและหอนเบา ๆ ก่อนฟาดหางกับพื้นอย่างร้อนรน แน่ล่ะ พี่น้องของป๋ายเซียนหยิบมือหนึ่งไม่อาจต่อกรหมาป่าทั้งฝูงได้


          ดวงตาสีอำพันนับสิบคู่จับจ้องคนทั้งสองจากส่วนต่าง ๆ ของถ้ำ ชายหนุ่มร่างสูงกลืนน้ำลาย


          โลกของสัตว์ป่า... น่ากลัวอย่างนี้เอง





          “เลี่ยเกอ... เร็วเข้า!


          “ไม่ได้” เขาบอกอย่างเคือง ๆ “ทำไม่ได้”


          การลงสู่โพรงนั้น ไม่ว่าใครก็ทำได้ แต่การกระโดดผลุงกลับขึ้นไป คนเป็นเกอจนปัญญา พี่ชายคนโตของอีกฝ่ายดุนบั้นท้ายของชานเลี่ยด้วยหัวสีเทา ส่งเสียงงี้ดง้าดในลำคออย่างกระวนกระวาย “ขอโทษนะ เจ้าหมา” ซีอีโอตกอับจึงหันไปพูดกับมัน ซึ่งพี่ชายของป๋ายเซียนเห่าทีหนึ่งอย่างไม่พอใจนัก


          “อีกหน่อย” เจ้าตัวเล็กเร่งเร้า “พี่ชายว่า... รีบไป... รีบไปเดี๋ยวนี้”


          “แต่เราเป็นลูกชายของฮูหยิน เป็นส่วนหนึ่งของฝูง” ซีอีโอตกอับแย้ง “ไม่มีเหตุผลเลย”


          พี่สาวของมนุษย์เมาคลีซึ่งวิ่งเหย่า ๆ ตรงมาจากในถ้ำเห่าเสียงขรม


          “หมายความว่ายังไง”


          ใบหน้าเล็ก ๆ นั้นไร้สีเลือด “ครอบครัวของป๋าย... ไม่ใช่ทั้งหมดของ... ของฝูง” เด็กชายจากป่าพยายามอธิบาย “บ้าง... ไม่พอใจ... ไม่เห็นด้วยกับ... แม่”


          “หมาป่า... ไม่กินมนุษย์หรอก” เขาว่า ก่อนจะเสริมอย่างไม่แน่ใจ “ใช่ไหม”


          “เรา... จะกินทุกอย่าง เมื่อหิว”


          “ตอนนี้หิวหรือเปล่า”


          พี่ชายของป๋ายเซียนหอนสั้น ๆ เบา ๆ มนุษย์เมาคลีเม้มริมฝีปาก “สัตว์... จำศีล... ในฤดูหนาว ไม่มี... อาหาร... ”


          “จ้ะ... ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว”


          ได้ยินเสียงคำรามอย่างน่าขนพองสยองเกล้าจากในถ้ำ หางสีเทาของพี่ชายคนโตลู่ลงที่ระหว่างขาหลัง ซีอีโอตกอับกลืนน้ำลาย... มันกำลังกลัว


          “ต่อสู้... พวกเขาต่อสู้กัน” ลูกหมาป่าบอกด้วยเสียงสั่น ๆ “เร็วเข้า”


          เขาจับที่ชะง่อนหินขนาดกระจิ๋ว แทบไม่ใหญ่ไปกว่าฝ่ามือของเจ้าตัวเล็ก และออกแรงเหวี่ยงร่างกายขึ้นไป พอดีกับที่พี่สาวของป๋ายเซียนส่งเสียงคำรามอย่างดุร้าย ย่อขาหลังลงเล็กน้อย ก่อนยืดตัวตรง เห่ากรรโชกด้วยหางที่ตั้งตรง


          “เลี่ยเกอ!


          “รู้แล้ว!


          พร้อมกับความพยายามครั้งสุดท้าย มือทั้งสองของอดีตซีอีโอแตะถึงปากโพรงในที่สุด หินแหลมคมสร้างบาดแผลแก่เขา จากหน้าอกถึงท้องน้อย เป็นรอยกรีดยาวซึ่งลึกไม่น้อย เพียงแต่อะดรีนาลีนที่พลุ่งพล่านทำให้ชายหนุ่มเพิกเฉยต่อความเจ็บปวด หมาป่าสีเทาดันปลายเท้าของเขาอย่างเร่งร้อน ชานเลี่ยกลั้นหายใจ ป่ายปีนอย่างมุ่งมั่นกว่าครั้งไหน ๆ กระทั่งอวัยวะทุกส่วนพ้นไปจากโพรง ตัวปัญหาแห่งซัวเถาแผ่หลากับพื้นหิน สูดกลิ่นหิมะเหนือถ้ำหมาป่า เสียงเห่ายังดังขรม


          “ลุกขึ้น... ”


          “รอก่อน” เขากระซิบ “เราเจ็บหรือเปล่า”


          “ไม่... ” เด็กชายจากป่าตอบอย่างไม่สบายใจ “แต่เลี่ยเกอ... เลือด”


          “ไม่เป็นไร เราไม่เป็นอะไรใช่ไหม ดีล่ะ” ชานเลี่ยยักแย่ยักยันลุกยืนขึ้น ก่อนซวดเซด้วยขาทั้งสองที่สั่นสะท้าน “อีกหน่อย... หน่อยเดียว เราจะไปเสียก่อนก็ได้”


          “ไม่ ป๋ายจะอยู่... กับเลี่ยเกอ”


          ไม่กี่อึดใจต่อมา หมาป่าสีเทากระโดดผลุงขึ้นจากโพรง ดุนข้อศอกของเด็กชายด้วยจมูกเปียก ๆ และส่งเสียงครวญครางในลำคออย่างสิ้นหวัง คนเป็นเกอสูดลมหายใจเข้าลึก คว้าข้อมือผอม ๆ นั้นและพูด “ไม่ได้การล่ะ”


          “ทำ... ยังไง... ”


          “วิ่ง... เรานำไปก่อน” อดีตซีอีโอว่า “เกอมีไม้ขีดไฟ”


          สัตว์ป่าอาจหวาดกลัวไฟ แต่ไม่ใช่กับไม้ขีดไฟแน่ แม้จะรู้อย่างนั้น ชายหนุ่มร่างสูงยังทำใจดีสู้เสือ ยิ้มเผล่แม้ปลายนิ้วทั้งสิบเกิดเย็นเฉียบขึ้นดื้อ ๆ  และท้องไส้คล้ายจะบิดเป็นเกลียว


          “แต่ป๋าย... รู้ภาษา... ”


          “ไม่” เขาบอกอย่างหนักแน่น “เกอไม่รู้ว่าที่ไหนลื่น ที่ไหนไม่ลื่นไม่ใช่หรือไง นำไป เร็วเข้า”


          ลูกหมาป่าเม้มริมฝีปาก ถึงอย่างนั้นกลับหันหลัง ตรงสู่ทางที่จากมา และนำไปอย่างเชื่อฟัง หมาป่าสีเทาหายไปแล้ว พี่ชายของป๋ายเซียนกลับลงไปพร้อมกับเสียงคำราม ชานเลี่ยละสายตาจากโพรงนั้น กึ่งวิ่งกึ่งเดินตามมนุษย์เมาคลีไป


          “เร็วอีกหน่อย”


          “ป๋าย... จะพยายาม”


          ป๋ายเซียนป่ายปีนไปบนพื้นผิวตะปุ่มตะป่ำซึ่งปกคลุมด้วยมอสและชั้นหิมะบาง ๆ เสียงหอนอย่างโหยหวนดังไล่หลัง ใบหน้าของเจ้าตัวเล็กไร้สีเลือด คนเป็นเกอกลืนน้ำลาย จดจ้องแต่รูเล็ก ๆ บนหินสีเทาเหล่านั้น อีกไกล... หลายชั่วโมงกว่าพื้นดินจะปรากฏ จะมีแต่หินอย่างนี้... มีแต่หินอย่างนี้เพราะ...


          “ป๋ายเซียน!


          มนุษย์เมาคลีสะดุ้งสุดตัว


          “ไม่ใช่ทางนี้! ” ละล่ำละลักพูด “กลับไป... กลับไปเร็วเข้า”


          “ไม่ได้... นะ... ” ป๋ายเซียนส่ายหน้า “กลับไป... ก็จะ... ”


          “ต้าซิ่งอานหลิ่ง... หมู่บ้าน... เมือง” ตัวปัญหาแห่งซัวเถากลืนน้ำลาย “อยู่ที่อีกฝั่งหนึ่งของป่า ใกล้กว่ากันมาก จวนจะถึงอยู่แล้วนี่ จวนจะถึงอยู่แล้วใช่ไหม”


          “ฮื่อ... อีก... ไม่เท่าไหร่”


          “ไปที่นั่น” ชายหนุ่มบอกอย่างรีบร้อน “ตรงกันข้ามกับทางที่เรามา เราจะปลอดภัย... ป๋ายเซียน เราจะต้องปลอดภัย”


          เสียงเห่ากรรโชกดังขึ้นจากที่ไม่ไกลนัก ป๋ายเซียนหอบหายใจ “ได้” เด็กชายจากป่าพยักหน้าเร็ว ๆ “ตามมา”


          แต่ชานเลี่ยกลับแตะที่หน้าอกของอีกฝ่าย ส่ายหน้าและนำไป จากด้านหน้าหรือด้านหลัง ไม่ว่าอย่างไร เขาจะเป็นฝ่ายผจญฝูงหมาป่าซึ่งโกรธเกรี้ยว ไม่ใช่ป๋ายเซียน ฉันแข็งแรงกว่า อดีตซีอีโอบอกตัวเองอย่างนั้น ฉันแข็งแรงกว่า และให้สัญญาแล้ว...


            ฮูหยินเชื่อเขา สัตว์ที่ยิ่งใหญ่เหลือเกินนั้นเชื่อเขา แม่หมาป่าจากไปโดยรู้ว่าลูกมนุษย์ซึ่งได้อุ้มชูมาอยู่ในความคุ้มครองของชายหนุ่มจากซัวเถา


          “ตรงนั้น... ลื่น... ”


          “ฮื่อ... ”


          เสียงนั้นแทบไม่พ้นไปจากลำคอ น้ำลายเปรี้ยวและเฝื่อนด้วยความเครียด ป๋ายเซียนจับชายเสื้อของชายหนุ่มด้วยมืออันสั่นเทา กระตุกเป็นระยะเพื่อเตือนอดีตซีอีโอ


          “อีกหน่อย... ใช่ไหม”


          มนุษย์เมาคลีพยักหน้าแทนคำตอบ คนทั้งสองไม่พูดอะไรต่อไป อากาศเย็นเยียบยิ่งขึ้นในไม่กี่นาที ก่อนหิมะสายบาง ๆ จะตั้งต้นโปรยปราย


          “เลี้ยว... ” ป๋ายเซียนร้องบอก “ด้านหน้า... เป็น... สูง”


          อีกฝ่ายหมายถึงหน้าผาอีกแห่งหนึ่ง ชานเลี่ยพยักหน้า ก่อนจะร้องอย่างยินดีเมื่อเห็นควันไฟอันเลือนรางด้านหลังแนวสนสองใบสูงชะลูด


          “ต้าซิ่งอานหลิ่ง! ” ชายหนุ่มตะโกน “จวนจะถึงแล้ว! อดทนไว้ ป๋ายเซียน”


          ตัวปัญหาแห่งซัวเถาออกวิ่ง เช่นเดียวกับอีกคนหนึ่ง รสเปรี้ยวในปากเจือจาง แม้ความรู้สึกปวดมวนในท้องก็ทุเลาลง กระทั่งชายหนุ่มร่างสูงกระชากเถาวัลย์กลุ่มหนึ่งซึ่งขวางอยู่ออกอย่างสุดแรงเกิด และพบเส้นทางตรงสู่ต้าซิ่งอานหลิ่ง...


          กับหมาป่าสีดำสนิทตัวหนึ่ง


          “เลี่ยเกอ... ”


          หมาป่าตัวนั้นส่งเสียงคำรามต่ำ ๆ ในลำคอ ก่อนกลายเป็นเสียงเห่าอย่างดุร้าย ซึ่งสะท้อนไปตลอดเส้นทางด้านหน้า ดวงตาสีอำพันปรากฏขึ้นระหว่างสุมทุมพุ่มไม้ ชานเลี่ยหันหลังกลับ สบตาอีกฝ่าย


          “ไป... ” เขากระซิบ


          “ไม่... ทัน... ”


          “ต้องทัน! วิ่ง!


          เขาผลักมนุษย์เมาคลี เด็กชายส่งเสียงสะอื้นอย่างสิ้นหวังขณะวิ่งไม่คิดชีวิต เสียงฝีเท้าดังไล่หลัง อดีตซีอีโอวิ่งด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมด เสียงเห่า เสียงคำราม และเสียงของการหายใจอย่างกระชั้นและรุนแรงก้องอยู่ระหว่างหูทั้งสอง คนทั้งคู่อ้าปาก กอบโกยอากาศสู่ปอด ขณะกล้ามเนื้อทุกมัดร้อนขึ้น ปวดร้าวอย่างยิ่งยวด


          “เร็วอีก! เร็วอีก!


          ป๋ายเซียนกระโดดเร็ว ๆ ข้ามโขดหิน เขาต่างหากที่ล้มคว่ำคะมำหงาย มนุษย์เมาคลีกรีดร้องเมื่อหมาป่าตัวหนึ่งปรี่เข้าใส่ ปากอ้ากว้าง มองเห็นเขี้ยวอันคมกริบสีเหลือง ชานเลี่ยเหวี่ยงกระเป๋าเป้ไปมา ถูกมันที่จมูกอย่างจังจึงล่าถอย แต่ก็เพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น เขาตะเกียกตะกายลุกขึ้น ผลักเด็กชายและออกวิ่ง


          “ไป! อย่าหันกลับมา!


          ทางนั้นสิ้นสุดลงที่หน้าผาซึ่งป๋ายเซียนเลี่ยงไป สูงและชันกว่าบริเวณที่เป็นถ้ำหมาป่า ไม่ไกลนักด้านหน้าปรากฏรั้วไฟฟ้าซึ่งเป็นสิ่งปลูกสร้างของมนุษย์ สิ่งเดียวที่แยกคนทั้งสองจากความหวังนั้นคือเหวลึก... ลึกราวจะไม่มีจุดสิ้นสุด มองเห็นลำธารสายหนึ่งด้านล่าง ไกลลิบคล้ายจะไม่มีวันไปถึง


          “ทำ... ” ชานเลี่ยพูดอะไรไม่ออก “ยังไง... ”


          เด็กชายจากป่าชี้ที่เถาวัลย์เส้นหนึ่ง “จับ... ” มนุษย์เมาคลีอธิบาย “กระโดด... ”


          “เข้าใจล่ะ” เขาพยักหน้า “เรา... นำไป ร้องให้ช่วย ไปที่หมู่บ้าน ไปที่เมือง ไปที่ต้าซิ่งอานหลิ่ง ถามทุกคนที่พบ... รู้จักจินจงเหรินหรือเปล่า ติดต่อจินจงเหรินให้ที”


          “แล้ว... เลี่ยเกอ... ”


          เขาอ้าปากจะตอบ เพียงแต่เสียงคำรามจากด้านหลังทำให้ชานเลี่ยเปลี่ยนใจ ตัวปัญหาแห่งซัวเถาผลักป๋ายเซียน “ไป... ไปเดี๋ยวนี้เลย เกอจะโกรธนะ จะโกรธ... ถ้าเราไม่ไป ไปเดี๋ยวนี้!


          “แต่... ”


          “ไป!


          คราวนี้ชายหนุ่มผลักอีกฝ่ายอย่างแรง เด็กชายเซถลา หมิ่นเหม่ที่ขอบผานั้นอึดใจหนึ่ง จวนเจียนจะตกลงไป แต่แล้วก็คว้าเถาวัลย์เส้นหนึ่งไว้ได้ ป๋ายเซียนก้าวถอยหลังและกระโจน พร้อมกับที่ชานเลี่ยจุดไม้ขีดไฟอย่างสิ้นหวัง


          “ถอยไปนะ! ” เขาบอกเสียงแห้ง “ถอยไป!


          ไม้ขีดไฟหล่อนผล็อยจากมือเมื่อถูกจู่โจม เขี้ยวสีเหลืองจมลงไปในเนื้อต้นขา ชายหนุ่มร้องเสียงหลง สองมือป่ายปัด ควานหามีดพับในกระเป๋า แต่กลับไม่พบอะไรในความรีบร้อนนั้น หัวใจของเขาเต้นแรง กระทั่งปลายนิ้วสัมผัสถูกปลายทื่อ ๆ ของที่เปิดกระป๋อง จึงกำไว้แน่น และแทงเข้าที่ดวงตาสีอำพันสุดแรงเกิด


          มันอ้าปากเพื่อร้องโหยหวน เลือดไหลพรูจากดวงตาข้างที่บาดเจ็บ หมาป่าตัวอื่น ๆ ก้าวถอยหลัง ขณะที่ชายหนุ่มร่างสูงตรงไปยังเชิงผา คว้าเถาวัลย์เส้นหนึ่งที่แกว่งไกวในอากาศ เส้นเดียวกับที่ป๋ายเซียนใช้ หลับตาและกระโจนออกไป...


          “เลี่ยเกอ!


          เขาลืมตา ลมหอบหนึ่งกรูผ่านไป ป๋ายเซียนยื่นมือมา... ใบหน้าของอีกฝ่ายไร้สีเลือด อดีตซีอีโอปล่อยมือข้างหนึ่งจากเถาวัลย์ ไม่ช้า ปลายนิ้วของชายหนุ่มก็สัมผัสถูกข้อมือเล็ก ๆ นั้น


          “เลี่ยเก... ”


          แทนที่ด้วยเสียงกรีดร้องราวจะขาดใจ ชานเลี่ยเงยหน้า เถาวัลย์เส้นนั้นขาดจากเครือ ส่งเขากระแทกขอบผาอีกด้านหนึ่งและร่วงหล่น ท้องฟ้าสีเทาอยู่ไกลออกไป ไม่ต่างจากใบหน้าของป๋ายเซียน ตัวปัญหาแห่งซัวเถาได้ยินเสียงน้ำไหล


          ความตายหนักแน่นดังขุนเขา และเบาดุจขนนก


          พร้อมกับการตกกระแทกอย่างแรง สติสัมปชัญญะของเขาดับสูญไปเช่นเดียวกับความคิดนั้น

 






          ชายหนุ่มกะพริบตา ก่อนเบือนหน้าหนีจากแสงสีขาวด้านบน ชานเลี่ยพึมพำ “อะไรวะ... ”


          “อาเลี่ย! ” ได้ยินเสียงที่ไม่คุ้นเคยนัก “อาเลี่ยฟื้นแล้ว... หมอ!


          เขากะพริบตาอีกครั้ง จ้องดูใบหน้าที่คุ้นเคย ไม่ช้าก็ได้คำตอบ... เขาไม่คุ้นเคยกับเสียงของอีกฝ่าย เพราะจงเหรินไม่ช่างพูดนักนั่นเอง “อาเลี่ย” เพื่อนร่วมงานพูดกระหืดกระหอบ “เจ็บหรือเปล่า”


          “เจ็บ... อะไร... โอ๊ย... ” ความรู้สึกนั้นเดินทางมาถึงในที่สุด “ป๋ายเซียนล่ะ”


          “ปลอดภัย” จงเหรินตอบ “ให้ตายซี่ ป๋ายเซียนน่ะไร้รอยขีดข่วน มีแต่อาเลี่ยที่... ”


          “ป๋ายเซียนอยู่ที่ไหน”


          “เอ้อ... ”


          “ปลอดภัย” เขาลุกขึ้นนั่ง ส่งเสียงครวญครางเป็นระยะด้วยความเจ็บปวด “แล้วอยู่ที่ไหน”


          “ก็... กับหมอ” อีกคนหนึ่งแบ่งรับแบ่งสู้ “นู่น... นู่นแน่ะ” บุ้ยใบ้ไปทางประตูห้องพิเศษ “น่า... นิดเดียวเอง น้องอยู่ไม่ไกล”


          “อยู่ไม่ไกล... แล้วทำไม... ไม่เข้ามา”


          เขาได้รับคำตอบในวินาทีเดียวกันนั้นเอง เมื่อประตูห้องพิเศษเปิดออก ส่งเสียงแอ๊ดระคายหู หญิงวัยกลางคนโบกมือให้เขา น้ำตาหยดหนึ่งปรากฏบนแก้มซีดเผือด “อาเลี่ย”


          “ม้า!


          แน่ล่ะ... ม้าอยู่ที่ไหน มังกรฟ้าแห่งซัวเถาย่อมอยู่ที่นั่น เตี่ยก้าวเร็ว ๆ ตรงมาหยุดที่ปลายเตียง ท่าทางว้าวุ่นอย่างที่ปรากฏไม่บ่อยนัก


          “ว่ายังไง... ”


          “สบายมาก! ” ชายหนุ่มโอ่ แต่ไม่น่าเชื่อถือนัก ด้วยผิวซึ่งกลายเป็นสีเทาและริมฝีปากซึ่งกลายเป็นสีขาวในความป่วยไข้ “จะถ่อมาถึงนี่ทำม้าย... ยอดเยี่ยม ยิ่งใหญ่ เกรียงไกร ชานเลี่ย! รู้หรือเปล่า”


          กลับเป็นเขาเท่านั้นที่หัวเราะ ม้าเม้มริมฝีปากเป็นเส้นตรง ใบหน้าของมังกรฟ้าแห่งซัวเถาเรียบเฉย กระทั่งจงเหรินก็ก้มหน้า ไม่พูดอะไร “ป๋ายเซียนล่ะ” เขาถามอีก “เตี่ยพบเขาหรือยัง”


          “ผู่ชานเลี่ย”


          ชายหนุ่มสะอึก เตี่ยไม่เรียกเขาด้วยชื่อจริงมาแต่ไหนแต่ไร  


          “อะไรเล่า... ”


          คราวนี้ผู่เหวินไถถอนหายใจ หนักหน่วง... ยาวนานอย่างผิดปกติ ห้องพิเศษนั้นเงียบลง เงียบสนิท... ไม่ได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วของลูกหมาป่า อยู่ไม่ไกลนักนี่... แล้วทำไม...


            “เตี่ยจะให้ลื้อกลับบ้าน”


          ได้ยินเสียงกรีดร้องราวจะขาดใจของป๋ายเซียนในหู ท้องฟ้าสีเทาอยู่ไกลออกไป เถาวัลย์เส้นนั้นขาดจากครือ ร่วงหล่นสู่พื้นอย่างถาวร







#ฟิคเมาคลี

ทิชชู่ที่เซเว่นราคาม้วนละไม่กี่ตังค์เองฮับ






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 74 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,556 ความคิดเห็น

  1. #1542 heykiki (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 03:48
    หน่วงในอกตอนนี้ แม่อูหยินรักลูกหมาป่ามาก ๆ น้องเจ็บปวดมากแน่เรารู้ อาเลี่ยคือตั้งแต่รู้ตัวว่ารักน้อง ปกป้องน้องปละอ่อนโยนกว่าเดิมมาก แง ไม่ต้องกลับนะบ้าน อยู่กะน้อง ;-;
    #1,542
    0
  2. #1518 Vibrance (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 15:23
    ฮื่ออออไม่เอานะ ไม่ให้กลับนะ
    #1,518
    0
  3. #1467 moony+lilac (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 08:45
    โอ๊ย เลี่ย โหลยโท่ยมาตลอดแต่มาเท่เอาตอนนี้นี่ได้ใจจริงๆ ตอนนี้คือยังไง งง น้องไปไหนเหล่า
    #1,467
    0
  4. #1397 ❤ Little "B" ❤ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 21:22
    ซึ้งมากเลยตอยที่เลี่ยเกอให้สัญญากะฮูหยินว่าจะรักและดูแลน้อง แล้วเลี่ยเกอก็ทำได้
    #1,397
    0
  5. #1354 DBK1802 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 20:01
    โอ๊ย หนักหน่วงจังเลย น้องอยู่ไหนเกิดอะไรขึ้น ทำไมเตี่ยกับม้ามาอยู่ที่นี่ ???
    #1,354
    0
  6. #1329 KyuMin_Pumpkin (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 กันยายน 2560 / 15:08
    เห้ย!! อะไรอ่ะเตี่ยอยู่ๆจะส่งมาที่ฮาร์บินแล้วจะเอาตัวกลับไปง่ายๆแบบนี้เลยอ่อ แล้วน้องอ่ะ น้องอยู่ไหน!!
    #1,329
    0
  7. #1282 luck_0x3_lux (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 03:43
    น้องไปไหนอ่ะ ไม่เอา เกอไปแล้วน้องจะอยู่กับครายยยย
    #1,282
    0
  8. #1237 Tongdchr (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2560 / 03:04
    เห้ยป๊า ป๊าต้องพูดต่อว่าจะเอาป๋ายเซียนกลับไปด้วย พูดสิ พูด!!!
    #1,237
    0
  9. #1183 Pinkuplatong (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 00:00
    ป๊า ถ้าจะให้เลี่ยกลับบ้าน เอาน้องไปด้วยเซ่
    #1,183
    0
  10. #1161 sweetpss (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 20:31
    อ้าววป๊าาไม่ได้นะอย่าให้เขาจากกันนน
    #1,161
    0
  11. #1125 จีวอนชิ':) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 18:58
    เออ แล้วก็ดันขำตอนนางล้มอีก
    #1,125
    0
  12. #1041 PINKLAND (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 16:43
    จากพี่เขากากมาทั้งเรื่อง ตอนนี้เท่สุดเลย ฮือออ
    #1,041
    0
  13. #941 LUNLEE (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 16:02
    กลัวอ่ะ อย่าเป็นอะไรนะ
    #941
    0
  14. #879 CLAREY (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:42
    ชานเลี่ยโครตแมน เติบโตขึ้นมากเลยนะ แต่เสียใจอ่ะที่ต้องกลับแล้ว ;-;
    #879
    0
  15. #745 chompoochi (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 มกราคม 2560 / 22:01
    ฮรึกกกกกกก เลี่ยเกอคนจริง จากตอนแรกเลี่ยเกอมาเป็นพระเอกสุดเท่อย่างนี้ได้ยังไงนะ เพราะป๋ายเซียนใช่มั้ย แงงงงง
    อย่าพรากเฮียไปจากอกน้องเลยนะ นี่แบบความรักที่บริสุทธิ์อ่ะ แล้วน้องจะอยู่กับใคร กับหมอหรอ แล้วเกอจะต้องคิดถึงน้องมากแน่ๆเลย เตี่ยจะทำแบบนี้ไม่ได้นะ!
    #745
    0
  16. #744 kuriix (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 มกราคม 2560 / 00:31
    ถ้าน้องปลอดภัยแล้วทำไมเข้ามาหาเกอไม่ได้ หรือว่าน้องก็ไม่ได้ต่างอะไรจากเลี่ยเกอเลย แงงงงงง ปวดใจอะ แล้วเตี่ยดันมาเวลานี้.... T______________T
    #744
    0
  17. #741 Ppp (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 มกราคม 2560 / 21:43
    อิเลี่ยกลัวเมียนะจ๊ะ เจอน้องถลกหนังกวางเข้าไป 555555555555

    โอ่ยยยยย แล้วยังไง น้องป๋ายไปไหนนนนน

    ทำไมไม่มาอยุ่กับเลี่ยเกอ ป๋ายอยุ่ไหน แง้งงงงงงงงงงงงงงงงง

    แล้วถ้าอิเลี่ยกลับบ้าน แล้วน้องป๋ายละะะะะะะะะะะะ

    เขาเป็นแฟนกันแล้วนะเตี่ยยยยยยยยยยยยย

    ให้เขาได้อยุ่ด้วยกันเด้ แง้งงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
    #741
    0
  18. #740 lovelylittleduck (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 มกราคม 2560 / 17:12
    น้องป๋ายไปไหนนน ฮือออออออ เค้าจะไม่พรากจากกันใช่มั้ยคะ ใช่มั้ยย
    #740
    0
  19. #737 เด็กหญิงหัวไชเท้า (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 มกราคม 2560 / 20:32
    ป๋าย!!!!!! ไม่เป็นอะไรใช่มั้ย
    เตี่ยจะมาแยกเลี่ยเกอกับป๋ายแบบนี้ำม่ได้นะ!
    ฮือออออออออออออออออออออออออ
    #737
    0
  20. #734 pcy921 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 มกราคม 2560 / 15:27
    ตอนนี้เกอไม่อยากกลับแล้วอะเตี่ย
    #734
    0
  21. #732 BHyun0012 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 มกราคม 2560 / 11:50
    ฮือออออออ
    #732
    0
  22. #730 ยูสเซอร์?แลม. (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 มกราคม 2560 / 10:40
    เตี่ยเอาน้องไปไหน แงงงงงงงง
    เตี่ยอย่าทำแบบนี้ ;____;
    #730
    0
  23. #729 I'mNaw (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 มกราคม 2560 / 07:55
    เตี่ย! ทำงี้ม่ายล่ายนะ!
    #729
    0
  24. #728 Autumn.Devil (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 มกราคม 2560 / 07:52
    เตี่ยจะทำงี้ไม่ได้นะเว่ยยยยยย
    #728
    0
  25. #719 ชยอลนะจ้ะ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 มกราคม 2560 / 01:31
    น้องปลอดภัยจริงๆนะหรอ..
    #719
    0