end - (exo) lone wolf | chanbaek

ตอนที่ 24 : L O N E W O L F | Tears are the last gift of love.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,843
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 53 ครั้ง
    21 มี.ค. 60


? cactus




Chapter 19

Tears are the last gift of love.

(น้ำตาคือของขวัญชิ้นสุดท้ายในความรัก)






          เขารู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อเข่าทั้งสองกระทบพื้น


          “เขาจะไม่แต่งงาน” แบคฮยอนแทบจำไม่ได้ว่าเป็นเสียงของตัวเอง “ชานยอลจะไม่แต่งงานหรอก เป็นไปไม่ได้”


          “ทำไมจะเป็นไปไม่ได้เล่า” ร้อยตรีซงพูดกลั้วหัวเราะ “ลูกชายคนเดียวของพลเรือเอกปาร์คมินกู ถูกทำให้เสียหน้าในงานเฉลิมฉลอง รอนแรมไปกับคนที่ตัวเองไม่เคยรู้จัก และกลับถึงบ้านหลังพบว่าไม่มีอะไรให้หวังในชีวิตนอกจากการลับเขี้ยวเล็บของตัวเองให้คมยิ่งขึ้น”


          พ่อค้าของเถื่อนพึมพำ “พูดอะไรให้เข้าใจง่ายหน่อยได้ไหม”


          มินโฮหันขวับไปทางอี้ชิง “ไม่รู้หรอกว่าชานยอลทำอย่างนี้เพราะอะไร สยบข่าวลือที่ว่าผิดเพศ จับมือกับพลเอกชเว หรือทั้งสองอย่าง” อีกฝ่ายอธิบาย “แต่เขาจำเป็นต้องทำอย่างนี้แน่ล่ะ ฉันบอกว่าต้องการหัวของแร้งเฒ่าและมินกูเชียวนะ! จะรู้ได้ยังไงว่าคนที่รักจะไม่เลือกทางนี้ จะไม่เลือกเก็บพ่อของเขาที่มีชนักติดหลัง เมื่อครั้งหนึ่งนายใช้หินก้อนนั้นเพื่อทำอย่างเดียวกันกับเขาที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่มาแล้ว”


          “ฉันยังเด็กเกินกว่าจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร”


          “อ้อ... ยอมรับแล้วซี่”


          “ฉันยังเด็กเกินกว่าจะรู้ว่าไม่ควรทำอย่างนั้น” แบคฮยอนกระชากเสียง “และถ้าฉันกลับไปบอกตัวเองเมื่อแปดปีที่แล้วได้ ฉันจะบอกว่าปล่อยมือจากเรื่องนี้เสียเถอะ อย่ามาที่เปียงยาง ไม่ว่าจะเพราะอะไรก็ตาม อย่ารับข้อเสนอของแร้งเฒ่า อย่าคิดว่าความตายของพ่อจะโปร่งใสและได้รับการชดใช้ ประเทศเวรนี่หมดหวังแล้ว แค่เก็บหอมรอมริบแล้วหนีไปซะ!


          “แต่นายจะไม่ได้พบชานยอลนะ”


          “ไม่เห็นเป็นไร”


          “หลังจากรู้ว่าเขากำลังจะแต่งงาน การมีหรือไม่มีชานยอลดูจะ เป็นอะไรบางอย่างสำหรับนายนี่”


          ชายหนุ่มร่างเล็กสะอึก แบคฮยอนก้าวถอยหลัง “รู้อยู่แล้วใช่ไหมว่าจะเป็นอย่างนี้” เขาถามอย่างอดกลั้น “รู้อยู่แล้วใช่ไหมว่าชานยอลจะต้องแต่งงาน”


          มินโฮยักไหล่ “ใครก็รู้ว่าพลเอกชเวพร้อมจะยกลูกสาวใส่พานถวายชานยอล... ไม่ก็ฉันทุกเมื่อ ระหว่างเรามีแต่เขาที่มีลูกสาวนี่นะ ทำให้อะไร ๆ ง่ายเข้า”


          “แกไม่คิดจะช่วยเขาแต่แรก”


          “ทำไมจู่ ๆ เกิดโง่ขึ้นมาล่ะ คนสวย! ” ร้อยตรีซงระเบิดเสียงหัวเราะ “ก็จริงอยู่ ฉันพยายามช่วยชานยอลในการว่าความคราวนั้นเพราะเห็นว่าจะเขี่ยแร้งเฒ่าตกจากกระดานได้ แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว ปลาที่ว่ายตามน้ำมีอายุยืนยาวเสมอ ชานยอลจะกลับไปที่บ้านและจับมือกับพลเอกชเว เป็นโอกาสดีสำหรับฉันที่จะกำจัดทั้งคู่ ขอโทษนะ... ไม่คิดจริง ๆ ว่าครั้งหนึ่งนายพยายามฆ่าเขา! เซอร์ไพรส์! ยิ่งทำให้ชานยอลผลุนผลันกลับไปเร็วกว่าที่หวัง ร่วมมือกับพวกนายนี่ได้มากกว่าเสีย! เป็นคนที่เหนือความคาดหมายจริง ๆ นะ บยอนแบคฮยอน”


          “พอได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องพูดแล้ว” เป็นจงแดที่ตอบโต้เมื่อเห็นว่าใบหน้าของเขาปราศจากสีเลือด “เราจะไปที่ร้านตัดเสื้อ พอใจแล้วใช่ไหม เราจะทำอย่างที่นายว่า เพราะฉะนั้นไปได้แล้ว”


          “ไม่มีผู้ชายที่ดีกว่านายแล้วในโลก คิมจงแด ปกป้องคนที่หักหลังความตั้งใจของพวกนาย รวมถึงหัวใจของนายด้วย”


          “ยังมีเรื่องที่นายไม่เข้าใจอีกมากเกี่ยวกับความรัก ฉันอาจโง่เหลือเกินที่ทำอย่างนี้ แบคฮยอนอาจโง่พอ ๆ กันที่ทำอย่างเดียวกันกับชานยอล และหมอนั่นอาจโง่ยิ่งกว่าที่ดันทุรังทำอย่างนี้กับแบคฮยอนทั้งที่รู้สถานะของตัวเองดีอยู่แล้ว”


          ร้อยตรีซงปรบมือให้และแสร้งปาดน้ำตาอย่างล้อเลียน “ร้านตัดเสื้อ แล้วฉันจะมารับ” อีกฝ่ายว่าเท่านั้นก่อนสะบัดมือ จากนั้นจึงโค้งให้อย่างมากท่า และเมื่อจะไปจากบ้านพักนั้นก็หันกลับมาพูดกับช่องว่างระหว่างประตูกับบานพับที่กว้างเท่ากับกระดาษแผ่นหนึ่งว่า


          “และน้องชายของพวกนายก็ทำให้ฉันประหลาดใจได้ยิ่งกว่า ขอบคุณนะ”


          “จุนมยอนอยู่ที่ไหน!


          ได้ยินเสียงประตูปิดแทนคำตอบ แบคฮยอนกรีดร้องอย่างสุดกลั้นและปาชามอาหารเช้าไล่หลังอีกฝ่าย มันแตกเป็นเสี่ยง ๆ ก่อให้เกิดเศษกระเบื้องคมกริบที่ปลิวว่อน ชายหนุ่มร่างเล็กหอบหายใจ ความโกรธท่วมท้นถึงคอหอย เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าโทสะนี้ควรตกเป็นของใคร เขาเองที่ก้าวเข้ามาอย่างเต็มใจเมื่อแปดปีก่อน จงอินที่ยุยงส่งเสริม จงแดที่ให้ท้าย จุนมยอนที่บ้าบิ่นและเคียดแค้น สามนายทหารชั้นผู้ใหญ่ที่ไร้เมตตา ชานยอลที่ไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ...


          หรือแผ่นดินแห่งความโกลาหลที่ปกคลุมด้วยเงาแห่งความอยุติธรรม


          “จุนมยอนอยู่กับเขาแน่” จงแดสรุปเมื่อเห็นว่าอาการหอบหายใจของเขาสงบลงแล้ว “เขาเสียใจมาก และยังเด็กมาก ก็เหมือนนายเมื่อแปดปีที่แล้วนั่นแหละ”


          “ต่างกันที่บ้าบิ่นกว่ามาก” อี้ชิงส่งเสียงงึมงำ “ให้ตายสิ นายที่ดั้นด้นถึงเปียงยางด้วยตัวคนเดียวและพยายามฆ่าเขาที่ถนนซุงรีก็ทำให้ฉันประหลาดใจมากแล้ว เด็กนั่นทั้งมีโรคประจำตัว ทั้งทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังกว่ามาก จุนมยอนตั้งใจจะทำอะไรกันแน่ รู้หรือเปล่า... ”


          “ไม่มีใครรู้หรอก”


          ดูเหมือนคนทั้งสองจะเห็นตรงกันว่าปล่อยเขาไว้ลำพังเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุด ไม่ช้าทั้งพ่อค้าของเถื่อนและอดีตคนรักก็หันหลังให้อย่างเงียบ ๆ เพื่อจะจากไปยังห้องนอนของใครของมัน เพียงแต่ก่อนที่จงแดจะคล้อยหลังไปนั้น ชายหนุ่มร่างเล็กหันกลับไปและถาม


          “ที่พูดอย่างนั้นหมายความว่ายังไง”


          อีกฝ่ายหันกลับมาและเลิกคิ้ว “ที่พูดอย่างไหน”      


          “ที่ว่าไม่ว่าฉัน นาย หรือชานยอล ก็โง่เหลือเกินที่ปกป้องอีกคนหนึ่งอย่างไม่ลืมหูลืมตา”


          “นายเคยฉลาดกว่านี้นะ” รอยยิ้มของอดีตคนรักให้ความรู้สึกเยาะหยันคล้ายร้อยตรีซงอยู่อึดใจหนึ่ง เพียงแต่เป้าหมายของการเยาะหยันนั้นไม่ใช่เขา แต่เป็นเจ้าของรอยยิ้มเอง “นายเสียใจเหมือนจะเป็นบ้า ตอนที่รู้ว่เขากำลังจะแต่งงาน ไม่ว่าใครที่โง่กว่าฉันก็น่าจะรู้แล้ว... ”


          “จงแด ฉันไม่... ”


          “มีประโยชน์อะไรกับการถนอมน้ำใจกันด้วยการโกหกล่ะ แบคฮยอน” อีกฝ่ายตอบอย่างขมขื่น “ฉันก็แค่โชคร้ายนิดหน่อย ชานยอลโง่พอที่จะปกป้องนาย พอ ๆ กับที่นายโง่พอที่จะปกป้องเขา ฉันเองก็โง่พอที่จะปกป้องนายเหมือนกันกับเขา เพียงแต่นายไม่โง่พอที่จะทำอย่างเดียวกันกับฉัน... ก็เท่านั้นเอง”


          “พูดอะไรอย่างนั้น ฉันพร้อมจะปกป้องนายนะ”


          “แต่ด้วยความทุ่มเทที่ต่างกัน” จงแดว่าพลางชี้ไปที่ชามอาหารเช้าซึ่งแตกกระจายอยู่ใกล้กับประตู “ให้มันแตกดีกว่า เหมือนชามใบนั้น ฉันจะไม่ใช้ชามที่ร้าว เพราะไม่รู้ว่าชามที่ว่าจะปริจากกันและบาดมือเข้าเมื่อไหร่ ให้มันแตก... ให้รู้ว่าต่อให้ติดไม่ได้ เราจะได้ทิ้งมันไปเสีย หรือตัดใจทิ้งไม่ลง ก็จะได้ถูกเศษกระเบื้องตำเท้าให้สำนึกเอาบ้าง อย่างน้อยบาดเท้า... ก็ดีกว่าบาดมือ ไกลหัวใจกว่า และก็อาจเจ็บปวดน้อยกว่า เพราะที่ถูกบาดเอาก็เพราะความโง่งมของเราเท่านั้น ไม่ใช่ถูกบาดเข้าที่มือ เพียงเพราะหลอกตัวเองว่าชามใบนั้นยังใช้การได้”


          แบคฮยอนอ้าปากจะโต้แย้ง เพียงแต่อีกคนหนึ่งไม่สนใจเสียแล้ว และแม้จะเป็นอย่างนั้น เขาก็รู้แก่ใจว่าจงแดพูดถูก ไม่ผิดเลยแม้ประโยคเดียว


          ความรักก็น่าชิงชังอย่างนี้ ไม่รู้จักกาลเทศะและไม่มีศีลธรรม เปลี่ยนแปลงง่ายกว่าคลื่นในทะเล และยังเปราะบางกว่าแก้วเจียระไน แบคฮยอนไม่อยากเป็นคนเห็นแก่ตัว โดยเฉพาะต่อคนที่อ่อนโยนเหลือเกินและมีบุญคุณต่อเขา ถึงอย่างนั้นก็จำเป็นต้องยอมรับ ว่าความรักอย่างเด็ก ๆ ของเขากับจงแดจบลงแล้ว ความรักที่สวยหรูราวกับเรื่องในนิทาน คำสัญญาระหว่างเด็กหนุ่มสองคนที่ว่าจะอยู่เคียงข้างกัน ถูกทำลายลงอย่างง่ายดายด้วยความห่างเหินนานหลายปี ความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกว่า และประสบการณ์ที่ถึงเป็นถึงตายกว่า เรามักเลือกสิ่งที่จับต้องได้ในท้ายที่สุด และสิ่งที่จับต้องได้มากที่สุดในเวลานี้สำหรับเขา... คือชานยอล


          อย่างน้อยก็ขอให้ฉันแน่ใจว่าไม่ได้ปฏิบัติต่อเขาอย่างไร้ความรับผิดชอบ แบคฮยอนคิดขณะคุกเข่าลงด้านหน้าประตูบ้านพัก ขอให้ฉันแน่ใจว่าได้ทำอย่างดีที่สุดเพื่อรักษาความสัมพันธ์ระหว่างเราจนวันนี้ วันที่จงแดไม่ต้องการมันอีก


          เขานึกถึงการผลักไสอดีตผู้บังคับบัญชาตลอดหลายครั้งที่ผ่านมา ทั้งหมดก็ด้วยความรู้สึกนั้น เพียงแต่ไม่คาดคิดว่าสถานการณ์จะพลิกผันอย่างนี้ แบคฮยอนหวังว่าวันหนึ่งเมื่อเส้นทางของร้อยโทปาร์คแยกจากเส้นทางของเขาโดยสมูบรณ์ จะไม่มีใครต้องเจ็บปวดอีกไม่ว่าจะเป็นตัวเอง จงแด หรือชานยอล


          น่าขันที่ยิ่งอยากให้ทางทั้งสองนั้นแยกจากกัน เขายิ่งถูกโชคชะตาจับพลัดจับผลูให้ร่วมหัวจมท้ายกับชานยอลอยู่เรื่อย ๆ เพียงเพื่อวันหนึ่งเมื่อคนทั้งสองจวนจะหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ทางนั้นกลับถูกฉีกกระชาก ห่างเหินจากกันอย่างง่าย ๆ  


          หยดเลือดสีแดงสดปรากฏบนเศษข้าวต้มเละ ๆ ก่อนแบคฮยอนจะทันรู้ตัว


          ชามใบนั้นบาดมือเขาเสียแล้ว

 






          สูทที่มินโฮให้ร้านประจำของตัวเองตัดให้คนทั้งสามทำจากผ้าเนื้อดีที่สุดเท่าที่แบคฮยอนเคยสัมผัส เป็นสีน้ำเงินเข้มราวกับท้องทะเลส่วนที่แสงอาทิตย์ส่องไม่ถึง ขณะที่ของจงแดและอี้ชิงเป็นสีดำ ไม่รู้ว่ามีเหตุผลอะไรเบื้องหลังสีสันเหล่านั้น เพราะนับแต่การรับรู้ว่าอดีตผู้บังคับบัญชาจะร่วมพิธีอันหวานชื่นในฐานะเจ้าบ่าว ชายหนุ่มร่างเล็กก็ไม่เป็นคิดหาเหตุผลอะไรอีก


          ชานยอลจะไม่มีวันรักเธอ แบคฮยอนบอกตัวเองอย่างนั้น แต่ว่า... จริงหรือเปล่า...


            ก็เขาเห็นแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นได้บ้างบนสังเวียนแห่งอำนาจ การหักหลังกันและกันอย่างเอาเป็นเอาตาย รวมถึงการปฏิบัติต่อชีวิตอื่นราวกับเป็นผักปลา อำนาจเป็นเหมือนไฟในวันที่อารยธรรมมนุษย์เริ่มต้น ผู้คนต่างตะเกียกตะกายเพื่อปลูกสร้างและรักษา เพียงแต่ไฟที่ไร้การควบคุมนั้นท้ายที่สุดจะแผดเผาทุกสิ่ง เริ่มจากผู้สร้าง ผู้พยายามรักษา หมู่บ้านทั้งหมู่บ้าน หรือป่าทั้งป่า


          หากเปียงยางเป็นหมู่บ้านที่น่าเวทนานั้น และปิตุภูมิแห่งนี้คือป่า สำหรับเขา ทั้งหมดนั้นล้วนมอดดำเป็นตอตะโก ไม่มีอะไรเหลือหลออยู่แล้ว


          “ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่มีวันทำแบบนั้นได้เรอะ” อี้ชิงเคยถามเขาอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ในวันหนึ่ง “ก็... เอ้อ... เขารักนาย และเคยรัก... เพื่อนในกองทัพ ของแบบนี้นึกจะเปลี่ยนก็เปลี่ยนได้ที่ไหน”


          “เขาทำได้ทั้งนั้นเมื่อจำเป็น”


          พ่อค้าของเถื่อนพยักหน้าและเม้มริมฝีปากอย่างที่เดาอารมณ์ไม่ถูก “โกรธชานยอลหรือเปล่า”


          “ไม่” แบคฮยอนถอนหายใจ “ฉันเกลียดทุกอย่างเสียจนโกรธอะไรไม่ลง สิ้นหวังมากกว่า”


          จุนมยอนไม่กลับมาที่บ้านพักตลอดหลายวันก่อนพิธีแต่งงาน และมินโฮก็ไม่เอ่ยถึงเด็กหนุ่ม แน่นอนว่าแบคฮยอนที่อยู่ในอารมณ์ซังกะตายไม่ถามไถ่ ความชิงชังตลอดหลายปีที่ผ่านมาแผดเผาเขาถึงกระดูก และที่เหลืออยู่คือเถ้าถ่าน มีเพียงจงแดที่กระวนกระวาย ซึ่งไม่น่าประหลาดใจอะไร อีกฝ่ายใกล้ชิดจุนมยอนมากกว่าชายหนุ่มร่างเล็กที่จากบ้านมาแล้วหลายปีมาก


          ก่อนหน้าพิธีแต่งงานของชานยอลหนึ่งวัน ท้องฟ้าที่เคยเป็นสีขาวตลอดฤดูหนาวกลับเป็นสีเทาด้วยเมฆฝน ไม่ช้าฝนก็กระหน่ำลงมา ฟ้าแลบแปลบปลาบอยู่ด้านนอกก่อนส่งเสียงคำรามดังลั่นคล้ายเทพเจ้าในเรื่องปรัมปรากำลังพิโรธ ชายหนุ่มร่างเล็กกระวีกระวาดเก็บเสื้อผ้าที่ตากอยู่ด้านนอก คนทั้งสามวิ่งวุ่นทั่วบ้านพัก ปิดหน้าต่างและอุดรูรั่วตรงนั้นตรงนี้ นำถ้วยชามเท่าที่มีมารองหยดน้ำฝนจากฝ้าเพดาน อากาศหนาวเย็นยิ่งขึ้นในชั่วอึดใจ อี้ชิงจึงชงน้ำขิงสำเร็จรูปซองสุดท้ายที่เหลืออยู่และแบ่งกันดื่มเพื่อเพิ่มความอบอุ่น


          ทันใดนั้นกลับมีเสียงที่น่าหวาดหวั่น คือเสียงทุบประตูบ้านพักอย่างแรงและเสียงคำรามเมื่อไม่ได้อย่างใจ


          “เกิดอะไรขึ้นน่ะ” พ่อค้าของเถื่อนผงกศีรษะขึ้นจากโต๊ะอาหารและถามอย่างตื่น ๆ “ลมหรือไง”


          “ไม่... ไม่ใช่ลม” จงแดกระซิบพร้อมกับที่เกิดเสียงแหลมยาวแหวกอากาศ “คนต่างหาก... เกิดอะไรขึ้น”


          เสียงตะโกนและเสียงแหลมยาวนั้นดังอยู่อีกครู่หนึ่งก่อนสงบลงพร้อมกับเสียงปืนหนึ่งนัด แบคฮยอนกลั้นหายใจ ใครคนหนึ่งถีบประตูเปิดออก ฝนกรรโชกเข้ามาภายในพร้อมกับลมเย็นจัด เป็นร้อยตรีซงนั่นเองที่อยู่ในชุดกันฝนสีดำสนิท อีกฝ่ายโยนร่างที่ขาวซีดและอ่อนปวกเปียกเข้ามาด้วย


          “ไอ้เด็กบ้า” มินโฮคำราม “ฉันบอกหรือไงว่าให้ลงมือเดี๋ยวนั้น”


          “จุนมยอน! ” แบคฮยอนเป็นคนแรกที่จำเด็กหนุ่มได้ เขาถลันเข้ากันน้องชายบุญธรรมไว้ก่อนร้อยตรีซงจะกระทืบซี่โครงอีกฝ่าย “อย่าทำอะไรเขานะ! เกิดอะไรขึ้น จงแด ขอน้ำขิงส่วนของฉันให้จุนมยอนที”


          แทนคำตอบ มินโฮเดินกลับไปกลับมาอย่างงุ่นง่าน ทิ้งรอยน้ำฝนหยดจากเสื้อคลุมเป็นทางบนพื้นเสื่อที่มีรอยขาด “ปิดแก๊ส” เสือผู้หญิงมีชื่อว่า “บอกให้ปิดยังไงล่ะ”


          “ไม่ได้นะ หนาวจะตายอยู่แล้ว”


          “ความหนาวจะฆ่าพวกแกในหลายชั่วโมง” ร้อยตรีซงพูดลอดไรฟันก่อนชักปืนพกมาคารอฟจากเสื้อคลุม “แต่ลูกปืนจะฆ่าพวกแกในไม่กี่วินาที ปิดแก๊สเดี๋ยวนี้ ปิดระบบทำความร้อน ปิดไฟด้วย ปิดให้หมดทุกอย่าง เดี๋ยวนี้!


          จงแดตัวสั่นขณะหันมาสบตาเขา แบคฮยอนพยักหน้าอย่างเงียบ ๆ ให้ทั้งอดีตคนรักและพ่อค้าของเถื่อน ไม่ช้าบ้านพักหลังนั้นก็มืดสนิทและเหน็บหนาวอย่างที่สุด แสงเท่าที่มีอยู่คือแสงไฟจากปลายบุหรี่ของมินโฮเท่านั้น อีกฝ่ายสูบมันอย่างรีบร้อนและเคร่งเครียด ยังกำปืนพกไว้แน่นแนบอก


          “รู้หรือเปล่าว่าเด็กนี่ทำอะไรลงไป”


          มือของจุนมยอนที่เขาจับอยู่เย็นเฉียบ ชายหนุ่มร่างเล็กพยายามสบตาอีกคนหนึ่งในความมืด “ไม่รู้ แต่เขาเป็นแค่เด็ก นายไม่ควร... โหดร้ายกับเขา”


          “เด็กเรอะ เด็ก... เฮอะ” ร้อยตรีซงส่งเสียงเยาะหยัน “เด็กอะไร โหดร้ายอะไร มันต่างหากที่โหดร้าย มันไม่ใช่เด็ก แต่เป็นปีศาจ!


          เงียบงันไปอึดใจหนึ่ง มีเพียงเสียงพายุด้านนอกและเสียงติ๋ง ๆ ของน้ำที่ตกสู่ถ้วยชามบิ่น ๆ จุนมยอนไอโขลก ๆ ตัวสั่นด้วยความหนาว


          “เกิดอะไรขึ้น” จงแดถามซ้ำ


          “มันฆ่าแร้งเฒ่า” มินโฮว่า “มันฆ่าเขาแล้ว และทำให้มินกูอยู่ในอาการโคม่า มันทำลงไปแล้ว ไอ้เด็กบ้า”


          แบคฮยอนอ้าปากค้าง ก่อนกล้ำกลืนคำว่า “แล้วชานยอลล่ะ” ลงคอไปอย่างยากลำบาก “เป็นไปได้ยังไง” เขาถาม “จุนมยอนทำอย่างนั้นไม่ได้หรอก เขาเป็นแค่เด็ก”


          “นายก็เป็นแค่เด็กเหมือนกันวันที่เกือบจะฆ่าชานยอลแล้ว”


          อี้ชิงขยับตัวอยู่ที่มุมห้องด้านหนึ่งอย่างอึดอัด “ยังไง เขาทำได้ยังไง”


          ร้อยตรีซงระบายลมหายใจจากปากพร้อมกับควันบุหรี่ “หมอนี่ใช้เวลาอยู่ที่หน้าบ้านของพลเอกชเวเป็นวัน ๆ จนรู้ตารางเวลา... แขกไปใครมา ใครเข้าและออก เขาฆ่าเด็กรับใช้ตอนที่ออกมาจ่ายตลาด ใช้เสียงฝนกลบเสียงฝีเท้า ปลอมตัวเข้าไปในบ้านของแร้งเฒ่าตอนที่มินกูกับชานยอลอยู่ที่นั่น ทำให้ยางรถยนต์ของพวกเขามีปัญหา ไม่รู้ว่าทำอะไรกับสายเบรกด้วยหรือเปล่า” มินโฮบอกอย่างเคร่งเครียด “บนถนนส่วนที่แคบที่สุด เขาวิ่งตัดหน้ารถยนต์ของแร้งเฒ่า มันตกลงไปในแม่น้ำแทดง ในเวลาที่มีพายุและเย็นจัดจนเกือบจะเป็นน้ำแข็งตลอดทั้งสายอย่างนี้”


          “อะไรนะ!


          “แร้งเฒ่าตะเกียกตะกายขึ้นมาก่อน เด็กนี่คิดว่าเขาเป็นมินกู ทำทีจะช่วยเหลือและแทงเขาด้วยเศษแก้ว พวกนายน่าจะเห็นตอนที่เขาทำอย่างนั้น แทงแล้วแทงอีก แร้งเฒ่าไม่มีโอกาสร้องขอชีวิตด้วยซ้ำ! เขาแทงมินกูได้หลายแผลแล้วตอนที่ถูกชานยอลกับทหารอารักขาของพลเอกชเวรวบตัว ไอ้เด็กนี่ตั้งใจจะตาย... รู้หรือเปล่า ลำบากแค่ไหนกว่าจะพามันฝ่าวงล้อมออกมาได้ ชานยอลดวงแข็งเหลือเชื่อ หมอนั่นไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน ไอ้บ้าเอ๊ย!


          เขาหันกลับไปมองน้องชายบุญธรรม จุนมยอนยังไออยู่และตัวก็ยังสั่น ถึงอย่างนั้นกลับไม่มีเสียงคร่ำครวญ ไม่มีอาการตื่นตระหนกแม้เป็นครั้งแรกที่พรากลมหายใจมนุษย์ ฝนสงบลงเล็กน้อย ไม่ช้าเขาก็ได้กลิ่นคาวเลือดบนเสื้อผ้าของเด็กหนุ่ม มันฉุนและอับเนื่องจากตากฝนเป็นเวลานาน


          “แล้วจะทำยังไงต่อไป” จงแดถาม “พิธีแต่งงานจะยังมีอยู่หรือเปล่า”


          “ต้องมีแน่! ” ร้อยตรีซงว่าอย่างหนักแน่นก่อนปาบุหรี่ไปอีกทางหนึ่งและใช้ปลายเท้าขยี้ “ฉันจะทำให้มีจนได้ บ้านชเวขาดเสาหลัก ต้องรีบ... ให้เร็วกว่าชานยอล ให้พ่อของฉันเข้าไปมีอิทธิพลเหนือบ้านหลังนั้น ถ้าพิธีแต่งงานในวันพรุ่งนี้ยังเกิดขึ้นภายใต้การนำของพลเรือเอกซง ก็หมายความว่าฉันชนะแล้ว มันก็เท่านั้น”


          ชายหนุ่มร่างเล็กตัวสั่นด้วยความโกรธ “ถึงขนาดนี้แล้ว จะยังมีพิธีแต่งงานอยู่หรือไง”


          “ต้องมีซีวะ น้ำขึ้นให้รีบตัก ต่อให้น้องชายโง่ ๆ ของนายทำเสียแผน ฉันก็ต้องกู้มันขึ้นมาให้ได้ มีปัญหาหรือไง!


          “ฉันไม่โง่พอจะมีปัญหากับคนถือปืนหรอก!


          “ได้ยินอย่างนั้นก็ดี” มินโฮตอบอย่างอดกลั้น “ไม่ต้องไปที่พิธีแต่งงาน อยู่ที่นี่และเฝ้าเขาไว้ ใช้แก๊สและไฟฟ้าให้น้อยที่สุด อย่าให้เป็นที่สังเกต อย่าให้เด็กเวรนี่คลาดสายตา และฉันจะเพิ่มจำนวนทหารยาม”


          “พวกเราไม่ใช่นักโทษนะ!


          “อ้อ... ไม่ใช่อย่างนั้นเรอะ” แม้จะมองไม่เห็น แต่อีกฝ่ายกลับจับที่คางของเขาได้อย่างแม่นยำก่อนออกแรงบีบ “ไม่เป็นก็ต้องเป็น เป็นกันให้หมด! จนกว่าจะสบโอกาสเก็บมินกูแบบไม่เอิกเกริกอีกครั้ง จากนี้จะต้องอยู่แต่ในสายตาของฉัน ฉันจะชักใยบ้านปาร์ค เหมือนกับที่กำลังชักใยพวกนายนั่นแหละ”


          “อย่างน้อยนายก็ควรรักษาสัญญา! ” แบคฮยอนตะโกนไล่หลังเมื่อเสือผู้หญิงแห่งเหล่าทัพทำท่าจะก้าวออกจากประตูที่เปิดกว้างไป เสียงตะโกนนั้นดังขึ้นพร้อมกับแสงฟ้าแลบแวบหนึ่งและเสียงฟ้าร้องดังสนั่น “หนึ่งชีวิตแลกกับสองชีวิต นายได้หัวของแร้งเฒ่าแล้ว ปล่อยสองในสี่ของพวกเราจากค่ายกักกันไป!


          ทั้งจงแดและอี้ชิงส่งเสียงอุทานขึ้นพร้อมกันขณะที่เขาต่อรอง “ปล่อยจงอินกับจื่อเทาไป ฉันเลือกพวกเขา และขอให้นายทำตามนี้ ไม่จำเป็นต้องส่งพวกเขาที่ชายแดน แค่ปล่อยพวกเขาไป”  


          “จะมักน้อยอย่างนั้นก็ได้ หวังว่านายคงไม่โง่ไปแล้วจริง ๆ อย่างที่ฉันเคยสบประมาทหรอกนะ คนสวย”


          “จุนมยอนทำให้มินกูคางเหลือง ฉันควรจะขอร้องนายได้อีกเรื่อง” ชายหนุ่มร่างเล็กยื่นข้อเสนอ “ค่ายกักกันที่สิบสี่อยู่เหนือเปียงยาง ริมแม่น้ำแทดง ให้ปล่อยจงอินที่กำแพงค่ายส่วนที่ติดกับแม่น้ำ ได้หรือเปล่า บอกฉันซิว่าได้”


          “ไม่ว่านายมีแผนอะไร ขอให้รู้ว่ามันจะไม่มีวันสำเร็จ”


          “ถ้ารู้ว่ามันจะไม่มีวันสำเร็จก็อย่ากลัวที่จะรับคำท้า”


          “ได้” มินโฮเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน “ได้... แบคฮยอน ได้ตามคำขอ พวกนายเองซ่อนตัวให้ดีเถอะ เพราะสิ่งที่ฉันรับรองไม่ได้คือความปลอดภัยของพวกนายต่างหาก โทษเด็กเวรนี่สำหรับการถูกตามล่าจากคนของแร้งเฒ่ากับมินกูแล้วกัน”


          ไม่มีใครพูดอะไรอยู่หลายนาทีแม้เมื่อประตูปิดลงแล้ว กระทั่งอี้ชิงพูดกระชากเสียงอย่างเหลืออด


          “ฉันบอกกี่ครั้งกี่หนแล้วว่านายยังเด็กเกินไป” พ่อค้าของเถื่อนตำหนิอย่างตรงไปตรงมา “ทำอะไรอยู่ รู้ตัวหรือเปล่า”


          “นายไม่รู้อะไร... จุนมยอน”


          “พวกพี่ต่างหากที่ไม่รู้อะไร! ” เด็กหนุ่มโต้อย่างเผ็ดร้อน “ได้ยินร้อยตรีซงคุยกับพ่อของเขา ไอ้... สารเลวนั่นไม่สนใจความปลอดภัยของเรา หรือการรักษาสัญญาห่าเหวอะไรหรอก! บ้านซงตั้งใจจะใช้งานเรา และส่งเราขึ้นตะแลงแกงเอาหน้า ได้ทั้งกำจัดบ้านปาร์ค บ้านชเวที่เป็นเสี้ยนหนาม ได้ทั้งความดีความชอบ พวกมันจะเอาคอเราไปขึ้นเขียงหลังจากนั้น ไม่ได้คิดจะปล่อยเราไป!


          จงแดกระซิบ “นายได้ยินอย่างนั้นจริง ๆ ใช่ไหม”


          “เต็มสองรูหูเลยล่ะ ไม่อย่างนั้นฉันคงไม่ทำอะไรบ้า ๆ เหมือนไม่สนใจว่าตัวเองจะอยู่หรือจะไปแบบนี้หรอก”


          “ก็แค่หวังว่าเขาจะไม่ผิดคำพูดเรื่องที่จะปล่อยจงอินกับจื่อเทา” แบคฮยอนพึมพำ “ก็ไม่น่าจะผิดสัญญาหรอก เขาอยากให้เรามีแรงจูงใจในการอยู่รับใช้ต่อไป”


          “นายไม่ควรเลือกจงอิน” อดีตคนรักแย้ง และแม้อี้ชิงก็พยักหน้าหงึกหงักอย่างเห็นด้วย “ควรเป็นแม่กับเด็กรับใช้มินซอก สองคนนั้นอ่อนแอกว่า พวกเขาทนอยู่ในค่ายกักกันนาน ๆ ไม่ได้หรอก”


          “เชื่อสิว่าฉันตัดสินใจถูกต้องแล้ว”


          แบคฮยอนถอนหายใจหนักหน่วง


          “เชื่อสิว่าฉันตัดสินใจถูกต้อง จงแด... แม้ตอนนี้เราจะไม่มีอะไรให้เชื่อได้เลย ต่อให้เป็นพระเจ้าที่เราไม่รู้จักก็เถอะ”

 






          มินโฮเพิ่มจำนวนทหารยามรอบ ๆ บ้านพักของพวกเขาจริง ๆ อย่างที่พูดไว้ ไม่ว่ากี่ครั้งที่มองออกไปนอกหน้าต่างจะเห็นคนเหล่านั้นเดินขวักไขว่ ข่าวคราวเรื่องพิธีแต่งงานของชานยอลมาถึงพวกเขาในวันต่อมา หนึ่งในทหารยามว่าพิธีนั้นเป็นไปอย่างราบรื่นแม้จะปะปนด้วยความหม่นหมอง บ้านซงทำสำเร็จแล้ว พวกเขาเข้าควบคุมและครอบครองกิจการของพลเอกเชวรวมถึงของพลโทชเว ลูกชายคนโตของแร้งเฒ่า หนึ่งในสามคู่ขับเคี่ยว ชเวซึงวานหรือเจ้าสาวของชานยอลจะเป็นก็แต่ตัวประกันเพื่อยับยั้งการต่อต้านของพี่ชาย และในระหว่างที่มินกูยังอยู่ในอาการโคม่า เขาก็ไม่อาจคาดหวังว่าชานยอลจะปลดแอกตัวเองจากอิทธิพลของพลเรือเอกซงได้ในเร็ววัน


          หนึ่งสัปดาห์ให้หลัง แบคฮยอนก็ได้รับข้อความจากจงอิน ส่งมาพร้อมกับความงุ่นง่านของร้อยตรีซง ชายหนุ่มผิวสีน้ำตาลเป็นอิสระพร้อมกับลูกพี่ลูกน้องของอี้ชิง มินโฮบอกเล่าว่าให้คนทั้งสองจับรถไฟกลับไปที่เมืองเฮวรยองแล้ว เพียงแต่ชายหนุ่มร่างเล็กรู้ว่าพี่ชายบุญธรรมฉลาดเฉลียวกว่านั้นมาก แม้จะได้เพียงหวังก็ตาม


          เขาหวังว่าจงอินจะรู้ว่าเพราะเหตุใดจึงถูกเลือก...


          เวลาล่วงเลยสู่เดือนมกราคม ซึ่งอากาศหนาวเหน็บยิ่งขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ น้ำขิงซองใหม่ไม่เคยมาถึงบ้านพักคับแคบนั้น และอี้ชิงจำเป็นต้องปรุงอาหารให้มีรสจัดยิ่งขึ้นแม้จะไม่เป็นผลดีนักต่อโรคกระเพาะอาหารของพวกเขาที่เกิดขึ้นหลังภาวะเครียดที่เรื้อรัง


          “พวกเราจะต้องติดอยู่ในนี้ไปอีกนานเท่าไหร่” บ่อยครั้ง จงแดจะถามอย่างสิ้นหวัง “นี่ก็เข้าสู่เดือนที่สองแล้ว”


          “ก็จนกว่าจะมีจังหวะ อย่างที่มินโฮว่า” แบคฮยอนตอบ “มาช่วยกันคิดดีกว่า ว่าทำงานให้เขาสำเร็จแล้ว จะหนีไปจากเปียงยางยังไง และหนีไปจากประเทศนี้ยังไง”


          “แล้วแม่กับมินซอกล่ะ”


            “ไม่จำเป็นต้องเป็นห่วงหรอก”


          “บ้าไปแล้วหรือไง แบคฮยอน! อดีตคนรักอุทาน “นายจะทอดทิ้งพวกเขาไม่ได้นะ!


          “ไม่เคยพูดอย่างนั้นสักคำ ให้ตายสิ!


          เขารู้ว่าจะต้องทุ่มเถียงกับทั้งจงแดและจุนมยอนในประเด็นที่ว่านั้นอีกหลายครั้งทีเดียว อย่างน้อยก็จนกว่าร้อยตรีซงจะกลับมาที่บ้านพักแห่งนี้อีกครั้งพร้อมกับโทสะ โทสะอย่างแรงกล้าเสียด้วย...


          ก่อนหน้าวันที่ว่านั้นมาถึง หิมะตกหนักกระทั่งมองไม่เห็นอะไรด้านนอกนอกจากพื้นผิวสีขาวสุดลูกหูลูกตา เกล็ดน้ำแข็งทับถมกันสูงขึ้นทุกขณะ แม้จะยังตกลงมาอย่างไม่ขาดสาย คนทั้งสี่เติมพริกไทยป่นลงในน้ำร้อนเปล่า ๆ และดื่มก่อนขดตัวแนบสนิทกับพื้นห้อง รับไออุ่นจากระบบทำความร้อนใต้พื้น เปียงยางหนาวเหน็บอย่างเหลือร้าย หนาวกว่าที่เคยเป็นมาตลอดหลายปี และอาจหนาวพอ ๆ กับมูซานในปีที่หนาวที่สุด


          ปรากฏว่าวันที่แบคฮยอนรอคอยนั้นเป็นวันที่มืดมนและทึบทึมที่สุด ลางสังหรณ์บางอย่างล่องลอยในอากาศคล้ายผีไม่มีญาติ ราวกับนกรู้ ชายหนุ่มร่างเล็กเบื่ออาหารและจวนเจียนจะขย้อนเอามื้อค่ำออกมาอยู่แล้ว เมื่อมินโฮมาถึงในเวลาดึก และปลุกทุกคนให้ตื่นขึ้นด้วยเสียงปืนที่แผดสนั่น


          “แกวางแผนไว้แล้วใช่ไหม! ” เสือผู้หญิงแห่งเหล่าทัพลากเขาจากที่นอนทั้งเท้าเปลือยเปล่า ถูลู่ถูกังลงบันไดมาพร้อมกับเสียงร้องอย่างตื่นตระหนกของจุนมยอน “แกวางแผนไว้แล้วใช่ไหม บอกฉันมา!


          แบคฮยอนสำลักลมหายใจ คอของชายหนุ่มร่างเล็กถูกบีบด้วยมือที่แข็งแรงราวกับคีมเหล็ก มินโฮสะบัดร่างกายของเขาไปมาคล้ายผ้าขี้ริ้วเก่า ๆ ก่อนโยนไปอีกฟากหนึ่งของห้องอาหารอย่างไม่สบอารมณ์


          “แสบนักนะ! แสบเหลือเกิน... ”


          “พูดอะไรของนาย” อี้ชิงที่วิ่งทั่ก ๆ ตามลงมาแย้ง “แบคฮยอนอยู่ในนี้ตลอดทั้งวัน เขาจะทำอะไรได้”


          “มันให้พี่ชายของมันกับลูกพี่ลูกน้องของแกหนีไปไง!


          “แล้วยังไง” พ่อค้าของเถื่อนโต้ “ตามสัญญา หนึ่งชีวิตแลกกับสองชีวิต ยังต้องการอะไรอีก”


          ร้อยตรีซงส่งเสียงคำรามอย่างโกรธจัด และเมื่อเสือผู้หญิงแห่งเหล่าทัพย่างสามขุมเข้าใกล้เขาอีกครั้ง อีกสามคนก็ถลันเข้าปกป้องอย่างตื่นกลัว พวกเขากลัวปืนพกมาคารอฟของอีกฝ่ายราวกับหนูกลัวแมว


          “แกรู้ใช่ไหมว่าคิมจงอินจะทำอย่างนี้ แก... ลูกหมาเจ้าเล่ห์... แก... ”


          “อ้อ ฉันไม่ใช่คนสวยของนายแล้วหรือไง” แบคฮยอนว่าอย่างคนที่เลือดเข้าตา “ใช่ ฉันรู้ว่าจงอินจะไม่ทิ้งแม่ไว้ เขาแข็งแรงที่สุดในหมู่พวกเรา และจื่อเทาก็จะไม่ทิ้งมินซอก เขาแข็งแรงพอ ๆ กับจงอิน และ... ”


          “แม่น้ำ”


          “ใช่... แม่น้ำ” ชายหนุ่มร่างเล็กพยักหน้า “เราเติบโตมาข้างแม่น้ำทูมัน รู้จักธรรมชาติของแม่น้ำดี ขอแค่ลงไปในแม่น้ำสักครั้ง เขาก็จับได้แล้วว่ามันไหลไปทางไหน แรงแค่ไหน ตรงไหนข้ามได้ ตรงไหนข้ามไม่ได้ แค่แกปล่อยเขาที่แม่น้ำก็พลาดไปเสียแล้ว”


          “หมายความว่า... ”


          “ใช่... จงแด” เขาบอกอย่างมีชัย “ฉันเลือกจงอินกับจื่อเทาเพราะรู้ว่าเขาจะกลับไปช่วยแม่กับเด็กรับใช้มินซอก ฉันขอให้เขาปล่อยจงอินที่แม่น้ำเพราะอย่างนี้ ไม่ให้เขาไปส่งจงอินที่ชายแดนก็เพราะอย่างนี้เหมือนกัน”


          “แล้วก็หาเรื่องไม่ให้ฉันเก็บพวกแกไว้ด้วย”


          เสียงกริ๊กอย่างมุ่งร้ายทำให้หลายคนหลับตาปี๋ มีแต่แบคฮยอนที่ยังจ้องเขม็ง “เอาสิ... เอาเลย” เขากระซิบอย่างสงบ “ยิงเลย และจากนี้หน้าที่กำจัดมินกูจะเป็นของนาย ไม่อยากให้มือเปื้อนไม่ใช่หรือไง นายยังจำเป็นต้องเก็บพวกเราไว้เพื่อการนั้น เพื่อทำงานสกปรกให้ใช่ไหมล่ะ! จากนั้นก็จะส่งขึ้นตะแลงแกง ไม่มีพวกเราแล้วใครจะทำเรื่องโสมมแทนคนโสมมอย่างนาย”


          ใบหน้าของร้อยตรีซงเป็นสีแดงจัด ไม่เหลือเค้าเดิมของจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ แต่เป็นสัตว์ป่าที่กำลังโกรธจัดต่างหาก อีกฝ่ายลดปืนลงอย่างช้า ๆ “นั่นสินะ นั่นสิ... ” พูดซ้ำไปซ้ำมาอย่างน่าหวาดหวั่น “ถึงตอนที่ฉันไม่จำเป็นต้องใช้พวกแกแล้ว เราค่อยมาวัดรอยเท้ากันอีกหน คิดว่าจะหนีไปได้ตลอดรอดฝั่งอย่างนั้นเรอะ น่าสนุก แต่ก่อนอื่น... ”


          เพียงแต่คราวนี้ประกายบางอย่างในดวงตาของมินโฮที่หันกลับมาสบตาเขากลับทำให้แบคฮยอนสั่นสะท้าน


          “ว่าจะไม่บอกแล้ว แต่ฉันอยากเห็นคนสวยปากดีถูกทำลายจนถึงแก่น”


          ชายหนุ่มร่างเล็กกลืนน้ำลาย “บอกอะไร”


          ประโยคถัดมาทำให้เขารู้สึกราวกับหิมะภายนอกจับตัวแข็งอยู่ในช่องท้อง และสายฟ้าฟาดเมื่อเกือบสองเดือนที่แล้วทำให้สมองหยุดทำงาน


          “ชเวซึงวานท้องแล้ว” มินโฮบอกอย่างสาแก่ใจ “เธอท้องลูกของชานยอล”


          หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นน่ะหรือ แบคฮยอนไม่รู้เลย เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครพูด... หรือตะโกนว่าอะไรเพื่อฉุดรั้งเขา มินโฮจากบ้านพักหลังนั้นไปหรือยัง หิมะกำลังตกอยู่หรือหยุดแล้ว ไม่รู้ว่ากระสุนของทหารยามภายนอกจะคร่าชีวิตตัวเองในไม่กี่วินาทีเพียงชายหนุ่มร่างเล็กก้าวพ้นธรณีประตูบ้านพักไป


          ฉันเป็นของเขา ฉันต่างหากที่เป็นของเขา หัวใจของแบคฮยอนร่ำร้องอย่างนั้น คล้ายเสียงกรีดร้องของวิญญาณเร่ร่อนที่ชอกช้ำ แทรกผ่านหุบเขากว้างไกล ฉันเป็นของเขาแล้ว เป็นของเขาแล้วจริง ๆ


          ดังนั้น แม้หิมะจะท่วมสูงถึงโคนขา และถูกกำชับไม่ให้จากบ้านพักหลังนั้นไป ชายหนุ่มร่างเล็กยังดั้นดั้นฝ่าพายุหิมะทั้งน้ำตา เพื่อไปหาชานยอล...





#ฟิคเปียงยาง

ขอโทษนะคะที่มาช้า ช้ามากจริง ๆ น้อมรับทุกคำด่า ;_;

คือเราเห็นว่าคราวนี้ตัวเองมาช้ามากแล้ว ก็เลยตัดสินใจไม่ลงตอนเช้าค่ะ เอามาเขียนเพิ่มให้ครบ 100% ไปเลย

ตอนนี้งานที่ม. ก็ซา ๆ ลงบ้างแล้ว เข้าสู่ภาวะปกติ

การอัพก็จะเข้าสู่ภาวะปกติเหมือนกันค่ะ /โค้ง

ฮึบไว้ทุกคน ฮึบฮึบ



 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 53 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,172 ความคิดเห็น

  1. #1149 Namming (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 08:40
    น้อน ฮื่อออออ
    #1,149
    0
  2. #1140 PRAE.VV (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 20:46
    รู้ตัวแล้ว แบคฮยอนนน แต่มันไม่ใช่อย่างนั้นใช่ไหมชานยอล ปาร์ค ชานยอล!!!???
    #1,140
    0
  3. #1095 NangAnna (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 02:05
    อ้าวววววพ่อมันต้องไม่เป็นแบบนี้!!!
    #1,095
    0
  4. #1088 pcy__somsom (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 23:08
    สงสารรแบค
    #1,088
    0
  5. #1060 R.forests (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 / 19:20
    แบคฮยอนฉลาดมากๆ จงอินก็ด้วย ชอบครอบครัวนี้มากเลย ทุกคนเก่งหมดเลย แม้แต่จุนมยอนที่เหมือนถทำอะไรไม่คิด แต่จริงๆแล้วมีเหตุผลที่ทำ แต่แบบ ชานยอล ขอร้อง ขอให้แบคฮยอนกับชานยอลได้คุยกันทีTT
    #1,060
    0
  6. #1031 RaineyRainn (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 22:43
    ดีใจที่ตัวประกันทั้งหมดรอดมาได้ แต่หน่วงกับข่าวของชานยอลอีกครั้ง
    #1,031
    0
  7. #941 ชานอย่าแกล้งน้อง (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 21:45
    จุนมยอนใจกล้ามากลูกแม่ เป็นเด็ก แต่ก็กล้าทำอะไรที่มันบ้าบิ่น ฆ่าคนเลยนะ ฮึก TT จงอินยังฉลาดเป็นกรดเหมือนเดิม แต่ตอนนี้ไม่โอเคกับข่าวที่ว่าชานยอลกำลังมีลูกกับภรรยา ฉันไม่โอเคคคคคคคค
    #941
    1
    • #941-1 moony+lilac(จากตอนที่ 24)
      1 พฤศจิกายน 2561 / 15:09
      จุนมยอนไม่มีอะไรจะเสียอะเนอะเลยกล้าได้ถึงขั้นนั้น คือตัวเองป่วยอยู่แล้ว ตายวันตายพรุ่งก็ไม่ต่าง ตอนนี้คือรายละเอียดเยอะเกิ๊น ชานไปทำใครป่องตอนไหนหนิ นี่ยังงงๆ มากกว่าจะเสียใจ เราคงบ้าไปแล้วที่คิดว่าก็สมควร แบคฮยอนรู้ตัวช้าเกิน
      #941-1
  8. #877 ❤ Little "B" ❤ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 14:55
    แบคฉลาดมาก
    #877
    0
  9. #851 soorin (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 20:04
    โอยยย แบคฮายอนน หนูรูกกก ฮืออ
    #851
    0
  10. #812 DBK1802 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 02:49
    จุนมยอนกล้ามากเว่อ ยอมฆ่าเขาและตายไปด้วยเลย นับถือใจ ส่วนแบคก็มีไหวพริบดี จงอินก็ฉลาด เฮ้อ ._. คิดถึงชานยอลจัง แบคฮยอนสู้สู้นะ คนดีรู้หัวใจตัวเองสักทีเถอะ
    #812
    0
  11. #786 KaRToon_HH (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 12:06
    เป็นไงละแบครู้ใจตัวเองซักที แต่ชานยอลไม่ได้ทำหรอก ใช่มั้ย
    #786
    0
  12. #764 JP_Spectrum (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2560 / 00:46
    โอ้ยม่ายยยยยยยยยนี่ใช่มั้ยกับสิ่งที่ต้องเจอ แบคต้องเจอแบบเหรอ ตอนนี้ทุกอย่างโหดร้ายกับทุกๆ คนเลยฮือ
    #764
    0
  13. #741 Busalanda2545 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 22:38
    สาสมเเล้ว
    กับความรู้สึกที่ผ่านมาของชานยอล
    #741
    0
  14. #730 TOFUJAM (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2560 / 12:37
    บ้าไปแล้ว แบคฮยอนฉลาดในการเอาตัวรอด แต่เรื่องของหัวใจนี่ไม่ได้เรื่องเลย ถ้าคิดในแง่ดี ผู้หญิงคนนั้นอาจจะไม่ได้ท้องกับชานยอลก็ได้
    #730
    0
  15. #684 เด็กดาวVIP (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 10:23
    อยากสมน้ำหน้าแบคฮยอนจริงๆ กว่าจะรู้ตัวว่ารักเขา เขาก็มีลูกด้วยกันแล้ว แต่สงสานนางง่าาา
    #684
    0
  16. #667 chickenkyung (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2560 / 13:57
    เวงจริงจังเลย เวนดี้ท้องกะชานยอลจริงดิ ไม่เชื่ออ่ะ
    #667
    0
  17. #617 Pinkuplatong (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 22:37
    จงงินของแม่เก่งที่สุด จงแดก็คนดีเกิ๊นนนนน เกลียดมิโนแล้ว ฮื่ออออ แบคกลับมาก่อน แบคอ่าาา รู้ใจตัวเองแล้วใช่มั้ย แต่มันสายไปรึเปล่า
    #617
    0
  18. #616 kmxiioxe_ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 22:13
    จะบอกว่าจงอินเป็นอีกหนึ่งตัวละครที่ชอบเพราะฉลาดมาก และจะไม่บอกว่าเส้าใจมากๆ จบดีจริงๆหรอ..
    #616
    0
  19. #480 aairch_ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 1 เมษายน 2560 / 12:26
    มันเกิดอะไรขึ้นนนนนนน สงสารใจแบคฮยอนจะรับไหวมั้ย วิ่งออกไปแบบนั้นจะรับไหวมั้ย ภาวนาอย่างสุดซึ้งว่าขอให้ไม่ใช่ลูกของร้อยโทปาร์ค
    #480
    0
  20. #478 Ppp (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 22:17
    ดีใจที่ได้เห็นนังมิมันโกรธ หึหึหึ



    โอ่ย สงสารแบค ;-;

    สติไม่อยุ่กับตัวแล้ว แง้งงงงงงงงง
    #478
    0
  21. #472 babemay (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 20:00
    ไม่ดิไม่ใช่ลูกของชานยอลแน่ๆ... อ่านแล้วหดหู่มาก หดหู่ทุกอย่างจริงๆ แต่นับถือความฉลาดของแบคฮยอนที่เลือกให้จงอินกับจื่อเทาออกมา ฮือ
    #472
    0
  22. #441 pearr-i (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 01:46
    ตอนนี้มีหลายเรื่องเกิดขึ้นมาก
    มึนไปหมดแล้ววว
    แบคฮยอนน ตั้งสติน้อ
    #441
    0
  23. #439 Amittarin (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 00:27
    พูดไม่ออก จุกอยู่
    #439
    0
  24. #435 KhimSF7 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 21 มีนาคม 2560 / 09:14
    เอาแล้วววววว ยังไงเนี่ยยังไง เป็นตอนที่มีหลายเรื่องมาก อมกกกกก ชานยอลมันไม่จริงใช่มั้ยยยยย
    #435
    0
  25. #433 pturquoise (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 21 มีนาคม 2560 / 07:51
    โอ้ยน้อออออออออ แบคฮยอนนนนนนนนนนนน T________T
    #433
    0