Sexy Roommate {chanbaek ft. hunhan kristao}

ตอนที่ 6 : 05 : Sexy Roommate {Chanbaek , Hunhan}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 203
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    2 มี.ค. 59

.


5

 

                นี่ผมทำอะไรลงไป ?




 

                คำถามนี้วิ่งวนไปมาอยู่บนหัวสมองผมหลายต่อหลายครั้ง แม้กระทั่งตอนนี้... ตอนที่ผมยืนอยู่ประตูหน้าโรงเรียนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผมยืนมองรถเก่งสีขาวที่พุ่งออกไปจนลับตา แบคฮยอนมาส่งผมหน้าโรงเรียนวันแรก และผมก็เชื่อว่าตลอดหกเดือนนี้ ก็จะเป็นเขาอีกนั่นแหละ...


                ตั้งแต่เช้าตรู่ที่เราทั้งคู่ได้ตื่นขึ้นมา เราสองคนแทบจะมองหน้ากันไม่ติด แปลกดีเหมือนกันที่เขาเปลี่ยนไปหลังจากที่มีอะไรกับผม ทั้งๆที่เรื่องเซ็ก.. มันน่าจะเป็นเรื่องปกติธรรมดาของเขา แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่อย่างนั้นเลยสักนิด...


                ผมสะบัดหัวให้ตัวเองหลุดจากภวังค์ ย้ำเตือนตัวเองเสมอว่าพอ เลิกคิด


                พอผมจะก้าวเท้าเข้าโรงเรียน แต่กลับต้องชะงักกับเสียงผู้หญิงที่คุ้นเคยดังขึ้นจากข้างหลัง


                “พี่ชานชอบผู้ชายจริงๆเหรอคะ !!!


                ฮยอนจู...


            ผมหันกลับมามองเธอ แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้ตอบอะไร ไอ้ฮุนกับไอ้ไคก็เดินมาขนาบข้างผมทั้งสองทาง


                “มันไม่ได้แค่ชอบนะน้องจู...” เริ่มละไง ผมหันไปมองไอ้ฮุนจ้องเขม็ง


                “แต่มันโคตรจะติดใจลีลาผู้ชายเลยน้องเอ้ย”


                “ไอ้ไค !!!” ไอ้สองคนนี้นี่มันป่วนจริงๆเลยครับ นอกจากจะตั้งตัสแบบนั้น ดั๊น... มาชัตดาวน์ความรักของน้องเขาอีก ไอ้พวกเหี้ยเนี่ย


                ฮยอนจูได้แค่ยืนนิ่ง สายตาแดงก่ำมองมาที่ผม ค่อนข้างน่าอายนะที่ผมต้องบอกแบบนี้... ความจริงเราไม่ได้เป็นอะไรกันครับ เธอก็แค่ชอบผม ทั้งๆที่ผมไม่ได้ชอบเธอเลย ไม่รู้สิ เธอก็แค่เด็กคนนึงในสายตาผม อยากปกป้อง แค่ในฐานะพี่ชายกับน้องสาว


                “น้องจูคือ...


                ยังไม่ทันที่ผมจะได้อธิบายอะไร เธอก็วิ่งหนีไป ทิ้งผมไว้อยู่อย่างนั้น... ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ปลดปล่อยความเครียดที่หนักอึ้งอยู่ภายในใจ ก่อนจะยกมือขึ้นทั้งสองข้างตบแปะไปที่ไอ้หัวเกรียนทั้งสองคนอย่างหมั่นไส้


                “เป็นเพราะพวกมึง น้องจูเลยเสียใจขนาดนั้น”


                “หรา กูเปิดทางให้น้องเขาไปหาทางสว่างใหม่ต่างหากล่ะสัส นี่ถ้าน้องเขาไม่รู้ว่ามึงมีอะไรกับพี่แบคแล้วนะ แล้วมารู้ทีหลัง... มึงคิดว่าน้องเขาจะเสียใจมากกว่านี้ไหม ถามใจมึงดู”


                เดี๋ยวนะ...


                “มีอะไรกับพี่แบค?...


                จงอินเบิกตากว้างเหมือนเพิ่งโพล่งความลับออกมาจากปากตัวเอง


                อยากจะถามต่อว่า มึงรู้ ? แต่เกรงว่าจะไม่ดีนัก ถึงแม้ว่ามันจะเป็นคนมอมยาแบคฮยอน แต่มันจะแน่ใจขนาดนั้นเลยเหรอว่าผมกับเขาน่ะ...มีอะไรกันแล้วจริงๆ... และถ้ามันรู้ว่ามันเกิดขึ้นจริงตั้งแต่วันแรกที่ผมย้ายเข้าไปอยู่ เรื่องแย่ๆก็จะตามมาเรื่อยๆเหมือนพายุที่ซัดโหมเข้ามา


                ทั้งวัน ผมเอาแต่นั่งเหม่อมองไปที่นอกหน้าต่าง ไม่มีกระจิตกระใจจะเรียนหนังสือสักเท่าไหร่นัก ไม่รู้สิ มันคาใจจริงๆหลังจากที่ผมได้เห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของแบคฮยอน มันเหมือนกับ... ไม่ใช่ครั้งแรก แต่ก็ไม่ใช่หลายครั้งเหมือนกัน


                แต่ในระหว่างที่ผมมัวแต่คิดเรื่องบ้าๆนี่อยู่นั้น ไอ้ไคก็ใช้ศอกมาสะกิดแขนผม


                “เฮ้ยๆ มึงรู้จักลู่หานห้องหนึ่งปะวะ” ผมหันขวับไปมองตามเสียงเรียก และมองตามเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่ดูตัวเล็กพอๆกับพี่แบค... เดี๋ยวสิ ทำไมผมต้องเอาไปเปรียบเทียบกับเขาด้วยนะ บ้าจริงๆ


                “ไม่รู้ว่ะ เด็กใหม่เหรอ ทำไมกูไม่เคยเห็น” ผมตอบกลับไปอย่างไม่ใส่ใจ น่ารักก็จริง แต่ผมไม่ได้ชอบผู้ชายสักหน่อยนี่


                “กูก็ไม่รู้ว่ะ แล้วมึงล่ะฮุน รู้จักปะ” เซฮุนที่นั่งลอกการบ้านอยู่ก็หันไปมองเด็กนั่นเช่นเดียวกัน สายตามันมีทีท่าที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย ก่อนรอยยิ้มที่เชือดคนมาหลายร้อยศพจะเผยออกมาให้ผมกับไคได้เห็น


                “ทำไมจะไม่รู้จัก นั่นติวเตอร์คนใหม่ของกู”


                “เฮ้ยจริงเหรอวะ น่ารักว่ะ”


                “เออน่ารัก”


                “มึงสนไหมไอ้ฮุน ถ้าไม่สนกูเอานะ”


                “อ้าว แล้วคยองซูเมียมึงอ่ะ”


                “เออว่ะ พูดถึงคยองซู..” เหมือนจงอินจะเพิ่งนึกอะไรออก มันหันกลับมาจ้องผมเขม็ง “ไอ้ปาร์ค กล้องกูอ่ะ มึงยังไม่ได้คืนกูเลยนะ” พอจบประโยคเท่านั้นแหละ ผมแทบจะปรับสีหน้าไม่ทัน ฉีกยิ้มให้แบบเต็มใจสุดๆ พอมันเห็นว่าผมเอาแต่ยิ้ม เลยถามขึ้นอีก


                “ยิ้มทำแปะอะไรวะ จะคืนวันไหนว่ามา คยองซูทวงแล้ว”


                ห้ะ...


                “อ้าว มันไม่ใช่กล้องมึงเหรอ”


                “ไม่อ่ะ ความจริงกูยืมคยองซูมา กล้องกูมันพังเลยเอาไปซ่อมตั้งแต่เดือนที่แล้ว ตอนนี้ยังไม่ได้เลยเนี่ย”


                เชี่ย... 

                                                                                         

                จงอินขมวดคิ้วติดกันมองหน้าผมด้วยความสงสัย พอไอ้ฮุนเห็นท่าไม่ดีก็หันกลับไปทำการบ้านต่อ


                “เคลียร์กันเองนะ กูไม่เกี่ยว” มันว่า


                “คือมึง..จงอิน กู...


                “มีอะไรก็ว่ามาไอ้ปาร์ค” คราวนี้ จงอินมันนั่งกอดอก ทำเอาผมที่นั่งไม่ติดแทบจะลุกหนีออกจากตรงนี้ แต่ก็เอาเถอะ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว จะช้าหรือเร็ว มันก็ต้องรู้อยู่ดี แต่.. คงจะดีกว่านี้ ถ้ากล้องที่ผมได้ทำมันพังไป ไม่ใช่ของคยองซู.. ไอ้คนที่มีสายตาอมหิตบวกกับหลอดเสียงแปดร้อยล้านเดซิเบลนั่น


                “กล้องที่มึงให้กูไปถ่ายตอนแพ้เกมอ่ะ.. คือ..


                “...


                “มันพังแล้วว่ะ”


                !!!!


                สีหน้าจงอินเปลี่ยนไป มองเห็นลำคอของมันที่กลืนน้ำลายหนืดเข้าอย่างยากลำบาก


                “ไอ้ปาร์ค... เดี๋ยวมึงจะได้รู้ว่านรกมีจริง ไอ้เชี่ย !!!


                “เฮ้ยมึงกูขอโทษ แต่กูไม่ได้ตั้งใจนะ คืนนั้นที่กูไปถ่ายอ่ะ..มันแบบ พี่กูจับได้ กูตกใจเลยทำกล้องหล่นอ่ะ...แล้วมัน..” จงอินฟังที่ผมพูดต่อไปไม่ไหว มือที่กอดอกตั้งแต่แรกตอนนี้มันเอามากุมขมับของมันแทน และยิ่งผมอธิบายให้มันฟังไปเรื่อยๆ เสียงกัดฟันกรอดๆของมันก็ดังขึ้น ดังขึ้น...


                “พอเลยมึงพอ”


                “กูขอโทษ..


                “แล้วทำไมมึงไม่บอกกูตั้งแต่แรกวะ จะได้หาเงินซื้อใหม่ให้คยองทัน”


                ไอ้สัส กูกะจะบอกมึงตั้งนานแล้วแต่นี่ก็พูดซะไม่มีช่องไฟให้กูได้แทรกเลยไอ้ห่า


                ก็ได้แต่คิดในใจเท่านั้นแหละครับ...


                “...” ผมทำได้แค่เงียบ


                “แล้วมึงพอมีตังค์เอาไปซ่อมหรือซื้อใหม่ให้กูได้ปะวะ มึงก็รู้ว่าเวลาคยองโกรธมันเป็นยังไง...


                “ไม่มีว่ะ โดนพี่เหยียบจมดินแล้วตอนนี้ ขืนกูขออะไรพี่แกอีก มีหวังเรื่องซวยๆต้องเข้ามาในชีวิตกูอีกแน่ๆ” ก็อย่างที่รู้ พี่ผมมันธรรมดาที่ไหน อยากได้อะไรก็ต้องมีข้อต่อรองเชื่อสิ ใครจะกล้าเสี่ยง


                “แล้วมึงอ่ะ...” พอจงอินเห็นว่าผมหมดหนทาง ก็ไปทำทีท่ากระแนะกระแหนใส่ไอ้ฮุนมัน


                “หยุดเลยนะไอ้ไค ATM ก็ยังไม่คืนให้กู อย่าหวังว่าจะได้อะไรจากกูอีกเลย” ฮุนพูดตัดบท ทั้งผมและไอ้จงอินได้แต่ถอนหายใจ “คือกูก็อยากช่วยพวกมึงนะ แต่การเป็นเจ้าหนี้ของพวกมึงเนี่ย ตามทวงยากยิ่งกว่าทวงคนที่ไม่รู้จักอีก”


                จงอินหน้ายู่พอเห็นว่าเซฮุนช่วยอะไรไม่ได้ ก็ตีโพยตีพายโยนความผิดมาให้ผม


                 “ไม่รู้ล่ะ ยังไงมึงก็ต้องรับผิดชอบ”


                “อ้าว ทำไมโยนมาให้กูงี้ มึงให้กูทำเองนะไอ้ไค !


                โป้ก !


                ผมรีบกุมขมับทันทีที่มีวัตถุอันไม่พึงประสงค์ลอยมาโดนหัวผม พอเหลือบไปมองว่ามันคืออะไรก็เป็นชิ้นกระดาษที่ถูกห่อไว้เป็นวงกลม เหลียวซ้ายแลขวาหาที่มาของมันก็พบว่าเป็นเด็กนักเรียนหญิงที่เพิ่งวิ่งผ่านหน้าประตูไป... ผมถอนหายใจเฮือกที่สิบล้าน พอจะรู้ว่ามันเรื่องอะไรแต่ก็ทำใจเปิดอ่านกระดาษนั่นอยู่ดี


 

            พี่ชานยอลทำอย่างนี้กับน้องญาญ่าได้ยังไงคะ...

            ถ้าพี่ไม่ชอบหนู... อยากให้หนูไปไกลๆ.. ไม่เห็นต้องทำเรื่องอย่างว่ากับผู้ชายเลย

            ลำพังแค่พี่มีผู้หญิงอื่น หนูก็ทำใจยอมรับไม่ได้แล้ว แต่นี่...ผู้ชาย...’



            พอเจอคำว่าผู้ชายปุ๊ป ผมก็รีบโยนมันทิ้งถังขยะปั๊ป


                “อะไรอีกล่ะวะนั่น จดหมายบอกเลิกเหรอ” ไคถามขึ้น


                “ไม่เชิง เพราะไอ้สเตตัสบ้าๆของพวกมึงนั่นแหละห่า เข้าใจผิดกันทั้งโรงเรียนเลยเนี่ย” พอพูดจบผมก็ดึงเป้ขึ้นมาพาดไหล่ พอไอ้ฮุนกับไอ้ไคเห็นอย่างนั้นก็ถามขึ้นทันที


                “มึงจะไปไหนวะ”


                “จะกลับละ เบื่อ”


                “เอ้า” ทั้งสองคนพูดพร้อมกัน จงอินก้มมองนาฬิกาแว๊บเดียวก็พูดขึ้นอีก “นี่เพิ่งเที่ยงเองนะมึง”


                “เออ ยืมโทรศัพท์หน่อยจะโทรหาพี่แบ..” ผมกระแอมของเล็กน้อย “..คริส พอดีโฟนกูไม่ได้เติมตังตั้งแต่ทิตย์ก่อนละ โปรก็หมด”


                แม้ว่าจงอินทำท่าจะจับผิดผม แต่ก็ยอมส่งโทรศัพท์ให้แต่โดยดี พอผมเลื่อนคอนแท็กลิสต์ไปเรื่อยๆ กลับไม่มีชื่อพี่ชายผมอยู่เลย น่าแปลกที่มันไม่มีเบอร์พี่ผม ทั้งๆที่มันก็คลั่งไคล้ซะจะเป็นจะตายแท้ๆ


                ตือดือดึ้ง !


                เควิน : พี่โอนเงินค่ายาให้เซฮุนแล้วนะ

               

               อ้าวนั่นมันไลน์พี่ผมนี่หว่า...


                “มึงมีไลน์พี่กูด้วยเหรอวะ” ผมถามด้วยความแปลกใจ แต่ท่าทีที่น่าสงสัยของไอ้สองคนนั้นที่มันตื่นตาตื่นใจผิดปกติทำให้ผมต้องกดเข้าไปดู แม้ว่าพวกมันจะร้องห้ามก็เถอะ... พอผมเปิดเข้าไปเท่านั้นแหละ รูปซิกแพกพี่ผมเยอะมากทำเอาผมแปลกใจว่าทำไมอยู่ดีดีถึงส่งให้ ทั้งๆที่ผมพยายามจะได้รูปนี้มาอย่างยากลำบากแท้ๆ...

 


            จงอิน : ขอบคุณครับพี่ มีงานไรก็เรียกใช้บริการผมได้เลยนะครับ !’

            ‘เควิน : คงไม่ต้องทำอะไรแล้วล่ะมั้ง

            ‘จงอิน : พี่คริสครับ ไอ้ฮุนมันบอกว่า ค่ายานั่น...’

            ‘เควิน : โอเคเดี๋ยวพี่โอนให้ก็แล้วกัน ขอบคุณมากๆนะ

            ‘จงอิน : ไม่เป็นไรครับพี่ ส่วนเรื่องคลิปก็อย่าลืมส่งให้ผมด้วยนะครับ

            ‘เควิน : จะส่งให้คนแรกเลย

            ‘จงอิน : * ส่งสติ๊กเกอร์ * ’

            ‘เควิน :พี่โอนเงินค่ายาให้เซฮุนแล้วนะ

 


                ทั้งจงอินและเซฮุนหน้าเสียไปตามๆกัน มันสองคนมองหน้ากันและกุมขมับถอนหายใจออกมา


                “อธิบายมา แล้วมันคลิปอะไร ยาที่ว่าคือยาที่ใช้มอมพี่แบคใช่ไหม” เปิดประเด็นก็คือผมอีกนั่นแหละครับ


                “เห็นไหมไอ้เหี้ย กูบอกแล้วให้ลบแชทไอ้ห่า” เซฮุนหันไปต่อว่าเจ้าของมือถือ


                “ก็กูเสียดายบทสนทนาที่คุยกับพี่เขานี่หว่า...


                “ตกลงมันเรื่องอะไร แล้วคลิป.. มันคลิปอะไรวะ” เหมือนผมจะรู้คำตอบอยู่แก่ใจ แต่ผมไม่อยากจะให้เรื่องที่ผมสงสัยนั้นเป็นเรื่องจริงเลยครับ “หรือจะเป็นคลิปกู ?”


                “เฮ้ยยย ไม่ใช่อย่างนั้นนะไอ้ยอล แบบว่า พวกกูก็แค่... มอมยาพี่เขา แล้วก็ทำให้พวกมึงอยู่ด้วยกัน แบบโซ่อ่ะ อือนั่นแหละ นอกนั้น... พี่มึงจัดการหมดเลย” ไอ้ฮุนอธิบายให้ผมฟัง ไม่พอหรอกครับแค่นี้น่ะ... ผมหันไปมองไอ้ไคอย่างคาดโทษ เค้นเอาความจริงออกมาทั้งหมด


                “โหย จ้องไรกูขนาดนั้นวะ กูกับไอ้ฮุนทำแค่นั้นจริงๆ”


                “แล้วคลิปที่ว่านี่มันคลิปอะไร”


                “....


                ผมพ่นลมหายใจออกมาอย่างหัวเสียเมื่อทั้งสองคนไม่ยอมตอบ ใครจะไปคิดว่าเรื่องทุกอย่างมันถูกจัดฉากขึ้นมาโดยพี่และเพื่อนของผมเอง ผมหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาเพื่อค้นเบอร์ของพี่ชาย โดยใช้โทรศัพท์ไอ้จงอินมันต่อสายไป รอไม่ถึงนาที พี่ชายตัวดีของผมก็รับสาย


                [ฮัลโหล]


                “พี่ทำกับผมอย่างนี้ได้ยังไง”


                [นี่ใคร.. ชานยอลเหรอ]


                “ตอบมา”


                [พี่ทำอะไร]


                “จะแกล้งซื่อไปถึงไหนพี่ ! ไม่รู้ล่ะ ยังไงผมก็จะย้ายออก ถ้ารู้ว่าพี่มีแผนจะทำแบบนี้กับผมตั้งแต่แรก ผมไม่ไปอยู่หรอก !” ผมได้ยินเพียงแค่เสียงพ่นหายใจของพี่ที่ตอบกลับมา ความเงียบครอบงำผมและเขาไม่ถึงห้านาที เสียงไลน์ก็เด้งขึ้นผ่านหูผม


                [เปิดดูไลน์สิ]


                ผมจิปากอย่างหัวเสีย แต่ก็ยอมทำตามที่พี่สั่งแต่โดยดี


 

            ‘ พี่แบคฮยอน ?

            ..ชานยอล.. ช่วย.. ช่วยผมด้วย.. นะฮะ...’


 

            !!!!


                ผมจำภาพและเสียงเหล่านั้นได้อย่างชัดเจน ทุกๆการกระทำที่ผมได้ทำลงไปถูกบันทึกไว้ในคลิปวิดีโอนี้ หลังจากที่เปิดคลิปได้ไม่ถึงนาที ผมก็รีบปิดมันทันทีแล้วดึงโทรศัพท์เข้าหูอีกครั้ง


                “ถ้าอยากให้คลิปนี้ว่อนเน็ต... ก็เชิญ”     

                

                !!!




-----------------------------------

อัพอีกแล้วครับท่าน *-* ข้าน้อยปิดเทอมแล้ว

หลังจากที่ผ่านมรสุมทั้งแกทแพทเก้าสามัญโควต้านู้นนี่

รวมทั้งกลางภาคและปลายภาค หึหึ




398 ความคิดเห็น

  1. #398 kkimmaggurren (@kimaguren) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2559 / 19:21
    คริสยอลนี่เป็นพี่น้องกันจริงๆเหรอ
    #398
    0
  2. #396 ❤ Little "B" ❤ (@khainoy) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 เมษายน 2559 / 13:05
    พี่คริสต้องทำกับน้องขนาดนี้เลยเหรอ แค้นเคืองไรกันหนักหนาเนี้ย
    #396
    0
  3. #385 Pandatode (@Pandatode) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2559 / 00:38
    พี่คริสสสสสสส ทำดี5555555
    พี่ชานยอลก็สู้นะ55555
    #385
    1
    • #385-1 ChoiMina? (@choimina) (จากตอนที่ 6)
      2 มีนาคม 2559 / 21:23
      คัมซามีดา >_<
      #385-1
  4. #229 เมนคริสกิ๊กโด้ (@krisdo) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2556 / 18:37
    ต่อค่ะ
    #229
    0
  5. #228 Beaoutwy (@thawinee-39) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2556 / 18:11
    เขียนต่อเถอะน้าาาา เรื่องนี้สนุกมากๆ
    #228
    0
  6. #226 E'noo palm^^ (@palm-tanya) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2556 / 15:04
    เขียนต่อเถอะน้า พลีสสสสส *^*
    เค้าเป็นกำลังใจให้นะ สู้ๆ
    #226
    0