end - (exo) lone wolf | chanbaek

ตอนที่ 17 : L O N E W O L F | Hope begins in the dark.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,167
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 63 ครั้ง
    2 ม.ค. 60


? cactus





Chapter 13

Hope begins in the dark.

(ความหวังถือกำเนิดในความมืดมิด)



 

          “เขากำลังชัก! เขากำลังชัก!


          แบคฮยอนวางมีดหั่นขนมปังลงบนโต๊ะอาหาร เงี่ยหูฟังอย่างประหลาดใจ “ช่วยด้วย!เธอที่เขาไม่รู้จักกรีดร้องขึ้นอีก “เขากำลังชัก!


          ชายหนุ่มร่างเล็กสลัดเศษบาแก็ตจากมือและเสื้อยืดตัวเก่าของร้อยโทปาร์ค เพียงวันแรกที่ตัดสินใจออกจากห้องนอนเล็ก ๆ ซึ่งเดิมเป็นห้องเก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดก็เป็นเรื่องเสียแล้ว


          แม่ของชานยอลกำชับไม่ให้อดีตผู้ติดตามออกจากห้องนั้น “อย่าทำอะไรที่จะทำให้สามีของฉันเล่นงานเธอได้เลย”


            แต่เพราะนอนไม่หลับในคืนที่ผ่านมา แบคฮยอนจึงตื่นสาย และอาหารเช้าก็เย็นชืดหมดอร่อย รู้สึกตัวอีกครั้ง ก็พบตัวเองในครัวที่อบอวลด้วยกลิ่นบาแก็ตอบใหม่แล้ว


          “ไม่!


          แบคฮยอนชะงัก เขารู้จักเสียงนี้ เป็นแม่ของร้อยโทปาร์คไม่ผิดแน่ ในทางทฤษฎี อดีตผู้ติดตามจงชังทุกชีวิตในครอบครัวปาร์ค แต่ในทางปฏิบัติ ตลอดสามวันที่ผ่านมา หญิงวัยกลางคนดีต่อเขาเกินกว่าชายหนุ่มร่างเล็กจะตั้งตัวเป็นปฏิปักษ์


          ดังนั้น แบคฮยอนจึงถลันจากครัว ตรงสู่อีกปีกหนึ่งที่ไม่คุ้นเคย เจ้าของเสียงยืนอยู่ที่ธรณีประตูห้องหนึ่งด้วยใบหน้าเผือดซีด เช่นเดียวกับพลเรือเอกปาร์คที่กำลังซวนเซ หญิงสาวที่เขาไม่รู้จักก้าวถอยหลังออกจากห้องนั้น ห้องเดียวกับที่ชายหนุ่มร่างเล็กพรวดพราดเข้าไปและอุทาน “ชานยอล!


          ร้อยโทปาร์คนอนหงาย ดวงตาเบิกโพลงแต่ไร้แวว แขนและขาหดเกร็ง เช่นเดียวกับนิ้วทั้งสิบ มองเห็นรอยนูนที่สันกราม ขากรรไกรซึ่งอ้าค้างเคลื่อนที่สู่จุดเดิมด้วยอาการกระตุกคล้ายหุ่นกระบอก “นี่มันอะไรกัน” อดีตผู้ติดตามละล่ำละลัก “ทำอะไรสักอย่างซี่!


          แต่จะทำอย่างไร เมื่อเขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับอาการชักเลย เช่นเดียวกับอีกสามชีวิตในที่นั้น “เรียก... พยาบาล หมอ ใครก็ได้”


          แบคฮยอนคุกเข่าลง ทั้งกระวนกระวายและลังเล เขาไม่จำเป็นต้องช่วยเหลือชานยอล ชายหนุ่มร่างสูงทำร้ายเขา ทำลายหัวใจของจงแด  นอกจากนี้ บาปของพ่อของอีกฝ่ายยังใหญ่หลวง เกินกว่าจะให้อภัย


          ดีแล้วนี่... เสียงหนึ่งในหัวใจบอก สาสมแล้ว


          แต่... ร้อยโทปาร์คไม่จำเป็นต้องช่วยเหลือแบคฮยอนเช่นกัน ในงานเฉลิมฉลองซึ่งอดีตผู้บังคับบัญชาถูกทำร้าย เช่นเดียวกับเขา... ด้วยมือของเขา ชานยอลไม่จำเป็นต้องปกป้องเขาอย่างนั้น


          ชายหนุ่มร่างเล็กสับสน เขาเกลียดร้อยโทปาร์ค แน่ล่ะว่าเกลียด อยากให้อีกฝ่ายหายไปเสีย ความรู้สึกที่ว่าอัดแน่นในหินก้อนหนึ่งซึ่งทำให้กระจกรถยนต์แตกกระจาย เพราะเขาเกลียดมินกูเหลือเกิน เกลียดที่มอบชะตากรรมเลวร้ายให้พ่อ พลเรือเอกปาร์คควรเจ็บปวด เช่นเดียวกับที่เขาเจ็บปวด และชานยอลก็ควรเจ็บปวด ฐานที่เป็นลูกชายคนเดียวของต้นตอแห่งความร้าวราน


          ก็เท่านั้นเอง...


          “ฉันเอง ฉันจะไปเอง ช่วยกันอีกแรง คยองซูเพิ่งจะไปเมื่อกี้” แม่ของชานยอลว่า หญิงวัยกลางคนกระย่องกระแย่งตรงสู่อีกห้องหนึ่ง ก้าวเหล่านั้นรวดเร็วอย่างน่าประทับใจ


          ฟันทุกซี่ของร้อยโทปาร์คจวนจะขบกันเต็มที และแม้แบคฮยอนที่ไม่มีความรู้ก็ทำนายได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป เขาเคยเห็นมันมาก่อนที่เหมืองเหล็ก ฟันที่ขบกันอย่างแรง เลือดที่ข้นและเหนียว ลิ้นที่ขาดครึ่ง... อดีตผู้ติดตามจะไม่สงสาร เขาไม่ควรสงสาร แต่... เพราะอะไรล่ะ


          ชานยอลมีพ่อที่เลวร้าย ที่สำคัญ อีกฝ่ายเคยทำร้ายเขา ใช่... แต่ชายหนุ่มร่างสูงทำร้ายเขา เพราะแบคฮยอนตัดสินใจจะทำให้อีกคนหนึ่งเจ็บปวดนี่ เขาเองที่พาตัวเองไปยังสถานที่แห่งนั้น ไปสู่เส้นทางที่ไม่อาจหวนกลับ


          เพราะความชังที่มีต่อปาร์คมินกู ไม่ใช่ความชังที่มีต่อปาร์คชานยอล


          แบคฮยอนลืมทุกสิ่งขณะขากรรไกรของอดีตผู้บังคับบัญชาเคลื่อนที่สู่จุดเดิมอย่างรวดเร็ว มือที่เล็กและเรียวยาวคล้ายมือของผู้หญิงสอดอยู่ระหว่างริมฝีปากของร้อยโทปาร์ค ฟันของชานยอลขบลงอย่างแรงในวินาทีต่อมา เลือดไหลพรูพร้อมกับที่ชายหนุ่มร่างเล็กร้องเสียงหลง


          “ให้ตาย! ” เขาสบถ “นี่มัน... บ้าอะไรกัน”


          เขาทำอย่างนี้เพราะอะไรกัน


          นายทหารกลุ่มหนึ่งมาถึงก่อนแบคฮยอนจะได้รับคำตอบ พวกเขาแงะมือที่ยับเยินของอดีตผู้ติดตามจากปากของร้อยโทปาร์ค และหลังจากตักเตือนว่าไม่ควรนำสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ปากของผู้มีอาการชักแล้ว นายทหารกลุ่มนั้นก็จากไปพร้อมกับแม่ของชานยอล


          ที่ธรณีประตูห้องส่วนตัวของชายหนุ่มร่างสูง มีเพียงชายหนุ่มร่างเล็กและมินกูซึ่งสบตากันอย่างไม่ยอมแพ้ เลือดของเขาหยุดไหลพร้อมกับที่พลเรือเอกปาร์คผุดลุกขึ้น และเดินจากไปราวกับ ผีของคงซู ไม่มีตัวตน


          อย่างน้อย พ่อของชานยอลก็ไม่เสียดสีเขาด้วยถ้อยคำเจ็บแสบ และอาจนับว่าเป็นการแสดงความขอบคุณ ถ้าไม่ใช่เพราะแบคฮยอนยังเกลียดอีกฝ่ายเหลือเกิน


          “จะตามไปหรือเปล่า”


          ดังนั้น เมื่อมินกูหันกลับมาและถาม อดีตผู้ติดตามจึงได้เลิกคิ้วอย่างประหลาดใจ

 






          เขาต้องการจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหลังต้นห้องแจ้งข่าวร้าย พอ ๆ กับที่ไม่ต้องการจะรับรู้อะไรอีกต่อไป


          ชานยอลกะพริบตา เพดานนั้นเป็นสีขาวอมเหลืองด้วยความชื้น ในความมืด พรายน้ำรูปไดโนเสาร์ส่องแสงเรือง ๆ ราวกับหิ่งห้อย ลมอันเยียบเย็นหอบหนึ่งพัดมาจากทิศทางที่คุ้นเคย เขาอยู่ในห้องเดิม... ในบ้านหลังเดิมของตัวเอง


          “แม่” ร้อยโทปาร์คกระซิบ “แบคฮยอน... ”


          มือหนึ่งแตะลงที่หน้าผาก เจ้าของมือนั้นบาดเจ็บ ชานยอลรู้... เพราะมือข้างที่ว่าถูกพันด้วยผ้า และเขาได้กลิ่นเลือดผสมกับน้ำยาฆ่าเชื้อ “ใคร” ชายหนุ่มร่างสูงถาม “ถามว่าใคร”


          “น่ารำคาญ”


          “แบคฮยอน! ” อดีตผู้บังคับบัญชาอุทาน “นายใช่ไหม!


          “อย่าตะโกน คุณนายปาร์คอ่อนเพลียมาก แม่ของนายเพิ่งจะหลับไป”


          อีกฝ่ายพยักเพยิดไปทางโต๊ะไม้มะฮอกกานีซึ่งแม่ของเขาฟุบอยู่ เห็นเป็นเงาตะคุ่มในความสลัวราง ก่อนจะเปิดโคมไฟโดยใช้มือป้องและค่อย ๆ ลดแสงลง “วุ่นวายกันใหญ่” แบคฮยอนพูดอีก


          “เกิดอะไรขึ้นหลังจากที่ฉัน... ” ชายหนุ่มร่างสูงกลืนน้ำลาย “ไม่รู้... จำอะไรไม่ได้เลย”


          “นายชัก” อีกฝ่ายเฉลย “และหมดสติ เรื่องมีอยู่เท่านั้น”


          “มือของนาย” ชานยอลไม่ยอมแพ้ “ใครทำร้ายนาย พ่อหรือเปล่า”


          ใบหน้าของอดีตผู้ติดตามมีสีเข้มขึ้น “ไม่จำเป็นต้องรู้”


          “แบคฮยอน!


          “และไม่จำเป็นต้องถลึงตา ฉันไม่ใช่ผู้ติดตามของนายแล้ว จำได้ไหม”


          ยิ่งกว่าจำได้เสียอีก แบคฮยอนไม่ใช่ผู้ติดตามของเขาแล้ว หรือไม่... ก็ไม่ใช่แต่ต้น ร้อยโทปาร์คเสมองที่หน้าต่างซึ่งเปิดออกสู่ความมืดมิดภายนอก เขาอาศัยอยู่ในย่านที่มีแสงสว่างเวลากลางคืนไม่กี่ย่านในเปียงยาง และก็คุ้นเคยกับมันเกินกว่าจะถามว่า... แล้วทำไม


            แล้วทำไมจึงบอกว่าเท่าเทียม


          “รู้ใช่ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น” เขาตัดสินใจถามอย่างตรงไปตรงมา “ว่าคยองซูบอกอะไรกับพ่อและแม่”


          “ก็แค่... อะไรที่หลีกเลี่ยงไม่ได้”


          “ไม่กลัวหรือไง”


          ชายหนุ่มร่างเล็กแค่นหัวเราะ “กลัวแล้วได้อะไร เมื่อไม่มีอะไรจะเสีย ไม่มีอีกต่อไป”


          บางอย่างในน้ำเสียงนั้นทำให้ร้อยโทปาร์คขมวดคิ้ว “เรื่องของนายกับพ่อ... ”


          “ก็ไม่จำเป็นต้องรู้อีกแหละ”


          “ทำไมล่ะ” ชานยอลถามอย่างดื้อรั้น “ตลอดเวลาที่ผ่านมา อยากบอกฉันเหลือเกินนี่ กับการส่อเสียด ประชดประชันของนาย ฉันเข้าใจแล้ว เข้าใจทั้งหมด”


          อดีตผู้ติดตามตอบห้วน ๆ “เรื่องของฉัน”


          ชายหนุ่มร่างสูงจึงรู้ ใช่เพียงแต่เขาที่รู้สึกสับสน แบคฮยอนก็เช่นกัน “เราจะผ่านมันไปด้วยกัน รู้ใช่ไหม” ชานยอลบอกอย่างหนักแน่น แม้จะไม่มีความมั่นใจอยู่เลยก็ตาม “เราจะต้อง... ชนะ”


          “ไม่ใช่ประโยคที่ฉันคาดหวังจากคนที่ชักและเกือบจะกัดลิ้นตัวเองนะนี่”


          ร้อยโทปาร์คขมวดคิ้ว จ้องเขม็งที่มือของอีกคนหนึ่งทันที แบคฮยอนสะดุ้ง ชายหนุ่มร่างเล็กไม่สบตาเขา “อะไรของนาย”


          “ฉันกัด... มือของนายใช่ไหม”


          “ช่างเถอะ”


          “ฉันทำร้ายนาย... อีกแล้วใช่ไหม”


          เพราะผุดนั่งอย่างกะทันหัน ศีรษะจึงโงนเงน ชานยอลซวนทรุด ขณะอีกฝ่ายอุทานเบา ๆ และเขยิบเข้าใกล้ เขาคว้าต้นแขนข้างหนึ่งของผู้ติดตามไว้ได้ แล้วก่อนชายหนุ่มร่างเล็กจะไหวตัว ก่อนความกลัวจะครอบงำ ร้อยโทปาร์คกอดแบคฮยอนแนบอก แน่นอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับใคร แน่นอย่างเอาแต่ใจทีเดียว


          “ปล่อยนะ!


          “ไม่  บอกความจริงมา” ชานยอลยืนกราน “ฉันกัดมือของนายใช่ไหม”


          “ถ้าใช่แล้วจะทำไม”


          “ก็ให้ฉันขอโทษสิ”


          แบคฮยอนกะพริบตา “สมองกลับหรือไง” อีกฝ่ายพูดเสียงขึ้นจมูก “ฉันโง่เองที่สอดมือเข้าไป โง่เองที่ทำอย่างนั้น”


          “นายกลัวว่าฉันจะ... ”


          “ไม่ได้กลัว ไม่ได้กลัวอะไรทั้งนั้น”


          ริมฝีปากเล็ก ๆ เชิดขึ้น ดวงตาทั้งคู่เป็นประกายในแสงสีส้มจากโคมไฟ แบคฮยอนเป็นห่วงเขา... อย่างนั้นใช่ไหม อดีตผู้ติดตามที่ไม่เคยใช้คำว่าเรา อดีตผู้ติดตามที่หลอกลวงเขา...


          ความห่วงใยของชายหนุ่มร่างเล็กเป็นเพียงฝันอันลมแล้งของเขาหรือเปล่า เป็นอีกหนึ่งคำโกหกหรือไม่ ชานยอลไม่รู้ และไม่ต้องการจะรู้ เขาเพียงแต่ต้องการทำในสิ่งที่หัวใจเรียกร้อง นับแต่การออกตามหาอีกคนหนึ่งราวกับสุนัขที่บ้าคลั่ง นับแต่การชูปืนพกขึ้นในงานเฉลิมฉลอง และนับแต่การแยกจากในบ้านหลังเดียวกัน เป็นเวลาสามวันที่ยาวนานราวกับสามปี


          เขาจูบแบคฮยอน เป็นจูบที่ยาวนาน อ่อนหวาน และเต็มไปด้วยความปรารถนา อีกฝ่ายขัดขืนในอึดใจแรก จากนั้นจึงจูบตอบ โดยที่ร้อยโทปาร์คไม่ต้องการจะรู้อีกเช่นกัน ว่าอาการตอบสนองนั้นเกิดขึ้นด้วยความเต็มใจ หรือความต้องการจะให้พ้นไปอย่างรวดเร็วที่สุด


          เวลาจะให้คำตอบ... แม่บอกเขาอย่างนั้น และชานยอลก็ตั้งใจจะเชื่ออย่างนั้น เชื่อมั่นอย่างสุดหัวใจ





          มินกูปฏิเสธข้อกล่าวหาว่ากลัว เพียงแต่แบคฮยอนรู้... พลเรือเอกปาร์คกำลังกลัวอย่างถึงที่สุด


          ย้อนกลับไป ขณะติดตามร้อยโทปาร์คไปยังโรงพยาบาลนั้น ในรถยนต์ของมินกูเงียบสนิท ชายหนุ่มร่างเล็กกดบาดแผลที่มือและกัดฟันเพื่อสะกดกลั้นเสียงร้อง เห็นแนวสันกรามที่ปูดขึ้นอย่างชัดเจน


          “แข็งใจไว้” อีกฝ่ายบอกห้วน ๆ


          เขาแค่นหัวเราะ “คงอยากให้ฉันตายมากกว่า”


            “ไม่ปฏิเสธ”


            เลือดไหลช้าลงแล้ว แบคฮยอนถอนหายใจ “รู้หรือเปล่าว่าชานยอลเป็นโรคลมชัก”


            “ไม่เคยรู้มาก่อน”


            “เป็นพ่อประสาอะไร”


            “ไม่ใช่ธุระของแก” มินกูคำราม “เป็นเรื่องภายในครอบครัว”


          “ก็... ฉันเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวนี้แล้วนี่” เขาตัดสินใจยั่วโทสะอีกฝ่าย “ฉันเป็นเมียของเขาไม่ใช่หรือไง”


          “สนุกนักใช่ไหม”


          “ไม่สนุกเลยสักนิด” แบคฮยอนบอกอย่างตรงไปตรงมา “เป็นแกจะรู้สึกยังไง พ่อตาย... อย่างที่ไอ้โง่ที่ไหนก็รู้ว่าถูกฆ่า เสาหลักของครอบครัวจากไป พี่ชายบุญธรรมยังไม่ปลดประจำการจากกองทัพบ้า ๆ ที่มีแต่เด็กกับคนเป็นโรคขาดสารอาหาร ไม่มีเงิน ไม่มีงาน น้องชายบุญธรรมยังเป็นโรคเลือดไหลไม่หยุดอีกต่างหาก คำว่าเข้าตาจนยังน้อยไป ฉันจะทำทุกอย่าง เพื่อจะได้ไปจากเรื่องบ้า ๆ ในประเทศบ้า ๆ นี่”


          เขาพร้อมจะถูกเจาะหน้าผากด้วยกระสุน พร้อมจะถูกเหวี่ยงด้วยแรงมหาศาลของรถยนต์ กระแทกกับขอบถนนในวินาทีใดวินาทีหนึ่ง แต่พลเรือเอกเขี้ยวลากดินแค่ระบายลมหายใจออกจากปาก


          “เขาทำอะไรบ้าง”


            “อะไรนะ”


            “ชานยอลทำอะไรกับแกบ้าง”


          “อ้อ... ” ชายหนุ่มร่างเล็กปล่อยมือจากบาดแผล “ก็... อยากรู้จริง ๆ หรือไง”


            “หล่อนบอกว่า... แกเจ็บมาก”


          เขารู้ว่าอีกฝ่ายหมายถึงแม่ของชานยอล “ก็เจ็บน่ะสิ” แบคฮยอนยืนยัน “แต่... จะทำอะไรได้”


            “นั่นแหละ บยอนแบคฮยอน จะทำอะไรได้”


          อดีตผู้ติดตามขมวดคิ้ว “หมายความว่ายังไง”


          พร้อมกันนั้น มินกูหยุดรถ พวกเขามาถึงที่หมายแล้ว แม่ของชานยอลหรือ หล่อน ของอีกคนหนึ่งยืนบิดไม้บิดมืออยู่พร้อมกับต้นห้องของร้อยโทปาร์คไม่ไกลจากจุดที่รถยนต์จอดอยู่นัก


          “ดอกพลัมจะบานในเดือนมีนาคม” มินกูพูดโดยไม่สบตาเขา “ดอกซานซูยูจะบานในเดือนเมษายน อย่าลืมตัดดอกพลัมให้คงซู และตัดดอกซานซูยูให้ดาจอง”


          หลังจากนั้น ในรถยนต์จึงเหลือเพียงชายหนุ่มร่างเล็กที่อ้าปากค้าง กระทั่งคยองซูเคาะกระจกและพยักเพยิดให้ลงมา


          คงซูคือพ่อของเขา ซึ่งจากไปด้วยอุบัติเหตุเหมืองถล่มเมื่อแปดปีก่อน นำมาซึ่งความเคียดแค้นและเรื่องราวอันชวนสับสนทั้งหมดนี้ ขณะที่ดาจองคือแม่... แม่ที่แท้จริง ไม่ใช่แม่บุญธรรมซึ่งเป็นแม่ของจงอินและจุนมยอน แต่เป็นแม่ที่เขาเสียไปเมื่อมีอายุห้าปี


          ไม่มีอะไรจะตลกร้ายได้เท่ากับโชคชะตา

 






          “พอได้แล้ว”


          ชานยอลชะงักริมฝีปาก จูบอันดูดดื่มสิ้นสุดลงเท่านั้น “ฉันรู้” เขากระซิบ “นายเกลียดที่ฉันทำอย่างนี้”


          ชายหนุ่มร่างเล็กไม่ตอบ แบคฮยอนผละจากอ้อมแขนของร้อยโทปาร์ค กลับไปที่โต๊ะไม้มะฮอกกานี เพียงแต่ก่อนที่อีกฝ่ายจะปลุกแม่ของเขาขึ้น ชานยอลกลับออกคำสั่งด้วยความเคยชิน “อย่าทำอย่างนั้น”


          อีกคนหนึ่งหันกลับมาหาอย่างใคร่รู้


          “นายบอกว่าแม่อ่อนเพลียมาก”


          “ใช่... แต่... ” อดีตผู้ติดตามอึกอัก “คุณนายปาร์คควรรู้ว่านายปลอดภัย”


          “แม่... ดีกับนายใช่ไหม”


          แบคฮยอนตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก “คุณนายปาร์คดีกับทุกคน”


          จากนั้นก็ไม่มีบทสนทนาใด ๆ “ถ้าอย่างนั้น... ฉันจะกลับล่ะ” ชายหนุ่มร่างเล็กพูดขึ้นในที่สุด “พักเสีย และบอกคุณนายปาร์คว่าฉันไม่ได้หนีไป ไม่คิดจะสร้างความเดือดร้อนให้เธอหรอก”


          “กลับไปที่ไหน” ชานยอลถาม “ห้องของนายใช่ไหม”


          “จะมีที่ไหนอีก”


          “ห้องของนายอยู่ที่ไหน”


          แบคฮยอนขมวดคิ้ว “บอกนาย... จะดีเร้อ... ”


          “แบคฮยอน... ฉันรู้ว่า... ”


          “นายไม่กล้าหรอก” ไม่รู้ว่าอีกคนหนึ่งเข้มแข็งจริง ๆ อย่างที่แสดงออก หรือเป็นเพียงละครฉากหนึ่งที่แนบเนียนกันแน่ “นายจะไม่ทำอะไรฉัน อย่างน้อยก็ไม่ทำในบ้านหลังนี้ ด้วยสภาพร่างกายแบบนี้ หรือในสถานการณ์แบบนี้ ความเครียด... ทำให้ไอ้จ้อนไม่ตื่นตัว”


          “โอ้... โอ้... ให้ตาย”


          “ระคายหูหรือไง ร้อยโทปาร์คชานยอล” ชายหนุ่มร่างเล็กแค่นเสียง “นี่แหละฉัน คนที่มาจากสังคมที่นายไม่รู้จัก เราพูดเรื่องอย่างนี้กันหน้าตาเฉย เพราะการทำให้คนเกิด และมีชีวิตรอดหลังคลอดเกินสี่สิบแปดชั่วโมงคือปาฏิหาริย์ แบคฮยอนคนที่มีการศึกษา คนที่มาพบนายในฐานะผู้ติดตามน่ะ แค่ฉากหน้าจอมปลอมที่เดี๋ยวนี้นายคงรู้แล้ว ไม่จำเป็นต้องเสแสร้งกันต่อไป”


          “แล้วยังไง”


          เขาพูดออกไปก่อนจะทันคิดเสียอีก และเมื่อโพล่งออกไปแล้วก็ได้แต่ภาวนาให้คำพูดเหล่านั้นไม่ใช่ความคิดที่โง่เง่าเสียทีเดียว


          “แล้วยังไงหมายความว่ายังไง”


          “เราลงเรือลำเดียวกันแล้วนี่” ร้อยโทปาร์คว่า “ฉันรู้แล้วว่านายไม่ได้มาอย่างบริสุทธิ์ใจ แต่ไม่ว่านายจะมาที่นี่ด้วยเหตุผลอะไร ทำลายฉัน ทำลายพ่อ หรือทำลายแร้งเฒ่า มันพังไม่เป็นท่า มินโฮคือทนายของเรา และเราต้องสู้กับพลชเวไม่ต่างกัน เราจะมีชีวิตรอดด้วยกัน หรือตายตกไปตามกันเท่านั้นเอง”


          แบคฮยอนอึ้งไป ก่อนจะขยับเข้าใกล้และนั่งลงที่ข้าง ๆ มือของเขา


          “มันก็ตลกดี” อีกฝ่ายบอกอย่างปลงตก “ฉันมาที่นี่พร้อมกับความหวังว่า หลังจากเรื่องบ้า ๆ ทั้งหมดนี้ ระหว่างฉันกับชนชั้นสูงสุดโสมมในประเทศเส็งเคร็งนี่จะแยกออกจากกันตลอดกาล”


          “อ้อ... โซลของนาย” คำพูดนั้นยังแผดเผาลำคอของเขาอยู่ “กับคิมจงแดของนาย”


          “ทั้งหมดนี้ เพียงเพื่อผูกตัวเองเข้ากับนายอย่างนั้นเรอะ”


          “อาจใช่ หรืออาจไม่ใช่ก็ได้ ฉันตอบไม่ได้หรอก”


          “โธ่เอ๋ย... ร้อยโทปาร์ค”


          กว่าจะรู้สึกตัวอีกครั้ง คางของเขาก็ถูกบีบอย่างแรง แบคฮยอนประกบริมฝีปากลงมา แล้วจูบอย่างเร่งร้อน เป็นจูบที่รุนแรงเสียจนแม้อดีตผู้บังคับบัญชายังรู้สึกราวจะขาดใจ


          “โอ๊ย!


          ก่อนจากไปในความมืดมิด  ชายหนุ่มร่างเล็กฝากรอยเล็บไว้ที่แก้มของเขาเป็นทาง เมื่อแตะดูก็พบว่าบางส่วนถลอกและมีเลือดซิบ


          “ตอบแทนที่ทำกับฉันรุนแรงเหลือเกิน น่าเสียดายที่เอาคืนได้เท่านี้ รอดูต่อไปเถอะร้อยโท” แสงสว่างจากด้านนอกประตูสลัวลงทุกขณะ “แล้วพบกันพรุ่งนี้ในศาล”


          แทนที่จะตอบด้วยประโยคเดียวกัน ชานยอลกลับผงกศีรษะและทำท่าแตะปีกหมวกที่ไม่มีอยู่จริง


          “ฉันจะรอดู ไม่กะพริบตาเลยล่ะ... ”

 






          ภายในศาลทหารนั้นโอ่โถงเช่นเดียวอาคารอื่น ๆ ของรัฐบาล เพดานสูงลิ่วและสว่างไสวอย่างเหลือเชื่อ พื้นยังลื่นอย่างน่ารำคาญใจอีกด้วย


          “ไม่ควรเป็นอย่างนี้” มินกูว่าขณะก้าวฉับ ๆ ไปพร้อมกับเขา “หมายศาลเพิ่งจะมาถึงมือเราเมื่อวานนี้ เข้ารับการไต่สวนวันนี้ ไม่เป็นธรรมชาติเอาเสียเลย”


          “ที่นี่มีอะไรบ้างเป็นธรรมชาติ” แบคฮยอนอดค่อนแคะไม่ได้


          “พ่อทำอะไรไม่ได้เลยหรือ”


          “ถ้าทำได้ แกจะไม่มาอยู่ตรงนี้ด้วยซ้ำ ชานยอล”


          “เขาเป็นคนออกปากให้จับฉัน” ชายหนุ่มร่างเล็กบุ้ยใบ้ไปทางภาพถ่ายของชายหมายเลขหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ทางขวาสุด ถัดจากรูปของผู้ก่อตั้งประเทศ และพ่อของประธานาธิบดีคนปัจจุบัน “และพลเอกชเวก็มีอำนาจมาก อำนาจต่ออำนาจ เนรมิตอะไรก็ได้”


          “แค่ไม่นึกว่าจะเร็วอย่างนี้”


          “แค่ดีดนิ้วก็ได้อย่างใจไม่ใช่หรือไง นายทหารชั้นผู้ใหญ่น่ะ” เขาว่าต่อ “บันดาลให้ใครคนหนึ่งหายไป บันดาลเกียรติยศและทรัพย์สิน เสียอย่างเดียว บันดาลให้ใครกลับจากโลกหลังความตายไม่ได้”


          “แบคฮยอน” ร้อยโทปาร์คพูดลอดไรฟัน “พอได้แล้ว”


          “แล้วก็นะ... ”


          “ฉันขอร้อง”


          พวกเขามาถึงห้องหนึ่งที่สุดทางเดินแล้วเมื่อพ่อของชานยอลส่งเสียงฮึดฮัดอย่างขัดใจ “ฉันขอร้องอะไรกัน ชานยอล ฉันไม่เคยลงให้แม่ของแกอย่างนี้”


          “พ่อไม่รักแม่นี่”


          “อ้อ... แล้วแกรักมันหรือไง”


          ประโยคนั้นเป็นประโยคที่ว่างเปล่าและโง่เง่าอย่างที่สุดของพลเรือเอกเขี้ยวลากดิน ทว่ากลับสร้างความอึดอัดได้อย่างมหาศาล แบคฮยอนเสมองไปอีกทางหนึ่ง ขณะที่อดีตผู้บังคับบัญชากระแอม “พ่อจะเข้าไปในนั้นไหม”


          “ฉันจะอยู่ที่ที่นั่งด้านหลัง”


          “พ่อ สัญญากับผม อย่ายิงใครถ้าพวกเขาตัดสินใจ... ประหารชีวิตผม”


          พลเรือเอกปาร์คปราม “ชานยอล!


          “เขาอาจยิงปืนขึ้นฟ้าเป็นการเฉลิมฉลองเมื่อฉันถูกพิพากษาอย่างนั้น”


          “ถ้าอยู่ด้วยกันสองคนล่ะก็ ฉันจะจูบนายเดี๋ยวนี้” ชานยอลถอนหายใจ


          “บรรพชนเป็นพยาน พอได้แล้ว!


          จากนั้นพวกเขาจึงถูกผลักไสสู่ห้องพิจารณาคดี ซึ่งเป็นห้องขนาดเล็ก ค่อนข้างอับและทึบ ผนังกรุด้วยไม้และมีหน้าต่างเพียงไม่กี่บาน ทั้งหมดอยู่สูงเสียจนมองไม่เห็นทัศนียภาพภายนอก บัลลังก์ผู้พิพากษาตั้งตระหง่าน มีขนาดใหญ่และให้ความรู้สึกน่าเกรงขาม เจ้าหน้าที่หน้าบัลลังก์ที่เขียนอะไรง่วนอยู่สังเกตเห็นคนทั้งสองในไม่กี่อึดใจ ก่อนจะผายมือไปยังคอกแคบ ๆ ด้านขวา คอกนั้นประกอบด้วยสามที่นั่ง ที่แรกซึ่งมีไมโครโฟนติดตั้งอยู่มีป้ายชื่อเล็ก ๆ เขียนว่าซงมินโฮ ชานยอลนั่งลงบนเก้าอี้ถัดจากนั้น แบคฮยอนนั่งลงข้าง ๆ กัน


          เมื่อมองไปยังคอกอีกฝั่งหนึ่งซึ่งเป็นคอกของโจทก์ ชายหนุ่มร่างเล็กก็เกิดมวนท้องขึ้นมาดื้อ ๆ ทนายของพลเอกชเวมาถึงแล้ว ผมเป็นสีขาวทั้งศีรษะและใบหน้าก็ตกกระเสียจนแทบไม่มีช่องว่าง บอกประสบการณ์ซึ่งมากอย่างเห็นได้ชัด อะไรกันที่สร้างความมั่นใจให้เสือผู้หญิงแห่งเหล่าทัพ หรือมินโฮประเมินสถานการณ์ผิดอย่างไม่น่าให้อภัย


          “ใจเย็น ๆ ” ร้อยโทปาร์คพูดด้วยมุมปาก


          “นายทำได้ด้วยหรือไง”


          ก่อนที่อีกคนหนึ่งจะตอบ ประตูห้องพิจารณาคดีก็เปิดออกอีกครั้ง มินโฮมาถึงแล้ว เช่นเดียวกับพลเรือเอกซงซึ่งเดินคู่มากับมินกู ดูก็รู้ว่าเป็นขั้วพันธมิตรใหม่ที่กระอักกระอ่วนใจไม่น้อย แน่ล่ะ... พลเรือเอกปาร์คจับมือกับแร้งเฒ่าเป็นปฏิปักษ์ต่อพลเรือเอกซงอย่างโจ่งแจ้งถึงห้าปี กลับกลายเป็นมิตรเพียงเพราะเหตุวุ่นวายในงานเฉลิมฉลองไม่กี่วันที่ผ่านมา


          “ไง” ทนายของเขาทักทายเท่านั้น ท้องไส้ของแบคฮยอนยิ่งบิดเป็นเกลียว มินโฮมักมีท่าทีมั่นอกมั่นใจ ใบหน้าที่ซีดจนเกือบจะเป็นสีขาวเหมือนกระดาษของอีกฝ่ายจึงไม่ช่วยให้เขารู้สึกว่าเทพเจ้าแห่งชัยชนะ ไม่ว่าจะมีอยู่จริงหรือไม่ก็ตาม... อยู่ข้างตัวเองเลย


          “นายให้เซฮุนเป็นพยานของเราจริง ๆ หรือเปล่า” ชานยอลรีบถาม


          “ใช่ และเขามาถึงแล้ว”


          “ฟังนะ ซงมินโฮ” ร้อยโทปาร์คพูดลอดไรฟัน “เซฮุนรู้ว่าฉันเป็นอะไร เข้าใจไหม เขารู้ยิ่งกว่ารู้ เขาจะไม่ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นหรอก”


          “ฉันจะให้เขาพูดว่าที่ผ่านมาก็เป็นผลงานการจ้างวานของแร้งเฒ่าเหมือนกัน นายจะได้ล้างมลทินสองต่อ ไม่ดีหรือไง”


          “เพื่อจะได้รับโทษเพราะเท่ากับยอมรับว่าผิดเพศ”


          “เชื่อฉันซี่ ใช้แรงงานในค่ายกักกันปีสองปีน่ะดีกว่าถูกพลเรือเอกชเวไล่บี้จนได้รับโทษสูงสุดเป็นไหน ๆ นายขัดคำสั่งประธานาธิบดีนะ อย่าลืมเสียล่ะ” ร้อยตรีซงบอกอย่างเคือง ๆ “เงียบ เขามาโน่นแล้ว”


          เขาที่ว่าหมายถึงแร้งเฒ่า ซึ่งมาถึงในเครื่องแบบเต็มยศ รอยยิ้มกว้างบอกความมั่นใจสุดขีด


          แบคฮยอนอยากอาเจียน

 






          หลังจากพลเรือเอกชเวมาถึง การไต่สวนดำเนินไปอย่างดุเดือด ชานยอลไม่ได้พูดอะไรมากนัก เช่นเดียวกับอดีตผู้ติดตาม มินโฮต่างหากที่โต้คารมกับทนายที่อีกคอกหนึ่งอย่างเผ็ดร้อน ทั้งยังหันไปขอความเห็นใจจากผู้รับฟังการพิจารณาคดีเป็นระยะ ๆ  ซึ่งออกจะทำให้ร้อยโทปาร์คตื่นตาตื่นใจไม่น้อย หากอีกฝ่ายไม่ใช่คู่แข่งที่อาจต้องโรมรันกันโดยมีชีวิตเป็นเดิมพันในวันหนึ่ง เขาอาจยอมรับในวาทศิลป์ของร้อยตรีซงได้อย่างสนิทใจ


          ถ้อยคำต่าง ๆ ไหลผ่านความรับรู้ของชายหนุ่มร่างสูงไปราวกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก ร้อยโทปาร์คชานยอลขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานในลักษณะที่เป็นการปกป้องและให้ความช่วยเหลือผู้ต้องหา จึงมีความเป็นไปได้ว่าสมรู้ร่วมคิดกับบยอนแบคฮยอน อา... ทั้งขึ้นทั้งล่อง ไม่ว่าจะเป็นแบคฮยอนหรือเขา แร้งเฒ่าก็หมายมั่นปั้นมือจะส่งขึ้นตะแลงแกงด้วยโทษสูงสุดเท่าที่จะสามารถจินตนาการ


          “เบิกตัวพยานฝั่งจำเลย”


          หัวใจของชานยอลเต้นเร็วขึ้นเมื่อเซฮุนก้าวอย่างตื่น ๆ เข้ามาในห้องนั้น


          เขารู้จักจุดอ่อนถึงตายของตัวเองดีเท่ากับที่ร้อยตรีโอรู้จักร้อยโทปาร์ค เซฮุนไม่ใช่ทหารโดยเนื้อแท้ ที่แน่นอนกว่านั้นคือไม่ใช่นักการเมือง นกกระสาหนุ่มไม่ได้เติบโตมาโดยคุ้นเคยกับการห้ำหั่นเพื่อขึ้นสู่และคงไว้ซึ่งอำนาจเช่นเดียวกับเขา ร้อยตรีโอกำลังกลัวอย่างถึงขีดสุด และเมื่อเซฮุนกลัว... เมื่อเซฮุนกลัว...


          ก็มักจะยิงพลาด...


          “ให้ทนายของโจทก์ถามคำถามได้” เสียงของผู้พิพากษาบีบรัดหัวใจของชานยอลราวกับคีมเหล็ก


          “มีหลักฐานอะไรที่ชี้ว่าพลเอกชเวดูฮวานเคยจ้างวานคุณในลักษณะเดียวกับที่จ้างวานบยอนแบคฮยอน”


          “ไม่มี” เซฮุนอึกอัก “ไม่มี... เอ้อ... เขาไม่เคยเขียนถึงผมเป็นลายลักษณ์อักษร เขาพบผมซึ่งหน้าและออกคำสั่ง”


          “ไม่เป็นความจริง! ” แร้งเฒ่าตะโกนจากที่นั่งของตัวเอง ก่อนที่ผู้พิพากษาจะสั่งให้เงียบ


          “เขาพบคุณที่ไหน”


          “ห้องหนึ่งในโรงเรียนฝึกหัดทหารบก”


          “ห้องไหน”


          “เอ้อ... มักจะไม่ซ้ำห้อง ห้องเรียนที่ว่างเปล่าในอาคารสาม ชั้นสอง”


          “มีพยานยืนยันที่อยู่ของคุณหรือพลเอกชเวดูฮวานหรือไม่”


          “ไม่มี” ร้อยตรีโอกลืนน้ำลาย “ไม่มี เขามักจะมาอย่างลับ ๆ ”


          “มาอย่างลับ ๆ แล้วคุณรู้ได้ยังไงว่าจะมา”


          นกกระสาหนุ่มราวกับจะร้องไห้ “ผมจะรู้เมื่อเห็นรถยนต์ของเขาจอดอยู่ที่ลานจอดรถ”


          “ถ้าอย่างนั้น คนขับรถของพลเอกชเวดูฮวานจะต้องยืนยันเรื่องนี้ได้”


          “ผมไม่ทราบ เขาอาจจะ... อาจจะ... ขับรถยนต์เอง”


          “คุณไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนแม้แต่ชิ้นเดียว ขอสันนิษฐานว่าเป็นคำให้การเท็จและอาจ... ” ทนายฝ่ายโจทก์มองลอดแว่นตาอย่างจับผิด “ตั้งข้อหาเพิ่มเติม”


          “เป็นการข่มขู่และคุกคามพยานอย่างเห็นได้ชัด! ” มินโฮประท้วง “ขอให้ทนายของโจทก์หยุดการกระทำนี้ด้วย”


          “ว่ายังไง ร้อยตรีโอเซฮุน ไม่มีพยานยืนยันที่อยู่ของคุณหรือพลเอกชเวดูฮวานบ้างหรือ”


          “ก็... ” เซฮุนเลียริมฝีปากอย่างเป็นกังวล หันมาสบตาเสือผู้หญิงแห่งเหล่าทัพ ดูก็รู้ว่าคำถามที่ซักซ้อมกันมานั้นจวนจะหมดลงเต็มที “อาจเป็น... ผู้อำนวยการโรงเรียนฝึกหัดทหารบก”


          “ซึ่งอาจต้องนัดหมายเพิ่มเติมเพื่อทำการไต่สวนในวันอื่น ๆ ” มินโฮร้องอย่างมีชัย ก่อนจะบีบมือของร้อยโทปาร์คเบา ๆ และกระซิบว่า “เขาเป็นคนของพ่อน่ะ”


          “อ้อ... ไม่จำเป็นต้องไต่สวนในวันอื่น ๆ หรอก ร้อยตรีซง”


          ห้องพิจารณาคดีนั้นเงียบลงทันทีที่แร้งเฒ่าลุกยืนขึ้น แม้ผู้พิพากษาจะส่งสัญญาณให้นั่งลง แต่อีกฝ่ายไม่ฟังเสียง สีหน้าของพลเอกชเวมีบางอย่างที่ชานยอลไม่เข้าใจ และไม่นึกอยากเข้าใจในวินาทีนั้น เป็นความลำพอง... กระหายในชัยชนะอย่างร้ายกาจ ราวกับแร้งเฒ่าเป็นผู้ครอบครองไพ่ตายซึ่งจะปิดฉากความโกลาหลทั้งหมดนี้โดยสมบูรณ์


          “ได้ยินว่าผู้อำนวยการโรงเรียนฝึกหัดทหารบกสนิทสนมกับพลเรือเอกซง พ่อของเธอมาก” แสงอาทิตย์อันน้อยนิดคล้ายกระจุกรวมกันในดวงตาที่มุ่งร้ายนั้น “ฉันเสียใจที่ต้องแจ้งข่าวอันไม่เป็นมงคลนี้ แต่... ”


          “แต่อะไร... ” มือของมินโฮสั่น


          “เขาเสียชีวิตแล้ว จู่ ๆ ก็เสียชีวิตน่ะ แหม... กะทันหันจังเลย เมื่อเช้านี้เอง... ”      


          ความเงียบนั้นถูกแทนที่ด้วยเสียงอุทานอย่างตื่นตระหนกของพลเรือเอกซง พร้อมกันนั้น เสียงกรีดร้องเบา ๆ ของเจ้าหน้าที่หน้าบัลลังก์ดังขึ้น เซฮุนที่กลัวเกินกว่าจะให้การต่อไปได้นั่งคอพับคออ่อน เลื่อนไหลจากเก้าอี้ หมดสติไปในเวลาเดียวกันนั้นเอง

 






          พวกเขากลับถึงบ้านพร้อมกับความสิ้นหวังและความกราดเกรี้ยวที่ผสมรวมกันเป็นคลื่นอารมณ์กรุ่น ๆ พร้อมจะระเบิดออกทุกเมื่อ ไม่มีใครพูดอะไรในรถยนต์ของมินกู ไม่มีจริง ๆ แม้สักประโยคหนึ่ง อากาศอัดแน่นด้วยเสียงหึ่ง ๆ ที่น่ารำคาญ และหัวใจก็เต้นช้าเสียจนสัมผัสไม่ได้ว่ามีอยู่ ราวกับมันเกิดเกียจคร้านขึ้นดื้อ ๆ เมื่ออาจ... ไม่ถูกใช้งานอีกต่อไป


          ขณะที่รถยนต์แล่นผ่านแกซอนมุนหรือประตูชัย แบคฮยอนที่กำลังเหม่อมองไปยังเนินเล็ก ๆ ซึ่งเขาและร้อยโทปาร์คในวันวานเคยกวดกันอย่างเอาเป็นเอาตายก็มีอันสะดุ้ง เงาไหว ๆ กระโจนเข้าขวางหน้ารถยนต์ ทั้งผ่ายผอม มุ่งร้าย และกระหายจะฆ่าฟัน


            นี่มัน... เหมือนกับ...


          “เหมือนกับวันนั้นเลย” เป็นชานยอลต่างหากที่กระซิบออกมา


          “อะไรของมันวะนั่น! ” มินกูที่ภาวะอารมณ์ไม่ปกตินับแต่ออกจากห้องพิจารณาคดีทุบลงที่แตรอย่างสุดแรงเกิด “ถอยไป!


          ที่ผิดไปจากวันนั้นคือเด็กหนุ่มที่ด้านหน้ารถยนต์ไม่มีหินก้อนเขื่องในมือ ไม่มีอะไรนอกจากมีดเล็ก ๆ ทื่อ ๆ ซึ่งอาจเป็นอาวุธที่ดีที่สุดในครอบครอง อดีตผู้ติดตามกะพริบตา คุ้นเคยกับใบหน้านั้นอย่างที่สุด แม้จะไม่ได้พบเห็นมาหลายปี และแม้ใบหน้านั้นจะขะมุกขะมอมด้วยฝุ่น ทั้งยังรกเรื้อด้วยผมเผ้าที่เป็นกระเซิงก็ตาม


          “อย่าทำอะไรนะ นั่นจุนมยอน!


          ชายหนุ่มร่างเล็กถลันลงจากรถยนต์ “อย่านะ จุนมยอน! ” แบคฮยอนตะโกน “พี่รู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น จงอินบอกพี่แล้ว อย่า... นายไม่รู้หรอกว่ากำลังจะทำอะไร นายรับมือเรื่องนี้ไม่ไหวหรอก กลับบ้าน!


          “อะไรกันน่ะ”


          ชานยอลที่เพิ่งจะตามลงมาถามอย่างไม่เข้าใจ ก่อนที่มินกูจะทำอย่างเดียวกัน และร้องถามอย่างคนที่จวนเจียนจะเสียสติเต็มที “แกเป็นใคร”


          “ว่าไง” เด็กหนุ่มแค่นหัวเราะอย่างขมขื่น “ว่าไง... พ่อ”


          “พี่บอกว่า อย่า!


          “พ่อเรอะ” พลเรือเอกปาร์คพูดเสียงขึ้นจมูก “ถ้าเป็นแค่คนบ้า หลีกทางให้ฉันซะ ก่อนจะถูกบดอยู่ใต้ล้อนี่”


          “แร้งเฒ่าบอกฉันแล้ว!


          แต่ทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น มินกูชะงักมือที่กำลังจะเปิดประตูรถยนต์ หันกลับไปมองจุนมยอนอย่างพรั่นพรึง แบคฮยอนก้าวตรงไปหาเด็กหนุ่ม ตั้งใจจะปิดปากเล็ก ๆ นั้นเสีย แต่คำพูดของจุนมยอนกลับเลื่อนไหลราวกับสายน้ำ มันพรั่งพรูรวดเร็วเกินจะหยุดได้ทัน


          “บยอนคงซูไม่ใช่พ่อที่แท้จริงของฉัน แม่ไม่เคยมีลูกกับบยอนคงซู ไม่มีเลยสักคน แม่ตั้งท้องกับแก แกที่เมื่อรู้ว่าฉันเป็นโรคอะไรก็ไม่เคยเรียกฉันว่าลูกอีกเลย แกที่ทิ้งฉันไว้ที่มูซาน แกที่จากไปโดยไม่เคยเหลียวแล!


          ชานยอลอ้าปากค้าง น้องชายบุญธรรมปรากฏตัวต่อหน้า อย่างไม่คาดฝัน... อย่างไม่เคยคาดคิดมาก่อน ชายหนุ่มร่างเล็กกระโจนเข้ารวบตัวเด็กหนุ่มซึ่งยังตะโกนอย่างเคียดแค้น พร้อมกับที่มินกูชักปืนออกมาและยิงขึ้นฟ้านัดหนึ่ง


          “วันนี้ฉันผิดหวังมามากพอแล้ว” พลเรือเอกเขี้ยวลากดินคำราม “และฉันจะไม่ผิดหวังอีก”


          “อย่านะพ่อ!


          เสียงปืนดังขึ้นอีกนัดเมื่อร้อยโทปาร์คกระโจนเข้ายื้อยุดกับผู้เป็นพ่อ “อย่ามาขวางทางฉัน! ” พลเรือเอกปาร์คแผดเสียง ก่อนผลักชานยอลให้พ้นทาง “ใครกันแน่คือศัตรูของแก ชานยอล ฉันหรือว่าพวกมัน คนหายไปสักคนสองคน เพียงพอจะทำให้แร้งเฒ่าถอนฟ้อง เพียงพอจะทำให้หนามยอกอกที่มีหมดไป ถอยไป”


          “ไม่พ่อ... ไม่ได้”


          “ฉันไม่ควรเมตตาปล่อยให้แกมีชีวิต” ร่างกายของจุนมยอนกระตุกอยู่ในอ้อมแขนของเขา คำพูดของพ่อแม้ไม่ใช่พ่อที่คุ้นแคยก็สร้างความเจ็บปวดได้อย่างชะงัด “ฉันไม่ควรปล่อยให้แกมีชีวิตรอดจนแร้งเฒ่าใช้แกเป็นอาวุธทำลายฉันได้”


          “เขาไม่อยากให้ฉันทำอย่างนี้ตอนนี้หรอก” จุนมยอนโต้ “เขาบอกว่ายังไม่ถึงเวลา แต่ฉันไม่สนใจ พวกแก... สุนัขรับใช้จอมเผด็จการ เพราะใช้ชีวิตอย่างหุ่นเชิดที่ไร้จิตใจมาตลอด เลยคิดว่าใคร ๆ ก็ไร้ชีวิตจิตใจไม่ต่างกัน ฉันจะแสดงให้เห็นเองว่าผิดแล้ว ความมืดบอดและชั่วช้าที่ได้ร่วมมือกันสร้างขึ้นจะทำลายพวกแกในที่สุด”


          “จุนมยอน พอได้แล้ว นายรับมือเรื่องนี้ไม่ไหวหรอก กลับบ้าน”


          “แกทำให้ฉันไม่มีทางเลือก”


          เกิดเสียงดังกริ๊กสองเสียงพร้อมกัน ปืนสองกระบอกชี้เข้าหากัน หนึ่งคือปืนของร้อยโทปาร์ค อีกหนึ่งคือปืนของมินกู


          “แบคฮยอน... วิ่ง”


          เท่านั้นเอง เขากระชากแขนจุนมยอนและวิ่งไม่คิดชีวิต ได้ยินเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ตามหลังมา ชานยอลนั่นเอง เสียงปืนดังขึ้นไม่กี่นัดก็เงียบไป แทนที่ด้วยเสียงล้อรถยนต์เสียดสีกับถนนอย่างรุนแรง


          “ขึ้นไปบนเนิน... ขึ้นไป”


          พวกเขาวิ่งโดยไม่เหลียวหลัง ไปจากแกซอนมุน จากบ้านอันผาสุกของอดีตผู้บังคับบัญชา จากความหวังว่าเรื่องนี้จะจบลงด้วยดีในวันใดวันหนึ่ง


          “ตั้งใจจะไปที่ไหนหรือเปล่า”


          “สถานีรถไฟ” แบคฮยอนหอบหายใจจนตัวโยน “ฉันจะพาเขากลับบ้าน จะพากลับไปให้ได้”


          “อย่าหันหลัง” ร้อยโทปาร์ครีบรุนหลังเขาเมื่ออดีตผู้ติดตามชะงัก “ไป... ฉันจะคอยคุ้มกันให้”


          “นายจะไปกับเราเนี่ยนะ!


          “มีทางเลือกอื่นด้วยหรือไง!


          ดังนั้น นอกจากแกซอนมุน บ้าน และความหวังทั้งมวล ท้ายที่สุด... พวกเขากำลังจะไปจากเปียงยาง




 

#ฟิคเปียงยาง

เหมือนเป็นครึ่งหลังที่มีเรื่องเกิดขึ้นเยอะมาก

ถ้าเราผิดพลาดยังไงในฉากไต่สวน ท้วงเราได้เลยนะคะ เราไม่แน่ใจตรงนี้จริง ๆ

ในที่สุดก็จะได้ไปจากเปียงยางเสียที

ไม่ใช่ไร คนเขียนเบื่อแล้ว อ่ะเปลี่ยนโลเกชันมั่ง 555



 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 63 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,172 ความคิดเห็น

  1. #1167 Chi_Yeol (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2563 / 03:25
    คนๆนี้ทำทุกอย่างเพื่อแบคจริงๆ ซึ้งง่ะ
    #1,167
    0
  2. #1133 PRAE.VV (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 15:57
    ทีนี่แหละ ร่วมหัวจมท้ายของจริงแล้ววววว
    #1,133
    0
  3. #1083 somusan (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 02:45
    เหมือนดูหนังเลยจริงๆ ลุ้นตาค้างมาก;-;
    #1,083
    0
  4. #1054 R.forests (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 / 16:32
    ลงเรือลำเดียวกันแล้วก็สู้ต่อไปด้วยกันนะทุกคนTT
    #1,054
    0
  5. #1025 RaineyRainn (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 17:33
    สุดยอดดด เขาหนีไปด้วยกันแล้วว
    #1,025
    0
  6. #935 ชานอย่าแกล้งน้อง (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 18:12
    สมองจะระเบิดแล้วค่ะ เหมือนดูหนังเลย นี่แอบคิดกับตัวเองว่าอยากซื้อลิขสิทธิ์จากไรท์เอาไปทำหนังดู 55555
    #935
    0
  7. #871 ❤ Little "B" ❤ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 13:27
    มีปมเพิ่มขึ้นมาอีกเรืีองแล้ว
    #871
    0
  8. #846 soorin (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 14:56
    ชอบตอนแบตฮยอนกับมินกูพูดกันเหมือนกันนะ
    #846
    0
  9. #823 abcalicee (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 17:26
    ไปค่ะ train to มูซาน
    #823
    0
  10. #807 DBK1802 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 22:24
    คุณพ่อกะลูกสะใภ้นี่กัดกัน เอ๊ย ต่อปากต่อคำกันดีจังเลยนะคะ เหมือนจะเอ็นดูแต่เปล่าเลย เกลียดกันจัง แต่เป็นครอบครัวกันแล้วนะรู้เปล่า ต้องรักกันนะดิ /อ่อ เมื่อกี้พ่อเพิ่งยิงปืนขึ้นฟ้า 555555
    #807
    0
  11. #780 KaRToon_HH (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 09:11
    ดอกไม้ที่มินกูพูดนี่หมานถึงอะไรกันนะ
    #780
    0
  12. #758 JP_Spectrum (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 21:18
    เจ้มจ้นมากๆๆๆ ตอนนี้สนุกมาก
    #758
    0
  13. #724 TOFUJAM (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2560 / 19:26
    ตกใจตอนมินโฮบีบมือชานยอล อะไรไปดีกันตอนไหน หรือเพราะเมื่อก่อนเป็นเพื่อนกันแต่เพราะมีหน้าที่เลยทำให้กัดกันบ้างงี้หรอ? ชานยอลดูเป็นคนดีมากอ่ะ ยอมเสี่ยงช่วยแบคทุกอย่าง หวังว่าแบคจะยอมลดความอคติได้บ้าง
    #724
    0
  14. #609 Pinkuplatong (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 19:53
    เดี๋ยว มินกูเป็นพ่อจุนมยอนกับแม่คนไหนเนี่ย กับแม่คนปัจจุบันใช่มั้ย คงซูมีแบคฮยอนแล้วแม่คนแรกตาย แต่มินกูรุจักดาจองแม่แบคได้ไง โอ๋ย เดี๊ยนเริ่มสับสน ตื่นเต้น เครียดด้วย แง้
    #609
    0
  15. #600 kmxiioxe_ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 13:46
    นี่งงตรงมินโฮบีบมือชานยอลเบาๆมาก อ่านซ้ำหลายรอบ แบบอะไรวะเนี่ย
    #600
    0
  16. #395 049910bxl (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 13:40
    ลุ้นมาก อมกกกกกก
    #395
    0
  17. #275 anglebeebee (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:29
    แอบตกใจตอนมินโฮ จับมือชานยอล อ่านซ้ำนึกว่าอ่านผิด
    #275
    0
  18. #250 aairch_ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 มกราคม 2560 / 23:48
    ย้ายฐิ่นฐานกันแล้วววว แร้งเฒ่าน่ากลัวกว่าที่คิดไว้อีกโว้ยยยยยยย ปาร์คมินกูก็ดูผีเข้าผีออก สงสารชานยอลมากอะเสียสละทุกอย่างทั้งๆที่ตัวเองไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วยเลย กลัวใจแบคเหลือเกินนนนน หวังว่าที่ใหม่มันจะดีขึ้นนะ ตอนนี้มินโฮดูเท่ห์มาก
    #250
    0
  19. #230 qqxr_ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 มกราคม 2560 / 15:28
    มีเรื่องให้พีคตลอด ฮือ
    #230
    0
  20. #209 Renoir92 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 11:49
    ตอนนี้เครียดมากกก แบบใช้เวลาอ่านนานมาก 555555 ต้องสูดหายใจเข้าลึกๆก่อนจะกดอ่านตอนต่อไป
    #209
    0
  21. #204 มิสเซฮุน (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 23:21
    โหยยย อ่านแล้วเครียดมาก 5555555 รายละเอียดเยอะจนเราใช้เวลาอ่านนานมากกกกกก พยายามที่จะซึมซับนะคะ แฮ่ๆ...ร้อยโทปาร์คดีขนาดนี้ แบคฮยอนควรใจอ่อนได้แล้วนะ จากที่ตามอ่านมานานรู้สึกได้เลยว่าชานยอลเปลี่ยนไปมากกก แบบมากอ่ะ ไม่ได้เปลี่ยนไปแบบพรวดพราดแต่ค่อยๆเปลี่ยนไปทีละนิดเพราะความรัก ฮืออออ ดีจังเลยค่ะ ชอบจังเลย ;-;
    #204
    0
  22. #193 Ppp (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2559 / 22:25
    เอ้ออออออออออออ หนีสักที พี่นี่แทบจะจุดพลุ

    เพลงมาค่ะ เลท อิท โก เลท อิท โกกกกกกกกกกกก 555555555555555

    ชานยอลนี่ปกป้องแบคทุกทางเลย รักมากมั้ย เป็นสามีที่ดีจังเลยค่ะ ;-;

    แบคต้องเบิกใจให้กว้าง จะหาสามีดีขนาดนี้ได้ที่ไหน รักไปเถอะค่ะ
    #193
    0
  23. #192 pturquoise (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 23:45
    เอาแล้วววว จะไปจากเปียงยางแล้ววววววววว
    #192
    0
  24. #191 -mumo- (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 19:14
    สมแก่การรอคอยในพาร์ทหลังค่ะ มันส์มาก
    #191
    0
  25. #189 pearr-i (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 16:29
    ลุ้นมากกกกก ชอบเวลาเล่นสงครามประสาทกัน เรานี้จะบ้าตายตามตัวละครแต่ละตัวเลย
    แต่ชอบความสัมพันธ์งงๆของชานยอลกับแบคฮยอนนะ ดูซาดิสดี 555555
    #189
    0