end - (exo) crawl (to) me baby! | chanbaek

ตอนที่ 10 : กามเทพทั้งสี่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,134
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 98 ครั้ง
    9 ธ.ค. 59


? cactus





บทที่ 9
กามเทพทั้งสี่





 

          ขม... ยังขมอยู่เลย


            เลียริมฝีปากแล้วถอนหายใจ ถ้ายกเท้าขึ้นก่ายหน้าผากได้ ชานเลี่ยทำเสียนานแล้ว!


          โทรศัพท์มือถือสั่น ส่งเสียงครืดคราดออกมา ซีอีโอตกอับรับสาย “ไง ชิง”


          “เป็นยังไง... เสียงไม่ดีเลย”


          “ป๋ายเซียนยังไม่ตื่น” ตัวปัญหาแห่งซัวเถาพูดค่อย ๆ กลัวว่าอีกคนหนึ่งจะลืมตาขึ้น “และไข้ก็ยังไม่ลด”


          “บอกหมออู๋หรือยัง”


          คิ้วกระตุก “ไม่บอกหรอก มันจะได้เพ่นกบาลฉัน แล้วบอกว่าฉันไร้น้ำยาน่ะสิ” ชานเลี่ยว่า “แต่ว่า... ตอนนี้ สุดสัปดาห์แล้ว ไอ้หมอจะมาที่นี่ วันพรุ่งนี้ เพราะฉะนั้น... ”


          “ช้างตายทั้งตัว ใบบัวปิดไม่มิด” อี้ชิงหัวเราะ


          “น้อย ๆ หน่อยโว้ย ไม่ใช่ความผิดของฉัน”


          “ไม่ใช่ก็เหมือนใช่” เพื่อนคู่ทุกข์คู่ยากโต้ “น้องเครียด พักผ่อนน้อย กิจวัตรประจำวันเปลี่ยนไป อากาศก็เย็นลงทุกที ที่ป๋ายเซียนไม่สบาย เพราะเปี้ยนตังของแกหรอก ว่าแต่... ผู่ชานเลี่ยหิ้วปิ่นโตสังกะสีเคลือบเถานั้นไปทำงานจริง ๆ เรอะ น่าดูชะมัด ท่าทางเตี่ยจะดีใจแย่ เนอะ... เลี่ย”


          “ฉันเกลียดแก”


          “ฉันจะโทรศัพท์หาหมออู๋ บอกเขาว่าป๋ายเซียนไม่สบาย”


          “อย่านะ อย่าให้ไอ้หมอแจ้นมาที่นี่เชียว ปวดกบาล”


          ฮาร์บิเนี่ยนให้คำแนะนำไม่กี่คำก็วางสาย ท่าทีสบาย ๆ ของเพื่อนทำให้ชายหนุ่มร่างสูงใจชื้น เมื่ออี้ชิงยังสบายใจก็หายห่วง “ไข้หวัดน่ะ” อีกฝ่ายสรุปในคืนที่ผ่านมา “ใจเย็น ๆ เลี่ย ไม่มีอะไร ไข้หวัดธรรมดา วัดไข้ เช็ดตัว ป้อนยา ไม่กี่วันก็หาย ทำเป็นหรือเปล่า”


            “แกก็รู้... ”


          “ช่าย” เพื่อนรักพูดกลั้วหัวเราะ “เพลย์บอยผู่ทำไม่เป็นหรอก แต่... เพื่อป๋ายเซียนนี่ เดี๋ยวก็เป็น”


            “พูดอะไรไม่รู้เรื่อง”


          ปลายสายกลับตอบอย่างไม่ยี่หระ “เน้อ... ภาษาหัวใจ ไม่มีเหตุผล ฟังไม่รู้เรื่องเล้ย”


            เป็นยังงี้กันทั้งบ้าน! ไม่ว่าจะเป็นพ่อจาง แม่จาง หรือจางอี้ชิง เจ้าสำราญ ช่างเจรจา หน็อยแน่ะ ได้ทีขี่แพะไล่ใหญ่ เห็นว่าเขาลงให้ป๋ายเซียนหน่อย เพื่อนคู่ทุกข์คู่ยากก็ตะบี้ตะบันล้อเลียน ไม่มีหยุดหย่อน น่าหมั่นไส้นัก


          ตะกายลงจากเตียง ตรงไปเปิดม่านและหน้าต่าง ให้อากาศถ่ายเท ไม่อับทึบ แดดสายส่องลอดเข้ามาพร้อมกับลมหอบใหญ่ซึ่งเย็นจัด ลูกหมาป่าคราง “อือ” หดขาทันควัน เห็นอย่างนั้น ตัวปัญหาแห่งซัวเถาจึงเปิดประตูตู้เสื้อผ้า หอบหิ้วผ้าห่มหนา ๆ มาให้


          “ทนหน่อยนะ” ชายหนุ่มกระซิบ “ถูกแดดหน่อยดีกว่า อากาศปลอดโปร่งด้วย”


          ว่าแล้วก็คลี่ผ้าห่ม ห่มร่างกายซึ่งเล็กกระจิด ผิวพรรณที่ชานเลี่ยเคยนึกครึ้มใจ เปรียบเปรยว่าเหมือนหยกสีขาวยิ่งขาวราวกับสัตว์เผือก ไม่มีสีเลือด ป๋ายเซียนดูเหมือนตุ๊กตากระเบื้องยิ่งขึ้นในชั่วข้ามคืน


            ลางานดีกว่า...


            เพราะไม่มีเบอร์โทรศัพท์ของลู่หานหรือแม้แต่จินสี่สหาย ตัวปัญหาแห่งซัวเถาจึงไม่ได้บอกกล่าวแก่ใคร เอาน่า เขาคิดอย่างนั้น วันเดียวหรอก เพลงก็เขียนเสร็จแล้ว ไม่เป็นไร...


            ที่หนักใจน่ะ... ที่โป๊ะไฟ ใกล้กับหัวเตียงต่างหาก


          ตรงนั้น ยาพาราเซตามอลแผงหนึ่งคว่ำหน้าอยู่ หายไปเม็ดหนึ่ง ก็เม็ดที่ทำให้ริมฝีปากของชานเลี่ยมีแต่รสขมนี่ยังไง


          ชายหนุ่มรู้แต่ว่า ยาพาราเซตามอลแผงหนึ่งในตู้ยาสามัญประจำบ้านใช้ลดไข้ บรรเทาอาการปวดเศียรเวียนเกล้า ยาลดไข้ชนิดน้ำสำหรับเด็ก ชานเลี่ยไม่รู้จัก ไม่รู้ว่าจะอธิบายอาการของป๋ายเซียนแก่เภสัชกรอย่างไร นอกจาก “ตัวเขาร้อน เคาะกะโหลกตัวเองแล้วบอกว่าเจ็บ” ลูกหมาป่าก็งอแง ไม่ยอมกลืนยาพาราเซตามอลซึ่งขมและมีขนาดใหญ่พอสมควรสำหรับเด็กชายจากป่าที่ไม่เคยรักษาอาการป่วยไข้ของตัวเองด้วยยาแผนปัจจุบัน คิดสะระตะอยู่นาน ซีอีโอตกอับก็ตัดสินใจ... กัด


          ใช้ฟันกัดยาพาราเซมอล แบ่งเป็นชิ้นเล็ก ๆ ป้อนมนุษย์เมาคลี และให้อีกฝ่ายดื่มน้ำตามทีละคำ ๆ


            แล้วไอ้ตัวเล็กของชานเลี่ยก็หลับปุ๋ย ไข้ลดลงหนหนึ่ง เขารู้เมื่อได้กลิ่นเหงื่อกลางดึก ไม่รู้ว่าเพราะอะไร อาการจึงกำเริบขึ้นอีก


          “เฮ้อ... ” เพลย์บอยผู่ถอนหายใจ “ไม่เป็นก็ต้องเป็นล่ะว้า”  


          แต่ไหนแต่ไร ชานเลี่ยแข็งแรง ม้าพะเน้าพะนอ พอ ๆ กับที่ลู่หานเอาอกเอาใจโฮเวิร์ด ฟอน ฮินเดนบูร์ก บ้านหลังใหญ่ในซัวเถา สรรพกำลังแม่บ้าน แม่ครัว แม่นมก็พรั่งพร้อม อุณหภูมิร่างกายเปลี่ยนไปหน่อยเดียว คนเหล่านั้นจะกุลีกุจอพัดวี ป้อนยา เช็ดเนื้อเช็ดตัว ม้าจะรีบร้อนทำไก่ตุ๋นยาจีน เป็นอันว่า ผู่คนลูกไม่เคยนอนแบ็บอยู่กับเตียงด้วยอาการป่วยเกินสองวัน เพราะอย่างนั้น จึงไม่รู้เลยว่าจะดูแลใคร ๆ อย่างไร ชานเลี่ยดูแลตัวเองไม่เป็นด้วยซ้ำ


          “หนึ่งถึงสองเม็ด สี่ถึงหกชั่วโมง”


          อ่านฉลากยาเป็นครั้งแรก หัวคิ้วทั้งสองถึงกับเลื่อนมาบรรจบกันเหนือสันจมูก ทบทวนอยู่นาน กว่าจะเข้าใจ กว่าจะรู้ว่า อ้อ... ที่อาการของป๋ายเซียนไม่ดีขึ้น เพราะได้รับยาน้อยเกินไปนี่เอง


          กว่าสิบสามชั่วโมงแล้วที่ลูกหมาป่าไม่ได้รับยาลดไข้ “ป๋ายเซียน” ตัวปัญหาแห่งซัวเถาตัดสินใจปลุกอีกคนหนึ่งที่ถูกพิษไข้เล่นงาน นอนกระสับกระส่ายอยู่อย่างนั้นขึ้น “ป๋ายเซียน ลุกที นาทีเดียวนะ... นะ กินยาหน่อย”


          “เลี่ยเกอ... ”


          “อือ... ฉันเอง กินยาหน่อย มา... ฉันช่วย”


          ทุลักทุเลไม่น้อยกว่าจะพยุงร่างกายเล็ก ๆ ที่ปวกเปียกไปถนัดตาขึ้นนั่ง ชานเลี่ยขยับเข้าใกล้ นั่งซ้อนหลัง แต่ลูกหมาป่าที่กำลังอ่อนเพลียก็คอพับคออ่อน ไม่อยู่ในท่าที่จะดื่มน้ำได้ หนัก ๆ เข้า ชายหนุ่มจึงยกตัวอีกฝ่าย... ซึ่งเบาโหวงอย่างน่าประหลาดใจขึ้นนั่งตัก โอบด้วยแขนทั้งสอง กัดแบ่งยาแล้วป้อนทีละคำ ๆ จนหมด


          “ดื่มน้ำเยอะ ๆ ” ซีอีโอหนุ่มกำชับ ม้าก็มักจะพูดอย่างนี้เมื่อเขาไม่สบาย “ดื่มอีก แข็งใจดื่มอีกหน่อย แล้วนอนพัก”


          หนุนหมอนให้สูง ห่มผ้าให้ ไอ้ตัวเล็กของชานเลี่ยขดตัว มองเขาตาแป๋ว แม้ดวงตาทั้งคู่จะโรยลงมาก แต่ก็พอจะสุกใส เป็นประกาย “เลี่ยเกอ” ป๋ายเซียนอ้อนวอน “เลี่ยเกอ... ป๋ายหนาว หนาวจั่งเลย”


          แล้วคนเป็นเกอจะทำอะไรได้ นอกจากซุกตัวลงใต้ผ้าห่ม แล้วปล่อยให้มนุษย์เมาคลีซุกหัวทุย ๆ ลงกับอก “ยาออกฤทธิ์เมื่อไหร่ เราจะหายหนาว” เขาบอก “ไม่เป็นไร ป๋ายเซียน... แล้วเราจะหายดี”


          ภายในสิบห้าที ป๋ายเซียนก็หลับสนิท ชายหนุ่มร่างสูงจึงขยับตัวช้า ๆ ให้อีกฝ่ายกอดตุ๊กตาวอมแบทกับตุ๊กตาเสือโคร่งแทน แล้วถดตัวลงจากเตียง เพื่อจะออกไปยืนทำหน้ายุ่งที่บันได


            แล้ว... เรื่องเช็ดตัว จะเอายังไงหว่า

 






            เพราะกองทัพต้องเดินด้วยท้อง ชานเลี่ยจึงลงไปที่ครัว ทำแซนด์วิชอย่างง่าย ๆ ให้ตัวเองและหาวิธีทำซุปหัวหอมในอินเทอร์เน็ต ตั้งทิ้งไว้บนเตาโดยตั้งใจว่าเมื่อลูกหมาป่าตื่นขึ้นอีกครั้ง จะคะยั้นคะยอให้ลงมากินอะไรหน่อย ปวกเปียกไปทั้งตัวอย่างนั้น ขืนไม่มีอะไรตกถึงท้อง ป๋ายเซียนจะแย่เอา


          จากนั้นก็กลับมาที่ห้องนั่งเล่น ร้องเพลงหงุงหงิง ระหว่างที่ขะมักเขม้นหาวิธีเช็ดตัว กระทั่งพบวิธีเช็ดตัวเด็กเล็กที่ถูกต้องในเว็บไซต์คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง


          “อืม... ” อดีตซีอีโออ่านออกเสียง “ใช้น้ำอุ่น หรือน้ำธรรมดา ห้ามใช้น้ำเย็น เพราะจะทำให้หลอดเลือดหดตัว ระบายความร้อนได้น้อยลง อย่างนี้นี่เอง”


          กัดแซนด์วิชกร้วมหนึ่ง


          “ยาลดไข้จะออกฤทธิ์หลังรับประทานยาสามสิบนาที ออกฤทธิ์สูงสุดหนึ่งชั่วโมง และคงสภาพได้สี่ชั่วโมง หากไข้สูงระหว่างมื้อยา ให้เช็ดตัว อืม... ”


          แล้วก็กัดอีกกร้วม


          “ขั้นตอนที่หนึ่ง ถอดเสื้อผ้าเด็กออกให้หมด”


          หือ... ถอดเสื้อผ้าเด็กออกให้หมด!


            ชานเลี่ยตาโต ใบหน้าร้อนวูบวาบ ถอดเถิดอะไร เรื่องอะไรจะถอด อาบน้ำด้วยกันมากี่หน ป๋ายเซียนไม่เคยล่อนจ้อนให้เห็นสักครั้ง เหตุผลเท่านี้ก็พอแล้ว! เพราฉะนั้น ไม่ถอดหรอก!


          ถ้าอี้ชิงอยู่ข้าง ๆ คงจะตะโกนกรอกหูเขาเพราะไม่ได้อย่างใจว่า “เหตุผลหะอะไร ไอ้บ้า!


          “เอาล่ะ ตั้งสติ” ชายหนุ่มภาวนากับตัวเอง “ตั้งสติไว้ ผู่ชานเลี่ย”


          มือยังสั่นอยู่ขณะที่เตรียมน้ำอุ่น เทใส่กะละมังพลาสติกรูปปลาสีฟ้าของไอ้ตัวเล็ก หาผ้าเช็ดตัวเก่าเก็บได้ผืนเดียว จึงใช้กรรไกรตัด แบ่งเป็นสามส่วนอย่างลวก ๆ เมื่อกลับไปที่ห้องนอน ป๋ายเซียนก็กำลังตื่นอยู่แล้ว ลูกหมาป่าหน้าตาเหรอหรา ท่าทางหวาดกลัว “เป็นอะไรไป” เขาถาม


          “หนึกว่าเลี่ยเกอไป่ทำงาน” อีกฝ่ายตอบอย่างซื่อ ๆ “ก่อวันนี่ป๋าย... ต่องการเลี่ยเกอหนี่นา”


          “นี่” ตัวปัญหาแห่งซัวเถาบอกขณะผลักเด็กชายจากป่าเบา ๆ ให้นอนลงอีกครั้ง “อย่าเที่ยวไปพูดอย่างนี้ กะคนนู้นคนนี้ เข้าใจไหม”


          “พูดอ่าไร”


          “พูดว่าต้องการน่ะ”


          เจ้าหนูจำไมเอียงคอ สงสัยใคร่รู้ แม้ใบหน้าจะยังซีดเซียว “ถั่มไม”


          “อย่าถามให้มากความ คนฟังเขาใจคอไม่ดี รู้เท่านี้ก็พอแล้ว” ฮะ! ที่ทำอย่างนี้ ก็เพื่อปกป้องมนุษยชาติหรอกนะ อุลตร้าแมนอะไรกัน เรื่องหลอกเด็กทั้งนั้น ผู่ชานเลี่ยต่างหาก... ของจริง! “เอาล่ะ นอนลง ฉันจะเช็ดตัวให้”


          อ่านทวนจากโทรศัพท์มือถือ ทำไปด้วยอย่างงก ๆ เงิ่น ๆ ชานเลี่ยไม่กล้าถอดเสื้อผ้าอีกฝ่าย ดังนั้น จึงให้ป๋ายเซียนถอดเสื้อ และถลกขากางเกงขึ้นสูง ๆ เท่านั้น


          เช็ดใบหน้าแล้วประคบผ้าชุบน้ำที่ซอกคอ เช็ดแขนเข้าหาลำตัว แล้วประคบผ้าชุบน้ำที่รักแร้ เช็ดที่อื่น เปลี่ยนบริเวณที่ประคบ จากซอกคอและรักแร้ เป็นหน้าผาก หัวใจ ขาหนีบ และข้อพับเข่า ท้ายที่สุด ก็พับผ้าผืนหนึ่งเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าเล็ก ๆ วางแปะไว้บนหน้าผากของมนุษย์เมาคลี


            “ยี่สิบนาที ทำเวลาได้ดี” อดชื่นชมตัวเองไม่ได้ “ฉันจะอุ่นนมแพะให้ ดื่มนมสักหน่อยแล้วนอนพักนะ”


          “แหล่ว... เลี่ยเกอจาไปไหน”


          “เด็กนิสัยไม่ดี ป่วยเข้าหน่อยล่ะ ขี้หวงขึ้นมาเชียว” บิดจมูกเล็ก ๆ ไปมาอย่างหมั่นเขี้ยว “งอแงผิดวิสัย ฉันไม่ไปไหนหรอก ไม่ไปทำงานด้วย เรานอนพักตรงนี้ ฉันจะนอนอยู่ข้าง ๆ ก็ได้ ท่องอินเทอร์เน็ต อ่านหนังสือ... ล่ะมั้ง ถ้าอ่านออกน่ะนะ... หรือจะลงไปนอนที่ห้องนั่งเล่น จะได้อยู่ใกล้ครัว ฉันจะได้ดูทีวีด้วย”


          เป็นอันตกลง และเป็นอีกครั้งที่ชานเลี่ยยอมให้อีกคนหนึ่งขี่หลัง ก่อนจะจัดแจงให้ป๋ายเซียนนอนบนโซฟา ดื่มนมแพะ และไม่ช้าก็หลับปุ๋ยอีก


          ตลอดทั้งวัน ตัวปัญหาแห่งซัวเถาไม่ทำอะไร นอกจากเปลี่ยนช่อง ดูรายการต่าง ๆ ทุกรายการ ยกเว้นรายการข่าว ป้อนยาลูกหมาป่า เช็ดตัวอีกครั้ง อุ่นซุปหัวหอมให้ และกอดเมื่อเด็กชายจากป่าบ่นว่าหนาว


          ป๋ายเซียนดีขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่หนักหนาจริง ๆ อย่างที่อี้ชิงประเมินไว้ ตกเย็น ไข้ก็ลดลงมาก เริ่มด๊อกแด๊กได้ไปไหนต่อไหนได้ เป็นชานเลี่ยต่างหากที่อ้าปากหาว เพราะนอนหลับไม่สนิทตลอดทั้งคืน และยังตื่นอยู่ตลอดทั้งวัน แต่ยังไม่ทันที่ซีอีโอตกอับจะทำอาหารค่ำ หรือแม้แต่นัดแนะกับมนุษย์เมาคลีอย่างไรนั่นเอง เสียงกริ่งประตูก็ดังขึ้น


          ไอ้ตัวเล็กของชานเลี่ยหูผึ่ง แจ้นไปที่ประตูอย่างรวดเร็ว ทำจมูกฟุดฟิด ก่อนจะย่นคอ แล้วถลันกลับมาที่โซฟา ส่ายหน้าดิก พูดแต่ว่า “ไหม่ไฉ่ขุ่นหมอ”


          ชายหนุ่มร่างสูงสังหรณ์ไม่ดี... ไม่ใช่ซื่อชุนแล้วจะเป็นใคร อี้ชิงหรือ แต่ป๋ายเซียนรู้จักอี้ชิงนี่


          ต่อเมื่อเปิดประตูแล้ว และปิดประตูใส่หน้าคนกลุ่มนั้นไม่ได้แล้วนั่นแหละ ชานเลี่ยจึงรู้ตัวว่า... สายเกินไป


          “สวัสดี อาเลี่ย! ” จงต้าส่งเสียงแหลมขึ้นเป็นคนแรก “พวกเรามาเยี่ยมน่ะ”


          ว่าแล้วแปดแขนของจินสี่สหายก็ชูของเยี่ยมขึ้นพร้อมกัน แทบจะได้ยินเสียงดังพรึ่บ! พลางยิ้มเผล่อย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว ตัวปัญหาแห่งซัวเถาซบหน้าลงกับกรอบประตู โขกเบา ๆ ซ้ำแล้วซ้ำอีก


            กรรมอะไรของเลี่ยหนอ กรรมอะไรของเลี่ย!

 






            “น่ารักจังเลย ไหน... พูดอีกทีซิจ๊ะ”


          “เหมียนเกอ... เหมียนเกอข่องป๋าย”


          กระทั่งจงเหรินก็ยังร่วมวง แม้จะด้วยเสียงยานคางและดวงตาหรี่ปรือก็ตาม “ฉันด้วยซี่”


          “เหรินเกอ... เหรินเกอข่องป๋าย”


          “น่ารักจริง ๆ มาให้กอดหน่อย มามะ ป๋ายเซียน มาให้เกอชื่นใจหน่อย”


          “หยุดนะโว้ย! ทำอะไรรุ่มร่าม พ่อจะฟันมือให้หมด” ชานเลี่ยปรี่เข้าไปกลางวง ตั้งใจจะผลักจงต้าให้พ้นทาง แต่พี่ใหญ่ของจินสี่สหายออกคำสั่งเสียก่อน


          “อาเหริน จับอาเลี่ยไว้”


          ซาวนด์เอนจิเนียร์ขี้เซาไม่พูดพร่ำทำเพลง กระโจนใส่เขาทั้งตาปรือ ๆ ก่อนแขนของซีอีโอตกอับจะถูกจงเหรินยึดไว้ หมินซั่วก็กางแขนกางขา ขวางอยู่ระหว่างชายหนุ่มร่างสูงกับเจ้านักร้องที่ตอนนี้ทั้งกอดทั้งหอมลูกหมาป่าดังฟืดฟาด สบายใจเฉิบ


          “คนโกหก ไหนว่าป๋ายเซียนไม่ทันเชื่องดี ต้องกักบริเวณ” จุนเหมียนว่า “น่ารักออก น่ารักที่สุด นี่แน่ะ ป๋ายเซียน มาอยู่กับเกอมา”


          “อย่าตกลงเชียวนะ เด็กนิสัยไม่ดี” ชานเลี่ยรีบขู่ “มีอย่างที่ไหน เล่นกะเขาไปทั่ว ไว้ใจได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ ฉันจะขังเราไว้ในบ้าน ไม่ให้ออกไปไหนต่อไหนแล้ว”


          “ใจร้ายเนอะ ป๋ายเซียน บอกแล้ว มาอยู่กับเกอมา”


          กวนประสาท... กวนประสาทชะมัด! เหมือนรับมือหมออู๋สี่คนพร้อมกันยังไงยังงั้น


          หลังจากถามไถ่อย่างไร้ซึ่งความหวังก็ได้ความว่า ด้วยความรัก ความห่วงใยอย่างสุดซึ้ง ( “โกหก! ชานเลี่ยตะโกน) จินสี่สหายบอกลู่หาน ว่าเขาหายหน้า ไม่มาทำงาน เจ้านายคนปัจจุบันจึงโทรศัพท์หาอี้ชิง ก่อนฮาร์บิเนี่ยนจะให้คำตอบว่าป๋ายเซียนไม่สบาย ชานเลี่ยจึงขาดงาน ด้วยความร้อนใจ ( “ไอ้บ้า! ซีอีโอตกอับคำราม) จินทั้งสี่ถามอี้ชิงว่าเขาอยู่ที่ไหน และเพื่อนคู่ทุกข์คู่ยากก็ตอบอย่างรวดเร็ว ไม่บิดพลิ้ว


          ของเยี่ยมของจินสี่สหาย ไม่เลวเกวนักหรอก ที่เลวเกวน่ะ เกิดขึ้นเมื่อหนึ่งในสี่คนสบตาป๋ายเซียนต่างหาก “โอ้โห น่ารักจริง ๆ ป๋ายเซียนหรือนี่” แล้วก็รี่เข้าใส่ เด็กชายจากป่าไม่ทำอะไรนอกจากหัวเราะเอิ้กอ้าก เล่นกับคนนู้นที คนนี้ที ไม่ว่าตัวปัญหาแห่งซัวเถาจะเพียรห้ามปรามอย่างไรก็ตาม


          “ระหว่างเกอกับอาเลี่ย ใครจ๊ะ หล่อกว่ากัน”


          “อืม... ” ลูกหมาป่าเอียงคอ “ป๋ายไม่หรู่”


          หมินซั่วจึงติดสินบน “ฉันมีขนมติดมือมาด้วยล่ะ หวาน... หอม... อร่อยที่สุด เอาล่ะ ใครจ๊ะ หล่อกว่ากัน”


          “ข้นหนี!


          ประสานเสียงเฮแล้วเฮอีกเป็นระลอก ๆ ไม่มีใครสนใจชานเลี่ย ที่ตอนนี้ทำหน้ามุ่ย นั่งกอดอกอยู่บนโซฟา ตาเขียวปั้ด หน็อยแน่ะ เด็กนิสัยไม่ดี นิสัยไม่ดีจริง ๆ ใครกันป้อนยา ใครกันเช็ดตัว ก็ชานเลี่ยนี่! เป็นเขาไม่ใช่หรือไง ดีขึ้นหน่อยกลับไปเล่นหูเล่นตากับคนอื่น มาใกล้ ๆ ซิ พ่อจะดีดหูให้ช้ำ!


            “ป๋ายเซียนไม่สบายนี่ วันนี้... ป๋ายเซียนเป็นอะไรจ๊ะ”


          “เป็นหวัด หวัดธรรมดานี่แหละ!


          แต่จงต้าทำหูทวนลม “เสียงใครก็ไม่รู้เนอะ ป๋ายเซียน อย่าหันไปมองสิจ๊ะ มองหน้าเกอนี่ วันนี้ป๋ายเซียนเป็นอะไรไป”


          “ป๋ายเป่นไข้” ลูกหมาป่าตอบเสียงใส “ตัวร่อน ตรงนี่เจ็บ” ชี้ที่หัวทุย ๆ ประกอบคำบอกเล่า “แหล่วก่อหนาว หนาวหมาก ๆ ”


          “น่าสงสารจริง ๆ อาเลี่ยใช้ไม่ได้”


          หันไปแฮ่ใส่อีกหนอย่างอดรนทนไม่ได้ “ให้มันน้อย ๆ หน่อยโว้ย! เกรงใจเจ้าของบ้านมั่ง”


          “ป๋ายเซียนก็เป็นเจ้าของบ้านเหมือนกันนี่ ป๋ายเซียนชอบเกอไหมจ๊ะ”


          “ชอบ! ชอบ! ต้าเกอดี ดีเหมื่อนอี้ เหมื่อนขุ่นหมอของป๋าย”


          เอาเข้าไป... เง็กอ้วงไต่ตี่เกลียดเลี่ยนักใช่ไหม เลี่ยไม่พูดอะไรแล้วก็ได้ จะไม่พูดอะไรแล้ว!


          หยอกล้อกันอยู่พักใหญ่ จงเหรินที่ทำท่าจะขดตัวบนพรมและหลับสนิทในไม่ช้าก็ตั้งข้อสังเกต “ป๋ายเซียนเพิ่งจะฟื้นไข้นี่ ใช่ไหม หน้ายังเซียว”


          “ไหม่รู่... ต่องถามเลี่ยเกอ”


          คนทั้งสี่หันมาพร้อมกัน ชานเลี่ยอึกอัก “เออ อย่างนั้นแหละ” 


           “อากาศเย็นลงทุกที เลือดลมไม่ดีจะลำบาก” นักดนตรีอาวุโสบอกขรึม ๆ “อาต้า ติด ไอ้นั่น มาหรือเปล่า”


          “ ไอ้นั่น เรอะเฮีย” จงต้าพยักหน้า “ติดมาแน่อยู่แล้ว”


          นักแต่งเพลงสำทับบ้าง “ถ้าเป็น ไอ้นั่น ล่ะก็... ”


          ซาวนด์เอนจิเนียร์หาวหวอด “ไว้ใจ ไอ้นั่น ได้เลย”


          “นี่” ตัวปัญหาแห่งซัวเถาพูดลอดไรฟัน “ บอกมาเสียดี ๆ ไอ้นั่น คืออะไร”


          “แกน่ะไม่รู้อะไร! ” จุนเหมียนโอ่ “เห็นพวกเราซู่ซ่า ปึ๋งปั๋ง เลือดลมไหลเวียนดียังงี้ เพราะ ไอ้นั่น ล้วน ๆ ”


          “ยาอายุวัฒนะหรือไง”


          “ไม่ใช่ก็ใกล้เคียง” หมินซั่วบอกอย่างมีลับลมคมใน


          “เอาเถอะ” ก็ชานเลี่ยไม่มีความรู้นี่ ไอ้นั่นจะเป็นอะไรก็ตาม ทำให้ป๋ายเซียนหายขาด ดีขึ้นได้ ก็นับว่าดีทั้งนั้น “ถ้ามียาดี ก็เอาออกมา พิรี้พิไรอยู่ได้”


          “แน่น้า... อาเลี่ย”


          “ฮื้อ... อย่าเซ้าซี้”


          เมื่อเจ้าของกลาย ๆ อนุญาต จินสี่สหายก็ล้อมหน้าล้อมหลังป๋ายเซียน ไอ้ตัวเล็กของชานเลี่ยท่าทางเลิ่กลั่ก ราวกับลูกสัตว์ในพิธีบูชายัญ ซีอีโอหนุ่มเห็นดังนั้นก็ขมวดคิ้ว “จะทำอะไรน่ะ”


          “น่า... ไอ้นั่น น่ะ จะให้คล่องคอ ต้องย้อมใจเสียหน่อย”


          “ยาน้ำสินะ”


          “อา... ” จุนเหมียนพยักหน้า “จะว่ายังงั้นก็ได้”


          รู้สึกตัวอีกที ชายหนุ่มร่างสูงก็ถูกกันออกมาอยู่นอกวงทั้งที่ยังงงงวย นักร้องเปิดกระเป๋าสะพายของตัวเอง หยิบขวดเล็ก ๆ สีดำขวดหนึ่งออกมา คอขวดสูง ปากขวดแคบ ปิดด้วยจุกไม้ รัดด้วยผ้าเนื้อหยาบสีแดง เมื่อจงต้าเปิดจุกไม้ มนุษย์เมาคลีก็สะดุ้งพร้อมกับยู่หน้า แต่ชานเลี่ยที่อยู่ไกล... ไกลเกินกว่าจะมองเห็นหรือได้กลิ่น ไม่ติดใจสงสัย


          “หยดสองหยดก็พอ อาต้า ใจเย็น ๆ ”


          เจ้าของ ไอ้นั่น จึงใช้นิ้วชี้อุดปากขวดแล้วคว่ำขวดลงวินาทีหนึ่ง พอให้ของเหลวสีน้ำตาลอมแดงติดปลายนิ้วออกมา ป๋ายเซียนทำจมูกฟุดฟิด ไม่ไว้ใจนัก ก่อนใช้ลิ้นแตะเบา ๆ ที่ปลายนิ้วของจินเสียงทอง “ป๋าย!


          “ไงจ๊ะ ป๋ายเซียน”


          “ปะแหลก... ” ลูกหมาป่ายู่หน้า “แปลก”


          “อีกหน่อยนะ คนเก่ง ดื่มแล้วจะปึ๋งปั๋ง เหมือนเกอไง”


          ไม่ช้า การใช้ลิ้นแตะเบา ๆ ก็กลายเป็นการเลีย จากการเลีย กลายเป็นการจิบ จากการจิบ กลายเป็นการดื่ม เมื่อมนุษย์เมาคลีไม่เห็นว่าเป็นอันตราย ก็หายห่วงสินะ! อดีตซีอีโอเบาใจลง เบาใจลงมาก... กระทั่งไอ้ตัวเล็กของเขาสะอึกอึ๊ก! ก่อนจะเรอออกมาเอิ้กหนึ่ง


            กลิ่นนี่มัน...


            “ไม่ใช่เล่น ๆ แล้ว! ” ย่างสามขุม ปรี่เข้าไปกลางวงทันที “เอามานี่ เอามาให้ฉัน”


          “อาเลี่ย ใจเย็น ๆ  ช่วยได้จริง ๆ นา” หมินซั่วแบ่งรับแบ่งสู้ “ที่ว่าเลือดลมไหลเวียนดี ก็ดีจริง ๆ แค่... เอ้อ... ไม่ใช่ยาน่ะ”


          “รู้แล้ว รู้เสียยิ่งกว่ารู้เสียอีก”


          “ง่า... อาเลี่ย” จงต้าพูดขึ้นบ้าง “ป๋ายเซียนไม่เป็นอะไรหรอก”


          “โธ่... แกจะรู้อะไร” ภาพเมื่อป๋ายเซียนร้องไห้ ขอบตาแดงราวกับถูกวาดด้วยเลือดและต้องนำส่งโรงพยาบาลทยอยปรากฏขึ้น ทีละฉาก ทีละฉาก “เอา ไอ้นั่น มาให้ฉัน อาต้า จะดูให้แน่ใจ ไม่เลาะฟันแกออกมาเดี๋ยวนี้หรอกน่า เอามานี่! หน้าที่ของฉัน คือดูแลป๋ายเซียนอย่างดีที่สุดนะ”


          หนึ่งในจินสี่สหายจึงส่ง ไอ้นั่น ให้เขาอย่างเสียไม่ได้ พลิกขวดที่ว่าไปมาในมือ ดมกลิ่นซึ่งระเหยจากปากขวด ไม่กี่วินาที ชานเลี่ยที่คลุกคลีกับอบายมุขในรูปแบบต่าง ๆ มานักต่อนักก็คำราม “ยาดองนี่หว่า!


          “น่า... ก็ยา ดื่มแล้วซู่ซ่าจริง ๆ ด้วย”


          “เออ ยา รู้แล้วว่ายา” ตัวปัญหาแห่งซัวเถากัดฟัน ได้ยินเสียงกรอด ๆ ชัดเจน “ถูกล่ะ... ยา แต่ดองในอะไรล่ะ เหล้าไง ไอ้บ้า! กลับไปเดี๋ยวนี้เลย หน็อยแน่ะ รีบกลับไปเสียก่อนที่ฉันจะบีบคอทีละคน ทีละคน โธ่โว้ย!


          จินสี่สหายแตกฮืออีกหนหนึ่งในรอบสองวัน ต่างขอโทษขอโพยและบรรจงวางของเยี่ยมไว้บนโต๊ะรับแขก ก่อนจะผลุบหายไปจากประตูทีละคนสองคน หันไปมองป๋ายเซียน ไอ้ตัวเล็กของเขายิ้มแฉ่ง แต่ร่างกายโยกเยก โงนเงนไปข้างหน้าบ้าง ข้างหลังบ้าง


          “เลี่ยเกอ... อร่อยนา”


          “ไม่เอา ป๋ายเซียน ไม่ดีสำหรับเรา มานี่เลย อาบน้ำ แล้วนอนเสียที”


          ลูกหมาป่าไม่ว่าอะไร กลับเดินแปะตามเขาต้อย ๆ ไปที่ห้องน้ำอย่างว่าง่าย ที่น่าหมั่นไส้คือยิ้ม... ยิ้มไม่ยอมหุบ ยิ้มเลื่อนเปื้อน ดวงตาทั้งคู่ก็เลื่อนลอย จากด๊อกแด๊กกลายเป็นโดกเดก ดูเหมือนคนที่จะล้มลงได้ทุกเมื่อ


          “เดินดี ๆ ป๋ายเซียน เมาแล้วนะ รู้ตัวหรือเปล่า... รู้ไหมว่า เมา คืออะไร”


          “หม่ายรู่ หม่ายรู้”


          “เฮ้อ” ชานเลี่ยถอนหายใจ “มานี่มา อาบน้ำให้เรียบร้อย คงพอจะสร่างเมาอยู่หรอก แล้วนอนแต่หัวค่ำ เจ้าพวกนั้นล่ะก็ เล่นอะไรก็ไม่รู้”


          กว่าจะพาเด็กชายจากป่าซึ่งเมาแอ๋ลงไปในอ่างอาบน้ำได้ อดีตซีอีโอก็ลิ้นห้อย ร่างกายของอีกคนหนึ่งปวกเปียกว่าเดิมเสียอีก คอยแต่จะเลื้อยไปกับพื้นห้องน้ำ ไม่รู้กี่หนที่เขาต้องยกตัวป๋ายเซียนขึ้น พาดกับขอบอ่าง ไม่อย่างนั้น มนุษย์เมาคลีได้จมตัวเองลงไปใต้น้ำ หายใจเอาฟองอากาศออกมา เสียงดังบุ๋ง ๆ อย่างน่าสยดสยองแน่


          “ป๋ายเซียน ถูสบู่”


          “ฮื้อ... ป๋ายไหม่ถู่ ป๋ายไหม่รู่เรื่อง”


          ก็ร้อนถึงชานเลี่ย ต้องพาไอ้ตัวเล็กที่เมาไม่รู้เรื่องมานั่งตัก ถูสบู่ให้อย่างลวก ๆ อีกแหละ


          “เรานี่น้า เด็กนิสัยไม่ดี นิสัยไม่ดี!


          ถูไปบ่นไป แรก ๆ ถูอย่างแรง ทั้งโกรธ ทั้งวุ่นวายใจ ทั้งน้อยใจ... เอ๊ะ น้อยใจเรอะ ไม่ได้น้อยใจเสียหน่อย! นาน ๆ เข้า ก็ชักจะเบามือลงทุกที ๆ ก็... ใครจะไปทำลง


          ผิวของป๋ายเซียน ละเอียดอ่อนราวกับหยกเนื้อดี อย่างที่ชานเลี่ยเคยพรรณนาไว้จริง ๆ นุ่ม... และเนียน ขืนถูแรง ๆ จะชอกช้ำ ไม่น่าดูน่ะซี่


          อดใจไม่ไหว ปล่อยมือจากสบู่ ไล้แขน บ่า และขาของอีกฝ่ายด้วยมือเปล่าอยู่พักใหญ่ นุ่มจริง ๆ แหละ นุ่มและเย็นราวกับแพร แต่ก็บอบบางเหลือเกิน


          ยิ่งลูบ ยิ่งไล้ ป๋ายเซียนก็ยิ่งคล้ายตุ๊กตากระเบื้องขึ้นทุกขณะ ตอนนั้น... เราว่ายังไงนะ เห็นว่าอีกคนหนึ่งเป็นตุ๊กตากระเบื้องที่ออกจะบอบบาง อ้อนแอ้น คล้ายจะแตกหักใช่ไหม แน่ล่ะ ก็ลูกหมาป่าผอมเหลือเกิน แขนและขาเล็กกระจิ๋วราวกับกิ่งไม้


          ไม่ได้การ! อย่างนี้จะไม่ได้ขึ้นจากอ่างเสียที


            ได้สติก็พลิกตัวอีกฝ่ายทันควัน เพียงเพื่อจะกลับเสียสติอีกครั้งอย่างปัจจุบันทันด่วน


          ครั้งแรกกับไอ้ตัวเล็กในอ่างอาบน้ำ เขาคิดว่าป๋ายเซียนเหมือนตุ๊กตากระเบื้องที่ออกจะชำรุดอยู่หน่อย ๆ และคิดต่อไปว่าอะไรนะ ถ้าลองแต้มสีลงไปบ้าง ก็คงจะ... สวยน่าดู อย่างนั้นใช่ไหม


          ป๋ายเซียนถูกแต้มสีแล้ว ด้วยเลือดลมภายในของเจ้าตัว ยาดองของจินสี่สหาย ส่งผลให้ผิวขาว ละเอียดอ่อนราวกับหยกเนื้อดีแดงขึ้นเป็นจ้ำ ๆ เส้นเลือดฝอยแผ่ซ่านที่เปลือกตาซึ่งปิดพริ้ม ที่แก้มอันนวล... นุ่ม เนียน คล้ายผิวไข่มุก และที่ริมฝีปากเล็ก ๆ โดยเฉพาะที่ริมฝีปากนั้น เป็นสีแดงเข้มเสมอกัน ไม่รู้ว่าเง็กอ้วงไต่ตี่ ริดกลีบกุหลาบสวรรค์ ประดับลงบนใบหน้าของป๋ายเซียน... หรืออย่างไร


          มือของคนเป็นเกอสั่น... สั่นสะท้านขณะแตะลงบนแก้มที่นุ่มเสียจนนิ้วทั้งห้าบุ๋มลงไปอย่างง่ายดาย กุหลาบสวรรค์อย่างนั้นหรือ ใคร ๆ อยากเห็นเป็นบุญตาทั้งนั้น ใคร ๆ อยากชมใกล้ ๆ


          ใกล้อีก... ใกล้อีก...


          “เลี่ยเกอ” ขนตาค่อนข้างยาวซึ่งมีน้ำเกาะพราวกระพือเบา ๆ ราวกับปีกของนกกางเขน


          “อะไร” ชานเลี่ยกระซิบ เสียงพร่าเล็กน้อย เมื่อหัวใจเต้นโครมคราม แทบกระดอนออกจากปากเดี๋ยวนั้น


          ลูกหมาป่ายิ้มซุกซน ยิ้มอย่างนึกสนุก ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ป๋ายเซียนจึงพูดอย่างนั้นอีก อ้อนวอนเขาอย่างนั้นอีก เพราะเมา... เพราะเมาแน่ ๆ ล่ะ แม้จะผิดที่ ผิดเวลาเล็กน้อย


          “เลี่ยเกอ... จุบป๋ายหน่อย หนาผากหนึ่งจุบ ตาหมูกหนึ่งจุบ คางหนึ่งจ... ”


          เสียงแจ้ว ๆ เงียบลง เมื่อกุหลาบสวรรค์ถูกประกบ ชื่นชม ชิดใกล้ด้วยริมฝีปากของชานเลี่ย ลูกหมาป่าลืมตาขึ้น แต่ตายังปรอย อารามตกใจทำให้แก้มแดงปลั่ง เร้าจังหวะหัวใจของชายหนุ่ม ขณะเคล้าคลึงกุหลาบสวรรค์ทีละกลีบ กลีบบนด้วยการดูดดึง กลีบล่างด้วยการบดเบียด ลิ้นของเขาแตะลงที่ลิ้นเล็ก ๆ ของป๋ายเซียน เจ้าตัวเล็กตัวจริงเสียงจริงสะดุ้ง


          “เลี่ยเกอ” เด็กชายจากป่าถามด้วยเสียงแผ่วเบา “อ่าไร... แบบนี่... เรียกว่าอ่าไร”


          ตัวปัญหาแห่งซัวเถากลับตอบคำถาม ด้วยการทำให้คำถามนั้นอันตรธานไป ออกแรงเคล้นคลึงริมฝีปากเล็ก ๆ ยิ่งขึ้น นาน... กระทั่งป๋ายเซียนหอบหายใจ ตัวโยนเล็กน้อย “เลี่ยเกอ ป๋าย... หายใจไหม่ออก”


          ชายหนุ่มร่างสูงจึงได้สติ หลับตาลงอึดใจหนึ่ง แล้วลืมตาขึ้น บอกกับอีกคนหนึ่งอย่างอ่อนโยน “แบบนี้... เรียกว่าจุ๊บเหมือนกัน”


          “อือ... ” มนุษย์เมาคลีพยักหน้าอย่างอ่อนแรง “แต่เป่น... จุบที่ปาก”


          “ใช่” น้ำเสียงของชานเลี่ยหนักแน่น อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “สัญญากับฉัน จุ๊บแบบนี้ ที่นี่ มีแต่ฉันเท่านั้น... ฉันเท่านั้นที่ทำกับเราได้ เข้าใจไหม ป๋ายเซียน”


          “ฮื่อ ป๋ายเข่าใจ”


          ค่อยหายใจสะดวกหน่อย ว่าแต่... หวัดนี่ ติดต่อกันท่าไหนนะ


            จึงไม่น่าประหลาดใจเลยที่ในเช้าวันจันทร์ เมื่อชานเลี่ยปรากฏตัวขึ้นที่ห้องบันทึกเสียงพร้อมกับหน้ากากอนามัยและถูกถามว่า “เป็นอะไรไป อาเลี่ย”


          “ฮ้าดด... เช้ย!


          เป็นคำตอบเดียวจากปากซีอีโอตกอับ ที่เจ้าตัวไม่ต้องการจะอธิบาย บอกเล่าความเป็นไปให้ใครฟัง ก็เก็บ ความลับ ที่ว่าไว้กับตัว ดีกว่าเป็นไหน ๆ


          กุหลาบสวรรค์... จะได้เป็นของผู่ชานเลี่ย ของผู่ชานเลี่ยเพียงคนเดียว





#ฟิคเมาคลี

เขาก็รักของเขา เขาก็หลงของเขา

ดูเปรียบเปรยเข้า หยกเนื้อดี ไข่มุก กุหลาบสวรรค์งี้ 

อู๊ยยย เขารักของเขาจริง ๆ นะ เขาแค่ปากแค้งปากแข็งงง






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 98 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,556 ความคิดเห็น

  1. #1534 heykiki (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 มีนาคม 2563 / 03:44
    น่ารักมาก ๆๆๆๆๆๆๆ รักน้องมาก ถนอมน้องมากกกกกก จุ๊บน้องแล้วด้วย โฮ
    #1,534
    0
  2. #1512 Vibrance (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 05:46
    นังเลี่ยยยกรี้ดดดดดฟไกดดเ้รสราวงใืืสว
    #1,512
    0
  3. #1492 windnie1106 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:20
    รักน้องป๋าย แล้วสิ เลี่ยเก่อ
    #1,492
    0
  4. #1485 อะหมีบอยด์มูฟเม้น (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:11
    แงงงงงงงง อาเลี่ยจุ้บน้อนนนน
    #1,485
    0
  5. #1445 เจ้าครีม (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 21:42
    เกรสสส หัวใจนุ้งงงงงงงงง
    #1,445
    0
  6. #1391 ❤ Little "B" ❤ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 20:25
    เขินอ่ะเลี่ยเกอทนไม่ไหวแล้วสินะ 
    #1,391
    0
  7. #1349 DBK1802 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 20:42
    เลี่ยเกอคนบว้าาาาาาา -////- มาหลอกจูบน้องได้ไง ฮื่อ เขินเว้ยยย
    #1,349
    0
  8. #1322 KyuMin_Pumpkin (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 กันยายน 2560 / 11:03
    ยังดีที่แค่จุ๊บปาก กลัวใจฤทธิ์ยากดองจะทำให้ป๋ายน่ารักขึ้นกว่าเดิม
    #1,322
    0
  9. #1307 Rnave12 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2560 / 15:21
    จุบ จุบ จุ๊บ จู๊บบ เอ็นดูน้องป๋ายยย
    #1,307
    0
  10. #1224 Tongdchr (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 09:47
    จุบแล้ว จุบกันแล้วววววว ไม่ได้จุบที่หน้าผาก ตาหมูก หรือคาง แต่จุบที่ปาก ฮืววววว เจ้าป๋าย ไงล่ะ อ้อนนัก
    #1,224
    0
  11. #1175 Pinkuplatong (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 18:25
    ละมุนมาก งื้ออ ป๋ายสร่างเมาจะจำได้มั้ย

    จินสี่สหายนี่ น่ากลัวกว่าเลี่ยอีก มีอย่างที่ไหน เอายาดองมามอมน้อง
    #1,175
    0
  12. #1155 sweetpss (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 01:19
    เขาจูบกันค่ะซิสสฮือออ
    #1,155
    0
  13. #1116 จีวอนชิ':) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 17:29
    น้องเขาก็เป็นอย่างนี้ตั้งนานแล้ว
    #1,116
    0
  14. #1032 PINKLAND (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 12:56
    วรั้ยยยยยยย
    #1,032
    0
  15. #853 CLAREY (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 / 03:05
    ฮื่ออ น่ารักมากกก
    #853
    0
  16. #665 BN0412 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 18:27
    จุ๊บแล้วววว
    #665
    0
  17. #659 tonWANja (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 17:16
    เอาล่ะทีนี้ โดนแน่ป๋ายยยยยยยยยยยย
    #659
    0
  18. #350 ยูสเซอร์?แลม. (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 16:41
    เลี่ยเกอ !!!!!!!
    เลี่ยเกอทำแบบนี้กับน้องไม่ได้นะ ทำแล้วจะต้องรักษาน้องไว้ดีๆ 
    แต่เป็นไงล่ะ ...ติดหวัดเลย -..-
    #350
    0
  19. #332 mammoe (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 11:08
    จูบแล้วเว้ยยย
    #332
    0
  20. #305 Autumn.Devil (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2559 / 17:20
    ขอป๋ายกลับบ้านเถอะ น่ารักเกินไปแล้ว ฮื่อ!
    #305
    0
  21. #284 Ppp (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2559 / 16:06
    น้องป๋ายน่ารัก ใครๆ ก็รักน้องป๋าย อิเลี่ยก็หึงหูกางไปค่ะ 5555555555555 ตะบรึ๋ยยยยยยย อิเลี่ยยยยยยย จูบน้องแหล่วววววววววว ต้องขอบคุณจินสี่สหายมั้ยละะะะ เพราะยาดองของพวกนาง อิเลี่ยถึงได้โอกาสมาฉวย 5555555555555 โอ้ยยยยยยยยยย ขำพวกนาง 55555555 ดีนะที่น้องไม่แพ้เหล้าอ่ะ ไม่งั้นอิเลี่ยขาดใจตายอีกรอบแน่ๆ
    #284
    0
  22. #280 KrukriJibi (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2559 / 03:31
    ไรท์เก่งภาษามากๆเลย สู้นะคะไรท์ เขินหนักมาก เขาจูบกันแล้ว????????
    #280
    0
  23. #272 มิสเซฮุน (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2559 / 14:13
    โง้ยยย จุบๆให้อาป๋ายแล้ว เลี่ยก็จุบแลกไข้จนเป็นไข้ไปเลย 555555555
    #272
    0
  24. #257 pearr-i (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 21:26
    เลี่ยรักของเลี่ยเนอะ
    เลี่ยเก่อของป๋าย เค้าหวงของเค้าเนอะ
    เวลาอ่านเรื่องนี้ทีไรอยากมีป๋ายเป็นของตัวเอง
    น่ารักน่าชังตลอดเลยย
    #257
    0
  25. #255 Renoir92 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 16:12
    น่ารักที่สุดดดด ให้ตายเถอะ ป๋ายน่ารักมากไมไวแลวววว อยากเป็นเลี่ยเกอ อยากจุบตาจุบตะหมูก จุบคางและจุบปากกก แงงงงง อยากจับมาหอมหัวแรงๆ น่าเอ็นดู เลี่ยเกอดูแลน้องดีจุงงง
    #255
    0