end - (exo) crawl (to) me baby! | chanbaek

ตอนที่ 12 : สามจอกสี่จอกกรอกเข้า เมรีขี้เมาก็หลับไป

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,863
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 89 ครั้ง
    9 ธ.ค. 59


? cactus




บทที่ 11

สามจอกสี่จอกกรอกเข้า เมรีขี้เมาก็หลับไป


 




          “เลี่ยเกอ เมื่อไหร่... ”


          “เมื่อไหร่อะไร” ชานเลี่ยถามพลาง เคี้ยวเบอร์เกอร์ตุ้ย ๆ พลาง “เมื่อไหร่อะไรหือ ไอ้ตัวเล็ก”


          “เมื่อไหร่... คุณหม่อจะมา”


          คนเป็นเกอสำลัก ถลึงตาใส่ลูกหมาป่า “ทำมาย! ไม่มาร้อก เป็นหมอ ยุ่งจะตายหะ”


          “แต่... แต่... ” ป๋ายเซียนหน้าง้ำ “ป๋ายพูด ป๋ายออกเสียงได้... ดีขึ้นหมาก ป๋ายอยากให้คุณหม่อ... ได้ยิน”


          กว่าสัปดาห์เศษที่คนทั้งสองถูกผู้ก่อตั้งเสี่ยวหลงเซียสตูดิโอหอบหิ้วไปทางนู้นที ทางนี้ที ซื้อใจใครต่อใครด้วยความน่ารักน่าชังของป๋ายเซียน และทำข้อตกลงกับผู้คนมากหน้าหลายตา สตอรี่บอร์ดสำหรับมิวสิกวิดีโอถูกร่างขึ้นอย่างคร่าว ๆ โดยจินสี่สหาย (ซึ่งลู่หานบังคับให้แก้ไขนับครั้งไม่ถ้วน) ไม่ช้า กำหนดการถ่ายทำก็ถึงมือซีอีโอตกอับ วันนี้... ที่โบสถ์เซนต์โซเฟีย


          ตัวปัญหาแห่งซัวเถาไม่เชื่อสายตาตัวเองเมื่อเห็นวันที่สิบเอ็ดพฤศจิกายนบนปฏิทิน ชานเลี่ยมักจะตื่นแต่ไก่โห่ เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรแออัดและผู้คนคลาคล่ำขณะเดินทางไปสตูดิโอกุ้งก้ามแดง ขลุกอยู่ในห้องบันทึกเสียงกับผู้ร่วมงานทั้งสี่ มนุษย์เมาคลีจะมาถึงในเวลาสิบเอ็ดนาฬิกาและส่งเปี้ยนตังให้ อดีตซีอีโอกลับถึงบ้านที่ถนนจงหยางเมื่อท้องฟ้าเป็นสีแดง ทำอาหารและอาบน้ำกับป๋ายเซียน ใช้บัตรคำสำหรับหัดพูดฝึกฝนอีกฝ่าย แล้วก็เข้านอน


          กิจวัตรประจำวันเหล่านี้ทำให้ชายหนุ่มร่างสูงลืมว่าวันคืนเป็นอย่างไร ไม่มีวันอังคารที่สองของเดือนซึ่งร้านอาบอบนวดร้านประจำลดราคาพิเศษ ไม่มีบุฟเฟต์เบียร์ทุกวันเสาร์ที่สามของเดือน และไม่มีนางแบบในเสื้อผ้าน้อยชิ้นคอยกระซิบกระซาบว่า “เฮียขา ถ้าถึงใจ... ขอจีวองชี่ให้หนูนะ” มีแต่เด็กชายจากป่าและงาน งานล้นมือ งานจริง ๆ อย่างที่ชานเลี่ยไม่เคยสัมผัส งานที่ถนัดถนี่ งานที่พอใจ งานที่เลือกแล้วด้วยตัวเอง (แม้จะถูกอี้ชิงกระตุ้นกึ่งบังคับก็ตาม)


          ครั้งสุดท้ายในสายโทรศัพท์กับเตี่ย มังกรฟ้าแห่งซัวเถาค่อนแคะว่า “หายไปเลย อยู่ที่ไหนนะ อาเลี่ย บ้าน... รึว่าฮวงซุ้ย”


          “เฉาฉุ่ย (ปากเสีย) น่าเตี่ย” เขาสวน “ทำงานน่ะ งานทั้งนั้น เวลาจะหายใจหายคอยังไม่มี”


          “ม้าจ๋า แคะหูให้ที เบา ๆ นะจ๊ะ”


            “อย่าน่าเตี่ย สงสารม้า”


          “เอ้า” เตี่ยอุทาน “ต๊กกะใจนี่หว่า คนอย่างลื้อนี่นะ ทำงาน ไม่จริ๊งไม่จริง”


          “ไม่ทำงานจะเอาอะไรยาไส้ ล่อไม่ให้กันสักแดง ลูกชายคนเดียวของเตี่ยนะนี่” ชานเลี่ยตอกกลับ “แค่นี้ล่ะ เตี่ย ป๋ายเซียนหิว”


            “หนาว... หนาวจั่ง”


          “ไม่กอดร้อก” ได้ทีขี่แพะไล่บ้าง ซีอีโอตกอับหัวเราะคิกคัก “ให้เราหนาวตายที่นี่ล่ะ”


          “ไม่เอา! ป๋ายหนาว! เลี่ยเกอ... กอดหน่อย กอดหน่อย”


          ที่ซัวเถายังเป็นฤดูใบไม้ร่วง แต่ที่ฮาร์บินนั้น ฤดูหนาวมาถึงแล้ว อุณหภูมิต่ำลงทุกวัน และหิมะสายบาง ๆ ก็ตั้งต้นโปรยปรายในวันที่อากาศเย็นเป็นพิเศษ ลานด้านหน้าโบสถ์เซนต์โซเฟียจึงถูกเคลือบด้วยน้ำอุ่นซึ่งเกิดจากหิมะละลาย ผสมกับเกลือและโคลนเปียก ๆ สะท้อนภาพท้องฟ้าซึ่งเต็มไปด้วยเมฆสีเทา ตัดกับสีเขียวน้ำทะเลของหลังคาโบสถ์และสีทองของเครื่องหมายกางเขน




          “กอดทำไม นู่น... ให้ไอ้หมอของเรากอดนู่น”


          “ที่นี่ไม่มี... คุณหม่อ”


          ชานเลี่ยทำลอยหน้าลอยตา “เนอะ น่าสงสารแย่ ร้องหาแต่ไอ้หมอ คำก็ไอ้หมอ สองคำก็ไอ้หมอ ใครกันแน่ที่อยู่กะเรา ป๋ายเซียน ใครกันแน่ หือ! รักไอ้หมอนัก ก็หนาวตายอยู่อย่างนี้ล่ะ”


          “ป๋ายหนาว... ป๋าย... ”


          แล้วมนุษย์เมาคลีก็เงียบไป ตัวปัญหาแห่งซัวเถายิ้มย่อง โถ... น้ำตาตกสิท่า รู้แล้วใช่ไหมล่า! ใครกันแน่ สำคัญที่สุด ดีที่สุด ยอดเยี่ยมที่ส...


            “เหวย! ไอ้หมอ!


          “สวัสดีครับ คุณผู่” ซื่อชุนยิ้มเผล่ ไม่ไกลจากเขานัก ตั้งแต่เมื่อไหร่! “ผมเห็นด้วย ป๋ายเซียนน่าสงสารจริง ๆ โธ่... สั่นเป็นลูกนกตกน้ำ ให้หมอกอดเราแน่นอีกหน่อยไหม ป๋ายเซียน”


          กับประโยคอันอ่อนหวานนั้น หมออู๋ก้มลงพูดกับเด็กชายจากป่าในอ้อมแขนโดยตรง ไอ้ตัวเล็กของชานเลี่ยก้มหน้างุด ซุกอยู่กับอกอันแข็งแรง อบอุ่น และกว้างขวาง เออ... ไหล่มันกว้าง กว้างจริง ๆ นี่หว่า เมื่อรู้สึกอบอุ่นขึ้นก็ซุกซน เงยหน้าขึ้น ยิ้มแต้ให้ซื่อชุน อ้าปากงับและแทะต้นแขนที่อุดมด้วยกล้ามเนื้อนั้นอย่างมันเขี้ยว


          “คิดถึงหมอหรือเปล่า ป๋ายเซียน”


          “อื้อ! ” ตอบด้วยตาใสแจ๋ว แจ๋วจนน่านัก... น่าทิ่มนัก เดี๋ยวเถอะ!


          “หมอก็คิดถึงเราเหมือนกัน วันนี้หมอจะอยู่กับเรานะ อยู่กับเราทั้งวัน อยู่กับเราจนปิดกล้องเลย ป๋ายเซียนของหมอเก่งที่สุด หมอรู้ว่าเราจะทำได้”


          รู้อยู่แล้วว่าหมออู๋จะมา ทั้งลู่หาน จินสี่สหาย และอี้ชิงจะพร้อมหน้าในวันนี้ แต่ไม่คิดไม่ฝันว่าหมอประจำตัวของป๋ายเซียนจะอยู่ที่นี่ตลอดทั้งวัน


          “อยู่กับป๋ายเซียนทั้งวัน อยู่ได้ยังไง นี่ไอ้หมอ” ชานเลี่ยถามด้วยท่าทางที่มองจากคุนหมิงก็รู้ว่าเป็นการคุกคาม “ไม่ทงไม่ทำหรือไง งานน่ะ หรือว่าตกงาน ออกมาเตะฝุ่นแล้ว ใช่มะ เป็นอย่างนั้นแน่ ๆ ใช่ไหม”


          “คุณผู่” คู่ปรับที่เคี้ยวได้ยากที่สุดถอนหายใจเสียงดังอย่างจงใจ “รู้จัก ใบลาหรือเปล่า ไม่สินะ กับชีวิตที่ไม่เป็นสับปะรดของคุณ รู้จัก งาน ก็นับว่าน่าทึ่งแล้ว”


          “โอ้โห!


          โอ้โหแล้วก็จนปัญญา ไม่รู้จะตอบโต้อย่างไร ก็ที่พูดมาน่ะ ถูกต้องทุกคำ ทุกพยางค์ กระทั่งเสียงหายใจเข้าระหว่างประโยคหนึ่ง ๆ ของซื่อชุนก็ฟังดูชอบธรรม แพ้ตั้งแต่อยู่ในมุ้ง ตั้งแต่ตอนที่ยังไม่มีเงินซื้อมุ้งด้วยซ้ำไป


          ได้แต่พูดลอดไรฟัน “ป๋ายเซียน”


          “อือ... ”


          “อุ่นหรือยัง”


          แล้วหมออู๋ก็ยิ้ม เป็นยิ้มน้อย ๆ ที่ซีอีโอตกอับได้แต่ร้องว่าเกลียดนัก เกลียดนักในใจ “อือ... อุ่น”




          “คุณผู่” ซื่อชุนบอกอย่างอารี “ดูบนฟ้าสิครับ”


          ไม่เห็นอะไรนอกจากนกอพยพฝูงหนึ่ง บินรอบ ๆ หลังคาโบสถ์อย่างที่ชวนให้สับสน “ก็แค่นก มีอะไร”




          รอยยิ้มของอีกฝ่ายกว้างขึ้นอีก ขณะกระซิบ...


          “กลับไปรวมฝูงได้แล้วมั้ง”


            ไอ้หมอ... ไอ้หมอ! อย่าหวังเลยว่าจะมีชีวิตอยู่จนได้ถือไม้เท้า อย่าหวังเล้ย!

 






            การถ่ายทำมิวสิกวิดีโอเป็นไปอย่างราบรื่นระคนขลุกขลัก ด้วยงบประมาณที่จำกัด องค์ประกอบต่าง ๆ จึงไม่หวือหวานัก ไม่มีบทพูด ดังนั้น ป๋ายเซียนจึงมีแต่จะถูกสั่งให้ทำในสิ่งที่ถนัดถนี่ที่สุด คือยิ้ม หัวเราะ วิ่ง และอ้อนวอน


          “ทำได้ดีมาก ป๋ายเซียน” ได้ยินเสียงตะโกนจากผู้กำกับเป็นระยะ ๆ


            เฮอะ! ก็เจ้าตัวไม่รู้นี่ว่ากำลังทำอะไรอยู่ ไอ้การยิ้มให้เขา หัวเราะให้เขา วิ่งไปมารอบ ๆ อ้อนวอนเขาด้วยดวงตาใสแจ๋วเป็นประกาย เป็นปกติวิสัยของลูกหมาป่า มนุษย์เมาคลีไม่รู้จักมิวสิกวิดีโอ สำหรับป๋ายเซียนแล้ว เด็กชายจากป่ากำลัง เล่นนอกบ้านกับเลี่ยเกอ เท่านั้นเอง


          มีแต่ชานเลี่ยแหละที่...


          “คัต! เกร็งเกินไป!


          ตอนที่เขาตบปุ ๆ ลงบนหัวทุย ๆ ด้วยท่าทางเงอะงะ


          “คัต! ไม่เป็นธรรมชาติ”


          ตอนที่เขาก้มลงกอดป๋ายเซียน แค่... ก้มลง ก็สันหลังยาว ๆ เท่านั้นแหละที่กลายเป็นเส้นโค้ง ที่เหลือ... ไม่


            “ไม่เคยกอดเขาหรือไง” ผู้กำกับหงุดหงิด ขณะที่อี้ชิงแบะปาก และจินสี่สหายพร้อมใจกันเกาท้ายทอยแกรก ๆ


          “ให้ผมเล่นแทนไหม ผมกอดเขาออกบ่อย” จงต้าเสนอ


          ตัวปัญหาแห่งซัวเถาตอบเสียงดัง ก่อนที่เจ้านักร้องจะพูดจบประโยคเสียอีก “ไม่!


          “ไม่... บอกว่าไม่แล้วก็ต้องเล่นให้ดีซี่”


          ถึงอย่างนั้น การถ่ายทำกลับไม่คืบหน้า และที่ไม่คืบหน้าก็เพราะตัวปัญหาแห่งซัวเถา เพราะเขาเท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับมนุษย์เมาคลี เตี่ยรู้จะได้หัวเราะให้ฟันร่วง ชานเลี่ยอายเหลือเกิน แทบจะแทรกแผ่นดินหนี แต่จะทำอย่างไรได้ ก็เขาไม่...


          “มานี่ ทั้งสองคน”


          ท้ายที่สุด ผู้กำกับที่จวนเจียนจะหมดความอดทนจึงกวักมือ เรียกเขากับป๋ายเซียนไปหา ไอ้ตัวเล็กของชานเลี่ยเดินแปะไปทางซ้ายที ทางขวาที หน้ามุ่ย หาวหวอด เหนื่อยแล้ว... อย่างนั้นสินะ


          “ป๋ายเซียน น้ำหน่อยมา”


          เออแน่ะ ก็คนเดิมแหละ จะใครเสียอีก เป็นซื่อชุนที่ยิ้มอย่างให้กำลังใจและส่งน้ำดื่มให้ป๋ายเซียน วันนี้จินสี่สหายไม่ซู่ซ่านัก เพราะมีหมออู๋เป็นไม้กันหมา (จากคน) ก็ส่วนหนึ่ง และเพราะต่างคนต่างคนต่างเบื่อ เหนื่อยเหลือเกินอีกส่วนหนึ่ง


          “เคย... กอดเขาหรือเปล่า ในฐานะผู้รับอุปการะ” ลู่หานสอบสวน ขณะที่อี้ชิงกลอกตา มองขึ้นไปยังหลังคาโบสถ์แล้วถอนหายใจแรง ๆ


          “ก็... แน่อยู่แล้ว”


          “แน่อยู่แล้ว แล้วทำไม” ผู้กำกับซบหน้าลงกับฝ่ามือ “ทำเหมือนคนไม่รู้จักมักจี่กัน”


          “ก็ผม... ก็... ”


          คราวนี้นายคนปัจจุบันของเขาโบกมือ “ไม่ต้อง” ลู่หานบอก “เอาอย่างนี้ กลับถึงบ้าน เปิดประตู แล้วป๋ายเซียนก็โผเข้าใส่ เป็นยังไง ทำให้ดูหน่อย”


          ฮาร์บิเนี่ยนผิวปากวิ้ว


          “ไม่ได้หรอก” ซีอีโอตกอับสั่นศีรษะ “ข้างนอกบ้าน กับข้างในบ้าน ผมทำอย่างที่ทำกับเขาในบ้านที่นี่ไม่ได้”


          เป็นหนึ่งในสิบคำตอบที่ฉลาดที่สุดในชั่วชีวิตของชานเลี่ย หากจะมีใครทะลึ่งจัดอันดับ ผู้กำกับขมวดคิ้ว “หมายความว่ายังไง” อีกฝ่ายถาม “มีอะไรหรือเปล่า”


          “มะ... ไม่มี”


          “ไม่มีก็ต้องทำได้ซี่!


          เจ้าตัวเล็กตัวจริงเสียงจริงที่เอียงคอฟังอยู่นานโพล่งขึ้น “ก็... เลี่ยเกอเปิดประตู่บ้าน แล้วก็... ”


          “ว่ายังไงครับ ป๋ายเซียน” หมออู๋กระตุ้น อีกฝ่ายมักจะพยายามทำให้มนุษย์เมาคลีได้พูดมาก ๆ เสมอ “พูดต่อไปซิ”


          “บอกว่า กลับมาแหล่วป๋ายจะวิ่ง วิ่งอย่างนี่” พร้อมกับวิ่งอวดใครต่อใครในละแวกนั้น “เลี่ยเกอจะกอดป๋าย แล้วก็จุ... ”


          “ป๋ายเซียน!


          เด็กชายจากป่าหดคอ หลับตาปี๋ “อย่าดุป๋ายเหลย”


          แต่ซื่อชุนเกิดผิดสังเกตขึ้นแล้ว หมอประจำตัวของป๋ายเซียนยืนเท้าสะเอว “จุอะไร”


          “ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ”


          “คุณผู่... ทำอะไรไม่เหมาะสมหรือเปล่า”


          อี้ชิงทำปากพะงาบ ๆ อ่านได้ว่า “ตายแหง ตายแน่ไม่ต้องสงสัย” ตัวปัญหาแห่งซัวเถาจึงทำหน้าบึ้ง สวนว่า “เรื่องส่วนตัว รู้จักหรือเปล่า หมอ อย่าเซ้าซี้ได้ไหม”


          “เอาล่ะ จะจุอะไรก็ช่าง! ” ลู่หานที่จ้องดูความสูงของดวงอาทิตย์บนท้องฟ้าอย่างเป็นกังวลรีบห้ามทัพ “ที่สำคัญคือน้องใหม่ ทำให้ดีกว่านี้ได้หรือเปล่า ถ้าไม่... ”


          “ถ้าไม่ นายจะทำอะไรอาเลี่ย” หมินซั่วถามอย่างตื่น ๆ


          “เปล่า... ไม่ทำอะไร ฉันจะให้หมออู๋เป็นพระเอก” ผู้ก่อตั้งเสี่ยวหลงเซียสตูดิโอบอกอย่างตรงไปตรงมา “เห็น ๆ กันอยู่ เขาเป็นหมอประจำตัวของป๋ายเซียน และก็สนิทสนมกับเด็กคนนี้ สถานภาพของเขาไม่ต่างกะของน้องใหม่ ผู่ชานเลี่ยเป็นผู้รับอุปการะ อู๋ซื่อชุนเป็นผู้ดูแล จะใครในสองคนนี้ ก็เป็นพระเอกมิวสิกวิดีโอเพลงเจ้าตัวเล็กได้ทั้งนั้น”


          “ไม่ได้นะ!


          “เลี่ย” ฮาร์บิเนี่ยนปรามเมื่อเขาเสียงดังขึ้น “เลี่ย อย่าเอาแต่ใจ จะทำก็ทำให้ดี ไม่อย่างนั้น... เลิก อย่าถือทิฐิ น้องเหนื่อยแล้ว ไม่สนุกแล้ว เห็นหรือเปล่า”


          แม้จะไม่พอใจ แต่ชานเลี่ยยอมรับว่าเพื่อนคู่ทุกข์คู่ยากพูดถูก อากาศเย็นลงทุกที และป๋ายเซียนก็เริ่มทำจมูกฟุดฟิด ผิวซีดลง ขณะที่ปลายจมูกเป็นสีแดง การทำงานกลางแจ้งท่ามกลางอากาศเย็นจัดติดต่อกันเป็นเวลาหลายชั่วโมงอย่างนี้ไม่ดีต่อลูกหมาป่า มนุษย์เมาคลีจะล้มเจ็บลงอย่างไม่ต้องสงสัย และตัวปัญหาแห่งซัวเถาก็ไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น


          “ก็ได้” เขาพูดในที่สุด “ผมจะตั้งใจ จะตั้งใจทำให้ดี”

 






          การถ่ายทำสิ้นสุดลงในเวลาค่ำ ท่ามกลางเสียงปรบมืออย่างไม่กระตือรือร้นนักของทีมงานจำนวนหยิบมือหนึ่ง และนักท่องเที่ยวที่มีสีหน้าไม่พอใจ อยากจะแผ่หลาบนลานที่ชื้นแฉะนั้นเหลือเกิน ชานเลี่ยเข้าใจแล้วว่า เหนื่อยสายตัวแทบขาด เป็นอย่างไร นกอพยพฝูงสุดท้ายหายไปจากรอบ ๆ หลังคาโบสถ์แล้ว แสงสุดท้ายจากดวงอาทิตย์ย้อมกระเบื้องสีเขียวน้ำทะเลเป็นสีส้มสดใส


          “ไง” เป็นอี้ชิงที่ยื่นขวดน้ำดื่มให้ ปัดฝุ่นจากไหล่ของเขาอย่างเวทนา “เหนื่อยหรือเปล่า”


          “ยังจะถามอีก” ตัวปัญหาแห่งซัวเถาตอบ “ป๋ายเซียน... เป็นยังไง”


 อีกฝ่ายอ้าปากจะล้อเลียน แล้วก็เปลี่ยนใจ “หลับปุ๋ย”


 “ที่ไหน กับใคร”


“นี่แน่ะ เลี่ย” เพื่อนคู่ทุกข์คู่ยากนั่งลงใกล้ ๆ “ไม่เป็นไรหรอก”


“ไม่เป็นไรได้ยังไง ป๋ายเซียนเหนื่อยอย่างนั้นเพราะ... ” กัดริมฝีปาก เรื่องอะไรจะยอมรับ! ร้อยวันพันปี ผู่ชานเลี่ยไม่เคยตกเป็นจำเลย และเรื่องอะไร เรื่องอะไรจะ จะ... เฮ้อ “เพราะฉัน”


“ปากหนักจนได้เรื่อง”


“ก็... จะให้ฉัน” ชายหนุ่มร่างสูงหลับตาลง “ทำอย่างนั้นได้ยังไง”


“จูบน้องน่ะเรอะ”


“ชิง!


“ป๋ายเซียนอายุสิบเก้าหรือยี่สิบปีแล้ว เลี่ย” ฮาร์บิเนี่ยนบอก “ในร่างกายของเด็กชายอายุสิบห้าปี ป๋ายเซียนไม่ใช่... เด็ก แกไม่ได้... เอ้อ... วิปริต”


“ฉันรู้”


“เพราะฉะนั้น... ไม่เป็นไรหรอก ถ้าแกจะ... อาฮะ... รักกับน้อง”


“ไม่ใช่อย่างนั้น ชิง” ซีอีโอตกอับนวดขมับอย่างกลัดกลุ้ม “ป๋ายเซียนบริสุทธิ์ บริสุทธิ์เหลือเกิน เพราะฉะนั้น ระหว่างตาหนูเปี้ยนกับฉัน... ”                  


         “โอโฮเฮะ อวี้หวงต้าตี้เป็นพยาน หลังจากยี่สิบเจ็ดปีแห่งความมัวเมา ผู่ชานเลี่ยเกิดเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาเฉย ๆ ”


         “ไม่เอาน่า”


          “เลี่ยเอ๊ย เพื่อนยาก” เพื่อนคู่ทุกข์คู่ยากหัวเราะหึ ๆ “ฉันบอกไม่ได้ร้อก ว่าแกควรจะทำ หรือไม่ทำอะไร แต่... ถ้า... ความรู้สึกนั้นเป็นของจริงล่ะก็ สู้สิ สู้อย่างที่ไม่เคยสู้มาก่อนในชีวิต จะทำก็ทำให้ดี ไม่อย่างนั้น... เลิก”


          “สู้อะไร”


          แต่อี้ชิงแค่ยิ้ม จากนั้นก็ยืนขึ้น “ดื่มกันหน่อย” อีกคนหนึ่งพยักเพยิดไปทางร้านอาหาร ซึ่งลู่หานและจินสี่สหายส่งเสียงโล้งเล้งอยู่ “มาน่า ป๋ายเซียนหลับปุ๋ยอยู่กับหมออู๋ ไม่เป็นอะไรหรอก”


          “เออ ก็นั่นแหละที่เป็นอะไร!


          “ถ้าอย่างนั้นก็รีบดื่ม รีบกลับบ้าน” ฮาร์บิเนี่ยน “มาสิโว้ย จะให้น้องหนุนตักคุณหม่อของป๋ายอีกกี่น้ำ เร็วเข้า”

 






          ฉ้อฉล! ฉ้อฉลเป็นที่สุด จะจินสี่สหาย อี้ชิง ผู้กำกับ หรือลู่หาน ให้ตายซี่ ใครว่าเบียร์ฮาร์บินอ่อน อ่อนอย่างที่ดื่มแทนน้ำได้ ใครว่า... ใครว่าวะ! จำไม่ได้... จำไม่ได้เลย โธ่โว้ย!


            “อ่อนจริง ๆ แหละ แต่... ไอ้โง่ โง่บัดซบ” อี้ชิงต่อว่าต่อขานขณะหิ้วปีกเขา พามาส่งที่บ้านอย่างทุลักทุเล “ดื่มแล้วดื่มอีก ล้มช้างได้เลย รู้จักช้างหรือเปล่า รู้จักหรือเปล่า เลี่ยโว้ย!


            ในบ้านมืดสนิท ฮาร์บิเนี่ยนพูดอะไรอีกสองหรือสามคำ คำที่ชานเลี่ยไม่เข้าใจ ชายหนุ่มร่างสูงสะโหลสะเหล ชนนู่น และชนนี่ ซึ่งต่างเป็นนู่นและนี่ที่ตัวปัญหาแห่งซัวเถาตอบไม่ได้อีกเช่นกันว่าคืออะไร นิ้วก้อยเท้าข้างหนึ่งกระแทกเข้ากับประตูกั้นบันได ซีอีโอตกอับร้องเสียงหลง “เจ็บโว้ย! เจ็บ! ป๋ายเซียนโว้ย!


          แน่ะ... ไม่ตอบ... หน็อยแน่ หลับปุ๋ย หลับปุ๋ยบนตักคุณหม่อของป๋าย มันน่านัก... น่านักจริง ๆ แหละ “ป๋ายเซียน! ” ชานเลี่ยตะโกนอีก “ตอบซี่ ทีกะไอ้หมอล่ะป๋าย ป๋าย ป๋ายอยู่นั่น!


          อดีตซีอีโอตะเกียกตะกายขึ้นบันได สู้... สู้อย่างที่ไม่เคยสู้มาก่อนในชีวิต อะไรของชิงนะ ชานเลี่ยไม่เข้าใจหรอก ยิ่งดื่มยิ่งไม่เข้าใจ แอลกอฮอล์ไม่เคยให้คำตอบ มีแต่จะสร้างคำถาม


          “ป๋ายเซียน!


          ทั้งมืด ทั้งพร่า ราวกับมองผ่านม่านน้ำ บันไดไหวพะเยิบพะยาบคล้ายคลื่น สะบัดหัวแรง ๆ ไม่ยักกระเตื้องขึ้น เขากะพริบตา อีกนิดเดียว... อีกนิดเดียว


            ประตูห้องนอนแง้มอยู่ ตุ๊กตาตัววอมแบทตกอยู่ไม่ไกลนัก “ไอ้หมอของเราทำอย่างนี้ได้ยังไง” ชายหนุ่มร่างสูงพึมพำ “ตุ๊กตาน่ะ ต้องอยู่กับป๋ายเซียนซีโว้ย ไอ้โง่”


          ว่าแล้วก็เอาหัวโหม่งประตู เสียงซึ่งดังขึ้นอย่างกะทันหันปลุกลูกหมาป่าให้ตื่น ชานเลี่ยพุ่งเข้าไปในห้องราวกับจรวด หัวทิ่มลงกับเตียง เฉียดมนุษย์เมาคลีไปหน่อยเดียว


          “เลี่ยเกอ... เลี่ยเกอกลับมาแหล่ว” ไอ้ตัวเล็กของชานเลี่ยหาวหวอด


          “เออ กลับมาแล้ว กลับมาหลังจากที่เราทิ้งฉันไง ทิ้งฉันไว้กับเจ้าพวกนั้น” คนเป็นเกอพาลพาโลใส่ “ไง ตักของหมออู๋ นุ่มสิท่า นุ่มใช่มะ”


          “เลี่ยเกอ... ” ป๋ายเซียนงึมงำ ด้วยความเคยชิน เด็กชายจากป่าโพล่งขึ้น “จุบป๋ายหน่อย จุบที่ปาก”


          แต่แทนที่ชายหนุ่มร่างสูงจะบ่ายเบี่ยง บอกว่า “ไม่เอาน่า” ก่อนจะผลักอีกฝ่ายให้พ้นทาง ชานเลี่ยลืมตา ป่ายปีนขึ้นไปบนร่างกายเล็ก ๆ ซึ่งถดหนีด้วยสันชาตญาณ “อือ... ลุกขึ่นซี”


          “ม่ายจำเป็น นอนอยู่อย่างนี้... ก็จูบได้” เขาสะอึก “จูบได้เหมือนกัน”


          “จูบ... จูบคืออ่าไร” ดวงตาสีอำพันซึ่งมีน้ำมาก เป็นประกายในความมืดมิด สุกใสพอ ๆ กับอัญมณี


          “คือจุ๊บที่ปาก” ซีอีโอตกอับอธิบาย “คือจุ๊บที่ปาก... แบบนี้”


          แล้วกุหลาบสวรรค์ของชานเลี่ยก็ถูกบดขยี้ ริดกลีบอย่างจาบจ้วง ป๋ายเซียนอ้าปากหายใจ ลิ้นของเขาจึงล่วงล้ำเข้าไป ไรหนวดซึ่งแข็งและสากเสียดสีกับผิวอ่อนราวกับหยกเนื้อดีเป็นรอยแดง ลิ้นเล็ก ๆ เย็นเฉียบของลูกหมาป่าสะเปะสะปะ ตัวปัญหาแห่งซัวเถาจึงรัดมันด้วยอวัยวะเดียวกัน พร้อม ๆ กับที่ผูกสองร่างกายเข้าด้วยกัน แนบสนิทเป็นเนื้อเดียว


          “เลี่ยเกอ” เด็กชายจากป่าครวญคราง “กอด... แน่น... แน่นจั่ง”


          “แน่นกว่าไอ้หมอหรือเปล่า”


          “ฮื่อ... ฮะ... ” ทั้งประโยคขาดหายไปเมื่อป๋ายเซียนสำลัก “แน่นกว่า... แน่นกว่า ป๋าย... หายใจ... ”


          แต่อีกฝ่ายจะหายใจออกหรือไม่นั้น ชานเลี่ยไม่รู้ ก็เขาทำให้ป๋ายเซียนไม่สามารถส่งเสียงได้อีกครั้งอย่างเอาแต่ใจ ริมฝีปากของซีอีโอตกอับขม มนุษย์เมาคลีจึงประท้วงด้วยการกระซิบว่า “ไม่... อาหร่อย” อยู่อย่างนั้น และเมื่อเห็นว่าตัวปัญหาแห่งซัวเถาไม่ฟังเสียง กำปั้นเล็ก ๆ ก็ทุบเข้าที่อกของเขาอย่างเสียไม่ได้


          “ไม่ชอบจุ๊บที่ปากของฉันแล้วหรือไง ไม่ชอบหรือไง... หือ” จูบพลาง คาดคั้นพลาง “หือ... ” จูบอีก คาดคั้นอีก “ไอ้หมอทำอย่างนี้กะเราใช่ไหม ทำ... ระหว่างที่เราทิ้งฉันไว้กับเจ้าพวกนั้นใช่ไหม ชอบจูบของไอ้หมอ มากกว่าจูบของฉันแล้วใช่ไหม”


          “ไม่ใฉ่... ไม่”


          แย่ล่ะสิ หัวใจของเขาเต้นแรงราวกับกลอง ชานเลี่ยหายใจเสียงดัง จวนเจียนจะควบคุมมือไม้ซึ่งป่ายปัดไปมาบนร่างกายของอีกฝ่ายไม่ได้ แย่แน่แล้ว...  ป๋ายเซียนตกอยู่ในอันตราย


            “แต่... วันนี่จะไม่อาหร่อย ก็ไม่เป็นไร” เด็กชายจากป่าพูดเสียงแผ่วเบา “ป๋ายยัง... ชอบ ชอบจุบที่ปากของเลี่ยเกอที่สุด ของเลี่ยเกอ... ข่นเดียว”


          อดีตซีอีโอไม่ใช่พระอิฐพระปูน สิ้นประโยคนั้น ชุดนอนของป๋ายเซียนจึงถูกทึ้งอย่างรีบร้อน และเมื่อชุดนอนลายทางนั้นไม่ถูกฉีกออกอย่างใจเสียที ชานเลี่ยก็คำราม เป็นเสียงซึ่งต่ำและลึก ลูกหมาป่าตัวสั่น “เสือ.. ” ป๋ายเซียนกระซิบ “เสือ”


          “ช่าย เสือจะกินเรา... กินเราเดี๋ยวนี้แหละ ป๋ายเซียน”


          ฝังจมูกลงกับผิวบริเวณลำคอซึ่งนุ่มราวกับแพร กัดปลายใบหูเล็ก ๆ และจูบครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ยุติธรรมเลย กลิ่นลูกสนของอีกคนหนึ่ง เย้ายวนกว่ากลิ่นน้ำหอมราคาแพงได้อย่างไร มนุษย์เมาคลีจะต้องถูกลงโทษ ว่าแล้วก็ฝากร่องรอยของตัวเองไว้บนลำคอขนาดกะจิริดนั้น ร่องรอยสีแดงคล้ายกุหลาบ เอาล่ะ... ชายหนุ่มร่างสูงตกลงใจ กุหลาบสวรรค์ข้างบน และตรงนี้... ตรงนี้ กุหลาบที่ฉันปลูกเอง กุหลาบของฉัน ของฉันคนเดียว    


            “เลี่ยเกอ... ทำอ่าไร”


          “ปลูกกุหลาบน่ะ”


          กระดุมถูกปลด อากาศเย็นพัดกรูจากประตูที่เปิดกว้าง ป๋ายเซียนสะดุ้งสุดตัว “หนาว” เจ้าตัวเล็กร้อง “เลี่ยเกอ... หนาว” แต่... ฟังที่ไหน ชานเลี่ยง่วนกับการปลูกกุหลาบ เสียงหายใจหนัก ๆ สลับกับเสียงคำรามต่ำ ๆ เมื่อไรหนวดเสียดสีกับผิวอันอ่อนนุ่มส่วนที่อยู่ต่ำลงไป ต่ำลงไป...


          ลูกหมาป่าเบือนหน้าหนี สันชาตญาณอย่างสัตว์ป่าบอกว่ากำลังถูกคุกคาม ร่างกายเล็ก ๆ สั่นเทิ้ม คนเป็นเกอกลายเป็นใครอื่น... คนที่ป๋ายเซียนไม่รู้จัก เด็กชายอุดริมฝีปากด้วยมือทั้งสอง น้ำตาหยดหนึ่งตกกระทบกุหลาบดอกใหม่บนไหปลาร้า “เลี่ยเกอ... อย่า... ”


          “อย่าอะไร”


          ว่าแล้วก็บดขยี้กุหลาบสวรรค์ดอกแรกอีก รุนแรงกว่าเดิม และเร่งเร้ากว่ามาก มนุษย์เมาคลียิ่งถดหนี ชานเลี่ยยิ่งกอดรัด “ละ... เลี่ยเกอ”


          “เป็นอะไรไป หือ... ตัวเล็ก” พร่าเหลือเกิน ต่ำและพร่า ราวกับไม่ใช่เสียงของเขา


          “อย่า... อย่าทำอย่างนี่ ป๋ายกลัว”


          แล้วน้ำตาก็ไหลพรู เป็นฝนที่ชะความเมามายจากตัวปัญหาแห่งซัวเถา สติสัมปชัญญะกลับคืนมา อย่างน้อย... ก็เร็วกว่าเมื่อหายไป


          “ไม่ทำแล้ว ป๋ายเซียน ไม่ทำแล้ว” เขาละล่ำละลักพูดขณะที่สวมเสื้อผ้าให้อีกฝ่าย “นอนเสีย ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรแล้ว... ชู่ว เด็กดี ไม่เป็นไรแล้ว”


          เป็นเวลาหลายนาที กว่าป๋ายเซียนจะสงบลงและหลับสนิทในที่สุด ปล่อยให้ลูกชายคนเดียวของมังกรฟ้าแห่งซัวเถานอนก่ายหน้าผาก คิดสะระตะจนค่อนคืน ก่อนจะส่งข้อความเสียงถึงอี้ชิง


          “เมย์เดย์ เมย์เดย์ นี่คือดายอิ้ง แมสเสจ (Dying Message) จากผู่ชานเลี่ย” พูดอย่างนั้นแล้วก็ถอนหายใจ “ถ้าฉัน... ถ้าฉันติดตะรางล่ะก็ สตาร์บัคส์ เวนติ ไอซ์ คาราเมล มัคคิอาโต กับข้าวหน้าเอนกาวะ นะ... นะเพื่อนรัก”







#ฟิคเมาคลี

หวังอะไรกันอยู่คะ

กิกิ ข้าวผัดกับโอเลี้ยงน่ะ พี่เลี่ยเขาไม่กินนะ 555









ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 89 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,556 ความคิดเห็น

  1. #1536 heykiki (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 31 มีนาคม 2563 / 04:12
    ตาพี่ทำน้องกลัวอ่า เนีย่ยยยย ช้านหวงน้องแบบที่ว่าไม่อยากให้ใครมาทำแม้แต่พระเอกของเรื่องก็ตาม 555555555555 ยัยหนูเปี้ยนเปงลูกหมาไม่โต ;-;
    #1,536
    0
  2. #1514 Vibrance (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 14:33
    โว้ยยยนังเลี่ย!นังตัวดี ฮือออทำกับน้องได้ไงงง เบาๆกับน้องหน่อยซี่ น้องตัวเล็กนะ ทำไมใจร้ายกับน้องห้ะเลี่ย
    #1,514
    0
  3. #1487 อะหมีบอยด์มูฟเม้น (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:33
    โถพี่คะ 5555555555555555555
    #1,487
    0
  4. #1465 moony+lilac (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 23:09
    ฮู่ว โล่งใจที่เสือเลี่ยไม่ทำนา เป็นเรื่องแรกที่ไม่อยากให้เอ็นซีมาไวอย่างนี้ นว้องยังเด็กอยู่เลยอาเลี่ย (ในทางชีวภาพ) เข้าซังเตแน่นวล
    #1,465
    0
  5. #1447 เจ้าครีม (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 13:45
    ว้ากกกก เสือเลี่ยยยย
    #1,447
    0
  6. #1408 PeUm Peum (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 มีนาคม 2561 / 06:02
    โอ้ยยยยทำไม)ากแบบนี้เขียนดีจังงงแบบโอ้ยยเราจะตายตรง เสือ เสือ จะกินเราแล้วววอ๊ายยยยยยอิด๊อกกกไม่ไหวววววว
    #1,408
    0
  7. #1393 ❤ Little "B" ❤ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 20:50
    55555555555 เลี่ยเกอเกือบไปละ
    #1,393
    0
  8. #1377 patita4282369 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:21
    555555
    #1,377
    0
  9. #1324 KyuMin_Pumpkin (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 กันยายน 2560 / 12:17
    เฮ้อออออ เกือบได้เข้าซังเตแล้วมั้ยละ คุณชานเลี่ย
    #1,324
    0
  10. #1308 Rnave12 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2560 / 17:53
    เกือบไปแหล่ว หนูเปี้ยน ดีนะเลี่ยเกอได้สติก่อน 55555
    #1,308
    0
  11. #1277 luck_0x3_lux (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 01:51
    เลี่ยเกอจะทำอะไรน้องงงงงงง คุกนะคะ จะติดคุกแล้วยังจะกินของดี จะตลกไปไหน555555555555
    #1,277
    0
  12. #1254 chickenkyung (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 14:33
    รุกแรงไปหน่อยนะเลี่ย ค่อยๆกล่อมซี่รับรองคุกถึงใจแน่555
    #1,254
    0
  13. #1232 Tongdchr (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 02:27
    โห อิพี่ จะติดคุกรอมร่อยังจะสั่งเสียสตาร์บัคกับเอ็นกาวะ พ่อคุณ ทูนหัว
    #1,232
    0
  14. #1179 Pinkuplatong (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 22:05
    ชอบประโยคเมเดมากอ่ะ เกือบติดตารางแล้วไม๊ล่ะผู่เอ๊ยย อิผู่ผีบ้า
    #1,179
    0
  15. #1157 sweetpss (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 12:47
    โถ่เกือบแล้วเชียว55555
    #1,157
    0
  16. #1120 จีวอนชิ':) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 17:55
    เขาเมาน่าาา
    #1,120
    0
  17. #1034 PINKLAND (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 14:44
    ป๋ายเกือบโดนกินแล้ววว
    #1,034
    0
  18. #953 049910bxl (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 มีนาคม 2560 / 12:44
    ยังงี้ดีล้าววว อย่เพิ่งทำไรน้องเลยย ค่อยๆสอนน้องในวันที่พร้อมดีกว่า คริๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ กรั่กๆๆ
    #953
    0
  19. #874 CLAREY (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 / 15:41
    ตลกก 5555
    #874
    0
  20. #813 นุ้ตะไคร้ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:56
    เลี่ยเกอรุกหนักเว่อร์ เอาอีกค่ะชอบๆ
    #813
    0
  21. #664 tonWANja (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 18:24
    ไม่ติดดดดด ไม่ติดคุกอะไรทั้งนั้นนนนนนนนนนนนน บ้าาาาาาาาาาา ความรักก็คือความรักกกกกกก ฉันเชียร์เธอสุดแรงเกิดผู่ชานเลี่ย!!! #ทีมชานเลี่ย !!!!
    #664
    0
  22. #451 ยูสเซอร์?แลม. (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 / 10:23
    ข้าวที่ฝากอย่างหรู5555555555
    แต่ชานเลี่ยอย่าทำน้องแบบนี้ น้องกลัวถ้าน้องหนีไปจะทำยังไง !!!
    #451
    0
  23. #450 Ppp (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2559 / 22:56
    กินข้าวผัดกับโอเลี้ยงก็พอค่ะอิเลี่ย 5555555555555

    ถ้าคุณหมอรู้แกตายแน่ โดนฉีดยาตายแน่ๆ

    ไม่ขัง ประหารเลย 555555555555555555555555
    #450
    0
  24. #447 Pae_Ap (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 / 15:19
    ทั้งสงสารและน่ารังแกอ่ะงื้อออ น่ารักมากป๋ายน้อย
    #447
    0
  25. #440 BoomZiiz (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 15:35
    โง้ยยยยยยยยยย ป๋ายยยยทำไมน่ารักยังงี้ เลี่ยเกออย่าทำป๋ายร้องไห้นะ!!!!
    #440
    0