end - (exo) crawl (to) me baby! | chanbaek

ตอนที่ 14 : ข้อความจากป่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,734
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 72 ครั้ง
    8 ม.ค. 60


? cactus







ข้อความจากป่า






          “ยังงี้... ” ป๋ายเซียนยู่ปาก “แล้ว... ยังไงนะ”


          “ไม่เอาน่า ป๋ายเซียน ฉันสายแล้วนะ” แร็ปเปอร์มือใหม่พูดด้วยเสียงอู้อี้ ปากคาบแซนด์วิชทูน่าซึ่งทำขึ้นอย่างเร่งรีบ “ส่งไทให้ฉัน เร็วเข้า”


          “แต่... แต่... ”


          ชานเลี่ยถอนหายใจ “ไม่เป็นไรหรอก” เขาบอกส่ง ๆ “ฉันมีประชุม ประชุมน่ะ... จะหมายถึงอะไรก็ช่าง เร็วเข้า”


          ดังนั้น มนุษย์เมาคลีจึงส่งไทสีเบอร์กันดี หนึ่งในสิ่งที่อดีตซีอีโอพอจะหยิบฉวยได้ทันก่อนจากซัวเถามาให้อย่างไม่เต็มใจนัก ปมไทลุ่ย เป็นรอยยับเพราะความพยายาม ผูกเน็กกะไต๊ให้เลี่ยเกอ ของอีกฝ่าย ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา


          “หิมะตก” เจ้าตัวเล็กพูดเสียงแหลม “ผ้าพัน... คอ ผ้าพันคอ”


           “รู้แล้ว รู้แล้ว” ชายหนุ่มงึมงำขณะกระโดดข้ามห้องนั่งเล่นไปยังเสาแขวนหมวก หยิบผ้าพันคอผืนที่สะอาดที่สุด และหมวกใบที่บุบบี้น้อยที่สุดมาสวม “ฉันไปล่ะ วันนี้เราจะไปที่สตูดิโอใช่ไหม”



          “อื้อ... คิดถึงเฮีย ๆ จะแย่... โอ๊ย!


          เป็นตัวปัญหาแห่งซัวเถาตามเคยที่ดีดริมฝีปากเล็กนั้น ๆ อย่างไม่สบอารมณ์ “น่าตีจริง ๆ ” ชานเลี่ยว่า “ฉันไปจริง ๆ ล่ะ ระวังตัวด้วย ที่ถนนจะต้อง... ”


          “มองซ้าย! ” เด็กชายจากป่าตอบทันทีอย่างเอาใจ “แล้วก็มองขวา”


            ดีล่ะ... ดี พูดกับป๋ายเซียนอีกไม่กี่คำ ชายหนุ่มร่างสูงก็ถลันออกจากบ้าน


          ลูกหมาป่าไม่ได้ไปพบเขาที่เสี่ยวหลงเซียสตูดิโอเวลากลางวันเป็นเวลาร่วมสัปดาห์ ความสามารถที่เพิ่งค้นพบทำให้ชานเลี่ยมีงานล้นมือ เขามักจะกลับถึงบ้านเมื่อดวงจันทร์ลอยสูงและเจ้าตัวเล็กง่วงเกินกว่าจะรออยู่ที่ห้องรับแขก จึงเป็นอาหารค่ำของมนุษย์เมาคลีต่างหากที่รอซีอีโอตกอับอยู่บนเตา ให้เขาได้อุ่นมันซึ่งเย็นชืด และกินอย่างเร่งรีบ นอนเอาแรงราวสามชั่วโฒง จากนั้นก็ตื่นขึ้นด้วยเสียงนาฬิกาปลุก อาบน้ำและทำงานด้วยแสงจากโคมไฟ ก่อนจะหุนหันออกจากบ้านเมื่อขอบฟ้ากลายเป็นสีแดง ชานเลี่ยมักจะทำอาหารเช้าอย่างลวก ๆ และทำเปี้ยนตังเองอย่างลวก ๆ ยิ่งกว่า ฐานที่เขายังตื่นอยู่และจำเป็นต้องจากไปเดี๋ยวนั้น ป๋ายเซียนจะถือไทสีเบอร์กันดีซึ่งปมที่ผูกไม่เรียบร้อยนักวิ่งทั่ก ๆ ส่งให้คนเป็นเกอจากตีนบันได หอมแก้มเร็ว ๆ ครั้งหนึ่ง และตะโกนไล่หลัง “กลับมา... เร็ว ๆ นะ... เลี่ยเกอ”


          ไม่ต้องสงสัยเลย ความเป็นมือใหม่ทำให้ชายหนุ่มร่างสูงห่างเหินจากอีกฝ่าย







กับการเป็นแร็ปเปอร์และนักแต่งเพลงนั้น ตัวปัญหาแห่งซัวเถายังต้องเรียนรู้อีกมาก เช่นเดียวกับจินสี่สหายและลู่หานที่ต่างทำงานตัวเป็นเกลียว หัวเป็นน็อตเมื่อสตูดิโอกุ้งก้ามแดงเริ่มมีชื่อเสียง บ่อยครั้งที่ห้องบันทึกเสียงตกอยู่ในความเงียบชนิดที่คงจะได้ยินเสียงของการวิวาทระหว่างพารามีเซียม (ถ้าหากจะมีพารามีเซียมในห้องนั้น) เมื่อต่างคนต่างคนต่างสนใจงานของตัว ขีดเขียนอะไรยุกยิก รับโทรศัพท์ ทึ้งเส้นผม สบถเป็นพัก ๆ และแน่นอน... ดึงหางโฮเวิร์ด ฟอน ฮินเดนบูร์ก    


“อาเลี่ย” จงต้าเอ่ยขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปหลายชั่วโมงและท้องของชายฉกรรจ์ท้องห้าร้องโครกคราก “มาทางนี้หน่อย”


ซีอีโอตกอับย่นจมูก ก้าวเร็ว ๆ ข้ามกองถ้วยกาแฟกระดาษสูงหนึ่งฟุตและขวดเครื่องดื่มชูกำลังของจงเหรินซึ่งนั่งคอพับคออ่อนอยู่ เจ้านักร้องส่งกระดาษเขียนเพลงให้ เสยผมซึ่งมันย่อง และขอคำปรึกษาเกี่ยวกับความรู้สึกของเพลง คางของอีกฝ่ายเป็นสีเขียว เช่นเดียวกับคางของชานเลี่ยและใครต่อใครในห้องนั้น เป็นอีกครั้งที่ชายหนุ่มร่างสูงถอนหายใจ อา... ชายทุกคนในสตูดิโอแห่งนี้ต่างต้องการใครสักคน


“อาเลี่ย อย่าใจลอย”


“อ้อ... รู้แล้ว”


ปกเสื้อของจงต้ายับย่น และริมฝีปากก็มีรอยแตก ใครสักคนที่จะตระเตรียมเสื้อผ้า อาหาร และกำลังใจไว้คอยท่าเมื่อกลับถึงบ้าน โกนหนวดให้เมื่อละเลยตัวเอง หรือทาปิโตรเลียมเจลที่ริมฝีปากให้ในฤดูหนาว เขาโชคดีกว่าใคร ชานเลี่ยมีป๋ายเซียน เด็กชายจากป่าซึ่งชายหนุ่มเคยถือว่าเป็นโชคร้ายของตัวเอง


ป๋ายเซียนเติบโตและพึ่งพาได้ยิ่งขึ้นละน้อยผ่านความพยายามในการดูแลเขา เช่นเดียวกับตัวปัญหาแห่งซัวเถาที่เป็นโล้เป็นพายยิ่งขึ้นผ่านความพยายามในการปกป้องอีกฝ่าย นึก ๆ ดูแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ คอยดูเถอะ เมื่อลูกหมาป่ามาที่นี่ เขาจะ...


“หิวจะตายแล้ว” หมินซั่วคำราม “กี่โมงกี่ยามแล้ว อาเหมียน”


“จวนจะบ่าย”


“อะไรนะ! จวนจะบ่าย! ” จงเหรินสะดุ้งตื่น “มิน่า แสบไส้ยังกับอะไร”


“กองทัพต้องเดินด้วยท้องนะพวกเรา” พี่ใหญ่ชักชวน “ออกไปข้างนอกกันเถอะ”


แต่ชานเลี่ยส่ายหน้า “ไปกันเถอะ ฉันจะรอป๋ายเซียนอยู่ที่นี่”


“อ้อ วันนี้ป๋ายเซียนจะมาที่นี่” จุนเหมียนพยักหน้าหงึกหงัก แต่แล้วก็ขมวดคิ้ว “แต่ว่า... อาเลี่ย จวนจะบ่ายแล้วนา ป๋ายเซียนตรงเวลา มักจะมาที่นี่เวลาห้าโมงเช้า สองชั่วโมงเข้าไปแล้ว น้องอยู่ที่ไหน”


“ผูกไทล่ะมั้ง” เขายังพูดกลั้วหัวเราะ


ดังนั้น แม้จะหิวโหยเช่นเดียวกับคนอื่น ๆ ชานเลี่ยก็ยังเลือกจะขดตัวอยู่ที่มุมห้อง ดื่มน้ำมาก ๆ และรอคอยเด็กชายจากป่าซึ่งอาจพีถีพิถันทำอะไรสักอย่างเพื่อรอยยิ้มของเขา


          แต่จนแล้วจนรอด ป๋ายเซียนกลับไม่ปรากฏตัว ชายหนุ่มร่างสูงย่องไปที่ด้านหลังห้องทำงานของลู่หาน ลักลอบชงโกโก้สำเร็จรูปซองหนึ่งเพื่อลดทอนเสียงประท้วงของกระเพาะอาหาร กระทั่งหนึ่งชั่วโมงให้หลังก็ยังไม่มีวี่แววของมนุษย์เมาคลี


          “กลับมาแล้ว อาเลี่ย” จุนเหมียนทักเมื่อจินสี่สหายกลับมาถึง “อ้าว แล้วป๋ายเซียนล่ะ กลับไปแล้วหรือไง”


          ซีอีโอตกอับไม่ตอบ ก็เขาไม่มีคำตอบจะให้ รุ่นพี่นักแต่งเพลงเห็นอย่างนั้นก็ขมวดคิ้ว ชะแง้มองด้านหลังของตัวปัญหาแห่งซัวเถา “ไม่มีเปี้ยนตัง” จุนเหมียนพึมพำ “ป๋ายเซียนไม่ได้มาที่นี่”


          “ยังไม่มาน่ะ”


          “อ้าว ไม่ได้สั่งน้องไว้หรือไง” หมินซั่วผสมโรงถาม


          “เปล่านะ เมื่อเช้ายังถาม ๆ ไถ่ ๆ ไอ้ตัวเล็กบอกว่าจะมา”


          “เมื่อกี้นี้น่ากลัวเนอะ พี่ซั่ว” จงต้าที่เพิ่งจะถอดเสื้อคลุมออกพูดอย่างตื่น ๆ “เลือด... เลือดทั้งน้าน แดงฉานเชียว”


          “เป็นธรรมดา เขาว่าชนแรงด้วยสิ”


          “เกิดอะไรขึ้น” ชานเลี่ยซึ่งจับต้นชนปลายไม่ถูกดื่มโกโก้อึกสุดท้ายก่อนจะวางถ้วยลง “เลือดอะไร”


          “อุบัติเหตุน่ะ” จงเหรินตอบ “ไม่ไกลจากที่นี่ คนมะรุมมะตุ้ม มืดฟ้ามัวดิน นึกว่ามีเมียงู เยี่ยมหน้าเข้าไปดู... โธ่ มีแต่เลือดกับเลือด”


          “ตายหรือเปล่า”


          “ไฮ้! อาเลี่ย เรื่องเป็นเรื่องตาย ใครเขาพูดส่ง ๆ ”


          “โธ่... พี่เหมียน” อดีตซีอีโอกลอกตา “ก็เรื่องธรรมดาเหมือนกันแหละ”


          “อาเลี่ย จะกลับไปที่บ้านหน่อยก็ได้นา” จงต้าเสนอ “ป๋ายเซียนหายหน้าไป ทั้งที่บอกว่าจะมา อย่างนี้ผิดสังเกต”


          หมินซั่วพยักหน้าหงึกหงัก “ฉันเห็นด้วยกับอาต้า”


          แต่ตัวปัญหาแห่งซัวเถากลับโบกมือ “ไม่มีอะไรหรอก ป๋ายเซียนลืมน่ะ ฉันดื่มโกโก้แล้ว ค่อยสบายท้องหน่อย วันนี้จะกลับให้เร็วขึ้น แล้วถามให้รู้ดำรู้แดง”


ลงผู้อุปการะพูดอย่างนั้นก็ไม่มีใครติดใจสงสัยต่อไป แม้ชายหนุ่มร่างสูงจะยังประหลาดใจอยู่บ้าง ป๋ายเซียนไม่เคยลืม... โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลืมเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับเขา เจ้าตัวเล็กทำอะไรอยู่นะ บ้านที่ถนนจงหยางเป็นอย่างไร ไฟไหม้ หรือว่า... ถูกงัด อย่างนั้นชานเลี่ยก็ต้องรู้แล้วซี่ ถนนเส้นที่ว่าพลุกพล่านน้อยเมื่อไหร่ ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์มีจำนวนมากพอ ๆ กับผู้ร้ายนั่นแหละ


คนทั้งห้ายังทำงานล่วงเวลาโดยไม่ปริปากบ่นต่อไปกว่าครึ่งชั่วโมงก่อนเสียงเคาะประตูดังขึ้น เจ้านักร้องถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายขณะลู่หานพรวดพราดเข้ามา


          “ไม่ ไม่ใช่เรื่องงาน” นายคนปัจจุบันของเขาพูดกระท่อนกระแท่น “อาเลี่ย... อยู่ที่ไหน”


          “อยู่นี่ครับ” ชานเลี่ยชูมือขึ้น “มีอะไรหรือเปล่า... นาย”


          “ใครก็ไม่รู้โทรศัพท์มา” ผู้ก่อตั้งสตูดิโอกุ้งก้ามแดงหอบหายใจ “บอกว่า เด็กผู้ชายที่มักจะมาที่นี่เพิ่งจะถูกรถชน ฉันนึกไม่ออกจริง ๆ ว่าจะเป็นใคร นอกจาก... นอกจากป๋ายเซียน เพิ่งจะโทรศัพท์บอกอี้ชิงเมื่อกี้ และ... อาเลี่ย! อาเลี่ย!


           ใครต่อใครตะโกนไล่หลัง เพราะเขาถลันออกจากสตูดิโอทั้งใบหน้าซีดเผือด ถึงตอนนั้น ไม่มีอะไรสำคัญต่อผู่คนลูกมากไปกว่าคำบอกเล่าที่ทำให้หัวใจของเขาหยุดเต้น


          อึดใจเดียวเท่านั้น ชายหนุ่มร่างสูงก็ไปถึงจุดเกิดเหตุ หิมะที่ปกคลุมบริเวณนั้นสกปรกอย่างยิ่ง เป็นสีน้ำตาลอันเกิดจากโคลนซึ่งกระเซ็นเป็นแนวยาวตามแนวล้อรถ และเป็นสีแดงสลับกับสีชมพูเข้มด้วยเลือดซึ่งยังใหม่ ส่งกลิ่นคาวฉุนเฉียว


          “คุณ ออกไปจากที่เกิดเหตุ” ตำรวจนายหนึ่งว่า “ออกไป... ”


          แต่ชานเลี่ยไม่ได้ยิน และแทนที่จะปฏิบัติตาม เขากลับหันไปหาอีกฝ่าย และถามอย่างหมดอาลัยตายอยากว่า “เป็นป๋ายเซียนใช่ไหม”


          “หือ... ”


          “เป็นป๋ายเซียนใช่ไหมที่ถูกรถชน” เสียงของเขาแผ่วเบา เช่นเดียวกับชีพจร “เด็กผู้ชาย สูงเท่านี้ ผมสีอ่อน และ... และยิ้ม และช่างยิ้มที่สุด”


          “ถ้าคุณหมายถึงมนุษย์เมาคลีแห่งเฮย์หลงเจียงล่ะก็ ใช่” หนึ่งในฝูงชนตอบแทน “เขาเพิ่งจะถูกรถชน เมื่อราวครึ่งชั่วโมงก่อน ผมเห็นเหตุการณ์ ท่าทางเขารีบร้อน และยังถูกใครต่อใครขอถ่ายรูป เพราะอะไรบางอย่าง เด็กคนนั้นออกวิ่ง แล้วก็... อย่างที่เห็น”


“เอาเป็นว่าฉันจะเลือกเอง ใครถ่ายรูปกะเราได้ ใครถ่ายรูปกะเราไม่ได้ ถ้าเราอยู่คนเดียวล่ะก็... วิ่งนะ วิ่งจู๊ดเลย เข้าใจหรือเปล่า”


แต่ว่า... แต่ว่า... โลกคล้ายจะหยุดหมุน แตกกระจายเป็นเสี่ยง เป็นไปไม่ได้


“คุณโกหก”


“อะไรนะ”


“คุณโกหก! ชานเลี่ยกรีดร้อง เสียงนั้นแหบแห้ง พอ ๆ กับหัวใจที่แตกสลาย


ปาหี่แท้ ๆ เขาคิด ร่างกายนั้นเล็กกระจิดเดียว ไม่มีทางจุเลือดเท่านี้ได้ ไม่มีทาง...


            ชายหนุ่มแผดเสียง ไม่ใช่เลือดของป๋ายเซียนไม่ใช่เลือดของเขา ไม่จริง!


          ซีอีโอตกอับกระโจนเข้าโรมรันกับชายคนนั้นและเจ้าหน้าที่ตำรวจ เขาตะโกน กระทืบเท้า เขย่ากำปั้นใส่ฝูงชน ใบหน้านั้นเปียกชื้นด้วยหิมะและน้ำตา อาการปวดแปลบปะทุในอก ราวกับถูกแทงอย่างไม่ปรานีปราศรัย ชานเลี่ยอ่อนแอเกินกว่าจะออกตามหาลูกหมาป่าเดี๋ยวนั้น อ่อนแรงเกินกว่าจะคิดอ่าน หรือตัดสินใจทำอะไรต่อไป


          ที่สำคัญ เขากลัว... เกินกว่าจะยอมรับว่าถ้อยคำของตัวเองอาจเป็นที่มาแห่งโศกนาฏกรรม


          เพื่อนคู่ทุกข์คู่ยากเดินทางมาถึงหลังจากนั้นไม่นาน ชานเลี่ยรู้แต่ว่าอี้ชิงกอดเขา ปลอบโยนและบอกว่ามนุษย์เมาคลีปลอดภัย อย่างน้อยก็ยังปลอดภัย เด็กชายจากป่าอยู่ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ไม่ไกลจากบ้านของเขานัก และซื่อชุนก็กำลังรุดไปที่นั่น


          “ฉันไม่กล้าสู้หน้าเขาหรอก ไม่กล้าสู้หน้าไอ้หมอหรอก” ตัวปัญหาแห่งซัวเถาคร่ำครวญกับไหล่ของเพื่อนสนิท “ฉันมันโหลยโท่ย ฉันเป็น... เป็นสาเหตุให้... ”


          “สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอุบัติเหตุ! ไม่ใช่ความผิดของแก เลี่ย... ใจเย็น ๆ ”


          “ไม่จริง เป็นฉันเอง... ฉันเองที่... ”


          “ไม่! ต่อให้คนทั้งโลกบอกว่าเป็นความผิดของแก ฉันก็จะบอกว่าไม่ใช่” ฮาร์บิเนี่ยนชกที่คางของเขาเบา ๆ “เอาล่ะ เราจะไปที่โรงพยาบาล จะไปเดี๋ยวนี้ เลี่ย ป๋ายเซียนยังปลอดภัย ได้ยินไหม น้องยังปลอดภัย”


          ทุกสิ่งบอกเขา ท้องฟ้าที่หม่นหมองบอกเขา หิมะที่ไม่ได้สวยงามอีกต่อไปบอกเขา น้ำตาบอกเขา ความเจ็บปวดที่ไม่รู้จัก ความทรมานที่ราวจะหลอมละลายร่างกาย ทำให้ชานเลี่ยดิ้นเร่าบนพื้นถนนบอกเขา อี้ชิงบอกเขา บอกอย่างที่ในที่สุด ชายหนุ่มร่างสูงเป็นฝ่ายกระซิบบอกบ้าง บอกอย่างยากเย็น บอกด้วยเสียงพร่า สั่นเครือคล้ายจะขาดใจ


          “ฉันรักป๋ายเซียน ชิง... ” เขาสารภาพ “ฉันรักป๋ายเซียน รักเขา... รักเหลือเกิน”





          มีแต่เสียงลมหายใจในรถยนต์ของอี้ชิง ซึ่งปาดซ้ายป่ายขวาอย่างที่คงจะผิดกฎจราจรสักโหลข้อ ฮาร์บิเนี่ยนไม่พูดอะไร เช่นเดียวกับชานเลี่ยที่ไม่ปริปาก หิมะโปรยปรายลงมาอีก ทว่าฝ่ามือของอดีตซีอีโอเปียกชื้น


          “ป๋ายเซียนจะ... ”


          “ไม่” อี้ชิงตัดบท “น้องจะไม่เป็นอะไร ไม่เป็นอะไรทั้งนั้น”


          “รู้ได้ยังไง”


          “เหยียนโหลวหวางไม่ตั้งอยู่ในธรรม ริจะยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว” เพื่อนคู่ทุกข์หมายถึงพญามัจจุราช “เสียเด็กคนนั้น ฉันจะเสียแกไปด้วย ไม่ยอมหรอกโว้ย”


          คนทั้งสองถึงที่หมายในไม่กี่นาที เป็นไม่กี่นาทีที่ยาวนานราวจะไร้จุดสิ้นสุด ตัวปัญหาแห่งซัวเถาลงจากรถยนต์ที่ประตูโรงพยาบาล อี้ชิงร้องว่า “ใจเย็น ๆ ซีวะ! ” ก่อนหยุดรถอย่างกะทันหัน รูปร่างของชานเลี่ยเล็กลงทุกทีท่ามกลางเสียงแตรและเสียงตะโกนอย่างไม่พอใจ


          “รู้ว่ารัก ว่าเป็นห่วง แต่ให้ตายซีโว้ย จะต้องถูกรถชนอีกคนหนึ่งหรือไง”


          ฮาร์บิเนี่ยนพึมพำขณะหันไปแสดงอาการขอโทษขอโพยผู้ใช้ถนนที่กำลังสบถสาบานเพราะความมุทะลุของเพื่อนสนิทซึ่งตรงดิ่งไปยังแผนกฉุกเฉิน อย่างน้อยก็รู้จักแผนกฉุกเฉิน... อี้ชิงถอนหายใจ ที่เหลือก็แค่...


          “หมออู๋!


          ไม่ไกลจากแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาล ที่กำลังตรงดิ่งไปเช่นเดียวกับซีอีโอตกอับคือซื่อชุน แม้จากที่ไกลๆ  ก็ยังเห็นได้ชัดว่าใบหน้านั้นเป็นสีแดง หมออู๋ชะงักวินาทีหนึ่งเมื่อชานเลี่ยกระหืดกระหอบผ่านไปโดยไม่ทันสังเกต จากนั้นก็กำหมัด ตามไปอย่างรวดเร็ว โทสะของซื่อชุน แม้มองไม่เห็นอะไรนอกจากแผ่นหลังไว ๆ ก็เป็นที่สัมผัสได้... มีดผ่าตัดสักเล่ม เข็มฉีดยาสักอัน หากมีอยู่ในกระเป๋าเสื้อคลุม หมอประจำตัวของป๋ายเซียนคงไม่ลังเลจะใช้เป็นเครื่องมือสังหาร


          “อย่านะหมอ... ”


          ฮาร์บิเนี่ยนเร่งความเร็วรถยนต์ พาตัวเองไปยังลานจอดรถของโรงพยาบาลอย่างไม่คิดชีวิต

 






          “เข้าไปไม่ได้นะคะ!


          รู้ทั้งรู้ว่าจะเป็นอย่างนี้ ถูกปรามและผลักไสคล้ายฉากหนึ่งในละคร เตี่ยจะพึมพำว่า “อย่างนี้อีกแล้ว” ม้าจะตอบว่า “ละครก็อย่างนี้” ขณะชานเลี่ยจดจ่อกับเครื่องเล่นเพลย์สเตชัน ละครก็อย่างนี้ ใช่... ชีวิตก็อย่างนี้


            “ผมเป็นผู้รับอุปการะเปี้ยนป๋ายเซียน”


          “ทราบค่ะ คุณผู่ชานเลี่ยใช่ไหมคะ” พยาบาลพยักหน้า “แต่เกรงว่าคุณต้องรอด้านนอก เข้าไปไม่ได้ค่ะ”


          “แต่ผมเป็น... ”


          “ไม่ว่าใครก็ไม่ได้ค่ะ”


          “คุณต้องการเท่าไหร่ โรงพยาบาลต้องการเท่าไหร่” พูดออกไปแล้วก็ให้รู้สึกผิด เขากลับเป็นคนเดิมอีกแล้วหรือ ผู่ชานเลี่ยที่มือเติบตีนเติบ เห็นว่าเงินคือทุกสิ่ง แต่ความร้อนรนมีชัยเหนือความรู้สึกนั้น ความห่วงหาก็เช่นกัน “ผมต้องเข้าไป และต้องเข้าไปเดี๋ยวนี้ ป๋ายเซียนต้องรู้ว่าผมต้องการเขา เด็กคนนั้นต้องรู้ว่าเขาจะไปไหนไม่ได้... ไม่ได้เป็นอันขาด”


          “ไม่ได้ค่ะ... ไม่ได้นะคะ คุณผู่! ช่วยที!


          บุรุษพยาบาลกลุ่มหนึ่งขวางทางเขา พยักหน้าให้อย่างเห็นใจ และขอร้องด้วยสายตา ขอให้ชายหนุ่มร่างสูงก้าวถอยหลัง แต่ตัวปัญหาแห่งซัวเถา ซึ่งตอนนี้ดูเหมือนจะเป็นตัวปัญหาแห่งเฮย์หลงเจียงด้วยไม่สนใจ กระทั่งถูกกระชากข้อศอก ชานเลี่ยหงายหลัง ทรงตัวอยู่อึดใจหนึ่ง ก่อนจะล้มลงเมื่อหมัดลุ่น ๆ กระแทกกับเบ้าตา


          “ไม่ได้เรื่อง!


          ซื่อชุนคุกเข่า กระชากปกเสื้อของเขาขึ้นด้วยมือทั้งสอง ใบหน้าที่มักจะประดับด้วยรอยยิ้มนั้นถมึงทึง เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ทั้งยังเต้นเป็นจังหวะเดียวกับหัวใจ ความถี่อย่างยิ่งยวดบอกความกราดเกรี้ยวอย่างถึงขนาด “คุณคะ อย่า! ” ได้ยินเสียงกรีดร้อง บริเวณด้านข้างคลาคล่ำด้วยกำแพงมนุษย์ผู้ใคร่รู้ ชานเลี่ยถ่มน้ำลายปนเลือด ตอกกลับ “ไอ้หมอ คือว่า... ”


          “อย่าแก้ตัว! ” 


          “ไม่ได้จะแก้ตัว!


          อีกฝ่ายประเคนกำปั้นที่กกหู อดีตซีอีโอไม่แม้จะป้องกันตัว นอกจากลุกยืนขึ้น สบตาหมออู๋อย่างแน่วแน่ ไม่มีถ้อยคำผรุสวาท ไม่มีรอยยิ้มยียวน ชานเลี่ยเม้มริมฝีปากเป็นเส้นตรง “ชกสิ” เขากระซิบ “ชกเลย จนกว่าจะพอใจ”


          “คุณไม่... สำนึกผิดเลยสักนิด”


          “ไม่มีเวลาสำนึกผิด” ตัวปัญหาแห่งซัวเถาตอบ “เพราะผมกำลังเสียใจ เสียใจเกินกว่าจะเจียดเวลาแห่งความเสียใจไปใช้กับความรู้สึกอื่น”


          “ให้ตาย... ให้ตายซีวะ!


          “ผมรู้... หมอ”


          “รู้อะไร” ซื่อชุนกระชากเสียง “รู้อะไรบ้าง ผมเกลียด... เกลียดที่พยายามไว้ใจคุณ เกลียดที่บอกตัวเองว่าไม่เป็นอะไร ที่สำคัญ ผมเกลียดที่ป๋ายเซียนไว้ใจคุณ เกลียดที่เด็กคนนั้นไม่ไปจากคุณ เพียงเพราะคุณคือคนแรกที่รับอุปการะแก เกลียดความจริงข้อนั้น เกลียดที่เขาบริสุทธิ์เกินกว่าจะเข้าใจเรื่องตลกร้ายทั้งหมดในโลก”


            “ผมขอโทษ!


            “เลี่ย!


          อี้ชิงตะโกนไล่หลัง แต่เขาไม่สนใจ “ผมขอโทษ” ชานเลี่ยบอกอย่างตรงไปตรงมา “ผมผิดเอง ผมควรสอนให้เขารู้จักข้ามถนน ไม่ใช่บอกส่ง ๆ ครั้งเดียวอย่างนี้ ผมควรสอนให้เขารู้จักรับมือชื่อเสียงของตัวเอง มากกว่าปฏิเสธไม่ให้ถ่ายรูปหรือวิ่งหนี ผมควรแบ่งเวลาให้เป็นสัดส่วน เพื่อใช้เวลากับเขาให้เต็มที่ หรือไม่... ผมเองควรกลับไปที่บ้านในเวลากลางวัน ป๋ายเซียนทั้งทำและส่งอาหาร ผมขอจากเขามากเกินไป ทั้งหมดเป็นความผิดของผู่ชานเลี่ย ผมรู้ว่า... ” ได้ยินเสียงฮาร์บิเนี่ยนสูดลมหายใจเข้าทางปาก “รู้ว่าน้อยเกินไปสำหรับคุณ ผมควรทำอย่างนี้ต่างหาก ทำอย่างนี้ตั้งแต่เมื่อบังคับให้ป๋ายเซียนเปลี่ยนสีผม เพียงแต่ตอนนั้นผมเป็นผู่ชานเลี่ยที่โง่เง่าและหาดีไม่ได้เลย”


          ไม่คิดว่าวันหนึ่งจะพูดอย่างนี้ และไม่คิดว่าวันหนึ่งจะทำอย่างนี้ ไม่ว่าใครก็คงไม่อาจจินตนาการ อดีตซีอีโอคุกเข่าลง สบตาซื่อชุนอีกอึดใจหนึ่ง แล้วแตะหน้าผากลงกับพื้น ฮาร์บิเนี่ยนถลันเข้าใกล้ พยุงเขา กระซิบเบา ๆ ขอร้องให้เงยหน้าขึ้น ก่อนบอกกับอีกฝ่ายด้วยเสียงกร้าว อย่างที่คุณจางไม่เคยใช้กับหมอประจำตัวของป๋ายเซียน


          “ทั้งหมดเป็นอุบัติเหตุ” เพื่อนคู่ทุกข์ของเขาว่า “หมอ... ผมจะพูดอีกครั้ง ไม่ใช่ความผิดของเขา และขอประกันคำพูดนี้ ด้วยศักดิ์ศรีทั้งหมดของจางอี้ชิง”


          ชั่วขณะหนึ่ง ชานเลี่ยสงสัย ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้อย่างไรในเวลาอันสั้น เขาเปลี่ยนไปแล้ว โดยไม่รู้ตัวเลย ตัวปัญหาแห่งซัวเถาที่ไม่เป็นโล้เป็นพาย กลับกล่าวคำขอโทษอย่างจริงใจ ฮาร์บิเนี่ยนที่แต่เดิมไม่ได้ดีเด่กว่ากันเท่าไหร่ กลับพูดจาใหญ่โตได้อย่างน่าฟัง กระทั่งซื่อชุนที่ใจเย็นก็กลับเกรี้ยวกราดได้อย่างเหลือเชื่อ


          ภาระงานที่เสี่ยวหลงเซียสตูดิโอทำให้เขามีความสุข เขาจึงขวนขวายทำงาน


          อี้ชิงที่เติบโตในแวดวงธุรกิจโดดเดี่ยวเช่นเดียวกับเขา จึงปฏิบัติต่อเพื่อนหนึ่งเดียวอย่างดี


          ซื่อชุนศรัทธาในวิชาชีพแพทย์ จึงเป็นเจ้าของไข้ที่ทุ่มเท


          “ฉันรักป๋ายเซียน รักเขา... รักเหลือเกิน”


            ความรักอย่างนั้นหรือ พลังที่ยากจะต่อกร อาจใช่... ไม่ว่าจะเป็นความรักต่ออะไรก็ตาม แต่ความรักเกิดขึ้นได้ด้วยอะไรกัน เรารักสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขหรือเปล่า ชานเลี่ยรู้ว่าไม่ใช่ เพราะแม้เมื่อเขาเจ็บปวดอย่างนี้ ความรู้สึกที่มีต่อป๋ายเซียนกลับไม่เปลี่ยนแปลง


          หาคำตอบต่อไป... อดีตซีอีโอบอกตัวเองขณะหลับตาลง กระบอกตาข้างที่ถูกชกให้ความรู้สึกราวกับแก้วที่แตกร้าว จะต้องหาคำตอบกันต่อไป...

 






            เสียงนั้นสดใสราวกับระฆัง ซึ่งแม้เสียงพิณของฉั่งหง่วงส่วยหรือเทพเจ้าแห่งดนตรีก็ไม่ไพเราะเท่า “เลี่ยเกอ! ” เสียงเล็ก ๆ ร้องขึ้น “ป๋ายอยู่นี่”


          “คุณผู่ ระวังหน่อย เปี้ยนป๋ายเซียนยังบอบช้ำมาก”


          พยาบาลคนเดิมเพิ่มเติมคือระอาคนทั้งสามอย่างถึงที่สุดบอกอย่างไม่ใส่ใจนัก ขณะซีอีโอตกอับก้าวฉับ ๆ ตรงไปยังเตียงหนึ่ง และกอดรัดเด็กชายจากป่าคล้ายกลัวว่าอีกคนหนึ่งจะเลื่อนไหลหายไปจากอ้อมแขนหากมีช่องว่าง


          “น้อย ๆ หน่อย ห้องพักฟื้นรวมนะนี่” อี้ชิงพูดกลั้วหัวเราะ


          “ไม่เป็นอะไรใช่ไหมป๋ายเซียน” หมออู๋ซึ่งหยุดอยู่ที่ปลายเตียงถามอย่างไม่สบายใจ “กลัวหรือเปล่า”


          “ไม่เล้ย!


          “จากกล้องวงจรปิด เขามีประสาทสัมผัสและปฏิกิริยาโต้ตอบที่รวดเร็ว” พยาบาลเล่า “เมื่อรถยนต์ใกล้เข้ามา เด็กคนนี้... เอ้อ... กระโจนหลบไปอีกทางหนึ่ง ท่าทางเหมือนแมวหรือจิ้งจอก ยังไงยังงั้นเลยล่ะค่ะ”


          “อย่างนั้นก็ไม่บาดเจ็บซี่”


          “เปล่าค่ะ คุณผู่ เขาบาดเจ็บ แต่ไม่รุนแรงถึงแก่ชีวิต” เธอส่ายหน้า “มีแผลแตกที่ศีรษะ ค่อนข้างยาวและลึก กระดูกนิ้วก้อยซ้ายแตกละเอียด มือขวาซ้นเล็กน้อย แม้อวัยวะภายในจะไม่เสียหาย แต่เปี้ยนป๋ายเซียนถูกกระแทกที่อก จำเป็นต้องพักฟื้นในโรงพยาบาลระยะหนึ่ง เลือดที่ในเกิดเหตุมาจากแผลบนศีรษะ รอยถลอก และที่สำลักออกมาเมื่อได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้น”


          “ปฐมพยาบาลเบื้องต้น... ”


          “เจ้าของรถยนต์ปั๊มหัวใจให้เขา เป็นอุบัติเหตุอย่างไม่มีข้อโต้แย้งเลย เด็กคนนี้วิ่งออกมาที่ถนน ก่อนที่ไฟสำหรับข้ามถนนจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวไม่กี่วินาที เจ้าของรถยนต์หยุดรถไม่ทันค่ะ”


          “อย่างนี้นี่เอง” อี้ชิงพยักหน้าหงึกหงัก “เด็กคนนี้จะต้องพักฟื้นที่ห้องนี้หรือเปล่าครับ”


          เป็นชานเลี่ยต่างหากที่ตอบ “ไม่มีทาง” ตัวปัญหาแห่งซัวเถายืดหลังขึ้น ท่าทางอหังการ์ “ฉันจะให้เขาพักฟื้นในห้องพิเศษ”


          “แต่คุณผู่... ค่าใช้จ่าย”


          “ฉันจะทำงานให้หนักขึ้น” อดีตซีอีโอพยักหน้า “จะทำงานให้หนักขึ้นเป็นสองเท่า จะหาทางจนได้ ไม่ใช่ป๋ายเซียนที่ร่ำร้องจะอยู่กับฉัน คราวนี้... เป็นฉันเองที่ยืนยันจะอยู่กับเขา และจะใช้เวลาอยู่กับเขาให้มากที่สุด ไม่ปล่อยให้ใครที่ไหน... ดอดมาขโมยมนุษย์เมาคลีแห่งเฮย์หลงเจียงไปได้”


          “ถ้าคุณหมายถึงผมล่ะก็... ”


          “เอาน่า อย่ามีปากเสียงกันอีกเลย” ฮาร์บิเนี่ยนบอกอย่างเหนื่อยหน่าย “หมอ... ได้ยินแล้วใช่ไหม เป็นอุบัติเหตุ ไม่ใช่ความผิดของเลี่ย เลี่ย... เมื่อพูดออกไปแล้ว คำพูดเป็นนายเรา รู้ใช่ไหม”


          “แกรู้ว่าฉันรู้”


          ซื่อชุนมองเขาอย่างพิจารณาครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าอย่างเคร่งขรึมให้พยาบาล “เจ้าของไข้ของเขาอยู่ในห้องผ่าตัดใช่ไหม ได้ยินว่ามีคนไข้ฉุกเฉิน” เมื่อเธอตอบรับ หมออู๋ก็พูดต่อ “เราจะรอจนกว่าเขาจะมา ระหว่างนี้ ขอให้คุณประสานงานห้องพิเศษ ไม่ต้องเป็นห่วง ผมเป็นหมอ เข้าใจสถานการณ์ดี ขอบคุณครับ”


          คล้อยหลังบุคคลที่สี่ ยังไม่ทันที่พยาบาลจะไปจากห้องพักฟื้นรวมนั้น อย่างที่คาด... หมอประจำตัวของป๋ายเซียนหันกลับมาแฮ่ใส่เขาทันที “ผมจะรู้ได้ยังไงว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์อย่างนี้อีก”


          “จะไม่มีครั้งที่สาม”


          “คำพูดของคุณไม่มีน้ำหนัก ผมรู้... ทั้งหมดเป็นอุบัติเหตุ แต่... ” หมออู๋ถอนหายใจ “ก็ยังไม่สบายใจอยู่ดี”


          “เอาอย่างนี้ หมอ” เพื่อนคู่ทุกข์แบ่งรับแบ่งสู้ “ให้ผู้ช่วยของหมอ นักศึกษาในความดูแลของหมอ ใครก็ได้ อยู่กับป๋ายเซียนด้วย ดีไหม เด็กคนนี้ไม่ไปจากเขาหรอก หมอก็รู้ อย่างนี้สมประโยชน์สองฝ่าย หมอมีหูมีตาของหมอ ไอ้เลี่ยได้... เอ้อ...ทำอะไรอย่างใจอยาก


          ถูกเสียดสีอย่างจัง! ชานเลี่ยฮึดฮัด แต่จะทำอะไรได้... ไม่เลือกเพื่อน ไม่โดดเดี่ยว ไม่เลือกงาน ไม่ยากจน!


          “เป็นความคิดที่ดี คุณจางฉลาดเสียจนผมชักจะเชื่อจริง ๆ แล้วว่า ที่คุณผู่เป็นอย่างนี้เพราะสละสมองส่วนหนึ่งที่มีให้คุณ”        


 “ไอ้หมอ!


          “เลี่ยเกอ... ” ลูกหมาป่าที่ก้มหน้างุด ทำอะไรหยุกหยิกไม่บอกใครอยู่พักใหญ่เงยหน้าขึ้นในที่สุด “นี่แน่ะ ของเลี่ยเกอ ป๋ายทำได้... แหล่ว... แล้วนะ”


          ห้องพักฟื้นรวมเงียบสนิท ไม่กี่วินาที ชานเลี่ยที่สั่นเทิ้มจากปลายเส้นผมถึงปลายเท้าระเบิดเสียงร้องไห้ราวกับเด็กเล็ก ๆ แม้ไม่มีน้ำตา


          “ไอ้เด็กบ้า! เด็กบ้า! ฉันจะตีให้ซี่โครงหักเลย!


          เพราะที่อยู่ในมือนั้นคือไทสีเบอร์กันดี สีเดียวกับไทลุ่ย ๆ ของเขา ผูกอย่างเรียบร้อย เป็นปมอันประณีตอย่างที่มักปรากฏบนป้ายโฆษณา มนุษย์เมาคลีทำได้แล้วจริง ๆ


          “ป๋ายพอจะมี... เงิน” เด็กชายจากป่าอธิบาย “ที่เหลือจากซื้ออาหาร... กับเลี่ยเกอ วันนี้มากพอจะซื้อเน็กกะไต๊ ก็เลย... ซื้อ ผูกอยู่นาน เสีย... เวลา ป๋ายถามเวลาจากคนที่... ขอถ่ายรูป รู้แล้วก็ตกใจ วิ่งจู๊ดออกไป”


          เพราะอย่างนี้เองจึงเกิดอุบัติเหตุขึ้น อาจไม่ได้เป็นเพราะชานเลี่ย แต่เหตุผลนั้นเกี่ยวข้องกับเขา


            “ก็ป๋ายรักเลี่ยเกอ” เจ้าตัวเคยบอกคนเป็นเกออย่างนั้น


            เพราะความรู้สึกของเขากับป๋ายเซียน เป็นความรู้สึกเดียวกันหรือเปล่านะ


          “คุณผู่ หยุดนะ!


          ซื่อชุนร้องเสียงหลงเมื่อซีอีโอตกอับกอดรัดลูกหมาป่าอีก ทั้งยังหอมอย่างไม่เกรงใจใคร หน้าผากหนึ่งจุ๊บ ตะหมูกหนึ่งจุ๊บ คางหนึ่งจุ๊บ อย่างที่เด็กชายมักร้องขอ ก่อนจะกลายเป็นหน้าผากห้าจุ๊บ ตะหมูกห้าจุ๊บ คางห้าจุ๊บอย่างรวดเร็ว หน็อยแน่... ไปเสียซี่ จะได้จุ๊บในที่ที่มีแต่เขาเท่านั้นทำได้


          “ห้องพิเศษ... เมื่อไหร่จะเรียบร้อยน้อ... ”


          และนั่นคืออี้ชิง เพื่อนที่รู้จักเขา และรู้ใจชานเลี่ยเสียยิ่งกว่าอะไร

 






          เพราะป๋ายเซียนยังบอบช้ำ ตัวปัญหาแห่งซัวเถาจึงไม่อาจทำอะไรอย่างใจได้เต็มที่ ลู่หานแสดงความเมตตาด้วยการอนุญาตให้ชานเลี่ยทำงานนอกสถานที่ ดังนั้นชายหนุ่มร่างสูงจึงขลุกกับงานและป๋ายเซียนในห้องพิเศษนั้น เกือบจะตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง


          “ไง” เขาทักทายผู้ช่วยของซื่อชุนในวันหนึ่ง “จะรายงานไอ้หมอว่าไง ไม่รู้ล่ะเซ่ ผู่ชานเลี่ยดี๊ดีฮะหมอ พูดอย่างนั้นไม่ได้อีก ไอ้หมอจะได้ลมออกหู”


            ผู้ช่วยยิ้มให้เขาอย่างสุภาพ ไม่ต้องการจะสาวความยืด แต่ชานเลี่ยชี้ที่ตาข้างหนึ่งซึ่งยังบวมเป่งกับกกหูอย่างไม่พอใจ “ฝีมือไอ้หมอ รู้ป่าว นี่... ฝากเกลือกลับไปด้วยได้ไหม ใส่ในกาแฟของไอ้หมอเยอะ ๆ ล่ะ เอาให้สำลักกาแฟ ไหลโจ๊กออกทางจมูกเล้ย”


            แน่นอนว่าอีกฝ่ายสบตาซีอีโอตกอับอย่างพรั่นพรึง


          จวนเจียนที่เด็กชายจากป่าจะได้กลับจากโรงพยาบาล วันหนึ่งเมื่อชานเลี่ยอยู่กับมนุษย์เมาคลีในสวนหย่อม ก่อนดวงอาทิตย์จะลับขอบฟ้า เขาได้เสียงหงิง ๆ เบา ๆ จากด้านหลังเจอราเนียมกอใหญ่ อดีตซีอีโอไม่ใส่ใจนัก เพียงแต่ป๋ายเซียนผุดยืนขึ้นอย่างรวดเร็วจนน่ากลัวว่ากระดูกจะหัก คุกเข่าลง และคลานสี่ขาตรงไปยังต้นเสียงพร้อมกับทำจมูกฟุดฟิด


          “อย่าทำอย่างนี้ ป๋ายเซียน อายเขาแย่” คนเป็นเกอปราม


          แต่อีกฝ่ายไม่ฟังเสียง สองมือเล็ก ๆ แหวกกอเจอราเนียมออก ที่อยู่ด้านหลังคือลูกหมาป่า... ลูกหมาป่าจริง ๆ หมอบอยู่อย่างหวาดกลัว ดวงตาสีอำพันสุกใสตัดกับขนสีเทาสลับดำ


          แล้วป๋ายเซียนก็หอนสั้น ๆ เป็นเสียงหอนแหลมสูงชวนขนลุก ทั้งสองฝ่ายส่งเสียงค่อย ๆ โต้ตอบกันอยู่พักใหญ่ ก่อนลูกหมาป่าจะจากสวนหย่อมแห่งนั้นไป มนุษย์เมาคลีจึงหันกลับมาหาเขา ริมฝีปากสั่นระริก ไร้สีเลือดบนใบหน้า


          “แม่”


          “อะไร... ทำไม”


          “แม่... ไม่สบาย... มาก” เด็กชายจากป่าให้คำตอบ “ป๋ายต้องกลับไป... ต้องกลับไปที่นั่น ไปให้... เร็วที่สุด”


          อา... กี่ครั้งแล้วที่เขาทำอะไรที่ยิ่งกว่าเหลือเชื่อ นับแต่มีป๋ายเซียนในชีวิตอันว่างเปล่า


          นับไม่ถ้วนเลยล่ะ!








#ฟิคเมาคลี

วางยาดมลงก่อน กลับสู่สภาวะปกติตอนสองตอนเนอะ

ดอนบีอะเฟรด ตึ่ง เลิฟอีสเดอะเว่ ตึ่ง

ช้อตี่ไอก๊อตเอต หยู่แข่นคอลมีมอนสะเต๊อ








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 72 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,556 ความคิดเห็น

  1. #1539 heykiki (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 03:13
    น้องงงงงงง T_T
    #1,539
    0
  2. #1538 heykiki (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 03:13
    น้องงงงงงง T_T
    #1,538
    0
  3. #1516 Vibrance (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 15:03
    ร้องไห้เป็นเป่าปี่ฮือออออคือมันดีมากกกดีมากกๆๆ
    #1,516
    0
  4. #1489 อะหมีบอยด์มูฟเม้น (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:48
    น้องงงงงงงงง
    #1,489
    0
  5. #1395 ❤ Little "B" ❤ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 21:08
    น้องไม่เป็นอะไร แต่ฮูหยินกำลังไม่สบาย
    #1,395
    0
  6. #1351 DBK1802 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 กันยายน 2560 / 20:19
    โอ๊ย สวรรค์มาโปรด น้องไม่เป็นอะไร แต่เฮียสารภาพออกมาแล้วอยากให้น้องรู้จัง
    #1,351
    0
  7. #1326 KyuMin_Pumpkin (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 กันยายน 2560 / 14:28
    อ๋ออ่อยยย ลูกป๋ายยยย~ น่าสฃสารจริงอ่ะ
    #1,326
    0
  8. #1279 luck_0x3_lux (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 02:43
    สงสารน้องอะ รักเขามากใช่ไหมลูก จะร้องไห้ตอนน้องเอาเน็กกะไต๊ให้อาเลี่ย ฮืออออออ กว่าจะยอมรับนะพ่อตัวดี
    #1,279
    0
  9. #1234 Tongdchr (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 11:53
    ยอมรับแล้ว อาเลี่ยยอมรับแล้วว่าร้ากกกน้องงงง
    #1,234
    0
  10. #1181 Pinkuplatong (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 23:20
    ชิงดีกะเลี่ยมากเลยอ่ะ สงสัยจะเป็นเพราะเลี่ยแบ่งสมองให้ชิง เหมือนหมอว่า55555

    ฮื้ออ ป๋ายจะกลับไปยังไงล่ะเนี่ย
    #1,181
    0
  11. #1159 sweetpss (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 14:53
    โห้ยยยสู้ๆกันนะทั้งคู่เลยแล้วมันจะผ่านไป ฮืออเศร้ามาตอนป๋ายเอาเนคไทให้เลี่ย
    #1,159
    0
  12. #1122 จีวอนชิ':) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 18:33
    ไปไงอ่ะ
    #1,122
    0
  13. #1059 พิเจค (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 13:44
    ป๋ายเซียน ช่วยฮูหยินให้ได้น้า Y_Y
    #1,059
    0
  14. #1036 PINKLAND (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 15:51
    ชั้นรักป๋าย ป๋ายน่ารัก
    #1,036
    0
  15. #747 yu-na (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 มกราคม 2560 / 22:52
    ชอบตอนนี้เหมือนป๋ายจะพูดเก่งขึ้นเลย ติดขัดน้อยลงแล้ว ชอบฉากจุ๊บหน้าผาก ตะหมูก คาง ด้วย น่ารัก
    #747
    0
  16. #667 tonWANja (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 19:19
    แม่ไม่สบายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย 
    #667
    0
  17. #633 มิสเซฮุน (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 22:20
    โอ้โหหหห น้ำตาซึมเลยตอนที่ป๋ายยื่นเน๊กกะไต๊ให้เลี่ยเกอ ฮือออออ น่ารักมากเจ้าลูกหมา เกอก็เลิกปากแข็งแล้วเนาะ รักก็บอกว่ารักแล้ว จุบตะหมูก จุบหน้าผากน้องบ่อยๆนะเกอ อิ้อิ้ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว
    #633
    0
  18. #612 chompoochi (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 23:56
    ชอบมากกกกกก ชอบที่ป๋ายแทนตัวเองว่าป๋ายมันน่ารักแบบ อยากจะฟัดให้ร้องไห้เลย แงงงงงงง
    คัวปัญหาแห่งซัวเถาเติบโตขึ้นอีกขั้นแล้ววว ไม่คิดเลยว่าจะมีวันนี้ ไม่เชื่อไปอ่านตอนแรกได้ 5555 พลานุภาพแห่งความรักจริงๆ
    ชอบมากก จุ๊บหน้าผาก จุ๊บตะหมูก จุ๊บคาง 5555555
    #612
    0
  19. #585 Ppp (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2559 / 00:36
    มันอดรนทนไม่ไหววววว เพราะรักนี้มันล้นใจ

    เลยต้องสารภาพออกไปว่ารักป๋ายยยยย

    จากลูกผู่ที่อยุ่บนฟ้า ยอมทำทุกอย่างเพื่อได้อยุ่กะป๋าย ;-;

    น้องป๋ายน่ารัก ผูกเนกกะไตให้เลี่ยเกอจนสำเร็จ

    สองคนนี้มันคู่สามีภรรยาขัดๆ ผูกเนคไท มีจุ๊บก่อนไปทำงานเนี่ย

    แล้วแม่ป่วยคือไง จะกลับเข้าป่าไปหาแม่หรออออออ

    เห้ยยยยยยยยยยยย เลี่ยเกอต้องไปด้วยดิ

    ไปฝากตัวเป็นลูกเขยกะแม่หมาป่าของป๋าย
    #585
    0
  20. #580 byun0506 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 23:06
    ดีที่น้องไม่เป็นไรมาก น้องน่ารักมากเลยอะไรๆก็เลี่ยเก่อตลอด
    #580
    0
  21. #578 Amittarin (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 10:19
    จะบ้าตายตอนแรกก ใจนี่บางละะ ฮื่ออออ นี่น้ำตาไหลกับตอนที่เลี่ยเอพูดกับหมออ่ะ แบบ โอ้ยยรักเขามากใช่ไหมม ฮื่ออออ 
    #578
    0
  22. #576 อิ อิ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2559 / 07:41
    คือดีงามมมมมม เลี่ยเกอน่าหมั่นไส้มากกกกก 55555
    #576
    0
  23. #575 spong.ka (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2559 / 07:26
    มีหมาป่ามาส่วข่าวด้วย ตอนหนเาต้องไปเจอแม่ยายแล้วสิอาเลี่ย
    #575
    0
  24. #572 pcy921 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2559 / 00:42
    ป๋ายจะกลับไปหาแม่เหรอ เลี่ยก็ไปด้วยสิ
    #572
    0
  25. #570 ยูสเซอร์?แลม. (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2559 / 23:55
    ทำไมป๋ายถึงได้น่ารักขนาดนี้ ทำไมนะทำไมคนอะไรทำไมน่ารักได้ขนาดนี้ ไม่ไหวแล้วฮือออออออไม่รู้จะพูดอะไรเลยนอกจากป๋ายน่ารัก น่ารัก น่าเอ็นดู !
    #570
    0