end - (exo) lone wolf | chanbaek

ตอนที่ 3 : L O N E W O L F | I came, I saw, I conquered.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,925
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 111 ครั้ง
    6 เม.ย. 60

? cactus




Chapter 2

I came, I saw, I conquered.

(ข้ามา ข้าเห็น ข้าชนะ)






          แบคฮยอนมองดูคฤหาสน์หลังนั้นด้วยอารมณ์จงชังลึกซึ้ง


          บ้านสองชั้นหลังใหญ่ อาณาบริเวณกว้างขวาง หญ้าเขียวสด รถยนต์สามคัน ทางเดินโรยกรวด รวมถึงน้ำพุน้อย ๆ ทำจากหินอ่อน ทั้งหมดนี้ประกอบกันขึ้นเป็นฉากแห่งความสุขราวกับฉีกออกจากหน้านิตยสาร เกือบจะได้กลิ่นขนมปังอบใหม่ ๆ เคล้ากลิ่นหอมหวานของดอกไม้ บ้านที่เขาต้องการจะมี (และไม่มีวันสมปรารถนา) บ้านที่คนอีกครึ่งหรือกว่าค่อนประเทศได้แต่ฝันถึง ชานยอลถือครองของสิ่งนี้ โดยไม่เคยถามตัวเองว่า... ได้มาอย่างไร


          “คุณคงรู้ว่าผมเป็นลูกชายคนเดียวของพลเรือเอกปาร์คมินกู” จู่ ๆ ชายหนุ่มร่างสูงก็พูดขึ้น “แต่บ้านหลังนี้ไม่ใช่ของพ่อ บ้านหลังนี้เป็นของผม”


“ของท่าน! ” แบคฮยอนตกใจ “ของท่านเนี่ยนะ”


“ใช่... เป็นของผม ของผมคนเดียวด้วย”


“ท่านอยู่ที่นี่... คนเดียว” เขาอ้าปากค้าง พรั่นพรึงครึ่งหนึ่ง คั่งแค้นอีกครึ่ง “อย่างนั้นหรือครับ”


“เปล่า ผมอยู่กับจีซู พ่อครัว คนงานสองคน และแม่บ้านสองคน ทั้งหมดพักอยู่ที่ห้องด้านหลัง ชั้นล่าง” อีกฝ่ายชี้ไปที่หน้าต่างบานใหญ่ซึ่งเปิดออกสู่ระเบียงแคบ ๆ แน่นพรืดด้วยกระถางไม้ดอก “ห้องของผมอยู่ตรงนั้น ชั้นสอง ปีกตะวันออก ของคุณอยู่อีกฝั่งหนึ่ง”


ชายหนุ่มร่างเล็กหันไปมองหน้าต่างแบบเดียวกันที่ชั้นสอง ปีกตะวันตก ระเบียงแคบ ๆ นั้นว่างเปล่า เพียงแต่บนกระจกหน้าต่างมีป้ายผ้าเขียนคำว่าโชซอนอินมินกุน (กองทัพประชาชน) แขวนอยู่ แบคฮยอนแบะปาก ขณะสัญญากับตัวเองว่ามันจะถูกเผา... ทันทีที่เขาไปถึง


“บ้านเดิมของผมอยู่ห่างออกไปสองหลัง” ร้อยโทปาร์คว่าต่อ “พ่อ แม่ อาศัยอยู่กับคนงาน ผู้ติดตาม นายทหารชั้นประทวนจำนวนหนึ่ง บ้านหลังนั้นจึงออกจะคับแคบและจอแจเกินไปสำหรับผม คุณว่าอย่างนั้นไหม”


ชานยอลคงกำลังหมายถึงนิสัยรักสันโดษของตัวเอง เพียงแต่ความรู้สึกอยุติธรรมทำให้เขาโคลงศีรษะ อ้าปากประชดประชัน “ไม่ทราบครับ... ที่มูซาน มีความคับแคบและจอแจเป็นธรรมดา ทางเลือกไม่ใช่ของสามัญสำหรับคนชั้นเรา ความฝันและการทำตามใจปรารถนาเป็นเรื่องของคนมีฐานะ... ของคนมีฐานะเท่านั้น”


อีกฝ่ายขมวดคิ้ว “เท่าที่จำได้ บ้านเรือนในมูซานเป็นระเบียบดี เด็ก ๆ ที่เล่นกับผมก็ดูมีสุขภาพดี”


แล้วใครเขาจะคัดเอาเด็กหย็องกรอด ผอมกะหร่อง พุงป่อง หัวโต ไปเล่นสนุกกับลูกนายพล


แบคฮยอนไม่ตอบ รอจนแม่บ้านคนหนึ่งวิ่งเหย่า ๆ ตรงมาที่รถ จึงขอตัวโดยไม่พูดถึงมูซานอีก ท่าทางชานยอลไม่ติดใจสงสัย อีกฝ่ายเดินเตร่เข้าไปในบ้านโดยชายคนหนึ่งซึ่งมีแผลเป็นขนาดใหญ่ที่ด้านซ้ายของศีรษะถือกระเป๋าให้ จีซูนั่นเอง


ด้วยความเห็นใจ แบคฮยอนหันไปยิ้มน้อย ๆ ให้พลขับอับโชค อีกฝ่ายมีท่าทีงงงวย ก่อนจะยิ้มตอบ “บยอนแบคฮยอนครับ ผมจะถือของขึ้นไปที่ห้องเอง” เขาบอกอย่างเป็นมิตร “แค่บอกทางก็พอ คุณอายุมากแล้ว กระเป๋าของผมหนัก”


“ใจดีจริง ๆ ทางนู้นครับ ขึ้นบันไดฝั่งนี้ ” จีซูผงกศีรษะให้ “คุณชายว่าคุณมาจากมูซาน จริงหรือเปล่า ผมเป็นคนแพกัม อยู่ไม่ไกลจากบ้านเดิมของคุณ”


ตำบลแพกัม ส่วนหนึ่งของจังหวัดรยังกังอยู่ไม่ไกลจากมูซานจริง ๆ ชายหนุ่มร่างเล็กกลืนน้ำลาย ระหว่างชำเลืองดูแผลเป็นของอีกฝ่ายด้วยหางตา “คุณ... คิดถึงแพกัมบ้างหรือเปล่า”


“โอย... คิดถึงจะแย่ แต่ถ้าเลือกได้ ขออยู่ที่นี่ดีกว่า ร้อยโทปาร์คดีต่อผมมากจริง ๆ ”


อารมณ์เวทนาถูกแทนที่ด้วยอาการดูแคลนอย่างรวดเร็ว เฮอะ... ไม่อยากกลับไป เพราะไม่มีอะไรจะกินต่างหาก แบคฮยอนเหยียดริมฝีปากออก กลายเป็นยิ้มอันชืดชา ชายหนุ่มร่างเล็กหุนหันขึ้นบันได กว่าจะนึกขึ้นได้ว่าไม่ควรเดินลงส้นเท้า ก็ตอนที่มาหยุดอยู่หน้าประตูห้องแล้ว


บ่อยครั้ง... เขานึกกลัว


แบคฮยอนหมุนลูกบิด


กลัวโทสะของตัวเอง มันแผดเผาทุกสิ่ง ไม่เว้นแม้แต่หัวใจซึ่งเคยโลดเต้นอย่างรื่นเริงในวัยเยาว์ รวมถึงผลักไสแบคฮยอนจากฝูง ต้องโดดเดี่ยวตัวเองอย่างสุนัขป่าที่กำลังบาดเจ็บ


ป้ายผ้าเขียนคำว่าโชซอนอินมินกุนไหวพะเยิบพะยาบด้วยแรงลม


ไม่มีประโยชน์ที่จะหลบซ่อนตัวเพื่อเลียแผล รอยบาดลึกที่ว่านี้ไม่มีวันหาย มันกลืนเอาแบคฮยอนคนเดิมลงท้องไปแล้ว ปล่อยให้เข็มทิศแห่งความพยาบาทหมุนติ้ว ชี้ไปยังผู้ต้องหา...


ผู้สร้างบาดแผลนี้คือปาร์คมินกู

 






เขาได้ยินเสียงฝีเท้าของแบคฮยอน


ชานยอลหันไปสบตาจีซูแล้วพยักหน้า คนขับรถกวักมือเรียกคนงานซึ่งตาบอดข้างหนึ่ง “ให้คนขึ้นไปทำความสะอาดห้องของผู้ติดตาม” ร้อยโทปาร์คกระซิบ “พรุ่งนี้ ห้องนั้นจะถูกติดตั้งเครื่องดักฟังและกล้องวงจรปิด”


“คุณชาย” จีซูคราง “ทำไมถึงเป็นอย่างนี้ไปได้”


“เขาเป็นคนของพลเอกชเว”


“แต่เขาเป็นคนมูซาน” คนขับรถว่าอย่างซื่อ ๆ “ไม่ไกลจากแพกัม และไม่ต่างจากผม คนอย่างเราเติบโตมาในหมู่บ้านเล็ก ๆ ผู้ชายถลุงเหล็ก ผู้หญิงดองผัก ตื้นลึกหนาบางในกองทัพ คงจะไม่มีเอี่ยว”


ชานยอลพยายามอธิบาย “คุณเป็นคนใจดี... ใจดีเสมอ” ชายหนุ่มร่างสูงถอนหายใจ “แต่จะเสี่ยงไม่ได้ พลเอกชเวกับพ่อไม่ถูกกัน ไม่มีเหตุผลที่แร้งเฒ่าจะส่งใครมาเป็นผู้ติดตามผม ต่อให้ฉากหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส บอกว่าเพื่ออนาคตของแบคฮยอน หรือเพื่อใช้แบคฮยอนเป็นสะพานเชื่อมสัมพันธ์ ฉากหลังก็ยังมืดมน ผู้ติดตามของผมคนนี้เข้าเรียนที่พยองยางอึยกุกกอแทฮักเมื่อปีจูเชที่หนึ่งร้อย โดยคยองซูไม่พบชื่อผู้ให้ทุนการศึกษา นี่มันอะไรกัน... เหมือนเขาถูกสร้างมาเพื่อทำลายผม”


“คุณชาย... เป็นกังวลจนเกินไป”


“คุณรู้ความลับของผม จีซู” ร้อยโทปาร์คว่า “คุณกับคยองซูรู้ ผมมีช่องให้เขาทำร้าย ขึ้นอยู่กับว่าจะเปิดช่องให้ทำลายหรือเปล่า แบคฮยอนไว้ใจไม่ได้ เขาจึงต้องถูกสอดแนมเป็นเวลาหนึ่งเดือน ทำใจให้สบายเถอะ แน่ใจเมื่อไหร่ว่าผู้ติดตามคนนี้ไม่มีลับลมคมใน ผมจะให้ถอดเครื่องดักฟังและกล้องวงจรปิดออกทันที”


อีกฝ่ายพยักหน้าช้า ๆ “เข้าใจแล้วครับ ถึงอย่างนั้น ผมก็ไม่เคยตามเรื่องทำนองนี้ทัน ไม่เคยเข้าใจอะไรเลย”


“เหมือนจังกี (หมากรุกเกาหลี) ที่คุณสอนให้ผมเล่น พลเอกชเวส่งโชลหรือเบี้ยมาให้เราตัวหนึ่ง แต่... ไม่รู้ซิจีซู แบคฮยอนดูจะมีค่ามากกว่าโชล เขาอาจเป็นม้าก็ได้ ใครจะรู้”


          “ถ้าการที่พลเอกชเวส่งแบคฮยอนมา ส่วนหนึ่งเพื่อประกาศว่าระหว่างแร้งเฒ่ากับพ่อของคุณยังกลมเกลียว” จีซูครุ่นคิด “พูดก็พูดเถอะ คุณชาย ถ้าเด็กคนนั้นเป็นผู้หญิง กับเหตุผลเดียวกันนี้ คงเหมือนพลเอกชเวส่งแบคฮยอนมาเป็นเมียคุณ”


          เหมือนถูกสาดน้ำใส่ “เลอะเทอะใหญ่แล้ว! ” ชายหนุ่มร่างสูงพูดเสียงดังขึ้น “บอกในครัวให้เตรียมอาหาร หิวจะแย่”


          “คุณชายไม่เคยเปลี่ยนไปเลย”


          “อะไรที่ไม่เคยเปลี่ยนไป... ”


          “หู” คนขับรถตอบง่าย ๆ “หูของคุณไม่เคยโกหก เมื่อเริ่มทำตัวไม่ถูก หูของคุณจะกลายเป็นสีแดง”


          ร้อยโทปาร์คใช้มือปิดหูสองข้างโดยอัตโนมัติ


          “ถ้าว่างพอจะจับผิดผมล่ะก็” ชานยอลคำราม “ไปล้างรถเถอะจีซู ไปเดี๋ยวนี้เลย!






 

          มือของแบคฮยอนมีรอยไหม้ เขาถูกไฟลวกจากความพยายามในการเผาทำลายป้ายผ้า ชานยอลเป็นผู้มาปลุกเขาด้วยตัวเอง โดยชายหนุ่มร่างเล็กไม่รู้เหตุผล ไม่แน่ใจว่าเป็นเรื่องปกติสำหรับนายทหารชั้นสัญญาบัตรกับผู้ติดตามหรือเปล่า ชานยอลไม่กินอาหารเช้า ไม่แตะต้องอะไรนอกจากกาแฟถ้วยหนึ่ง อีกฝ่ายอธิบายว่า “เช้า ๆ อย่างนี้ยังไม่หิว” ประโยคบอกเล่านั้นทำให้แบคฮยอนแค่นหัวเราะ ลูกชายคนเดียวของพลเรือเอกเขี้ยวลากดินบอกปัดมื้ออาหารได้เมื่อท้องไส้ยังไม่ร้อง ขณะที่เขากับจงอินต้องกินทุกอย่าง ไม่มีใครในครอบครัวปฏิเสธสิ่งที่กินได้ เพราะไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะมีอะไรตกถึงท้องอีก


          ชายหนุ่มร่างเล็กไม่เชื่อว่าอีกฝ่ายไร้สมอง ถึงอย่างนั้น ชานยอลกลับไม่มีท่าทีระแวดระวัง ตลอดการเดินทางบนเบาะหลัง โดยจีซูกลับมาเป็นพลขับ ร้อยโทปาร์คเอาแต่จ้อ เล่าให้เขาฟังว่าชีวิตที่ผ่านมาเป็นอย่างไร แน่นอนว่าเรื่องราวเหล่านั้นฟังดูราวกับเทพนิยาย แบคฮยอนซึ่งไม่อาจมีอารมณ์ร่วมกับชีวิตอันผาสุกที่ว่าได้ไม่พูดอะไรจนตลอดทาง


          เขาตื่นจากภวังค์เมื่อชานยอลแนะนำให้รู้จักกับคยองซู “โดคยองซูเป็นต้นห้องของผม เลขานุการกลาย ๆ น่ะ ทั้งตรวจสอบข้อมูลและจัดแจงเรื่องจิปาถะ”


          ทันทีที่สบตาเด็กหนุ่มซึ่งสูงพอ ๆ กับตัวเอง แบคฮยอนสัมผัสได้ถึงความหวาดระแวงเป็นอย่างแรก “ยินดีที่ได้รู้จัก” คยองซูบอก “โต๊ะทำงานของคุณพร้อมแล้วในห้องทำงานของร้อยโท หวังว่าคุณจะชอบ”


          “จะแบบไหนก็ชอบทั้งนั้น”


          “คุณมาจากมูซาน ใกล้กับเหมืองเหล็ก เคยมีพี่ชาย ตอนนี้ไม่มีพี่น้อง โต๊ะของคุณทำจากไม้ชนิดเดียวกับนั่งร้านในเหมือง มีเบาะรองนั่งและพนักพิง ที่ทับกระดาษ... ผมเลือกตุ๊กตาเด็กผู้ชายทำจากปูนปลาสเตอร์ เผื่อว่าคุณจะคิดถึงหรือโหยหา... อดีตพี่ชายของตัวเอง”


          แบคฮยอนกลืนน้ำลาย ความหวาดผวาเพิ่มพูน


          คยองซูอันตราย!


            “ขอบคุณ” ชายหนุ่มร่างเล็กแบ่งรับแบ่งสู้


          “ไม่เห็นบอกผมว่าคุณมีอดีตพี่ชาย”


          แบคฮยอนยังไม่ทันหาข้อแก้ต่างให้ตัวเอง ต้นห้องของชานยอลก็ส่งที่ทับกระดาษ หรือตุ๊กตาเด็กผู้ชายทำจากปูนปลาสเตอร์ให้ ภายในไม่กี่วินาที นิ้วชี้ของเขาก็สัมผัสถูกบางอย่างซึ่งซุกซ่อนอยู่ใต้ฐาน ราวกับอีกฝ่ายจงใจให้ชายหนุ่มร่างเล็กเกิดผิดสังเกตขึ้นมาเดี๋ยวนั้น แบคฮยอนสบตาคยองซู น่าเสียดายที่มันว่างเปล่า ไม่บอกอารมณ์


          “คุณยังไม่ตอบคำถามผม”


          ด้วยความสงสัย เขาพลิกดู เห็นรอยขูดขีดที่ฐานตุ๊กตา ตัวหนึ่งเขียนว่าจุนมยอน อีกตัว...


          ชายหนุ่มร่างเล็กเกือบจะอ้าปากค้าง แบคฮยอนตัวสั่น


          อีกตัวเขียนว่าจงแด!


          “คุณ... ” เขาสะอึก “คุณ... ”


          “ไม่ชอบหรือครับ”


          ชานยอลขมวดคิ้ว ดังนั้นแบคฮยอนจึงกล้ำกลืนโทสะและถ้อยคำร้ายกาจ หลุบตาลงครู่หนึ่ง เพื่อจะเงยหน้าขึ้นและตอบอย่างหนักแน่นว่า “ชอบครับ ชอบมากทีเดียว”


          “ผมจะหามาให้อีก”


          “คงไม่รบกวน... ”


          “ถ้าผมไม่รู้ใจคุณ ไม่รู้ใจใคร บริการไม่ถูกใจ คงไม่ได้มาเป็นต้นห้อง”


          คยองซูสืบสาวราวเรื่องเอง หรือชานยอลบอกให้สืบหา แบคฮยอนตกประหม่าและเริ่มหันไปมองทางซ้ายที ทางขวาทีอย่างกลัดกลุ้ม เขาแค่สู่รู้ หรือชานยอลบอกให้ทำ แต่หมอนั่นจะต้องไม่รู้ ชานยอลรู้แล้วหรือไง ฉันพลาดตรงไหน...


            “อดีตพี่ชายของคุณคือใคร จุนมยอนหรือจงแด”


          แบคฮยอนสูดหายใจเข้าทางปาก หันไปสบตาชานยอลอย่างเต็มที่ ประกายรื่นเริงในนั้นหายไปแล้ว ชายคนนี้ไม่ใช่คนเดียวกับที่เล่าให้เขาฟังว่าชีวิตของตัวเองที่ผ่านมาเป็นอย่างไร


          ถึงอย่างนั้นกลับไม่มีท่าทีคุกคาม ไม่ต่างจากเมื่อถามว่า “ถ้าอย่างนั้น พลเอกชเวส่งคุณมาหาผมทำไม” เมื่อวานนี้  ชานยอลไม่ได้คาดคั้น อีกฝ่ายล่อลวง... ล้วงเอาข้อมูลจากปากเขา ด้วยน้ำเสียงและสถานการณ์ ด้วยสายตาซึ่งชวนให้รู้สึกราวกับถูกเอ็กซเรย์


          คยองซูค้อมศีรษะให้ ก่อนจะหันไปมองอีกทางหนึ่ง แบคฮยอนขยับตัว รีบร้อนจะเข้าไปในห้องทำงาน บริเวณนั้นไม่มีใครนอกจากพวกเขาทั้งสาม เมื่อชายหนุ่มร่างเล็กหันหลังกลับ ชานยอลก็โน้มตัวลง คว้าต้นแขนทั้งสองข้างของเขาไว้ได้ จากนั้นออกแรงบีบ


          “จะรีบไปไหน” อีกฝ่ายกระซิบ “เป็นความลับหรือไง... ”


          “ท่าน! ” แบคฮยอนดิ้นรน “ร้อยโทปาร์ค!


          “ถูกต้อง ผมคือร้อยโทปาร์คชานยอล” ลมหายใจร้อน ๆ ของอีกฝ่ายรดริมฝีปากเขา “และคุณคือบยอนแบคฮยอน ผู้ติดตามคนแรกของผม ที่เรายังไม่รู้ตอนนี้ คือพี่ชายของคุณเป็นใคร เอกสารรายงานตัวในฐานข้อมูลพรรคแรงงานบอกว่าคุณเป็นลูกโทน แต่คยองซูพบบางอย่าง และโทรศัพท์มาบอกผมเมื่อคืนนี้... บางอย่างที่น่าสงสัย”


          ถึงได้มาปลุกฉันด้วยตัวเอง ดูให้รู้แน่ว่าไม่ได้กำลังทำอะไรลับ ๆ ล่อ ๆ ! เขาคิดอย่างจนตรอก ร้อยโทปาร์คไม่ใช่เด็กอมมือจริง ๆ ฉันพลาดตรงไหนนะ... ตรงที่เป็นคนของพลเอกชเวใช่ไหม... ทำยังไงดี ทำยังไงดี จงอิน! จงอิน!


            “ตลอดห้าปีในพยองยางอึยกุกกอแทฮัก คุณส่งเงินกลับไปที่บ้านเป็นประจำทุกเดือน ระบุไว้ในฐานข้อมูลของที่ทำการไปรษณีย์มหาวิทยาลัยว่า พี่ชาย ใครคือพี่ชาย... หือ... แบคฮยอน”


          เขาลืมไปได้ยังไงนะ ว่าในประเทศที่ไม่ว่าใครก็ถูกจับตามองนี้ ทั้งข้อมูลทั่วไปและข้อมูลส่วนตัวถูกสอบถาม บันทึกไว้อย่างเป็นกิจลักษณะ


          “หรือว่าคุณส่งไป... เพื่อใช้ประกอบธุรกิจอย่างอื่น” ชานยอลถามต่อ “ฟอกเงินใช่ไหม... นั่นน่ะร้ายแรงนะ”


            ตั้งสติ! ฉันต้องตั้งสติ!


            เขาสูดลมหายใจเข้าทางปากอีก กลืนเอาลมหายใจของชานยอลลงไปด้วย


            ชานยอลไม่รู้ว่าพลเอกชเวส่งฉันมาทำไม ยังไม่รู้หรอก หมอนี่ยังไม่ได้พูดถึงเรื่องนั้น... ชายหนุ่มร่างเล็กรีบหาข้อสรุปให้ตัวเองอย่างร้อนรน รู้แต่ว่ามินกูเป็นศัตรูกับดูฮวาน และคนของศัตรูย่อมไม่น่าไว้วางใจ จึงรับฉันไว้ เล่นละครฉากเดียวกับแร้งเฒ่า


            “ผมมีพี่ชายจริง ๆ ” แบคฮยอนแสร้งคร่ำครวญ “ผมมีพี่ชายจริง ๆ นะ”


          “ใครล่ะ”


          จะปฏิเสธ ไม่รับฉันไว้ก็ไม่ได้ แต่จะรับมาโดยไม่ติดใจสงสัย ก็ไม่ใช่นักการเมืองแล้ว หมอนี่ตั้งใจจะยัดข้อหา ปล่อยให้ฉันถูกลงโทษ ถูกปลดออกจากราชการโดยขาวสะอาด ได้เล่นเกมกับดูฮวาน ได้หลอกใครต่อใคร ว่าพลเรือเอกปาร์คกับพลเอกชเวยังรักใคร่ และไม่แพ้ด้วย!


          “พี่จงแด” ชายหนุ่มร่างเล็กเริ่มสะอื้น


          แบคฮยอนเป็นเจ้าแห่งการบีบน้ำตา


          เขาอ้าปาก กลืนก้อนสะอื้นปลอม ๆ อย่างแนบเนียน ขณะโกหกคำโต “แต่พี่จงแดตายไปแล้ว ผมไม่อยากพูดถึงมันอีก ไม่อยากพูดถึงเหตุการณ์ในวันนั้นอีก”


          ชานยอลปล่อยเขา หันไปสบตาต้นห้อง คยองซูมีท่าทีสับสน ก่อนจะค่อย ๆ พยักหน้า

  

          แบคฮยอนถลันเข้าไปในห้อง ฟุบหน้าลงกับโต๊ะทำงาน ทำซึมกระทือเป็นเวลาสามชั่วโมง ในที่สุดชานยอลก็เป็นฝ่ายขอโทษ


          หากการโรมรันเมื่อแปดปีที่แล้วคือยกแรกระหว่างเขากับร้อยโทปาร์ค การโรมรันในวันนี้ก็พอจะนับเป็นยกที่สอง...


          และนี่คือชัยชนะครั้งที่สองของแบคฮยอน





          “ขอโทษครับ”


          เขาไม่โกรธคยองซู “ไม่เป็นไร ไม่ใช่ความผิดของคุณ” ชานยอลตอบ “ผมเองที่รีบร้อนเกินไป”


          เลขานุการต้นห้องติดต่อไปเมื่อคืนนี้ เพื่อบอกว่าผู้ติดตามคนใหม่มีลับลมคมใน “อายุห้าปี แบคฮยอนเสียแม่” คยองซูว่าอย่างนั้น “พ่อของเขาแต่งงานใหม่ในสี่ปีให้หลัง ผู้หญิงคนนั้นมีลูกติด ชื่อคิมจงอิน และมีลูกกับพ่อของแบคฮยอน ชื่อคิมจุนมยอน ใช้นามสกุลของแม่ และเป็นโรคฮีโมฟีเลีย (โรคเลือดไหลไม่หยุด) ”


            “เป็นโรคร้ายแรง” ชานยอลซึ่งขณะนั้นนอนเหยียดยาว ประคองถ้วยชาอุ่น ๆ ด้วยสองมือพยักหน้า


            “บยอนผู้พ่อเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเหมืองถล่มเมื่อแปดปีที่แล้ว เขาได้รับทุนการศึกษาในสามปีต่อมา โดยไม่ปรากฏหลักฐานว่าเคยเข้ารับการศึกษานอกระบบโรงเรียน หรือเข้ารับราชการทหาร เท่ากับว่า แบคฮยอนว่างเว้นจากการศึกษาถึงเจ็ดปี ก่อนจะเริ่มต้นใหม่ในระดับมหาวิทยาลัย น่าประหลาดใจมาก”


          ก่อนหน้านโยบายปฏิรูปการศึกษาซึ่งประกาศใช้เมื่อสี่ปีที่แล้ว เด็ก ๆ จะเข้าสู่ระบบการศึกษาเมื่อมีอายุสี่ถึงห้าปี ใช้เวลาหนึ่งปีในระดับอนุบาล สี่ปีในระดับประถมศึกษา และหกปีในระดับมัธยมศึกษา จากนั้น หากไม่ถลุงเวลาสามปี ห้าปี หรือสิบปีในกองทัพเสียก่อน ก็จะเดินทางต่อ เข้าสู่ระดับอุดมศึกษา หรือออกจากระบบการศึกษาไปเลย


            “คิมจงอินเข้าประจำการในกองทัพทันทีที่อายุครบเกณฑ์ คือสิบหกปี ปลดประจำการเมื่อห้าปีที่แล้ว พร้อม ๆ กับที่แบคฮยอนได้รับทุนการศึกษา” คยองซูว่าต่อ “ระหว่างที่เป็นนักศึกษา แบคฮยอนมักส่งธนาณัติเป็นเงินจำนวนครึ่งหนึ่งของที่ได้รับต่อเดือนถึง พี่ชาย ท่านครับ... พี่ชายที่ว่าไม่ใช่ทั้งคิมจงอิน หรือคิมจุนมยอน พี่ชายคนนี้มีชื่อว่าคิมจงแด ไม่พบข้อมูลอื่นนอกจากปีเกิด ที่อยู่ และระดับการศึกษา ช่าง... ลึกลับอะไรอย่างนี้”


            “ได้การ! ” ร้อยโทปาร์คตบเข่าฉาด รีบพูดอย่างตื่นเต้น “แน่ล่ะว่าผมไม่รับแบคฮยอนเป็นผู้ติดตามไม่ได้ ทำอย่างนั้นเท่ากับตบหน้าแร้งเฒ่ากลางที่ประชุมชน แต่คนของพลเอกชเวไม่มีทางมาดีแน่ ผมจะเอาผิดเขาด้วยเรื่องนี้ และปลดออกจากราชการ งานนี้มีแต่ได้กับได้ ทั้งไม่จำเป็นต้องเก็บแบคฮยอนไว้เป็นหอกข้างแคร่ ทั้งทำลายชื่อเสียงแร้งเฒ่า... ได้การ! ขอบใจมาก”


            “ครับ... ยินดีครับท่าน”


          แต่ผิดถนัด... ชานยอลระบายลมหายใจ “ที่ไม่พบข้อมูล เพราะคิมจงแดตายไปแล้วนี่เอง จากนี้ ผมคงล้วงเอาอะไร ๆ จากแบคฮยอนได้ยาก เพราะเขาไม่ไว้ใจผม อย่างน้อยก็อีกพักใหญ่ วันนี้ไม่ใช่วันดีเลยจริง ๆ ”


          “ท่านต้องระวัง” ต้นห้องกระซิบ “ระหว่างที่ยังหาทางกำจัดเขาไม่ได้ อย่าให้แบคฮยอนรู้ความลับของท่าน จุดอ่อนเดียวของท่าน เป็น-อัน-ขาด”


          “ผมรู้ดี ขอบคุณอีกครั้ง คยองซู แล้วผมจะพูดกับแบคฮยอนเอง”


          แต่จะพูดยังไงล่ะ...


            ก้าวเข้าไปในห้องและปิดประตู อ้าปาก ตั้งใจจะร้องเรียกผู้ติดตาม และแล้ว ชานยอลก็เห็นว่าอีกฝ่ายไม่อยู่ในอารมณ์จะตอบสนอง แบคฮยอนฟุบหน้ากับโต๊ะ ตุ๊กตาปูนปลาสเตอร์นอนแน่นิ่งกับพื้น... แตกละเอียด


          “ผมขอโทษ... จากใจจริง”


          ผู้ติดตามไม่ตอบ แบคฮยอนเงยหน้าขึ้นในอีกไม่นาที แต่กว่าจะกลับมาพูดกับเขา ใช้เวลากว่าสามชั่วโมง


          “ท่านไม่ต้องการผมหรือครับ”


          คือประโยคแรกที่ผู้ติดตามพูดกับเขา เสียงของแบคฮยอนทำให้ชายหนุ่มร่างสูงสะดุ้งสุดตัว เงยหน้าขึ้นจากกองเอกสาร อีกฝ่ายมายืนอยู่ตรงหน้าเมื่อไหร่ ชานยอลตอบไม่ได้ นั่นทำให้เขาคิดสะระตะ... อย่างนี้แบคฮยอนจะย่องมาปาดคอฉันเมื่อไหร่ก็ได้ ร้อยโทปาร์คนึก ฝีเท้าเบาอย่างกับแมว


          “ไม่ต้องการผมจริง ๆ ด้วย”


          “อะไรทำให้คุณคิดแบบนั้น” ชานยอลตื่นจากภวังค์ “ผมไม่ได้พูดแบบนั้นเลย... จนคำเดียว”


          “ท่านให้เลขานุการโดสืบเรื่องผมหรือเปล่าครับ ท่านไม่ไว้ใจผมใช่ไหม หรือท่านเห็นว่าผมไม่มีความสามารถ จึงพยายามปลดผมออกจากราชการ”


          “นี่คุณ! ” ร้อยโทปาร์คขึ้นเสียง “คุณกำลังสบประมาทผมอยู่ รู้ตัวหรือเปล่า”


          “ขอโทษครับ จะไม่ทำอีกแล้ว อันที่จริง... ผมไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่ายังมีโอกาสทำ หรือไม่ทำอะไรอีกไหม”


          ใครสอนให้ตัดพ้อนะ ชานยอลเม้มริมฝีปาก ขอบตาของอีกฝ่ายกลายเป็นสีแดง นั่นไง อย่าร้องไห้เชียวนะ อย่าร้องไห้!


          ความที่คุ้นเคยกับกองทัพ และเป็นส่วนหนึ่งของโชซอนอินมินกุนแต่เล็ก ทำให้ร้อยโทปาร์คไม่รู้ว่าควรปฏิบัติต่อพลเรือนอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พลเรือนที่กำลังจะร้องไห้ เขาอาจผูกเงื่อนได้ร้อยแบบ หลับตายิงเป้าบิน หรือกำราบม้าพยศ แต่กับน้ำตานั้น ชานยอลมักแพ้หมดรูป


          “ผมจำเป็นต้องรู้เรื่องของคุณ” ชายหนุ่มร่างสูงพูดช้า ๆ ด้วยน้ำเสียงอ่อนลง “เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง แต่ไม่ได้หมายความว่าผมไม่ไว้ใจคุณ คุณคงรู้ว่าผมเติบโตมาในกองทัพ วิธีการที่ผมเลือกใช้ จึงออกจะ... หยาบกระด้างไปสักหน่อย แต่ไม่ได้มีเจตนาร้าย”


          โกหกน่า มีเจตนาร้ายแน่นอน ก็คิดจะกำจัดเขานี่...


            ไม่รู้ว่าชายหนุ่มร่างเล็กอ่านสายตาของเขาออกหรือเปล่า จึงไม่มีท่าทีสบายใจขึ้นเลย


          “ท่านรู้อะไรเกี่ยวกับผมแล้วบ้าง” แบคฮยอนถามเสียงเครือ “เลขานุการโดรู้อะไรแล้วบ้าง”


 ร้อยโทปาร์คขมวดคิ้ว ไม่มีทางที่เขาจะบอกอีกฝ่ายได้เลย ก็ทำอย่างนั้นเท่ากับแบไต๋ หงายไพ่ให้ฝ่ายตรงข้ามดูง่าย ๆ ถ้าแบคฮยอนไม่ซื่อสัตย์ เป็นคนที่พลเอกชเวส่งมาเพื่อทำลายชานยอลจริง ๆ การบอกให้ผู้ติดตามคนนี้รู้ว่ารู้อะไรเกี่ยวกับตัวเองแล้วบ้าง ถือเป็นความผิดพลาดใหญ่หลวง


“เอ้อ... ”


น้ำตารื้น “ท่านครับ”


“ผมไว้ใจคุณนะ แบคฮยอน ไม่คิดจะปลดคุณออกจากราชการ และก็ไม่คิดจะจับคุณใส่โหลดองด้วย”


อีกฝ่ายมีสีหน้าผิดหวัง พร้อมจะกลับไปทำซึมกระทืออีกหน


“ก็ได้! ” ในที่สุดชานยอลก็ยอมแพ้ “คุณมีพี่ชายบุญธรรมชื่อคิมจงอิน และน้องชายบุญธรรมชื่อคิมจุนมยอน คุณได้รับทุนการศึกษาเมื่ออายุยี่สิบสองปี ยังไม่ได้เข้าประจำการในกองทัพ คิมจงอินเข้าประจำการเมื่อมีอายุสิบหกปี ปลดประจำการเมื่อห้าปีที่แล้ว อ้อ... พ่อของคุณเสียชีวิต เมื่อ... แปด... แปดปี... ก่อน”


ราวกับได้ยินเสียงกระจกรถแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ อีกครั้ง เลือดพุ่งจากบาดแผลบนศีรษะของจีซูด้วยแรงดัน เขาติดตามผู้ร้ายไปถึงใจกลางย่านวอลฮยาง และ...


โดยไม่รู้ตัว ชานยอลจับรอยบากลึก ขรุขระน้อย ๆ ที่ริมฝีปากล่าง เขาเห็นแบคฮยอนสูดลมหายใจเข้าอย่างแรงทีหนึ่ง ก่อนจะเม้มริมฝีปาก คิดว่าอีกฝ่ายกลั้นสะอื้นจึงพูดต่อ


“นั่นคือทั้งหมดที่ผมรู้ ขอโทษอีกครั้งจากใจจริง รับรองด้วยเกียรติของร้อยโทปาร์คชานยอลว่าจะไม่ปฏิบัติต่อคุณอย่างนั้นอีก”


กว่าร้อยโทปาร์คจะรู้สึกตัว ก็ตอนที่ชายหนุ่มร่างเล็กหันหลังให้ และกลับไปยังโต๊ะทำงานของตัวเองแล้ว


มันเรื่องอะไรที่ฉันต้องลงให้ผู้ติดตามคนหนึ่งอย่างนี้นะ!


โชคร้ายที่ชานยอลไม่ใช่พลเรือเอกเขี้ยวลากดิน ไม่ได้เก่งกาจ หรือแม้แต่ร้ายกาจเท่ากับแร้งเฒ่าแห่งเหล่าทัพ เขาไม่ทันเห็นว่าแบคฮยอนยิ้ม... ยิ้มอย่างสาแก่ใจขณะหันหลังให้ด้วย


ไม่อย่างนั้นคงเจ็บใจไปจนตาย






 

เป็นอันว่าทั้งชานยอลและคยองซูไม่ใช่หมูในอวย เขาจำเป็นต้องเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวัง แบคฮยอนซ่อนรอยยิ้ม เขาเป็นเจ้าแห่งการซุกซ่อนความพึงพอใจ พอ ๆ กับที่เป็นเจ้าแห่งการบีบน้ำตา


ชายหนุ่มร่างเล็กกลิ้งขวดแก้วขนาดจิ๋ว เท่ากับนิ้วก้อยของเด็กหญิงคนหนึ่งไปมาในมือ ของเหลวข้างในกระฉอก กระทบลูกกลิ้งพลาสติกด้านบน ไม่รู้ว่าระหว่างน้ำส้มสายชูในขวดนี้กับแบคฮยอนแห่งมูซาน ใครหรืออะไรแน่ที่รู้จักกลอกกลับ สับปลับกว่ากัน


บอกใคร ๆ ว่ามันคือน้ำมันหอมระเหยสำหรับบรรเทาอาการวิงเวียนศีรษะ ระหว่างเข้าห้องน้ำ แบคฮยอนเขียนลงบนกระดาษโรลสำหรับมวนยาเส้นด้วยของเหลวในขวดนั้น รอจนแห้ง แล้วจึงพับกระดาษโรลเป็นรูปสามเหลี่ยมเล็ก ๆ เก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อ มันจะถูกส่งต่อไปยังพลเอกชเวในไม่ช้า บอกเล่าความเป็นไปในแต่ละวัน แร้งเฒ่าจะลนมันด้วยเทียนไข รอจนตัวอักษรปรากฏ กลเม็ดเด็ดพรายที่ใคร ๆ มองข้าม วิทยาศาสตร์ระดับประถมศึกษา บางเวลาเป็นประโยชน์กว่าที่คิด


ราบรื่นดี เขาเขียนว่าอย่างนั้น ไม่มีปัญหา


แต่นั่นมันก่อนที่แบคฮยอนจะพบชายคนหนึ่ง...


เมื่อกลับไปถึงห้องทำงานของชานยอล เขาได้ยินเสียงเอะอะดังมาจากโต๊ะทำงานของคยองซู “เข้าไปไม่ได้! ” เลขานุการต้นห้องกระชากเสียง “ร้อยโทปาร์คไม่อนุญาตครับ!


ชายคนนั้นสูงตระหง่าน เท่ากับชานยอลหรือสูงกว่า กำลังยืนค้ำศีรษะคยองซูด้วยท่วงท่าราวกับเสือเกียจคร้าน ชายเครื่องแบบลุ่ย สองมือล้วงกระเป๋า ยิ้มน้อย ๆ ความมั่นใจล้นปรี่จากทุกรูขุมขน


“เราเป็นเพื่อนกัน” ชายคนเดิมตอบ “หมอนั่นไม่ใจร้ายกับฉันหรอกน่า”


“ร้อยโทปาร์คห้ามไม่ให้คุณเข้าพบ”


“บอกชานยอลว่าฉันมาพบผู้ติดตามคนใหม่ของเขา ไม่ใช่เขา” แบคฮยอนขมวดคิ้วเมื่อได้ยินอย่างนั้น “บอกเขาว่าฉันมาพบบยอนแบคฮยอน”


คยองซูนิ่งอั้น ขณะที่ชายคนนั้นยิ้มกว้าง “ทำไมล่ะ” เสียงต่ำ สาก และแหบแห้งนั้นไม่น่าฟังเสียเลย “ชานยอลจับเด็กคนนั้น... กิน... ไปแล้วหรือไง”


“หุบปาก!


ชานยอลนั่นเอง ลูกชายคนเดียวของพลเรือเอกเขี้ยวลากดินกระชากประตูเปิดออก จ้องมองอีกฝ่ายด้วยใบหน้าถมึงทึง


“หุบปาก... ซงมินโฮ





แบคฮยอนอ้าปากค้าง ร้อยตรีซงมินโฮหรือนี่... ลูกชายของเจ้าหน้าที่ระดับสูงในกองทัพ นักเรียนเกือบดีเด่นในโครงการยุวชนแนวหน้าถ้าไม่กลายเป็นเสือผู้หญิงมีชื่อไปเสียก่อน


          “ไง... ชานยอล Long time no see (ไม่ได้พบเสียนาน) ”


          “ได้ยินว่านายสนับสนุนพวกอเมริกัน” ร้อยโทปาร์คกล่าวหา “แม่ครูสอนภาษาคนนั้น... ถึงใจดีไหมล่ะ”


          “ชู่ว... ถามแบบนี้ เสียมารยาทนะ”


          “ไม่จำเป็นต้องรักษากิริยากับเสือผู้หญิงและคนขายชาติ”


          คราวนี้มินโฮหัวเราะลั่น “นายนี่นะ... ไม่เคยรู้อะไรเล้ย... ไม่เคยรู้อะไรเลย ชานยอล!


          “ฉันไม่รู้อะไร” ผู้บังคับบัญชาของเขาพูดลอดไรฟัน


          “ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าโลกกำลังหมุนอยู่” ร้อยตรีซงออกเดิน วนรอบตัวชานยอลช้า ๆ อย่างจงใจ “ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองไม่รู้ หรือไม่เคยเห็นอะไร ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าถูกหลอก... ”


          เขากำลังจะพูดอะไรน่ะ!


            แบคฮยอนขยับตัว ทำให้ชานยอลหันมามอง ด้วยความตกใจ อีกฝ่ายเรียกเขาได้ครึ่งคำ “แบค... ”


          มินโฮหยุดเดิน หันมามองชายหนุ่มร่างเล็กบ้าง “อ้อ... อยู่นั่นเอง บยอนแบคฮยอน! ” เสือผู้หญิงแห่งเหล่าทัพปรบมืออย่างล้อเลียน แล้วจึงก้าวยาว ๆ มาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา “ใช้ได้... ใช้ได้... ตัวเล็ก ปากนิด จมูกหน่อย ผิว... ”


          แบคฮยอนสะดุ้ง อีกฝ่ายจับต้นแขนเขา แล้วรูดลงถึงข้อมือ “ขาวเหมือนไข่มุก นุ่มเหมือนผู้หญิง”


“คุณต้องการอะไร”


“อยู่ให้ห่างจากเขา! ” ชานยอลพูดเสียงดังขณะย่างสามขุมตรงมา “ถอยออกมาเดี๋ยวนี้ แบคฮยอน ถอยไป”


“มิน่า... มิน่า... ” ร้อยตรีซงกระซิบ “พลเอกชเวตาถึง... ตาถึงจริง ๆ ”


คนคนนี้รู้อะไร... ชายหนุ่มร่างเล็กตกประหม่า เขารู้อะไร เขาอยู่ฝ่ายไหน ฝ่ายเรา หรือชานยอล หรือเป็นคนของใคร...


“สนใจเปลี่ยนเป้าหมายหรือเปล่า จากชานยอลเป็นฉัน... สนุกกว่ากันแยะ เชื่อซี่”


แต่ชานยอลถึงตัวเขาแล้ว ชายหนุ่มร่างสูงผลักเสือผู้หญิงแห่งเหล่าทัพอย่างแรง อีกฝ่ายเซถอยหลัง ร้อยโทปาร์คคว้าข้อมือเขา ขณะก้าวออกมายืนขวางหน้า ใช้ส่วนสูงและความกว้างของไหล่บังสายตา


“อย่ายุ่งกับเขา” ชานยอลมองอีกฝ่ายด้วยอารมณ์ชิงชัง แทบจะฆ่าให้ตาย “อย่ายุ่งกับแบคฮยอน”


“ก็ได้... ก็ได้ ตุ๊กตาของใครของมัน”


“ชาติจิ้งจอก” ชายหนุ่มร่างสูงผรุสวาท “เลี้ยงไม่เชื่อง!


“เปล่า” ร้อยตรีซงกลับตอบอย่างใจเย็น “เรากล้าหาญ แค่ฉลาดพอจะรักษาหัวของตัวเองไว้ด้วย”


จากนั้น มินโฮโค้งให้ชานยอลอย่างเย้ยหยัน หันมาขยิบตาให้เขาครั้งหนึ่ง แล้วจึงก้าวเร็ว ๆ จากไป ไม่หันกลับมามองอีกเลย


“อยู่ให้ห่างจากเขา” ร้อยโทปาร์คซึ่งยังไม่ปล่อยมือจากแบคฮยอนบอก “เขาเป็นคนมีชื่อ คุณรู้จักเขาอยู่แล้ว ซงมินโฮไว้ใจไม่ได้ เขาพร้อมจะหักหลัง... พร้อมจะทำร้ายใครต่อใคร”


วันนั้น เขาได้แต่พยักหน้า


ร้อยตรีซงเป็นคนแรกซึ่งทำให้เขารู้สึก... เช่นเดียวกับที่อีกฝ่ายบอกชานยอลอย่างเวทนา


คือไม่รู้อะไรเลย!







#ฟิคเปียงยาง

ตัวละครที่ร้ายกาจที่สุดในเรื่องนี้ เดบิวต์แล้ว 555

จริง ๆ ยังไม่อยากใช้คำว่าร้ายกาจที่สุด อะไรก็เกิดขึ้นได้ จนจบเรื่องใครจะร้ายกาจที่สุดก็ไม่รู้


ชอบไม่ชอบยังไง ควรปรับปรุงตรงไหน บอกได้เน้อ

อยากได้กำลังโจยยย *อ้อนสุดลิ่มทิ่มประตู*


ถ้ารู้สึกว่าเรื่องนี้เครียดไป เรายังมี crawl (to) me baby! ไว้รองรับทุกท่าน (รวมถึงตัวเอง 555)

จิ้มสิจิ้ม > ctmb

มีความโฆษณา


 




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 111 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,172 ความคิดเห็น

  1. #1154 Chi_Yeol (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2563 / 03:48
    โอ้ยยย พี่ชานอย่าเชื่ออะไรง่ายๆสิ
    #1,154
    0
  2. #1119 PRAE.VV (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 02:17
    นายซง นายรู้อะไรมา!?
    #1,119
    0
  3. #1103 iam1485 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 10:10
    หื้มมม ซงมินโฮ รุ้อะไรรึป่าววว
    #1,103
    0
  4. #1101 chyyyyyy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 21:37

    สนุกสุดๆเลยย

    #1,101
    0
  5. #1043 R.forests (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 / 09:14
    ชานยอลไม่รู้อะไรเลย อาจจะคิดว่าตัวเองรู้ทุกอย่าง หรือไม่ก็ไม่เคยสงสัยอะไรเลย ฮึ่ยย มันคันยุบยิบที่ใจ อยากให้รู้ว่าโลกมันหมุนไปยังไง มันมีมากกว่าความเจริญปลอมๆที่เขาเห็น ซงมินโฮน่าสนใจมากๆ จริงๆก็ทุกตัวละครเลยค่ะ
    #1,043
    0
  6. #1012 RaineyRainn (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2562 / 22:08
    สงสารชานยอลนะ เหมือนอยู่ในโลกแคบๆที่ถูกสร้างไว้ให้เชื่อแบบนั้น
    #1,012
    0
  7. #999 praifahxq_ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 01:39
    ทำไมชานจำแบคแต่ก่อนไม่ได้เหรอคะ หรือว่าเราข้ามอะไรไปงงตอนแรกๆ แต่สนุกมากเลยค่ะ ฮือออ
    #999
    0
  8. #976 tenpeachyy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 / 21:36
    ซาหนุกกกกกกกก
    #976
    0
  9. #960 moony+lilac (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 08:18
    ก็คืออะไร ชานยอลบอกจุดอ่อนหรือยัง เรื่องรสนิยมหรือเปล่า อาจจะชอบ...
    #960
    0
  10. #921 ชานอย่าแกล้งน้อง (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 21:07
    เข้มข้นกว่ากาแฟก็เนื้อเรื่องนี่แหละ ทั้งลุ้นทั้งตกใจ มีอะไรมาเรื่อยๆเลย ค่อยๆเผยทีละนิด เรารู้สึกว่าตัวเองเหมือนชานยอล คือไม่รู้อะไรเลย!
    #921
    0
  11. #903 pakkkkoom (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 00:13
    เพิ่งมาไล่ตามอ่านฟิคของพี่โรมจักร หลงในความภาษาสวยมากกก //จุดอ่อนอะไรหน๊อออ
    #903
    0
  12. #897 .♘ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 10:58
    แอบเอ็นดูชานยอล55555555 ช่างไม่รู้อะไรเลย! แงง ก็เขาเลี้ยงมาแบบนี้ อย่าว่าเขาา ตอนนี้รู้สึกได้กลิ่นอะไรบางอย่าง หรือว่าจุดอ่อนของชานยอลจะเป็น...?!
    #897
    0
  13. #860 ❤ Little "B" ❤ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 12:24
    แต่ละคนห่ำหั่นกันน่าดู 
    #860
    0
  14. #841 soorin (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 21:50
    คุณโดเก่งไม่แพ้กัน และบรรยายได้ดีมากๆ บางย่อหน้าเราทึ่งเลยค่ะ เก่งมากๆ
    #841
    0
  15. #830 Limonin (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 13:15
    ทำบุญด้วยอะไรถึงหลงมาเจอฟิคเรื่องนี้ในวันก่อนสอบ (บุญหรอ?) คือมันสนุกจนไม่อยากไปอ่านหนังสือสอบเลยอ่ะให้ตาย ไฟนอลน่าเบื่อจริงๆ สู้เปียงยางก็ไม่ได้
    #830
    0
  16. #796 DBK1802 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2560 / 18:42
    ชเวส่งแบคฮยอนมาทำอะไรกันแน่น้า ซงมินโฮ!นายมันร้าย 5555
    #796
    0
  17. #748 JP_Spectrum (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 15:20
    สนุกมากกกกกกก
    #748
    0
  18. #743 harleyshn (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 11:10
    ชอบมากเลย;_;
    #743
    0
  19. #711 TOFUJAM (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 16:47
    โห..จะสงสารชานยอลดีมั้ยเนี่ย ถูกเลี้ยงมาให้เห็นแต่ความสุขสบาย มีเงินมีอำนาจ ดูฉลาดแต่ก็ไม่ใช่ทุกเรื่อง เนื้อเรื่องน่าอ่านมากๆๆๆๆ
    #711
    0
  20. #702 enirachis (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 18:50
    เป็นพล็อตแปลกดีค่ะ คาดไม่ถึงว่าจะมีคนเขียนเกาหลีเหนือด้วย ลึกลับน่าค้นหามาก ติดตามเรื่อยๆ ค่ะ
    #702
    0
  21. #679 เด็กดาวVIP (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2560 / 17:39
    สงสารพี่ปาร์คที่สุดแล้ว เหมือนจะเก่ง จะฉลาด แต่ไม่รู้อะไรเลยจริงๆนั่นแหละ ยัยแบคก็ร้ายกาจจนอยากจับตีจริงๆ
    ปล. รู้สึกเหมือนกำลังอ่านนิยายแปลอยู่เลย สุดยอดจริงๆ ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ
    #679
    0
  22. #653 มาร์เบล (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2560 / 22:10
    สนุกอ่ะ นํ้สึกเหมือนกำลังดูหนังสักเรื่องอยู่เลย
    #653
    0
  23. #649 siwann (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 10:26
    อยากอ่านต่อ แต่ก็ไม่กล้าอ่านอะ
    ฮืออออออ
    ลุ้น ตื่นเต้นไปหมด
    #649
    0
  24. #632 คาวาอิแปลว่าน่ารัก (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 01:05
    มินโฮดูมีลับลมคมในนะ
    #632
    0
  25. #612 fan-fpt (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 20:39
    ชานมีความลับอะไรว้าาาาา
    #612
    0