end - (exo) lone wolf | chanbaek

ตอนที่ 25 : L O N E W O L F | Gluttony kills more than sword.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,864
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 52 ครั้ง
    28 มี.ค. 60


? cactus




Chapter 20

Gluttony kills more than sword.

(ความกระหายอย่างไม่รู้อิ่ม อาจสังหารได้มากกว่าดาบ)






          ครั้งสุดท้ายที่เขาเห็นประตูรั้วโลหะสีเทาน่าเกลียดนี้คือเมื่อหลายเดือนก่อน เมื่อถูกขืนใจและจากบ้านของชานยอลไปเพื่อรับข้อเสนอของร้อยตรีซง ถึงอย่างนั้นกลับรู้สึกคุ้นเคย ราวกับเมื่อวานนี้เองที่แบคฮยอนเกลียดร้อยโทปาร์คอย่างเข้ากระดูกดำ และราวกับสัปดาห์ก่อนนี้เองที่เขาเหวี่ยงหินก้อนหนึ่งด้วยกำลังทั้งหมด เพียงเพื่อพรากลมหายใจคนที่ในเวลานี้โหยหาเหลือเกิน


          ในบ้านมืดสนิท ไม่มีแสงไฟ และรถยนต์ของชายหนุ่มร่างสูงก็ไม่อยู่ในที่จอด แบคฮยอนหอบหายใจ อากาศเย็นเสียจนแม้จะวิ่งมาเป็นระยะทางไกลและร่างกายควรจะอบอุ่นแล้ว ทว่าไหล่ของเขายังสั่นเทิ้ม หิมะโปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย จับบนเส้นผมสีเข้มเป็นกลุ่ม ๆ


          “ชานยอล! ” ชายหนุ่มร่างเล็กตะโกนอย่างสิ้นหวัง นึกเยาะหยันตัวเองในใจ “อยู่หรือเปล่า!


          ไม่มีทาง... เสียงในใจตอบเขาอย่างนั้น รู้ได้ยังไงว่าเขาอยู่ที่นี่ เขาอาจอยู่ที่บ้านของพลเอกชเวก็ได้ หรืออาจอยู่ที่โรงพยาบาล อยู่กับพ่อของเขา อย่างที่แกคงจะทำ ถ้ามีโอกาสดูใจ...


          ชายหนุ่มร่างเล็กซบหน้าผากกับซี่ลูกกรงโลหะเย็นเฉียบ ปลายนิ้วมือชายิ่งขึ้นทีละน้อยเมื่ออากาศเย็นจัดกัดกินประสาทสัมผัสเช่นเดียวกับความรู้สึกทั้งมวล ไอน้ำจากลมหายใจเปลี่ยนสภาพเป็นแผ่นน้ำแข็งบาง ๆ ฉาบใบหน้า เช่นเดียวกับน้ำตาที่หางตา


          “ชานยอล! ” เขาตะโกนอีก “ออกมานะ! ออกมา ไอ้บ้า!


          มือที่เปล่าเปลือยกำรอบซี่ลูกกรง ออกแรงเขย่าอย่างบ้าคลั่ง เขาไม่เคยไปที่บ้านของพลเอกชเว ในอีกความหมายหนึ่งคือบ้านของเจ้าสาวของชานยอล นอกจากอาคารที่ทำการพรรคแรงงานแล้ว ความหวังจึงเรืองรองอยู่แต่ในบ้านของอดีตผู้บังคับบัญชาเท่านั้น “อยู่หรือเปล่า! ถ้าอยู่ล่ะก็... ออกมาซี่ กูยอน! กูยอน! จีซู อยู่หรือเปล่า!


          ไฟที่ชั้นสองสว่างขึ้น หัวใจของแบคฮยอนเต้นแรง “นายใช่ไหม! ” ชายหนุ่มร่างเล็กส่งเสียงแหบแห้ง “นายใช่ไหม ฉันอยู่นี่!


          เกิดความเคลื่อนไหวหลังม่านสีอ่อน เป็นระลอกคลื่นอันเลือนราง เขาชะเง้อมอง แล้วก็ต้องผิดหวังเมื่อผู้ที่ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าต่างไม่ใช่เจ้าของบ้าน กระทั่งแม่บ้านหรือคนขับรถของชานยอล แต่เป็นนายทหารชั้นประทวนท่าทางงุนงง


          “ฉันเป็นผู้ติดตามของร้อยโทปาร์คชานยอล” แบคฮยอนว่า “ให้ฉันเข้าไป”


          ทหารนายนั้นหายไปจากหน้าต่าง แวบเดียวก็ปรากฏตัวที่ทางเดินโรยกรวด อีกฝ่ายมาหยุดที่อีกฝั่งหนึ่งของประตูรั้วโลหะพลางมองเขาซึ่งสวมเสื้อผ้าบาง ๆ ริมฝีปากและแก้มเป็นสีแดงจัดด้วยความหนาวอย่างพิจารณา


          “ไม่มีร้อยโทปาร์คชานยอล” ทหารนายนั้นตอบ “มีแต่ร้อยเอกปาร์คชานยอล คุณว่าเป็นผู้ติดตามของท่าน แต่กลับไม่รู้เรื่องนี้”


          หัวใจของเขาหล่นหายไปที่ไหนสักแห่งพร้อมกับการแค่นหัวเราะ ร้อยเอกอย่างนั้นเรอะ ขำตายล่ะ แบคฮยอนยิ้มอย่างฝืดเฝือ แต่งงานกับลูกสาวของแร้งเฒ่า จับตัวเองใส่ตะกร้าล้างน้ำ กลับมามีหน้ามีตา ไม่นึกเลย... เขาทำร้ายนายน...


          ความคิดหยุดลงเท่านั้น ชายหนุ่มร่างเล็กสะอึก จะเป็นอะไรไปเล่า หากร้อยโทปาร์คที่เขาเคยรู้จักหันไปหาคนที่เคยประหัตประหารกันอย่างเลือดเย็น ผู้ติดตามจอมปลอมเองก็เป็นหนึ่งในนั้นนี่ ถึงอย่างนั้นชานยอลก็ยัง...


            รักฉัน ใช่ไหม...


            “เราไม่ได้พบกันสักพักแล้ว” แบคฮยอนอ้อนวอน “ได้โปรด ให้ฉันเข้าไป”


          “ผมให้คุณเข้าไปไม่ได้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากท่าน หรือมีเอกสา... ”


          “ฉันไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน”


          “คุณจะมีความผิดฐานให้การเท็จต่อเจ้าหน้าที่”


          “เปล่านะ โธ่โว้ย! ” ชายหนุ่มร่างเล็กแผดเสียง “พากูยอนมาที่นี่ จีซูก็ได้ พวกเขารู้จักฉัน ตรงนั้น... เห็นหรือเปล่า ตรงนั้นเป็นห้องนอนของฉัน... จริง ๆ นะ! จะให้แจงกี่หนก็ได้ ว่าข้างในเป็นยังไง ห้องทำงานกับห้องนอนของร้อยท... เอ้อ... ร้อยเอกอยู่ที่อีกปีกหนึ่ง ที่ชั้นหนังสือของเขามีแบบฝึกหัดภาษาเยอรมัน ในครัวจะมีซุปหัวหอม นมแพะ กับบาแก็ตอยู่เสมอ แต่เขาจะดื่มกาแฟเท่านั้นเป็นอาหารเช้า รับหนังสือพิมพ์ทั้งโรดง ซินมุน และพยองยาง ไทมส์ ได้โปรด... ถามฉัน เพื่อยืนยันว่าฉันรู้จักเขา ฉันรู้ทั้งหมด จำได้ทั้งหมดเลย”


          “คุณอาจเป็นสายลับ” นายทหารชั้นประทวนท่าทางขึงขังยิ่งขึ้น ขณะแนบริมฝีปากกับวิทยุสื่อสาร แจ้งอย่างร้อนรนว่ามีผู้บุกรุกและแบคฮยอนส่ายหน้าอย่างอับจนหนทาง “คุณจีซูไปกับท่าน คุณกูยอนอยู่กับภรรยาของท่าน เพื่อผดุงครรภ์และดูแลลูกของท่าน”


          ลูกของท่านตบหน้าแบคฮยอนอย่างแรง “เป็นไปไม่ได้ พวกคุณไม่รู้จักเขา” ชายหนุ่มร่างเล็กแย้ง “ให้ฉันเข้าไป ได้โปรด ให้ฉันเข้าไปเดี๋ยวนี้ ให้ฉันได้ยินจากปากเขา!


          อากาศหนาวทำให้เรี่ยวแรงถดถอย พร้อมกันนั้น แบคฮยอนได้ยินเสียงฝีเท้า จากเท้านับสิบคู่ของนายทหารชั้นประทวนซึ่งปรี่เข้าใส่อย่างรวดเร็ว ด้วยจุดประสงค์เดียวกัน คือควบคุมตัวผู้บุกรุกที่บ้านของร้อยเอกปาร์คชานยอล


          คำผรุสวาทถูกปลดปล่อยด้วยโทสะ มากมายเกินจะนับ และสั่นเครืออย่างน่าเวทนา ร่างกายของเขาสั่นเป็นเจ้าเข้า ทุกอวัยวะเย็นเฉียบแทบจะไร้ความรู้สึก แบคฮยอนรู้แต่ว่าเขาจำเป็นต้องเข้าไป... อย่างน้อยที่สุดเพื่อรับไออุ่นจากระบบทำความร้อนใต้พื้นห้อง แม้ไออุ่นจากเจ้าของบ้านจะไม่เป็นของเขาต่อไป


          ได้ยินเสียงทึบ ๆ หนัก ๆ เมื่อทหารสองนายสบตากันก่อนใช้พานท้ายปืนฟาดท้ายทอยของเขาอย่างแรง ชายหนุ่มร่างเล็กล้มลง ใบหน้าแนบผิวถนนเย็นเยียบปกคลุมด้วยหิมะหนากว่าครึ่งฟุต แบคฮยอนไม่อาจกระดิกกระเดี้ย ด้วยทั้งความอ่อนเพลีย ความหนาว และความเป็นกังวล เสียงฝีเท้าอยู่ห่างออกไป แต่ก่อนที่สติสัมปชัญญะจะหลุดลอย เขากลับได้ยินอีกเสียงหนึ่ง


          เป็นเสียงล้อรถยนต์บดผิวถนนอย่างแรง เสียงฝีเท้าของนายทหารชั้นประทวนกลุ่มเดิม จากนั้นจึงเป็นบทสนทนาอันเซ็งแซ่ ที่ชัดเจนมีเพียงเสียงเฉียบขาดทว่าเร่งร้อนเสียงหนึ่ง


          “ทำอะไรลงไป พวกคุณทำอะไรเขา!


          “ผู้บุกรุกครับท่าน” ทหารนายที่ปฏิเสธเขาตอบ “เขาจะเข้าไปข้างในโดยไม่ได้รับอนุญาต”


          “ไม่จำเป็นสำหรับบยอนแบคฮยอน” เสียงเดิมประกาศ “เปลสนามล่ะ ไม่... ไม่ต้อง ช้าเกินไป”


          อ้อมแขนที่คุ้นเคยช้อนร่างกายซึ่งอ่อนปวกเปียกขึ้น กระทั่งเสียงหัวใจเต้นอย่างแผ่วเบาท่ามกลางเสียงหวีดหวิวของกระแสลมแรง แบคฮยอนก็จำได้ว่าเป็นของใคร ความรู้สึกปลอดภัยทำให้จังหวะการหายใจของเขากลับเป็นปกติ ดวงตาของผู้ติดตามจอมปลอมปิดสนิท ไม่ช้าก็หมดสติไป

 






          “ไม่ต้อง จีซู ผมไม่ต้องการผู้อารักขา”


          คนขับรถแตะที่แผลเป็นขนาดใหญ่ด้านซ้ายของศีรษะอย่างใจลอย “แต่ว่า... คุณชาย” จีซูบอกอย่างเป็นกังวล “คุณชายว่าเขาเป็นคน... เอ้อ... หินก้อนนั้นนี่”


          ลิ้นของเขากลับให้รสชาติขมปร่าเมื่อพูดประโยคนั้น “แบคฮยอนจะไม่ทำร้ายผม”


          “คุณชาย เราไม่มีทางรู้ หน้าสิ่วหน้าขวานอย่างนี้ ไม่ควรไว้ใจใครโดยเฉพาะคนที่เดี๋ยวเข้ากับร้อยตรีซง เดี๋ยวเข้ากับแร้งเฒ่า”


          “คุณมาจากแพกัม” ชานยอลถอนหายใจ “ใกล้กับมูซาน ที่ที่เขาจากมา คุณรู้ว่าที่นั่นเป็นยังไง จีซู... สิ้นหวังเท่าไหร่ ขอให้ผมเชื่อเถอะ ต่อให้เป็นความเชื่อที่ออกจะงมงาย ว่าแบคฮยอนไม่เคยมีทางเลือก”


          “ผมเพียงต้องการให้คุณชายปลอดภัย”


          ถึงตอนนั้น แม้เสียงของเขาก็สั่นสะท้าน “ถ้าเขาจะฆ่าผมในที่สุด” ร้อยเอกปาร์คพรูลมหายใจจากปากอย่างอ่อนล้า “ก็ขอให้เป็นเพราะความโง่งมของผมเอง อย่างที่เป็นกับเขาเพียงคนเดียว”


          เขารู้ว่าความเป็นกังวลของอีกฝ่ายไม่คลี่คลายลง ถึงอย่างนั้น ชานยอลยังเอื้อมมือไปตบเบา ๆ ที่บ่าของผู้รับใช้ที่ซื่อสัตย์ก่อนบีบเบา ๆ “คุณรับความโชคร้ายแทนผมมาหนหนึ่งแล้ว และมีใครอีกหลายคนที่เสียสละบางสิ่ง ไม่ว่าจะเต็มใจหรือไม่ เพื่อรักษาชีวิตและความรุ่งเรืองของผมไว้” ชายหนุ่มร่างสูงว่าอย่างเจ็บปวด “หนนี้ให้ผมรับเองเถอะ”


          หลายอึดใจกว่าพลขับผู้อารีจะหันหลังให้อย่างเสียไม่ได้ และเขากลับเข้าไป... ในห้องส่วนตัวซึ่งครั้งหนึ่งบนเตียงนอนมีร่างกายเล็ก ๆ ของอีกฝ่ายผูกไว้ รู้สึกราวกับเมื่อวานนี้เองที่รู้ว่าแบคฮยอนเป็นผู้ทรยศ ราวกับเมื่อวานนี้เองที่ห้องอบอวลด้วยกลิ่นสุรา เคล้ากลิ่นคาวเลือด อื้ออึงด้วยเสียงสะอื้นและการทุ่มเถียง ชานยอลไม่เข้าใจนักว่าเขากับอดีตผู้ติดตามลากพากันและกันมาถึงจุดที่เป็นอยู่นี้ได้อย่างไร


          ชายหนุ่มร่างเล็กที่กำลังหลับสนิทใต้ผ้าห่มดูกระจ้อยร่อยราวจะทำลายได้ด้วยมือเดียว ริมฝีปากและแก้มเป็นสีแดงจัดด้วยเลือดฝาด ขณะที่หน้าอกกลับสะเทินขึ้นลงน้อยนิดคล้ายไม่มีลมหายใจ บ่อยครั้งที่ชานยอลนั่งลงใกล้ ๆ อีกฝ่าย จ้องดูให้แน่ใจว่าอีกคนหนึ่งไม่ได้จากไปอย่างไม่หวนกลับ


          “อย่าริอ่านสูบบุหรี่ดาด ๆ ”


          ชายหนุ่มร่างสูงชะงักมือที่กำลังจะแตะบนแก้มที่เรียบเนียนทว่าตอบลงยิ่งขึ้นนั้น แบคฮยอนผ่ายผอมกว่าที่เคยเป็นอย่างเห็นได้ชัด และข้อเท็จจริงนั้นทำให้เขาเป็นกังวล


          มินโฮพาเขาไปที่ไหน ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ชานยอลเฝ้าถามตัวเองอย่างนั้น แม้จะเป็นฝ่ายจากมาอย่างเต็มใจ แบคฮยอนปลอดภัยหรือเปล่า บาดเจ็บหรือเปล่า และเขา... เลือกคิมจงแดหรือยัง


            ท้ายที่สุด ร้อยเอกปาร์คประสานมือของตัวเองกับมือที่บอบบางและเย็นเฉียบของอดีตผู้ติดตาม คลึงเบา ๆ ด้วยนิ้วโป้งอย่างอ่อนโยน ขณะพินิจแพขนตาสีดำสนิทตัดกับผิวซีดเผือดอย่างที่มินโฮกระเซ้าว่าขาวเหมือนไข่มุก ผมของแบคฮยอนยาวขึ้นเล็กน้อย ปรกลำคอเรียวยาวคล้ายนกกระเรียน รอยบุ๋มที่เหนือหน้าอกขยายออก เป็นเส้นสายของกระดูกไหปลาร้าที่ชัดเจนสองข้าง ก่อนสิ้นสุดลงที่หัวไหล่ซึ่งตกลงเป็นเส้นโค้งอันนุ่มนวล อีกฝ่ายยังดูราวกับภาพเขียนสำหรับเขา นับแต่วันที่ปรากฏตัวในเสื้อคลุมชุดนอนสีขาวพิมพ์ลายดอกเบญจมาศจนเดี๋ยวนี้


          “เจ็บหรือเปล่า” ชายหนุ่มร่างสูงส่งเสียงกระซิบแผ่วเบา “แล้วฉันจะนวดให้”


          แบคฮยอนพลิกตัวและส่งเสียงครวญครางไม่ได้ศัพท์ ดูไม่เหมือนคนที่ประทุษร้ายเขาอย่างอุกอาจเมื่อหลายปีก่อน หรือคนที่หล่อเลี้ยงชีวิตด้วยความแค้นเป็นเวลานาน


          เดี๋ยวนี้ชานยอลเข้าใจความเจ็บปวดของอีกคนหนึ่งอย่างลึกซึ้ง เช่นเดียวกับที่รู้ว่าแบคฮยอนเข้าใจความบีบคั้นของเขาอย่างถ่องแท้ เพราะอย่างนั้นเอง ความรักจึงงอกเงย ผลิใบท่ามกลางหนามแหลมแห่งความรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ความรุนแรงเป็นเหมือนหินที่ตกกระทบผิวน้ำ ซึ่งจะทำให้เกิดวงน้ำขนาดใหญ่วงแล้ววงเล่า ขนาดใหญ่ขึ้นทุกขณะอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ถ้าเพียงแต่เขาเป็นปาร์คชานยอล พนักงานร้านอาหารที่ใต้เส้นขนานที่สามสิบแปด และแบคฮยอนอยู่ในฐานะที่คล้ายคลึงกัน...


          ตราบใดที่เขาไม่ใช่ลูกชายคนโตของพลเรือเอกปาร์คมินกูซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะฟาดฟันกับผู้มีฐานะใกล้เคียงกันเพื่อความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน และแบคฮยอนไม่ใช่หนึ่งในผู้ได้รับความเจ็บปวดซึ่งพ่อของชานยอลเป็นผู้ก่อ... ถ้าเพียงแต่มีความยุติธรรมที่แท้จริงในมหานครอันสมบูรณ์แบบแห่งนี้...


          “ชานยอล”


          ร้อยเอกปาร์คหันไปหา หัวใจเต้นแรงกระทั่งรู้สึกปวดแปลบในอก


          “นายจริง ๆ ด้วย” แบคฮยอนว่าทั้งน้ำตา “นายอยู่ที่นี่... ไม่ใช่กับเธอ”


          ชานยอลไม่เข้าใจเลย เขาปรารถนาอยู่เสมอให้อีกฝ่ายแสดงออกซึ่งความรู้สึกเดียวกันต่อตัวเอง แบคฮยอนไม่เคยตอบสนองความต้องการอันเร้นลับนั้น และความจริงที่ว่าก็ทำให้หัวใจของเขาร้อนรุ่ม


          “ไม่... ฉันไม่ได้อยู่ร่วมบ้านกับ... ภรรยา”


          ใบหน้าของแบคฮยอนกระตุกทีหนึ่งอย่างเจ็บปวด


          “รู้ใช่ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น”


          แต่เวลานี้เขากลับชิงชังน้ำเสียงของตัวเองซึ่งสงบนิ่ง เกลียดเหลือเกินที่แม้เมื่อได้ความรู้สึกเดียวกันตอบแทนจากแบคฮยอนแล้ว แทนที่จะเป็นความลิงโลด หัวใจกลับเต็มไปด้วยรสชาติอันเจ็บแสบของบาดแผลซึ่งสิ่งที่โหดร้ายที่สุดคือโชคชะตาได้ฝากไว้


          “ฉันรู้... ” แบคฮยอนพูดเสียงเครือ “นายแต่งงานแล้ว และ... ”


          “แบคฮยอน... ”


          “บอกฉันสิ” คล้ายกับว่าชายหนุ่มร่างเล็กใช้กำลังทั้งหมดเพื่อขย้อนประโยคนั้นจากลำคอ “บอกสิว่าไม่ใช่ลูกของนาย”


          อากาศทั้งมวลเหือดหายไป เมื่อชานยอลก้มหน้าลงและกระซิบ “ฉันทำอย่างนั้นไม่ได้”


          อดีตผู้ติดตามส่ายหน้าช้า ๆ “โกหก” อีกฝ่ายต่อว่า “นายโกหกไม่เก่งหรอก ไม่เก่งเลย... นายจะไม่นอนกับเธอหรอก”


          “ขอโทษนะ” ความจริงบาดลำคอของเขาเป็นแผลลึก “ฉันนอนกับเธอจริง ๆ แบคฮยอน”


          แขนทั้งสองของอดีตผู้ติดตามตกลงอย่างอ่อนแรง ใบหน้าของชายหนุ่มร่างเล็กเผือดซีด สีสันของเลือดอันตรธานไปจากแก้มและริมฝีปากที่ถูกขบไว้แน่น “ไม่จำเป็นต้องขอโทษหรอก” อีกคนหนึ่งแค่นเสียง “จริงด้วย... ไม่จำเป็นต้องขอโทษเลย ระหว่างเราก็แค่... ไม่รู้สิ ไม่มีอะไรหรอก เราไม่เคยเป็นอะไรกัน เพราะฉะนั้น ไม่เป็นไร ขอโทษนะ ฉันต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายขอโทษ ขอโทษที่มาที่นี่ ขอโทษที่สร้างความวุ่นวาย ที่... ”


          เป็นเขาต่างหากที่อดรนทนไม่ไหว กอดอีกฝ่ายไว้แน่นด้วยแขนทั้งสอง เท่านั้นเอง ราวกับความเข้มแข็งทั้งหมดของแบคฮยอนเหือดหายไปในชั่วพริบตา ความชิงชัง ความกดดัน และภาระอันสาหัสที่สั่งสมให้น้ำหนักเกินชายหนุ่มร่างเล็กจะรับไหว ไหล่ของแบคฮยอนจึงหย่อนยวบลงอย่างง่ายดายและจำเป็นต้องอาศัยร่างกายของเขาเป็นที่พักพิง อีกคนหนึ่งซุกใบหน้าที่เคยเชิดตรงอย่างท้าทายกับอกของเขา ก่อนส่งเสียงสะอื้นอย่างลืมอาย


          “ไม่เป็นไร... วุ่นวายอะไรกัน สำหรับนาย ไม่เลย...”


          ไม่อาจพูดอะไรนอกเหนือจากนั้น ไม่อาจแก้ต่างให้ตัวเองหรือปลอบโยนชายหนุ่มร่างเล็กว่าที่เกิดขึ้นเป็นฝันร้าย เพราะทั้งหมดเป็นความจริง เขาโกหกไม่เก่ง... ไม่ดีไปกว่าแบคฮยอนสักนิด ชานยอลรู้แก่ใจว่าไม่อาจหลอกลวงผู้ติดตามจอมปลอม การพูดความจริงเป็นทางออกที่ดีที่สุด


          แม้ความจริงที่ว่า คือเขาเคยนอนกับซึงวานจริง ๆ และเคยพยายามทำในสิ่งซึ่งจะทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งตั้งครรภ์ขึ้นจริง ๆ


          หรือแม้จะเป็นความจริงทั้งหมดหรือไม่ก็ตาม


          “เด็กคนนั้น” แบคฮยอนพูดขึ้นในที่สุด “เป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย”


          “ยังไม่รู้หรอก”


          “อา... นั่นสินะ” อีกฝ่ายบอกเสียงแห้ง ขอบตาเป็นสีแดงก่ำ คล้ายจิตรกรจุ่มพู่กันในเลือดที่ข้นคลั่กและวาดลงไปอย่างบรรจง “ลูก... ลูกของนาย... โธ่... ”


          เขากอดแบคฮยอนแน่นขึ้น เมื่ออีกฝ่ายสะอึกสะอื้นอย่างรุนแรงและสำลักคำพูดของตัวเองออกมา       


          “ถ้าเป็นผู้หญิงล่ะก็ ขอให้สวยเหมือนกับเจ้าสาวของนาย ขอให้เติบโตขึ้นอย่างสง่างาม เข้มแข็งมากกว่า และเจ็บปวดน้อยกว่าแม่ของนาย โชคร้ายน้อยกว่าแม่ทั้งสองคนของฉัน” ชายหนุ่มร่างเล็กพูดด้วยสันกรามที่ถูกขบไว้แน่น มองเห็นเป็นเส้นตรงอันคมกริบ “แต่... ถ้าเขาเป็นผู้ชาย... ”


          ความรู้สึกที่เอ่อล้นในดวงตาคู่นั้นทำให้เขาเบือนหน้าหนี


          “ขอให้สูงใหญ่พอ ๆ กับนาย อย่า... ฮะ... แคระแกร็นเหมือนฉัน” แบคฮยอนหัวเราะทั้งน้ำตา “ขอให้ปลอดภัย เติบโตอย่างเป็นสุข อย่าได้เผชิญความทุกข์ยากเดียวกับเราทั้งหมด อย่าให้เขารู้จักห้ำหั่น... มากกว่าให้ชีวิต อย่าให้เขารู้จักเกลียดมากกว่ารู้จักรัก อย่าให้เขาจับปืนมากกว่าจับปากกา แต่... ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย”


          “แบคฮยอน... ไม่ต้องพูดแล้ว”


          “ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย” ชายหนุ่มร่างเล็กสูดลมหายใจเข้าลึก “บอกพวกเขา... ว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ต้องการความช่วยเหลือ ฉันจะไปหา... ถ้าทำได้ บอกพวกเขา ว่าบยอนแบคฮยอนรักพ่อของพวกเขาเหลือเกิน พ่อที่จากนี้จะไม่สามารถรักใครอื่น นอกจากแม่ของพวกเขา ผู้ชายที่สอนให้ฉันรู้จักทั้งความเกลียดชังและการให้อภัย บอกพวกเขาว่า... หนี้ที่ต้องล้างด้วยเลือดเสมอระหว่างเรา... ถูกชำระอย่างหมดจด เพราะฉันรักผู้ชายคนที่ว่า และรักทุกส่วนของปาร์คชานยอลที่พวกเขาได้รับถ่ายทอดมา ทั้งหมด... ทั้งหมดเลย... ”


          “ฉันบอกว่าพอได้แล้ว!


          “เพราะฉันรักนาย!แบคฮยอนตะคอก “ถ้านี่จะเป็นโอกาสสุดท้าย... เป็นโอกาสเดียวที่ฉันจะได้พูดความจริง ฉันรักนาย... รักนาย ชานยอล คือความจริงข้อที่นายควรรู้มากที่สุด ทั้งที่ฉันเกลียด... เกลียดความจริงข้อนี้เหลือเกิน! เกลียดความจริงที่ว่า... ให้ตาย ฉันเกลียดนายไม่ลงเสียที ทั้งที่ทุกอย่างจะง่ายกว่านี้มาก ถ้าเพียงแต่เราเกลียดกัน ถ้าเพียงแต่เราไม่รู้จักกัน ถ้าเพียงแต่เราไม่เคยผ่านเรื่องราวทั้งหมดนั้นมาด้วยกัน เข้าใจไหม!


          “แล้วคิดว่าฉันไม่เกลียดความจริงข้อเดียวกันหรือไง!


          “เพราะเราเกลียดความจริงข้อเดียวกันต่างหาก ถึงเป็นแบบนี้! ” เสียงของอีกฝ่ายสั่น แทบฟังไม่ได้ศัพท์ “ทางเดียวที่เราจะเป็นของกันและกัน ทางเดียวที่เราจะใช้ชีวิตร่วมกัน ชานยอล คือกำจัดทุกคนบนโลกเสีย... แต่... ทำไม่ได้หรอก หนึ่งพันล้านคนจะต้องเจ็บปวด เพียงเพื่อให้เรามีความสุข ฉันทำไม่ได้ ปล่อยฉันไปตามทางของฉัน แล้วลืมกันเสียเถอะ ปล่อยมือจากกันเสียที ปล่อยหลังจากได้ยินความจริงข้อแรกและข้อเดียวนี้ เพราะความจริงข้อนี้เป็นของขวัญที่ดีที่สุด... เท่าที่เราจะมีให้กันได้”


          ร้อยเอกปาร์คไม่รู้ว่าควรรู้สึกอย่างไรก่อน เสียใจ โกรธ ผิดหวัง สิ้นหวัง หรือเคียดแค้น ทั้งต้องการฉีกทึ้งแผ่นดินและท้องฟ้าเป็นเสี่ยง คร่าทุกชีวิตไม่เว้นแม้สัตว์หรือต้นหญ้า ร้องไห้กระทั่งน้ำตาเป็นมหาสมุทรอย่างในเรื่องปรัมปรา พร้อมกับที่กรีดร้องจนกว่าเทพเจ้าที่เขาไม่รู้จักจะมอบสิ่งที่ต้องการให้


          เพียงแต่ท้ายที่สุด ทั้งหมดที่ชานยอลเอ่ยออกไปคือ “ได้”


          สีหน้าของชายหนุ่มร่างเล็กทำให้ร้อยเอกปาร์ครู้สึกราวกับว่าพายุหิมะนอกหนาต่างหมุนวนอยู่ในห้องนี้ด้วย


          “แต่ฉันจะไม่ปล่อยมือจากนาย... เดี๋ยวนี้หรอกนะ”






 

หนึ่ง


คือแส้ที่กวัดไกว


เพราะอะไรบางอย่าง บทกวีนั้นดังขึ้นในส่วนที่ลึกที่สุดในหัวใจของเขา คล้ายเป็นสัญญาณให้ชานยอลโถมตัวเข้าใส่อีกคนหนึ่ง บดเบียดริมฝีปากกับอวัยวะเดียวกันของอดีตผู้ติดตามด้วยหลากหลายความรู้สึกที่ขุ่นข้องและผสมผเสกัน


โดยไม่ขัดขืน แบคฮยอนเผยอริมฝีปาก โอบรอบบ่าของเขาด้วยแขนเย็นชืดและนิ้วชื้น ๆ หลังจากการปลุกเร้าอย่างเงียบงัน ถึงพริกถึงขิง ทว่าปราศจากคำพูด เพียงสัมผัสกันและกันด้วยอวัยวะทุกส่วนเท่านั้น จนได้สินะ” ชายหนุ่มร่างเล็กแค่นเสียง “You make me wait… ” อีกฝ่ายว่า พลางแลบลิ้นอย่างท้าทาย ถึงอย่างนั้นก็เป็นการท้าทายที่อ่อนแรงเหลือเกิน


“No… ” ชานยอลตอบ บังคับให้คนที่อยู่ข้างใต้ปล่อยมือข้างหนึ่ง และยัดนิ้วที่เปียกชื้นนั้นลงไปในปากของเจ้าตัว “You make me wet


รสชาติแย่


แย่นักก็อย่าทำให้มันไหลออกมาสิ


ท่ามกลางบรรยากาศแห่งการประชดประชัน เจ็บปวดทว่าตึงเขม็งด้วยความต้องการและอาการตัดพ้อต่อว่าโชคชะตาซึ่งมีอารมณ์ขันอันร้ายกาจ ชายหนุ่มร่างเล็กผงกศีรษะขึ้น ขบริมฝีปากล่างของเขาอย่างแรง... มือข้างที่เคยถูกชานยอลบังคับให้ปล่อยจากบ่าบีบรัดอยู่รอบคาง ทำให้ปากของของเขาย่นยู่ เผยอออกเป็นโพรงแคบ ๆ แบคฮยอนแหย่ลิ้นเข้ามาอย่างจงใจ สบตาเขาอย่างจงใจยิ่งกว่า และจูบเขาอย่างจงใจที่สุด


ไม่ได้เรื่อง ครั้งสุดท้ายแท้ ๆ


สอง


คือตรวนที่จองจำ


น้ำหนักของขาทั้งสองกดลงบนบ่าแทนที่แขนเย็นชืด ซึ่งตกอยู่บนผ้าปูที่นอนสีเข้ม อ่อนแรงทว่าหดเกร็ง อีกฝ่ายรวบเอาผ้าปูส่วนหนึ่งไว้ด้วยสองมือ ขยำด้วยแรงมากพอจะทำให้กระดาษบาง ๆ ขาดวิ่น แรงกว่าที่เคยใช้กับเขา... ตรงกลางระหว่างขา แรงกว่าที่เคยทำให้นิ้วทั้งสิบเปียกชื้น แรงกว่าที่เคยทำให้ชานยอลคลุ้มคลั่ง


ได้เรื่องหรือยัง


ไม่มีคำตอบจากริมฝีปากแห้งผาก นอกจากเสียงหอบหายใจ ไม่มีคำตอบจากศีรษะซึ่งแหงนเงยและใบหน้าเหยเก ไม่มีคำตอบจากดวงตาที่ปิดสนิท เช่นเดียวกับที่ไม่มีคำตอบจากน้ำตาของคนทั้งสอง ซึ่งของคนหนึ่งตกลงบนหมอน และของอีกคนหนึ่งตกลงบนใบหน้าของอีกฝ่าย


ไม่ชอบหรือไง


แรงกว่านี้อีกแบคฮยอนพูดออกมาจนได้ แรงจนกว่าฉันจะจำได้ขึ้นใจ แรงจนกว่าฉันจะคิดถึงนายทุกครั้งที่หิมะตก”


นอกหน้าต่าง หิมะกำลังโปรยปรายอยู่อย่างไม่ขาดสาย คล้ายจะไม่หยุดเลยนับแต่เขาพบอดีตผู้ติดตามที่ประตูรั้วกระทั่งตอนนี้ คล้ายเป็นน้ำตาจากหัวใจของคนทั้งสองซึ่งส่งเสียงกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งระหว่างการร่วมรักที่เงียบเชียบ ใต้ท้องฟ้าที่เป็นสีดำสนิท ราวกับคั้นเอาหมึกจากทั่วโลกมาผสมรวมกันและสาดขึ้นไปตรง ๆ


จำอะไรได้


คราวนี้คำตอบแรกเป็นอาการตอดรัดอย่างรุนแรงซึ่งทำให้ลมหายใจของเขาขาดห้วง


คำตอบที่สองสั่นพร่า แทบจะฟังไม่ออก


จำได้ว่าเป็นของนาย... จำได้ว่าเป็นของนายแล้ว


สาม


คือดาบที่เปลือยฝัก


สามอย่างนี้เท่านั้นที่มนุษย์ยอมศิโรราบ     


“เป็นของฉัน... ใช่... เป็นของฉัน”


เขาจำได้ขึ้นใจ หลังจากถูกบังคับให้ตัดผม ฝึกฝนเป็นเวลานาน คุกเข่าลงต่อหน้าภาพถ่ายของผู้นำประเทศ และทำความเคารพครั้งแล้วครั้งเล่า ถึงอย่างนั้น ร้อยเอกปาร์คไม่เคยแสดงออกอย่างนี้กับคนที่เขาแสดงอาการนับถือด้วยศีรษะที่จรดพื้น และหลังจากโกหกตัวเองมาแสนนาน ชานยอลก็พบว่าทั้งร่างกายและหัวใจของตัวเองไม่เคยเป็นของแผ่นดินและบุคคลที่เขาพร่ำพูดว่าจงรักภักดีเลย


“ฉันก็เหมือนกัน... เป็นของนายเหมือนกัน แบคฮยอน”


เปียงยางไม่เคยหนาวเท่านี้ และแบคฮยอนก็ไม่เคยร้อนเท่านี้


ร้อยเอกปาร์คถอนหายใจ


เขาเองก็เหมือนกัน ไม่เคยรู้สึกว้าวุ่นใจเท่านี้


เริ่มต้นด้วยความเงียบงัน และจบลงด้วยความเงียบงันยิ่งกว่า เมื่อทั้งเขาและแบคฮยอนไม่มีเวลาหลงเหลือสำหรับถ้อยคำไร้แก่นสารที่จากนี้จะไม่มีประโยชน์ ไม่มีเวลาหลงเหลือสำหรับการโต้เถียง ขู่อาฆาตหรือว่าร้าย กระทั่งเวลาสำหรับพร่ำคำรัก คนทั้งสองเคยมีเวลาที่ว่านั้นอย่างเกินพอ จนเมื่อต้องการกันและกันอย่างแท้จริง... ทั้งเวลาและสถานการณ์จึงไม่เป็นใจอย่างน่าขัน


เขาไม่รู้ว่าตัวเองกับแบคฮยอนก่ายกอดกันและกันอยู่นานเท่าไหร่ และที่ใดบ้างในห้องนั้น ทุกครั้งที่ผละจากกันกินเวลาไม่เกินหนึ่งนาที เพื่อหยิบบรั่นดี บุหรี่ และถุงยางอนามัย ก่อนกลับมาถ่ายทอดไออุ่นและความปรารถนาสุดท้ายอย่างไม่รู้จักอิ่มจักพอ ความกังวลที่ว่าวันหนึ่ง คนทั้งสองจะหลงลืมกันและกันเสียสนิทคอยแต่จะปรากฏขึ้นในความนึกคิดเป็นระยะ ทว่าร้อยเอกปาร์คผลักไสความกลัวเหล่านั้นไปและพยายามจดจ่อกับร่างกายที่เปลือยเปล่าตรงหน้า ไม่กี่ครั้งที่แบคฮยอนพูดความจริงกับเขา ทั้งถ้อยคำและร่างกาย ไม่กี่ครั้งเช่นกันที่การเอาชนะคะคานระหว่างคนทั้งคู่ไม่เกิดขึ้น


กว่าจะรู้สึกตัวอีกครั้งก็เมื่อได้ยินเสียงลมหายใจทอดยาวเป็นจังหวะสม่ำเสมอ แบคฮยอนนอนเปลือยเปล่า เท้าทั้งคู่ขาวซีด เยียบเย็นอย่างที่เขารู้ว่ามันจะเป็น กลิ่นบุหรี่ยังอบอวลในห้องนั้น อีกฝ่ายพ่นมันเข้ามาในลำคอของชานยอลระหว่างจุมพิตสุดท้ายและการปลดปล่อย เป็นบุหรี่มวนด้วยกระดาษจากโรดง ซินมุน หรือบุหรี่ดาด ๆ อย่างที่เจ้าตัวถูกปรามาส ดูเหมือนเขาและชายหนุ่มร่างเล็กพากันฝันลม ๆ แล้ง ๆ ว่าน้ำอุ่น ๆ หยิบมือเดียวจากร่างกายของคนทั้งสองจะช่วยคลายหนาว หรือแม้แต่ชำระชะล้างข้อเท็จจริงที่ว่าระหว่างตัวเองกับแบคฮยอนนั้นเป็นไปไม่ได้


ร้อยเอกปาร์คกลับไปที่เตียง ห่มผ้าให้อีกฝ่าย ชายหนุ่มร่างเล็กนอนขดตัว งองุ้มคล้ายกุ้ง แก้มเป็นสีแดงจัด เปราะบางราวจะแตกหัก อยากกอดให้แรงกว่านี้อีก ชานยอลคิดอย่างนั้น กอดให้แรงกว่านี้ แต่แรงกว่านี้ ก็กลัวจะแตกสลาย


เขาไม่กล้าจุมพิตอีกฝ่ายที่หน้าผาก ไม่กล้าแม้แต่จะบอกลา


ชายหนุ่มร่างสูงเดินกลับไปที่โต๊ะเล็ก ๆ อีกฟากหนึ่งของห้อง บนนั้นยังมีเสื้อผ้าของแบคฮยอนกองสุมกันอยู่อย่างชวนให้ระคายใจ ชานยอลกวาดเอาทั้งหมดตกลงบนพื้น คว้าปืนกระบอกหนึ่งที่อยู่ข้างใต้ขึ้นมา ยัดปากกระบอกเข้าไปในปากของตัวเอง


จากนั้นจึงเหนี่ยวไก






 

          แม้ไม่ผงกศีรษะขึ้นมอง แบคฮยอนก็รู้ว่าอดีตผู้บังคับบัญชากำลังขมวดคิ้ว


          ชานยอลเหนี่ยวไกอีกครั้งหนึ่ง ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาลืมตา จ้องดูความว่างเปล่าที่ผนัง ระหว่างที่อีกฝ่ายพยายามเหนี่ยวไกปืนครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนคำรามอย่างขัดใจเมื่อพบว่าทั้งหมดนั้นไม่ประสบความสำเร็จ


          “ไม่ต้องเปิดดูหรอก ในนั้นมีลูกอยู่จริง ๆ ”


          สิ้นเสียงกระซิบของผู้ติดตามจอมปลอม ไม่กี่อึดใจ เตียงนอนก็ยวบลงอีกครั้ง เป็นร้อยเอกปาร์คที่นั่งลงใกล้ ๆ และมองแบคฮยอนอย่างฉงนฉงาย “หมายความว่ายังไง”


          “เพราะการตัดสินใจของนายไม่มีวันอยู่เหนือการคาดเดาของฉันน่ะสิ”


          “หมายความว่ายังไง... แบคฮยอน”


          “รู้อยู่แล้วว่านายจะทำอย่างนี้” ชายหนุ่มร่างเล็กลืมตาเต็มที่และตอบชัดถ้อยชัดคำ “ระหว่างที่นายเข้าไปหยิบบุหรี่ในห้องทำงาน ก็เลย... ”


          “ทำให้กระสุนขัดลำกล้อง ทำให้ปืนด้าน”


          “ใช่... ทั้งหมดนั่นแหละ”


          “ทำได้ยังไง” ชานยอลพรูลมหายใจ ก่อนเสยผมบนหน้าผากขึ้นอย่างอับจนหนทาง “อา... ไม่น่าถาม แทบจะไม่มีอะไรที่นายเอาชนะไม่ได้ นอกจากเรื่องของเรา”


          “นายไม่ใช่คนที่ต้องตาย”


          อดีตผู้คับบัญชาสบตาเขาอยู่หลายวินาที กลืนน้ำลายก่อนถามด้วยเสียงเฉียบขาด “แล้วใครกันที่ต้องตาย”


          “แค่รู้ว่าไม่ใช่นายก็พอ”


          “กำลังคิดอะไรอยู่ แบคฮยอน! ” ร้อยเอกปาร์คอุทาน จับที่ไหล่ของเขาก่อนเขย่าอย่างเร่งร้อน “พูดความจริงกับฉัน บอกฉัน... ”


          “นายยังไม่เห็นบอกฉันว่าตั้งใจจะตาย”


          อีกคนหนึ่งนิ่งอั้นไป


          “ตลกดีเหมือนกัน” เสียงของเขาสั่นสะท้านขึ้นอีกแล้ว “ไม่ว่าจะเพื่อทำลาย... หรือปกป้องกันและกัน ระหว่างเราไม่เคยมีความจริงอยู่เลย เวลาที่เป็นของจริงของเราสั้นเหลือเกิน ชานยอล นอกจากในงานเฉลิมฉลองที่นายช่วยชีวิตฉัน ที่แม่น้ำทูมันเมื่อฉันยื่นมือให้ ในป่าตอนที่นายแบกฉันขึ้นหลัง และเมื่อกี้นี้ที่พูดว่ารักนาย ก็ไม่มีความจริงอยู่เลยในเรื่องราวของเรา”


          ชานยอลแสดงอารมณ์ที่ออกจะแปลกประหลาดหลังจากนั้น เริ่มต้นด้วยการพยักหน้าคล้ายจะยอมรับโดยดุษณี จากนั้นจึงเป็นการหัวเราะที่ฝืดเฝือและแห้งแล้ง ก่อนซบหน้ากับฝ่ามือทั้งสองและครวญครางเป็นระยะเวลาสั้น ๆ จบลงด้วยใบหน้าที่เรียบเฉยเกือบจะไร้ความรู้สึก


          “เรากำจัดคนทั้งโลกเพื่อใช้ชีวิตร่วมกันไม่ได้อย่างนั้นใช่ไหม”


          แบคฮยอนพยักหน้า “ฉันคิดอย่างนั้น นอกจากนายจะเห็นเป็นอื่น”


          พายุหิมะซาลงในที่สุด เช่นเดียวกับเวลาแห่งความจริง ชานยอลเอื้อมมือมา ชายหนุ่มร่างเล็กจึงกระถดตัวเข้าหา ลงเอยด้วยอ้อมกอดที่แนบแน่นกว่าทุกครั้ง


          “ต่อเวลาแห่งความจริงของเราออกไปอีกหน่อย” ชานยอลว่า “ที่ฉันจะพูดต่อไปนี้เป็นคำสั่ง และเป็นความจริงด้วย”


          หัวใจของอีกฝ่ายเต้นอย่างสงบ แบคฮยอนจูบเบา ๆ ที่ขมับของร้อยเอกปาร์คขณะถามว่า “คำสั่งอะไร”


          “อย่าตายนะ”


          เขาขมวดคิ้ว ทว่าอีกคนหนึ่งยังสำทับอย่างหนักแน่น


          “อย่าตายเป็นอันขาด แบคฮยอน โดยเฉพาะอย่าตาย... เพราะเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อฉัน ไปจากที่นี่และขอให้มีความสุข เริ่มต้นใหม่และอย่าหันกลับมา”


          “หลงตัวเอง”


          “ฉันรู้”


          “และโง่ที่สุด” หิมะหยุดตกเมื่อเขาประทับจุมพิตอย่างอ่อนหวานครั้งสุดท้าย “เพราะฉันตายไปแล้วตั้งแต่บอกว่ารักนาย ด้วยความเคารพ ร้อยเอกปาร์คชานยอล”

 






          อดีตผู้บังคับบัญชาให้จีซูพาเขาไปส่งยังสถานที่ที่ใกล้กับบ้านพักมากที่สุด แบคฮยอนไม่กล้าให้พลขับชราพาไปสู่ที่หมาย เขาไม่ต้องการให้ชานยอลรู้ว่าตัวเองอยู่ที่นี่ พอ ๆ กับที่ไม่ต้องการให้จีซูรับเคราะห์ซึ่งไม่ใช่ของตัวเองเป็นครั้งที่สอง


          ก่อนลงจากรถยนต์คันเดิมกับที่เขาเคยทำให้กระจกหน้าของมันแตกเป็นเสี่ยง จีซูรั้งชายหนุ่มร่างเล็กไว้ด้วยการสบตาผ่านกระจกมองหลัง แบคฮยอนจึงนั่งอยู่เงียบ ๆ และปล่อยให้อีกฝ่ายเริ่มบทสนทนา


          “ผมรู้แล้วว่าคุณเป็นคนทำอย่างนั้น”


          “ใช่” เขายอมรับ “และผมขอโทษอย่างจริงใจ ไม่ว่าคุณจะคิดว่ามันจริงใจหรือไม่ก็ตาม”


          “คุณไม่จำเป็นต้องขอโทษผมหรือคุณชาย อันที่จริง ระหว่างคุณกับคุณชาย อาจไม่มีใครจำเป็นต้องขอโทษ” พลขับว่า “ความตายของบยอนคงซูไม่ใช่ความผิดของคุณชาย พอ ๆ กับที่อาการโคม่าของคุณท่านไม่ใช่ความผิดของคุณ”


          “แต่เราต่างมีส่วนทำให้เกิด” ชายหนุ่มร่างเล็กเถียง “มินกูอาจทำอย่างนั้นเพื่อเขา และที่จุนมยอนทำอย่างนั้น... เพราะผมที่เป็นพี่ชายไม่เป็นตัวอย่างที่ดี ผมสอนให้เขารู้จักและสืบทอดความแค้น บอกเขาว่าการทำลายล้างอีกฝ่ายนั้นชอบธรรม และตอนนี้ก็สายเกินกว่าจะทำให้จุนมยอนกลับเป็นเด็กที่มีหัวใจบริสุทธิ์”


          “คุณเห็นแล้วว่าการห้ำหั่นไม่ใช่ทางออกของความอยุติธรรม”


          “แต่เป็นส่วนหนึ่งของมันจนกว่าความยุติธรรมที่แท้จริงจะมาถึง” คำพูดเหล่านั้นไหลลื่นจากปากเขาอย่างเป็นธรรมชาติ อย่างที่แบคฮยอนไม่เคยรู้สึกมาก่อน ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมานี้ เขาถูกเคี่ยวกรำด้วยประสบการณ์ชีวิตและความเจ็บปวดอย่างที่ไม่อาจจินตนาการได้ “เราจะหันหน้าสู่การประหัตประหารเสมอเมื่อไม่มีความยุติธรรมเป็นที่พึ่งพา และท้ายที่สุด... ทางเดียวที่อาจเป็นไปได้ คือทั้งผมและเขาไปจากกันให้ไกลเกินกว่าจะสร้างความทรงจำร่วมกันได้อีก”


          จีซูถอนหายใจ “คุณชายรักคุณนะ... รู้ไหม”


          “ผมจะถือว่าเขาไม่เคยบอก ซึ่งนั่นดีกว่าสำหรับชานยอล”


          “แต่คุณรู้ใช่ไหม” คนขับรถถาม “จากการกระทำของคุณชาย”


          “รู้สิ” แบคฮยอนตอบอย่างเศร้า ๆ “เพราะเขาปฏิบัติต่อผมอย่างตรงไปตรงมา จึงไม่จำเป็นต้องพูด ผมต่างหากที่จำเป็นต้องบอก เพราะ... ”


          ชายหนุ่มร่างเล็กกลืนน้ำลาย ถึงกระนั้นน้ำลายก็ยังบาดคอเขา


          “เพราะไม่เคยแสดงออกให้เขารู้เลย ขอบคุณนะจีซู สำหรับวันนี้ และขอโทษสำหรับอุบัติเหตุในวันนั้น เราอาจไม่ได้พบกันอีก เพราะฉะนั้น... ”


          “ไม่จำเป็นต้องพูดคำว่าลาก่อน” อีกฝ่ายบอกอย่างอารี “แล้วเราจะพบกันอีก... ทั้งคุณและคุณชาย ในความทรงจำยังไงล่ะ คุณแบคฮยอน”


          ถึงตอนนั้น ผู้ติดตามจอมปลอมที่เคยฉลาดเฉลียวกลับทำได้เพียงพยักหน้าอย่างอับจน


          เขารู้ว่าร้อยตรีซงยังอยู่ที่บ้าน เพราะไฟทุกดวงเปิดสว่างอย่างที่คนทั้งสี่มักไม่ทำ เป็นเวลารุ่งสางแล้วเมื่อแบคฮยอนเคาะประตูและโผเผเข้าไป แปลกใจเมื่อได้กลิ่นอาหาร ทั้งจงแด จุนมยอน อี้ชิง และมินโฮนั่งประจันหน้ากันที่โต๊ะโดยไม่มีใครปริปากว่าอะไร กระทั่งเสียงปิดประตูของชายหนุ่มร่างเล็กเป็นสัญญาณให้อดีตคนรักพูดอย่างหมดอาลัยตายอยาก


“เขามีข้อเสนอใหม่ แบคฮยอน”


          ความโกรธปะทุขึ้นในหัวใจของเขาอีกครั้ง “ข้อเสนออะไรอีก”


          ทว่ามินโฮกลับไม่แสดงอาการยียวนอย่างที่เคยเป็น อีกฝ่ายขมวดคิ้ว เป็นท่าทีหนักใจที่ไม่คุ้นตาเอาเสียเลย แบคฮยอนหันไปหาอี้ชิง “อะไร” เขาถาม “เป็นอะไรกันไปหมด”


          ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปกี่นาทีท่ามกลางเสียงกรอบแกรบของหิมะบนหลังคาซึ่งละลายอย่างช้า ๆ และตกลงสู่พื้นเบื้องล่าง รวมถึงแสงไฟที่ออกจะติด ๆ ดับ ๆ อยู่หน่อย ๆ


          “ทางการหาผมพบแล้ว” ในที่สุดจุนมยอนก็บอกอย่างขลาด ๆ “การทำร้ายนายทหารชั้นผู้ใหญ่สองนายเป็นเรื่องครึกโครม ร้อยตรีซงควรปกป้องผม... แต่เขามีข้อเสนอ”


          “จะทำอะไรโดยไม่หวังผลตอบแทนไม่ได้นี่นะ” แบคฮยอนแค่นเสียง “เอ้า ว่ามา”


          จงแดกลับเป็นฝ่ายโพล่งขึ้น “เรารู้ว่านายทำไม่ได้” ชายหนุ่มว่า “ไม่เป็นไรหรอก แบคฮยอน”


          “มัวพิรี้พิไรอะไรกันอยู่ เห็นฉันเป็นยังไง ก็แค่พูดออกมา”


          “ไม่ใช่เรื่องที่นายอยากรู้หรือควรรู้แน่ ๆ ”


          “นี่... จงแด ไม่ตลกนะ” ชายหนุ่มร่างเล็กเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน “บอกเสียก่อนที่ฉันจะหมดความอดทน คืนนี้ฉันเจอเรื่องวินาศสันตะโรมาจนเกินพอแล้ว”


          “เพราะพี่รักเขาไง ถึงบอกว่าทำไม่ได้หรอก จะคาดคั้นพี่จงแดให้ได้อะไรขึ้นมา!


          ประโยคนั้นทำให้เขาหันไปมองเด็กหนุ่มอย่างประหลาดใจ พร้อมกันนั้น รอยยิ้มที่น่าสยดสยองที่สุดปรากฏขึ้นที่มุมปากของเสือผู้หญิงแห่งเหล่าทัพ “หมายความว่ายังไง ทำอะไร รักใคร... ”


          ท้ายที่สุดก็เป็นอี้ชิงที่หันไปสบตาคนทั้งหมดราวจะขออนุญาต และใช้ความเป็นคนนอกบอกข้อเสนอแก่เขา ข้อเสนอที่ทำให้เลือดทุกหยดในร่างกายของชายหนุ่มร่างเล็กจับตัวแข็ง... เช่นเดียวกับหิมะด้านนนอก


          “อีกเจ็ดเดือนเมื่อชานยอลรับรองลูกของซึงวานเป็นบุตรที่ชอบธรรม” พ่อค้าของเถื่อนพูดเบา ๆ ราวกับกลัวว่าเมื่อส่งเสียงดังเกินไปแล้ว ปีศาจที่สิงสู่ในข้อเสนอที่ว่าจะฉีกทึ้งห้องอาหารเป็นเสี่ยง “ให้... กำจัดเขา กำจัดเขาเสีย... ”    


          “กำจัดเขา อย่าบอกนะว่า... ”


          “ช่าย... ”


          เขาไม่เคยเกลียดเสียงยานคางของมินโฮเท่านี้มาก่อน พอ ๆ กับที่ไม่เคยรู้สึกหวาดกลัวดวงตาของอีกฝ่ายเท่านี้เช่นกัน


          “ฆ่าเขายังไงล่ะ... และฉันเจาะจงให้เป็นนาย นายเท่านั้น ทำได้หรือเปล่า เพื่อน้องชายที่นายรักเหลือเกิน หือ... แบคฮยอน”








#ฟิคเปียงยาง

อ๊อยยย /เสียงของการหมดแรง

ตอนนี้เป็นหนึ่งในตอนที่ยาวที่สุดเลย

คือด้วยเวลาตอนนี้ที่ทำให้ต้องเร่งเขียนเรื่องนี้หน่อย แบบมาอัพทีเดียวทั้งตอน

เราก็อาจจะเบลอ ๆ ไปนิดนึง ถ้าปรู๊ฟช้าหรือลงช้าหน่อยต้องขอโทษด้วยนะคะ

จะพยายามเพิ่มพลังกาแฟดำ ฮึบฮึบ


คิดว่าคงไม่มีอะไรดราม่ากว่านี้ฮับ เรื่องนี้ดราม่าไม่สุดสักตอน คือไม่ใช่แนวทางหลักของเรื่องด้วยอ่ะ

สบายใจล่าย ๆ








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 52 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,172 ความคิดเห็น

  1. #1141 PRAE.VV (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 21:06
    โอ๊ย ไม่ๆๆๆๆ อะไรเนี้ยบิดเบี้ยวไปหมดแล้ววว
    #1,141
    0
  2. #1115 xgbatp14v6 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 11:38
    เจ็บปวดมากๆเลย มีแต่ความอึดอัดทรมานใจ
    #1,115
    0
  3. #1109 iam1485 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 08:46
    โอ้ยยยยยย เจ็บบบ
    #1,109
    0
  4. #1089 pcy__somsom (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 23:33
    ปวดใจจจจ
    #1,089
    0
  5. #1061 R.forests (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 / 20:08
    ร้องไห้เหมียนหมาเลยTT ตอนที่แบคฮยอนกับชานยอลเจอกันนะ โห ความรู้สึกมันพรั่งพรูออกมาหมดเลย เจ่บผวด ข้อเสนอใหม่ก็แบบ โอย แง มินโฮ เวง
    #1,061
    0
  6. #1032 RaineyRainn (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 23:07
    สุดๆอ่ะ ทำไมมันหน่วงแบบนี้ ไรท์ยังบอกว่าไม่ดราม่าอีกหรอออ โฮอออ
    #1,032
    0
  7. #1008 qiipeach (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 01:05
    ปวดใจจัง
    #1,008
    0
  8. วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 01:36
    อิหยังวะ คือไม่เลือกข้อเสนอสักอย่างได้มะ อ่อ เลือกไม่ได้
    #969
    0
  9. #953 M i n y a t u r (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2561 / 00:10
    ตอนนี้คือที่สุดดดดดด
    #953
    0
  10. #943 ชานอย่าแกล้งน้อง (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 22:19
    ฉันไม่โอเค
    #943
    0
  11. #913 pakkkkoom (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 09:31
    ลูกในท้องซึงวานไม่ใช่ลูกชานได้มุ้ยย /พนมมือ
    #913
    0
  12. #912 pakkkkoom (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 09:29
    ออหอ ปวดใจจจจจจ
    #912
    0
  13. #901 .♘ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 12:34
    นี่ขนาดดราม่าไม่สุดนะ น้าตาไหลเป็นทางแล้ว ฮือออ มันเจ็บปวด
    #901
    0
  14. #878 ❤ Little "B" ❤ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 15:06
    เราก็เสพติดความเจ็บปวดไปกะฟิคเรื่องนี้ 5555555555
    #878
    0
  15. #852 soorin (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 20:44
    ปวเใจจจจ ให้เค้ารักกันเทอดดดด ร้องไหห้
    #852
    0
  16. #835 Limonin (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 15:44
    นอนร้องไห้เงียบๆ อะไรจะขนาดนี้
    #835
    0
  17. #813 DBK1802 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 03:25
    ตอนนี้มันหน่วงใจมาก ความรักของพวกเขาจะไม่มีวันบรรจบกันจริงๆน่ะหรือ สะอึกกับความจริงระหว่างทั้งสองคนเลย แสดงออกมาอย่างจริงใจได้น้อย แต่ก็ยังดีที่แบคได้บอกรักชานไปแล้ว เฮ้อ จะเป็นยังไงต่อไปนะเนี่ย น้ำตาคลอเลยตอนนี้
    #813
    0
  18. #789 KaRToon_HH (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 21:19
    เฮ้ออออออ ตอนที่อ่านจบแล้วแบบโล่งมากอ่ะ ทุกสิ่งอย่างเลยที่ผ่านมาแบบมันอึดอัดไปหมด ตอนนี้ก็โอเคแล้วนะ แต่อยากให้จุนมยอนอยู่ด้วยมากเลย
    #789
    0
  19. #788 KaRToon_HH (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 20:50
    ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้TT จุนมยอนก็ไม่อยู่ เด็กที่กล้าหาญบ้าบิ่นมากๆ ชานยอลอย่าเป็นอะไรนะ
    #788
    0
  20. #787 KaRToon_HH (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 14:29
    ร้องเลยอ่ะตอนที่ชานแบคอยู่ด้วยกัน ตอนบอกรักกัน แล้วนี่อะไรทำไมกลายเป็นแบบนี้
    #787
    0
  21. #765 JP_Spectrum (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2560 / 01:03
    ฮือทำไมมมมมมมมมม
    #765
    0
  22. #744 Maayuniiboo (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 08:58
    แชปนี้ปวดหัวใจมากเลย
    #744
    0
  23. #742 Busalanda2545 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 23:03
    เห้...ไอ่...-. ฮือออออ -เสือผู้หญิงง
    #742
    0
  24. #731 TOFUJAM (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2560 / 13:03
    ลูกซึงวานเป็นลูกของมินโฮหรือเปล่า ยังไงก็ยอมรับไม่ได้ว่าเด็กคนนั้นจะเป็นลูกชานยอล ฮื่ออออ ไม่เอา หน่วงอะไรขนาดนี้
    #731
    0
  25. #685 เด็กดาวVIP (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 10:58
    ใจจะขาดดดดดด ฮือออออ
    #685
    0