end - (exo) crawl (to) me baby! | chanbaek

ตอนที่ 13 : วันใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,162
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 84 ครั้ง
    9 ธ.ค. 59


? cactus




บทที่ 12

วันใหม่





 

 

          กว่าจะรู้ว่าที่ตกลงให้ป๋ายเซียนมีบทบาทในมิวสิกวิดีโอนั้นเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด เวลาก็ล่วงเลยสู่เดือนธันวาคม และชานเลี่ยไม่อาจเดินท่อม ๆ ไปไหนต่อไหนโดยไม่สวมแว่นกันแดดได้อีกแล้ว


          แม้ฮาร์บินจะเป็นเมืองใหญ่ แต่เพราะเขาและป๋ายเซียนอาศัยอยู่ที่ถนนจงหยางซึ่งมีคนพลุกพล่าน จึงมีใครต่อใครจำไอ้ตัวเล็กของชานเลี่ยกับพระเอกมิวสิกวิดีโอได้และทักทายอยู่เนือง ๆ “ป๋ายเซียน ป๋ายเซียนใช่ไหมจ๊ะ ขอถ่ายรูปด้วยหน่อยได้หรือเปล่า” ทุกครั้งชายหนุ่มร่างสูงจะกางเสื้อคลุมออกเหมือนปีกค้างคาว บดบังเด็กชายจากสายตา “ป๋ายเซียนไม่ใช่บุคคลสาธารณะ” เขาจะบอกคนเหล่านั้นอย่างเคร่งขรึม “ช่วยรักษาความเป็นส่วนตัวของเขาด้วย”


เฮ้อ... ต้องขอบคุณศิลปินที่ร้องเพลงเจ้าตัวเล็กหรือเปล่านะ ก็ความโด่งดังของศิลปินคนที่ว่าทำให้มิวสิกวิดีโอได้รับความสนใจ ชื่อของผู่ชานเลี่ยเป็นที่จับตามองในอุตสาหกรรมเพลงอย่างรวดเร็ว รวมถึงชื่อของเสี่ยวหลงเซียสตูดิโอด้วย ลู่หานเพิ่งจะเดินทางไปออกรายการโทรทัศน์ช่องท้องถิ่น รายการหน้าใหม่ใจโต หรือหน้าใหม่ใจสู้ เอ๊ะ... หรือหน้าใหม่ใจยักษ์กันนะ ช่างเถอะ ผู้ก่อตั้งสตูดิโอกุ้งก้ามแดงสวมสูทสีเขียวสะท้อนแสง และหอบหิ้วโฮเวิร์ด ฟอน ฮินเดนบูร์ก กับกุ้งมังกรตัวโปรดไปด้วย มีใครบอกนายคนปัจจุบันของเขาไหมนะ ว่าสูทที่ว่าไม่เข้ากับลู่หานสักนิด และไม่ว่าใครในมณฑลนี้ก็ไม่ควรต้องสบตาโฮเวิร์ด ฟอน ฮินเดนบูร์กผ่านจอโทรทัศน์


“เลี่ยเกอ... ทำไม” ป๋ายเซียนกระโดดเหยง ๆ “ทำไม... ไม่ได้”


ลูกหมาป่ามีพัฒนาการก้าวกระโดดอย่างที่คนที่คุณก็รู้ว่าใคร (ก็ไม่อยากเอ่ยชื่ออู๋ซื่อชุนนี่! ) พอใจ เดี๋ยวนี้อีกฝ่ายเดินเหินได้อย่างมนุษย์ และพูดจาได้คล่องแคล่ว ชัดถ้อยชัดคำ แม้จะตะกุกตะกักอยู่บ้าง และยังมีมนุษยสัมพันธ์ดี... ดีเกินไปก็ตาม


“ไม่ได้ซี่ จะให้ใครต่อใครถ่ายรูปเราได้ยังไง อย่าเลย... ป๋ายเซียน” คนเป็นเกอถอนหายใจ “ไม่ว่าอะไรเข้าสู่ระบบอินเทอร์เน็ตแล้วจะไม่มีวันหายไป เข้าใจไหม ไม่มีวัน”


อะฮ่า! คนอย่างชานเลี่ยมีสำนึกดี ฉลาดเฉลียว รู้อะไรสำคัญ ๆ อย่างนี้ได้ยังไงน่ะเรอะ ก็... ก็... เข็ดแล้วน่ะสิ! แต่ก่อนคุยกะใคร คั่วกะใคร ควงกะใคร ตัวปัญหาแห่งซัวเถาจะประกาศให้โลกทั้งใบร่วมรับรู้ ไม่มีกั๊ก เวยป๋อเอย อินสตาแกรมเอย ยอดผู้ติดตามสูงกว่ากำไรของบริษัทเสียอีก ไม่อยากจะคุย


และที่ต้องขึ้นโรงขึ้นศาลเมื่อแม่เพ่ยเพ่ยตัวดีประกาศว่าอดีตซีอีโอยัดเยียดความเป็นพ่อของลูกให้ ส่วนหนึ่งก็เพราะปากที่เปราะบนโลกเสมือนจริงของเขาด้วย อ๊ะ... อันนี้ก็ไม่อยากจะคุย แบบว่า ไม่อยากจะคุยจริง ๆ น่ะ


“เข้าใจ... ก็ได้”


“แน่ะ เข้าใจจริง ๆ ใช่ไหม” นี่... พระเอกน่ะนะ จะแค่พระเอกมิวสิกวิดีโอก็เถอะ หงุดหงิดแล้วต้องเสยผมอย่างนี้ อย่างชานเลี่ยนี่! “เวลาที่เราออกจากบ้านไปหาฉันที่สตูดิโอ ไปส่งเปี้ยนตัง อย่าให้ใครถ่ายรูปเป็นอันขาด ยิ้มให้ ทักทายได้ แต่อย่านะ อย่า... ”


“อย่าให้ใครถ่ายรูป” ป๋ายเซียนต่อให้ “แต่ว่า... ป๋ายซงสารนี่ เขาบอกว่า รูปเดียวนะ ป๋ายเซียน รูปเดียวเอง”


“สงสาร” ชายหนุ่มแก้ “เอาเป็นว่าฉันจะเลือกเอง ใครถ่ายรูปกะเราได้ ใครถ่ายรูปกะเราไม่ได้ ถ้าเราอยู่คนเดียวล่ะก็... วิ่งนะ วิ่งจู๊ดเลย เข้าใจหรือเปล่า”


“ป๋าย!


“ป๋ายแปลว่าอะไร”


“ป๋ายแปลว่า... เข้าใจ”


ซีอีโอตกอับย่นจมูก “ป๋ายแปลว่าจะไม่ดื้อกะฉันด้วยใช่ไหม”


ลูกหมาป่าย่นจมูกบ้าง “ป๋ายก็ไม่เคย... ดื้อกะเลี่ยเกอ... อยู่แล้ว”


“ดีล่ะ” ว่าแล้วก็ผูกไทอย่างลวก ๆ สวมแว่นกันแดด และจับที่ลูกบิดประตู “ฉันไปล่ะ ฝากเปี้ยนตังด้วย หมูน่ะ... ขอให้สุกหน่อยนะ”


แม้จะทำอาหารได้ดีขึ้นแล้ว เปี้ยนตังของเด็กชายจากป่ายังมีข้อบกพร่องเดิม ซึ่งชานเลี่ยไม่รู้ว่าเป็นรสนิยมของเจ้าตัว หรือเป็นข้อบกพร่องจริง ๆ กันแน่


“เลี่ยเกอ... ผูกเน็กกะไต๊ไม่สวย”


“เนคไทต่างหาก รู้ได้ยังไงว่าไม่สวย” ตัวปัญหาแห่งซัวเถาเถียงคอเป็นเอ็น “เคยผูกหรือก็เปล่า”


“ก็... ป๋ายเคยเห็น เน็กกะไต๊ของต้าเกอ สวยกว่าของเลี่ยเกอ”


“โมโหแล้ว! โมโหแล้วรู้ไหม”


“อ้าว... โมโหอะไร เลี่ยเกอว่า เด็กดี... จะไม่โกหก” เจ้าหนูจำไมเอียงคอถาม “ป๋ายพูดความจริง ป๋ายเป็นเด็กดี ทำไม... เลี่ยเกอไม่ชอบ”


มันน่าตีนัก เอ้า จริงไหมล่ะ! ดื้อตาใสเหลือเกิน ไอ้ตัวดี หน็อยแน่ะ!


“ไม่รู้แหละ พูดมากนักจะปลูกกุหลาบบนตัวเราอีก ดีไหม”


“ไม่ดี... ” ป๋ายเซียนส่ายหน้าดิก “ต้องปิดปล๊าดสะเต้อ ตรงนู้นตรงนี้เต็มไปหมด”


ล้อเล่นน่า ใครจะทำอีก หลังจากสร่างเมาในเช้าวันใหม่ ไอ้เลี่ยคนนี้ตาลีตาเหลือกหาปลาสเตอร์ยา ปิดกุหลาบดอกแล้วดอกเล่าบนร่างกายของมนุษย์เมาคลีจ้าละหวั่น บังคับให้ลูกหมาป่าตอบว่า “ตกบันได” ทุกครั้งที่ถูกถาม ลำบากน้อยเมื่อไหร่ อีกอย่าง...


ไม่รู้ว่าทำอีก ชานเลี่ยจะอดรนทนได้กี่น้ำ มีหวังลงเอยในตะราง ดูดสตาร์บัคส์ เวนติ ไอซ์ คาราเมล มัคคิอาโตจ๊วบ ๆ แน่


“ฉันไปจริง ๆ ล่ะ”


“เดี๋ยวก่อน” อีกฝ่ายเสียงแข็งขึ้น “ป๋ายยังไม่ได้จุ๊บเลี่ยเกอที่แก้มเลย”


แล้วคนอย่างเขาจะทำอะไรได้ นอกจาก... อ๊ะ คัต! ไม่บอกหรอก บอกแล้วก็เขินตาย ฆ่าได้หยามไม่ได้ ยอดเยี่ยม ยิ่งใหญ่ เกรียงไกร ชานเลี่ย!






 

          “เสือกับปู สองหยวน”


          ได้ยินเสียงกุกกัก แล้วจึงเป็นเสียงแกรกกรากเมื่อเต๋าถูกทอยกับพื้นห้องบันทึกเสียง ตามด้วยเสียงหัวเราะลั่น จุนเหมียนนั่งคอตก พึมพำอย่างไม่พอใจว่า “อีกแล้วเรอะ”


          “พี่เหมียน เสียสิบหยวน”


          “รู้แล้วน่า สิบหยวนก็สิบหยวน”


          “เมื่อกี้ใครเดิมพันอะไรบ้าง” จงต้าซึ่งเป็นเจ้ามือกระดิกนิ้วทั้งสิบอย่างยียวน “น้ำเต้า กุ้ง กุ้งโว้ย”


          “ของฉัน น้ำเต้า สามหยวน” ซาวนด์เอนจิเนียร์ขี้เซาบอก


          “อ้อ เท่าทุน” เจ้านักร้องพยักหน้า “พี่ซั่ว กุ้ง ห้าหยวนใช่ไหม มือขึ้นแล้วล่ะ นี่... ” ว่าแล้วก็ส่งต่อเงินจำนวนสิบหยวนให้ “สิบหยวนจากพี่เหมียน อาเลี่ย... ไม่เอาด้วยหรือไง”


          เอาอะไรล่ะ นี่ชานเลี่ยนะ ผู่ชานเลี่ย ลูกชายคนเดียวของผู่เหวินไถ มังกรฟ้าแห่งซัวเถา ผีผนันจะลงก็ต่อเมื่ออยู่ในกาสิโนแจ๋ว ๆ เวกัส มอนเตคาร์โล หรือมารินา เบย์ แซนด์ส โนปอยเปต (No Poi Pet) โนสะหวันนะเขต (No Savannakhet) จะให้มาเล่นน้ำเต้าปูปลาแบกะดิน เดิมพันกับสามัญชน ยี้... ขี้กลากจะขึ้นหัว


          “สนุกนา อาเลี่ย” หมินซั่วคะยั้นคะยอ “ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก สมงสมองอะไร ไม่จำเป็นต้องใช้”


          “น่านซิ เหมาะกับอาเลี่ยออก... ”


          เหมาะกับอาเลี่ยออก... เหมาะกับเราออก เหมาะกับเรา เพราะสมงสมอง ไม่จำเป็นต้องใช้ “เฮ้ย! ” อดีตซีอีโอร้องลั่น “พูดดี ๆ นา อาเหริน”


          “อาราย ไม่ดีตรงหนาย” จงเหรินหาวหวอด “พูดไปตามเนื้อผ้า”


          “จะเตะก้น ให้กระเด็นไปถึงต้าซิ่งอานหลิ่งเลย คอยดู!


          คราวนี้เจ้าซาวนด์เอนจิเนียร์ไม่ตอบ นอกจากใช้นิ้วก้อยแยงรูจมูกและออกแรงสะกิดสะเกา จงเหรินเล่นน้ำเต้าปูปลาอีกไม่กี่ตาก็หลับสนิท จงต้าจึงชักชวนอีก “มาเร็ว อาเลี่ย”


          “เอ๊! บอกว่าไม่เล่น ไม่เล่น!


          “ไม่เล่นไม่ได้ อย่างนี้ไม่สนุก หน่อยน่า... นะ... น่า”


          เพราะเห็นแก่เพื่อนร่วมงานหรอกนะ ซีอีโอตกอับจึงไถก้นกับพื้น ตรงไปทางที่คนทั้งสามนั่งล้อมวงกันอยู่อย่างเสียไม่ได้ พร้อมกับทำปากขมุบขมิบ บอกว่า “ไม่เห็นจะรู้ว่าเล่นยังไง”


          แต่เมื่อเจ้านักร้องมองไปรอบ ๆ และจุนเหมียนตัดสินใจวางเดิมพัน “ปู สามหยวน” จู่ ๆ ลูกชายคนเดียวของมังกรฟ้าแห่งซัวเถา ที่ผีพนันจะลงเมื่ออยู่ในกาสิโนแจ๋ว ๆ เท่านั้น ที่เพิ่งจะบอกใคร ๆ ว่าเล่นไม่เป็น กลับร้องบอก “น้ำเต้า ปลา ห้าหยวน”


          “โอ้โฮเฮะ ใจป้ำชะมัด!


          ถูกกิน... ถูกกินแล้วก็คันไม้คันมือ “เสือ กุ้ง สามหยวน!


          เต๋าหกหน้าทั้งสามลูก ประกอบด้วยน้ำเต้า ปู ปลา ไก่ กุ้ง และเสือ เดิมพันหนึ่งหน้าเต๋า รับเงินจำนวนเท่ากับหน้าเต๋าที่ทายได้ถูกต้อง ตาหนึ่งหมินซั่วร้องว่า “ปู สองหยวน” ปรากฏว่าเต๋าสามลูกออกปูทั้งสามลูก หมินซั่วจึงได้รับเงินหกหยวน ขณะที่เดิมพันสองหน้าเต๋า จะได้รับเงินจำนวนห้าเท่าของที่ลงเดิมพัน อีกตาหนึ่งที่จุนเหมียนร้องว่า “ไก่ กุ้ง สามหยวน” ปรากฏว่าเต๋าสามลูกออกน้ำเต้า ไก่ กุ้ง จุนเหมียนจึงได้รับเงินสิบห้าหยวน


          และชานเลี่ยนั้น...


          “อะไรวะ! มีแต่จะขาดทุน”


          “ก็อาเลี่ยใจป้ำนี่ มีอย่างที่ไหน ห้าหยวนบ้างล่ะ เจ็ดหยวนบ้างล่ะ สิบหยวนบ้างล่ะ” พี่ใหญ่ในหมู่จินสี่สหายเถียง “ทำมือเติบตีนเติบไปได้”


          ก็เป็นนิสัยของเขานี่ จะโทษอะไรหรือใครได้...


          “อ้อ... อาเลี่ย” จุนเหมียนเสริมขึ้น “ทีหน้าทีหลัง อย่าพูดว่าจะเตะก้นอาเหรินให้กระเด็นไปถึงต้าซิ่งอานหลิ่งอีก”


          “อ้าว... ทำไม” ตัวปัญหาแห่งซัวเถานิ่วหน้า


          “โธ่ อาเลี่ย” จงต้าสั่นศีรษะ “จำได้ไหมที่นายถามอาเหรินว่า กลางค่ำกลางคืนทำอะไรไม่ทราบ ถึงได้มานอนเอากลางวัน


          “ฮื่อ จำได้”


          “ก็นั่นแหละ” เจ้านักร้องอธิบาย “อาเหรินมาจากต้าซิ่งอานหลิ่ง ยากจนข้นแค้นและเป็นกำพร้า มีน้องสาวสองคนให้เลี้ยงดู กลางวันอาเหรินอยู่ที่นี่ กลางคืนอยู่ในร้านแมคโดนัลด์ที่เปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง เวลาจะหลับจะนอน มีกะเขาที่ไหน อาเหรินอาศัยงีบบ่อย ๆ เมื่อไม่มีลูกค้า กับระหว่างวันอย่างนี้เท่านั้นเอง”


          “แต่... ” ชานเลี่ยถึงกับอึกอัก “ก็แล้วทำไมต้องทำอย่างนั้น ค่าใช้จ่ายในฮาร์บินสูงอย่าบอกใคร รู้ว่าต้องลำบาก ปากกัดตีนถีบ ก็อย่ามาที่นี่เลย”


          รู้เลา ๆ ว่าต้าซิ่งอานหลิ่งเป็นเขตการปกครองพิเศษ พรืดด้วยเขาสูงอันซับซ้อน และเหวลึกสลับตื้นเป็นทะลุ่มปุ่มปูอยู่ทั่ว หนาวเหน็บอย่างถึงที่สุด ที่แน่ ๆ ไกลกว่าเฮยเหอ ที่ที่ป๋ายเซียนจากมาเสียอีก แต่... ก็ใช่ว่าจะไม่มีงาน ไม่มีอะไรให้ขวนขวายที่นั่น ถ้าอย่างนั้น... มาทำอะไรที่นี่


          “อาเหรินอยากให้น้องสาวได้เรียนหนังสือในโรงเรียนดี ๆ ” จุนเหมียนเฉลย “เพราะอย่างนี้ เลยทำงานตัวเป็นเกลียว หัวเป็นน็อต น้องสาวของอาเหรินไม่จำเป็นต้องทำงาน ก็ด้วยความอุตสาหะของพี่ชาย”


          อดหันไปมองซาวนด์เอนจิเนียร์ขี้เซาที่กรนครอก ๆ อยู่ไม่ได้ นึกว่าที่ถูกตัดหางปล่อยวัด ต้องตกตระกำลำบาก ปากกัดตีนถีบหาเลี้ยงชีพอย่างนี้เลวร้ายที่สุดแล้วเสียอีก ที่ไหนได้ จงเหรินแย่กว่าเขาไม่รู้กี่ส่วน ไม่ใช่ฮาร์บิเนี่ยนอย่างอี้ชิง ลู่หาน หมินซั่ว จุนเหมียน หรือจงต้า และยังต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำ เพื่อคนที่รักถึงสองคนอีกด้วย


          “เยี่ยวเป็นเลือดแน่ ๆ ”


          “อะไรนะ อาเลี่ย”


          “ฮื้อ... ไม่มีอะไร” ว่าพลาง ปาดของเหลวบนใบหน้าพลาง เอ๊ะ... ของเหลว


“อาเลี่ยร้องไห้! ” หมินซั่วอ้าปากค้าง “อาเลี่ยเห็นใจเพื่อนมนุษย์!


“เดี๋ยวเถอะ พี่ซั่ว ไม่เห็นต้องทำท่าประหลาดใจอย่างนั้นเลย!


ร้องไห้ร้องห่มกับคติธรรมนำชีวิตอยู่ไม่เท่าไหร่ ไม่ทันจะได้ตกผลึกอะไร ๆ ดีก็เกิดเสียงก๊อกแก๊กที่ประตู  เป็นเสียงเล็บไม่ผิดแน่... คนทั้งสี่กลืนน้ำลายเอื้อก กระวีกระวาดเก็บเต๋าและเงินเดิมพัน จงเหรินถูกปลุกให้ตื่น พอดีกับที่ประตูห้องบันทึกเสียงเปิดผาง โฮเวิร์ด ฟอน ฮินเดนบูร์กก้าวอาด ๆ เข้ามาอย่างรู้งาน ตามมาติด ๆ ด้วยนายคนปัจจุบันของเขา


“เอาล่ะ” ลู่หานกระแอม “ภารกิจใหม่ มีใครในที่นี้... เอ้อ... ”


“อะไรหรือครับนาย”


ผู้ก่อตั้งเสี่ยวหลงเซียสตูดิโอกลอกตา “มีใครในที่นี้ พอจะร้องเพลงแร็ปได้... ไหมเอ่ย”





 

          “โอย ไม่ไหวร้อก” จงต้าร้องบอก “เขียนน่ะเขียนได้ จะให้บีตบ็อกซ์ก็ได้ แต่แร็ปน่ะ... ไม่ไหวหรอก”


          หมินซั่วหันไปหา “อาต้าไม่เคยลอง จะรู้ได้ยังไง”


          “ไม่ลองก็รู้ พี่ซั่ว”


เจ้านักร้องพูดอย่างนี้ ไม่ว่าใครก็ถอดใจ แต่ลู่หานคือลู่หานวันยังค่ำ นายคนปัจจุบันของเขารั้นและเอาแต่ใจกว่าเด็กเล็ก ๆ ที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างไข่ในหินเสียอีก เอ๊ะ... หมายถึงชานเลี่ยหรือเปล่านะ


          “ไม่ได้” น่านงาย... “ก็เขาขอมา”


          “เขาน่ะใคร จะไม่ปฏิเสธเขาที่ว่าหน่อยเร้อ นายปฏิเสธพวกเราออกบ่อย”


          ลู่หานหน้าแดง “หน็อยแน่ะ อาเหมียน! ข้าวคลุกก้างปลาอร่อยดีใช่ไหม อยากกินอีกหรือเปล่า”


          “ผิดไปแล้วจ้ะ นายจ๋า ความจนมันน่ากลัว อย่าตะเพิดเหมียนเลย”


          “ก็ค่ายเพลงเดิมกะที่ทำให้เจ้าตัวเล็ก ทำให้ฝนดอกหญ้าดังเป็นพลุแตก” ผู้ก่อตั้งสตูดิโอกุ้งก้ามแดงอธิบาย “เขาว่าฮิปฮอปมาแรงแซงโค้ง และก็จวนจะได้เวลาเปิดตัวแร็ปเปอร์ฝึกหัดของเขาเต็มที... ”


          “เก๊าะเลย... ผลักภาระให้เรา”


          “บ๊ะ อาเหมียนนี่! ให้โอกาสต่างหาก เขาไว้ใจเรา ไว้ใจเสี่ยวหลงเซียสตูดิโอ”


          โฮเวิร์ด ฟอน ฮินเดนบูร์กเชิดหน้ามู่ทู่ของมันขึ้น พร้อม ๆ กับที่ลู่หานทุบกำปั้นลงกับฝ่ามือข้างหนึ่ง คนทั้งห้าถอนหายใจ ลงนายผู้ดื้อรั้นดึงดันจะทำ ให้ช้างมาฉุดก็หยุดไม่อยู่


          “เอาอย่างนี้นะนาย” หมินซั่วแบ่งรับแบ่งสู้ “ให้อาเลี่ยกับอาเหมียนเขียนเพลงก่อน ใครจะร้อง ใครจะแร็ปในเดโม ว่ากันอีกที”


          “อย่าทอดเวลานักล่ะ” ลู่หานขู่ “อาต้า ถ้าร้องเพลงแร็ปไม่เป็น รู้ใช่ไหม ต้องทำยังไง ฝึก! ฝึกจนกว่าจะตายไปข้าง”


          น่านแหละ... นายคนปัจจุบันของเขาล่ะ เอาแต่ใจไม่มีใครเกิน กล้าได้กล้าเสียอย่างนี้ เสี่ยวหลงเซียสตูดิโอเติบโตเป็นค่ายเพลงเมื่อไหร่ เห็นอะไรสนุก ๆ ไม่เว้นวันแน่


          แต่ก็อีกน่านแหละ โชคดูจะไม่เข้าข้างนายผู้คิดการใหญ่ของชานเลี่ยเอาเสียเลย


          “ประชุมโว้ยประชุม” พี่ใหญ่ในหมู่จินสี่สหายร้องโหวกเหวกขึ้น “อาต้าเสียงดีออก ร้องเพลงแร็ปไม่เป็นจริง ๆ เร้อ”


          “บอกว่าไม่เป็นก็ไม่เป็นซี่พี่ซั่ว”


          “ก็แล้ว... จะทำยังง้ายกะเดโม” จงเหรินอ้าปากหาว


          “ไม่รู้ซี่” เจ้านักร้องชักหงุดหงิด “เอาอย่างนี้ เราห้าคน มาร้องเพลงแร็ปกันเถอะ ใครทำได้ดี ก็คนนั้นแหละ”


          เป็นความคิดที่ดีเมื่อไหร่กัน น่าอายก็เท่านั้น! ซีอีโอตกอับอ้าปากจะโต้แย้ง ก็พอดีกับที่จินสี่สหายพยักหน้าหงึกหงัก “ให้ฉันตามอี้ชิงไหม” ตัวปัญหาแห่งซัวเถาถามอย่างมีความหวัง เพียงแต่จุนเหมียนตอกกลับ “เอ๊ อาเลี่ยนี่ยังไง รบกวนคุณจางออก”


          แน้! ก็เห็น ๆ อยู่ว่าไปไม่รอด


            เลิฟ เดอะ เวย์ ยู ลายแล้วกัน” จุนเหมียนเสนอ “ทีละคน อาต้าก่อน”


          ไม่ผิดจากที่คาด จงต้าร้องเพลงได้ดี เป็นริฮานนาที่สมบูรณ์แบบ แต่เป็นเอมิเน็มที่ไม่ได้ความ จุนเหมียนทำได้แย่ยิ่งกว่า หมินซั่วพอจะทำให้ใคร ๆ ในห้องนั้นตื่นเต้นได้บ้าง พอ ๆ กับที่จงเหรินทำได้ และ...


          “ตาอาเลี่ยแล้ว”


          “ขอผ่าน ฉันทำไม่ได้หรอก เลือกอาเหรินหรือพี่ซั่วดีกว่า”


          “ไม่ได้นะ! ” จงต้าร้องเสียงแหลม “ทุกคนแหละ อย่างนี้ไม่ยุติธรรม อาเลี่ยอาจจะทำได้ดี ใครจะรู้”


          “บอกว่าไม่ก็ไม่ซี อาต้า!


          “อีกสิบนาที อาต้า” จุนเหมียนบอกทันทีอย่างเหี้ยมเกรียม “อีกสิบนาที ป๋ายเซียนจะมา อาเลี่ยทำอย่างนี้ เราฟ้องป๋ายเซียนเสียก็สิ้นเรื่อง”


          “ช่าย” นักดนตรีผสมโรง “เราจะยุให้ป๋ายเซียนโกรธอาเลี่ยเมื่อไหร่ก็ได้ ป๋ายเซียนน่ารัก น้องเชื่อฟังเรา ไม่เหมือนใครก็ไม่รู้”


          “น่านเสะ... ” จงเหรินพูดด้วยดวงตาที่หรี่ปรือ


          อ้อ... จะเอาอย่างนี้ใช่ไหม คิดว่ากลัวหรือไง ป๋ายเซียนโกรธแล้วยังไง ฮัดช่า! ลูกหมาป่าก็แค่... แค่เจ้าตัวยุ่งที่ไม่รู้จักอาบน้ำเอง แค่คนที่นอนกัดฟันกรอด ๆ อยู่ข้าง ๆ ทุก ๆ คืน แค่คนที่มักจะตื่นแต่ไก่โห่ และผลุนผลันลงบันไดไปที่ครัว หุงหาอาหารซึ่งกระเดือกลงมั่ง กระเดือกไม่ลงมั่ง แค่คนเทียวรับเทียวส่งเปี้ยนตัง แค่คนที่ทำให้เพลงเจ้าตัวเล็กมีชีวิต แค่คนที่ทำให้ชานเลี่ยรู้จักอ่านหนังสือพิมพ์ เพราะเจ้าหนูจำไมจะซักไซ้ไล่เรียงไม่หยุดหย่อน แค่คนที่จะหัวเราะเอิ้กอ้าก หรือปิดตากรี๊ดกร๊าดกับเขาที่หน้าจอโทรทัศน์ แค่นั้น...


            อ้าว...


          อดีตซีอีโอชะงัก จากไอ้ตัวเล็กของชานเลี่ย เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของชานเลี่ย... ตั้งแต่เมื่อไหร่


“ร้ากกก-น้องงง-ก้อออ-บอกกก-ว่าาา-ร้ากกก”


หยึย! รีบสะบัดศีรษะ สลัดเพื่อนคู่ทุกข์คู่ยากจากความคิดอ่าน


“เอ้า เร็วซี่ พิรี้พิไรอยู่นั่น อาเลี่ย”


“รู้แล้วน่า” หันไปย่นจมูกใส่หมินซั่ว แล้วก็ตั้งหน้าตั้งตาแร็ป ประหลาดใจเมื่อพบว่า... ไม่เห็นจะยากตรงไหน เร็วหรือก็เปล่า ทะเลาะกับเตี่ย ชานเลี่ยยังพูดรวดเร็วเสียกว่า! จังหวะจะโคนก็ง่ายดาย เหมือนปอกกล้วยเข้าปาก ตัวปัญหาแห่งซัวเถา แม้จะเป็นตัวปัญหาก็ได้ชื่อว่าร่ำรวย ร่ำเรียนและหยิบจับเครื่องดนตรีมาหลายต่อหลายชนิด


เข้าทางเสียไม่มี!


“ว้าว... อาเลี่ย” ตาทั้งคู่ของจงต้าเป็นประกาย “ยอดไปเลย”


“ยอด... ยอดอะไร”


“โอ้โฮเฮะ! นี่ไม่รู้หรือไง! ” กระทั่งซาวนด์เอนจิเนียร์ขี้เซาก็ตื่นเต็มตา “อาเลี่ยทำได้ดีออก! ทำมาหากินได้สบาย ไปอยู่ไหนมา ทำไมไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรได้มั่ง หือ... วันหนึ่ง ๆ ทำอะไร”


อ้อ... ก็นั่ง ๆ นอน ๆ กับโต๊ะทำงาน ร้องเรียกเลขานุการ “ชงกาแฟให้หน่อย” ถ้าโชคดี ก็จะได้หาเศษหาเลย... ไม่! เซ็นเซอร์! จะให้ป๋ายเซียนรู้ไม่ได้เป็นอันขาด! เพราะอย่างนี้ เตี่ยจึงกุมขมับ เปลี่ยนเลขานุการของเขาเป็นผู้หญิงวัยไม้ไกลฝั่งเพื่อตัดปัญหา


          จะว่าไปแล้วก็เสียดายเวลาชะมัด รู้ทั้งรู้ว่ามือไม่ให้ และใจก็ไม่รัก ดันทุรังเป็นซีอีโอโง่เง่าอยู่เปล่า ๆ ปลี้ ๆ ไม่รู้กี่ปี ก็เงินมันดีนี่หว่า! ผู่คนลูกไม่เคยถามตัวเองสักครั้งว่าอยากจะทำ หรืออยากจะเป็นอะไร ก็จะยากอาร้าย รู้อยู่แล้วนี่... เป็นนอมินีของเตี่ย ผู้สืบสันดานหนึ่งเดียว ผู้สืบทอดกิจการ ทายาทอสูร... ทำนองนั้น ชานเลี่ยจะเป็นอะไรได้อีก


          “เป็นแร็ปเปอร์ของเรานะ! ” จงต้าพูดอย่างตื่นเต้น “เป็นนักแต่งเพลง เป็นแร็ปเปอร์ของเรา อยู่กะพวกเราที่นี่นาน ๆ นะ อาเลี่ย”


          “ใช่เลย มีอาเลี่ยอยู่ด้วย ฝันของนายไม่ไกลเกินฝันหรอก” จุนเหมียนรีบสนับสนุน “อาเลี่ยเล่นดนตรีได้นี่ เปียโน กลอง กีตาร์ วิโอลา ฉันจำได้! เสี่ยวหลงเซียเอนเตอร์เทนเมนต์ ค่ายเพลงแห่งอุตรทิศ แค่คิดก็ขนลุกซู่”


          “อุดตะระคืออาราย”


          “ถามได้... อาเหริน ก็ทิศเหนือน่ะซี่!


          จินสี่สหายเต้นเหยง ๆ ทุ่มเถียงกันอยู่พักใหญ่ คนที่เพิ่งจะถูกขอร้องว่า อยู่กะพวกเราที่นี่นาน ๆ นะ ได้แต่นั่งเอนหลัง หัวเราะพลาง ส่งเสียงเชียร์พลาง


          เป็นครั้งแรกที่ชานเลี่ยไม่นึกอยากกลับไป... สู่อ้อมแขนของม้า สู่บริษัทและความผาสุกประดามี ก็ชายหนุ่มร่างสูงไม่เคยมีประโยชน์ และไม่อาจทำประโยชน์ได้ในฐานะซีอีโอ อยู่ที่นี่ต่างหาก ตัวปัญหาแห่งซัวเถามีเพื่อน มีงานที่รัก และมี...


            ป๋ายเซียน


            จงต้าขอให้เขาอยู่ที่นี่ หัวใจของอดีตซีอีโอยังชุ่มชื่น แล้วถ้าเป็น... มนุษย์เมาคลีล่ะ


          หัวใจของชานเลี่ย จะหยุดเต้นไปเสียดื้อ ๆ หรือเปล่านะ

 






          บะหมี่ของเด็กชายจวนจะเย็นชืด ถึงอย่างนั้น แร็ปเปอร์หมาด ๆ กลับไม่แตะต้อง ชานเลี่ยกอดอก ยู่ปาก ขมวดคิ้ว ดูราวกับอวัยวะทุกส่วนบนใบหน้าเคลื่อนที่มากระจุกรวมกันตรงกลาง มือหนึ่งควงปากกา อีกมือเคาะนิ้วชี้กับโต๊ะเป็นจังหวะสม่ำเสมอ


          “เลี่ยเกอ” อีกคนหนึ่งสะกิดสะเกาอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ “เลี่ยเกอ บะหมี่ของป๋าย... เย็นแล้ว”


          “อีกเดี๋ยวน่า”


          “อีกเดี๋ยวไม่ได้นะ” ไอ้ตัวเล็กของชานเลี่ยหลับตาปี๋ ส่ายหน้าเร็ว ๆ “เลี่ยเกอ... จะปวดท้อง”


          ถอนหายใจหน่อยหนึ่ง “ฉันกำลังยุ่ง ป๋ายเซียน”


          “กำลังยุ่ง” เอาแล้วสิ... เจ้าหนูจำไมประทับร่างจนได้ “กำลังยุ่ง ทำหน้ายุ่งด้วย... ยุ่งอะไร”


          “เขียนเพลง เขียนท่อนแร็ปของตัวเอง ยากหน่อย... ฉันไม่เคยเขียนมาก่อน”


          มนุษย์เมาคลีพยักหน้าหงึกหงัก “อื้อ... เลี่ยเกอว่ายาก ป๋ายก็จะว่ายาก”


          ถอนหายใจอีกหน่อย... ลูกหมาป่าเอาอีกแล้ว พูดอย่างนี้ ใครจะใจร้ายเบือนหน้าหนีได้ ซีอีโอตกอับหันไปหา ไม่รู้ว่าเพราะอะไร เขาจึงตบลงบนตักของตัวเองและบอกว่า “มานั่งตักเกอนี่มา”


          เด็กชายจากป่าทำตาโต แน่ล่ะ... ครั้งแรกหรือเปล่านะ สักกี่หนเชียวที่ชายหนุ่มแทนตัวเองว่าเกอ ไม่ใช่ฉัน ป๋ายเซียนป่ายปีนขึ้นตัก ยุกยิกอยู่พักใหญ่กว่าจะเข้าที่ ก็เข้าที่เมื่อชานเลี่ยโอบรอบเอวผอม ๆ ไว้อย่างเสียไม่ได้นั่นแหละ


          “ทำอย่างนี้... ทำไม”


          “เผื่อว่าฉันจะคิดอะไรออก”


          อย่างที่คิด... กลิ่นลูกสนจากร่างกายของอีกฝ่ายทำให้หัวใจของชายหนุ่มร่างสูงสงบลง มีสมาธิยิ่งขึ้น เพราะอย่างนี้เอง กลิ่นเฉพาะตัวของป๋ายเซียนจึงดึงดูดเขาได้มากกว่ากลิ่นน้ำหอมราคาแพง ตัวปัญหาแห่งซัวเถาที่มักจะโลดเต้นอยู่ท่ามกลางความหวือหวา ลึกลงไปโหยหาความสุขอันเรียบง่าย... เกินกว่าที่ใครจะจินตนาการ


          ก้มหน้าก้มตาเขียน เขียน และเขียนอยู่พักใหญ่ มือของชานเลี่ยขยับรวดเร็ว ไม่หยุดเลยสักวินาที ท้ายที่สุดเมื่อแล้วเสร็จก็ต้องนวดฝ่ามือข้างที่ว่ากับโต๊ะจ้าละหวั่น ร้อนถึงเจ้าตัวเล็กตัวจริงเสียงจริงซึ่งลงมือนวดให้ด้วยมือเล็ก ๆ ทั้งสองของตัวเอง


          “กินบะหมี่ด้วย ให้ป๋าย... อุ่นให้ไหม”


          “ไม่ต้อง มือเราเป็นระวิงไปหมด อีกอย่าง ฉันหิวจนไส้จะขาด” ชานเลี่ยพยักพเยิดไปทางอาหารค่ำ “ส่งถ้วยให้ฉันที”


          “ป๋ายต้องลงจากตักเลี่ยเกอไหม... เลี่ยเกอจะได้... มีมือ”


          ดูพูดเข้า เขาไม่ใช่วีรบุรุษสงครามที่เพิ่งจะเสียมือไปเสียหน่อย! “ไม่ลงแล้วฉันจะทำยังไง จะกินยังไง”


          “ก็... ” เจ้าตัวครุ่นคิดอย่างเป็นจริงเป็นจัง “ป๋ายจะป้อน... ดีไหม”


          ใครยอดเยี่ยม ใครยิ่งใหญ่ ใครเกรียงไกร ไม่มี้! วินาทีนั้น ชานเลี่ยได้แต่กลืนน้ำลายเอื้อก เอื้อกแล้วเอื้อกเล่า ไม่กล้าสบตาอีกคนหนึ่ง และก็ไม่กล้าปฏิเสธด้วย! เมื่อไม่ปฏิเสธ ป๋ายเซียนก็เป็นธุระป้อนเขาจริง ๆ ป้อนพลางบ่นพลางอีกต่างหาก “ผูกเน็กกะไต๊ก็ไม่สวย... ข้าวปลาก็... ไม่กิน กลุ้มใจจัง” บ๊ะ... พูดเหมือนม้าเปี๊ยบ ม้าที่บ่นกระปอดกระแปดเมื่อเตี่ยทำอะไรไม่ได้ความ


          “ใครสั่งใครสอน เป็นเด็กเป็นเล็ก กลุ้มจงกลุ้มใจอะไร”


          “ก็ในทีวี... พูดอย่างนี้” ใบหน้าเล็ก ๆ งอง้ำลง “ป๋ายจะหัดผูกเน็กกะไต๊... จากนี้จะผูกให้เลี่ยเกอ เพราะป๋าย... ม่ายล่ายหล่างจาย”


          “จำจากใครอีกล่ะ”


          “ประโยคนี้ จำจากเลี่ยเกอ”


          มันน่าตีไหมล่ะ! ถ้าไม่ติดว่าอาศัยใบบุญ ให้ป๋ายเซียนป้อนข้าวป้อนน้ำอยู่อย่างนี้ล่ะก็ ตัวปัญหาแห่งซัวเถาจะจับตัวอีกฝ่ายให้มั่นแล้วเขย่า ๆ จนกว่าจะหัวสั่นหัวคลอน!


          “เก่งนักนะ” อดพ้อไม่ได้ “เก่งแล้ว... จะไปจากเกอไหม”


          “ไปไหนล่ะ” ลูกหมาป่ากลับตอบซื่อ ๆ “ป๋ายจะอยู่ที่นี่”


          “ไปอยู่กับไอ้หมอ”


          “ไม่ล่ะ... คุณหมอของป๋ายไม่เหมือนกับเลี่ยเกอ”


          คุณหมอของป๋ายอะไรเล่า! “ไม่เหมือนยังไง”


          “ก็ป๋ายรักเลี่ยเกอ”


          คนเป็นเกอถึงกับสะอึก “พูดอะไรออกมา” ชานเลี่ยละล่ำละลัก “พูดอะไรออกมา รู้ตัวหรือเปล่า!


          “อ้าว... ก็ในทีวี พูดอย่างนี้ออกบ่อย ป๋ายนึกว่า... ” มนุษย์เมาคลีขมวดคิ้ว “รัก... แปลว่า ชอบ... ชอบมาก ๆ ชอบที่สุด”


          “ไม่ใช่อย่างน้าน” ชายหนุ่มร่างสูงสั่นศีรษะ “มัน... ไม่ใช่อย่างน้าน โธ่โว้ย!


          “แล้ว... รักแปลว่าอะไร”


          ลืมไปเสียสนิท ป๋ายเซียนไม่รู้จักคำว่ารัก ไม่เคยถูกสอนให้พูดคำว่ารัก เด็กชายจากป่าย่อมไม่รู้ว่ารักคืออะไร และต่างกับชอบ... ซึ่งอีกฝ่ายมักใช้เมื่อนึกประทับใจสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างไร


          “เราน่ะ... ไม่ต้องรู้หรอก”


          “ไม่เอานะ! ” งอแงขึ้นมาทันที “ป๋ายอยากรู้... บอกป๋ายหน่อย”


          ก็แล้วคนที่มักจะถูกค่อนแคะว่าไม่มีสมอง จะแจกแจงให้เข้าใจยังไงไหว “รัก... คือ... เอ้อ... ไม่รู้จักเกลียด ไม่รู้จักโกรธ อยากอยู่ด้วย... อยากอยู่ด้วยจนตลอดชีวิต ล่ะมั้ง ฉันเองก็ไม่รู้”


          เมื่อพูดออกไปแล้วจึงรู้... เขาไม่รู้จริง ๆ นั่นแหละ ไม่รู้จริง ๆ อย่างที่บอกอีกฝ่าย ทั้งที่พูดคำว่ารักนับร้อยหน กับคนนับร้อยคนมาแล้ว “พี่รักหนูนะจ๊ะ” บนเตียงนอนอย่างนี้ พูดออกไปอย่างง่ายดาย...


          แต่ทำไม พูดว่ารักป๋ายเซียนจึงยากนัก


          ก็แค่พูดนี่... พูดออกไปซี่ คำคำเดียว ไม่สลักสำคัญอะไรหรอก


          ลึกลงไปในใจ ชานเลี่ยรู้ว่าสิ่งนั้นสำคัญ สำคัญกว่าอะไรในโลก ป๋ายเซียนบริสุทธิ์ เป็นความบริสุทธิ์เดียวที่อยู่ใกล้ชิดเขา จนน่ากลัวว่าวันหนึ่ง... ลูกสนสีขาวจะถูกแต้มด้วยสีอันหม่นหมอง ก็เขาน่ะไม่ได้เรื่อง สักนิดก็ไม่ได้เรื่อง ยอมรับก็ได้! แฟร์ไหมล่ะ กรี๊ดสิ! กรี๊ด! ความกลัวที่ว่าวันหนึ่งจะทำให้ตุ๊กตากระเบื้องนี้แตกหัก แหลกสลาย จึงยังหลอกหลอนตัวปัญหาแห่งซัวเถาอย่างไม่รู้จักลดราวาศอก


          “เอาอย่างนี้ วันหนึ่งฉันจะบอก”


          อาจเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้วสำหรับเขา... อดีตซีอีโอผู้ (โกหกตัวเองและใครต่อใครว่า) เกรียงไกร กับเจ้าตัวเล็กที่ยิ่งใหญ่... ในหัวใจของเขา อย่างไม่ทันรู้เนื้อรู้ตัว







#ฟิคเมาคลี

มีความสุขใช่ไหมคะ? อิ่มเอมใจเนอะ ดีค่ะ 

ตักตวงความสุขในตอนนี้กับตอนหน้าไว้มาก ๆ นะคะ ตุนไว้ให้เยอะ ๆ เลย


...


เฮ้ย! เดี๊ยววว ทำไมหล่อนต้องพูดจาโหดร้ายอย่างนี้กับรีดเดอร์! 555

เมื่อกี้เป็นโหมดซาดิสม์นะคะ ลืม ๆ มันไปซะ

กิกิกิกิกิกิกิกิกิกิกิกิกิ











ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 84 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,556 ความคิดเห็น

  1. #1537 heykiki (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 มีนาคม 2563 / 04:28
    ตาพิรักน้องแต่ไม่ยอมรับอะเนอะ ปากแข็งแต่ก็ขี้ใจอ่อนมส่วนน้องคทอน่ารักใจพัง น่ารักแบบมาก ๆ มากที่สุดเลย น้องก็รักเกอมาก ๆ
    #1,537
    0
  2. #1515 Vibrance (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 14:46
    ฮืออออน้องป๋ายทำไมดีขนาดนี้ลูกกก
    #1,515
    0
  3. #1488 อะหมีบอยด์มูฟเม้น (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:41
    ง่ะ อย่าขู่กันซีคะ
    #1,488
    0
  4. #1394 ❤ Little "B" ❤ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 21:01
    เลี่ยเกอมีพรสวรรค์และมีความสามารถ
    #1,394
    0
  5. #1325 KyuMin_Pumpkin (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 กันยายน 2560 / 14:07
    อิพี่ชานเลี่ยขี้ป๊อด!!!
    #1,325
    0
  6. #1278 luck_0x3_lux (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 02:18
    ป๋ายน่าร้ากกกกกก อยากมีน้องป๋ายเป็นของตัวเองต้องทำยังไงค่ะ ฮือออ
    #1,278
    0
  7. #1255 chickenkyung (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 15:52
    โอ๊ยป๋ายยยย เลี่ยควรไปบวชทนได้ไงกับความน่ารักของป๋ายย
    #1,255
    0
  8. #1233 Tongdchr (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 02:43
    ความน่ารักของป๋าย โอ้ยยย พี่ชานเลี่ยเขาก็ดีขึ้นทุกทีๆ คนดีของป๋าย
    #1,233
    0
  9. #1180 Pinkuplatong (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 22:43
    งืมมม หวานแท้ พิเลี่ยจะไปไหน จะม่าไม่ได้ กำลังสนุกเหลยย

    ป๋าย งื้ออ บอกรักเลี่ยเกอด้วย
    อิคนยิ่งใหญ่ เกรียงไกร ชานเลี่ย ผู้ไม่ได้ความ มีดีอะไรให้น้องมารักกัน
    #1,180
    0
  10. #1158 sweetpss (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 14:04
    ไรต์พูดเปงลาง ไม่นะซิสอย่าดราม่าแถวนี้เลยยยฮืออ ป๋ายน่ารักไปแล้ว
    #1,158
    0
  11. #1121 จีวอนชิ':) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 18:17
    เอ้ะ ยังไง
    #1,121
    0
  12. #1058 พิเจค (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 13:26
    อย่าน้าาาาา แงงงงงง
    #1,058
    0
  13. #1035 PINKLAND (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 15:30
    เหมือนจะมีดราม่าเลยค่ะซิสสส
    #1,035
    0
  14. #875 CLAREY (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 / 15:55
    บอกได้แต่คำว่าน่ารักอ่ะ
    #875
    0
  15. #666 tonWANja (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 18:48
    อะไรไรรรรรรรรท์ จะมาโยนดราม่าอะไรให้ ไม่รับนะโว่ยยยยยยยยย กำลังฟินๆอยู่เลยยยย 
    #666
    0
  16. #605 ByunPark_luvly (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 11:01
    เกอน่ะอะไรๆก็พูดให้ไปอยู่กะไอหม่อ เดี๋วยเหอะ
    #605
    0
  17. #506 ชยอลนะจ้ะ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2559 / 23:21
    เหมือนที่ม๊าบ่นป๊าหรอเลี่ยย โอ้ยยน่ารักอ่ะงื้ออ
    #506
    0
  18. #504 chompoochi (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2559 / 11:35
    อ่านทอล์กแล้วชั้นจะทำไรได้คะ 5555555555555 ความฟินที่ให้ตักตวงก็แบบกระจุ๋มกระจิ่มน่ารักเชียว 555555
    อาเลี่ยเหมือนเจอที่ของตัวเองแล้วอ่ะ คือที่ฮาร์บินเนี่ย แบบที่ที่หัวใจได้พักผ่อนอ่ะ
    ชอบความรู้สึกของอาเลี่ยที่มันค่อยๆเพิ่มที่ละนิดๆ กับเจ้าป๋ายเซียนความบริสุทธิ์ที่ยิ่งใหญ่ในใจชานเลี่ย
    อยากให้ชานเลี่ยกล้าหาญที่จะปกป้องตัวเอง คนที่รัก และกล้าที่จะเผชิญความจริงและยอมรับมัน
    ชอบที่เจ้าตัวปัญหากชายเป็นผู้เป็นคนแบบนี้ขึ้นมาเพราะความรัก ไม่กล้าพูดก็จะพิมพ์ให้เนี่ยแหละ 55555
    ป๋ายเซียนพูดแจ้วๆ น่ารักมากกก น่ากอดน่าบีบไปหมดเลย ฮื่ออออออ
    #504
    0
  19. #503 kkimmaggurren (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 / 18:47
    ไม่กล้าอ่านตอนต่อไปเลยอะ เด๋วตอนหน้าจะอ่านคอมเมนต์เตรียมอารมณ์ก่อน
    #503
    0
  20. #498 'schdapt (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2559 / 02:03
    แหมมม ตอนแทนตัวเองว่าเกอละบอกให้น้องมานั่งตักนี่ไม่ใช่แค่ป๋ายที่ตาโต นี่ก็ตาแทบถลน แหมๆๆๆๆ คำว่ารักมันพูดยากนักใช่ไหมห้ะเลี่ยยย //บีบคอ
    #498
    0
  21. #497 Ppp (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2559 / 00:37
    เหนือซีอีโอตกอับยังมีอาเหรินค่ะ

    อาเหรินหล่อสู้ขีวิตมากกกกกกกกกก

    ดีใจกับเลี่ยเกอที่เจอทางที่ใช่แล้ว

    ได้รุ้สักทีว่าตัวเองมีอะไรบ้าง ทำอะไรได้

    น้องป๋ายดังใหญ่แล้ว
    #497
    0
  22. #496 meandkh (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2559 / 21:54
    โอ้ยป๋ายน่ารักจังเลยโว้ย ใจพรี่ ใจพรี๊
    #496
    0
  23. #492 lovelylittleduck (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2559 / 13:57
    เกอเค้าก็ทำได้หลายอย่างนี่ เก่งเหมือนกันนี่นา
    ตอนป๋ายพูดว่า กลุ้มใจจัง นี่น่ารักสุดดด
    #492
    0
  24. #489 Autumn.Devil (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2559 / 09:38
    รอนะค้าาาาา
    #489
    0
  25. #488 Autumn.Devil (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2559 / 09:37
    โอ้ยยยยย เอ็นดูน้องป๋ายยย น่ารักจริง ฮื่อออออ
    #488
    0