end - (exo) lone wolf | chanbaek

ตอนที่ 15 : L O N E W O L F | Rose falls, but the thorns remain.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,157
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 82 ครั้ง
    23 ม.ค. 60


? cactus







Chapter 11

Roses fall, but the thorns remain.

(กุหลาบโรย หนามคงอยู่)




 

          “แบคฮยอนอยู่ไหน! แบคฮยอนอยู่ที่ไหน!


          กลิ่นบุหรี่อบอวล เคล้าเสียงสะอื้นของแม่บ้าน แม้อากาศก็ตึงเขม็ง คล้ายจะปริออกทุกเมื่อ ชานยอลทิ้งตัวลงนั่งอย่างไม่สบอารมณ์บนสิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเตียงนอน นอกจากหัวเตียงซึ่งหักทลายแล้ว ฟูกยังฉีกขาด พลิกคว่ำ ขนนกจำนวนหนึ่งยังลอยล่อง บางส่วนเป็นสีน้ำตาล... สีของเลือดที่แห้งกรัง ขวดน้ำขนาดสองลิตรกลิ้งกลับไปกลับมาเป็นระยะทางสั้น ๆ บนพื้น อึดใจหนึ่งก็หยุดนิ่ง ไม่ไกลจากส่วนที่อยู่เหลืออยู่ของขวดเหล้าโสม พร้อมกับที่ขนนกสีน้ำตาลตกลงไปในของผสมระหว่างน้ำเปล่ากับเหล้านั้น ราวกับจะบอกกล่าวว่าเกิดอะไรขึ้นในห้องส่วนตัวของร้อยโทปาร์คตลอดหลายวันที่ผ่านมา


          คือน้ำตา สุรา และเลือด คือเสียงสะอื้นและไอระเหยแห่งโทสะในอากาศ


          “อิฉันไม่ได้ตั้งใจ” กูยอนละล่ำละลัก “อิฉันไม่รู้... ไม่รู้ว่า... ”


          ชายหนุ่มร่างสูงจุดบุหรี่ กลิ่นอันฉุนเฉียวของปาปิรอสซ่าเบโลมอร์คานาลกลมกลืนกับความนึกคิด ควันสีเทาบดบังใบหน้า ทำให้ยากจะรู้ว่ารูปร่างเรียวและรีซึ่งเป็นประกายอยู่ท่ามกลางควันนั้น คือดวงตามนุษย์หรือถ่านไฟที่ลุกเรืองแน่


          “เขาพูดอะไร” ชานยอลถามห้วน ๆ


          “อะไรนะคะ”


          “เขาพูดอะไร เขาโกหกว่าอะไร”


          “อ้อ” แม่บ้านกลืนน้ำลาย “คุณแบคฮยอนว่าไม่ใช่ฝีมือของ... คุณชาย คุณแบคฮยอนว่ามีผู้บุกรุก ผู้บุกรุกทำกับเขาอย่างนี้ คุณแบคฮยอนร้องไห้ อิฉันก็เลย... ”


          “ไม่เป็นไร” ร้อยโทปาร์คโบกมือ “ไม่มีน้ำตาหยดไหนของเขาเป็นของจริง”


          ว่าแล้วก็พรวดพราดลุกขึ้น “คุณชายคะ” กูยอนท้วง “แล้ว... อาหารค่ำ”


          “เขาบาดเจ็บ” ชานยอลพูดลอดไรฟัน “อย่างน้อยก็ที่ร่างกายส่วนล่าง แบคฮยอนจะไปได้ไม่ไกล บอกให้จีซูพาผมไปที่สถานทูต... ทุกแห่งในละแวกนี้ โบสถ์ บ้านเรือน มัสยิด คอนเทนเนอร์ร้าง จะไม่มีใครหรืออะไรซ่อนเขาจากผม และจนกว่าจะพบแบคฮยอน มื้อค่ำจะไม่ถูกแตะต้อง เลิกกัน”

 






          “คนสวย” มินโฮเลิกคิ้ว “รู้หรือเปล่า... พูดอะไรออกมา”


          “ยิ่งกว่ารู้เสียอีก”


          ร้อยตรีซงสบตาเขาอย่างพิจารณาครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักเพยิดไปยังทางเดินซึ่งทอดสู่บันไดเวียนแคบ ๆ ด้านหลัง คนทั้งสองลงเอยบนชานพักบันไดขนาดเท่าแมวดิ้นตายซึ่งเสือผู้หญิงแห่งเหล่าทัพจุดบุหรี่สูบอย่างไม่ยี่หระ แบคฮยอนย่นจมูก อย่างน้อยเขาก็ชอบกลิ่นบุหรี่ของชานยอลมากกว่าของมินโฮ เว้นแต่ตอนที่ผู้บังคับบัญชาบี้ปลายบุหรี่กับหน้าอก ไม่มีอะไรเลวร้ายกว่ากลิ่นเนื้อไหม้ผสมกับกลิ่นเหล้าโสมในลมหายใจของร้อยโทปาร์ค


          “แทนที่จะกล่าวหาชานยอล บอกว่าเขาขืนใจนาย ให้เปิดเผยว่าพลเอกชเวคือผู้จ้างวานนาย” ร้อยตรีซงทบทวนข้อเสนอ “จากนั้น นายจะอยู่ในความดูแลของพลเรือเอกซงซอนบี และร้อยตรีซงมินโฮ”


          “แน่เหมือนแช่แป้ง”


          “ไม่กลัวหรือไง”


          เสียงของแบคฮยอนมีอารมณ์ขึ้นเล็กน้อย “ตลอดห้าปีที่ผ่านมา ฉันไม่ได้กระเสือกกระสนมาโดยตลอดเพื่อจะถูกถามว่ากลัวหรือเปล่า”


          “ฉันรู้ ฉันรู้” มินโฮแค่นหัวเราะ “ชานยอลจะต้องกระอักกระไอออกมาเป็นเลือดแน่”


          “ไม่เกี่ยวกับฉัน”


          “ถ้านายขายเขา ก็แค่ซ้ำแผลเก่าที่ร้อยตรีโอฝากไว้ แต่... ถ้านายขายแร้งเฒ่า ด้วยการสารภาพว่าถูกจ้างวานล่ะก็” อีกฝ่ายระบายควันบุหรี่จากปากอย่างชื่นมื่น “นายได้ฝากแผลใหม่ หลอกให้เชื่อ ล่อให้หลง ร้อยโทปาร์คชานยอลผู้มีอนาคตไกล เฮอะ... ได้ตายทั้งเป็นแน่”       


          ชายหนุ่มร่างเล็กเคี้ยวกราม “เขาไม่ได้... หลงใหลฉัน”


          คราวนี้เสือผู้หญิงแห่งเหล่าทัพระเบิดเสียงหัวเราะออกมา “แล้วนั่นอะไร แบคฮยอน”


          “ที่ว่านั่นคืออะไร”


          มินโฮย่างสามขุมเข้าใกล้ “ฉันได้กลิ่นนะ” ลมหายใจเย็น ๆ ของอีกคนหนึ่งรดลำคอเขา แตกต่างจากลมหายใจร้อน ๆ ของผู้บังคับบัญชาเหลือเกิน “กลิ่นเลือด กลิ่นคาว... อาบอะไรมาเอ่ย ผู้ติดตามบยอน น้ำประปา เหล้า หรือว่า... ”


          มือของร้อยตรีซงตะปบลงอย่างแรงที่สะโพกและเชิงกราน ผู้ติดตามจอมปลอมร้องเสียงหลง


          “น้ำจากร่างกายของผู้คับบัญชา” เสือผู้หญิงมีชื่อต่อให้


          “อย่าแตะต้องฉัน!


          แบคฮยอนพูดอย่างยากลำบากขณะซวนเซล้มลง มินโฮหัวเราะพลาง ประคับประคองเขาพลาง ขณะที่ความเจ็บปวดซึ่งไต่ระดับจากร่างกายส่วนล่างสู่กล้ามเนื้อทุกมัดกัดกินสติสัมปชัญญะของเขาอย่างชะงัด


          “ไม่รู้จักออมแรงเลย หมอนั่นน่ะ”


          “ไม่ใช่ธุระของนาย” ชายหนุ่มร่างเล็กกระชากเสียง


          “อ้อ... เป็นธุระของฉันซี่ ก็ชานยอลทำให้นายหมดสภาพ เรื่องจะหาเศษหาเลยน่ะ ลืมไปได้เลย” คางของเขาถูกกระชาก บังคับให้เงยหน้า ผู้ติดตามจอมปลอมขมวดคิ้ว เจ็บแปลบที่ริมฝีปากซึ่งมีรอยแตก “ช้ำนอกช้ำในอย่างนี้... กินไม่อร่อย  มาถึงนี่ แล้วจะกลับไปที่บ้านของชานยอลอย่างนั้นเรอะ เฮอะ... นายก็รู้ว่าเป็นไปไม่ได้ หมอนั่นจะฆ่านาย ระหว่างนี้ นายอยู่ในความคุ้มครองของฉัน และก็คงจะดีไม่น้อย ถ้า... ” อีกฝ่ายแยกเขี้ยว “ถ้าฉันจะได้... แทะ ๆ เล็ม ๆ บ้าง ชาติจิ้งจอกยังไงล่ะ ชานยอลเรียกฉันอย่างนั้น น่าเสียดายที่ไม่มีโอกาสได้ลิ้มรส”


          “ทุเรศ” แบคฮยอนกระซิบอย่างโกรธจัด “นายมันทุเรศ”


          “คนสวย” มินโฮปล่อยมือจากคางของเขาแล้ว ร้อยตรีซงบรรจงเช็ดมันกับชายเสื้อ ราวกับชายหนุ่มร่างเล็กเป็นซากสัตว์ที่ตัวเองหมดโอกาสจะ แทะ ๆ เล็ม ๆจริง ๆ “เราทุกคนบนสังเวียนนี้ ทุเรศพอ ๆ กันนั่นแหละ”


          และแบคฮยอนแห่งมูซานรู้ว่าเสือผู้หญิงแห่งเหล่าทัพพูดความจริง

 






          อาหารค่ำของกูยอนไม่ถูกแตะต้องจริง ๆ และยังไม่ถูกแตะต้องในสี่สิบแปดชั่วโมงหลังจากนั้น เขาไม่พบแบคฮยอน ชายหนุ่มร่างเล็กราวกับสาบสูญไปเสียเฉย ๆ ไม่มีรอยเท้า รอยเลือด หรือร่องรอยอื่น ๆ บนพื้นหญ้า ไม่มีใครพบเห็น และไม่มีใครสนใจ


          “คุณชาย” จีซูคะยั้นคะยอ “คุณต้องกินให้มากกว่านี้ และนอนให้มากกว่านี้ด้วย”


          “เขาอยู่ที่ไหน จีซู”


          “ให้แบคฮยอนเป็นธุระของผมกับคนงาน คุณชาย... ลืมเรื่องนี้เสียเถอะ” คนขับรถยืนกราน “พรุ่งนี้ในงานเฉลิมฉลอง คงไม่ดีแน่ถ้าร้อยโทปาร์คชานยอล ลูกชายคนเดียวของพลเรือเอกปาร์คมินกูท่าทางสะโหลสะเหล ห่วงหน้าพะวงหลังอย่างนี้”


          “ก็ช่าง... ที่ใกล้ ๆ กับท่านผู้นำเป็นที่ของพ่อ ไม่ใช่ที่ของผม”


          “คุณพ่อของคุณจะไม่พอใจ”


          ชานยอลส่งเสียงหึในลำคอ “พ่อไม่เคยพอใจอะไรหรอก”


          “ใช่ และตอนนี้ฉันก็กำลังไม่พอใจเอามาก ๆ ด้วย”


          จีซูสะดุ้งสุดตัว รีบค้อมศีรษะให้พลเรือเอกปาร์คมินกูที่ก้าวฉับ ๆ ปรี่เข้าใกล้ร้อยโทปาร์คอย่างไม่ฟังอีร้าค่าอีรม ขณะที่ลูกชายคนเดียวไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง เสียงฝีเท้าของพ่อหยุดลงที่ด้านหลัง ห่างจากเขาไม่เกินหนึ่งหลา รู้สึกราวกับท้ายทอยถูกเผา ต้องเป็นโทสะที่ระเหยจากร่างกายของพลเรือเอกเขี้ยวลากดินไม่ผิดแน่


          “พ่อมาที่นี่ได้ยังไง” ชายหนุ่มร่างสูงจ้องดูปากกาคอแร้งบนโต๊ะทำงานอย่างแน่วแน่


          “ลืมแล้วสิท่า ว่าบ้านเดิมของตัวเองอยู่ห่างออกไปสองหลัง” มินกูว่า “แน่ล่ะ แกไม่เคยกลับไปเหยียบที่นั่น ฉันต้องถ่อมานี่เพราะอย่างนี้”


          “ผมจะกลับไปเหยียบที่นั่นต่อเมื่อแม่บอกให้กลับไปเหยียบ”


          “ลูกแหง่”


          ร้อยโทปาร์คแค่นเสียง “และลูกชายคนเดียวของพ่อ”


          “ฟังนะ ชานยอล” พ่อเดินอ้อมโต๊ะทำงาน บังคับให้เขาเผชิญหน้า “ที่แกทำ... ไม่ถูกต้อง”


          “อะไรที่ว่าไม่ถูกต้อง”


          “อย่ามาทำไขสือ! ร้อยโทปาร์คชานยอลบุกรุกสถานทูต ร้อยโทปาร์คชานยอลข่มขู่มุอัซซิน รู้กันทั้งบางแล้ว!


          “ใครกันที่แจ้นไปบอกพ่อ” ชานยอลถามตรง ๆ “เมื่อลิ้นของมันทำประโยชน์อื่นไม่ได้ นอกจากทำให้ใคร ๆ เดือดร้อน มันก็ไม่ควรมีลิ้นต่อไป ไม่สักวินาที”


          “อย่าทำอย่างนั้นนะ”


          “หนึ่ง คือแส้ที่กวัดไกว สอง คือตรวนที่จองจำ สาม คือดาบที่เปลือยฝัก สามอย่างนี้เท่านั้นที่มนุษย์ยอมศิโรราบ”


          ไม่ว่าจะเพราะอะไรก็ตาม ชายหนุ่มร่างสูงโพล่งออกไป บทกวีซึ่งเด็ก ๆ ในโครงการยุวชนแนวหน้าถูกบังคับให้จดจำ ร้อยโทปาร์คไม่รู้ความหมายของมัน จนเดี๋ยวนี้ก็ไม่รู้ อาจหมายถึงความรุนแรงที่นำไปสู่ความสงบราบคาบ อาจหมายถึงความจำเป็นในการเพิ่มพูนแสนยานุภาพของโชซอนอินมินกุน มินกูเงียบไป ท่าทางโกรธจัด


          “อย่ากระโตกกระตาก” พ่อเตือน “เด็กนั่นเป็นคนของแร้งเฒ่า การที่มันหนีไปจากแก จากบ้านหลังนี้ ชานยอล แกสิต้องถาม ว่ามันเพิ่งจะรู้อะไร ว่ามันคาบอะไรไปบอกนาย”


          “แบคฮยอนไม่ได้จากผมและบ้านหลังนี้ไปเพราะข้อมูล โดยเฉพาะไม่ใช่... เรื่องที่พ่อคิด” ร้อยโทปาร์คอธิบาย “เขาอาจไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไรระหว่างผมกับโอเซฮุน แต่ไม่รู้ก็เหมือนรู้”


          พลเรือเอกปาร์คอ้าปากค้าง “หมายความว่ายังไง ไม่รู้ก็เหมือนรู้ แบคฮยอนอะไรนั่น เป็นแค่ผู้ติดตามไม่... ”


          “ที่ไม่ใช่... แค่ผู้ติดตาม”


          “แกทำอะไร ชานยอล”


          “แบคฮยอนยังเป็นเมียด้วย พ่อ เมียของผม”


          ชานยอลไม่ได้ยินเสียงอะไร นอกจากเสียงของการกระแทกซึ่งทึบและหนักแน่นกว่าการกระแทกกระทั้นของเขาระหว่างรวมเป็นหนึ่งเดียวกับแบคฮยอนมาก กับเสียงแหลมสูงคล้ายกระดิ่งในหู ใบหน้าสะบัดไปทางหนึ่ง จากนั้นจึงสะบัดกลับมาพร้อมกับความเจ็บปวดและเลือดหยดหนึ่งที่มุมปาก พ่อตบเขา ด้วยฝ่ามือและหลังมือ ด้วยหัวแหวนที่ปูดโปนและผิวสัมผัสอันหยาบกระด้างพอ ๆ กับความรู้สึก


          “แกทำอะไรลงไป”


          “ก็ทำ... เหมือนที่พ่อทำกับแม่นั่นแหละ!


          พ่อตบเขาอีกครั้ง แรงกว่าเก่า “ลูกทรพี... ไม่รักดี! ” มินกูตะโกน น้ำลายกระเด็นเป็นฟองฝอย ใบหน้าแดงก่ำ และร่างกายก็สั่นเทิ้ม “ห้าปี... ที่ฉันต้องกล้ำกลืน... ยิ้มให้แร้งเฒ่า ทำดีกับมัน ห้าปี เพราะแก แกคนเดียว แกที่สมสู่กับผู้ชาย แกที่บอกว่ารักมัน ทั้งที่โอเซฮุนร้องปาว ๆ ว่าถูกแกขืนใจ ไม่พอหรือไง ชานยอล!


          “พ่อไม่เข้าใจหรอก!


          “เลิกเสียที อย่าให้ฉันต้องบังคับให้แกแต่งงาน!


          “เพื่อจะทำให้ผู้หญิงอีกคนหนึ่งเป็นเหมือนแม่น่ะเรอะ ทำไมกัน! ” ร้อยโทปาร์คขึ้นเสียงบ้าง “ผมไม่มีวันรักเธอ เหมือนที่พ่อไม่มีวันรักแม่ เหตุผลต่างกัน แต่ไม่รักก็คือไม่รัก!


          “อย่าทำให้ฉันต้องอับอายไปกว่านี้”


          “สิ่งเดียวที่ไม่เคยทำให้พ่อรู้สึกอับอายคือพ่อเอง แต่ปาร์คชานยอลไม่ใช่ปาร์คมินกู ไม่ใช่ และไม่มีวันเป็น”


          “แต่-แก-ต้อง-เป็น” เส้นเลือดที่ขมับของพ่อเต้นเป็นจังหวะ “ไม่อย่างนั้น ฉันจะเอาหน้าที่ไหนไปพบบรรพชนในโลกหน้า”


          “ก็หน้าของพ่อที่พ่อภูมิใจนั่นแหละ หน้าที่รู้สึกอับอาย หน้าที่เป็นคนโง่เป็นของผม และผมก็จะใช้หน้านี้พบบรรพชนในโลกหน้าด้วยตัวเอง”


          พลเรือเอกเขี้ยวลากดินสูดลมหายใจเข้าลึก ไม่พูดอะไรอีก นอกจากร้องบอกให้จีซูนำบรั่นดีกับแก้วมา ชายหนุ่มร่างสูงไม่พูดอะไรเช่นกัน ตลอดสิบนาทีที่ราวกับสิบชั่วโมง ชานยอลแค่นั่งอยู่ตรงนั้น ปล่อยให้เลือดจากมุมปากหยดลงที่คางและบนพื้นโต๊ะทำงาน มองออกไปทางหน้าต่างอย่างไร้จุดหมาย ระหว่างที่พลเรือเอกปาร์คดื่มบรั่นดีแก้วแล้วแก้วเล่า


          “แกไม่คิดบ้างหรือไง ชานยอล” พ่อเริ่มเมื่อเห็นว่าเขาสงบลงแล้ว


          “คิดอะไร”


          “เด็กนั่นเป็นคนของแร้งเฒ่า”


          “ผมรู้อยู่แล้ว”


          “เด็กนั่นเป็นคนของแร้งเฒ่า” ชายวัยกลางคนย้ำ “ถูกประเคนให้แก และแกก็ทำอย่างนี้... กับมัน ที่เรื่องราวระหว่างแกกับโอเซฮุนเงียบหาย รู้หรือเปล่าว่าเพราะอะไร เพราะว่าฉันยอมเป็นพันธมิตรกับพลเอกชเว”


          “ผมรู้อยู่แล้ว... อย่างน้อย ๆ ก็พอจะเดาออก”


          “พลเอกชเวรู้ว่าแกทำอะไรลงไป ถ้าเด็กนั่นมาเพื่อการนี้ ถูกส่งมา... เพื่อให้แกเป็นอย่างนี้ และทำอย่างนี้กับมันล่ะ ชานยอล เด็กนั่นทำสำเร็จ ผู้ติดตามของแกทำสำเร็จแล้ว แค่ร้องออกมา แค่แร้งเฒ่ากระพือข่าวนี้ อนาคตของแกจะป่นปี้ ไม่มีชิ้นดีแน่ สองครั้งในหกปี ขืนใจผู้ชายสองครั้งในหกปี รู้ไหม... หมายความว่ายังไง”


          เป็นครั้งแรกในหลายนาทีอันยาวนานที่เขากะพริบตา อากาศเย็นยิ่งขึ้นในชั่วอึดใจ


          เสื้อคลุมชุดนอนผ้าซาตินสีขาวพิมพ์ลายดอกเบญจมาศ กลิ่นสบู่ที่รุนแรง แบคฮยอนที่ยั่วเย้า แบคฮยอนที่จูบเขา แบคฮยอนที่ไม่ปฏิเสธสัมผัสของเขา...


            หรือว่า...


            “แต่ว่า... ตั้งห้าปี” ร้อยโทปาร์คพูดเสียงแผ่วเบา “ตั้งห้าปีที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น”


          “รอให้สุกงอมต่างหาก เวลาเหมือนผลไม้ สุกแล้วจะหอมหวาน ให้แกตายใจ ให้เราตายใจ ให้เราลดหมัดลง ให้เราหละหลวม ให้เราหย่อนยาน ให้การขับเคี่ยวระหว่างแกกับลูกชายคนโตของมันเข้มข้น” พลเรือเอกเขี้ยวลากดินขยายความ “เวลานี้เหมาะสมที่สุด”


          “บยอนแบคฮยอนจะไม่ทำอย่างนั้น” เขาละล่ำละลัก “ไม่... ไม่เด็ดขาด”


          อย่างน่าประหลาดใจ พลเรือเอกปาร์คปล่อยแก้วบรั่นดีที่ถืออยู่ทันที มันตกกระแทกพื้นอย่างแรงและแตกกระจาย


          “แบคฮยอน... เด็กนั่น นามสกุลอะไรนะ”


          “บยอน” ชานยอลตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก “นามสกุลหายาก... พ่อ!


          ชายหนุ่มร่างสูงร้องเมื่ออีกคนหนึ่งลุกขึ้นยืนอย่างกะทันหันทั้งใบหน้าซีดขาว ริมฝีปากของพ่อสั่นน้อย ๆ ขณะที่รูม่านตาหดเล็กลงอย่างรวดเร็ว


          “บยอนแบคฮยอน... จากมูซานหรือเปล่า”


          “ใช่... จากตำบลมูซาน จังหวัดฮัมกยองเหนือ”


          “แย่แล้ว” พลเรือเอกเขี้ยวลากดินยืนโงนเงน คล้ายจะล้มลงเดี๋ยวนั้น “แย่แล้ว ชานยอล... แย่แล้ว”

 






          ไม่นึกไม่ฝันว่าวันหนึ่ง เขาจะสวมฮันบกสีสันสดใส ยืนอยู่ในงานเฉลิมฉลองวาระครบรอบการสถาปนาพรรคแรงงาน การสวนสนามในปีนี้ไม่ยิ่งใหญ่นัก อย่างน้อยก็ไม่ยิ่งใหญ่เท่ากับปีที่แล้ว มินโฮบอกเขาอย่างนั้น เพราะปัญหาน้ำท่วม และเพราะเป็นปีที่เจ็ดสิบเอ็ด ไม่ใช่ปีที่เจ็ดสิบ เขาอาจเห็นการสวนสนามที่น่าตื่นตาตื่นใจอีกครั้งในปีที่เจ็ดสิบห้า หรือปีที่แปดสิบ ถ้าเพียงแต่แบคฮยอนจะมีชีวิตอยู่ถึงวันนั้น


          จะว่าไปแล้ว วันนี้มีความสำคัญต่อเขาอีกอย่างหนึ่ง นอกจากการเป็นวันก่อตั้งพรรคแรงงานซึ่งชายหนุ่มร่างเล็กจงชัง วันนี้เมื่อแปดปีที่แล้วยังเป็นวันที่เขาได้ทำความรู้จักลูกชายคนเดียวของพลเรือเอกปาร์คมินกูอย่างถึงพริกถึงขิง


          ชานยอลในวันนั้นคงกำลังกลับจากงานเฉลิมฉลอง ผู้ติดตามจอมปลอมจำได้ว่าถนนคลาคล่ำไปด้วยผู้คนในชุดฮันบก หนังสือพิมพ์โรดง ซินมุนซึ่งออกโดยพรรคแรงงานถูกติดประกาศไว้ทั่ว สาธยายความดีของท่านผู้นำ และความสำคัญของพรรค แต่เขาที่ยังกรุ่นอยู่ด้วยอารมณ์เคียดแค้นกลับไม่ทำอะไร ไม่แม้แต่จะฉีกทึ้งหรือทุบทำลายหน้ากระดาษซึ่งเต็มไปด้วยคำโกหกเหล่านั้น นอกจากรออยู่อย่างเงียบ ๆ ให้รถยนต์คันหนึ่งแล่นมา


          แปดปีก่อน  รถยนต์บนถนนมีจำนวนน้อยกว่าระยะนี้ เขารู้ว่าทันทีว่าเป็นชานยอล จึงกระโจนเข้าขวาง และเขวี้ยงก้อนหินขนาดเหมาะมือออกไปสุดแรงเกิด ตกใจเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้รับอันตรายจึงเตลิดหนี อย่างน้อยผู้ติดตามบยอนก็ทำให้ร้อยโทปาร์คในวันวานเลือดตกยางออก อย่างน้อยก็เคยทำได้...


          “พร้อมหรือยัง”


          น้ำลายเหนียวราวกับน้ำผึ้งที่ไร้รสชาติ “ยัง”


          “เรอะ... ฉันไม่สนใจหรอก ท่านผู้นำจวนจะจบการปราศรัยแล้ว”


          ปรากฏว่าไม่มีการแสดงแสนยานุภาพทางอาวุธในวันนั้น เขายืนอยู่ด้านหลังม่าน ในมุมหนึ่งที่ไม่ไกลจากประธานาธิบดีนัก แต่ไม่เป็นที่สังเกต ผมสีดำสนิทราวขนนกกาน้ำของชายหมายเลขหนึ่งในประเทศไม่กระดิกแม้ลมจะพัดแรง ท่านผู้นำบอกทั้งรอยยิ้มว่าประชาชนทั้งหลายสำคัญต่อพรรคเพียงใด กล่าวถึงสาส์นแสดงความยินดีจากจีนพร้อมกับขอบคุณ ขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า ด้วยถ้อยคำแสดงความผูกพันอย่างลึกซึ้ง ประณามการซ้อมรบทางทะเลร่วมกันระหว่างเกาหลีใต้และสหรัฐอเมริกาในวันนี้ ว่าเป็นการเหยียบย่ำน้ำใจพี่น้องร่วมชาติที่เหนือเส้นขนานที่สามสิบแปดอย่างร้ายกาจ “เรือรบโรนัลด์ เรแกน... ” แบคฮยอนได้ยินแว่ว ๆ “เรือบรรทุกเครื่องบินติดหัวรบนิวเคลียร์”  สำหรับเขา... จะเป็นอะไรเล่าหากผู้คนที่ใต้เส้นขนานนั้นทำอย่างนี้บ้าง เมื่อประธานาธิบดีของเขาเอง... ก็เพียรข่มขวัญใคร ๆ ด้วยอาวุธที่ถูกพัฒนาขึ้นจากเงินจำนวนมากพอจะเลี้ยงปากท้องประชาชนทั้งหมดได้ถึงสามหรือสี่ปีเต็ม ๆ อย่างสม่ำเสมอ ทุกเดือน... หรือทุกสัปดาห์กันนะ


          ชายหนุ่มร่างเล็กยืนอยู่ไม่ไกลจากอดีตผู้บังคับบัญชาเช่นกัน ร้อยโทปาร์คไม่สังเกตเห็นเขา อีกฝ่ายยืนตัวตรงแน่ว ข้าง ๆ พลเรือเอกปาร์คมินกูด้วยใบหน้าบอกบุญไม่รับ แน่ล่ะ... ก็ที่ใกล้ ๆ กันคือร้อยโทชเวซึงฮยอน ลูกชายคนโตของแร้งเฒ่า และร้อยตรีซงมินโฮที่เพิ่งจะเดินกลับไป หลังจากกำชับกับเขาเป็นครั้งสุดท้าย ว่าแบคฮยอนแห่งมูซานจะต้องทำ และไม่ทำอะไรบ้างนี่


          “ฉะนั้น... ขอให้ประชาชนทั้งหลาย... ”


          สิ่งที่เขาต้องทำ คือรอให้การปราศรัยจบลง ทันทีที่ประธานาธิบดีถอยจากไมโครโฟน ผู้ติดตามจอมปลอมจะถลันเข้าไป และก่อนที่ไมโครโฟนจะหยุดทำงาน เขาจะประกาศความจริงต่อสาธารณชน ภายใต้ความคุ้มครองของพลเรือเอกซงซอนบี


          “ร้องไห้ถ้าจำเป็น” ร้อยตรีซงบอกอย่างนั้น “แต่อย่าหนี... อย่าวิ่ง พลเรือเอกซงจะรับรองความปลอดภัยของนายเอง”


            “แพศยาไม่มีใครเกิน”


            “มีอะไรให้เสียอีกหรือไง หือ... แบคฮยอน”


            “ขอบคุณ... ขอบคุณประชาชนของผม”


          เสียงปรบมือและเสียงโห่ร้องดังขึ้น ผู้นำประเทศฉีกยิ้มและโบกมืออย่างกระตือรือร้น แต่ยังไม่ออกห่างจากไมโครโฟน เหงื่อขนาดเท่าเมล็ดข้าวโพดหยดลงจากขมับของแบคฮยอน ไปสิ... หัวใจของเขากรีดร้อง ไปสิ ไปเดี๋ยวนี้เลย


            เสียงโห่ร้องกลายเป็นเสียงร้องเพลง ชายหมายเลขหนึ่งหัวเราะ มินโฮหันกลับมาหาเขา ท่าทางกระวนกระวาย ม่านไหวพะเยิบพะยาบ แบคฮยอนจึงกำมันไว้แน่นด้วยมือซึ่งชื้นเหงื่อ


          ไปสิวะ... ไปซี่


            สัญญาณไฟสีเขียวที่ฐานไมโครโฟนหรี่ลง เสียงร้องเพลงกลายเป็นเสียงอู้อี้ในหูทั้งสองของชายหนุ่มร่างเล็ก โลกหดเล็กลงเมื่อเขากระโจนออกไป และกลับขยายกว้างขึ้นอีกเมื่อแบคฮยอนอ้าปาก...


          “ผมถูกขืนใจ” สัญญาณไฟสีเขียวสว่างขึ้นอีกครั้ง “ผมถูกขืนใจครับ”


          เพราะชนเข้ากับประธานาธิบดีเล็กน้อย ปลายกระบอกปืนและดาบปลายปืนจึงหันมาสู่เขาอย่างมุ่งร้าย ผู้ติดตามจอมปลอมกลืนน้ำลายซึ่งไม่เหนียวอีกต่อไป แต่ฝาดและเปรี้ยวราวกับเพิ่งจะขย้อนเอาน้ำย่อยและน้ำดีออกมาด้วยความเครียด


          ที่หางตา มินโฮทำปากขมุบขมิบ “ไม่ใช่อย่างนั้น” อีกฝ่ายสั่นศีรษะ “ไม่ใช่”


          ความกลัวทำให้เขาลืมว่าควรจะพูดอะไร แบคฮยอนสับสน เขาเพิ่งจะสารภาพต่อสาธารณชนว่าถูกขืนใจ นั่นเป็นถ้อยคำที่ซักซ้อมไว้กับพลเอกชเว ไม่ใช่พลเรือเอกซง...


          ร้อยโทปาร์คมองเขาอย่างตกตะลึงด้วย ชายหนุ่มร่างเล็กไม่สบตาอดีตผู้บังคับบัญชา ขณะที่พลเรือเอกเขี้ยวลากดินอุทานอย่างโกรธจัดทั้งปรี่เข้าใส่ ก่อนจะถูกร้อยตรีซงยื้อยุดไว้ และพ่อของมินโฮร้องว่า “อย่าเพิ่งยิง”


          เพราะพลเรือเอกซงรับผิดชอบการรักษาความปลอดภัยนี่เอง เสือผู้หญิงมีชื่อจึงมั่นใจหนักหนาว่าจะไม่เกิดอันตรายขึ้นกับเขา


          “ใช่แล้ว! ” ท่ามกลางความเงียบ แร้งเฒ่าฉวยโอกาสร้องขึ้น “ผมรู้จักเด็กคนนี้ เป็นเด็กที่ขยันขันแข็ง มีน้ำใจ และซื่อสัตย์ ผมจึงให้เขาเป็นผู้ติดตามของร้อยโทปาร์คชานยอล เอ้า... เกิดอะไรล่ะบยอนแบคฮยอน ว่าต่อไปซี่”


          ชานยอลมองเขาสลับกับพลเอกชเว ประกายแห่งความเข้าใจปรากฏขึ้นในดวงตาทั้งสองด้วย เป็นความเข้าใจที่ถูกต้องกึ่งหนึ่ง ถูกล่ะที่แบคฮยอนเป็นคนของแร้งเฒ่า ถูกล่ะที่เขามาเพื่อป้ายสีร้อยโทปาร์ค เพียงแต่ตอนนี้... สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป เขามาเพื่อเปิดโปงพลเอกชเวต่างหาก...


          ทันใดนั้น ชายหนุ่มร่างเล็กตระหนักได้ ตระหนักพร้อม ๆ กับที่หัวใจของเขาถูกบีบรัดด้วยความรู้สึกบางอย่าง


          ใช่... เขามาเพื่อเปิดโปงพลเอกชเว บอกแก่สาธารณชนว่าถูกอีกฝ่ายจ้างวานให้ทำเรื่องสกปรก ให้ยั่วเย้าชานยอล แต่เมื่อเป็นอย่างนี้... เมื่อเป็นอย่างนี้ เท่ากับเขาเปิดโปงรสนิยมทางเพศของร้อยโทปาร์คด้วยเช่นกัน


          แร้งเฒ่าจะไล่ล่าเขาเมื่อรู้ว่าถูกหักหลัง เช่นเดียวกับที่มินกูจะทำ ไม่มีใครได้ประโยชน์จากการตัดสินใจนี้ ไม่มี... นอกจากซงมินโฮและซงซอนบี!


          แบคฮยอนอ้าปากค้าง หอบหายใจ ผิดไปแล้ว... ผิดไปแล้วที่มาที่นี่ ผิดไปแล้วที่จากบ้านมา ที่คิดว่าจะต่อกรกับคนเหล่านี้ได้ ที่คิดว่าความตายของพ่อจะได้รับการชดใช้


          เขาเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งบนกระดาน


          “ผมถูก... ” เสียงของผู้ติดตามจอมปลอมแหลมเล็กลง และพร่ายิ่งขึ้น “ถูกร้อยโทปาร์คชานยอลขืนใจ”


          ต่างจากความเกรี้ยวกราดของมินกู ชานยอลแค่หลับตาลงและเบือนหน้าหนี ราวกับชายหนุ่มร่างสูงเจ็บปวดเหลือเกิน


          “อะไรกัน! ชานยอล! อีกแล้วเรอะ! ” เป็นเสียงของพลเอกชเวอีกเช่นกัน


          “แต่... ” เขาพยายามพูดต่อไป “แต่ที่ถูกร้อยโทปาร์คชานยอลขืนใจ ก็เพราะถูกจ้างวาน”


          อดีตผู้บังคับบัญชาลืมตาทันที ใบหน้าของพลเรือเอกเขี้ยวลากดินมีสีเข้มขึ้น ขณะที่ใบหน้าของแร้งเฒ่ากลับไร้สีเลือดเอาดื้อ ๆ


          “พลเอกชเวดูฮวานจ้างวานผมให้ยั่วยวนเขา ให้ผมเป็นผู้ติดตามของเขา พลเอกชเวดูฮวานรู้ว่าร้อยโทปาร์คชานยอลชอบ... อะไร จึงใช้ผมเป็นเครื่องมือ ดังนั้น... ”


          “ไม่! ” แร้งเฒ่ากรีดร้องขึ้น “ไม่! ไม่เป็นความจริง! แก... ไอ้เด็กเหลือขอ!


          “ดังนั้น หาก... ”


          “หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ หยุดเดี๋ยวนี้นะ!


          “หากความยุติธรรมที่แท้จริงยังมีอยู่ ได้โปรด... ให้ความเป็นธรรมแก่ผมด้วย” เสียงของชายหนุ่มร่างเล็กขาดหายไปในประโยคสุดท้าย “เห็นใจผมด้วย!


          “นี่มันอะไรกัน... ดูฮวาน” พลเรือเอกซงถามเยาะ ๆ “นี่มันอะไรกัน”


          ท่ามกลางความตกตะลึง ประธานาธิบดีที่เขาลืมไปแล้วว่าอยู่ตรงนั้นแผดเสียงขึ้น “จับเขา! อย่าให้เกิดความวุ่นวายอย่างนี้ในงานเฉลิมฉลอง จับเขาเดี๋ยวนี้!


          คราวนี้ แม้ร้อยตรีซงก็ตื่นตระหนก คำบัญชาของพลเรือเอกซงจะมีความหมายอะไรเล่า เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคำสั่งของชายหมายเลขหนึ่งในประเทศ พลเอกชเวผสมโรงทันควัน ราวกับรอโอกาสนี้อยู่แล้ว “ผมถูกใส่ความ... ท่านผู้นำ และผมเห็นด้วย จับเขา! จับเขาเดี๋ยวนี้เลย!


          เหตุการณ์กลับตาลปัตร แบคฮยอนซวนทรุด ความตายที่เคยอยู่ใกล้แค่เอื้อม ตอนนี้จ่ออยู่ใต้จมูกของเขา ไม่... จะต้องไม่จบลงอย่างนี้ ชายหนุ่มร่างเล็กร่ำร้องโดยไร้เสียง ฉันจะกลับบ้าน ฉันจะกลับบ้าน...


            “จับมัน! จับมัน!


          “ไม่! ” มินโฮตะโกน “ทุกคน... อยู่ในความสงบ!


          อาการชะงักงันเปิดโอกาสให้แบคฮยอนหนี เขาวิ่งไม่คิดชีวิต น้ำตาไหลเป็นสาย ใครคนหนึ่งขัดขาเขา กระชากผมอย่างแรงและทำให้ผู้ติดตามล้มลง ได้ยินเสียงพล่อกหนัก ๆ แล้วแรงทึ้งที่ศีรษะจึงหายไป ใครอีกคนหนึ่งยื่นมือให้ เมื่อจับแล้วจึงรู้ว่าเป็นสัมผัสที่คุ้นเคยเหลือเกิน


          “อย่าเข้าใกล้เขา! อย่าแตะต้องเขา” ร้อยโทปาร์คตะคอก “ถอยไป! ถอยไปเดี๋ยวนี้!


          “แกทำอะไร หยุดเดี๋ยวนี้นะ ชานยอล!


          ชานยอลเหวี่ยงเขาไปด้านหลัง แบคฮยอนใช้มือข้างหนึ่งจับชายเสื้อคลุมของอีกฝ่ายไว้แน่น ขณะที่มืออีกข้างหนึ่งยังถูกกำรอบด้วยมืออันใหญ่โตของชายหนุ่มร่างสูง


          “แบคฮยอน... อย่าปล่อยมือฉัน”


          ท่ามกลางเสียงตะโกน “จับมัน! จับมัน! ” ร้อยโทปาร์ค... ซึ่งเขาชิงชังอย่างสุดหัวใจ ดูราวจะเป็นที่พึ่งสุดท้ายในฝูงชน


          “จับเขา นี่เป็นคำสั่ง” พลเอกชเวย่างสามขุมเข้าใกล้อย่างมุ่งร้าย “ถอยไป... ร้อยโทปาร์คชานยอล”


          แต่แล้ว อดีตผู้บังคับบัญชากลับทำในสิ่งที่เขาไม่คาดฝัน และไม่ว่าใครในที่แห่งนั้นก็คงจะไม่คาดฝันเช่นกัน


          ปืนพกทูลา โทกาเรฟ-สามสิบสามถูกชูขึ้น ส่งเสียงกริ๊กอย่างข่มขวัญ ก่อนที่ชานยอลจะชี้มันไปรอบ ๆ ทั้งดวงตาวาวโรจน์ ราวกับเสือที่จนตรอก หรือไม่... ก็เทพเจ้าแห่งไฟในเรื่องปรัมปรา


          “อย่าเข้ามา” ร้อยโทปาร์คกระซิบ “ใครก็ตามแตะต้องแบคฮยอน... ผมจะยิง”

 






#ฟิคเปียงยาง

ไม่รู้จะตัดจบ 50% ที่ตรงไหนค่ะ เลยมาทีเดียวทั้งตอน ก็เลยนานหน่อย ขอโทษนะก๊ะ

ปืนของชานยอลเป็นปืนรัสเซียค่ะ เก่าแล้วเหมือนกัน หน้าตาแบบนี้ 

คือคนเขียนชอบหน้าตามันนั่นแหละ ไม่มีไร 555


แต่จะเป็นปืนอะไรก็ไม่สำคัญ ถ้ามันถูกใช้เพื่อปกป้องผู้ติดตามบยอนเนอะ 555 /ชง






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 82 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,172 ความคิดเห็น

  1. #1165 Chi_Yeol (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2563 / 19:31
    สตั้นเลยยย ไม่คิดว่าแบคจะทำ
    #1,165
    0
  2. #1147 Namming (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 05:21
    😭😭ไม่ไหวแนัววว
    #1,147
    0
  3. #1131 PRAE.VV (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 15:21
    อมก. ฮื่ออ ยังไม่โล่งใจใดๆทั้งสินนนน ; - ;
    #1,131
    0
  4. #1108 mcd. (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 23:39
    เอามือทาบอกรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้
    #1,108
    0
  5. #1082 somusan (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 01:36
    เหมือนดูหนังมากลุ้นแบบหายใจไม่ทั่วท้อง ฉากตอนแบคพูดหน้าไมค์นี่อ่านไปกลั้นหายใจไป โคตรลุ้น
    #1,082
    0
  6. #1052 R.forests (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 / 15:37
    ลุ้นไปหมดด หายใจไม่ทั่วท้องเลยค่ะ คืออินจนอธิบายไม่ถูก ฮือ คิดว่าชานยอลจะปกป้องแหละ แต่ไม่คิดว่าจะเปรี้ยวถึงขนาดเอาปืนมาขู่แบบนี้555555
    #1,052
    0
  7. #1023 RaineyRainn (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 15:28
    เราอ่านถึงตรงนี้ครั้งที่แล้วเมื่อประมาณ2เดือนก่อน แล้วกลับมาอ่านใหม่ ยังรู้สึกกลัวที่จะอ่านบทต่อไปเหมือนเดิม สงสารชานยอล ลุ้นเกินไปใจจะขาด
    #1,023
    0
  8. #1005 RaineyRainn (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 08:35
    มันเกิดอะไรขึ้น !! เป็นห่วงชานยอลมากกก ลุ้นจนไม่กล้าอ่านต่อ สงสารเมนTT_TT
    #1,005
    0
  9. #1004 abbh1456 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 22:22
    ลุ้นมากกกก ไม่คิดว่าพี่ชานจะทำแบบนี้😵
    #1,004
    0
  10. #990 windnie1106 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 10:43
    ไรท ไม่เคยทำให้ผิดหวัง มีให้ลุ้นแทบหยุดหายใจตลอด
    #990
    0
  11. #988 Zinzuko Nanthi (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 13:00
    ตอนแบคจะออกไปพูด อินี่คือลุ้นมากก คิดว่าต้องไม่พูดแน่ๆ แต่หักมุมคือพูดดดด แล้วหักมุมซ้ำคือพี่ชานมาช่วย โอ้ววววใจน้องงงงง TT
    #988
    0
  12. #933 ชานอย่าแกล้งน้อง (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 17:11
    แงงงงงงงง ชานยอลลลลลลลล
    #933
    0
  13. #908 pakkkkoom (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 22:29
    ชานยอลลลลล ;-;
    #908
    0
  14. #869 ❤ Little "B" ❤ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 12:39
    มันไม่เป็นอย่างที่คิืดใช่ไหมแบค ไปกันใหญ่เลยทีนี้
    #869
    0
  15. #844 soorin (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 13:48
    ฮื่อออ ท่าปาร์คคค
    #844
    0
  16. #821 abcalicee (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 16:32
    ชานยอลต้องรักแบคขนาดไหนเนี่ยย โอ้ยย ทำร้ายกันเข้าไปป
    #821
    0
  17. #805 DBK1802 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 21:32
    หูยยยยย วุ่นวายเว่อ พ่อพระเอกไม่คิดเลยว่าพี่จะทำแบบนี้ เกรี้ยวกราดมากค่ะ
    #805
    0
  18. #778 KaRToon_HH (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 08:03
    ชานยอลอ่าาาาา
    #778
    0
  19. #756 JP_Spectrum (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 19:21
    ฮือเห็นมั้ยแบคร้อยโทปาร์คเขาทำเพื่อแบคขนาดไหนนนนฮืออ
    #756
    0
  20. #739 Busalanda2545 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 19:46
    เพราะชานยอลเป็นเเบบนี้ไง เลยน่าสงสารมากที่สุด //ฮรึกก
    #739
    0
  21. #722 TOFUJAM (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2560 / 12:13
    โหหหหห แบคฮยอนเธอเห็นมั้ยว่าชานยอลเขาปกป้องเธอ! ลุ้นไปหมดแล้วววว ขอให้รอดเถอะ
    #722
    0
  22. #692 luck_0x3_lux (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 02:23
    ว้ายตั่ยแล้วววววว อกอีแป้นจะแตก ลุ้นกว่านี้ไม่มีอีกแล้วค่ะ ฮืออออออ
    #692
    0
  23. #677 hammimg (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 09:03
    โอ้ยยยยยยยยยย
    ขัดใจชาลยอล ใสซื่อ คนดี ไร้เดียงสา นี่อ่านไปก้ยังเชื่อลึกๆในใจว่ามันจะต้องมีจุดพีค จุดพีคที่ชาลยอลจะต้องฉลาดเปนกรดทุกอย่างเป็นแผน และจะมีมุมเท่ๆออกมา แงงงงงงงงงงงง
    #677
    0
  24. #664 malyq (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2560 / 01:19
    โอ่ยยยยยย พ่อพระเอกกกกกกก พ่อร้อยโท พ่อเอ้ยยยยยยยยย
    #664
    0
  25. #660 chickenkyung (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2560 / 15:33
    เวง มั่วไปหมดแล้ว
    แต่ชานยอลทำไมพี่ใสซื่องี้อ่ะ ว้อยยยยยยยยยยยย
    #660
    0