end - (exo) lone wolf | chanbaek

ตอนที่ 12 : L O N E W O L F | Love is crueler than lust.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,380
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 69 ครั้ง
    27 ธ.ค. 59


? cactus





 

Chapter 9

Love is crueler than lust.

(รักนั้นทารุณกว่าหลง)







          “ใกล้จะเสร็จหรือยัง”


          “หือ... ” เซฮุนเงยหน้าขึ้นจากเอกสารเบิกจ่ายอาวุธ ดวงตาสีอ่อนหลุบต่ำ จ้องดูมือที่มีเส้นเลือดปูดโปน สั่นน้อย ๆ และกำลังถือถ้วยชาอยู่ของเขาแทนที่จะเป็นใบหน้า “อะไรนะ”


          “ฉันถามว่า ใกล้จะเสร็จหรือยัง” ร้อยโทปาร์คบอกอย่างอดกลั้น


          “หมายถึงอะไร”


          “งานน่ะ”


          “อ้อ” รอยยิ้มที่เขาไม่มีวันเข้าใจเหยียดออก ราวกับการคืบคลานของหนอนแมลง “ที่ว่าใกล้จะเสร็จ  ฉันนึกว่า นายหมายถึง... อย่างอื่น เรื่องอื่น ในสถานการณ์อื่น


          ทางด้านหลัง ชานยอลได้ยินเสียงผู้ติดตามสำลักน้ำชา “It seems you know absolutely nothing about my anger. ” ( “ไม่รู้จักมันเลยสินะ ความโกรธของฉันน่ะ” ) ชายหนุ่มร่างสูงกระซิบลอดไรฟัน


          “You’re speaking capitalists’ language. ” ( “นายกำลังพูดภาษาของนายทุน” )


          เขาแค่นหัวเราะ “So what? This is how you stir me up, isn’t it? ” ( “แล้วยังไง นายเองกวนโทสะฉันด้วยวิธีนี้ ไม่ใช่หรือไง” )


          “And I still want to stir something else, if he hasn’t stir it yet. ” ( “และอยากกวนอย่างอื่นด้วย ถ้าเขาไม่ได้กวนมันไปแล้วน่ะนะ” )


          “หยุดเล่นลิ้นเสียที”


          พลาดไปถนัด ชานยอลรู้... รู้ก่อนที่ร้อยตรีโอจะพูดออกมาด้วยซ้ำ “น่าเสียดาย ฉันชอบลิ้นของนายด้วยสิ”


          กำมืออีกข้างหนึ่งแน่นแล้วคลายออก ก่อนจะหันไปสบตาผู้ติดตามแล้วออกคำสั่ง “แบคฮยอน ผมต้องการชาเพิ่ม”


          “แต่... ท่านครับ” ชายหนุ่มร่างเล็กแย้ง พลางชี้ไปที่กาน้ำชาซึ่งยังมีชาแก่ ๆ อยู่เกือบเต็ม “ยังเหลืออยู่เลย”


          “นมก็ได้”


          “ท่านว่าไม่ดื่มนมเวลาเช้า เพราะจะทำให้มวนท้องนี่ครับ”


          “แบคฮยอน” ร้อยโทปาร์คพูดเสียงต่ำลงอย่างข่มขวัญ “ออกไปก่อน”


          แบคฮยอนสบตาเขา ลังเลอยู่อึดใจหนึ่งก่อนจะค้อมศีรษะลงแล้วจากห้องทำงานไป ชานยอลหันกลับมาประจันหน้าจุดอ่อนถึงตาย แต่เซฮุนกลับก้มลง ง่วนอยู่กับการพิจารณาข้อความในเอกสาร


          “เงยหน้าขึ้น ร้อยตรีโอเซฮุน”


          “ไม่ทำงานหรือไง”


          โทสะขับเคลื่อนร่างกาย มือของชานยอลฉกเข้าที่คางของอีกฝ่ายราวกับงูพิษ กระชากใบหน้าของเซฮุนขึ้น ขณะที่นกกระสาหนุ่มยิ้มเยาะ ริมฝีปากซึ่งย่นยู่ด้วยแรงบีบเผยอออก “ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยจริง ๆ ”


          “พอเสียที! ” ร้อยโทปาร์คกระชากเสียง “ต้องการอะไรกันแน่ เกลียดฉันนักหรือไง เกลียดฉันนักใช่ไหม จะให้ฉัน... ได้นั่งอยู่ตรงนั้น ทำงานร่วมกันอย่างสงบ ไม่ได้หรือไง”


          “ตรงนั้นน่ะตรงไหน ที่โต๊ะทำงาน หรือระหว่างขาสองข้างของผู้ติดตามบยอน” 


          เหมือนขมับจะแตกออก ให้เลือดร้อน ๆ ภายในพุ่งออกมาด้วยแรงดันเมื่อไหร่ก็ได้ ชานยอลวางถ้วยชาลงบนโต๊ะทำงานของร้อยตรีโอ วางลงอย่างแรงเสียจนมันกระฉอกออกมาเล็กน้อย เปื้อนแฟ้มกระดาษสีน้ำตาลซึ่งมีชื่อของเจ้าตัวติดอยู่ด้านหน้า ราวกับพยายามจะให้น้ำชาลบเลือนทุกความรู้สึก ทุกความทรงจำที่มีต่อเซฮุน


          “อีกสิบวัน” ชายหนุ่มร่างสูงคำราม “อีกสิบวัน... ต้องทำงานร่วมกันอีกสิบวัน ฉันทนไม่ได้แน่ ถ้าต้องรบรากับทั้งความคิดของตัวเองและปากพล่อย ๆ ของนาย”


          “แล้วจะให้ฉันทำยังไง”


          “หยุดคุกคามแบคฮยอนเสียที”


          รอยยิ้มของอีกฝ่ายหายวับไป คล้ายถูกชะด้วยน้ำฝน หรือ... ชานยอลไม่อยากให้เป็นอย่างนั้นเลย ถูกชะด้วยน้ำตาที่ตกใน “นั่นสินะ” นกกระสาหนุ่มเอ่ยเสียงแห้ง “นั่นสินะ ฉันต้องหยุดคุกคามผู้ติดตามคนสำคัญของนายเสียที”


          “ฉันไม่ได้ล้อเล่นนะ เซฮุน ระหว่างฉันกับแบคฮยอน... ไม่มีอะไร”


          “ยังไม่มีอะไรต่างหาก”


          ชายหนุ่มร่างสูงปล่อยมือจากคางของร้อยตรีโอซึ่งเบือนหน้าหนี ไม่ยอมสบตาเขาอย่างแน่วแน่ “หมายความว่ายังไง” มือของชานยอลสั่นอย่างควบคุมไม่ได้อีกแล้ว “ต้องการอะไรกันแน่ บอกฉันที เราสองคนเล่นปาหี่อะไรกันอยู่!


          บางที เขาอาจควรถามคำถามนี้เสียแต่วันแรก


          เซฮุนถอนหายใจ เป็นการระบายลมหายใจเหยียดยาวเหมือนจะไม่มีจุดสิ้นสุด “ฉันคิดถึงนาย”


          “อะไรนะ”


          “ฉันคิดถึงนาย ชานยอล”


          ร้อยโทปาร์คอยากให้ขาของเขาเป็นขี้ผึ้งเหลว ๆ เสียเดี๋ยวนี้ จะได้ทรุดตัวลงโดยไม่กระดากอาย “โกหก” เขากระซิบ “นายโกหก”


          “ฉันไม่อยากทำอย่างนั้น แต่ฉันไม่มีทางเลือก” อีกคนหนึ่งพูดรวดเร็ว ราวกับสะกดกลั้นมานาน “ไม่อยากหักหลัง ไม่อยากทรยศนาย แต่จะทำยังไง... ให้ทำยังไง ไม่มีใครปกป้องฉันได้นี่”


          “ฉันไง! บอกแล้วว่าเราจะผ่านมันไปด้วยกัน ผ่านมันไปพร้อมกัน เพราะอะไรล่ะเซฮุน เพราะอะไรถึงได้ผิดสัญญา”


          “ช่างมันเถอะ” นกกระสาหนุ่มร้องราวกับเจ็บปวดเหลือแสน “พอแล้ว แค่รู้ว่าฉันไม่เคย... ไม่เคยอยากทำอย่างนั้นก็พอ และถ้ารู้แล้ว... ”


          “รู้แล้วทำไม” ชายหนุ่มร่างสูงกลืนน้ำลาย


          “กลับมาได้ไหม กลับมานะ... ชานยอล”

 






 เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในห้องนั้น พอ ๆ กับที่ไม่รู้ว่าตัวเองต้องการ หรือไม่ต้องการจะรู้กันแน่


          อะไรคือสาเหตุของใบหน้าเหยเก รอยยิ้มที่บิดเบี้ยว ความเย็นชาในดวงตาซึ่งแทบจะไม่กะพริบเลยราวกับดวงตาของงู และเท้าที่กระทืบลงไปอย่างแรงจนเกิดเสียงเอี๊ยดเบา ๆ ที่คันเร่ง ก่อนรถยนต์ประจำตำแหน่งจะถูกผู้ขับบังคับให้ทะยานไปบนถนนซุงรี คล้ายม้าที่ถูกบังคับด้วยแส้หนาม


          “ชานยอล” เขาพึมพำ ยื่นมือออกไป จวนจะแตะถูกหน้าขาของอีกฝ่ายอยู่แล้ว ตอนที่ร้อยโทปาร์คบอกห้วน ๆ


          “อย่าแตะต้องฉัน!


          “ขอโทษ”


          เงาอันใหญ่โตของแกซอนมุนพาดผ่านหลังคารถยนต์ ผู้บังคับบัญชาปล่อยให้มันไถลไปข้างหน้าเล็กน้อย ก่อนจะหมุนพวงมาลัย เทียบรถยนต์ประจำตำแหน่งกับบาทวิถีแล้วดับเครื่อง


          “เป็นอะไรหรือเปล่า” แบคฮยอนถามค่อย ๆ


          อีกคนหนึ่งไม่ตอบ ชานยอลซบหน้าผากลงกับพวงมาลัยก่อนจะหลับตา เขาพูดไม่ออก ไม่อาจรีดเร้นถ้อยคำชาญฉลาดจากสมองได้สักกระผีก


          “ฉันไม่อยากร่วมงานกับเซฮุน ไม่อยาก... อีกต่อไปแล้ว”


          “แต่ว่า... ” เขาบอกอย่างใจเย็น “เพราะอะไรกัน”


          “ไม่จำเป็นต้องรู้”


          อ้อ... ฉันรู้หรอกน่า ชายหนุ่มร่างเล็กคิดอย่างอดกลั้น ฉันรู้หรอกน่าว่าเพราะอะไร


            แต่เพราะโลกคือละครโรงใหญ่ และละครซึ่งดำเนินไปในมหานครแห่งนี้มีลมหายใจของผู้แสดงเป็นเดิมพัน แบคฮยอนจึงโกหกด้วยเสียงอ่อนหวาน “ฉันไม่รู้จริง ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นในห้องทำงานระหว่างที่ฉันไม่อยู่ เล่าให้ฉันฟังหน่อยได้ไหม ชานยอล”


          ร้อยโทปาร์คหันกลับมามองเขา ดวงตาหรี่ปรือและเลื่อนลอย ไม่หยุดนิ่งอยู่ที่จุดใดจุดหนึ่ง “เชื่อฉันสิ นายไม่อยากรู้หรอก”


          “ไม่เป็นไร” จะปิดฉากลงตรงนี้ก็ได้ ปลอดภัยกับเขามากกว่าเป็นไหน ๆ “ฉันเข้าใจ แค่อยากให้นายสบายใจน่ะ”


          ชานยอลหลับตาลงอีก พรูลมหายใจเหยียดยาว “เมื่อไหร่จะจบ... จะสิ้นกันไปเสียที”


          ผู้ติดตามจึงเสมองออกไปนอกหน้าต่าง ไม่ไกลนักนั้นคือเนินเล็ก ๆ ที่เขากับ ไอ้หนู ในวันวานไล่กวด ปะทะกัน ด้วยร่างกายและคารมเมื่อเกือบทศวรรษก่อน ใครจะรู้ว่าเด็กชายและเด็กหนุ่มในวันนั้น นั่งอยู่ในรถยนต์คันเดิมกับที่กระจกเคยแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ในวันนี้ ระลึกถึงความบาดหมางเก่าก่อนด้วยความรู้สึกหลากหลาย


          “ถ้า... กลับไปที่บ้าน” แบคฮยอนกระซิบ “จะดื่มอีกหรือเปล่า”


          “คงต้องเป็นอย่างนั้น”


          “แย่จังเลยนะ”


          “รู้ได้ยังไงว่าฉันดื่ม” ชานยอลถามขึ้น


          “กลิ่นไง... ในห้องทำงานของนาย”


          ร้อยโทปาร์คยิ้มออกมาจนได้ เพียงแต่เป็นยิ้มที่แห้งแล้งเหลือเกิน “ไม่อยากให้ดื่มสินะ”


          “อะไรของนาย”


          “อยากให้ฉันดื่มหรือเปล่า แบคฮยอน”


          ทำไมหนอ อากาศต้นฤดูใบไม้ร่วงจึงอบอ้าว หรือเปียงยางยังไม่ตัดขาดจากฤดูร้อน ต้องเป็นอย่างนั้นแน่ ๆ อุณหภูมิที่สูงขึ้น และความร้อนที่ลามเลียใบหน้ามีสาเหตุจากสภาพแวดล้อมภายนอก ไม่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกโหวงเหวงวูบหนึ่งในอก ราวกับมีรูรั่วที่อุดไม่สนิท


          และแบคฮยอนก็จวนเจียนจะตกลงไปในโพรงที่ไร้จุดสิ้นสุดนั้นเต็มที


          “ฉันจะออกความเห็นอะไรได้ ในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชา” ชายหนุ่มร่างเล็กแค่นหัวเราะ


          “แล้วในฐานะแบคฮยอนต่อชานยอลล่ะ”


          ประหลาดใจไม่น้อยเมื่อพบว่าตัวเองกำลังหลบตาอีกฝ่าย “ฉันห้ามนายไม่ได้หรอก ไม่ว่าอะไรก็ตาม”


          เงียบงันไปครู่หนึ่ง ก่อนชายหนุ่มร่างสูงจะพูดขึ้น ดูเหมือนการตัดสินใจอย่างปัจจุบันทันด่วน


          “ถ้าอย่างนั้น ก็อย่าเพิ่งกลับไปดื่มเหมือนคนโง่ที่บ้านเลย”


          รู้สึกตัวอีกครั้ง รถยนต์ทั้งคันก็กำลังแล่นตะบึงไปบนถนนซุงรีอีกครั้งหนึ่งแล้ว

 






          เขาปล่อยให้ความคิดเรื่องเซฮุนถูกกระแสลมริมแม่น้ำแทดงฉีกกระชาก หลุดลอยหายไป ไม่เหลือชิ้นดี ทันทีที่ตัดสินใจว่าจะไม่กลับไปที่บ้านเพื่อดื่มบรั่นดีและขังตัวเองไว้ในห้องทำงานกับความเครียดหนึ่งกระบุงโกย ชานยอลกลับรถ ลอดใต้แกซอนมุน พาผู้ติดตามไปยังสะพานโอกริว จอดรถที่ภัตตาคารโอกริวซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสะพานนัก ก่อนคนทั้งสองจะเดินทอดน่องไปบนสะพานซึ่งเชื่อมระหว่างเปียงยางฝั่งตะวันตกและตะวันออก


          “เคยเถลไถลแบบนี้หรือเปล่า”


          แบคฮยอนที่ดูจะไม่คุ้นเคยกับการเดินเล่นบนสะพานนักไม่สบตาเขาขณะตอบ อีกฝ่ายจ้องดูประกายระยิบที่ผิวน้ำ แม่น้ำแทดงเป็นสีเงินและสีทองเมื่อต้องแสงสุดท้ายแห่งวัน “กับที่นี่ ไม่เคยเลย”


          “ทำไมล่ะ หรืออากาศที่เปียงยาง ไม่ดีเท่ากับที่มูซาน”


          “เพราะการเรียนสองภาษาในห้าปีหนักเกินไปสำหรับคนบ้านนอกต่างหาก” ชายหนุ่มร่างเล็กตอบ “ทุกวันฉันจะจับรถไฟใต้ดินจากสถานีฮยอกซิน ใกล้กับแฟลตเดิมของตัวเอง ไปที่สถานีซัมฮุง เดินอีกหน่อยก็ถึงมหาวิทยาลัย นอกจากมหาวิทยาลัยคิมอิลซองที่อีกฝั่งถนน กับสถานทูตจีนที่นาน ๆ จะมองเห็นจากหน้าต่างรถประจำทางก็ไม่มีอะไรให้มอง”


          “ไม่เคยมาร่วมงานที่จัตุรัสหรือไง” เขาหมายถึงงานเฉลิมฉลองที่จัตุรัสคิมอิลซองซึ่งเป็นที่ตั้งของอาคารที่ทำการพรรคแรงงาน


          แวบหนึ่งนั้น ผู้ติดตามดูจะมีอารมณ์หน่อย ๆ “ไม่หรอก ไม่มา ไม่มีทาง”


          “ทำไมล่ะ”


          แบคฮยอนสะดุ้ง ราวกับตั้งสติได้ “ก็... ฉันตัวเล็ก เสียเที่ยวเปล่า มองไม่เห็นอะไรหรอก”


          เป็นครั้งแรกที่เขาพิจารณาผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างละเอียด แบคฮยอนมีร่างกายที่เล็กจริง ๆ ทั้งแคระแกร็นและบอบบาง มิน่า... จึงรอดพ้นจากการถูกเกณฑ์ ไม่ได้เข้าประจำการในกองทัพ สิบหรือสิบเอ็ดปีก่อน เมื่อผู้ติดตามมีอายุครบเกณฑ์ แบคฮยอนอาจมีส่วนสูงไม่ถึงหนึ่งร้อยสี่สิบสองเซนติเมตร ซึ่งเป็นส่วนสูงขั้นต่ำสำหรับทหารเกณฑ์ด้วยซ้ำ


          แต่... ทำไมล่ะ เมื่อเขาไปที่มูซานกับพ่อ อาหารและน้ำก็พรั่งพร้อม รวมถึงเด็ก ๆ ที่ถูกส่งมาเป็นเพื่อนเล่นก็มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงทุกคน หรือจะเป็น... กรรมพันธุ์นะ


          “เล็ก ๆ นายคงถูกแกล้ง ตัวเล็กอย่างนี้ ตกเป็นเป้าโจมตีของเด็กตัวโต ๆ แน่ ๆ ”


          ไม่รู้ว่าแสงสีส้มในดวงตาของอีกคนหนึ่งเกิดจากแสงตะวันหรือการสันดาปของความสังเวช “ไม่มีใครแกล้งฉัน เด็ก ๆ ที่มูซาน ตัวเท่านี้เป็นส่วนใหญ่”


          “แต่... ”


          ผู้ติดตามกลับเปลี่ยนเรื่อง “อีกไม่กี่วันแล้วซีนะ งานเฉลิมฉลองน่ะ”


          “ใช่” เขาเสมองไปที่อีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำบ้าง “อีกสิบวันเท่านั้น”


          “สิบวันที่จะมีร้อยตรีโอเซฮุนในห้องทำงาน”


          “แบคฮยอน” ชานยอลคว้าข้อมือผู้ใต้บังคับบัญชา “ไม่เป็นไรใช่ไหม”


          ชายหนุ่มจากตำบลมูซานมีท่าทีประหลาดใจอย่างแท้จริง “ไม่เป็นไร... เรื่องอะไร”


          “อย่าถือสาเขาเลยนะ อย่าสนใจเซฮุนเลย ไม่ว่าเขาจะพูด หรือไม่พูดอะไรก็ตาม”


          แบคฮยอนหมุนตัวกลับ หันมาทางเขา ขณะที่ร้อยโทปาร์คยังไม่ปล่อยมือจากข้อมือของผู้ติดตาม ชายหนุ่มร่างเล็กขมวดคิ้ว พูดช้า ๆ “ฟังนะ” อีกฝ่ายเริ่ม “นายไม่จำเป็นต้องสนใจ... ความรู้สึกของฉันหรอก”


          “ไม่จำเป็นต้องสนใจเรอะ พูดอะไรออกมา รู้หรือเปล่า”


          “ฉันจัดการตัวเองได้น่า ชานยอล”


          “ให้ตายสิ” ชายหนุ่มร่างสูงหลับตา ประกายสุดท้ายก่อนสิ้นสุดวันแยงตาเขา ชั่วขณะหนึ่ง ร้อยโทปาร์คจึงมองไม่เห็นสีหน้าของแบคฮยอน “ให้ฉันได้รู้สึกว่าตัวเองมีความสามารถเถอะ ให้ฉันได้รู้สึกว่าตัวเองเป็นชายชาตรีที่ควบคุมอะไร ๆ ได้เถอะ นี่มันน่าสมเพช ฉันรู้ แต่ขอร้อง... อย่าให้ฉันต้องรู้สึกว่าตัวเองไม่มีวันยิ่งใหญ่เท่ากับพ่อได้มากไปกว่านี้เลย”


          เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง ผู้ติดตามกลับไม่สบตาเขาอีกต่อไป “เอาสิ” แบคฮยอนบอก “ได้... และปล่อยมือฉันเถอะ”


          “เราจะออกจากแถวไปอยู่ท่ามกลางฝูงชนในงานเฉลิมฉลองด้วยกันนะ”


          ชานยอลโพล่งประโยคสุดท้ายบนสะพานโอกริวออกไปอย่างแผ่วเบา


          “แล้วฉันจะให้นายขี่คอ จะได้เป็นครั้งแรกที่นายไม่เสียเที่ยวไงล่ะ แบคฮยอน”


 





          แนงมยอนหรือบะหมี่เย็นกลับร้อนวูบวาบ แผดเผากระเพาะอาหารของเขา แบคฮยอนไม่ชอบความรู้สึกนี้เลย และจะไม่มีวันชอบด้วย


          ในภัตตาคารโอกริว จากโต๊ะที่มองเห็นสะพาน ท่ามกลางแสงสีส้มจากหลอดทังสเตนและม่านสีแสดเนื้อหยาบ ร้อยโทปาร์คเล่าให้เขาฟังอย่างออกรสว่างานเฉลิมฉลองวาระครบรอบการสถาปนาพรรคแรงงานในแต่ละปีเป็นอย่างไร


            “ท่านผู้นำจะยืนอยู่ตรงนั้น” อีกฝ่ายออกท่าทาง “ทุก ๆ ปี นายทหารชั้นผู้ใหญ่จะแข่งขันกัน ใครกันนะที่จะได้นั่งอยู่ข้าง ๆ ท่านผู้นำ”


          “รวมถึงพลเรือเอกปาร์คมินกูด้วยหรือเปล่า”


            “ที่ของพ่อคือใกล้ ๆ กับท่านผู้นำอยู่แล้ว”


            ถึงตอนนั้น เขาสำลักแนงมยอน ที่ของปาร์คมินกูคือใกล้ ๆ กับประธานาธิบดีอย่างนั้นหรือ ขณะที่ที่ของพ่อของเขาคือใกล้ ๆ กับเหมืองเหล็ก ดำเนินชีวิตไปบนทางสองแพร่ง คือจะตายเสียด้วยโรคภัย ความอดอยาก อุบัติเหตุในเหมือง หรือจะถูกทำให้หายไปเสียด้วยมือผู้ทรงอำนาจ


          น้ำจากฝักบัวรดแผ่นหลังเปล่าเปลือย ซีดเซียวและผ่ายผอม มองเห็นแนวกระดูกสันหลังชัดเจน กระดูกสะบักปูดโปน ดูเหมือนปีกเล็ก ๆ ไร้ขนของลูกนก แบคฮยอนแทบจะไม่อ้วนขึ้นเลย แม้จะจากบ้านมากว่าห้าปี เปียงยางดีกว่ามูซาน ตรงที่ไฟฟ้าไม่ขาดบ่อยนัก และอย่างน้อย อาหารชั้นเลวที่สุดในโรงอาหารของมหาวิทยาลัยก็ทำให้ชายหนุ่มร่างเล็กไม่ถึงกับอดมื้อกินมื้อ เพียงแต่จะฟุ่มเฟือยไม่ได้เป็นอันขาด เงินครึ่งหนึ่งของแต่ละเดือนจะตกเป็นของจงแด อดเปรี้ยวไว้กินหวานเถอะ เขาเคยบอกตัวเองอย่างนั้น


          เขย่งเท้า สำรวจใบหน้าของตัวเองในกระจกแล้วถอนหายใจ เขาแคระแกร็นกว่าชานยอลมาก และกระจกในห้องน้ำส่วนตัวของร้อยโทปาร์คก็อยู่สูงเหลือเกิน แบคฮยอนไม่แน่ใจว่าเขามีส่วนสูงถึงหนึ่งร้อยหกสิบห้าเซนติเมตรหรือไม่ด้วยซ้ำ


          “แบคฮยอน ทำไมนานนัก”


          เสียงเคาะประตูห้องน้ำดังขึ้น ดึงผู้ติดตามจอมปลอมกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง เขาละสายตาจากเงาสะท้อนของตัวเอง หันไปมองลูกบิดประตู มันหมุนอย่างช้า ๆ เงียบงัน “เดี๋ยวก่อน” แบคฮยอนว่า “อีกเดี๋ยว”


          “นึกว่าเป็นอะไรไปแล้วเสียอีก”


            โกหก กลัวว่า จะทำอะไรลงไปแล้วมากกว่า


            “ฉันไม่เป็นอะไร” ชายหนุ่มร่างเล็กตอบ “อ้อ... ชานยอล”


          “มีอะไร”


          “มีดนี่... ทื่อจริง ๆ ”


          เขาหมายถึงมีดโกนโบราณที่ชั้นเล็ก ๆ ใต้กระจก น่าจะเป็นของใช้ส่วนตัวของชานยอล เพราะด้ามจับซึ่งทำจากไม้แกะสลักเป็นลวดลาย ทาด้วยสีทอง เป็นของมีราคาทีเดียว ต่างจากของพ่อของเขาและของใครต่อใครในมูซาน ซึ่งเลือกใช้มีดโกนโบราณเพราะเห็นว่าโกนได้ดีกว่ามีดโกนใบมีดแฝด





          “แต่ก่อนเป็นของพ่อน่ะ” ร้อยโทปาร์คตอบ เสียงอู้อี้เล็กน้อยเมื่ออีกฝ่ายออกห่างจากประตู “ไม่ได้เปลี่ยนใบมีดมาพักใหญ่ รอเดี๋ยวนะ”


          เขาแตะไรหนวดบาง ๆ ที่ปลายคางสลับกับขอบทื่อ ๆ ของมีดโกนอย่างใช้ความคิด สมกับที่เติบโตมาในกองทัพ กระทั่งของใช้ส่วนตัวของชานยอลยังมีลักษณะคล้ายอาวุธ จะเป็นอย่างไรถ้าเขาจรดมันกับลำคอของผู้บังคับบัญชา และผ่าลูกกระเดือกของอีกฝ่ายเป็นสองซีก จะเป็นอย่างไรถ้าเขาจรดมันกับข้อมือของตัวเองเมื่อจวนตัว และเฉือนส่วนหนึ่งของเส้นเลือดใหญ่...


          “จุนมยอนพยายามจะฆ่าตัวตาย”


            พร้อมกันนั้น คำบอกเล่าอย่างเร่งร้อนของจงอินดังขึ้นในสมองส่วนที่อ่อนล้าที่สุด


          “เป็นไปไม่ได้”


          “เป็นไปแล้ว แบคฮยอน” พี่ชายบุญธรรมยืนยัน “น้องรออยู่ในสระเก็บน้ำที่ทางการกำลังจะปล่อยน้ำเข้าไป จุนมยอนตั้งใจจะจมตัวเอง”


            “แต่... เพราะอะไรกัน”


          จงอินกระแอม “จำที่ฉันเขียนถึงแกได้ไหม ที่ว่าพลเอกชเวดูฮวาน... แร้งเฒ่าคนนั้น มาพบจุนมยอน” และเมื่อเขาตอบว่าจำได้ ปลายสายก็ละล่ำละลัก “นั่นแหละ... ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แน่ ๆ น้องไม่ยอมบอกฉันว่าเกิดอะไรขึ้น ให้ตายสิ ฉันต้องล่ามจุนมยอนไว้กับเสา!


          “แม่เป็นยังไงบ้าง”


            “แม่เรอะ... เหมือนเดิม เดี๋ยวนี้หูตาฝ้าฟาง เย็บเสื้อผ้าได้ไม่ดีเหมือนก่อน โชคดีที่ตำแหน่งของฉันสูงขึ้น”


            เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง แบคฮยอนลืมตา


          “ฉันกำลังจะเข้าไปนะ”


          “อ้อ เอ๊ะ! อะไรนะ... จะเข้ามา... เดี๋ยวก่อน ชานยอล!


          ได้ยินเสียงกุกกัก ตามด้วยเสียงแกร๊ก ร้อยโทปาร์คสะเดาะประตูเป็นเสียด้วย! วินาทีต่อมา อีกฝ่ายก็ก้าวอาด ๆ เข้ามาในห้องน้ำ ผู้ติดตามจอมปลอมห่อไหล่ ท่าทางระแวดระวัง


          “ไม่เอาน่า” ชานยอลบอกขณะเปลี่ยนใบมีดอย่างชำนาญ “ใช้มีดโกนแบบนี้เป็นด้วยหรือไง”


          “ไม่เป็นหรอก” เขาสารภาพ “แต่ทุกอย่างมีครั้งแรกเสมอ... จะทำอะไรน่ะ!


          ผู้บังคับบัญชาเลิกคิ้ว ประหลาดใจในท่าทีของเขา “อยู่เฉย ๆ น่า” อีกคนหนึ่งบอก แต่ไม่จำเป็นเลย ชายหนุ่มร่างเล็กกำลังยืนตัวแข็งทื่ออยู่แล้ว ปล่อยให้ร้อยโทปาร์คออกแรงผลักที่ไหล่ ทำให้แบคฮยอนก้าวถอยหลัง และชนกับผนังห้องน้ำ เขาหลับตาปี๋เมื่อชายหนุ่มร่างสูงทาครีมโกนหนวดบนคางและลำคอ


          “เป็นอะไรไป”


          “เย็นน่ะ...  ” แบคฮยอนแก้ตัว “แค่เย็น”


          ชานยอลแค่ส่งเสียง “อือ” ในลำคอ มือข้างหนึ่งของอีกฝ่ายแยกสาบเสื้อคลุมอาบน้ำของเขาออกจากกัน ก่อนที่ไอ้หนูในวันวานของผู้ติดตามจะก้มลง ปาดมีดโกนไปมาบนคางและลำคอของแบคฮยอนอย่างถนัดถนี่


          “มีดโกนแบบนี้ ใช้ไม่เป็นจะอันตราย”


          “ยิ่งควรหัดใช้ใหญ่เลย”


          “ไม่ต้องหรอก” ร้อยโทปาร์คกระซิบ “ให้ฉันทำให้ก็ได้”


          ลมหายใจร้อน ๆ ของชานยอลรดจมูกและริมฝีปากของเขา เหมือนคืนนั้นไม่มีผิด ชายหนุ่มร่างเล็กคิด คืนที่หมอนี่ตัดผมให้ แล้วก็... แล้วก็...


            ราวกับล่วงรู้ความคิด ทันใดนั้น อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้น สบตาเขาอย่างเต็มที่ แบคฮยอนกลั้นหายใจ พร้อม ๆ กับที่มวลอากาศร้อนซึ่งตกกระทบใบหน้าส่วนล่างของเขาหายไป ร้อยโทปาร์คกำลังกลั้นหายใจเช่นกัน


          “ไม่ชอบหรือไง”


          “เปล่า... โอ๊ย!


          ถึงกับร้องเสียงหลงเมื่อใบมีดโกนสะกิดถูกผิวบริเวณลำคอ ห่างจากลูกกระเดือกไปหน่อยเดียว เลือดไหลซึมออกมาปะปนกับครีมโกนหนวด ดูเหมือนธารน้ำสีแดงสายเล็ก ๆ ไหลคดเคี้ยวบนพื้นซึ่งปกคลุมด้วยหิมะ


          “ขอโทษ” ชานยอลรีบบอก “ฉันไม่ระวังเอง รอเดี๋ยวนะ”


          อีกฝ่ายเปิดก๊อกน้ำ ชะลงบนผ้าเช็ดตัวแห้งสนิทจากชั้นวาง บิดให้หมาดก่อนจะใช้มันเพื่อเช็ดครีมโกนหนวดและห้ามเลือด แต่ไม่ว่าจะเพราะแผลนั้นลึกเกินไป หรือใบมีดใหม่คมเกินไปก็ตาม เลือดของเขาไม่มีทีท่าว่าจะหยุดไหล


          “เงยหน้าขึ้นหน่อย” ชายหนุ่มร่างสูงออกคำสั่ง


          “ทำไม”


          “ทำเถอะน่า”


          ดังนั้น ชายหนุ่มร่างเล็กจึงแหงนศีรษะขึ้นอย่างเสียไม่ได้ ก่อนจะสะดุ้งสุดตัวเมื่ออีกคนหนึ่งจรดริมฝีปากลงกับบาดแผลของเขาและออกแรงดูดเบา ๆ สลับกับการดุนปากแผลด้วยลิ้นอันรุ่มร้อนแต่ชำนิชำนาญ แบคฮยอนพูดอะไรไม่ออก ความรู้สึกเดียวกับในคืนแห่งความกระเจิดกระเจิงทางอารมณ์เล่นงานเขา ทำให้มือและเท้าชา หัวใจเต้นโครมครามราวจะหลุดจากอก


          “จะเป็นรอยนะ... ” แบคฮยอนเอ่ยเสียงพร่า “แล้วร้อยตรีโอเซฮุนก็จะ... ”


          “ช่างเซฮุน ช่างเขา และอย่าพูดถึงเขาอีก!


          คำบัญชานั้นอู้อี้ แต่กลับทรงอำนาจ ผู้ติดตามจอมปลอมจึงไม่โต้ตอบ ไม่ทำอะไรนอกจากรั้งเส้นผมของอีกฝ่ายด้วยมือข้างหนึ่ง


          จะไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่านี้ ไม่มีอะไรลึกล้ำไปกว่านี้ ไม่มี... อย่างแน่นอน

 






          คืนแรกที่มีแบคฮยอนอยู่ในห้องนอนผ่านไปอย่างราบรื่น ร้อยโทปาร์คค่อนข้างพอใจในตัวเองที่ไม่ตรงไปหาอีกฝ่ายบนเตียงสนาม เลิกผ้าห่มขึ้นแล้วกระทำการอุกอาจอย่างคนที่ขาดความยับยั้งชั่งใจ แม้จะรู้ก็ตามว่าระหว่างการห้ามเลือดในห้องน้ำนั้น ถ้าผู้ติดตามร้องครวญครางเสียหน่อย สักแอะหนึ่ง สติสัมปชัญญะของเขาจะหลุดลอย อะไร ๆ จะยุ่งยากขึ้นอีกเท่าตัว       


          เซฮุนไม่พูดถึงข้อเสนอในวันก่อน เพราะชานยอลระวังตัวแจ ไม่ปล่อยให้ตัวเองอยู่ข้างในลำพังกับจุดอ่อนถึงตาย หลายครั้งที่เขาให้คยองซูเข้ามาในห้องนั้นด้วย จะว่าน่าสังเวช... ก็ใช่ ลูกโทนของพลเรือเอกปาร์คมินกูกลับต้องใช้คนที่อ่อนแอกว่าถึงสองคนเป็นเครื่องกำบังถ้อยคำอาบยาพิษของนกกระสาหนุ่ม


          ระหว่างการเดินทางกลับในวันศุกร์ บรรยากาศในรถยนต์จึงเป็นไปอย่างชื่นมื่น เขายอมให้แบคฮยอนไขกระจกลง สูดหายใจและหัวเราะกับสายลมเคล้ากลิ่นใบไม้แห้ง


          “นายไม่เคยทำอย่างนี้ได้ยังไง มีรถยนต์เป็นของตัวเองแท้ ๆ ”


          ชานยอลไม่ตอบคำถามนั้น เขาตอบได้อย่างแน่นอน แต่ชายหนุ่มร่างสูงเลือกจะจดจำรอยยิ้มของชายหนุ่มร่างเล็ก มากกว่าบทสนทนาระหว่างตัวเองกับผู้ใต้บังคับบัญชา


          เพราะระหว่างการถามคำถามนั้น เป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่ดวงตาของผู้ติดตามหยีลง แบคฮยอนไม่ใช่เสือยิ้มยาก ถึงอย่างนั้น รอยยิ้มของอีกฝ่ายกลับไม่เคยไต่ระดับสู่ดวงตา จึงยากจะตัดสินว่าเป็นรอยยิ้มพิมพ์ใจ หรือรอยแสยะด้วยมารยาทกันแน่


          “คืนนี้จะเรียนภาษาเยอรมันไหม”


          “ฮื่อ เรียนซี่... ขาดเรียนหลายวันแล้ว”


          “จำได้หรือเปล่าว่าสายลมเป็นเพศอะไร”


          ชายหนุ่มร่างสูงขมวดคิ้ว “Der Wind (แดร์ วินด์) ” เขาเอ่ยอย่างไม่แน่ใจ “เพศชายน่ะ”


          “เก่งมาก!


          อยากรู้เหลือเกินว่าแบคฮยอนมาดี มาอย่างบริสุทธิ์ใจ หรือมาร้าย เขาหน่าย... หน่ายที่จะจมอยู่กับความรู้สึกครึ่ง ๆ กลาง ๆ ทั้งต้องการจะสานสัมพันธ์ และต้องการจะจับให้มั่น คั้นให้ตาย


          ในฐานะผู้สืบทอดความยิ่งใหญ่ของพลเรือเอกปาร์ค และในฐานะผู้ภักดีต่อพรรค แบคฮยอนจะต้องถูกกำจัดอย่างไม่มีข้อยกเว้น หากพิสูจน์ได้ว่าอีกฝ่ายมีความเกี่ยวข้องกับพลเอกชเวในทางที่เป็นปฏิปักษ์ต่อเขา และหากพิสูจน์ได้ว่าผู้ติดตามปราศจากศรัทธาในประธานาธิบดี


          เขารู้... รู้แก่ใจว่าหูและตาต้องเป็นสับปะรด รู้แก่ใจว่าต้องหาทางเอาผิดแบคฮยอน อย่างที่ต้นห้องผู้ซื่อสัตย์เร่งเร้าอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ถึงอย่างนั้น ยิ่งนานวันเข้า ความรู้สึกหนักอึ้งในภาระที่ว่ากลับบรรเทาเบาบาง ผ่านการใช้ชีวิตร่วมกัน ในบ้านหลังเดียวกัน ในห้องเดียวกัน บ่อยครั้งที่ชานยอลไม่ต้องการจะสืบสาวราวเรื่อง เขาไม่ต้องการจะรู้อีกต่อไปว่าชายหนุ่มร่างเล็กเป็นใคร มีจุดประสงค์อะไร


          รู้ว่าอีกฝ่ายคือแบคฮยอน แค่แบคฮยอน... ก็พอแล้ว


          ก้าวเข้าไปในห้องทำงานได้ไม่กี่นาที ร้อยโทปาร์คก็นึกขึ้นได้ว่าลืมเอกสารชุดหนึ่งไว้ในอาคารที่ทำการพรรคแรงงาน “ให้แม่ครัวเตรียมตัวตั้งโต๊ะ อีกเดี๋ยวฉันจะกลับมา” เขาบอกผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างนั้น ก่อนจะตะบึงออกไป


          โดยไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกลับเข้าไปในห้องน้ำ... ในห้องนอนของตัวเอง แทนที่จะลงบันไดไปที่ครัวอย่างที่ควรจะเป็น

 






          ชายหนุ่มร่างเล็กรีบร้อนยกฝาถังพักน้ำขึ้น ขวดสบู่เหลวลอยอยู่อย่างเกียจคร้าน กินพื้นที่เกือบทั้งหมดของถังพักน้ำชักโครก เขาหมุนเปิดหัวปั๊ม ปากขวดเล็กเกินกว่าที่มือของแบคฮยอนจะลอดผ่านไปได้ ดังนั้นรอบปากขวดจึงถูกตัดด้วยมีดโกนของเจ้าของบ้าน


          ผักชีน้ำ ครุ่นคิดเร็วจี๋ ฉันเคยเห็นผักชีน้ำขึ้นบนสนามหญ้าชื้น ๆ ไม่ไกลจากบ้านหลังนี้



แว่นแก้วนั่นเองค่ะ แต่ภาษาเกาหลีจะใช้คำว่า มุล คอลิเอนดอ (물 코리엔더)

มุล หมายถึง น้ำ คอลิเอนดอ หมายถึง ผักชี (ถอดจากภาษาอังกฤษโดยตรง)

ในที่นี้จึงให้แบคฮยอนเรียกว่า ผักชีน้ำ



            “ก็แค่เด็ดผักชีน้ำมา เลี้ยงไว้ในขวดนี้ บอกเขาว่าสบู่เหลวหกหมดแล้ว ฉันจะเลี้ยงผักชีน้ำไว้บนโต๊ะทำงาน” เขาพึมพำกับตัวเอง “แค่นี้ก็สิ้นเรื่อง แค่นี้ก็สิ้นเรื่อง... แบคฮยอน หมอนั่นไม่สงสัยหรอก”


          หมวกคลุมผมทำจากพลาสติกเปรอะสบู่เหลว แต่โทรศัพท์มือถือแห้งสนิท พอดีราวกับจับวาง ทันทีที่แบคฮยอนนำมันออกมา โทรศัพท์มือถือก็สั่น ชายหนุ่มร่างเล็กรีบรับสาย พร้อมกันนั้น พี่ชายบุญธรรมตะโกนใส่โทรศัพท์ เป็นเสียงที่ดัง สั่นสะท้าน หวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน


          “แบคฮยอน! น้องหนีออกจากบ้าน!


          “อะไรนะ! จุนมยอนทำอะไรนะ! ” อย่างตื่นตระหนก และอย่างชะล่าใจว่าไม่มีใครอยู่บนชั้นสองนอกจากเขา แบคฮยอนพูดเสียงดัง “เป็นไปไม่ได้ จงอิน ไหนบอกว่าล่ามจุนมยอนไว้กับ... ”


          “แม่ไม่รู้ แม่ปล่อยเขาไป จุนมยอนทิ้งข้อความไว้กับหัวหน้าหมู่บ้าน เขาว่าจะไปเปียงยาง”


          “ฉันจะหาทางไปที่สถานีรถไฟให้ได้ น้องหนีออกจากบ้านนานหรือยัง”


          “สองชั่วโมงเศษ เขาจับรถไฟเที่ยวสุดท้ายไปเปียงยาง ฉันบอกจงแดแล้ว อีกเดี๋ยว หมอนั่นจะโทรศัพท์หาแก สะดวกหรือเปล่า”


          “สะดวก ชานยอลไม่อยู่ ฉันกำลังจะออกไปข้างนอก”


          ชายหนุ่มร่างเล็กรีบร้อนสวมรองเท้า ยังตัดสินใจไม่ตกว่าจะไปที่สถานีรถไฟอย่างไร และจะอยู่โยงที่นั่นอย่างไรโดยไม่มีพิรุธ โทรศัพท์มือถือก็สั่นขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เป็นจงแด


          “ฉันรู้เรื่องจุนมยอนแล้ว” คนรักของเขาบอก “นักสังคมสังเคราะห์ที่อยู่กับฉันตอนนี้แนะนำว่า... ”


          ผู้ติดตามจอมปลอมฟังอย่างตั้งใจ ส่งเสียง “อือ” ในลำคอ สลับกับ “ตกลง” ก่อนจะลงท้ายด้วย “ฉันก็รักนาย จงแด และถ้าพวกเราจะได้อยู่ร่วมกันในโซล ก็ต้องเป็นพวกเราทุกคน”


          “ฉันเป็นห่วงนายนะ เป็นห่วงมาก ๆ ” อีกฝ่ายสำทับ “สังหรณ์ใจ... ยังไงไม่รู้”


          “แล้วเราจะพบกัน จงแด จำไว้ว่าฉันรักนาย และเพราะรักนาย ฉันจะทำทุกทาง... เพื่อให้เราได้อยู่พร้อมหน้า”


          ไม่กี่วินาทีต่อมา การสนทนาก็เป็นอันสิ้นสุด เขาถลันออกจากห้อง สวมรองเท้าทั้งที่อยู่ในบ้าน มือข้างหนึ่งกำโทรศัพท์มือถือ อีกข้างหนึ่งกำขวดสบู่เหลว แต่... แบคฮยอนอาจหลงทาง ก็ชายหนุ่มร่างเล็กจำไม่ได้ว่า ด้านหน้าห้องนอนของเขามีกำแพงสูงราวหกฟุตขวางอยู่ด้วย


          ที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่า คือกำแพงนั้นมีชีวิต และกำลังจ้องดูแบคฮยอนอย่างมุ่งร้าย...


          “ชานยอล! ” เขาอุทาน

 






          “นายโกหกฉัน!


          ที่กึ่งกลางสะพานชงรยู ชานยอลพบว่าเอกสารเหล่านั้นตกอยู่บนพื้น ใต้ที่นั่งคนขับพอดี ไม่มีเหตุผลที่เขาจะกลับไปที่อาคารที่ทำการพรรคแรงงานต่อไป ชายหนุ่มร่างสูงกลับรถ พาตัวเองกลับมายังบ้าน ซึ่งเขาเชื่อว่าผู้ติดตามจะกำลังนอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียงสนาม เตรียมเอกสารสำหรับสอนภาษาเยอรมันอย่างขะมักเขม้น


          ประหลาดใจไม่น้อยเมื่อพบว่าไม่มีใครอยู่ในครัว แม่ครัวไม่ได้กำลังตระเตรียมอาหาร ประหลาดใจยิ่งกว่าเมื่อได้ยินเสียงตะโกนจากชั้นสอง แบคฮยอนกำลังคุยโทรศัพท์อยู่หรือ... คุยโทรศัพท์กับใคร ไม่ใช่ว่าผู้ติดต่อเดียวในสมาร์ตโฟนที่ร้อยโทปาร์คซื้อให้ คือร้อยโทปาร์คชานยอลเองหรอกหรือ


“ฉันก็รักนาย จงแด และถ้าพวกเราจะได้อยู่ร่วมกันในโซล ก็ต้องเป็นพวกเราทุกคน”


          ชานยอลชะงักฝีเท้าเมื่อได้ยินชื่อนั้น จงแด... คิมจงแด และยัง... โซล หมายความว่าอย่างไรกัน


          ชายหนุ่มร่างสูงรุดขึ้นบันได โทสะเพิ่มพูนในทุกก้าว คนตายจะติดต่อกับคนเป็นผ่านทางโทรศัพท์มือถือได้อย่างไร คิมจงแดยังไม่ตายต่างหาก ที่สำคัญ นอกจากจะยังมีชีวิตอยู่แล้ว ชายคนนั้นยังไม่ใช่พี่ชายของแบคฮยอนอย่างที่เขาและคยองซูเคยเข้าใจ...


          “แล้วเราจะพบกัน จงแด จำไว้ว่าฉันรักนาย และเพราะรักนาย ฉันจะทำทุกทาง... เพื่อให้เราได้อยู่พร้อมหน้า”


            การกลับมาอย่างกะทันหันของเขาคงอยู่เหนือความคาดหมายของผู้ติดตาม แบคฮยอนจึงอุทานออกมาพร้อมกับสีสันของเลือดที่เหือดหายจากใบหน้า


            “ชานยอล!


          เพราะอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งคงจะเป็นทั้งอีกฝั่งหนึ่งของโทรศัพท์ และอีกฝั่งหนึ่งของเส้นขนานที่สามสิบแปด... ยังไม่วางสาย ร้อยโทปาร์คจึงได้ยินเสียงชายคนหนึ่ง ค่อนข้างแหลม ดังออกมาจากโทรศัพท์มือถือของแบคฮยอนด้วย “เกิดอะไรขึ้นน่ะ แบคฮยอน แบคฮยอน !


            “ชานยอล ฉันอธิบายได้ ร้อยโท... ผมอธิบายได้ ผมอธิบายได้ครับ!


          ชายหนุ่มร่างเล็กตัดสายโทรศัพท์ ขณะที่เขาออกแรงกระชากข้อมืออีกฝ่าย พาถูลู่ถูกังกลับไปที่ห้องนอนของตัวเอง “กูยอน ไม่ต้องเตรียมอาหารค่ำ! ” ชานยอลแผดเสียง โดยไม่สนใจว่าแม่ครัวจะได้ยินหรือไม่ ชายหนุ่มร่างสูงผลักคนที่เพิ่งจะทำให้เขาผิดหวัง ทั้งในตัวเองและอีกคนหนึ่งอย่างรุนแรงเข้าไปในห้องนอน ปิดประตูเสียงดังและลงกลอนอย่างแน่นหนา


          “ได้โปรด” แบคฮยอนวิงวอน “ได้โปรด ฟังฉันก่อน”


          “ฟังเรอะ... เฮอะ! ” ร้อยโทปาร์คแค่นหัวเราะ “ฟัง... ฟังอะไร เรื่องโกหกอีกเรื่องหนึ่งหรือไง”


          “นายกำลังเข้าใจผิด”


          “เข้าใจผิดเนี่ยนะ! ” เสียงของเขาสูงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ “เข้าใจผิดว่าอะไร บอกมาสิ แบคฮยอน เข้าใจผิดว่าคิมจงแดยังไม่ตาย น้ำตาทุกหยดที่บีบออกมาในวันนั้นของนายสูญเปล่า เข้าใจผิดว่าคิมจงแดไม่ใช่พี่ชายของนาย แต่เป็นอะไรบางอย่าง... ที่มากกว่านั้น เข้าใจผิดว่านาย... คือผู้ทรยศ โซล... ฉันได้ยินไม่ผิดใช่ไหม โซลน่ะ”


          “แต่ว่า... ”


          “ฉันกำลังจะไว้ใจนายอยู่แล้ว กำลังจะไว้ใจนายอยู่แล้วเชียว!


          “ไม่... ไม่... ชานยอล หยุดนะ อย่าเข้ามานะ... ถอยไป”


          เสียงของผู้ใต้บังคับบัญชากลายเป็นเสียงขลุกขลักในลำคอ เมื่อชายหนุ่มร่างสูงคว้ามันไว้ ราวกับแบคฮยอนเป็นลูกสัตว์ที่ถูกแม่ของมันคาบพาไปไหนต่อไหน มือทั้งสองของอีกฝ่ายป่ายปัด ขณะที่เขากึ่งผลักกึ่งโยนร่างกายที่ทั้งเล็ก บอบบาง และซีดเซียวลงบนเตียง ผู้ติดตามเริ่มกรีดร้องและดิ้นรนเมื่อแขนถูกรัดด้วยเข็มขัดของชานยอล ผูกเป็นปมแน่นหนา เช่นเดียวกับขาซึ่งถูกผูกเข้ากับปลายเตียงด้วยไทสีเข้มข้างหนึ่ง และเข็มขัดของเจ้าตัวอีกข้าง ดูเหมือนตัววายกลับหางบนผ้าปูที่นอนสีขาว


          “อย่าทำแบบนี้” ร้องไห้จนได้ “อย่าทำแบบนี้... ชานยอล”


          “น้ำตานี่... เป็นของจริงหรือเปล่า”


          “อย่า... อย่า... ได้โปรด... เมตตา... ”


          “ฉัน-ถาม-ว่า-เป็น-ของ-จริง-หรือ-เปล่า!


            พร้อมกับการแผดเสียงด้วยโทสะ ทุกพยางค์ถูกปลดปล่อยพร้อมกับหมัดของร้อยโทปาร์คซึ่งกระแทกเข้ากับหัวเตียง แบคฮยอนส่งเสียงสะอื้นออกมาพร้อมกัน ดวงตาทั้งคู่แดงก่ำ ขณะที่ชานยอลกระซิบอย่างแค้นเคืองซ้ำไปซ้ำมา


          “ฉันเกือบจะไว้ใจนายอยู่แล้ว... เกือบจะไว้ใจนายอยู่แล้ว”


          วินาทีนั้น ชายหนุ่มร่างสูงไม่สนใจเลยว่าผู้ติดตามจอมปลอมถูกพลเอกชเวมอบหมายให้ทำลายเขาหรือไม่ ข้อเท็จจริงที่ว่าคิมจงแดยังมีชีวิตอยู่และมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับอีกฝ่าย เพียงพอแล้วที่จะทำให้หัวใจของเขาถูกบีบรัด และยัง... เมืองหลวงของชาวใต้... โซล เขาจะติดตามไปเพื่อชกชายคนนั้น... ชกคิมจงแดสักหมัดก็ไม่ได้ แบคฮยอนหลอกลวงเขา จากนั้นก็จะหันไปเสวยสุขกับคนที่ร้อยโทปาร์คเชื่อว่าตายไปแล้วบนแผ่นดินอื่น... แผ่นดินทุนนิยม


          ราวกับการฉีกทึ้ง ทุบทำลายตัวตนของชานยอล ซ้ำแล้วซ้ำเล่า... ซ้ำแล้วซ้ำอีก


          ได้ยินเสียงครืด ๆ  โทรศัพท์มือถือของแบคฮยอนนั่นเอง ไวเท่าความคิด ผู้บังคับบัญชาแสยะยิ้ม ยัดโทรศัพท์มือถือเครื่องนั้นลงในมือที่แทบจะกระดิกกระเดี้ยไม่ได้ของชายหนุ่มร่างเล็ก และออกคำสั่ง...


          “รับสายสิ แบคฮยอน เป็นจงแดของนายแน่ ๆ ”


          “อย่าทำอย่างนี้ ชานยอล... ขอร้องล่ะ”


          เขาเกลียด... เกลียดน้ำตาของอีกคนหนึ่งเหลือเกิน ท้ายที่สุดแบคฮยอนก็โกหกเขา หักหลังเขา เช่นเดียวกับที่เซฮุนเคยหักหลัง พร้อมกับการออกหมัดครั้งสุดท้าย หัวเตียงซึ่งทำจากไม้หักทลาย “รับสายสิ! ฉันบอกให้รับสาย!


          “ไม่! ” ผู้ติดตามกรีดร้อง “ถอยไปนะ! ถอยไปเดี๋ยวนี้นะ!


          นั่นมันตอนที่เขาคืบคลานไปบนร่างกายของอีกคนหนึ่ง และกดรับสาย... เสียเอง


          “รับสายสิ ให้มันได้ยิน ให้มันรู้ว่าเรากำลังทำอะไรกัน” ร้อยโทปาร์คบอกเสียงเย็น “ให้มันรู้... บยอนแบคฮยอนกำลังตกเป็นของคนอื่น และคิมจงแดก็แค่คนที่ตายไปแล้ว”


          “แกเป็นใคร! หยุดเดี๋ยวนี้นะ! อย่าทำอะไรแบคฮยอน!


          เป็นเสียงของชายคนนั้น... ของชายคนนั้นไม่ผิดแน่ เพราะผู้ใต้บังคับบัญชาเงียบเสียงลง ก่อนจะเริ่มต้นสะอึกสะอื้นอย่างรุนแรง


            “หยุดฉันไม่ได้หรอก”


          พร้อมกันนั้น มือข้างหนึ่งของชานยอลตะปบลงตรงกลางหน้าอกผู้ติดตามที่ไร้ทางสู้ ก่อนจะฉีกกระชากทุกอย่างที่อยู่ใกล้มือ เพื่อทำลายทุกสิ่งที่อยู่ใกล้ใจ... โดยไม่ปรานี








#ฟิคเปียงยาง

เป็นตอนที่ยาวจริง ๆ วันนี้มาอัปหนึ่งตอนครึ่งนะกั๊บ คลิกตอนต่อไปโลดดด

ป.ล. เชื่อไหมว่าส่วนที่ใช้เวลาเขียนมากที่สุดคือส่วน... ผักชีน้ำค่ะ! 555 ไม่ใช่ส่วนท้ายบท

คือหาอยู่นั่นแหละ ไม้น้ำที่เลี้ยงในกระถางเล็ก ๆ ได้ และน่าจะมีอยู่ในคาบสมุทรเกาหลี

หาชื่อเรียกภาษาเกาหลีต่อไปอีก 

ลำดับความสำคัญได้แย่มากกก 555 หาเรื่องทำให้ชีวิตยุ่งยากไปอี๊กกก







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 69 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,172 ความคิดเห็น

  1. #1163 Chi_Yeol (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2563 / 14:06
    สงสารพี่ชาน //กอด
    #1,163
    0
  2. #1128 PRAE.VV (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 14:39
    ตอนนี้กลับรู้สึกสงสารชานยอลมากกว่าแบคฮยอนซะงั้นอะ แต่ยังไงซะทั้งสองคนคือผู้ถูกกระทำต่างหาก
    #1,128
    0
  3. #1076 somusan (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 21:38
    ทำไมตอนนี้เรากลับสงสารชานยอลยังไงไม่รู้;-; แบบจะไว้ใจแบคอยู่แล้วแถมเปิดเผยความอ่อนแอให้แบคเห็นแล้ว ความรู้สึกล้วนๆเลยตอนนี้เข้าใจชานนะ แต่สงสารแบ้กกก โว้ย;-;
    #1,076
    0
  4. #1049 R.forests (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 / 15:05
    โอ้ยยยย ชานยอลรักแบคฮยอนไปแล้ว รักจริงๆเลย ในหัวมีแต่เรื่องแบคกับจงแด เรื่องที่แบคถูกส่งมาจากตระกูลชเวไม่อยู่ในหัวแล้ว ไหนจะเรื่องโซลอีก อ่อนไหวมากกับเมืองทุนนิยม เป็นประเด็นที่มีอิทธิพลกับความรู้สึกนึกคิดมากๆ อ่อนไหวมากๆ จะตายแล่วTT
    #1,049
    0
  5. #1020 RaineyRainn (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 09:12
    เข้าใจความโกรธของชานยอลมากๆเลย มันโดนหักหลังซ้ำแล้วซ้ำเล่า สงสารอ่ะ
    #1,020
    0
  6. #979 tenpeachyy (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 / 22:30
    เข้าใจชานยอลนะแบบโดนหักหลังมาครั้งหนึ่งแล้วพอโดนอีกเลยแบบเสียใจด้วยโมโหด้วยงี้ แงไม่รู้ว่าจะต้องสงสารใคร555555555
    #979
    0
  7. #962 moony+lilac (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 15:36
    ก็โกรธที่เขามีคนอื่นอยู่แล้วหรือโกรธที่ถูกหักหลังกันล่ะนี่ ครุ่นคี้ส
    #962
    0
  8. #930 ชานอย่าแกล้งน้อง (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 00:50
    ชานยอลโกรธแบคฮยอน แต่ลืมความสงสัยที่ว่าแบคฮยอนถูกส่งมา ชานยอลกลับโกรธเรื่องที่แบคฮยอนมีคนรัก และพูดย้ำตลอดเลยว่ากำลังจะเชื่อใจกัน จะให้หมายความว่าไงล่ะคะ ถ้าไม่ได้ชอบเขาไปแล้ว
    #930
    0
  9. #867 ❤ Little "B" ❤ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 21:47
    ทำไมเราสงสารชานยอล
    #867
    0
  10. #819 abcalicee (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 15:45
    แบคตอนแรกดูฉลาด หลังๆเริ่มประมาทเกินไปง่ะ
    #819
    0
  11. #803 DBK1802 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 19:01
    ว้ายยยยย ชานยอลจับได้ส่วนนึงแล้ว แต่โมโหร้ายเว่อ อย่ารุนแรงสิจ๊ะพิจ๋า
    #803
    0
  12. #776 KaRToon_HH (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 06:51
    ชานยอลลล แบคจะเป็นไงต่อนะ
    #776
    0
  13. #754 JP_Spectrum (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 18:34
    เราเข้าใจชานยอลเพราะคำพูดแบคเลยอะ จะหนีไปอะ แล้วก็ทำให้คิดว่าไม่ได้รักพี่ปาร์คเลย ฮือพิแบคใจร้ายยย
    #754
    0
  14. #719 TOFUJAM (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2560 / 01:52
    ผ่าม!!!! ความจริงถูกเปิดเผยแล้ว เราไม่รู้สึกสงสารแบคเท่าที่ควรเลยอ่ะ คงเพราะคำพูดที่แบคบอกว่าจะหนีไปอยู่ด้วยกันที่โซลล่ะมั้ง ถ้าเราเป็นชานยอลคงเจ็บมาก แบบนี่โดนหักหลังอีกแล้วหรอ ทั้งๆที่ชานยอลดีด้วยแต่ก็.. เฮ้อ ต่างฝ่ายต่างมุมมอง เข้าใจว่าแบคจำเป็นต้องทำ ฮื่ออออ ไม่รู้แล้ววว ปวดหมอง
    #719
    0
  15. #657 chickenkyung (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2560 / 14:51
    ชานยอลลลอย่าอ่อนแอสิเฟ้ย
    #657
    0
  16. #604 Pinkuplatong (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 18:24
    งืออออ ตายห่ะ จุนมยอนล่ะ ใครจะไปช่วย ฮื้ออออออ

    อิพี่นะ อิพี่ โอ๊ยยย บีบหัวใจ
    #604
    0
  17. #580 kmxiioxe_ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 เมษายน 2560 / 15:37
    ชิบละ 555555555555555555 ชานยอลนี่เริ่มรู้สึกอะไรแล้วใช่มั้ย ที่ว่าอยากไปจัดการจงแด เพราะคิดว่าแบคกับจงแดมีความสัมพันธ์อะไรกัน
    #580
    0
  18. #556 อุลตร้ายอล (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 03:05
    ชอบความใส่ใจของไรท์เตอร์ ฮือ ทับใจง่ะ ผักชีน้ำ แต่เห็นภาพแล้วแอบนึกว่าใบบัวบกซะงั้น 5555 ทุ่มเทจริงๆภาษาดีมากอีกแล้วชอบค่ะตอนนี้มันมากสงสารแบคเบาๆด้วย
    #556
    0
  19. #461 babemay (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 01:26
    สงสารชานยอล โดนหลอกเนี่ย แบบเออสมควรล่ะที่แบคโดน เฮ้อ ชานยอลไม่รู้อะไรเลยจริงๆ แต่โดนคนจ้องจะทำร้ายตลอดเลย
    #461
    0
  20. #388 049910bxl (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 มีนาคม 2560 / 16:20
    ปกติทีมแบคนะ แต่เรื่องนี้ทีมชานยอลค่า555555
    สงสารชานยอล
    จับได้ซักทีนะ หลอกเค้าอยุ่นันแหละ555555555555555555555
    #388
    0
  21. #248 aairch_ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 มกราคม 2560 / 22:17
    นี่ถ้าไม่ได้มาแอบได้ยินคิดว่าร้อยโทปาร์คคงให้ใจไปแล้วแน่ๆเลย มันก็คงแฟร์ๆกันดีแล้วหลอกกันไปมา รู้เลยว่าแบคฮยอนเล่นเนียนและทำได้ดีมากอะ ชานยอลเชื้อสนิทใจ ว่าล้าวว่าชานยอลต้องตกหลุมพราง คือถ้าแบคไม่พลาดท่าเรื่องโทรศัพท์คิดว่าชานยอลก็คงจายังมิรู้ววววววว คนอื่นโกรธคงจะจับโยนออกไปให้คนฆ่า แต่กับแบคฮยอนนี่โกรธละจับโยนขึ้นเตียงมันยังไงกันคะร้อยโทปาร์ค555555
    #248
    0
  22. #162 RNAVE (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 13:39
    สงสารชานยอลเหมือนโดนหักหลังซ้ำแล้วซ้ำอีก ;__; แต่ช่วงแรกๆที่ร้อยโทปาร์คบอกจะให้แบคขี่คอตอนไปงานที่จัตุรัสแบบ อบอุ่นละมุนมาก ฮื่ออ
    #162
    0
  23. #103 'schdapt (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2559 / 02:28
    ขอโทษนะคะที่เราเม้นยาวๆไม่ได้ แต่ก็จะพยายามเม้น ฮือ สมองเรารวนไปหมดแล้ว ตอนก่อนหน้าเรายังเจ็บแสบกับคำพูดของเซฮุน ตอนนี้ก็เสียวคอกับใบมีดของชานยอล อุตส่าห์ว่าเขาจะดีกันแล้วแท้ๆตอนที่อยู่สะพาน โห้ยยยยยยย แบคฮยอนอ่า ชะล่าใจเฉ้ยยยย เข้มข้นสุดๆ สู้ๆนะคะ
    #103
    0
  24. #99 lovelylittleduck (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2559 / 03:39
    เข้าใจเลยค่ะ เรื่องผัดชีน้ำ 5555555 ชอบเป็นอย่างนี้เหมือนกัน บางทีแค่คำๆ เดียว เสียเวลากับมันยิ่งกว่าเนื้อหาอีก
    ทีนี้จะสกรีมฟิคละ คือ ฮือออออออ เอาแล้ว ดราม่ามาแล้ว อ่านจบตอนนี้แล้วน้ำตาไหล สงสารแบคฮยอนที่กำลังจะโดนทำร้าย สงสารชานยอล ที่เพิ่งจะรู้ว่าโดนหักหลัง ตอนที่พูดว่า ฉันกำลังจะเชื่อใจนายอยู่แล้ว ซ้ำๆ คือเจ็บแทนมาก คือคิดว่าเข้าใจจนอิน จนเจ็บจี๊ด ยิ่งเชียร์ชานยอลมาตั้งแต่ต้น ฮือออออ สงสารจงแดด้วย ที่คนรักกำลังจะตกเป็นของคนอื่น นี่สงเซฮุนด้วย สงจุนมยอนด้วย รู้อะไรมานะ ถึงกับจะฆ่าตัวตาย สงทุกคนเลยอ่ะ อึดอัดไปหมด แบคฮยอนต้องเป็นห่วงจุนมยอนมากแน่ๆ ฮือออออ อินสุด และชอบสุดอ่ะ ชอบที่มันจี๊ดนี่แหละ สู้ๆ นะคะ ขอบคุณที่ตั้งใจแต่งคับ
    #99
    0
  25. #97 Ppp (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2559 / 23:22
    ที่โกรธแรงเบอร์นี้ เพราะผุ้ติดตามคนนี้คือคนพิเศษสินะ ถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่พิเศษ ชานยอลคงจับโยนให้รับโทษอย่างทางการไปแระ นี่ต้องมาสำเร็จโทษเอง ให้คนปลายสายได้ฟัง อูยยยยยยยยย จงแดจะขาดใจตายมั้ย เอาจริง อยากรุ้เหมือนกันนะว่าแบคจะแก้ตัวว่ายังไง ที่บอกอธิบายได้จะอธิบายยังไง ในเมื่อทุกอย่างชัดเจนขนาดนี้ โดนเฉพาะในความรุ้สึกของร้อยโทชานยอล เข้าใจชานยอลนะ เพราะเริ่มเปิดใจและเริ่มเขื่ออีกครั้ง ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยคมดาบรอบด้านแบบนี้ ทั้งที่คิดว่าจะได้เจอคนที่ใช่แล้ว แต่มาเจอแบบนี้ก็ฉุนขาดเป็นธรรมดา เฮ้อ น่าเห็นใจ แต่แบคก็ดูรุ้สึกกับชานยอลนะ ฮืออออออออออออออ หนักใจ ;-;
    #97
    0