KING OF ISLAND เหนือใต้หล้า ข้าคือจักรพรรดิเกาะ

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 5 รู้สึกสะเทือนใจ (Rewrite)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,115
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 199 ครั้ง
    27 ส.ค. 63

บ้านหลังน้อย

              เสี่ยวหลงเป่ายืนนิ่งตรงหน้าแผ่นกระดานสีดำ บนใบหน้ามีรอยยิ้มเหยเกโง่งม ในที่สุดภารกิจอย่างที่สองก็ได้สำเร็จลุล่วงด้วยดี แต่แล้ว หลังจากชายหนุ่มเข้านอนและตื่นขึ้นมาในตอนเช้า ดูเหมือนจะมีความเปลี่ยนแปลงอีกครั้งของแผ่นกกระดานเส็งเคร็งอันนี้ เป็นความแปลกใหม่ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

              เมื่อคิดถึงมือถือสมาร์ทโฟนที่โดนดูดหายเข้าไปในคราก่อน ในหัวสมองของหลงเป่าเริ่มแล่นเร็วจี๋ เขาถูกปลุกจากนิทราอันแสนหอมหวานด้วยเสียง AI อิเล็คทรอนิคส์ที่ทำการแยกแยะเพศชายหรือหญิงไม่ออก หนำซ้ำยังมีเสียงเมโลดี้ภาพยนตร์เรื่อง 'ยิปมัน' ที่ชายหนุ่มเคยตั้งค่าเตือนเอาไว้หากว่ามีพวกข้อความหรือสายโทรเรียกเข้ามา
   
          สิ่งที่ทำให้เสี่ยวหลงเป่าอึ้งมากกว่านั้นคือ ไม่รู้ว่าเจ้าระบบบรรยายด้วยเสียงผ่านจากเจ้าแผ่นกระดานสีดำเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนไหน ตอนนี้ไม่ว่าหลงเป่าจะอยู่ทำอะไรที่ไหนบนตัวเกาะ หากเขาต้องการยังสามารถพูดคุยสื่อสารหรือขอคำแนะนำบางเรื่องกับมันได้ในระดับหนึ่ง เป็นต้น
   
          ที่สำคัญ เสี่ยวหลงเป่าไม่จำเป็นต้องวิ่งเข้าๆออกๆห้องอยู่ตลอดเวลายามต้องการเช็คผลการดำเนินงานของภารกิจที่กระทำอยู่อีกต่อไป เมื่อต้องการดูผลงาน เพียงลองพยายามเพ่งสมาธิภายในหัว จิตใต้สำนึกของเสี่ยวหลงเป่าก็คลับคล้ายว่าจะหลุดรอดลอยออกจากกายหยาบ

เสมือนว่าตัวของเขาเองกำลังยืนจ้องมองตรงเบื้องหน้าเจ้าแผ่นกระดานสีดำอยู่ภายในห้องยังไงยังงั้น

"นี่....คือการถอดจิตแบบในหนัง?....ไม่สิ...มันไม่เหมือนกันด้วยซ้ำ?" หลงเป่าทดลองทำวิธีแบบนี้อยู่หลายต่อหลายครั้ง  สุดท้ายก็แน่ใจเป็นอย่างมาก
   
          สรุป ถ้าพูดให้ฟังดูเข้าใจง่ายๆ ถึงหลงเป่ากำลังทำกิจกรรมอะไรสักอย่างติดพันอยู่ อาทิเช่น นั่งตกปลา หรือไม่ก็วิ่งออกกำลังกายเหยาะๆไปรอบเกาะ เมื่อเขาเริ่มจมเข้าสู่จิตใต้สำนึกของตัวเอง ความคิดเพียงเสี้ยวหนึ่งจะไปปรากฎเชื่อมต่ออยู่กับแผ่นกระดานสีดำแผ่นนี้ทันที     
   
          ในทางกลับกัน ถึงความคิดบางส่วนของเสี่ยวหลงเป่าจะจดจ่ออยู่บนแผ่นกระดานลึกลับแผ่นนี้ แต่ตัวจริงของเขาทางฟากนี้นั้นยังสามารถนั่งตกปลา เดิน วิ่ง หรือแม้กระทั่งกินอาหารและดื่มน้ำได้อย่างสบายโดยไม่มีความผิดพลาดอะไร

"สุดยอด! ค่อยคุ้มค่าสำหรับราคาค่ามือถือพรีเมี่ยมของข้าหน่อย!" ชายหนุ่มรู้สึกฮึกเหิม ความเสียใจและความเสียดายจากการสูญเสียของมีค่าค่อยๆมลายหายไปบ้าง

"เอาล่ะ มาดูกันต่อ"

         ภายในหนึ่งเดือน เมื่อเสี่ยวหลงเป่าค่อยๆคุ้นชินกับสภาพแวดล้อม เขาจึงฝ่าฟันหลายสิ่งหลายอย่างจนรอดพ้นเส้นตายมาได้โดยไม่ยากเย็น

          พอถึงช่วงบ่ายวันนี้ เสี่ยวหลงเป่าเก็บไข่ไก่รวมกันทั้งหมดได้เกินกว่า 200 ฟองด้วยกัน เมื่ออยู่ภายในตระกร้าชีวิต ไข่ไก่ทุกฟองจึงยังสดใหม่อยู่เสมอ แม้กระทั่งนำไปฟักเป็นตัวยังได้
   
          เนื่องจากเกิดความเปลี่ยนแปลงเป็นครั้งที่ 3 กับเจ้าแผ่นกระดานลึกลับอันนี้ เสี่ยวหลงเป่าไม่อยากพลาดรายละเอียดไปแม้แต่วินาทีเดียว เขาจึงทิ้งทุกอย่างที่กำลังทำอยู่ด้านนอก โยกย้ายสมาธิหันมามุ่งเพ่งความสนใจเต็มร้อยให้กับทางด้านฝั่งนี้แทน

[ภารกิจอย่างที่สอง : จงเป็นผู้เลี้ยงดูสายพันธุ์ไก่ฟ้าเหล่านี้อย่างเต็มภาคภูมิ]
- ในฐานะเจ้าของเกาะที่เริ่มต้นจากศูนย์ จำเป็นต้องมีปัจจัยพื้นฐานเพื่อเอาชีวิตรอด
- ความเอาใจใส่ มีผลต่อจำนวนการออกไข่ในแต่ละวัน

- เงื่อนไขภารกิจ :  ไม่เกิน 2 เดือน
-รางวัล : สุ่มวงล้อเลือกเมล็ดพันธุ์พืชวิเศษหนึ่งชนิด
- สถานะ : สำเร็จแล้ว

ครืน ครืน

[เจ้าของเกาะสามารถเข้าถึง 'คลังนิรันดร์กาล' จากตำหนักนิรันดร์กาลได้แล้ว']
[เจ้าของเกาะสามารถซื้อหรือแลกเปลี่ยนด้วยสกุลเงินประเภทต่างๆ หินปราณ หรือวัตถุดิบบางชนิดจาก 'คลังนิรันดร์กาล' ได้]

[เจ้าของเกาะสามารถสะสม 'เหรียญทองนิรันดร์' ได้แล้ว]
[เจ้าของเกาะสามารถใช้วัตถุดิบหายากหรือสมุนไพรล้ำค่าจากโลกภายนอกเพื่อเปลี่ยนให้เป็น 'เหรียญทองนิรันดร์' ได้]

[เจ้าของเกาะสามารถใช้วัตุดิบที่ดูแลอย่างดีทุกชนิดบนพื้นที่เกาะเปลี่ยนเป็น 'เหรียญทองนิรันดร์'ได้โดยตรง จำนวนเหรียญจะเพิ่มขึ้นสามในสิบส่วน]
[เจ้าของเกาะสามารถนำ 'เหรียญทองนิรันดร์' ที่สะสมเอาไว้แลกเปลี่ยนเป็นสิ่งของหลากหลายประเภทจาก 'คลังนิรันดร์กาล' ได้แล้ว]

"!!!!"

เสียงระบุเพศไม่ได้ดังก้องอยู่ภายในจิตใจของชายหนุ่ม

"คลังนิรันดร์กาล? เหรียญทองนิรันดร์? มันคืออะไร!"

          เสี่ยวหลงเป่าทั้งตกตะลึงทั้งตื่นเต้น ทันใดนั้นพื้นผิวสัมผัสของแผ่นกระดานสีดำลึกลับกับสว่างวาบไปทั่วทั้งห้องเล็ก เมื่อลำแสงหายวับไปจนหมดสิ้น  แผ่นกระดานตรงหน้าก็แสดงผลออกมาในรูปแบบของพวกโฮมเพจ และข้อมูลแบ่งแยกยิบย่อย

"จะดูล้ำยุคไปหน่อยไหมเนี่ย!" เสี่ยวหลงเป่าอึ้งกับพลังวิเศษของแผ่นกระดานขนาด 10.1 นิ้วที่แสดงปาฏิหาริย์ออกมาหลังจากได้ดูดเอาสมาร์ทโฟนของเขาเข้าไป

         ชายหนุ่มจากโลกไฮเทคตกอยู่ในภวังค์ไปชั่วขณะ เสี่ยวหลงเป่ายื่นมือออกไปสัมผัสหน้าจอที่ดูคุ้นหน้าตาด้วยความเคยชิน เขาเกือบอดใจไม่ไหวจนต้องส่งเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ แม้กระทั่งรูปภาพวอลเปเปอร์จากเกม ROV ที่แสดงให้เห็นนั้นก็ยังเป็นรูปภาพเดียวกันกับรูปภาพในมือถือของเขาเลย

ทันใด ภาพคนในครอบครัวทั้งหมดของเสี่ยวหลงเป่าก็ผุดขึ้นภายในหัว

"เฮ้อ คิดถึงจังนะ ทั้งๆที่เพิ่งผ่านมาได้ไม่เท่าไหร่" เสี่ยวหลงเป่าฟื้นขึ้นจากความโหยหาบนโลกใบเดิม เขาตบแก้มเพื่อกระตุ้นจิตใจให้เลิกห่อเหี่ยว ปาดคราบน้ำตาที่ติดอยู่บริเวณหางตาให้หลุดออกไป

"แสดงให้ข้าเห็นเถอะ เจ้าเป็นอะไรกันแน่?"

         เมื่อคำพูดของเสี่ยวหลงเป่าหยุดลง ภาพแบ็คกราวด์เดิมบนแผ่นกระดานเริ่มเลือนลางจมลงไปและเกิดเป็นรูปภาพใหม่ค่อยๆผุดลอยขึ้นมาแทบจะทันที กลายเป็นรูปทิวทัศน์ที่ไหนสักแห่งที่วิจิตรงดงามตระการตาสุดหยั่งถึง

         บนภูมิประเทศกว้างใหญ่นั้นราวกับอยู่ในแดนสวงสวรรค์ชั้นฟ้า ตรงตำแหน่งอันสะดุดตาและสูงที่สุดบนเทือกเขาใหญ่มีตำหนักหนึ่งหลังอันแสนโอ่อ่า ทั้งยิ่งใหญ่อลังการ ดุจดั่งที่พำพักของเทพเซียนในจินตนาการ

          พื้นที่ด้านล่างรอบๆเทือกเขาอุดมไปด้วยเนินเขาลึกลับน้อยใหญ่ ทั่วบริเวณเนินเขาเต็มไปด้วยผืนป่าเขียวชะอุ่มและหมู่แมกไม้ประหลาดนานาพันธุ์ มีสัตว์ป่าน้อยใหญ่อาศัยอยู่มากมายจนนับไม่ถ้วน บนฟากฟ้าเองถูกยึดครองด้วยเหล่าฝูงวิหคอันเฉิดฉายเต็มทั่วผืนฟ้า

         แสงแดดตรงเข้าสะท้อนบนผิวน้ำในทะเลสาบใสแจ๋วขนาดย่อมๆด้านหลังเทือกเขาสูงจนเกิดเป็นประกายแสงระยิบระยับดุจเพชรพลอยยามกลางวัน บางครั้งเมื่อสายลมพัดพาหมู่เมฆลอยเคลื่อนที่เข้าบดบังจนสิ้น ทะเลสาบอันล้ำค่าดูราวจะสลับกลับกลายมาเป็นห้วงจักรวาลในเวลายามค่ำคืน
    
'ตำหนักเกาะนิรันดร์กาล บัลลังก์ที่สาบสูญสิ้น'

              ชื่อหนึ่งถูกแกะสลักสวยงามเอาไว้อย่างยิ่งใหญ่อยู่ด้านบนสุดของสิ่งก่อสร้างหลังนั้น รัศมีอันครั่นคร้ามบ่งบอกถึงความเทิดทูน เคารพบูชา ความศักดิ์สิทธิ์ รวมไปถึงพลังอำนาจเปล่งอานุภาพพวยพุ่งออกมา
แม้นว่าเป็นเพียงแค่รูปภาพที่แสดงออกมาจนเกือบดูเป็นสามมิติ ทั้งนี้ยังไม่สามารถลดความรู้สึกน่าเลื่อมใสเคารพยกย่องแก่เสี่ยวหลงเป่าผู้นี้

"ตำหนักนิรันดร์กาล? เกาะนิรันดร์กาล?" เสี่ยวหลงเป่าเหม่อลอยเป็นเวลานานหลังจากได้มองภาพที่ปรากฎเหล่านี้

         ชายหนุ่มทั้งรู้สึกคุ้นเคย ทั้งรู้สึกหวนคิดถึงกับสถานที่แห่งนี้ไม่น้อยจากก้นบึ้งลึกๆภายในร่างโดยไม่ทราบสาเหตุ ไม่รู้ทำไมเมื่อเสี่ยวหลงเป่ามองมัน เขากลับรู้สึกอึดอัดมากจนแน่นหน้าอกไปหมด ใจเต้นเกือบควบคุมเอาไว้ไม่อยู่ รู้สึกอยากร่ำร้อง ถวิลหา ดีใจ เศร้าเสียใจ ขมขื่น และปลงอนิจจังไปด้วย

    ราวกับตัวตนของเขาในอดีตชาติได้เคยพานพบตำหนักหลังนี้มาก่อนแล้ว ความรู้สึกเหมือนบรรยายไม่ออกเช่นนี้ทำให้เสี่ยวหลงเป่าหอบหายใจอย่างหนักจนแทบหมดสติเสียให้ได้ ต้องข่มใจอยู่นานทุกอย่างจึงเริ่มบรรเทา

"แฮ่กๆๆ ข้าเป็นอะไร?"

         เสี่ยวหลงเป่าจำต้องสงบสติตนเองอยู่นานกว่าที่ตัวเองจะทุเลาความคิดเชิงลบหลากหลายอารมณ์ภายในสมองนี้ลง ชายหนุ่มเบือนสายตากลับมามองดูภาพตัวตำหนักและสิ่งแวดล้อมรอบๆอย่างละเอียดที่สุดอีกครา

ในไม่ช้า เสี่ยวหลงเป่าจึงได้รู้ว่าตำหนักหลังนี้ถูกตั้งอยู่ตรงจุดศูนย์กลางของพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล และดินแดนแห่งนี้ยังลอยล่องค้างสนิทอยู่กลางเวหา

อย่างน้อยๆ ขนาดของมันสามารถเทียบเท่าได้กับเขตมณฑลๆหนึ่งเลยทีเดียว

              ตัวตำหนักมีร่องรอยผ่านกาลเวลายาวนานมานับพันๆนับหมื่นๆปี มีร่องรอยความเสียหายน้อยใหญ่ที่เกิดขึ้นจากฝีมือของมนุษย์ มีทั้งร่องรอยดาบ รอยหอก รอยกระบี่ หรือแม้กระทั่งสิ่งที่คล้ายกับเศษซากเพราะแรงระเบิดอันมหาศาล

         สิ่งที่สะดุดตาเสี่ยวหลงเป่ามากที่สุดน่าจะเป็นบริเวณส่วนปลายสุดของเกาะขนาดยักษ์ด้านทิศตะวันออก มันมีสภาพแหว่งเว้าขาดหลุดออกจากกัน ราวกับโดนอะไรสักอย่างที่ทรงพลานุภาพสะบั้นฉีกเฉือนพื้นที่ส่วนนี้ให้หายวับไป

"ทั้งที่เป็นดินแดนน่าอัศจรรย์ที่หาได้ยากยิ่ง เฮ้อ ช่างน่าเสียดาย"

    เสี่ยวหลงเป่าทอดถอนใจลึกๆ กับความงามที่ถูกตัดทอนลงไป แต่ไม่นานอารมณ์ของชายหนุ่มก็กลับมาฮึกเหิมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

"ช่างเถอะๆ นี่มันไม่ใช่ธุระกงการอะไรของข้าสักหน่อย ตอนนี้ข้าควรจะรีบๆตรวจดูว่าไอ้สิ่งที่ปรากฎอยู่บนหน้าจอเมนูเหมือนเวบขายของออนไลน์ อะไรบ้างที่เป็นประโยชน์ต่อข้า"     เสี่ยวหลงเป่าหัวเราะฮิฮะในลำคอ นิ้วมือของเขากำลังจะจิ้มลงไปแบบที่เคย แต่อยู่ๆกลับหยุดมือขึ้นมาดื้อๆ

"เป็นไปได้หรือไม่ว่า...ข้าอาจใช้ความคิดสั่งการเพื่อใช้งานมันได้โดยตรง?"

พอหวนนึกถึงเรื่องก่อนหน้า ชายหนุ่มนึกเลยเอะใจขึ้นมา เมื่อทดสอบดู เสี่ยวหลงเป่าก็ต้องดีใจแทบคลั่ง

"ใช้ได้!"

              'ตำหนักเกาะนิรันดร์กาล' มีสิ่งที่เรียกว่า คลังนิรันดร์กาล' ดำรงอยู่ มันดูคล้ายคลึงพวกห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ไม่ก็พวกซุปเปอร์มาเก็ตขนาดมหึมา ที่ด้านในบรรจุสิ่งของจำพวกวัตถุดิบ อาวุธ เครื่องป้องกัน หรือเครื่องมือนานาชนิดมากมายก่ายกองเต็มไปหมด

         เพียงแค่เสี่ยวหลงเป่าต้องการสิ่งใด เขาสามารถแยกแยะสิ่งของแทบทุกอย่างภายในนั้นได้รวดเร็ว แน่นอนว่าเป็นแค่การเข้าถึงระดับเบื้องต้นเท่านั้น มิได้หมายความว่าตนเองจะนำของทุกๆอย่างออกมาใช้ได้โดยไม่มีลิมิต

         วัตถุที่ใช้แลกเปลี่ยนจาก'คลังนิรันดร์กาล' ถูกเรียกว่า 'เหรียญทองนิรันดร์' หากพูดเปรียบเทียบคงเหมือนมนุษย์โลกใช้ธนบัตรหรือเหรียญกษาปณ์ในการซื้อขายสินค้า ถ้าลองเปลี่ยนเป็นสำนักยุทธ์ที่ใดที่หนึ่งแทน สิ่งนี้คงเป็นพวกคะแนนการทำภารกิจของเหล่าศิษย์เพื่อนำมาแลกเม็ดยาล้ำค่า อาวุธ หรือเคล็ดวิชา

         ณ ปัจจุบัน เสี่ยวหลงเป่าเห็นว่ามีจำนวนเหรียญทองจำนวน 1,236 เหรียญทองระบุไว้ตรงบริเวณด้านขวาบนสุด  ชายหนุ่มคาดเดาได้ไม่ยากว่าต้องเป็นเหรียญทองที่ได้จากการจบภารกิจสองอย่างที่ผ่านมาหมาดๆแน่

"พันกว่าเหรียญ? ถือว่าเยอะไหมนะ?"

เพราะว่าภารกิจทุกอย่างที่เจ้าแผ่นกระดานเส็งเคร็งสั่งให้ทำนั้นไม่ได้บ่งบอกจำนวนเหรียญทองที่จะได้มาในแต่ล่ะครั้งด้วย เสี่ยวหลงเป่าจึงได้แค่ลองคาดคะเนแทน

[เจ้าของเกาะสามารถใช้'คลังนิรันดร์กาล'เพื่อทำการแลกเปลี่ยนได้]
[สามารถรับเหรียญทองก้อนใหญ่ได้เพียงครั้งเดียวเมื่อจบภารกิจ]
[ถึงแม้จบภารกิจไปแล้ว ยังสามารถทำภาจกิจบางภารกิจซ้้ำได้เรื่อยๆ แต่จำนวนเหรียญที่ได้รับจะลดลงไปห้าในสิบส่วน]

 "................"

              พอได้ยิน เสี่ยวหลงเป่าแทบสบถด่าทอโคตรเหง้าบรรพบุรุษเจ้ากระดานดำให้ซวยจนฉิบหายไปตลอดชาติ แต่เมื่อประโยคสุดท้ายสิ้นสุดลง ชายหนุ่มจึงผ่อนลมหายใจเบาๆ อย่างน้อยมันเองยังไม่เอาเปรียบตัวเขามากเกินไปนัก

          เร็วดั่งความคิด ชายหนุ่มเริ่มเลื่อนสายตาดูวัตถุสิ่งของทุกอย่างทีละหน้าๆ ยิ่งดูยิ่งตกตะลึงเต็มที่ ทุกรายการนับร้อยนับพันสิ่งเป็นพวกไม่เคยพบเห็นใดๆมาก่อน ทำให้เสี่ยวหลงเป่าที่เติบโตจากศตวรรษที่ 20 ตกอยู่ห้วงความเงียบ

มิหนำซ้ำ ยังได้เปิดประตูสู่โลกทัศน์ใบใหม่อย่างเต็มตัว

              หมวดอาวุธวิเศษ ศาสตราวุธ เครื่องป้องกันนานาชนิด เสี่ยวหลงเป่าเห็นแล้วยังต้องน้ำลายสอ เช่น กระบองสะท้านปฐพีที่มีพลังของแผ่นดิน, กงจักรค้ำฟ้าที่จะติดตามไล่ล่าเป้าหมายของมันไปสุดล้าฟ้าเขียว, เกราะหนักที่ยืมพลังธรรมชาติมาปกป้อง

กระบี่ฝืนสวรรค์ที่เป็นชื่อต้องห้ามของชาวสวรรค์ พาดฟันเมื่อใด ฟ้าดินร่ำร้อง, ดาบทะเลหมอกที่สร้างคลื่นยักษ์ หรือ หอกทะลวงศูนย์ที่มีพลังทะลวงระดับกึ่งพระเจ้า

อาจฟังแล้วดูเกินจริงไปบางส่วน แต่หากปรากฎออกมาจริงๆย่อมต้องเกิดการต่อสู้แย่งชิงจนแผ่นดินลุกเป็นไฟ

              หมวดหมู่โอสถสุดอัศจรรร์ก็มิน้อยหน้า มีทั้งน้ำยาฟื้นฟูร่างกายเบื้องต้น ช่วยเสริมสร้างสภาพร่างกายให้เข้าสู่ความพร้อมของโลกวิชายุทธ์ได้ทันที, ซุปสมุนไพรที่ดื่มลงไปแล้วจะรักษาโรคภัยไข้เจ็บนับร้อยโรค

หรือจะเป็น ยาปรับแต่งกล้ามเนื้อช่วยเร่งกระบวนการเสริมพละกำลังขั้นสุดยอด, ยาเม็ดสร้างพลังปราณที่เทียบเท่านั่งบำเพ็ยญตบะ10ปี, ยาลูกกลอนเสริมแกร่งจุดสร้างชีพจร

              หมวดสมุนไพรหลากหลายสายพันธุ์ อาธิ หญ้าอาถรรพ์ที่กลั่นเอาพิษระดับ 8 ออกมาได้, น้ำค้างยามเช้าที่มีผลทางยาแห่งความเยาว์วัย, หยดน้ำยะเยือกใช้ผสมกับใบเกล็ดราชสีห์สร้างตำรับยาเพิ่มพลังปราณระดับเซียนเทียน

หิมะพันราตรีสำหรับผู้ฝึกตนสายธาตุน้ำแข็ง, หมื่นโสมสลายวิญญาญูที่ใช้ในกระบวนการหลอมและสร้างร่างตัวตนจริงแท้ รวมไปถึงสายพลังสังขารอย่างผลวัชระอมตะที่เพิ่มพลังกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น เส้นเลือด และกระดูกทุกส่วนดุจภูผา

         เสี่ยวหลงเป่าเริ่มวิงเวียนตาลายคล้ายจะเป็นลม แต่ที่มากกว่านั้นคือจำนวนอัตราแลกเปลี่ยนที่แทบอยากกระอักเลือดออกมาให้รู้แล้วรู้รอด

         ยกตัวอย่างบรรดาพวกเม็ดยาระดับสุดยอดทั้งหมด ถึงเป็นเม็ดยาที่ถูกที่สุด ต่อให้เสี่ยวหลงเป่ากัดฟันทำภารกิจซ้ำซากไปมาเป็นร้อยเป็นพันรอบ ชายหนุ่มก็ยังไม่มีทางซื้อได้แม้แต่เม็ดยาครึ่งเม็ด 
 
เสี่ยวหลงเป่าทำได้แค่กลืนน้ำลายดังเฮือก พยายามทำใจไม่ไปนึกถึงมันอีก พลางเลื่อนสายตาไปยังหน้ารายการต่อไปทันที

"พระเจ้าช่วยกล้วยทอด!"

         หมวดสรรพวิชา มีให้ชมระรานตา อย่าง คัมภีร์สวรรค์และโลกที่ทรงพลังสุดหยั่งถึง, ลมหายใจเต่าดำที่แทบไม่มีวันตายเมื่ออยู่ใต้บาดาลเป็นร้อยเป็นพันปี, บทสรรเสริญแห่งเพลิงวิหค สาดความร้อนสูงเผาพลาญพื้นที่หลายร้อยลี้

พื้นฐานฝ่ามือสิบทิศโลกหล้าที่ทำให้รากฐานสุดยอดแกร่งกร้าว, วัชระเขย่าปฐพีที่ย้ำเท้าเพียงครั้งเดียว ดั่งแผ่นดินไหวโยกคลอน หรือดัชนีที่ป่นภูเขาได้เพียงชี้ครั้งเดียว

              เสี่ยวหลงเป่าตื่นตระหนกกับวิชาเหล่านี้มาก พอเอามาเปรียบเทียบมวยหย่งชุนที่ฝึกออกกำลังเป็นประจำ มวยของเขาเป็นดั่งเด็กน้อยเมื่ออยู่ต่อหน้ารถคอนเทรนเลอร์สิบหกล้อ แค่อีกฝ่ายสะกิด เขาก็ตายแล้ว

         อย่างแค่คัมภีร์วิชาสรรค์และโลกที่แพงที่สุดยังมีมูลค่าแลกเปลี่ยนถึง 1 หมื่นล้านเหรียญทองเข้าไปแล้ว ส่วนราคาถูกลงมามาก เช่น เพลงหมัดไทเก๊ก หรือว่าเพลงหมัดแปดทิศ ดันมีราคาอยู่ราวๆ 500 เหรียญทองเท่านั้น

แต่คนอย่างเสี่ยวหลงเป่าที่อุตส่าห์ถ่อทะลุมิติมาจนถึงที่นี่แล้ว จะให้ซื้อเพลงมวยที่แม้แต่โลกเดิมของตัวเองยังหาสถานที่ร่ำเรียนได้ไปทำไมเล่า


               ทว่า เสี่ยวหลงเป่าย่อมไม่สนใจหมวดสรรพวิชามากมายนัก เพราะว่าเขายังคงอยู่ในระหว่างเริ่มสร้างจุดตันเถียนเท่านั้นเอง ไม่ต้องไปพูดถึงอาวุธสุดเทพ หรือโอสถติดจรวดทั้งหลายแหล่

ยังไงเสีย หากเสี่ยวหลงเป่าทำภารกิจข้อที่สามและข้อที่สี่ได้สำเร็จ เขาเองจะได้คัมภีร์วิชามาฟรีๆอยู่แล้วถึง 2 เล่มด้วยกัน 

"เฮ้อ อะไรก็อยากได้ไปหมด แต่เหรียญทองที่ข้ามีช่างน้อยนิด"

    เสี่ยวหลงเป่าทอดถอนหายใจเหมือนคนแก่ ชายหนุ่มสลับหน้ารายการต่อไปอีกหน้าแล้วจึงประหลาดใจจนอุทานออกมา

"หมวดอีโรติก? เอาจริงเหรอว่ะเนี่ย?!"

              คิดไปคิดมา ชายหนุ่มก็พอเข้าใจได้บ้าง ไม่ว่ายุคสมัยไหน ย่อมต้องมีเรื่องพวกนี้ปะปนมาด้วยเหมือนเป็นเส้นขนาน ตัวอักษรอธิบายสรรพคุณของหนังสือบ่งบอกว่าเป็นภาพวาดประเภทปลุกใจสัตว์ป่าให้ฮึกเฮิม

ดวงตาทั้งสองข้างของเสี่ยวหลงเป่าแทบถลนออกมาจากเบ้า 'ตำหนักเกาะนิรันดร์กาล' ที่ดูคล้ายดุจดั่งเทพเซียนในนิทานปรัมปราถึงกับมีหนังสือโป๊วางขายเฉยเลย!

"ไม่ใช่หรอกมั้ง เจ้ากระดานดำเส็งเคร็งต้องกำลังล้อข้าเล่นอยู่แน่!" เสี่ยวหลงเป่าให้เหตุผลเข้าข้างตนเองเพื่อทำให้หัวใจที่ลุกโชนสงบลง

         ถึงอย่างนั้น หมวดหมู่หนังสือประเภทนี้ยังถูกแยกเป็นระเบียบ บ้างก็เป็นแบบชุดเซ็ท บ้างก็เป็นผลงานภาพวาดของศิลปินแห่งยุค น่าเสียดายที่ไม่สามารถลองดูตัวอย่างภายในเล่มได้ แม้แต่ปกหนังสือยังมีแค่ตัวอักษรเขียนกำกับไว้ไม่กี่คำเท่านั้น

         เสี่ยวหลงเป่ามองราคาแลกเปลี่ยนถึง 2,000 เหรียญทองต่อเล่มเป็นอย่างน้อยยิ่งรู้สึกว่าเหรียญทองทั้งหมดที่เขาหามาได้ช่างน้อยนิดยิ่ง

         สุดท้าย สายตาเจ้ากรรมดันเหลือบไปเห็นหนังสือเล่มหนึ่ง มันมีชื่อว่า 'รวมภาพยอดหญิงงามอันลือชื่อ' ซึ่งราคากับถูกเหลือเชื่อ อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 300 เหรียญทองเท่านั้น

"ไม่จริงน่า ข้าต้องตาฝาดแน่ๆ" ชายหนุ่มตกใจ มือไม้สั่น ไม่รู้อะไรเกิดดลใจ คิดไม่ถึงเลยว่าจะหลงเผลอตัวรีบยืนยันแลกเปลี่ยนแบบงงๆ

"......."

              ผิดคาด ด้านในกลับทำให้เสี่ยวหลงเป่าแทบอ้วกออกมาเป็นเลือด มันมิใช่หนังสือปลุกใจเสือป่าอย่างที่คิด เป็นเพียงหนังสือภาพเสมือนจริงของเหล่าสตรีผู้งดงามอย่างยิ่ง หนึ่งหน้ากระดาษแทนที่ไว้ด้วยสตรีหนึ่งคนเท่านั้น

"หลานซูเหวี่ยแห่งหอนางโลมไผ่เขียว, หลิงเข่อจวี่จากหุบเขาลี้ลับ, หนานกงหลิงสำนักปุยเมฆ, ไป๋เฟยเฟยแห่งตระกูลไป๋, เจี่ยนหวางเจี่ยแห่งคุนหลุน?"

         มีภาพหญิงสาวอายุแตกต่างกัน 5-6 รูป นอกเหนือจากนั้นยังเป็นแค่กระดาษเปล่า รูปลักษณ์ของสตรีแต่ละคนนั้นช่างโดดเด่นยิ่งกว่าสตรีทั่วไป อย่างเช่น คนแรกมีรอยยิ้มเย้ายวนชวนหลงไหล ตรงกันข้ามกับคนสุดท้ายที่หน้าตาเย็นชาดุจน้ำแข็งพันปี

              เสี่ยวหลงเป่ามีภูมิคุ้มกันต่อสตรีเพศค่อนข้างมาก อีกทั้งยังเคยเห็นรูปถ่ายบรรดาดาราหรือพวกเน็ตไอด่อลที่ใช้โปรแกรมตกแต่งภาพจนสวยเว่อร์อลังการเกินจริงไปไกล ดังนั้นความรู้สึกแรกจึงไม่ใช่ชื่มชน แต่เป็นความเสียดาย

"เหรียญทองของข้า!!!"

              เมื่อเหรียญทอง 300 เหรียญกลับหายวับด้วยน้ำมือของตัวเอง เสี่ยวหลงเป่าแทบอยากร้องไห้โหยหวนให้ขาดใจไปเลย

    ณ ตอนนี้ เหลือ 'เหรียญทองนิรันดร์' ไม่ถึงพันเหรียญแล้ว แทบจะไม่มีของดีชิ้นอื่นๆที่พอซื้อหาได้ในเวลาสั้นๆ ชายหนุ่มอย่างเสี่ยวหลงเป่าหมดอารมณ์ฮึกเหิมทันที การดูรายชื่อสิ่งของกลายเป็นเรื่องหน้าเบื่อโดยทันที จนกระทั่ง.....

"นี่คือ.......!!!!"

              เสี่ยวหลงเป่าแทบจะหยุดหายใจ เขาแทบไม่เชื่อกับสิ่งที่เห็น ต่อให้ตายก็ยิ่งไม่เชื่อ  เกินไปกว่านั้นคือความรู้สึกอันแสนอบอุ่นและความถวิลหาตลอดมา  ของสิ่งๆนั้นคล้ายด้ายผูกชะตาชีวิตกับเสี่ยวหลงเป่าเอาไว้ด้วยกันตั้งแต่ภพก่อน

มันมีราคาไม่สูงมากมายเทียมฟ้า แต่ก็มิใช่ราคาถูกซะทีเดียว
ราวกับว่า...ใครคนใดคนหนึ่งจงใจต้องการให้เสี่ยวหลงเป่าเห็น

หรืออาจมีจุดประสงค์บางอย่างแฝงเร้นซุกซ่อนเอาไว้

"เจ้ากระดาน!! เจ้ากำลังปั่นหัวข้า!!!"

         เสี่ยวหลงเป่าตะโกนออกมาอย่างคนบ้า เขาเองก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงพูดจาออกมาแบบนั้น บางครั้งสิ่งที่เห็นดูเหมือนอยู่ไกลเฉกเช่นหมอกควัน แต่บางครั้งเหมือนอยู่ไกล้ชิดติดกันจนสามารถเอื้อมมือไขว่คว้าอีกฝ่ายเอาไว้ได้

ความจุกแน่นที่อก เจ็บปวดจนหัวใจแทบแหลกสลาย ความเศร้าโศกและความไม่ยินยอมทำให้ลูกผู้ชายอย่างเสี่ยวหลงเป่าหลั่งน้ำตาออกมา

การหลั่งน้ำตาครั้งนี้ช่างแตกต่างจากอารมณ์อ่อนไหวกว่าครั้งที่ผ่านๆมา
ไม่มีการต่อต้าน แต่ชายหนุ่มกลับปลดปล่อยให้อารมณ์พาไปตามจิตใต้สำนึกเท่านั้น

"ข้าต้องแลกเปลี่ยนมันให้ได้!! ถึงไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่ข้านั้น...ไม่ยินยอม!!"

         เสี่ยวหลงเป่าส่งเสียงดังลั่นจนเสียงแหบพร่า เลือดในร่างกายสูบฉีด  ตัวสั่นสะท้านดวงตาสั่นระริก น้ำตาปริ่มๆ พร้อมจะปล่อยโฮอีกครั้งได้ทุกเมื่อ ตรงกันข้ามกับแววตาทั้งคู่ที่เปลี่ยนไป มีประกายความมุ่งมันอย่างแรงกล้าผสมเพิ่มเติมเข้ามาจนดูน่ากลัว

"ข้าจำเป็นต้องทำภารกิจที่สามให้สำเร็จโดยเร็ว ช่วงเวลานั้น ข้าต้องหาหนทางเพิ่มเหรียญทองด้วยวิธีการเดิมๆไปก่อน"

"ถ้าการทำภารกิจเดิมซ้ำๆซากๆแล้วได้ค่าตอบแทนเพียงครึ่งเดียว ข้าก็แค่ขยันเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ถ้าหากยังดูชักช้าอยู่ ข้าจะทำเป็นสามเท่า หรือสี่เท่า!! ทำมัน...จนกว่าจะสำเร็จ!!"

 "ข้าไม่เชื่อว่าทำถึงขนาดนี้ เมื่อจบภารกิจที่ 4 แล้วจะยังไม่มีเหรียญทองมาแลกเปลี่ยน! ของชิ้นนี้ราวกับมีความผูกพันธ์กับตัวข้า......."

" ข้าไม่รู้ว่าเป็นเรื่องบ้าบออะไร  แต่ข้ารู้สึกเพียงแค่ได้ว่า......ถ้าข้าไม่แลกเปลี่ยนมันมา.. ถ้าข้ามิได้ครอบครองมันให้ได้ ข้าอาจจะต้องเศร้าเสียใจจนตาย!!!"

    




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 199 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

95 ความคิดเห็น

  1. #92 Kanokratphuk_42 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 กันยายน 2563 / 05:42
    โถ่ไอหอกหัก...กรูก็หลงนึกว่าขนาดเท่ากระดานหน้าห้องเรียน...
    #92
    0