end - (exo) lone wolf | chanbaek

ตอนที่ 19 : L O N E W O L F | Hate the sin and love the sinner.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,927
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 67 ครั้ง
    26 ม.ค. 60


? cactus





Chapter 15

Hate the sin and love the sinner.

จงชังบาป และโอบกอดผู้หลงผิด








        “แม่ล่ะ!


        “ไม่รู้” ศีรษะของจุนมยอนผลุบ ๆ โผล่ ๆ อยู่ด้านหลังเล้าไก่ “เมื่อกี้ยังตามฉันมา... ”


        “แล้วแบคฮยอน... ”


        “ฉันอยู่นี่” ชายหนุ่มร่างเล็กร้องบอกจากในบ้าน “เห็นเจ้าหน้าที่เอ็นเอสเอที่ไหน”


        “ตลาด”


        “อย่างนั้น แม่อาจอยู่กับพวกเขาแล้วตอนนี้” แบคฮยอนบอกอย่างเคร่งขรึม ท่ามกลางความตกตะลึงของใคร ๆ “มีความเป็นไปได้สูง จงอิน... จับเขาไว้”


        มือของชายหนุ่มผิวสีน้ำตาลตะปบลงที่ต้นคอของร้อยโทปาร์ค อดีตผู้บังคับบัญชาร้องโอ๊ยและดิ้นรน เพียงแต่พี่ชายบุญธรรมตะคอกว่า “หุบปาก! ” ก่อนปั้นผ้าเช็ดมือเป็นก้อนแล้วยัดเข้าไปในปาก


        “จะทำยังไงดี”


        ชายหนุ่มร่างเล็กฟาดเผียะที่มือของอีกฝ่าย จุนมยอนจิกเล็บกับต้นแขนด้วยอาการลนลาน “อย่านะ อยากให้เลือดออกหรือไง”


        “ตีแรงอย่างนี้ไม่ต่างกันหรอก”


        จริงอย่างที่เด็กหนุ่มว่า บริเวณที่ถูกฟาดปรากฏจ้ำเลือดอย่างรวดเร็ว เส้นเลือดฝอยใต้ผิวหนังบอบบางและซีดเซียวนั้นฉีกขาดเสียแล้ว แบคฮยอนจึงรู้... เขากำลังกลัวไม่ต่างกัน


        “กลับเข้าไปในบ้าน เก็บของ แล้วก็... ”


        ได้ยินเสียงพล่อกหนัก ๆ ร้อยโทปาร์คชกจงอินสุดแรงเกิด จมูกสีน้ำตาลหัก เลือดไหลพรูเป็นรอยแต้มบนพื้นดิน เด็กหนุ่มปรี่เข้าใส่ เตะชานยอลที่ข้อพับเข่าและทำให้ชายหนุ่มร่างสูงล้มลง จากนั้นมืออันใหญ่โตจึงถูกมัดไพล่หลัง


        “ขอร้องล่ะ ไปกับเรา” เขาบอกอดีตผู้บังคับบัญชาก่อนจะผลุบหายไปในบ้านอีกครั้ง “เราต้องมีนาย พวกเขาจะไม่ทำร้ายเรา ดีกว่านั้น... แม่อาจปลอดภัย”


        “หมายความว่ายังไง อาจน่ะ... ”


        แบคฮยอนไม่ตอบคำถามพี่ชายบุญธรรม ชายหนุ่มร่างเล็กไปที่เตาไฟ กวาดขี้เถ้าออกและกอบโกยสิ่งที่อยู่ข้างใต้ โลหะสีทองและสีเงินเป็นประกายบนชั้นดินสีเทา อึดใจเดียวทองคำหยิบมือหนึ่งจากเหมืองเหล็กและเงินจำนวนน้อยนิดก็หายไปในถุงทะเล


        “จุนมยอน เสื้อผ้า... ”


        “รู้แล้ว!


        “จงอิน” เขาตะโกน “โทรศัพท์หาคนพวกนั้น”


        ร้อยโทปาร์คซึ่งมีผ้าอุดปากส่งเสียงอู้อี้ขณะถูกผลักเข้ามาในบ้าน “อนอ้วกไอ๋” ชายหนุ่มร่างเล็กจึงดึงกระจุกผ้านั้นออกจากปากของอีกฝ่าย ถามว่า “อะไรนะ”


        “คนพวกไหน”


        “นายหน้า... คนที่จะพาเราไปจากประเทศนี้ คนที่เคยพาจงแดไป”


        “แย่แน่” จงอินสั่นศีรษะระหว่างกดหมายเลขด้วยมือที่สั่นสะท้าน “ไม่ใช่วันนัดหมาย และยังกะทันหันเกินไป เอกสาร รถยนต์ การเตรียมการ... จะไม่มีอะไรแล้วเสร็จ ไหนจะยามฝั่ง... ”


        พี่ชายบุญธรรมหมายถึงทหารซึ่งประจำการอยู่ตลอดความยาวของแม่น้ำทูมัน มองไปรอบ ๆ จากหอสูง พร้อมจะยิงทุกสิ่งที่เคลื่อนไหว รวมถึงที่ลาดตระเวนอยู่แทบจะตลอดเวลา


        วันที่สี่พฤศจิกายนซึ่งเป็นวันนัดหมาย พวกเขาจะข้ามแม่น้ำไปโดยยามฝั่งที่รับสินบนจากนายหน้ารู้เห็นเป็นใจ ก่อนเดินทางสู่ประเทศเสรีอย่างราบรื่นด้วยเอกสารและการเตรียมการอย่างพิถีพิถัน เพียงแต่วันนี้ไม่ใช่... อย่าว่าแต่เอกสารเลย แม้การข้ามแม่น้ำช่วงที่แคบที่สุดก็อันตรายเกินกว่าจะไม่พรั่นพรึง


        “เราไม่มีทางเลือก”


        อีกฝ่ายยักไหล่ราวกับจะบอกว่า “รู้อยู่แล้ว”


        เมื่อสิ้นแสงสุดท้ายแห่งวัน คนทั้งสี่ที่ตื่นกลัว หนาวสั่น และสิ้นหวังก็คุกเข่าอยู่ในพุ่มไม้ พุ่มเดียวในละแวกนั้นซึ่งพอจะเหลือใบอยู่บ้าง ห่างจากแม่น้ำทูมันไม่กี่หลา ชั้นน้ำแข็งบาง ๆ เป็นประกายในแสงจันทร์ราวกับสถานที่ในจินตนาการ


        “พวกเขาอาจพาแม่มา” แบคฮยอนซักซ้อมอีกครั้ง “ส่งเขาให้เจ้าหน้าที่... แลกกับแม่ ตราบใดที่มีชานยอล เราจะปลอดภัย”


        “แล้วเราก็ไป”


        “ฮื่อ... แล้วเราก็ไป”


        อดีตผู้บังคับบัญชาหันมาสบตาเขาทันควัน ดวงตาคู่นั้นเยียบเย็นกว่าอากาศเสียอีก

 






        แล้วเราก็ไป... ง่ายอย่างนั้นเชียว


          ชานยอลพ่นลมหายใจออกจากปาก ไหล่สั่นเทิ้มด้วยอุณหภูมิที่ลดลงอย่างฮวบฮาบ


        “นี่” ชายหนุ่มร่างสูงต่อรอง “เอาอย่างนี้ไหม... ”


        “อะไรของแก” จงอินถามห้วน ๆ


        “ปล่อยฉันไป ฉันจะเจรจากับพวกเขา กับพ่อ... ให้ทั้งหมดนี้จบลงด้วยดี แล้ววันที่สี่พฤศจิกายน พวกนายก็ไป ไม่ต้องรีบร้อนอย่างที่เป็นอยู่ อันตรายไม่ใช่หรือไง”


        “ฉันบอกแล้วว่าเราไม่มีทางเลือก” อดีตผู้ติดตามว่า “เราไม่คิดว่าพวกเขาจะตามหานาย ถ้าแค่มินกูล่ะก็ ไม่เป็นไร แต่เจ้าหน้าที่เอ็นเอสเอจะไม่ไว้ชีวิตเรา วิสามัญฆาตกรรมกบฏ มีความดีความชอบมาก จะได้โยกย้ายไปจากสถานที่ไกลปืนเที่ยงอย่างนี้เสียที”


        “แต่... อย่างที่ฉันว่าดีกว่าเสียอีก ทุกคนจะปลอดภัย และ... และ... ” ร้อยโทปาร์คไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังทำอะไร รั้งอีกฝ่ายไม่ให้จากไปอย่างนั้นหรือ “อาจ... อาจได้รับอนุญาตให้จากไปด้วยซ้ำ”


        แบคฮยอนกลับมองเขาอย่างไม่เชื่อสายตา “ไม่เข้าใจหรือไง ไม่มีใครอยากให้เราข้ามไปอีกฝั่ง”


        “เปลืองน้ำลายเปล่าน่า” จุนมยอนกระซิบ


        “แต่เราควรจะรอก่อน... ไม่ใช่หรือไง”


        “เลิกฝันลม ๆ แล้ง ๆ เสียทีเถอะ”


        ชายหนุ่มผิวสีน้ำตาลขัดขึ้นพร้อมกับกระชับท่อนไม้ในมือ “เราต้องมีแก อย่างที่แบคฮยอนว่า” จงอินขยายความ “และฉันจะพาแกไป อย่างน้อยก็ที่ฝั่งขะโน้น แกจะเป็นอิสระ เมื่อพวกเราอยู่ในความคุ้มครองของมิสเตอร์จางแล้ว”


        “ของใครนะ”


        “พ่อค้าในหยานจี๋ นายหน้าของพวกเรา” เด็กหนุ่มบอก


        จากนั้นก็มีแต่ความเงียบ ไม่มีลมพัด ไม่มีกระทั่งเสียงร้องของสัตว์กลางคืน คนทั้งสี่เบียดเสียดกันในพุ่มไม้ ไม่ขยับตัวแม้จะเมื่อยขบ เพราะหวาดกลัวยามฝั่งราวหนูกลัวแมว จุนมยอนนั่งตักจงอินซึ่งลูบศีรษะเล็ก ๆ นั้นอย่างใจลอย ขณะที่อดีตผู้ติดตามนั่งอยู่ที่ระหว่างขาของเขา ใกล้เสียจนชายหนุ่มร่างสูงได้กลิ่นขี้เถ้าจากร่างกายของอีกคนหนึ่ง


        แบคฮยอนกำลังจะไป... จริง ๆ หรือ


          เท่านี้เองหรือ สำหรับทุกสิ่งที่ผ่านมา เขาจะถูกแลกเปลี่ยนกับหญิงวัยกลางคนเหมือนสินค้าในตลาด ถูกจงอินพาถูลู่ถูกังไปยังอีกฝั่งหนึ่ง เพื่อจะซมซานกลับมาเมื่อครอบครัวเล็ก ๆ นี้ปลอดภัยแล้ว


        แต่เป็นอย่างนี้อาจดีกว่า ร้อยโทปาร์คจะติดตามแบคฮยอนไปได้อย่างไร ชานยอลจะกล้าสู้หน้าผู้ชายธรรมดา ๆ อย่างคิมจงแดหรือ หากบังเอิญพบกัน


        ทันใดนั้น เสียงสวบสาบจากที่ไกล ๆ ขัดจังหวะความคิด อดีตผู้ติดตามสะดุ้ง มืออันผ่ายผอมข้างหนึ่งแตะลงบนหน้าอกของเขาที่ตำแหน่งหัวใจ


        “ยามฝั่ง” จุนมยอนกระซิบ


        “แล้วจะผ่านไป” จงอินตอบ “เว้นแต่... ”


        “เว้นแต่อะไร”


        “เว้นแต่เป็นเจ้าหน้าที่เอ็นเอสเอ”


        แบคฮยอนกัดริมฝีปาก ในโลกแห่งไหวพริบ ชายหนุ่มร่างเล็กไม่เป็นสองรองใคร แต่ในโลกแห่งพละกำลังนี้ อีกฝ่ายเสียเปรียบใคร ๆ อย่างเต็มประตู


        ชั่วขณะหนึ่งในความเงียบ ชานยอลตัดสินใจกำรอบมือข้างนั้น บีบเบา ๆ อย่างให้กำลังใจ “ไม่เป็นไร” ชายหนุ่มร่างสูงกระซิบกับหูของอดีตผู้ติดตาม “มีฉัน... นายจะปลอดภัย จำได้ไหม”


        แบคฮยอนสบตาเขาอย่างเคลือบแคลง แน่ล่ะ ประโยคนั้นอาจหมายถึงสถานการณ์ที่เป็นอยู่นี้ หรือหมายถึงสถานการณ์ทั่ว ๆ ไปก็ได้ แสงจันทร์ทำให้ดวงตาของอีกฝ่ายวาววามคล้ายลูกแก้ว ดูสวยสดบนใบหน้าซีดเผือดนั้น


        “ทำปากดีไปเถอะ”


        “ใครกันแน่” ชานยอลตอกกลับ


        เสียงสวบสาบเงียบลง จงอินถอนหายใจ ก่อนขยับตัวเพื่อคลายความเมื่อยล้า ทำให้กิ่งไม้กิ่งหนึ่งหัก ส่งเสียงแกร๊กในความสงัด คนทั้งสี่กลั้นหายใจพร้อมกัน


        แล้วเสียงสวบสาบก็ดังขึ้นอีก


        “จะต้องอยู่ที่ไหนสักแห่ง” เสียงแหบห้าวดังขึ้นพร้อมกับกลิ่นบุหรี่


        “ไม่อยู่ที่บ้าน” อีกเสียงหนึ่งที่ห่างไกลกว่าและอู้อี้กว่าตอบรับ


        “เดี๋ยวนี้ ระหว่างพลเรือเอกปาร์คกะพลเรือเอกซง ใคร ใหญ่กว่ากัน”


        “ถามได้” เสียงที่อู้อี้นั้นชัดเจนขึ้นเมื่อผู้พูดอยู่ใกล้เข้ามา “พลเรือเอกซงซีวะ”


        “อย่างนี้จะดีเร้อ” อีกเสียงหนึ่งถาม “พลเรือเอกเขี้ยวลากดินจะไม่มีวันให้อภัย”


        “กลัวอะไร มีพลเรือเอกซงคุ้มกบาล”


        พวกเขาสบตากันอย่างใคร่รู้ แบคฮยอนคลานออกไปด้านนอกพุ่มไม้หน่อยหนึ่งและเงี่ยหูฟัง


        “จะฆ่าเขาจริง ๆ ใช่ไหม เราได้รับคำสั่งให้ตามหานี่”


        “ฮี่โธ่ สารพัดจะอ้าง บอกว่าเป็นลูกหลงเสียก็ได้” เสียงที่แหบแห้งเสียงแรกบอกอย่างรำคาญใจ “ถือว่าสงเคราะห์คนผิดเพศ เฮ้ย! ไปทางโน้น!


        เมื่อเสียงสวบสาบเงียบลงอีกครั้ง จงอินกลืนน้ำลาย “ไอ้ลูกหมา”


        ชานยอลจึงส่งยิ้มให้อย่างแห้งแล้ง “จะไม่มีการเจรจา”


        เจ้าหน้าที่เอ็นเอสเอเหล่านี้ได้รับคำสั่งให้ตามหาเขาและไล่ล่าแบคฮยอนอย่างไม่ต้องสงสัย เพียงแต่ด้วยความไม่มั่นคงของตระกูลปาร์คและตระกูลชเวเวลานี้ทำให้คนเหล่านั้นเลือกจะสวามิภักดิ์ต่อพลเรือเอกซง ฆ่าเขาเสียที่นี่... กำจัดหนึ่งในสามดาวรุ่งชั้นสัญญาบัตร และรับบำเหน็จอย่างถึงใจจากตระกูลซง ไม่เลว... ไม่เลวเลย


        ร้อยโทปาร์ครู้สึกราวกับเป็นงูที่กลืนกินหางของตัวเอง อำนาจของพ่อคุ้มครองเขาและเป็นภัยแก่เขาในเวลาเดียวกัน


        “จะทำยังไง... ” เด็กหนุ่มจิกเล็บกับต้นแขนอีกครั้ง เพียงแต่ไม่มีใครสนใจ


        “พี่ไม่รู้... จุนมยอน”


        “เราต้องไป... ไปเดี๋ยวนี้” พี่ชายบุญธรรมของแบคฮยอนบอกอย่างเด็ดเดี่ยว “จะกลับไปที่บ้านหรือที่ไหน ๆ ก็ไม่มีประโยชน์ เราต้องไป และกลับมารับแม่... ถ้ายังมีแม่ให้กลับมารับน่ะนะ”


        “พี่จะทิ้งแม่ไม่ได้นะ!


        “รักษาชีวิตเพื่อกลับมารับแม่ ดีกว่าไม่มีใครรอดชีวิต”


        “พวกเขาอาจพาแม่มาด้วย” จุนมยอนบอกอย่างดื้อรั้น


        “อย่างนั้นก็ต้องได้ยินเสียงแม่”


        “มิสเตอร์จางว่ายังไง” แบคฮยอนถามอย่างหมดอาลัยตายอยาก


        “เขาว่าจะรีบมา” ชายหนุ่มผิวสีน้ำตาลบอกเสียงอ่อย “เราได้แต่ภาวนาให้... ”


        “ให้รอดชีวิต”


          เขี้ยวทองซี่หนึ่งของเจ้าหน้าที่เอ็นเอสเอเป็นประกายตัดกับสีดำของท้องฟ้าและจิตวิญญาณ ร้อยโทปาร์คตะโกน “หลบ! ” เมื่อปากกระบอกปืนทิ่มลงมาในพุ่มไม้ ถูกชายโครงของเขาอย่างจัง ชายหนุ่มร่างสูงผลักแบคฮยอน ขณะที่จงอินกอดเด็กหนุ่มแนบอกและกลิ้งไปอีกทางหนึ่ง เสียงปืนระเบิดขึ้นในหู เกิดเป็นหลุมบนพื้นดินเมื่อชานยอลกระโจนหลบทันควัน


        “ไป! ไปที่แม่น้ำ! ” เขาร้องเสียงแห้ง “ไปเดี๋ยวนี้! ไปซีโว้ย!

 






        แบคฮยอนวิ่งไม่คิดชีวิต พื้นดินบริเวณนั้นเฉอะแฉะเนื่องจากครั้งหนึ่งเป็นทางน้ำเก่าก่อนแม่น้ำทูมันเปลี่ยนทิศทาง เท้าจมลึกลงไปในโคลน ไม่ช้าก็ต้องสลัดรองเท้าออก หนามของวัชพืชจึงทิ่มแทงฝ่าเท้าเปลือยเปล่า ชายหนุ่มร่างเล็กกัดฟัน “กระเป๋าล่ะ” เขาตะโกนถาม “เป้ของจุนมยอน”


        “อยู่ในพุ่มไม้... ช่างมัน”


        ร้อยโทปาร์คตามมาไม่ไกลนัก อดีตผู้ติดตามหันกลับไปมองนับครั้งไม่ถ้วน กระทั่งถูกจงอินรุนหลัง “ไป... รีบไป อย่าหันกลับไปมอง เร็วเข้า”


        เสียงปืนดังไล่หลัง สะท้อนกลับไปกลับมาระหว่างหุบเขาและแม่น้ำซึ่งเป็นน้ำแข็ง ฟังไม่ออกว่าเป็นเสียงปืนของเจ้าหน้าที่เอ็นเอสเอหรือยามฝั่ง


        “ก้มลง! ” เขาได้ยินเสียงของชานยอล “ก้มลง และยกมือขึ้น กันกระหม่อมกับท้ายทอยไว้”


        ชายหนุ่มร่างเล็กมาถึงแม่น้ำทูมันส่วนที่แคบที่สุดเป็นคนแรก แผ่นน้ำแข็งบางกว่าที่เขาคิดไว้ แบคฮยอนหลับตาและกลั้นหายใจก่อนเหยียบลงบนพื้นผิวเย็นเฉียบ เท้าทั้งสองของเขาปวดร้าวราวจะปริออก ให้นึกสงสัยว่าจะไปถึงอีกฝั่งหนึ่งก่อนอวัยวะคู่นี้ชาเสียจนกระดิกกระเดี้ยไม่ได้หรือเปล่า


        “ไหวหรือเปล่า... ขึ้นหลังฉัน”


        “ไม่! ” ปฏิเสธพี่ชายบุญธรรมเสียงแข็ง “รีบพาจุนมยอนไป”


        เขาจึงรั้งท้ายในที่สุด เช่นเดียวกับร้อยโทปาร์ค ชานยอลไม่ไถ่ถาม ไม่ขอความเห็น อีกฝ่ายจู่โจมเขาด้วยอ้อมแขน ยกแบคฮยอนขึ้นพาดบ่าก่อนเร่งฝีเท้า


        “อยากตายหรือไง! ” เขากรีดร้อง “ทำอะไรโง่ ๆ ”


        แต่อดีตผู้บังคับบัญชาไม่ตอบ จงอินและจุนมยอนไปถึงอีกฝั่งหนึ่งแล้ว ไม่ช้าก็หายลับไปในแนวป่าใกล้ ๆ กระสุนบางนัดเจาะพื้นน้ำแข็งเป็นรู ทำให้พื้นผิวที่บางและเย็นยะเยือกปริออกจากกัน แบคฮยอนกลืนน้ำลาย มองกลับไปยังฝั่งที่จากมา ไม่มีเจ้าหน้าที่เอ็นเอสเอหรือยามฝั่งตามคนทั้งสี่มา คนเหล่านั้นต่างรู้ว่าพื้นน้ำแข็งบางเกินกว่าจะรองรับน้ำหนักของชายฉกรรจ์จำนวนสองโหล เจ้าหน้าที่เอ็นเอสเอหยุดยิงแล้ว ฉะนั้น กระสุนนัดต่อไปจะเป็นของ...


        “ชานย... ”


        ยามฝั่งบนหอสูงลั่นกระสุนนัดสังหาร ร้อยโทปาร์คล้มลงและทำให้คางของแบคฮยอนกระแทกพื้นน้ำแข็งอย่างแรง มันแตก... เขารับรู้ผ่านความรู้สึกเจ็บปวดและเลือดอุ่น ๆ ชายหนุ่มร่างเล็กสั่นศีรษะ มองหาอดีตผู้บังคับบัญชา


        “ชานยอล! ชานยอล!


        ร้อยโทปาร์คนอนขดตัว อีกฝ่ายถูกยิงที่สีข้าง เลือดปริมาณมากเปลี่ยนพื้นผิวสีเงินเป็นสีแดง กระสุนอีกนัดหนึ่งกระทบพื้นน้ำแข็งไม่ไกลนัก เมื่อรวมกับน้ำหนักของคนทั้งสองและแรงกระแทกจากการซวนทรุด แผ่นน้ำแข็งจึงแตกออก กะพริบตาอีกครั้ง ชายหนุ่มร่างสูงก็จมหายไปในน้ำเย็นเฉียบ


        “ไม่นะ! ” กว่าจะรู้ว่าเสียงกรีดร้องน่าสยดสยองนั้นเป็นเสียงของตัวเอง ก็เมื่อลำคอปวดร้าวเช่นเดียวกับคางและศีรษะแล้ว “ชานยอล! ขึ้นมา!


        “แบคฮยอน! ” พี่ชายบุญธรรมตะโกนจากอีกฝั่งหนึ่ง “เร็วเข้า!


        “รอก่อน” เขาครางอย่างสิ้นหวัง “รอก่อน... เขาถูกยิง”


        “ทิ้งมันไว้!


        “ไม่ได้! ” ชายหนุ่มร่างเล็กร้อง “ไม่ได้นะ จงอิน!


        เสียงปืนเงียบลง คนเหล่านั้นอาจพยายามตรวจสอบว่าชานยอลยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ขณะที่เขานอนราบกับพื้นน้ำแข็ง จุ่มแขนทั้งสองลงไป ควานหาอดีตผู้บังคับบัญชา


        “จับมือฉัน อย่าปล่อยมือฉัน” ชายหนุ่มร่างเล็กกระซิบ “เหมือนในงานเฉลิมฉลอง อย่าปล่อยมือฉัน อย่าปล่อยมือฉัน อย่าปล่อย... ”


        ไม่ทันขาดคำ มืออันใหญ่โตจากใต้น้ำตะปบลงที่มือของเขา ก่อนชานยอลทะลึ่งตัวขึ้นจากน้ำ ริมฝีปากสั่น นิ้วทั้งสิบกลายเป็นสีม่วง แบคฮยอนได้ยินเสียงฮือฮา ไม่ช้าเสียงปืนจะดังขึ้นอีก


        “เร็วเข้า” เขาพูดซ้ำไปซ้ำมา “ขึ้นมา ขึ้นมา ขึ้นมา... ”


        ชายหนุ่มร่างเล็กออกแรงดึง จงอินถลันกลับมาจากอีกฝั่งเพื่อช่วยเหลือ คนทั้งสองพาร้อยโทปาร์คที่จวนจะหมดสติขึ้นจากน้ำ ก่อนกระเสือกกระสนพาชายหนุ่มร่างสูงไปยังอีกฝั่งหนึ่ง ได้ยินเสียงปืนอีกสองหรือสามนัดไล่หลังเมื่ออดีตผู้บังคับบัญชาล้มลงบนพื้นโคลนและสำลักกระอักกระไอ


        “ยา... เราไม่มี” แบคฮยอนหันรีหันขวาง “เป้อยู่ที่... โธ่... ฉันจะต้อง... ”


        เขาพยายามฉีกทึ้งเสื้อผ้า นึกแปลกใจที่พี่ชายบุญธรรมไม่ห้ามปราม ก่อนจะได้คำตอบเมื่ออีกฝ่ายปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งพร้อมกับชายสามคน


        “เหนือความคาดหมายหน่อย แต่... ” หนึ่งในนั้นประเมินบาดแผลของชานยอลด้วยสายตาก่อนแตะปีกหมวกอย่างมากท่า “ฉันจะช่วยชีวิตเขาเอง”





          ชานยอลลืมตา สติสัมปชัญญะและความเจ็บปวดเดินทางมาถึงพร้อมกัน ชายหนุ่มร่างสูงครวญคราง ไม่ช้าก็ได้ยินเสียงของจุนมยอน “เขาฟื้นแล้ว!


          ใบหน้าซีดเซียวของแบคฮยอนปรากฏขึ้นที่หางตา “อี้ชิง” ร้อยโทปาร์คขมวดคิ้ว เขาไม่รู้จักชื่อนั้น “ทางนี้”


          จากนั้น ชายที่เขาไม่รู้จักยืนเท้าสะเอว ชะโงกอยู่เหนือร่างกายของชานยอล ก่อนพูดด้วยสำเนียงแปร่ง ๆ “เจ็บหรือเปล่า” อีกฝ่ายถาม พลางตบเบา ๆ ที่สีข้างของตัวเอง อันหมายถึงบาดแผลของเขา


          “ปวด... ” เขากระซิบอย่างอ่อนแรง “มาก... ”


          “เสียใจด้วย เราไม่มีมอร์ฟีนหรือพาราเซตามอล” อี้ชิงตอบ “ไม่มีอะไรนอกจากฝิ่น เอ้า... อ้าปาก”


          เขาถูกบังคับให้กลืนฝิ่นสุกก้อนหนึ่ง รสชาติขมเสียจนชายหนุ่มร่างสูงสำลัก “อดทน” แบคฮยอนสำทับ “ไม่มีน้ำร้อน จะไม่มีชาฝิ่นก่อนเดินทางถึงหยานจี๋”


          “จำได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น”


          ชานยอลสูดลมหายใจเข้าลึก ไม่กี่อึดใจ ความทรงจำก็พรั่งพรู...


          “จับเขาไว้! ได้ยินอย่างนั้นเมื่อถูกพาออกห่างจากแม่น้ำทูมันไปสู่สุมทุมพุ่มไม้ในป่าละเมาะเล็ก ๆ “ไม่มีผ้าสะอาดหรือน้ำสะอาด ไม่มีอุปกรณ์ปฐมพยาบาล เพราะฉะนั้น... ”


          “จะทำอะไร” เป็นเสียงของแบคฮยอน


          “จื่อเทา... มีดของนาย” ชายอีกคนหนึ่งพยักหน้าก่อนส่งมีดปลายแหลมให้ “ไฟแช็กด้วย”


          ร้อยโทปาร์คกะพริบตา จวนจะหมดสติอยู่แล้วเมื่ออี้ชิงก่อไฟกองหนึ่งขึ้นอย่างลวก ๆ ลนใบมีด เปิดบาดแผลของเขาอย่างเบามือและนำหัวกระสุนออก “หัวกระสุนอยู่ตื้น โชคดี... จับเขาไว้ให้แน่น” อีกฝ่ายย้ำ “มินซอก ผ้าเช็ดหน้าของนาย สอดเข้าไปในปาก เร็วเข้า”


          ใครต่อใครกลุ้มรุมเขา จงอินยึดขาทั้งสองไว้แน่น ขณะที่แบคฮยอนยึดแขนข้างหนึ่ง และจุนมยอนยึดอีกข้าง เปลวไฟลามเลียใบมีดอีกครั้ง นานกว่าเดิม “อดทนไว้” เขาได้ยินเสียงพึมพำ แต่ไม่ชัดเจนนัก “เจ็บ... มาก... ”


          อี้ชิงนาบโลหะเผาไฟกับบาดแผลของเขาอย่างทันทีทันใด ชานยอลร้องโหยหวน ดิ้นเร่าด้วยความเจ็บปวด เลือดหยุดไหลอย่างรวดเร็ว เพียงแต่ชายหนุ่มร่างสูงหมดสติเสียก่อนจะชื่นชมผลลัพธ์


          ไม่ช้าร้อยโทปาร์คก็จดจำผู้มาใหม่ทั้งสามได้ ประกอบด้วยชายชาวจีนสองคน และเด็กหนุ่มจากเมืองฮเยซาน จังหวัดรยังกัง ไม่ไกลจากมูซานนักหนึ่งคน จางอี้ชิงผู้รักษาบาดแผลของเขาคือมิสเตอร์จางอย่างไม่ต้องสงสัย “เกิดและเติบโตที่หยานจี๋ ไม่ไกลจากที่นี่นัก” อีกฝ่ายบอกเล่า “เป็นพ่อค้าของเถื่อนเหมือนกับพ่อ เครื่องเล่นดีวีดี ยูเอสบีแฟลชไดร์ฟ ครึ่งหนึ่งของสิ่งผิดกฎหมายในประเทศของนาย เป็นสินค้าของฉัน”


          “แล้วทำไม... ”


          “ขยายกิจการ! เดี๋ยวนี้ฉันเป็นทั้งพ่อค้าของเถื่อนและนายหน้า พาใครต่อใครจากฝั่งขะโน้นมา ปลอมแปลงเอกสาร นำสู่ประเทศเสรี”


          “ชาติทุนนิยม” ชานยอลพูดลอดไรฟัน


          “อะไรก็ช่าง” มิสเตอร์จางแบะปาก “หวงจื่อเทาเป็นเจ้าของมีดเล่มนี้ เขาเป็นลูกพี่ลูกน้องของฉัน คิมมินซอกข้ามแม่น้ำมาเมื่อหลายปีก่อน เหมือนกับพวกนาย แต่เป็นแม่น้ำอัมนก ไม่ใช่แม่น้ำทูมัน เป็นเด็กรับใช้ที่ซื่อสัตย์ แต่ก่อนเป็นล่ามด้วย แต่... อย่างที่เห็น... ฉันใช้ภาษาของพวกนายได้ดีแล้ว”


          “เอกสารยังไม่แล้วเสร็จ” จงอินขัดขณะจ้ำพรวด ๆ ไปในกอหญ้าสูงถึงเอว และต้องออกแรงยกเปลชั่วคราวของเขายิ่งขึ้น “เงินกับทองคำเท่าที่มีอยู่ในเป้ของจุนมยอน เราไม่มีค่านายหน้าส่วนสุดท้ายจะให้ และยังมีคนเพิ่ม... ”


          “ไม่มีคนเพิ่ม” จุนมยอนบอกอย่างเคือง ๆ “เขามากับเราแทนที่แม่ จำไม่ได้หรือไง”


          “ไม่กี่หยวนหรอก” พ่อค้าของเถื่อนอธิบาย “ไม่มีก็หา... ไม่กี่วันเท่านั้น”


          “ไม่มีก็หา” ร้อยโทปาร์คเลิกคิ้ว


          จู่ ๆ จื่อเทาซึ่งมีใบหน้าเสี้ยมแหลมและดวงตาลึกโหลก็หันกลับไปหาแบคฮยอนที่ยักแย่ยักยันตามมา คางเป็นสีแดงอมน้ำตาลด้วยเลือดที่แห้งกรัง ก่อนพูดด้วยสำเนียงซึ่งแปร่งกว่าของอี้ชิงว่า “หน่วยก้านเขาดีนะ”


          มินซอกถึงกับหัวเราะร่วน

 






          อี้ชิงจอดรถยนต์ไว้ในป่า ใกล้กับสนสองใบต้นใหญ่ เมื่อเดินเท้าไปถึง คนทั้งหมดจึงออกเดินทางสู่หยานจี๋ เมืองหลวงของเขตปกครองตนเองหยานเปียนซึ่งชาวจีนและชาวเกาหลีอาศัยปะปนกัน


          “ร้านอาหารทุกร้าน เขตก่อสร้างทั้งหมดถูกตรวจตราอย่างเข้มงวด” มินซอกอธิบายเมื่อพาคนทั้งสี่มายังห้องพักเล็ก ๆ เก่าโทรม บนผนังมีราจับจนทั่วแล้ว “จะให้ใครรู้ว่าพวกนายมาจากอีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำไม่ได้ พูดให้น้อยที่สุด และตั้งใจทำงาน เข้าใจหรือเปล่า”


          “ฉันไม่คิดว่า... ”


          “คนป่วยอยู่ที่นี่” เด็กรับใช้พยักหน้าให้ชานยอล “จื่อเทาจะพานายสองคนไปที่โรงงาน และนาย... ” คราวนี้อีกฝ่ายส่งยิ้มอย่างมีเลศนัยให้เขา  “ตามฉันมา”


          หลังจากคนทั้งสามรู้ว่างานของแบคฮยอนคืออะไร ห้องพักเล็ก ๆ เงียบเชียบนั้นก็กลับอึกทึกขึ้น


          “ไม่ได้นะ ไม่ได้! ” ร้อยโทปาร์คตะโกนครั้งแล้วครั้งเล่า “อย่าทำอย่างนั้นนะ!


          “ฉันเห็นด้วยกับไอ้ลูกหมา” จงอินสำทับ “จงแดจะ... ”


          “ฉันไม่มีอะไรจะเสีย ไม่มี”


          “เลิกพูดอย่างนั้นเสียที”


          “เงียบเถอะ พ่อคนป่วย” ชายหนุ่มร่างเล็กกระชากเสียง ก่อนแตะที่บาดแผลบริเวณคางและนิ่วหน้า “ฉันดูแลตัวเองได้ จงอิน ไม่เป็นไร”


          “ครั้งที่แล้วก็พูดแบบนี้” ชายหนุ่มผิวสีน้ำตาลบุ้ยใบ้ไปทางร้อยโทปาร์ค หูทั้งสองของอดีตผู้บังคับบัญชากลายเป็นสีแดงทันที


          แบคฮยอนทำงานตลอดทั้งคืนในโรงน้ำชาซึ่งเจ้าของกิจการมีน้ำใจกว้างขวาง ไม่เพียงอาหารและเครื่องดื่มเท่านั้น ยังประกอบด้วยบริการอื่นซึ่งชายฉกรรจ์ในเมืองหยานจี๋ยินดีควักกระเป๋าเป็นสินน้ำใจ


          เขาซึ่งมีรูปร่างอย่างเด็กชายหรือเด็กหนุ่มจะนวดเฟ้นคนเหล่านั้น เยินยอด้วยถ้อยคำอ่อนหวาน ก่อนจะถูกชายฉกรรจ์ซึ่งเมามายกอดรัด แก้มและริมฝีปากถูกเสียดสีด้วยไรหนวด เปรอะน้ำลายที่คลุ้งกลิ่นแอลกอฮอล์ ชายหนุ่มร่างเล็กฉลาดพอจะหลบเลี่ยง หรือมอมอีกฝ่ายเสียก่อนจะถูกมอม จึงยังตื่นขึ้นในห้องพักเดียวกันกับครอบครัวและอดีตผู้บังคับบัญชา ไม่ใช่ห้องพักของชายแปลกหน้าคนใดในหยานจี๋


          เมื่อเวลาล่วงเลยสู่เดือนพฤศจิกายน บาดแผลที่คางก็หายสนิท เกิดเป็นรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ เช่นเดียวกับบาดแผลของร้อยโทปาร์ค แบคฮยอนเป็นเสาหลักของคนทั้งสี่ เขามีรายได้มากกว่าจงอินและจุนมยอนรวมกัน เสียงประท้วงของพี่ชายบุญธรรมจึงเบาลงทุกขณะ และไม่ดังขึ้นอีกเลยตลอดหลายวันที่ผ่านมา


          “พอได้หรือยัง”


          ชายหนุ่มร่างเล็กสะดุ้งสุดตัว สำลีแผ่นซึ่งชุ่มด้วยน้ำมันล้างเครื่องสำอางร่วงผล็อยสู่อ่างล้างหน้า เขามักจะกลับมาถึงห้องพักเวลาเช้ามืด ซึ่งชานยอลที่ดื่มชาฝิ่นเป็นประจำจะยังหลับสนิท จึงประหลาดใจไม่น้อยเมื่อพบอีกฝ่ายยืนสะโหลสะเหล เท้ากรอบประตูห้องน้ำด้วยแขนข้างหนึ่ง เม้มริมฝีปากเป็นเส้นตรง แสดงอาการไม่พอใจ


          “อะไรของนาย” ว่าพลางสบตาอดีตผู้บังคับบัญชาผ่านกระจกห้องน้ำอย่างแน่วแน่


          “แต่งหน้า” หางเสียงของร้อยโทปาร์คสูงขึ้นเล็กน้อย “ทำไม... ”


          “นายก็รู้” แบคฮยอนตอบห้วน ๆ “เครื่องสำอางจำเป็นต่องานของฉัน”


          ทำให้ริมฝีปากและแก้มของเขาเป็นสีเดียวกับดอกพลัม ดวงตากลมโตยิ่งขึ้น และใบหน้าซีดเซียวกลับเปล่งปลั่ง เรียบเนียนคล้ายผิวของตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ


          อีกคนหนึ่งย่างสามขุมเข้าใกล้ ชายหนุ่มร่างเล็กหันกลับไป ห่อไหล่และผลักที่หน้าอกของชานยอลเบา ๆ “จะทำอะไร”


          “ฉันได้กลิ่นเหล้า”


          “แน่ล่ะ” แบคฮยอนพูดเสียงขึ้นจมูก “จากลมหายใจของใครต่อใคร”


          ร้อยโทปาร์คส่ายหน้า “หวงเนื้อหวงตัวเสียบ้างซี่”


          “ฉันใช้ร่างกายนี้เป็นเดิมพันเสมอ ใช้อีกสักหนจะเป็นอะไรไป”


          “แบคฮยอน!


          “อะไรเล่า! หยุดเดี๋ยวนี้นะ!


          เขาร้องเสียงหลงเมื่อถูกลากถู พาไปยังบริเวณใต้ฝักบัวอย่างทันทีทันใด ชานยอลรูดม่านปิด ก่อนเปิดฝักบัวและทำให้ร่างกายของคนทั้งสองโชกด้วยน้ำเย็นจัด


          “อะไรของนาย! ” ชายหนุ่มร่างเล็กตะโกน “บ้าไปแล้วหรือไง”


          “ฉันเกลียดกลิ่นเหล้า” ร้อยโทปาร์คกลับให้คำตอบอย่างสงบ “จะไม่มีมัน... บนร่างกายของนาย เว้นแต่... ” อีกฝ่ายสูดลมหายใจเข้าลึก “จากลมหายใจของฉัน”


          “เป็นไปไม่ได้หรอก งานของฉัน... ”


          “จะไม่มีงานของนายอีก ” ชานยอลบอกอย่างหนักแน่น “ตรงนี้” อีกฝ่ายชี้ที่บาดแผลของตัวเอง “หายสนิทแล้ว ฉันจะไปที่โรงงาน”


          “อย่าทำอย่างนี้ กลับไป”


          “กลับไปไม่ได้ เจ้าหน้าที่เอ็นเอส... ”


          “ติดต่อพ่อของนาย กลับไปที่เปียงยาง ส่งแม่ของพวกเราข้ามแม่น้ำมา และเลิกแล้วต่อกัน” อดีตผู้ติดตามว่า “สงบศึกกับแร้งเฒ่า ลืมเสียว่าเกิดอะไรขึ้น ที่เป็นอยู่นี้ไม่ใช่ความต้องการของนาย ฝั่งนี้ของแม่น้ำไม่ใช่โลกของนาย”


          ร้อยโทปาร์คเงียบไป อีกคนหนึ่งขมวดคิ้วก่อนจรดหน้าผากกับผนังห้องน้ำ เหนือศีรษะของเขา แบคฮยอนแตะที่บาดแผลของอดีตผู้บังคับบัญชา ถามเบา ๆ ว่า “เจ็บมาก... ใช่ไหม”


          ชานยอลไม่ตอบ กลับแตะที่บาดแผลของเขาบ้าง และถามชายหนุ่มร่างเล็กด้วยคำถามเดียวกัน “เจ็บมาก... หรือเปล่า”


          แบคฮยอนถอนหายใจ “ไม่เท่านายหรอก”


          คราวนี้อีกฝ่ายแตะที่สะโพกของเขา “รวมกับคราวนั้น ก็เท่ากันแล้ว”


          คนทั้งสองสบตากันในแสงแรกแห่งวันอันเลือนราง ชายหนุ่มร่างเล็กอ้าปาก “นี่... ”


          “ฉันขอโทษ”


          แบคฮยอนเลิกคิ้ว “อะไรนะ”


          “ขอโทษสำหรับการกระทำของฉัน สำหรับการกระทำของพ่อ ขอโทษสำหรับความตายของบยอนคงซู สำหรับความเจ็บปวดของคิมจงแด และสำหรับความสิ้นหวังของคิมจุนมยอน ฉันขอโทษ” อดีตผู้บังคับบัญชาบอกอย่างตรงไปตรงมา “ให้ฉันไปกับนาย ให้ฉันปกป้องนาย ให้ฉันชดใช้ ถึงที่หมายแล้วจะกลับไป จะเลิกแล้วต่อกันก็ได้... แบคฮยอน”


          “นายดื่มชาฝิ่นมากเกินไป”


          “เปล่านะ” ร้อยโทปาร์คกระซิบ “เปล่าเลย”


          ดังนั้น เขาจึงหลับตาลงในอ้อมแขนของชานยอล พร้อมทั้งภาวนาให้เสียงน้ำไหลดังกว่าเสียงของการพังทลาย เมื่อกำแพงในหัวใจกลายเป็นซากปรักหักพัง 




#ฟิคเปียงยาง

เฮ้อ หมั่นไส้คนมีความรัก








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 67 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,172 ความคิดเห็น

  1. #1169 Chi_Yeol (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2563 / 04:45
    อยากเห็นพี่เค้ามีความสุขบ้าง TT
    ที่ผ่านมามันหนักหน่วงเหลือเกิน อ่ะเฮือกกก
    #1,169
    0
  2. #1136 PRAE.VV (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 16:55
    ได้โปรดแบคฮยอน ชานยอลเค้ารักมากจริงๆนะ
    #1,136
    0
  3. #1084 somusan (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 03:24
    อมกๆๆๆๆ
    #1,084
    0
  4. #1056 R.forests (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 / 17:17
    น้วยเลย รักกันสุดๆไปเลย
    #1,056
    0
  5. #1027 RaineyRainn (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 19:26
    แบคฮยอนใจอ่อนให้ชานยอลแล้วใช่มั้ย อย่าผลักใสชานไปไหนเลย สวสารชานอ่ะ หน่วงหัวใจ ไม่รู้จะจบไงดี เดาทางไม่ถูกเลย
    #1,027
    0
  6. #964 moony+lilac (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 10:03
    นี่คือเขามีความรักแล้วใช่มั้ยคะ ไม่ใช่ชานยอลอยู่คนเดียว แง้
    #964
    0
  7. #937 ชานอย่าแกล้งน้อง (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 20:02
    อย่าผลักไสกันเลย ToT
    #937
    0
  8. #909 pakkkkoom (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 15:46
    ชานยอลลล ถึงใครไม่ต้องการแต่ชั้นต้องการร แง ;-;
    #909
    0
  9. #886 annelf10783 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 มีนาคม 2561 / 14:47
    สงสารอ่าาาา
    #886
    0
  10. #873 ❤ Little "B" ❤ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 14:01
    ชีวิตมันยากเสมอ
    #873
    0
  11. #848 soorin (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 15:45
    เจ็บปวดดดดดดด
    #848
    0
  12. #782 KaRToon_HH (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 10:08
    ยังคงสงสารชานยอล
    #782
    0
  13. #760 JP_Spectrum (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 21:59
    อึดอัดมากไม่รู้เลยจะไปยังไงต่อ จะไปด้วยกันก็มีเรื่องภาระอยู่ สงสารทุกคนเลย
    #760
    0
  14. #726 TOFUJAM (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2560 / 20:45
    ถ้าเราเป็นชานยอลก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกันนะ ถ้าหลบหนีไปพร้อมแบคฮยอนก็คงต้องรู้สึกผิดต่อพ่อแม่แน่ๆ ถึงพ่อจะใจร้ายบ้างแต่ยังไงมินกูก็คือพ่อ ส่วนฝั่งแบคก็ไม่ยอมรับ อยู่ไปก็อึดอัดแถมละอายใจกับสิ่งที่ทำไว้กับเขาอีกต่างหาก
    #726
    0
  15. #695 luck_0x3_lux (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 04:19
    พออ่านถึงตรงนี้เราแบบน้ำตาจะไหลจริงๆนะ ทำไมชีวิตคนเรามันจะโหดร้ายได้ขนาดนี้เลยหรอ โอ้ยยยยย สงสารมาก
    #695
    0
  16. #663 chickenkyung (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2560 / 17:12
    พี่ชานน่าสงสารอ่ะ แลดูไม่มีใครต้องการเลย เฮ้อออ
    #663
    0
  17. #639 อุลตร้ายอล (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 03:45
    เราอินมาก ดีใจที่แบคก็ห่วงชานยอลและเริ่มจะรู้สึกเหมือนกันแต่ถ้าไปโซลด้วยกัน ไปเจอจงแด เราก็สงสารจงแดเหมือนกัน จงแดไม่ได้ทำอะไรผิดเลยแต่ต้องเจ็บที่คนรักไปรักชายอื่น ฮือ แต่พระเอกกะนายเอกอะเนอะะะ แงงงง ไม่ร้องน้าจงแดมาคู่กะเราก็ได้ #เพ้อไปแล้วเรา 555
    #639
    0
  18. #611 Pinkuplatong (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 20:31
    งื้ออออออ สงสารชานแล้ว ถ้าแบคให้เลิกแล้วต่อกันคงทำไม่ได้ล่ะมั้ง ไปด้วยกันเถอะ ิทิ้งเปียงยางไว้ ไม่เบื่อรึไง ไหนบอกไม่อยากเป็นเหมือนพ่อ
    #611
    0
  19. #602 kmxiioxe_ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 15:02
    สงสารทุกๆคน ขอให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดีนะ
    #602
    0
  20. #468 babemay (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 18:34
    อ่านแล้วบีบหัวใจจริงๆ ร้อยโทน่ะดูแบบเด็กมาก ดูไม่ประสีประสาเลยนอกจากเรื่องทหารแล้ว อ่านแล้วสงสารร้อยโท อยากดึงมากอด
    #468
    0
  21. #400 049910bxl (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 15:06
    เห้อ น้ำตาคลอแทบทุกตอน
    #400
    0
  22. #394 kkkk. ★ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 13:20
    เดี๋ยวจะมาสงสารแบคฮยอนอีกเพราะเรื่องของจงแด /ล้มโต๊ะ!
    #394
    0
  23. #296 มิสเซฮุน (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 / 08:46
    โง้ยยยย สุดท้ายก็แพ้ใจตัวเอง แต่สงสารร้อยโทมากอ่ะ ฮือออ แสดงออกชัดเจนเสมอว่ารักแบคฮยอน แต่ก็ต้องอดทนนะเพราะตัวเองเคยทำอะไรไม่ดีๆกับเขาไว้มาก ความชิงชังเลยยังอยู่ แต่เชื่อเถอะร้อยโท กำแพงหัวใจของแบคฮยอนพังทลายลงแล้ว ไม่งั้นเขาไม่ห่วงแกขนาดนี้หรอก รอวันที่แบคฮยอนใช้คำว่าเรา ที่รวมร้อยโทอยู่นะ
    #296
    0
  24. #267 Renoir92 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:51
    ฮือออออ จะเป็นยังไงต่อไปปป ตอนข้ามแม่น้ำเครียดมากเลย เขาจะได้อยู่ด้วยกันมั้ยยน
    #267
    0
  25. #264 lovelylittleduck (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 28 มกราคม 2560 / 22:33
    พี่เค้าหวงนะ ให้ใครต่อใครใช้ไรหนวดเสียดสีแก้มนิ่มๆ แบบนั้นอ่ะ ปาร์ค ชานยอลทำได้คนเดียว เข้าใจเป่าาา พาร์ทหลังหวานเชียว เจือขมๆ จางๆ ของดราม่า รักกันแล้วแต่ก็เก็บไว้ในใจเนาะ กลัวต้องจากกันจังเลยค่ะ
    #264
    0