end - (exo) crawl (to) me baby! | chanbaek

ตอนที่ 15 : คำสารภาพ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,638
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 83 ครั้ง
    9 ม.ค. 60


? cactus




บทที่ 14

คำสารภาพ







          อากาศเย็นลงอีกโขเมื่อคนทั้งสองออกเดินทางสู่เฮยเหอ อี้ชิงที่รีบร้อนมาส่งยังสถานีรถประจำทางหายใจหอบขณะถามอย่างเคือง ๆ ว่า “ทำไม... กะทันหันนัก ฉันเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้”


          “ป๋ายเซียนว่าช้ากว่านี้จะไม่ทันการณ์”


          “ถึงอย่างนั้นก็เถอะ นี่แน่ะ... เลี่ย” ตบปุ ๆ ลงบนไหล่ของเขา อย่างที่ซีอีโอตกอับไม่รู้ว่าเป็นไปด้วยความอาทรหรือความเวทนาแน่ “แกน่ะ เคยเดินป่ากะเขาเมื่อไหร่”


          ชานเลี่ยเชิดหน้าขึ้น “ทุกสิ่งมีครั้งแรกเสมอ”


          “ห้องน้ำห้องท่าจะว่ายังไง” อีกฝ่ายเย้า “ไหนจะติ๊ดชู่


          “ใช้ใบไม้”


          “ขืนบาดก้นเข้า... ” ฮาร์บิเนี่ยนไม่ยอมแพ้ “ดับอนาถ มังกรฟ้าหมายเลขสอง ด้วยอาการติดเชื้อที่บาดแผลบริเวณปากทวารหนัก


          เอ๊ะ! ชักจะไม่ไหว “พอแล้ว ชิง!


          “ติ๊ดชู่” เจ้าตัวเล็กยู่หน้า


          “ทิชชู่... กระดาษชำระ สีขาว ติดอยู่กับแกนกระดาษสีน้ำตาล”


          “อ้อ” ป๋ายเซียนพยักหน้าหงึกหงัก “สีขาวเหมือน... หิมะ ไม่เหมือน... นี่ของป๋าย”


          ที่ว่านี่คือผ้าคลุม ผูกไว้อย่างหลวม ๆ รอบลำคอเล็ก ๆ ส่วนบนสุดเป็นหมวก ซึ่งออกจะใหญ่เกินไปสักหน่อยสำหรับหัวทุย ๆ ของเด็กชายจากป่า


          “จริงซี่ เหมือนหนูน้อยหมวกแดงเปี๊ยบเลย!


          “หนูน้อยหมวกแดงคือ... อะไร”


          “ก็เด็กที่สวมผ้าคลุมสีแดง เหมือนเราแหละ” ชานเลี่ยว่าพลางซอยเท้าไปมา ขณะชะแง้มองรถประจำทางอย่างกระวนกระวาย “ก่อนออกเดินทาง แม่บอกหนูน้อยหมวกแดงว่า อย่าเถลไถล อย่าพูดคุยกับคนแปลกหน้า ระวังหมาป่าให้ดี


          ป๋ายเซียนกลับส่ายหน้าดิก “ระวัง... ไม่ได้ หมาป่าเป็นเพื่อน เป็นพี่ชาย เป็นพี่สาว เป็น... น้องชาย น้องสาว เป็น... ”


          “รู้แล้ว... รู้แล้ว”


          “บอกหมออู๋หรือยัง” อี้ชิงถามขึ้น


          “ไม่บอกหรอก”


          “อ้าว... ถ้าอย่างนั้น”


          “บอกลู่หาน พี่ซั่ว พี่เหมียน อาต้า อาเหรินแล้ว” อดีตซีอีโอแจง “เช้าไปเย็นกลับ หรือสองวันหนึ่งคืน ไม่มากไปกว่านี้ อาเหรินยังว่า... ขาดเหลืออะไรให้เดินทางต่อไปอีกหน่อย บ้านของเขา... ต้าซิ่งอานหลิ่งอยู่ที่อีกฝั่งหนึ่งของป่า”


          “จะไม่มีอันตรายใช่ไหม”


          “โธ่... ป่าลึกเมื่อไหร่ ไหนจะมีป๋ายเซียนกะหมาป่าตั้งครอกนำทาง”


          “เอาเถอะ” เพื่อนคู่ทุกข์แบ่งรับแบ่งสู้ “เดินทางปลอดภัย แน่ะ... รถมาโน่นแล้ว นี่... ป๋ายเซียน”


          “อี้คนดี... ว่ายังไง”


          “จะคนแปลกหน้า หรือหมาป่าก็ไม่ต้องกลัว รู้ไหม”


          “เพราะผู่ชานเลี่ย มังกรฟ้าหมายเลขสอง ว่าที่เทพเจ้า ที่มาของกลุ่มดาวชานเลี่ยแบกหม้อน้ำในภายภาคหน้า จะปกป้องเจ้าเอง!


          “เปล่า” ฮาร์บิเนี่ยนถอนหายใจ “เพราะไม่มีอะไรจะทำความลำบากให้เราได้เท่ากับมันแล้วล่ะ”


          “นี่!


          ไม่ทันจะได้สาวความยืดก็ถูกอี้ชิงรุนหลังให้ก้าวขึ้นรถประจำทาง ป๋ายเซียนเลือกที่นั่งด้านหลังสุด ยืนเข่าบนเบาะ หันออกไปทางกระจกแล้วโบกมือหยอย ๆ เพื่อนคู่ทุกข์ของเขาโบกตอบ ขณะชายหนุ่มร่างสูงทำหน้าบึ้ง พอดีกับที่อี้ชิงตะโกนว่า


          “ระวังนะ เลี่ยมันจะจับเรากินเอา!


          “เอ๋... ” ลูกหมาป่าหันมาหา จ้องชานเลี่ยเขม็งด้วยดวงตาใสแจ๋ว “แต่... เนื้อป๋ายไม่อร่อยหรอกนะ”


          “เงียบนะ”


          “เลี่ยเกอจะกินป๋าย แล้วป๋ายจะเจ็บไหม”


          หน้าแดงแปร๊ด... แดงพอ ๆ กับผ้าคลุมของป๋ายเซียน ตัวปัญหาแห่งซัวเถาลุกพรวด ย้ายที่นั่งทันควัน “ไม่รู้แล้ว! ” ได้แต่ตะโกนแก้เก้อ “ไม่รู้อะไรทั้งนั้น ไม่พูดด้วยแล้ว!





          เวลาผ่านไปกว่าห้าชั่วโมงบนรถประจำทาง ชานเลี่ยหาวแล้วหาวอีก แต่จะหลับสักตื่นหนึ่งก็ไม่ได้ เพราะเจ้าตัวเล็กที่ยังยืนเข่าบนเบาะมักจะชี้ไปทางนู้นที ทางนี้ที ถามเสียงแจ้ว ๆ ว่า “เลี่ยเกอ... นั่นอะไร”


          คนเป็นเกอกลอกตา “ไอศกรีม”


          “ทำไม... เป็นสีน้ำตาล ไอศกรีมเย้นนน... เย็น ต้องเป็นสีขาวซี่ เหมือนหิมะ”


          “ไอศกรีมรสช็อกโกแลตยังไงเล่า”


          “โชโกะแหลด” ป๋ายเซียนทวนด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “โชโกะแหลดคืออะไร”


          “อย่าถามอะไรที่ต้องใช้สมองตอบจะได้ไหม!


          “เลี่ยเกอ นู่นล่ะ” เจ้าหนูจำไมถามอีก และเมื่อไม่ได้รับคำตอบจากเขาก็หันมาเขย่าแขนบ้าง ดึงที่ติ่งหูเบา ๆ บ้าง ท่าทางไม่พอใจ “เลี่ยเกอ ตื่นนะ ตื่นซี่!


          “ให้ตาย พูดคล่องเข้าหน่อยล่ะไม่หยุดปากเชียว”


          “ป๋าย... อยากรู้!


          “ปลูกกุหลาบนะ ปลูกจริง ๆ นะ ปลูกตรงนี้เลยนะ!


          “ไม่มี... ทาง! ” เด็กชายจากป่าไม่สนใจ “ไม่... กล้าหรอก สามวันที่แล้ว ในโรง... ผะย่าบาน อี้ว่า ถ้าเลี่ยเกอขู่จะ... จะทำอะไรป๋าย ขอให้รู้ว่า เลี่ยเกอไม่... กล้าหรอก”


          “แล้วเราก็เชื่อ”


          “ฮื่อ... เชื่ออี้ ก็อี้เหมือนแม่”


          อดีตซีอีโอยู่หน้า “แล้วฉันล่ะ”


          “ป๋ายเคยบอกอี้แล้ว... เลี่ยเกอเหมือนเลี่ยเกอ”


          “แต่... ” ชายหนุ่มร่างสูงอึกอัก “ฉันอยากเป็นอะไรที่... พิเศษกว่านั้น”


          พูดออกไปแล้ว พูดออกไปแล้วนะ! ชานเลี่ยหน้าแดง ก็ไม่มีโอกาสเสียที ตลอดหลายวันในโรงพยาบาล กลัวว่าผู้ช่วยของซื่อชุนจะได้ยินบ้างล่ะ กลัวว่าจะรบกวนเวลาพักผ่อนของอีกฝ่ายบ้างล่ะ กลัวว่ามนุษย์เมาคลีจะทำปากโป้ง บอกฮาร์บิเนี่ยน ลู่หาน หรือจินสี่สหายที่แวะเวียนมาเยี่ยมบ้างล่ะ


          “นี่... ป๋ายเซียน” ชานเลี่ยพูดต่อ “ฉัน... ”


          “เป็นเลี่ยเกอ... ก็พิเฉดอยู่แล้วนี่”


          ไอ้หยา... เป็นเตี่ยคงจะร้องออกมาอย่างนี้ ตัวปัญหาแห่งซัวเถาไม่ฉลาดพูดนักมาแต่ไหนแต่ไร เรียกว่ามีเรื่องที่ฉลาดทำนับเรื่องได้ ยิ่งถูกโจมตีด้วยถ้อยคำเรียบง่าย แต่อ่อนหวานและตรงไปตรงมาอย่างนี้ ชานเลี่ยยิ่งทำอะไรไม่ถูก


          “ขะ... ขี้โม้!


          “เปล่านะ! ” ป๋ายเซียนขู่แฟ่ “ป๋ายพูดความจริง จะให้พูด... อีกกี่ครั้ง... กะด้าย”


          ไม่ได้บอกว่าโกหกเสียหน่อย แก้เกี้ยวน่ะ รู้จักไหม นี่ผู่ชานเลี่ยนะ จะให้นั่งตัวแข็งทื่อเป็นท่อนไม้ หน้าแดงแปร๊ดเป็นกวนอู ไม่มีทาง!


          “ก็... ”


          พอดีกับที่อ้าปากจะตอบโต้ โทรศัพท์มือถือสั่น เป็นข้อความจากฮาร์บิเนี่ยนซึ่งยาวเหยียด เท่าที่อี้ชิงที่เขาจะรู้จักจะพิมพ์ได้

 

            จูบที่หน้าผาก จะทะนุถนอมคุณ

            จูบที่เปลือกตา จะเสียสละทุกสิ่ง

            จูบที่ปลายจมูก จะซื่อสัตย์ต่อคุณ

            จูบที่ไหล่ จะอยู่เคียงข้าง

            จูบที่มือ จะให้เกียรติคุณ

            จูบที่แก้ม จะไม่จากไป

            จูบที่ปาก จะรักคุณอย่างสุดหัวใจ

            จูบที่คอ คืนนี้... เสร็จล่ะ!

 

            จูบให้ถูกที่นะ เพื่อนรัก


            อิ๊อิ๊

 

          อิ๊อิ๊... ให้ตาย อิ๊อิ๊หาอะไร! แล้วยัง... ป๋ายเซียน เอาหน้าออกไปห่าง ๆ นะ! “ถอยกลับไป” อดีตซีอีโอสั่ง “ถอยกลับไป แล้วนั่งลง อ่านออกหรือก็เปล่า ฮี่โธ่”


          “ป๋าย... อ่านไม่ออก” อีกคนหนึ่งยอมรับ “อย่างนั้น เลี่ยเกอ... จะซ่อนมัน... จากป๋ายทำไม”


            อ๊ะ! จริงด้วยซี่


          “สู่รู้”


          “คุณหมอชอบให้... ป๋ายถามมาก ๆ ”


          “เรื่องของไอ้หมอ” ชานเลี่ยที่ตอนนี้ใบหูกลายเป็นสีแดงแล้วจับหัวทุย ๆ ของลูกหมาป่าหมุนไปอีกทางหนึ่ง “หันกลับไปได้แล้ว จะถามอะไรก็ถาม แล้วฉันจะตอบ เออ... ตอบจริง ๆ แน้... หันกลับไปซีโว้ย!


          ยากจริง ๆ


          ชายหนุ่มร่างสูงถอนหายใจ


          ที่ตั้งใจไว้น่ะยิ่งกว่ายาก เตี่ยทำอีท่าไหนน้า ม้าจึงยอมเกี่ยวแขนด้วย คุกเข่า ส่งกุหลาบช่อหนึ่งให้ อย่างนั้นหรือเปล่า โทรศัพท์ถามสักหน่อย... ดีไหมนะ


          “ไม่ ไม่ดีหรอก” พูดเองแล้วก็เออเอง ซีอีโอตกอับส่ายหน้าดิก “ฉันจะทำของฉันเอง”


          ให้รู้กันไปว่าเรื่องเท่านี้ ชานเลี่ยคนดีจะทำไม่ได้ ปัดโธ่!





            จวนค่ำแล้วเมื่อคนทั้งสองเดินทางถึงกลางป่า คนเป็นเกอหอบหายใจอย่างที่เตี่ยจะต้องค่อนแคะว่า หอบซี่โครงบาน ขณะที่ป๋ายเซียนซึ่งควรจะอ่อนแอกว่าในทางทฤษฎี กลับมีท่าทีตื่นตัวและสดใส เด็กชายจากป่าทำจมูกฟุดฟิด ทุก ๆ ยี่สิบวินาทีจะพบรอยเท้าของหมาป่า หรือรอยเล็บบนต้นไม้ ตัวปัญหาแห่งซัวเถาสะดุดรากไม้บ้าง หล่นจากก้อนหินซึ่งเต็มไปด้วยตะไคร่น้ำบ้าง หัวโขกกิ่งไม้บ้าง ต่างจากมนุษย์เมาคลีที่หูตาเป็นสับปะรด เมื่อเหยียบลงบนก้อนหินที่ลื่นด้วยพืชชั้นต่ำ เท้าของลูกหมาป่าจะหดเกร็ง มองดูคล้ายอุ้งเท้าน้อย ๆ เกาะเกี่ยวส่วนที่ขรุขระไว้อย่างเหนียวแน่น ป๋ายเซียนไม่เคยสะดุดรากไม้ และกับกิ่งไม้ที่ทำให้หน้าผากของชายหนุ่มร่างสูงโนขึ้นอย่างน่าอายนั้น อีกฝ่ายเพียงแต่ใช้มือหนึ่งจับ แล้วเหวี่ยงตัวข้ามไปราวกับนักกายกรรม


          “ป๋ายเซียน” อดีตซีอีโอซึ่งหมอบกระแต เหนี่ยวลำต้นสนสองใบเป็นที่พึ่งสุดท้ายร้องเรียก “พอได้แล้ว”


          “แต่... ”


          “ไม่มีแต่” ชายหนุ่มร่างสูงส่ายหน้า “ไกลจากพื้นที่เฝ้าระวังของเจ้าหน้าที่ป่าไม้มากแล้ว ตะวันจวนจะตกดินแล้วด้วย”


          “ตะวัน... ตกดิน” ป๋ายเซียนที่เพิ่งจะโหนตัวขึ้นไปนั่งบนเถาวัลย์เส้นหนาเอียงคอถาม “ตก... แล้ว... ยังไง”


          “ถามได้ มองไม่เห็นน่ะซี่”


          ผิดถนัด ดวงตาสีอ่อนของอีกฝ่ายซึ่งเกิดจากการอาศัยในที่ไร้แสงอาทิตย์เป็นเวลานานวาววับ “ป๋าย... มองเห็น” เด็กชายจากป่ายืนกราน “จะไป... หาแม่”


          มนุษย์เมาคลีมองเห็นอย่างแน่นอน ป๋ายเซียนไม่เคยโกหก เพียงแต่ชานเลี่ยซึ่งเป็นคนเมืองไม่มีคุณสมบัตินั้น อย่าว่าแต่การมองเห็นเลย กระทั่งการหายใจยังเป็นไปโดยกระท่อนกระแท่น พื้นป่าชันขึ้นเรื่อย ๆ อากาศเบาบางลง พร้อมกับที่อุณหภูมิลดฮวบเมื่อสิ้นแสงสุดท้าย ตลอดทางที่ผ่านมา หิมะละลายไปมากแล้ว เพียงแต่ทางด้านหน้านั้น เกล็ดสีขาวเยียบเย็นเป็นประกายในแสงจันทร์ ปกคลุมทุกตารางนิ้ว หนาสักครึ่งฟุตได้


          “พักที่นี่” ชานเลี่ยบอกอย่างหนักแน่น ก่อนเสริมอย่างอ่อนแรง “ถ้าเราจะเดินทางต่อ เกอไปกับเราไม่ได้นะ ป๋ายเซียน”


          เขาแทนตัวเองว่าเกอไม่บ่อยนัก ดังนั้น อีกคนหนึ่งจึงห่อริมฝีปากและพยักหน้า แม้จะไม่เต็มใจนัก เด็กชายจากป่ากระโดดลงจากเถาวัลย์เส้นนั้น “พัก... ก็ได้” มนุษย์เมาคลีบอก “ยังไง”


          ขอบคุณสวรรค์ “ช่วยฉันกางเต็นท์” ชายหนุ่มร่างสูงตอบ “แล้วเราอยู่ข้างใน ฉันจะก่อไฟ ชงอะไรอุ่น ๆ สักหน่อย โกโก้ไง... อยากดื่มโกโก้ไหม”


          “โกโก้!


          ชายหนุ่มร่างสูงถอนหายใจ ลงดวงตาของป๋ายเซียนเป็นประกายอย่างนี้แล้ว ไม่ว่าอะไรก็ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก


          แน่ล่ะว่าการก่อไฟไม่ได้เป็นไปอย่างราบรื่นนัก แม้จะซักซ้อมกับจินสี่สหายมาก่อน ชานเลี่ยจุดไม้ขีดไฟไม่เป็น เมื่อทำสำเร็จ จึงเหลือไม้ขีดไฟอยู่เพียงหนึ่งในสี่ของกล่อง ตัวปัญหาแห่งซัวเถาตั้งเตาอย่างลวก ๆ ขณะที่ปล่อยให้มนุษย์เมาคลีโรมรันกับเชือก หมุด และผ้าใบ ซึ่งแม้จะระดมสมองแล้ว เต็นท์ของคนทั้งสองก็ยังดูพิกลพิการ ผิดจากคู่มืออยู่ดี


          “น่า... พอนอนล่าย” คนเป็นเกอพูดเสียงเล็กเสียงน้อย


          หิมะสายบาง ๆ ตั้งต้นโปรยปรายเมื่อสองชีวิตผลุบหายเข้าไปในเต็นท์ ป๋ายเซียนประคองถ้วยโกโก้ด้วยสองมือ ซีอีโอตกอับวางแอปเปิ้ลสองผล เบอร์รีป่ากำมือหนึ่ง และมาร์ชเมลโลเกรียม ๆ บนจานกระดาษลงกับพื้น “หนาวไหม”


          “ฮื่อ... ” ป๋ายเซียนพยักหน้าหงึกหงัก “แล้ว... เลี่ยเกอ... ”


          “หนาวเหมือนกัน”


  ไม่มีใครพูดอะไรอีก ลูกหมาป่าดื่มโกโก้อย่างเงียบ ๆ สลับกับแทะมาร์ชเมลโล เช่นเดียวกับชานเลี่ยที่เคี้ยวแอปเปิ้ลช้า ๆ มือข้างหนึ่งซุกอยู่ในกระเป๋าเสื้อ


“เลี่ยเกอ”


“หือ”


“โกรธป๋าย... หรือเปล่า”


ตัวปัญหาแห่งซัวเถานิ่วหน้า “โกรธอะไร”


“ก็... วันนี้” มนุษย์เมาคลีอึกอัก “เลี่ยเกอแทบจะ... ไม่พูดกับป๋ายเลย”


คนเป็นเกอกระแอม คำตอบหนักอึ้ง ติดอยู่ที่ริมฝีปาก เด็กหนอเด็ก... ที่เงียบไปเพราะไม่รู้ต่างหาก จะบอกเด็กชายจากป่าอย่างไรว่าเขารักอีกฝ่ายเข้าแล้ว รักอย่างหนุ่มสาว อย่างคู่รัก ซึ่งแตกต่างจากความชิดเชื้ออย่างพี่น้อง หรือความเมตตาอย่างผู้รับอุปการะ รักอย่างที่เตี่ยรักม้า อย่างที่กงรักม่า อย่างที่เหล่ากงรักเหล่าม่า อย่างที่อดัมรักเอวา และอย่างที่ไม่เคยรักใคร


ป๋ายเซียนไม่รู้จักความรักชนิดนี้ รักของมนุษย์เมาคลีคือถ้อยคำอันว่างเปล่าในโทรทัศน์ คือความชอบพออย่างถึงที่สุดเท่านั้น แน่ล่ะ... ลูกหมาป่าจะบอกว่ารักเขา แต่ก็จะบอกว่ารักซื่อชุน อี้ชิง ลู่หาน และจินสี่สหายเช่นกัน ชานเลี่ยจนปัญญา ก็ปัญญาที่แทบจะไม่มีนั่นแหละ... จะทำให้เด็กชายจากป่าเข้าใจอย่างไร ว่าความรักของเขาลึกซึ้ง ยิ่งใหญ่ไม่ยิ่งหย่อนกว่า และแตกต่างจากความรักชนิดอื่น ๆ


          “ฉัน... เอ้อ... พี่... คือว่าเกอ... ”


          ตัวปัญหาแห่งซัวเถาสะอึก ป๋ายเซียนส่งเสียงชี่เบา ๆ ก่อนจะหายไปจากเต็นท์ ไม่กี่อึดใจก็กลับมา “พี่ชายของป๋าย” เด็กชายจากป่าเฉลย “ป๋ายบอกเขาแล้ว... ว่าไม่เป็นไร”


          คงจะหมายถึงหมาป่าอีกตัวหนึ่ง มนุษย์เมาคลีกวาดเศษอาหารรวมกันบนจานกระดาษ ก่อนนำไปจากเต็นท์ วางลงข้าง ๆ ก้อนเส้าเช่นเดียวกับถ้วยโกโก้ คนเป็นเกอได้แต่มอง กลืนน้ำลายไม่รู้กี่หน ทั้งตื่นเต้น... และเพลิดเพลิน


          “แน่ะ เตี่ย มือไม่รู้จักพาย มองอยู่นั่น ไม่เข้าไปช่วยม้าล้างจาน” เขาเคยต่อว่ามังกรฟ้าแห่งซัวเถาอย่างนั้น


          “เพลินดี” ผู่เหวินไถตอบอย่างไม่ใส่ใจ


          อา... เข้าใจเสียที เตี่ยรู้สึกอย่างนี้เอง ขึ้นชื่อว่าผู้เป็นที่รัก แม้อิริยาบถที่ธรรมดาที่สุดก็ชวนมอง คล้ายนาฏกรรมอันประณีตมากกว่ากิจวัตรประจำวัน


          “เลี่ยเกอ... จะพูดอะไรนะ”


          ชายหนุ่มร่างสูงตื่นจากภวังค์ ริมฝีปากเย็นเฉียบ พอ ๆ กับฝ่ามือที่มีเหงื่อซึม “คือว่า... ”


          “หือ”


          “เกอรักเรานะ” น้ำลายเหนียวราวกับน้ำผึ้งที่ไร้รสชาติ “เกอรักเรา... เปี้ยนป๋ายเซียน”


          “ฮื่อ” กุหลาบสวรรค์แย้มกลีบ เกิดเป็นรอยยิ้มที่สวยสด “ป๋ายก็รักเลี่ยเกอ”


          “ไม่ใช่” คนเป็นเกอส่ายหน้า “ไม่ใช่รัก... แบบนั้น คือ... เกอไม่รู้ว่า... ”


          ป๋ายเซียนขมวดคิ้ว “รัก... รักมีแบบด้วย”


          “ฮื่อ... มี... คือว่า... ”


          “แปลกจัง” เจ้าตัวเล็กนิ่วหน้า “รักมีแบบ... ไม่เหมือนชอบ... ที่มีชอบนิดหน่อย กับ... ชอบมาก ๆ นึกว่ารัก... คือชอบมาก ๆ เสียอีก”


          “เปล่า... ”


          “เลี่ยเกอ” อีกฝ่ายจึงเกิดอยากรู้ขึ้นมา “รักคืออะไร”


          ชานเลี่ยถอนหายใจ ชีพจรช้าลง ขณะความสงบคืบคลานเข้าแทนที่ อาจเพราะกลิ่นลูกสนจากร่างกายของอีกคนหนึ่ง หรือดวงตาใสแจ๋วสีอำพัน ความบริสุทธิ์อย่างเด็ก ๆ ของป๋ายเซียนคล้ายน้ำสะอาด... นิ่งสนิทในบ่อลึก ชายหนุ่มร่างสูงเพียงแต่ปล่อยให้ตัวเองจมลงในบ่อนั้นโดยไม่ดิ้นรน เปล่าประโยชน์... เขาไม่อาจขัดขืนป๋ายเซียน เช่นเดียวกับที่ไม่อาจเก็บงำความในใจได้ต่อไป ที่ผ่านมา ซีอีโอตกอับมีแต่จะหนี... จากความปรารถนาในส่วนลึก จากความรู้สึกที่ผลิบาน และจากความอ่อนหวานที่ไม่รู้จัก เขากลัวว่าน้ำในบ่อจะท่วมปอด กลัวว่าจะล้มเหลวและแพ้พ่าย


          เมื่อเท้าทั้งสองสัมผัสก้นบ่อ ชานเลี่ยถีบตัวทันควัน ทะยานสู่ผิวน้ำ อ้าปากหายใจ “อย่างที่เกอเคยบอกเรา” เขากระซิบ ทว่าเป็นเสียงกระซิบที่หนักแน่น “รัก... คือไม่รู้จักเกลียด ไม่รู้จักโกรธ และจะอยู่เคียงข้างจนตลอดชีวิต”


          “ถ้าอย่างนั้น... ป๋ายก็รักเลี่ยเกอจริง ๆ ”


          “และก็รักใครต่อใคร” ตัวปัญหาแห่งซัวเถาอธิบาย “เกอเองก็รู้สึกอย่างนั้นกับอี้ชิง กับพ่อ... กับแม่ เพียงแต่รัก... แบบที่เกอรักป๋ายเซียน แตกต่างจากที่เกอรักใคร ๆ เป็นความแตกต่างหนึ่งเดียว... สำหรับเกอ”


          “แตกต่าง... ยังไง”


          แทนคำตอบ ชายหนุ่มร่างสูงเขยิบเข้าใกล้อีกฝ่าย ข้อความของเพื่อนคู่ทุกข์ติดอยู่ในความทรงจำ “เกอจะให้เกียรติเราเสมอ” เขาประคองมือทั้งสองของอีกฝ่ายขึ้น จูบลงที่หลังมือ และข้อนิ้วทั้งสิบอย่างอ้อยอิ่ง ตามด้วยไหล่เล็ก ๆ ซึ่งลาดต่ำลงเป็นเส้นตรงอันนุ่มนวล “จะอยู่ใกล้ ๆ เรา”


          “เลี่ยเกอ... ”


          “เกอจะทะนุถนอมเรา” ว่าพลางจูบที่หน้าผาก จากนั้นก็แตะริมฝีปากลงกับเปลือกตาของอีกคนหนึ่ง “จะเสียสละทุกสิ่งเพื่อเรา”


          ก่อนจูบที่ปลายจมูก ชานเลี่ยสบตาเด็กชายจากป่า เพิ่งจะรู้เดี๋ยวนี้เอง ว่าอำพันในดวงตาของลูกหมาป่า มีค่าควรเมืองกว่าอัญมณีใด ๆ “เกอจะซื่อสัตย์ต่อเรา” โดยไม่รอช้า ชายหนุ่มร่างสูงสูดกลิ่นหอมจากแก้มซึ่งเป็นชมพูด้วยเลือดฝาด “เกอจะไม่ไปจากเรา”


          ท้ายที่สุด เขาประคองใบหน้าของอีกฝ่ายด้วยสองมือและจุมพิตป๋ายเซียน คลึงเคล้นกลีบกุหลาบสวรรค์ ตักตวงน้ำหวานจากเกสรซึ่งอยู่ภายใน เด็กชายจากป่าหลับตาลง แตะหลังมือของเขาด้วยปลายนิ้ว ชานเลี่ยจึงรวบเอามือทั้งสองมาแนบไว้กับอก


          “เกอจะหวงแหนเรา จะปกป้องเรา” ชายหนุ่มร่างสูงบอกด้วยเสียงพร่า “อย่างที่จะไม่ทำ... กับใครอื่น นี่คือความต้องการของเกอ คือความรัก... ของเกอ”


          หลายอึดใจต่อมายาวนานกว่าที่เคยประสบ ป๋ายเซียนแตะที่ริมฝีปากของตัวเอง จากนั้นจึงแตะที่ริมฝีปากของเขา


          “เลี่ยเกอ... ”


          “ว่ายังไง”


          “ป๋ายเข้าใจ... ” เด็กชายจากป่ากลืนน้ำลาย “และป๋าย... ”


          มือนั้นสัมผัสแก้มของเขาอย่างอ่อนโยน “ต่างจากที่รักแม่ คุณหมอ อี้ชิง... หรือต้าเกอ” มนุษย์เมาคลีกระซิบ “ป๋ายก็รักเลี่ยเกอ... อย่างที่เลี่ยเกอ... ร... ”


          ประโยคนั้นขาดหายเมื่อกุหลาบสวรรค์ถูกริดกลีบอีกครั้ง... และอีกครั้ง ชานเลี่ยกอดรัดอีกฝ่าย แขนและขาเกี่ยวก่าย แทบจะเห็นเป็นร่างกายเดียว ก่อนป๋ายเซียนถูกผลักให้ล้มลงบนที่นอน จมลงไปในเนื้อผ้าและความปรารถนาที่อ่อนหวาน เขาจูบลูกหมาป่าครั้งแล้วครั้งเล่า เมื่อพอใจจึงเงยหน้าขึ้น จ้องดูเขี้ยวของฮูหยินสะเทินขึ้นลงบนอกอันผ่ายผอม


          “รู้ไหม”


          จรดริมฝีปากลงกับเขี้ยวหมาป่า แนบแน่น... เนิ่นนาน เขี้ยวนี้อยู่ใกล้กับหัวใจของป๋ายเซียนยิ่งกว่าอะไร จึงเหมือน... เขาได้จูบลงที่หัวใจของอีกฝ่ายด้วย


          “พรุ่งนี้ กับแม่ของเรา” ชานเลี่ยว่าอย่างฮึกเหิม “เกอจะบอกฮูหยิน จะดูแลลูกชายของฮูหยินด้วยชีวิต... เอาหัวเป็นประกัน!


          “ป๋ายไม่รู้... จะเอาหัวของเลี่ยเกอ มาทำ... อะไร” อีกคนหนึ่งกลับตอบอย่างซื่อ ๆ “ป๋าย... ไม่อยากได้ ไม่ว่าจะเป็น... ชีวิต หรือหัว”


          ดวงตาสีอำพันวาววามด้วยความรู้สึกที่เข้มข้น


          “ป๋ายอยากมี... เลี่ยเกอ... อยู่ข้าง ๆ มากกว่า”


          ใครจะอดใจไหว! ชายหนุ่มร่างสูงโถมตัวเข้าใส่ ทั้งกอดรัด ทั้งจูบ ทั้งหอมเป็นพัลวัน เต็นท์ที่พิกลพิการจึงถล่มลง ห่มร่างกายของคนทั้งสองไว้ราวกับผ้าห่มผืนใหญ่


          และแล้ว ที่ใจกลางป่าสน ท่ามกลางหิมะที่โปรยปราย ชานเลี่ยพูดออกไป... ในสิ่งที่ควรร้องขอจากอีกฝ่ายเสียนานแล้ว


          “เป็นแฟนเกอนะ” ชายหนุ่มร่างสูงกระซิบกับกุหลาบสวรรค์ของตัวเอง “เป็นคนรักของเกอนะ... ป๋ายเซียน”

 

 



#ฟิคเมาคลี

โอ๊ยหมั่นไส้คนมีความรักโว้ย

ที่เขียนนานคือฉากสารภาพรักนี่แหละ หวานเจี๊ยบเนี่ยไม่ใช่ทางเราเลย ;_;

หวานพอไหม หวานพอยั้ง 555 ตอนนี้คุณผู่เขาดีนา ชมเขาหน่อย



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 83 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,556 ความคิดเห็น

  1. #1551 xgbatp14v6 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 22:33
    เป็นฉากสารภาพรักที่ดีที่สุดเท่าที่เราเคยอ่านมาเลยค่ะ ลึกซึ้งมากๆ T——T
    #1,551
    0
  2. #1540 heykiki (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 03:26
    น่าร๊ากมากกกกกกกกกกกกกกกก ดีมาก ๆ ฮือ ยังดีเหมือนเดิมเลย ลูกหมาป่าน่ารักที่สุดเลย ;-; เกอก็ร้ากน้องมกากกก
    #1,540
    0
  3. #1517 Vibrance (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 15:12
    กรี๊ดดดดดมันเขินนมันกรี๊ดดดด ทำดีมาก!เจ้าเลี่ยฮือออออ ครั้งนี้ดีจริงๆๆๆๆ
    #1,517
    0
  4. #1490 อะหมีบอยด์มูฟเม้น (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:58
    แงงงง น้องจะเข้าใจมั้ยคับเนี่ย หนูลูก เอ็นดู
    #1,490
    0
  5. #1473 kiku_zz (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 12:25
    เขินนน
    #1,473
    0
  6. #1466 moony+lilac (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 07:42
    โง้ยยย เบาหวานขึ้นตา ช่วยด้วย เกร๊สสสสสสสส ชักดิ้นชักงอ
    #1,466
    0
  7. #1455 Ihaveadream (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2561 / 02:11
    เบาหวานขึ้นตา น่ารั้กกก แง้
    #1,455
    0
  8. #1448 เจ้าครีม (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 14:28
    เกรสสสสส เขารักกันนน เกรสสสส คือดีอ่ะะัะ
    #1,448
    0
  9. #1409 PeUm Peum (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 มีนาคม 2561 / 16:24
    ทำดีมากเลี่ยยยยยย
    #1,409
    0
  10. #1396 ❤ Little "B" ❤ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 21:14
    กรี๊ดดดดดดด!! โรแมนติกมากอ่ะเกอสารภาพรักกลางป่า
    #1,396
    0
  11. #1378 patita4282369 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:34
    โอ้ยละมุน
    #1,378
    0
  12. #1352 DBK1802 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 17:07
    โอ๊ย เฮียโครตละมุนเลยอ่ะ ไม่มีคิดว่าเฮียจะพูดออกมาได้โรแมนติกขนาดเน้! เฮียแม่งโครตใจอ่ะ โอ๊ย ดูแลน้องดีดีนะโว่ยยย ฮื่อ น้องทั้งน่ารักน่าเอ็นดู โอ๊ย ใจนี่บอบบางเหลือเกิน
    #1,352
    0
  13. #1327 KyuMin_Pumpkin (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 กันยายน 2560 / 14:42
    เกลียดเลี่ยเกอมากอ่ะ อิบ้า!!! มาขอเป็นแฟนในสภาพเต๊นท์ล่มอ่ะ ขำแรง~ แต่อย่างน้อยเลี่ยเค้าก็บอกรักป๋ายแล้วนะจ๊ะ~ กิ้ววววว
    #1,327
    0
  14. #1311 see B (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 กันยายน 2560 / 15:18
    เกอ!!!!
    #1,311
    0
  15. #1309 Rnave12 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2560 / 23:22
    ขุ่นพระขุ่นเจ้า เขินมากก โอย ชานเลี่ยก็มีมุมโรแมนติกกับเขานะเนี่ย ทำตามที่อี้ชิงส่งจ้อความมาด้วย โอโห ไม่ธรรมดา อ๊ะอาไม่ธรรมดาาา ปล้นจูบน้องจนเต็นท์พัง โถ่ 5555555
    #1,309
    0
  16. #1280 luck_0x3_lux (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 03:02
    เต้นท์พังแล้ว 555555555555 ขอเป็นแฟนกันกลางป่ากลางเขาเลยนะ คนอ่านก็เขินไปดิ >///<
    #1,280
    0
  17. #1256 chickenkyung (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 16:19
    เลี่ยยยยยยย ทำไมเขินแบบนี้เนี่ยยย
    #1,256
    0
  18. #1235 Tongdchr (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 13:19
    กั้สสสสสส ขอน้องเป็นแฟนแล้ว ฮื่วววววววว น่ารัก เขินว้อย จุ้บไปทั่วๆ ฮือออ ป๋ายเข้าใจด้วย
    #1,235
    0
  19. #1206 Peerless__ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 เมษายน 2560 / 23:50
    เขินจังเลยยยยยย
    #1,206
    0
  20. #1196 ebabenz (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 เมษายน 2560 / 13:43
    เขินนนนนนนน
    #1,196
    0
  21. #1182 Pinkuplatong (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 23:37
    เขินเว้ยยยย นี่มันเขินมากเลยนะ คนไม่รุความแบบเลี่ย คิดคำบอกรัักน้องได้ดีขนาดนี้ได้ไง แง้ ดีๆๆๆ ไม่รุจะดียังไง ชอบ
    #1,182
    0
  22. #1160 sweetpss (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 16:42
    โง๊ยเขินโว๊ยนนเกือบดีละเกือบดีอีเต็นท์บ้า5555
    #1,160
    0
  23. #1123 จีวอนชิ':) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 18:43
    ไม่น่ามาขำตรงเต้นท์พิการเลย55555555
    #1,123
    0
  24. #1060 พิเจค (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 13:52
    หวายๆๆๆๆๆ ฮิ้วววววว
    #1,060
    0
  25. #1037 PINKLAND (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 16:12
    จ้าาาาาาาาาาาาาาาาาา
    #1,037
    0