KING OF ISLAND เหนือใต้หล้า ข้าคือจักรพรรดิเกาะ

ตอนที่ 22 : ตอนที่ 22 เริ่มเปิดม่าน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 930
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 93 ครั้ง
    9 พ.ย. 62

         'ดอกบัวสระหยก' ที่ยังไม่ผลิบานนั้นส่องแสงสีขาวนวลอันเจิดจ้า รัศมีของแสงทำให้บริเวณเกาะน้อยที่ซ่อนตัวอยู่ของเสี่ยวหลงเป่าอย่างกับเป็นเวลากลางวัน มิหนำซ้ำ ราวกับมิติแบ่งแดนถูกทำให้ตัดขาดออกจากกัน นอกเหนือจากบริเวณโรงน้ำชาที่หลงเป่าอยู่นี้ สำแสงที่พุ่งฟุ้งกระจายไปรอบๆกับไม่ได้กระจายตัวออกไปจากพื้นที่แม้แต่นิดเดียว ไม่มีบุคคลใดสักคนในพื้นที่ละแวกรอบๆโรงน้ำชาที่สัมผัส รับรู้ และมองเห็นลำแสงสีขาวจ้านี้ได้สักราย

         ในโลกหยินหยาง เงาร่าง 2 ร่างที่ยืนตระหง่านตรงข้ามซึ่งกันและกัน ทั้งคู่มองออกไปยังดอกบัวดอกนั้นด้วยกันโดยไม่ได้นัดหมาย คนหนึ่งใบหน้านิ่งเฉย ส่วนอีกคนนึงเป็นอิสตรีที่มีรอยยิ้มงดงาม เพียงแต่ดวงตาคู่นั้นกับดูเหี้ยมเกรียมอย่างสิ้นเชิง

"โชคชะตาของเจ้าหนุ่มนั่นมาถูกที่ถูกเวลาเสียจริง ไม่คาดคิดว่า 'สิ่งนั้น' ที่ยังอยู่ในสภาพจำศีลเพื่อฟื้นฟูพลังที่ยังอยู่ช่วงย่ำแย่ ยังคงจะมีเวลามาแบ่ง'ห้วงสัมผัสสำนึก'บางส่วนมาให้อีกฝ่ายซะด้วย"

สตรีลึกลับในภาพวาดเอ่ยขึ้นมา


"แต่.." นางหยุดคิดสักนิด "เคล็ดวิชานี้ไม่ได้ใช้แค่โชคชะตาธรรมดาทั่วไปแล้วจะสำเร็จได้"

"......" ร่างฝ่ายตรงข้ามของนางยังคงสงบเฉยชาราวกับไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น

สตรีลึกลับยังคงพูดต่อ "เจ้าจะไม่คิดอธิบายอะไรเลยให้สหายเช่นข้าฟังเสียหน่อยรึ ตราบใดที่พวกเรายังคงติดอยู่ที่นี่ เจ้ากับข้าก็ลงเรือลำเดียวกันแล้ว มีอะไรที่ยังต้องปิดบังกันอีกเล่า"

จากนั้นนางก็ยกมือปิดปากเล็กๆสีแดงชาดของตน "หรือว่าเจ้ายังคงแค้นเคืองกับเรื่องราวเมื่อตอนหลายพันปีก่อน?" สตรีลึกลับหัวเราะ "อ่อ รึกลัวเจ้าตำหนักหลังนี้จับผิดได้สินะ"

    โลกภายนอกยังคงสว่างเจิดจ้า เงาร่างอีกร่างเพียงแค่มองรอดออกไปเท่านั้น ไม่ได้หันเหมาสนใจทางฝั่งของหญิงสาวลึกลับแม่แต่น้อย ขณะที่นางเองกำลังจะเลิกสนใจที่จะสนทนาต่อ ร่างร่างนั้นก็เริ่มเอ่ยปากเสียงทุ้มลึก

"ข้าไม่มีอะไรให้ต้องจับผิด และเจ้าก็มิใช่สหายข้า" เสียงของสิ่งมีชีวิตเพศชายดังก้อง

หญิงงามยักไหล่ "เอาเถอะ ใช่หรือไม่ไม่สำคัญหรอก ว่ามาเถอะ"

"นี่เป็นเรื่องที่เจ้าของตำหนักคนก่อนไหว้วานตัวข้าเอาไว้" ร่างเงาร่างนี้พลันสั่นไหว จนสุดท้ายเงาร่างที่ดูไม่ออกว่าเป็นอะไรก็กลับกลายเป็นร่างของบุรุษที่ดูสูงใหญ่ร่างหนึ่งขึ้น

         ทั้งร่างของบุรุษผู้นี้แต่งกายด้วยชุดสีดำทมิฬ เกราะรบสีดำม่วง และเสื้อคลุมไหล่ก็ยังเป็นสีดำม่วงเช่นกัน คิ้วหนาคมเข้มทั้งสองข้างเฉียงขึ้น ดูอวดดี ผมยาวด้านหลังถูกรวบมัดเอาไว้หยาบๆ  ดวงตาทั้งคู่สีดำสนิทราวกับท้องฟ้ายามค่ำคืนเดือนมืด

    เมื่อเปรียบเทียบกับสตรีลึกลับที่สวมอาภรณ์สีแดงเพลิง ลวดลายของธุลีสีแดงบนเนื้อผ้าที่ราวกับสามารถเย้ยหยันต่อโลกหล้าทั้งหมดไว้นั้น กลับทำให้ทั้งคู่ยิ่งดูยิ่งจะสะดุดตาเป็นสองสามเท่า

    สตรีชุดแดงเหลียวมองกลับไปที่ร่างของบรุษชุดดำอีกครั้ง "เช่นนั้น ข้าก็เริ่มจะพอได้ข้อสรุปเสียที แผนการณ์ที่เจ้ารวมหัวกันกับตำหนักหลังนี้ เท่าที่เห็น ข้อแรกคือการสร้าง 'รากดวงดาว' ดวงนี้ให้แก่เจ้าหนุ่มผู้ถูกเลือกผู้นี้ล่ะสิ"

"มิผิด" บุรุษชุดดำพูด

"ใช่เป็นเจ้าหนุ่มผู้นี้จริงๆนะหรือ?" สตรีลึกลับยังคงถามต่อ

"นั่นไม่ใช่สิ่งที่ข้าต้องสนใจ สนใจแค่เพียงผลลัพธ์เท่านั้น" เสียงทุ้มหนักแย้งกลับมา

    นั่นคือความจริง รางวัลที่ถูกเจ้าแผ่นกระดานมอบให้เสี่ยวหลงเป่าผู้นี้ เป็นเครื่องยืนยันว่าชายผู้นี้เป็นผู้เหมาะสม ชายชุดเกราะดำไม่จำเป็นต้องนำเรื่องอื่นมาใส่ใจ

"อ่อ...ที่แท้เจ้าเองก็ไม่มั่นใจเหมือนกัน?" สตรีลึกลับลากเสียงแหลมใส

         กล่าวจบ นางก็พลันหรี่ตาทั้งคู่ลง 'วิถีจักรวาล' เป็นเคล็ดวิชาที่พิเศษอย่างยิ่ง มิใช่ว่าเป็นใครก็ได้ที่ครอบครองคัมภีร์เล่มนี้แล้วจะสามารถก่อร่าง 'ตารางดวงดาว' ขึ้นมาได้จนสำเร็จ พูดง่ายๆ มันยากเสียยิ่งกว่าการก้าวไปสู่จุดสูงสุดของพลังตบะด่านสุดท้ายเสียอีก

         อย่างน้อยๆในยุคสมัยช่วงรุ่งโรจน์ของสตรีลึกลับนั้น การท่องทะยานไปทั่วทุกแห่ง ตั้งแต่ต้นจนจบ ก่อนที่นางจะถึงวาระสุดท้ายและจำต้องมาติดแหงกอยู่ในสถานที่แห่งนี้นั้น ตัวนางเองยังเพียงเห็นคนที่มีรากวิญญาณแห่งดวงดาวอันแสนประหลาดนี้อยู่แค่คนเดียวเท่านั้น หนำซ้ำ ยังเป็นอิสตรีเช่นเดียวกันกับนางด้วย
ยุคแห่งความโกลาหลครั้งนั้น รากชนิดนี้ถูกเรียกอีกอย่างว่า รากพิศวง

อาจพูดได้ว่า มันมีได้เพียงหนึ่งคน ต่อหนึ่งยุคสมัย ก็คงจะไม่ผิดนัก




         เสี่ยวหลงเป่าที่กำลังอ่อนแรงลง พลันได้รับพลังงานอันอบอุ่นอ่อนโยนจากดอกบัวสระหยก พริบตานั้น จิตใต้สำนึกของเขาที่เริ่มขุ่นหมองลงเรื่อยๆก็กลับมามีสติแจ่มใสราวกับได้น้ำทิพย์จากสวรรค์อาบทั่วกาย

         ดอกบัวสระหยกในบ่อน้ำวิญญาณเริ่มเบ่งบานออกมาอย่างช้าๆ ดอกบัวนี้มีกลีบดอกสีหยกทั้งหมด 9 ชั้น ว่ากันว่าเมื่อดอกบัวเบ่งบานในแต่ละชั้น เจ้าของที่เชื่อมโยงกับดอกบัวก็จะได้รับเอา 'สัมผัสสำนึก' ทั้งหลายที่เชื่อมต่อระหว่างกันและกันส่วนนึงกลับมาด้วย

    ไม่นาน กลีบดอกชั้นแรกก็บานออกทั้งหมด ภาพเงาเลือนลางของสิ่งมีชีวิตที่กำลังนั่งอยู่ภายในดอกบัวปรากฎออกมาให้เห็น บ้างก็ดูคล้ายกับเด็กผู้ชาย บ้างก็ดูคล้ายกับเด็กผู้หญิง เงาแฝดนั้นส่องสว่างไสวราวกับกำลังหยอกล้อไปมาอยู่กับหมู่ดาวอย่างสนุกสนานเริงร่าชั่วนิจนิรันดร์

นี่คือ 'ตัวตนแท้' ที่สะท้อนออกมาแบบคร่าวๆจากจิตใต้สำนึกของเสี่ยวหลงเป่าและดอกบัวสระหยกดอกนี้

ครืน

         ตารางดวงดาวที่ก่อร่างขึ้นมาแต่หยุดนิ่งไปชั่วครู่กลับเริ่มหมุนเคลื่อนไหวไปรอบๆอีกครั้ง ชนวนที่ดูคล้ายกับเชือกที่เเห้งเฉาไปแล้วก็กลับมาแข็งแกร่งดุจกับตรวนโซ่เหล็กกล้า มันกำลังกวัดแกว่งสะบัดไปมาอย่างไม่ย่อท้อ

"ข้าจะไม่พลาดโอกาสครั้งนี้อีก!"

เสี่ยวหลงเป่ากู่ร้อง พลังสมาธิจากจิตใต้สำนึกของเขาราวกับน้ำป่าที่เชี่ยวกราดที่กำลังปะทุดุดัน ภาพเบื้องหน้าราวของหลงเป่ากลายเป็นชัดเจนและชัดแจ้ง เขามองเห็นรอยร้าวของประตู เห็นตำแหน่งจุดบกพร่อง แต่ละจุดไม่มีวันลอดเร้นการจ้องมองของเขาไปได้


    ชายหนุ่มขยับมือทำท่ามุทราอีกรอบ เมื่อนั้นผลึกปราณที่เหลืออยู่ราวๆ 20 เม็ดก็เริ่มขยับไหว พวกมันหมุนคว้างคล้ายกับสูญเสียทิศทาง ลอยสะเปะสะปะวุ่นวายไปทั่ว แต่ไม่ว่าจะเป็นผลึกเม็ดไหนก็ตามต่างก็มีพลังเต็มเปี่ยมมากกว่าเดิมหลายเท่า

"เกลียวขด 6 ชั้น !!"

    เสี่ยวหลงเป่ายื่นมือชี้ออกไป ทันใด ชนวนเชือกที่แลดูอย่างกับเหล็กกล้าที่ไม่มีวันพังทลายก็เริ่มบิดงอคล้ายกับเกลียวคลื่นอีกครั้ง กลายเป็นสึนามึลูกมหึมา

1 ชั้น  2 ชั้น 3 ชั้น....

6 ชั้นซ้อน!

"ยัง! ยังไม่พอ!!" เสี่ยวหลงเป่าชี้ไปข้างหน้าต่อเนื่องอีก 3 ครั้ง ต่อมา เกลียวเหล็กกล้าเกลียวที่ 2 เกลียวที่ 3 และเกลียวที่ 4 ก็อุบัติขึ้นตามลำดับ

         หลงเป่าดวงตาแดงฉาน เขาพร้อมทุ่มสุดตัวอีกรอบ นิ้วชี้ทั้งสองข้างขี้ขึ้นด้านบน ผลึกปราณทั้ง 20 เม็ดลอยล่องขึ้นไป พวกมันเริ่มผสานเข้าหากัน ควบแน่นจนแกร่งกร้าวยิ่งกว่าเดิม 4 เท่า สุดท้ายก็เหลือเพียงผลึกปราณที่ทรงพลังทั้งสิ้น 4 เม็ดเท่านั้น

แต่ละเม็ดมีพลังมากกว่าผลึกปราณเดิมของหลงเป่า 5 เท่า

ผึง

         ผลึกปราณทั้ง 4 เม็ด ถูกชนวนเกลียวแบบขด 6 ชั้นแต่ละเส้นยึดติดเอาไว้ จากนั้นชนวนดวงดาวในรูปแบบขดก็เริ่มขดตัวหมุนไปมาทบเข้าหากันอีก 6 รอบ สุดท้ายจึงกลายเป็น 12 ขดซ้อนกันต่อเนื่องในที่สุด

เสี่ยวหลงเป่ายกมือมุทรา "ครั้งที่ที่ 1!!"

         สิ้นเสียง ขดเกลียว 12 ขด เส้นแรก กระจายพลังปราณทั้งหมดออกไป เกิดเป็นแรงเหวี่ยงที่มหาศาลเกินกว่าครั้งไหนๆ ผลึกปราณ 5 เท่าเม็ดแรกถูกส่งพุ่งออกไป มันเหมือนกับดาวตกที่ส่องสว่างในยามค่ำคืน ชั่วพริบตา เสียงกระแทกอย่างอันหนักหน่วงกว่าครั้งไหนๆก็สะท้อนกลับเข้ามา

บรึม

    ประตูดวงดาวบานแรกปริแตกเป็นทางยาว เศษหินจำนวนไม่น้อยปลิวว่อนไปทั่วพื้นที่ที่เสี่ยวหลงเป่ายืนอยู่ ในที่สุดแล้ว บานประตูก็เกิดเป็นรูโหว่ เล็กๆเกิดขึ้น แม้จะดูว่าไม่มาก แต่ผลึกปราณเม็ดแรกของหลงเป่าก็หลุดรอดเข้าไปในตารางดวงดาวได้เป็นผลสำเร็จ

"ยังไม่พอ ครั้งที่ 2 ครั้งที่ 3!!" หลงเป่าซัดผลึกปราณ 2 ลูกต่อมาโดยไม่รีรอ มันพุ่งออกไปอย่างสวยงาม จากนั้นก็กระแทกเข้ากับประตู รอยโหว่ปริแตกเป็นรอยที่ใหญ่กว่าเดิม

"หัวใจกล้าแกร่ง!!" หลงเป่างัดทักษะแฝงของตนออกมาอีกครั้ง ชายหนุ่มรีดพลังในร่างกายทุกส่วนออกมาจนหมด รวมแม้กระทั่งพลังที่ได้รับมาจากดอกบัวสระหยก

ถ้ามันยังไม่พังอีก เขาก็ไม่มีอะไรที่ทำได้แล้ว

ตูม!

"ย๊ากกกก!!" ลูกสุดท้ายลอยชนเข้ากับรอยต่อของช่องโหว่จุดสุดท้ายอย่างแม่นยำ

     เสี่ยวหลงเป่าไม่ได้ดูผลงานของเขาที่เหลือ เขาหงายหลังล้มลงบนหลังคาอ่อนแรง แขนขาทั้งหมดกลางออก หอบหายใจเพื่อสูดอากาศเข้าปอดให้มากที่สุด เหม่อมองตารางดวงดาวที่กำลังลอยอยู่กลางอากาศเหนือหัวของตนเอง

"พังสิโว้ย!!!" เสี่ยวหลงเป่าได้เพียงแต่คำรามออกมาเป็นครั้งสุดท้าย ขณะเดียวกัน ดอกบัวสระหยกที่เบ่งบานไปแล้ว 1 ชั้นก็ลดแสงลงอย่างช้าๆ จนสุดท้ายมันก็กลับมาเป็นปกติ

'ตัวตนแท้' ที่แสดงออกมาจากดอกบัวสระหยกก็สลายหายไปเช่นเดียวกัน


ในโลกหยินหยาง

"จะสำเร็จหรือไม่?" อารมณ์สตรีลึกลับเคร่งขรึมลงพลันกล่าว

บรุษชุดเกราะดำเพียงส่ายหน้ากำลังจะบอกว่าเขาเองก็ไม่สามารถที่จะคาดเดาได้

แต่....

บูม!

"!!!" ทั้งสองร่างในโลกหยินหยางพลันเบิกตากว้าง


    ประตูดวงดาวสั่นสะเทือน สุดท้าย มันก็พังทลายลงจนได้ เมื่อประตูพังลง ตารางดวงดาวราวกับถูกปลดปล่อย มันพุ่งขึ้นไปบนฟากฟ้าเหนือศีรษะของหลงเป่า ลอยขึ้นไป ลอยขึ้นไป เหมือนจะทะลุถึงสวรรค์ชั้นฟ้าเสียอย่างนั้น และ

    ตารางดวงดาวพลันขยายขนาดใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายมันก็แทบคลุมท้องผืนฟ้าบริเวณนี้และคำนวนไม่ได้ว่าจะใหญ่โตมโหฬารถึงแค่ไหน มันกำลังหมุนวนอย่างช้าๆอย่างมีระเบียบ ในระหว่างนี้ ตารางดวงดาวก็กำลังดูดเอาพลังปราณจากหมู่ดาวที่อยู่ด้านนอกเข้ามาอย่างๆช้า กักเก็บเอาไว้ภายใน พร้อมกับที่ตารางดวงดาวที่ดูอับแสง ในตอนต้นก็กำลังเรืองแสงขึ้นมาตามจุดต่างๆบนเส้นทางดวงดาว

"ฮ่าฮ่าฮ่า ข้าทำสำเร็จแล้ว!!"

    เสี่ยวหลงเป่าที่นอนมองดูภาพมหัศจรรย์เหล่านั้น พลันตะโกนร้องลั่นด้วยความสุขใจ จากนั้นชายหนุ่มก็หลับตา ภาพด้านหน้ามืดดับ หมดสติทันที

ชายหนุ่มจึงไม่เห็นเหตุการณ์แปลกๆที่เกิดขึ้นที่เหลือ

ฮู่ม!

    อยู่ๆเส้นลมปราณสีดำที่อยู่ภายในร่างกายของหลงเป่าก็พลันมีปฎิกิริยาขึ้นมา มันพุ่งทะลุออกมาจากภายนอกของหลงเป่า ตรงดิ่งออกไป สูงขึ้นไปบนท้องฟ้า มุ่งหน้าเข้าไปยังเส้นทางของประตูดวงดาว ไม่นานมันก็หายเข้าไปในตารางดวงดาวของเสี่ยวหลงเป่า

พึ่บ

         ตารางดวงดาวหยุดชะงักไปเล็กน้อย ไม่นานมันก็กลับมาหมุนอย่างเชื่องช้าอีกครั้ง ดวงดาวลูกที่ 1 ถูกสร้างขึ้น ต่อมาก็เป็นลูกที่สอง ที่สอง ที่สี่ อยู่ภายในตารางดวงดาว จุดศูนย์กลางของตารางดวงดาว คือวัตถุสีทองที่ดูคล้ายกับ'หน่ออ่อน' ของต้นกล้าต้นหนึ่ง มันกระพริบระยิบระยับไปมาเมื่อได้รับยาชูกำลัง

    ทันใดนั้น เงาร่างขนาดยักษ์สายหนึ่งก็เกิดขึ้น มันมีรูปร่างคล้ายมังกรจีน แต่มิใช่มังกรเลยซะทีเดียว มีเขาขนาดใหญ่อยู่กึ่งกลางหน้าผาก ดาวตาสีม่วงลึกล้ำ เกล็ดของมันมีสีดำ และทุกเกล็ดย้อนขึ้นทุกเกล็ด เงาร่างยาวนับพันจ้าง คล้ายจับต้องได้และไม่ได้ ดูคล้ายเปลวเพลิงทมิฬผลุบโผล่อย่างกับภูติและวิญญาณ
ดูๆไป อย่างกับงูยักษ์สีดำ

นี่คือสิ่งที่เคยเป็นเส้นลมปราณสีดำในร่างเสี่ยวหลงเป่า

         มันคำรามกึกก้อง แหวกว่ายไปทั่วทุกทิศบนตารางดวงดาว ในที่สุด เมื่อมันเห็นเป้าหมายก็รีบบินตรงเข้าไปหา สิ่งนี้คือเหยื่อของมัน นั่นก็คือ หน่ออ่อนสีทองต้นนั้น

"โฮก!"

"!!!"

         สิ่งที่คล้ายกับงูและมังกรพยายามจะกลืนกินเจ้าหน่ออ่อน แต่สุดท้าย    เสียงขู่กรรโชกก็ตรงเข้าสู่โสตประสาทของมัน เจ้างูดำเหมือนกระแทกเข้ากับกำแพงที่มองไม่เห็น ไม่ว่ามันจะพยายามทะลวงข้ามเข้าไปอย่างไรก้ไม่มีทางทำได้

สุดท้าย มันก็คำรามขู่กลับไป พุ่งตรงไปที่ดาวดวงหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้น ขดตัวรัดไปมารอบๆดาว จนสุดท้ายก็เหมือนกับกลายมาเป็นดวงดาวสีดำดวงหนึ่งที่ล่องลอยไปมา

"......นั่นคือ" บุรุษชุดเกราะดำในโลกหยินหยางครุ่นคิดและหันไปมองสตรีชุดแดงตรงกันข้ามเขา "นั่นคือสิ่งที่ผิดพลาดใช่หรือไม่?"

สตรีลึกลับเบะปาก แบมือจนปัญญา "นั่นคือ'ตัวตนแท้' ส่วนหนึ่งของข้าที่ตอนนั้นพยายามยึดครองร่างกายแต่ก็ล้มเหลว เจ้าอย่ามาโทษข้าเลย ข้าพยายามดึงมันกลับเข้ามาแล้ว แต่ก็ทำไม่สำเร็จ จนใจจึงต้องปล่อยมันทิ้งไป"

"ฮึ จะเป็นอะไรหรือไม่" ชายชุดดำยังคงเอ่ยถาม

"ข้าไม่รู้ ในเมื่อข้าสั่งมันไม่ได้ ก็หมายความว่ามันไม่ใช่ของข้าแล้ว" สตรีลึกลับไม่จำเป็นต้องปิดบังอะไร
จากนั้นจึงมีแต่ความเงียบในระหว่างเงาทั้งสองในโลกหยินหยาง 


 

คุนหลุน

         ขณะนี้ที่รอบๆวิหารที่อยู่บนยอดเขาสูงสุดลูกหนึ่งกำลังเกิดความโกลาหลจากผู้คนและศิษย์นับพันนับหมื่น ต่อมา จากศิษย์ก็เป็นผู้อาวุโสตำแหน่งต่างๆกันออกไป เบื้องหลังความวุ่นวาย สาเหตุมาจากสัญลักษณ์กลางท้องฟ้าที่ปรากฎขึ้นมาจากที่ห่างไกล

         ระเบียงชั้นสองของวิหาร ชายชราคนหนึ่งแต่งชุดสีขาวล้วน ไว้เครายาวสลวย เขา สะพายกระบี่ไว้ด้านหลัง ชายชราคนนี้ดูภายนอก อายุน่าจะราวๆ 70 ปี แต่ที่จริงแล้วเขามีอายุมาได้หลายร้อยปีแล้วต่างหาก
นี่คือ 1 ใน 4 ผู้นำแห่งงคุนหลุน

"วิถีดารา?......ไม่ใช่.....นี่คือลางบอกเหตุถึงเผ่ามาร?"

พูดจบก็เพียงถอนหายด้วยความกังวล

"ส่งคนไปตรวจสอบเรื่องนี้!"




เทียนมิ่ง

         อารามสีทองและเงินที่สวยสดงดงามตั้งตระหง่านอยู่ด้านหน้าของหุบเหว ล้อมรอบไปด้วยป่าไม้นานาพันธุ์ รอบนอกเป็นอาณาจักรขนาดใหญ่มากอาณาจักรหนึ่งที่ผู้คนพลุ่งพล่าน มีทั้งสำนักใหญ่และน้อยตั้งอยู่ในอาณาบริเวณใกล้เคียงนี้นับสิบๆสำนัก

         พื้นที่ของอารามดูผิวเผินเหมือนการตั้งตามแบบฉบับของฮวงจุ้ยทั้งหมด แต่จริงๆแล้ว ภายใต้การจัดองค์ประกอบที่ดูเป็นระบบนั้น ถูกซุกซ่อนด้วยค่ายกลเวทขนาดมหึมานับร้อยๆลี้รอบๆอาณาจักรของพวกเขา
    ผู้คนและผู้ฝึกคนพเนจรจำนวนมากต่างพากันเดินออกมาจากที่พักอาศัยหรือตัวอาคาร ทุกสายตาแหนหน้าไปบนท้องฟ้าเพื่อจ้องมองสัญลักษณ์อันแปลกประหลาดนี้

"นั่นมันอะไร? ค่ายกลใหม่ของเทียนมิ่งรึ?" ผู้ฝึกตนพเนจรคนหนึ่งในฝูงชนพูดขึ้น

"เจ้าบ้า เจ้าไม่เห็นหรือไง งูดำขนาดมโหฬารเมื่อสักครู่!" ข้างๆเขามีชายอีกคนแย่ง

"งั้นก็ไม่ใช่ค่ายกลนะสิ?"

         ไม่ใช่เฉพาะพวกเขานับล้านในเทียนมิ่ง แม้กระทั่งผู้อาวุโสหลายร้อยคนในอารามสีทองยังตื่นตระหนก โดยเฉพาะงูมังกรขนาดยักษ์ที่ปรากฏบนฟากฟ้า

"ลางร้าย หรือว่า ...อสูร ปีศาจ ระดับผู้นำ ที่กำลังจะก่อเกิด?!!"

     ผู้เฒ่าทรงเครื่องราชอิสริยาภรณ์หรูหรา โยนเข็มทิศลงไปบนพื้นที่ เกิดวังวนน้ำคล้ายเข็มทิศ 8 เหลี่ยม ผู้เฒ่าขยับนิ่งคล้ายทำนายชะตา ปากท่องบริกรรมเวทคาถาอย่างรวดเร็ว ชี้นิ้วออกไปที่กลางอากาศ
ทันใด ภาพสถานที่ที่เกิดปรากฎการณ์นี้ก็กำลังจะฉายภาพขึ้น

แต่.

พรึ่บๆ

อยู่ๆ ภาพก็ถูกทำให้หายไป

"เฮ้อ ไกลเกินไป ข้าไม่สามารถมองเห็นได้"

พูดจบ ผู้เฒ่าก็หุนหันเดินออกจากห้องโถงไป

เขาต้องรีบไปสั่งการให้ส่งมือดีหาสาเหตุของเรื่องนี้ให้ไวที่สุด




         ไม่เพียงแต่ดินแดนคุนหลุน หรือ เทียนมิ่ง ถึงแม้ว่าปรากฎการณ์การสร้างตารางดวงดาวของเสี่ยวหลงเป่าจะทำให้พื้นที่อื่นๆตกอยู่ในความโกลาหล แต่ภายในเมืองสุ่ยกลับไม่ได้รับผลกระทบแม้แต่น้อยนิด

         กลับกัน บรรดากองทัพปีศาจและอสูร บรรดาผู้นำ และราชวงศ์ของทั้ง 2 เผ่ากลับตื่นเต้นเป็นอย่างมากเมื่อเห็นมังกรดำ บ้างก็ว่าเป็นราชาของพวกมันที่ถูกผนึกเอาไว้ในดินแดนของมนุษย์ บ้างก็ว่านี่คือสัญญาณขอความช่วยเหลือจากผู้นำปีศาจในยุค 3 พันปีก่อน

         ทั้งอสูร และปีศาจ เริ่มวางแผนที่จะส่งหน่วยกล้าตาย แอบซ่อนเร้นเข้ามาตามรอยแยกของผนึกดินแดนที่เริ่มคลายตัว เพื่อค้นหาร่องรอยของผู้นำปีศาจหรืออสูรตนนี้


รวมทั้ง

         ถ้ำสังหาร ใกล้ๆกับแคว้นสู ลึกลับไปไม่รู้ได้ว่าเท่าไหร่ ภายในห้องหินห้องหนึ่ง มีซากศพนับร้อยกลางระเกะระเกะ ทุกศพแห้งเหี่ยวเหลือแต่กระดูกไปหมดแล้ว ใจกลางสุดของห้องมีโลงศพอยู่  1 โลง เพียงแต่โลงศพใบนั้นราวกับถูกบีบอัดจนไม่สามารถขยับไปไหนออกมาได้


ด้านบนของโลงศพถูกทับเอาไว้ด้วยศิลาขนาดใหญ่เป็นร้อยศอก

ศิลาส่องแสงสีชาดแวววับ ราวกับไม่มีวันที่ผู้ใดจนเคลื่อนย้ายมันออกไปได้

อยู่ๆ ก็มีเสียงดังรอดออกมาจากโลงศพ

"ปราณจักรวาล?......ข้าคิดถึงยิ่งนัก!"



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 93 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

95 ความคิดเห็น

  1. #17 k-mind (@k-mind) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 / 22:36
    ขอบคุณครัชชช
    #17
    0