KING OF ISLAND เหนือใต้หล้า ข้าคือจักรพรรดิเกาะ

ตอนที่ 58 : ตอนที่ 56 มองเห็น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 215
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    22 ส.ค. 63

               เสี่ยวเยี่ยนหลิงนั่งกอดเข่ามองดูน้องชายตัวเองลูบๆคลำๆหินปราณมากมายก่ายกองอย่างเคลิบเคลิ้มเหมือนเด็กๆ นางกลั้นขำไม่ไหวต้องหัวเราะเสียงใสออกมา จนกระทั่งจ้าวเปียวยกมือเคาะหน้าผากเสี่ยวเจี๋ยไปหนึ่งที อีกฝ่ายจึงเกาแก้มด้วยความเคอะเขิน

              เสี่ยวหลงเป่าพลิกหน้ากระดาษซ้ำไปซ้ำมา ความคิดวนเวียนอยู่ในหัว รูปเหมือนสตรีงดงามทุกคนที่ปรากฏอยู่ภายในคงเป็นเพราะความสามารถของหนังสือภาพเล่มนี้เป็นแน่แท้เป็นไปได้ว่าพลังประหลาดชนิดนี้คงทำการเชื่อมโยงอยู่กับร่างกายของเขาตั้งแต่วันแรกที่ได้เริ่มทดลองเปิดมันออกมา

         ถึงแม้ดูเหมือนไม่มีประโยชน์อันใด แต่หลงเป่าดันพึงพอใจกับลูกเล่นราคาไม่กี่ร้อยเหรียญทองนิรันดร์ชิ้นนี้เป็นอย่างมาก เขามั่นใจว่าตนเองคงต้องเผชิญหน้ากับพวกนางคนใดคนหนึ่งในไม่ช้า ดั่งเช่นหลานซูเหวี่ยหรือจวี้หลิงก่อนหน้า

         จะศัตรูหรือมิตรก็สุดแล้วแต่ฟ้าดินกำหนด หลงเป่าเพียงต้องเตรียมตัวให้พร้อมเท่าที่จะทำได้เท่านั้น ตั้งแต่เขาตื่นจากห้วงความฝันอันแสนคุ้นเคยจนแทบแยกแยะจริงหรือเท็จไม่ออก ชายหนุ่มยิ่งมั่นใจว่าการเดินทางข้ามผ่านโลกเดิมของตนเองจนมาอยู่ ณ ที่แห่งใหม่ใบนี้ย่อมมิใช่เรื่องบังเอิญแน่นอน

เพราะฉะนั้น หากเสี่ยวหลงเป่าต้องการค้นหาความจริงทั้งหมด เขาคงมีแต่ต้องต่อสู้และลุยฝ่าอุปสรรคทุกๆอย่างไปข้างหน้าให้ถึงที่สุดจนกว่าจะสำเร็จ

              หลังจากนับจำนวนหินปราณระดับต่ำทุกก้อนเรียบร้อย พวกหลงเป่ายังได้รับแก่นผลึกวิญญาณเพิ่มมาด้วยอีกกว่า 20 ชิ้น ข้าวของที่ปล้นชิงเอามาเกือบทั้งหมดตรงหน้าทำให้ 'กลุ่มโจรจำเป็น' ที่กำลังห้อมล้อมอยู่รอบๆหายเหน็ดหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง

         เมื่อต้องการใช้เวลาที่เหลืออยู่ในการเพิ่มระดับพลังของกลุ่มให้มากสุดเท่าที่จะทำได้ เสี่ยวหลงเป่าจึงกัดฟันพลางแจกจ่ายหินปราณที่ได้มาให้แต่ละคนไปเป็นจำนวนหลายสิบก้อนด้วยกัน อย่างไรเสียพวกจ้าวเปียวทั้งสามก็ไม่มีทางดูดซับคลื่นหยวนจากหินปราณได้คราวละมากๆภายในวันสองวันอยู่ดี

         ถึงอย่างงั้น หลงเป่าก็ยังเหลือหินปราณอีกจำนวนมากโข ชายหนุ่มจึงเก็บเอาไว้ก่อนค่อยว่ากันทีหลัง ยิ่งตบะที่สูงขึ้นยิ่งต้องการเวลาเพื่อปรับระดับสมดุลลมปราณในร่างจากการทะลวงขั้น มิฉะนั้นอาจเกิดปัญหาตามมาภายหลังได้

เมื่อครู่หลังจากเข้าสู่เลี่ยนชี่ขั้นห้า เสี่ยวหลงเป่ายังไม่ทันทำอะไรก็ลงไม้ลงมือออกแรงเสียแล้ว ยังดีที่ทุกอย่างคลี่คลายได้เร็ว


              หลังจากแจกจ่ายหินปราณรวมถึงปล่อยให้ชายหญิงทั้งสามคนกระจายตัวกันออกไปเพื่อหาที่นั่งทำการบ่มเพาะพลังปราณอย่างสงบ หลงเป่าเริ่มหาที่นั่งที่ไม่สะดุดตาแล้วเริ่มต้นปรับคลื่นลมปราณหยวนในตันเถียนอันยุ่งเหยิงให้กลับมาคงที่อย่างช้าๆ

         ท้องฟ้ามืดมิดลง พระจันทร์ลอยอยู่เกือบกลางท้องฟ้า คลื่นหยวนในตันเถียนของหลงเป่ากลับมาหมุนวนเป็นปกติ ชายหนุ่มลืมตาปรือ พรรคพวกทั้งสามคนยังไม่เสร็จสิ้นในการดูดซับคลื่นหยวนจากหินปราณ

"เอาล่ะ"

         หลงเป่าล้วงเอาป้ายหยกแผ่นหนึ่งออกมา พอแตะลงบนกึ่งกลางหน้าผาก เขาจึงนั่งพินิจพิเคราะห์ทำความเข้าใจเนื้อหาของมันต่อ ภายในนั้นคือขั้นตอนการฝึกฝนการปรุงเม็ดยาในระดับพื้นฐาน รวมถึงรายชื่อสมุนไพรชนิดต่างๆอีกเกือบร้อยรายการ

         นอกจากการเพิ่มพูนความแข็งแกร่งรวมถึงฝึกเคล็ดวิชาอสูรแล้ว จวี้หลิงยังแนะนำเสี่ยวหลงเป่าให้พยายามเรียนการปรุงยาเผื่อเอาไว้บ้าง ซึ่งชายหนุ่มก็เห็นดีเห็นงามด้วย

         ตำราการปรุงยาเบื้องต้นทั่วไปไม่ได้วิเศษวิโสจนต้องจำกัดการเข้าถึง ยกเว้นพวกตำราปรุงยาบางชนิดที่หาได้ยากยิ่งจึงจะพบเจอได้ในงานประมูล หรือภายในสำนักชั้นนำ   

     เสี่ยวหลงเป่าแลกป้ายหยกอันนี้มาด้วยราคาปานกลางจากร้านค้าหยกขาว นอกจากนั้นเขายังซื้อกระถางปรุงยามาอีกหลายใบ และยังมีพืชสมุนไพรหลายตัวที่เหมาะสมกับการฝึกฝนทิ้งๆขว้างๆในครั้งนี้ ทุกอย่างได้ถูกเก็บเอาไว้อย่างดีในรวงนางพญา

          ก่อนมาที่นี่ หลงเป่าก็ได้เริ่มศึกษาและทดลองมาบ้างแล้ว แม้ตัวจวี้หลิงจะเคยเป็นนางอสูรอันทรงพลังที่อยู่มาเนิ่นนานหลายร้อยหลายพันปี  แต่เรื่องปรุงยานั้นนางเองถือว่าพอใช้ได้เท่านั้น มิได้เก่งฉกาจหาตัวจับยากแต่อย่างใด

         อีกทั้งการปรุงยาของเผ่าอสูรมิได้ใช้กระถางปรุงยาแบบเดียวกันกับที่พวกมนุษย์ใช้ เสี่ยวหลงเป่าจำต้องคลำหาหนทางด้วยตัวเอง ส่วนขั้นตอนรายละเอียดปลีกย่อยที่เหลือ เมื่อมีข้อสังสัยหรือไม่เข้าใจ หากจวี้หลิงรู้สาเหตุจึงจะคอยเป็นผู้ชี้แนะชายหนุ่มในภายหลัง

"ข้าต้องจดจำพวกมันให้ได้ทั้งหมดโดยเร็ว"

         ยิ่งก้าวหน้าเรื่อยๆ หนทางต่อไปย่อมต้องยิ่งลำบากเป็นทวี ไม่มีทางที่พวกหลงเป่าจะฝากความหวังเอาไว้ที่เม็ดยาจากที่อื่นตลอดเวลา เมื่อไม่ต้องการเสี่ยงดวงหรืออยู่ในช่วงภาวะอันขาดแคลนเม็ดยาเพิ่มพูนพลังลมปราณ เม็ดยารักษาอาการบาดเจ็บและยาแก้พิษ  จะเป็นการดีกว่าหากภายในกลุ่มของพวกเขามีผู้ที่สามารถหลอมกลั่นเม็ดยาได้บ้าง

หวี่ หวี่ หวี่

ปุ้ง ปุ้ง

         เสียงแมลงยามค่ำคืนไม่ได้ทำให้สมาธิของชายหนุ่มเตลิดเหิดหาย แก่นผลึกวิญญาณนอกจากนำไปเป็นส่วนผสมสำหรับหลอมอาวุธวิเศษแล้ว พวกมันยังสามารถใช้เป็นวัสดุติดไฟที่ให้ความร้อนชั้นดีสำหรับการปรุงยานอกสถานที่

ถึงแม้ว่าโลกภายนอกมีราคารับซื้อในตลาดค่อนข้างสูงแค่ไหน เสี่ยวหลงเป่ายังคงยินยอมเสียพวกมันไป 1 ชิ้นเพื่อแลกกับการฝึกฝนวิธีปรุงยา

เพ่ง เพ่ง เพ่ง

1 เค่อ...
2 เค่อ.....

ครึ่งชั่วยาม....
1 ชั่วยาม....
จนเวลาล่วงเลยเกือบๆ 2 ชั่วยาม

         ความเงียบสงัดทำให้ได้ยินเสียงสายลมดังหวีดหวิวเฉื่อยๆ รอบๆรัศมีเกือบครึ่งลี้ถูกเฝ้าระวังภัยเอาไว้ด้วยกลุ่มสัตว์วิเศษของเสี่ยวหลงเป่า เขาปล่อยพวกผึ้งงานออกมาหลายสิบตัว พวกมันตัวเล็กและเหมาะสมในการแอบซ่อนอยู่ในความมืดที่สุด

    เสียงการสั่นสะเทือนภายในกระถางปรุงยาแต่ละครั้งที่หลงเป่าหลอมยาดังเล็ดรอดออกมาอยู่เป็นช่วงๆ ควันและกลิ่นไม่พึงประสงค์ลอยฟุ้งตลบอวบอวลอยู่รอบๆจนเขาน้ำหูน้ำตาไหลเปื้อนท่วมใบหน้า

"แหวะๆๆ กลิ่นอะไรเนี่ย?"

"ฮัด...เช้ย!!!"

"พี่ใหญ่?"

"ลุกๆๆ...หนีเร็วเข้า!!"

     จ้าวเปียวและสองพี่น้องถึงกับร้องลั่น พากันลุกขึ้นวิ่งหนีหายนะออกไปนอกระยะทำลายล้าง ทุกคนพากันอกสั่นขวัญแขวนอย่างยิ่ง

สุดท้าย เมื่อเห็นว่าเป็นเพราะเสี่ยวหลงเป่ากำลังทำการปรุงยาอยู่ พวกเขาเลยสงบลง พากันแยกย้ายหาที่นั่งเพื่อดูดซับหินปราณในมืออยู่ที่ไกลๆ

เพ่ง เพ่ง

         รอบทิศมีแต่กองเศษสมุนไพรอันเกิดจากความล้มเหลวของการหลอมยา ปนเปกับเม็ดยาที่พอดูได้บ้างไม่ได้บ้าง แทบทุกเม็ดมีรูปร่างบุปๆเบี้ยวๆจนน่าอนาจใจ กระนั้นหลงเป่ายังคงมุมานะแน่วแน่ต่อไป

     เมื่อปรุงยาจนแล้วเสร็จ เม็ดยาทุกๆเม็ดจะถูกชายหนุ่มเก็บเอาไว้เพื่อเอานำมาศึกษาหาความผิดพลาดทีหลัง ไม่ว่าจะคุณภาพของพวกมันทุกเม็ดจะเป็นยังไงก็ตามแต่

บ้างก็มีทั้งสำเร็จ
บ้างก็มีทั้งล้มเหลว

บ้างก็ครึ่งๆกลางๆ ลูกผีลูกคน
ครั้งแล้ว....ครั้งเล่า....

วนเวียนไปมาทั้งคืนอยู่เช่นนี้

         กองสมุนไพรค่อยๆลดจำนวนหายไปเรื่อยๆ ตรงกันข้ามกับความรู้ความเข้าใจถึงวิถีการปรุงยาด้วยฝีมือและประสบการณ์ที่ค่อยๆก้าวกระโดด

".....เป็นเช่นนี้? ขออีกครั้ง!!"

ตึง

"ถ้าข้าใส่สมุนไพรชนิดนี้ทีหลังแทนเล่า?"

ปัง

"หรือว่าจะลองเพิ่มปริมาณเข้าอีกนิดดี..."

ตูม

"ช่วงขั้นตอนกลั่นเป็นเม็ดยา หากเร่งความร้อนของไฟจะเป็นยังไง?"

ปัง

"....ถ้างั้น......ลองลดเวลาขั้นตอนแรกดูหน่อย"

บึม

"หากบดให้ละเอียดขึ้นจะเป็นไง"

....

         ช่วงแรกๆ หลงเป่ายังลงผิดลองถูกจนเกิดข้อผิดพลาดมากๆ แต่ในช่วงครั้งหลังๆการหลอมเม็ดยาของเสี่ยวหลงเป่าเริ่มเข้าร่องเข้ารอยจนความผิดพลาดในแต่ละครั้งน้อยลดลงเล็กน้อย

         ชายหนุ่มเริ่มหาญกล้าทำแม้กระทั่งการทดลองนอกเหนือจากวิธีการปรุงยาตามสูตรบนแผ่นหยกด้วยซ้ำ จนเกิดจิตสภาวะหลงลืมสิ่งต่างๆรอบข้าง

"อีกครั้ง!!"

เพ่ง

".....อีกครั้งซิ!!!"

เพ่ง

"....อีก!!!"

เพ่ง

"ฮึ่ม!!"

ป่ง

"ฮว้ากก!!"
..
....
.........

              เจ้าอ้วนอู๋ไห่นั่งหันรีหันขวางราวกับหางสุนัข พื้นที่ลึกเข้าไปในดินแดนลับถึงเพียงนี้มีหรือที่ตนจะเคยเพียรพยายามเข้ามาได้ ตั้งแต่ถูกเลือกให้เข้ามาพร้อมทั้งสหายและกลุ่มศิษย์ใหม่นับร้อยชีวิต อู่ไห่ก็ต้องประสบพบเจอกับการเข่นฆ่าแลกชีวิตกับพวกสัตว์ร้ายตามรายทางทุกวี่วัน

         สัตว์ร้ายแต่ละตัวมีกำลังมากพอที่จะรุมทึ้งเจ้าอ้วนอู๋ที่สบประมาทให้กลายเป็นเนื้อบด ทุกๆวันเจ้าอ้วนและพวกพ้องจำเป็นต้องมีสติอยู่ตลอดเวลา ประสบการณ์เฉียดตายเริ่มทำให้เจ้าอ้วนอู๋ทั้งชินชาทั้งปลงชีวิตไปพร้อมกัน

         ยังดีที่กลุ่มของอู๋ไห่มิได้มาเพียงแค่ห้าคน รอบด้านยังเต็มไปด้วยศิษย์ใหม่กว่าร้อยชีวิตเข้าช่วยเหลือประคับประคองเพื่อเอาชีวิตรอดมาจนถึงยามนี้ หนำซ้ำยังมีพวกศิษย์สายหลักอีก 20 ชีวิตเป็นแกนนำในแนวหน้าคอยรับมือเหล่าสัตว์ร้ายระดับจ่าฝูงขึ้นไป

         มีแค่ชายคนเดียวเท่านั้นที่ทำได้เพียงนิ่งเฉยอยู่ห่างๆซึ่งก็คือผู้อาวุโสคนที่สี่ 'ฟ่างถ่ง' ชายกลางคนได้ประกาศเอาไว้อย่างชัดเจน หลังจากย่างก้าวเข้ามาในดินแดนลับของสำนัก นอกเหนือจากภารกิจตรงจุดหมายปลายทาง ยกเว้นว่าสถานการณ์จะถึงขั้นเลวร้ายจริงๆ เขาเองจะไม่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือเหล่าศิษย์เด็ดขาด

         จนพอเข้าสู่คืนวันที่สิบ แม้จะยังไม่มีศิษย์รายไหนล้มตายหรือบาดเจ็บสาหัส แต่ด้วยความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าแทบสิ้นเรี่ยวแรง แทบทำให้ศิษย์ใหม่หลายสิบคนเกิดอาการหวาดวิตกปะปนไปด้วยความกังวลลึกๆ
เนื่องเพราะไม่มีผู้ใดรู้เลยว่าภารกิจที่รอคอยอยู่คืออะไรกันแน่

         กลุ่มของเจ้าอ้วนอู๋ทั้งหมดนั่งล้อมวงกันอยู่รอบกองไฟด้านหนึ่ง ค่ำคืนนี้เลยเวลาช่วงยามโฉ่วไปมากแล้ว (01.00-02.59 น)  รอบด้านนั้นเงียบสนิทจนได้ยินแต่เสียงเห่าหอนของสัตวร้ายประเภทหมาป่า ณ ที่ห่างไกลออกไป

    นอกจากกลุ่มของเจ้าอ้วนอู๋ ห่างออกไปเป็นช่วงๆยังมีอีกถึง 5-6 กลุ่มที่ยังคงนั่งตาค้างไม่คิดยอมหลับยอมนอนพักเอาแรง ทั้งหมดเป็นหน่วยเฝ้าเวรยามของวันนี้ อู๋ไห่นั่งยองๆเอาไม้เขี่ยฟืนในกองไฟเล่นฆ่าเวลา พอเริ่มเบื่อก็โยนไม้ในมือทิ้ง

"เจ้าอ้วน ข้าหิวแล้ว ขอเนื้อแห้งหน่อย" หยุนกังร้องขอเสบียงจากอู๋ไห่ พอได้รับมาก็จัดการฉีกกินอย่างกระหาย

ชู่ซวนที่ผิวออกเหลืองหลังเพียรพยายามจัดทรงผมหยักศกที่ดูยุ่งเหยิงให้เรียบแปล้ ก็ยื่นมือไปคว้าขวดน้ำเต้ายกขึ้นดื่มเพื่อดับกระหายบ้าง

"อู๋ไห่ พวกเรายังเหลือเสบียงอยู่อีกเท่าไหร่?" คราวนี้เป็นชายคล้ายบัณฑิตนามปู้เถิงที่นั่งอยู่ข้างชู่ซวนเอ่ยถามบ้าง

"เจ้าอ้วนอู๋ตบหน้าอกดังปัง "อย่าห่วงเลย ถ้ากลุ่มพวกเราประหยัดกันเสียหน่อยคงพอถูไถไปได้อีกอย่างน้อย 10-12 วัน อีกอย่าง ข้ายังแลกเม็ดยา'ธัญพืชม่วง' มาด้วยสิบกว่าเม็ด หนึ่งเม็ดสามารถทำให้อิ่มท้องได้ทั้งวัน ที่ต้องระวังให้มากหน่อยคือเรื่องน้ำดื่มเท่านั้น"

พอพูดเรื่องน้ำ ทุกสายตาหันไปจ้องมองยังจุดเดียว ซู่ชวนถึงกับสำลัก เขายิ้มแหยวางขวดน้ำเต้าอย่างเสียดายเล็กน้อย

         ไม่เพียงเฉพาะกลุ่มของเจ้าอ้วนอู๋ ศิษย์ใหม่ที่เพิ่งรวมตัวเป็นกลุ่มก้อนอยู่รอบๆก็เริ่มพากันกักตุนเสบียงที่นำมาด้วยทีละเล็กละน้อยแล้ว

เห็นชัดว่าการเดินทางเข้ามาครั้งนี้แทบกินระยะเวลามากกว่าที่คิดเอาไว้

"ข้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมผู้อาวุโสสี่ต้องให้พวกเราเดินทางมาด้วย?" เจ้าผอมหยุนกังพูดทั้งๆที่ยังนั่งเคี้ยวชิ้นเนื้อแห้งอยู่ในปาก

"ใครจะไปรู้ความคิดของผู้อาวุโสคนนี้เล่า?" หวางเฉาลูบคางเหลี่ยมๆกล่าวแทรก "ข้ารู้แค่ว่าถ้าไม่เป็นเพราะปากพล่อยๆของเจ้าส่งเสียงดังเกินไป พวกเราทั้งหมดก็คงไม่ตกเป็นเป้าสายตาของผู้อาวุโสสี่และต้องมาลงเอยยังสถานที่บัดซบนี่หรอก"

     หยุนกังที่กำลังจะกลืนเนื้อลงไปถึงกับสะอึก เขาทำหน้าเจื่อนแล้วไม่พูดอะไรต่ออีก ชีวิตของเขาคงจะราบรื่นเกินไปหน่อยละมัง ถึงต้องมาซวยยืนอยู่ตรงนี้

"เจ้าผอม ข้าว่าตัวเจ้าคงคิดถึงแม่นางคนใดคนหนึ่งในหอชุ่ยหวิ๋นเป็นแน่" เจ้าอ้วนอู๋ตบบ่าหยุนกัง "พอกลับไป ข้าอู๋ไห่คนนี้จะสอนวิธีจีบหญิงให้แก่เจ้า ก่อนที่ข้าจะมาอยู่ในสำนักกระบี่ไพรเขียว คนในเมืองต่างขนานนามข้าว่า 'ยอดนักรักแห่งแคว้นสู' เชียวนะ"

หยุนกังได้ฟัง หน้าตาแดงก่ำ ถลึงตาใส่ทันที "เจ้าอ้วนอู๋ เจ้ารู้ได้อย่างไร!?"

"ฮ่าฮ่าฮ่า คนที่ไปที่นั่นทั้งๆที่ยังกลางวันแสกๆ ถ้าข้าไม่เห็นด้วยตา ข้าเองก็ไม่เชื่อ!" อู่ไห่ชี้นิ้วเข้าหาใบหน้าตัวเอง "ยังดีที่ข้าไม่ได้ตาบอด จึงเห็นภาพนี้เข้า!"

         พอเจ้าอ้วนอู๋ไห่เฉลยออกมา สหายที่นั่งล้อมรอบก็พากันเงียบ สายตาทุกดวงมองเจ้าผอมหยุนกังด้วยความรู้สึกต่างกันไป

"ยอดคน" คนแรกที่เอ่ยขึ้นคือหวางเฉา

"บุรุษเหล็ก" ปู้เถิงป้องมือคารวะ

"นับถือๆ" ชู่ซวนถึงกับยกนิ้วให้

"....ขะ ..ข้า.......เจ้าอ้วน!!!"

"ว่าแต่เจ้าไปติดพันแม่นางคนไหน ลี่เอ๋อ หรือ แม่นางซูเอ๋อ เล่า" เจ้าอ้วนใส่ไฟไปอีก

"อ๊ากกกก...."

         หยุนกังปากบูดเบี้ยวด้วยความอับอาย ขณะที่เขากำลังอยากจะประเคนหมัดสักสองสามหมัดให้เจ้าอ้วนอู๋ คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายดันยกมือยื่นวัตถุชิ้นหนึ่งมาขวางหน้าเอาไว้

"นี่มัน?" หยุนกังเปลี่ยนเป็นคว้าน้ำเต้าอีกใบในมืออู๋ไห่ทันทีพอเปิดฝาจุกออก กลิ่นเข้มข้นอันเป็นเอกลักษณ์ก็โชยออกมาเบาๆ

"สุราชั้นเยี่ยม!" หยุนกังเขย่าสุราในน้ำเต้า สูดดมกลิ่นอย่างเคลิบเคลิ้ม

อีกสามคนก็มองหน้ากัน ไม่คิดเลยว่าเจ้าอ้วนอู๋จะนำสุรามาด้วย

อู๋ไห่เหมือนรู้เรื่อง "ข้าเอามาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น"

         สหายทุกคนผงกหัว ผู้ใดที่พอรู้จักกับหยุนกังจะรู้ดีว่า เจ้าผอมแซ่หยุนเป็นคนนิยมชมชอบการดื่มสุราเป็นที่สุด ทั้งยังคอแข็ง ถึงให้มันดื่มสุราแทนข้าว 3 มื้อเป็นเวลา 3 วันก็ยังไหว

อู๋ไห่เห็นว่ากลั่นแกล้งเจ้าผอมพอสมควรแล้วเลยพูดปิดท้ายหล่อๆ "ถือสุราขวดนี้แลกกับการขอขมาของข้าเมื่อครู่ก็แล้วกัน ฮ่าฮ่าๆ"

    หยุนกังชะงักงัน มองสลับไปมาระหว่างหน้ากลมๆของเจ้าอ้วนกับน้ำเต้าสุราที่ถืออยู่ในมือตัวเอง สุดท้ายก็พ่นลมออกจมูก

"เหอะ" เจ้าผอมกระแทกตัวนั่งลงบนพื้นค่อยๆลิ้มรสสุราในน้ำเต้าที่ละนิดละน้อย

"ฮ่าๆๆๆๆ"
"ฮ่าๆๆๆๆ"

              สามคนที่เหลือเห็นสภาพของเจ้าผอมที่พ่ายแพ้ให้กับสุราเพียงนิดเดียวถึงกับส่ายศีรษะหัวเราะเยาะพร้อมกันอย่างครื้นเครง บรรยากาศแย่ๆที่กดดันจนตึงเครียดมาหลายต่อหลายวันเริ่มซาลงมาไม่น้อยเลย

         อู๋ไห่เห็นหยุนกังเสียท่าเป็นแมวหงอยกลับรู้สึกสาแก่ใจเป็นที่สุด เมื่อทุกคนเริ่มผ่อนคลายและพูดจาเรื่อยเปื่อย เจ้าอ้วนเริ่มท้องร้องเลยควานหาเนื้อแห้งมาเคี้ยวบรรเทาความหิวบ้าง มองไปมามองมา สายตาดันไปตกอยู่ที่ศิษย์หลัก 2 คนไม่ไกล

"นั่นศิษย์พี่หมาน"

         ด้านข้างศิษย์หลักทั้งสองคือหมานเหยินที่กลุ่มของเสี่ยวหลงเป่าเคยร่วมเดินทางมาด้วยกันอยู่พักหนึ่งก่อนแยกตัวออกมา  เมื่อห้าวันก่อนเป็นพวกกลุ่มผู้อาวุโสสี่เจอะเจอกลุ่มของหมานเหยินในระหว่างเดินทางเข้ามา

         ตอนนั้นกลุ่มเกือบ 20 ชึวิตที่หมานเหยินเป็นผู้นำมีสภาพอิดโรยเป็นอย่างมาก พวกเขาหนีตายจนรอดพ้น แต่กลับต้องหัวเสียเพราะออกนอกเส้นทางมาไกล ยามนั้นหมานเหยินที่เป็นผู้นำเลยได้แต่ประคับประคองทุกคนจนกลับเข้าเส้นทางเดิมสำเร็จ

         หมานเหยินเดินย้อนกลับเส้นทางเดิมได้ 2 วันถึงได้พบกับกลุ่มศิษย์หลัก 5 คนที่ฝึกปรือวิชายุทธ์อยู่ที่นี่ มิคาดว่าจะเป็นกลุ่มศิษย์หลักมากฝีมือ ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นถึงอิสตรีรูปโฉมงดงาม นางก็คือหญิงสาวที่หมานเหยินแอบชื่นชมมานาน

         พอรวมกลุ่มกัน ยังไม่ทันทำอะไร หมานเหยินกับพบผู้อาวุโสสี่ที่เดินทางพร้อมกับลูกศิษย์นับร้อย  ฟ่างถ่งเลยให้พวกเขาทุกคนร่วมทางไปกับเขาด้วย หมานเหยินเห็นสหายอีกห้าคนอยู่ภายในกองทัพลูกศิษย์จีงโยนเรื่องสงสัยอื่นๆทิ้งไป

         ช่วงที่มุ่งหน้าเข้าไปยังส่วนลึกของดินแดนลับ ถึงจะเผชิญกับสัตว์ร้ายอยู่บ่อยครั้ง แต่เรื่องแก่นผลึกวิญญาณที่ได้มา ผู้อาวุโสฟ่างถ่งค่อนข้างเมินเฉยและไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องพรรณนี้เท่าใด ทำให้ศิษย์แทบทั้งหมดได้รับผลประโยชน์ถ้วนหน้า

"!!!"
"หือ.."

         เมื่อเจ้าอ้วนอู๋ไห่ร้องขึ้นมา ทั้งหวางเฉา หยุนกัง ชู่ซวนและปู้เถิงก็หันไปยังทิศทางเดียวกัน พวกเขาทั้งสี่คนอยู่ด้านหน้าสุด ส่วนอู๋ไห่นั่งอยู่ท้ายกลุ่ม จึงไม่มีใครสังเกตว่าวินาทีที่อู๋ไห่เพ่งมองไปยังจุดที่หมานเหยินกำลังยืนอยู่กับศิษย์สายหลักอีก 2 คนนี้....

เจ้าอ้วนอู๋ไห่ก็ได้เห็นสิ่งที่ไม่สมควรเห็นเข้ากับตาจนได้
แม้ว่าจะเป็นจังหวะเวลาเพียงเศษเสี้ยวเดียวก็ตาม

แต่เพียงพอให้อู๋ไห่ขนลุกชูชัน   

"นิ่งไปทำไมเจ้าอ้วน ศิษย์พี่หมานมาโน่นแล้ว" หยุนกังรีบซุกซ่อนน้ำเต้าที่มีสุราอยู่ด้านในเอาไว้ ลุกขึ้นพร้อมๆกับสหายที่เหลือ

         อู๋ไห่ปาดเหงื่อบนหน้าผาก ช่วงที่หมานเหยินเดินเท้าเข้ามาพร้อมกับศิษย์สตรีทั้งสอง เจ้าอ้วนก็ลุกลี้ลุกลนลุกขึ้นราวกับดีดสปริง มิได้ก้าวไปข้างหน้า แต่ทิ้งระยะอยู่ห่างๆ

         หวางเฉา หยุนกัง ชู่ซวน ปู้เถิง หรือแม้กระทั่งหมานเหยินเองไม่รับรู้ถึงความผิดปกติของเจ้าอ้วนอู๋ไห่ พวกเขาทักทายตามประสาสหายที่คุ้นเคยกันมานาน หมานเหยินแนะนำให้รู้จักกับสตรีทั้งสองซึ่งเป็นศิษย์หลัก

แม่นางที่หมานเหยินมีใจให้ก็เป็นหนึ่งในนั้น

"เจ้าอ้วน เจ้าเป็นอะไรไป?" หมานเหยินค่อนข้างงุนงงกับท่าทีเหินห่างของอู๋ไห่ ถ้าเป็นแต่ก่อน มันจะต้องวิ่งแจ้นเข้ามาหาและทำตัววอนหาเท้าอยู่ตลอด กลายเป็นวันนี้ดูสงบเสงี่ยมผิดหูผิดตา

"มะ..มะ.. ไม่มีอะไร....ไม่ต้องสนใจข้าก็ได้" อู๋ไห่โบกไม้โบกมือ

         หมานเหยินมองดูท่าทีพิลึกของเจ้าอ้วนก็ไม่พบสาเหตุ แต่เพราะนอกจากเขาเองแล้วยังมีคนพิเศษตามมาด้วยจึงทำได้แต่เมินเฉยอู๋ไห่ไปชั่วคราว

ช่วงที่หมานเหยินกำลังแนะนำศิษย์รุ่นพี่สตรีทั้งสองให้กับกลุ่มของอู๋ไห่ได้รู้จัก เจ้าอ้วนอู๋ก็หาข้ออ้างเดินหนีถอยออกมาตั้งหลักอยู่ห่างๆเพื่อสงบจิตใจ

"ข้า....คงไม่ใช่...ตาฝาดไปใช่ไหม?" เจ้าอ้วนอู๋ตัวสั่นไม่หยุด

         เมื่อครู่ตอนที่อู๋ไห่เหลือบตาหันไปมองก่อนใครโดยไม่ตั้งใจ เขาเห็นบางสิ่งบางอย่างพลุบโผล่ออกมายังแขนเสื้อของศิษย์สตรีผู้หนึ่ง มีสีขาวหม่นและให้ความรู้สึกชั่วร้ายจนคนมองแทบหยุดหายใจ

         มันคือส่วนกระดูกนิ้วมือ ฝ่ามือ ไล่ไปจนถึงท่อนแขนยาวผิดรูปปกติ เมื่ออู๋ไห่มองเห็น เหมือนมันจะรับรู้ว่ามีคนจับจ้องมันอยู่ พริบตามันรีบเลื้อยขดหายเข้าไปยังชายแขนเสื้ออย่างรวดเร็ว

เหตุการณ์ทั้งหมดดูเนิ่นนาน แต่จริงๆแล้วเพียงแค่กระพริบตาเท่านั้น

    หากไม่ใช่เพราะหมานเหยินหันหน้ามาทางนี้ ส่วนพวกหยุนกังหันหลังอยู่ ทุกคนอาจต้องสังเกตเห็นทุกอย่างเช่นเดียวกับอู๋ไห่

    เจ้าอ้วนอยากจะบอกเรื่องนี้ให้กับศิษย์พี่หมานกับสหายของมันเหลือเกิน แต่ก็ไม่กล้าและยังไม่มีหลักฐานยืนยันคำพูดใดๆ

หากว่ามันเกิดคิดไปเองคนเดียวเล่า...
ที่สำคัญ มันไม่อยากหักหน้าหมานเหยินต่อหน้าหญิงสาวที่แอบชอบด้วย

"แย่แล้วๆๆๆ"

         เจ้าอ้วนอู๋ไห่ขนพองสยองเกล้า ไม่รู้ว่าเจ้าสิ่งนั้นเป็นภูติผีปีศาจอันใด อยากจะสลัดภาพในหัวทั้งหมดออกไปเสีย

         เหล่มองศิษย์พี่ที่กำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ฝ่ายตรงข้ามเป็นถึงสตรีที่ชื่นชอบ เมื่อนั้นเจ้าอ้วนอู๋ได้เริ่มมองศิษย์คนอื่นๆรอบด้าน สายตาแฝงไว้ด้วยความระมัดระวังภัยอันตรายถึงขีดสุด

"ข้าว่าแล้วๆๆๆ"

อู๋ไห่ได้แต่ภาวนาให้ตัวเองแคล้วคลาดปลอดภัย

"ศิษย์พี่หมาน.....ท่านนำพาตัวอะไรเข้ามากัน!"


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

95 ความคิดเห็น

  1. #89 dfrdz007 (@dfrdz007) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2563 / 20:21
    thank u
    #89
    0