[วางแผงแล้ว] ล้วงรักจอมวายร้าย : สนพ. โรแมนติค

ตอนที่ 8 : 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 102
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    6 ม.ค. 62


 

ในวันเดียวกันนี้ มีพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจจากเซินเจิ้นบินมาประชุมกับด็อกเตอร์อลัน ด้วยนโยบาย ‘Made in China 2025’ เขตเศรษฐกิจพิเศษเซินเจิ้นจึงเป็นเหมือนแหล่งผลิตฮาร์ดแวร์ขนาดใหญ่และสินค้าของโลกมานานปี และทางการจีนต้องการพัฒนาให้เซินเจิ้นเป็นเหมือนซิลิคันวัลเล่ย์(Silicon valley)ของประเทศจีน เพื่อประกาศให้เป็นที่ประจักษ์แก่ชาวโลกว่าประเทศจีนเองก็มีนวัตกรรมเป็นของตนเองและทำได้ดีไม่ได้แพ้ชาติใดในโลก อย่างเช่นนวัตกรรมของหัวเว่ย(Huawei)และ DJI ผู้ผลิตโดรนที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่าเป็นโดรนที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก

นอกจากนักธุรกิจชาวจีนจะตื่นตัวเรื่องการผลิตสินค้าแล้ว เรื่องระบบการเงินที่ต้องการเป็นผู้นำในเรื่อง Cashless society[1] ด้วยเช่นกัน ชาวจีนในบางเขตการปกครองคุ้นชินกับการจับจ่ายโดยไม่แตะเงินสดมาสักพักใหญ่แล้ว พวกเขาใช้จ่ายผ่านระบบอีเปย์เม้นท์กันอย่างกว้างขวาง แต่กระนั้นด้วยพื้นที่กว้างใหญ่ของประเทศและจำนวนประชากรที่มีมาก การเติบโตของสังคมไร้เงินสดยังสามารถเติบโตได้อีกมาก แต่การพัฒนาต้องควบคู่ไปกับระบบรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ที่มั่นใจได้ ทาง WZ Corp. ของด็อกเตอร์เวทลีย์จึงได้รับความไว้วางใจในการร่วมทุนในครั้งนี้ เพราะกิตติศัพท์ของเขาเป็นที่ประจักษ์ว่าสถาบันการเงินทั่วยุโรปให้ความไว้วางใจและเลือกให้บริษัทของเขาดูแลระบบความปลอดภัยทางด้านการเงินทั้งหมด การให้การต้อนรับอาคันตุกะทางธุรกิจ นอกจากจัดการเรื่องที่พักรับรองและมีทีมงานพาเที่ยวแล้ว ในวันนี้ด็อกเตอร์อลันใช้เวลาในการประชุมเคร่งเครียดจนกระทั่งถึงเวลาเลิกงาน กว่าจะส่งพาร์ทเนอร์กลับออกจากบริษัทของเขาก็เสียเวลาไปนานเกือบชั่วโมง เงยหน้ามาอีกทีพบว่าพนักงานของเขาเลิกงานกลับบ้านกันหมดแล้ว แม้แต่เลขานุการสาวใหญ่ที่เขาวางใจที่สุด

ซีอีโอหนุ่มกำลังจะขึ้นไปปิดเครื่องคอมพิวเตอร์และตรวจตราเอกสารต่างๆ ก่อนกลับที่พักว่ายังคงเหลืออะไรที่ยังตกค้างสำหรับวันนี้ไหม หากสายตาคมกล้ากลับไปสะดุดเข้าที่แสงสว่างจ้าของห้องรับรอง และเสียงอู้อี้ๆ ของสเตลล่า

เท้ายาวจึงเหยียบย่างตรงไปยังห้องรับรอง เขาลืมเธอไปสนิทเลย หากรอยยิ้มบางละมุนเผยออกมาประดับบนใบหน้าแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวเมื่อภาพที่ปรากฏคือ หญิงสาวฟุบหลับลงบนโต๊ะกว้าง โดยมีหุ่นยนตร์สาวน้อยสเตลล่าทุบแขนสั้นๆ ของมันเหมือนกำลังนวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อต้นขาให้หญิงสาว

“ฉันไม่เคยใส่โปรแกรมนี่ให้เธอนะสเตลล่า... แม่ตัวแสบนี่คงสอนล่ะสิ” เขาส่ายหน้าอย่างเอ็นดูทั้งคนและหุ่นยนตร์ก่อนพาตัวเองเข้าไปภายในห้อง

Hoi!” เสียงสเตลล่าทักทายเจ้านายของมัน

Hoi! Go back and take your time” เขาสั่ง มันกระพริบตา เวลากระพริบตาสีฟ้าจะเปลี่ยนเป็นแสงสีขาวกระพริบแว้บๆๆ สองสามครั้งก่อนกลับมาเป็นสีฟ้าเรืองรองตามปกติ

หลังจากมันออกจากห้องไปแล้ว เขาก็เดินเข้าไปใกล้ก่อนโน้มหน้าลงหาใบหน้าสวย... เขาอยากขยับเข้าไปใกล้ๆ แม่สาวน้อยตัวแสบ

“นี่!” เสียงทุ้มหล่อปลุก

“อุ้ย นี่คุณ!” ศลิษาตกใจเมื่อจู่ๆ เขามาอยู่ตรงหน้า สัญชาตญาณสั่งการให้เธอยกมือขึ้นมาปาดน้ำลายแต่โชคดีที่เธอไม่ได้นอนน้ำลายยืดให้ต้องขายหน้า แต่ตอนนี้หน้าหล่อเหลาของเขามันใกล้ชิดใบหน้าของเธอจนศลิษารู้สึกตื่นเต้นอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้แบบนี้

“ใช่ ก็ผมน่ะสิ มาแอบงีบอะไรในออฟฟิศคนอื่นหือ?” น้ำเสียงกึ่งดุของเขาทำให้เธอนึกถึงครูฝ่ายปกครองกำลังเล่นงานเด็กนักเรียนหญิงจอมซนที่ไปทำอะไรผิดมาอย่างนั้นล่ะ

“ฉันมารอคุณนะคะซาเร็ค” ตรวจสอบสภาพ โอเค... ไม่นอนน้ำลายยืด ใช้ได้ๆ เผลอหลับไปได้ไงสงสัยเหนื่อยไปหน่อย

“ถ้าคิดว่าจะเกลี้ยกล่อมเรื่องเดิมๆ ละก็ เปล่าประโยชน์ กลับไปเสียเถอะ” ด็อกเตอร์หนุ่มเสียงกร้าว

“แต่มันเป็นประโยชน์ของคุณนะคะ” เธอรีบแย้ง เขาควรหยุดและฟังเธอบ้าง การมาครั้งนี้แม้เธอไม่รู้ล่วงหน้าว่าต้องมาเจรจาพาเขากลับไป แต่เมื่อได้รับมอบหมายงานเธอก็ต้องทำให้ดีที่สุด เรื่องงานเธอเต็มที่อยู่แล้ว

“แต่ตอนนี้ผมยังมองไม่เห็นว่าจะมีประโยชน์กับผมตรงไหน มันเป็นประโยชน์ของคุณมากกว่าน่ะสิ ได้ค่าจ้างมากี่ล้านล่ะ” กล่าวด้วยยิ้มเยาะ มองมาด้วยสายตาสบประมาท

“สี่ล้าน” หญิงสาวตอบทันควัน เขาเลิกคิ้วสูงข้างหนึ่งอย่างไม่อยากเชื่อ นี่พ่อเขาใจป้ำขนาดนั้นเลย สี่ล้านเชียวนะ พ่อมั่นใจอะไรในตัวแม่นี่ว่าจะทำงานสำเร็จ คิดว่าเขาจะยอมกลับไปง่ายๆ งั้นเรอะ

“เยอะนะ ตั้งตัวได้เลยนะนั่น” เขาพูดเหน็บ มองมาด้วยสายตาร้ายๆ แต่สาวน้อยชินแล้ว

“แต่ได้แค่สองล้าน ที่เหลืองานต้องสำเร็จ”

“ผลตอบแทนไม่เลว”

“แต่ฉันจะสบายใจกว่านี้ถ้าคุณกลับไปกับฉัน”เพราะนั่นย่อมหมายความว่าภารกิจของฉันลุล่วง

“ฉันจะไม่คุยเรื่องนี้อีก ฉันเตือนเธอแล้วนะ” มองมาด้วยสายตาเป็นจริงเป็นจัง ธรรมชาติของด็อกเตอร์อลันไม่ชอบเสวนากับคนที่พูดไม่รู้เรื่อง มนุษย์ประเภทที่ต้องให้เขาพูดเรื่องเดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขามองว่าคนจำพวกนี้นอกจากจะมีสมองปลาทองแล้ว ยังไม่ใส่ใจในรายละเอียด และมีความบกพร่องของสมอง อย่าง... แม่สาวน้อยตาโตคนนี้เป็นต้น เขาคิดแล้วส่ายหน้าน้อยๆ อย่างคนขี้รำคาญ

“ฉันรู้ค่ะ แต่มันหน้าที่ของฉันนะคะ” หญิงสาวยืนยัน แววตามุ่งมั่นจ้องเขาเขม็ง ดูท่าอลันจะเจอศึกหนักล่ะคราวนี้

“แต่ฉันก็ยังยืนยันว่ายังไงก็ไม่กลับเข้าใจไหม... ทางที่ดีเธอกลับไปเถอะแล้วล้มเลิกสิ่งที่กำลังทำนี่ซะ!

“คนอย่างฉันไม่ล้มเลิกอะไรง่ายๆ หรอกค่ะ” เธอประกาศกร้าว ดวงตาของหญิงสาวเปล่งประกายมุ่งมั่น เป็นเวลาเดียวกันที่ด็อกเตอร์หนุ่มยื่นหน้าเข้ามาใกล้... มันใกล้พอที่เธอจะสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขาและกลิ่นหอมอ่อนๆ แบบสะอาดสะอ้านแล้วก็ให้ความสดชื่นของครีมแต่งผมผู้ชาย โอย... เขาทำให้เธอหัว-ใจ-เต้น-แรง!

“งั้นก็ลองดูนะ ระหว่างเธอกับฉัน ใครจะล้มเลิกก่อนกัน... แต่สำหรับฉันไม่มีวันใจอ่อนแน่ๆ เธอควรเตรียมตัวรับความพ่ายแพ้เอาไว้ตั้งแต่ตอนนี้เลย ถึงวันนั้นเธอจะได้ชิน”

“ฉันก็ยืนยันว่าไม่มีวันยอมแพ้คุณหรอกค่ะ”

“จะรอดู” เขายืดตัวยืนขึ้น รูปร่างสูงใหญ่แลดูสมาร์ทและน่าหลุดเข้าไปในอ้อมกอดเหลือเกิน จู่ๆ เธอก็แก้มแดงแจ๋และรู้สึกร้อนวูบวาบแบบแปลกๆ มันเพราะเสน่ห์ล้นเหลือของเขาหรือเปล่านะ

“คุณจะกลับแล้วหรือคะ?”

“เลิกงานแล้วนี่ หรือเธอจะนอนที่นี่” คิ้วเข้มข้างหนึ่งเลิกขึ้นน้อยๆ สีหน้าประชดประชันมองมาอย่างท้าทาย แต่นั่นไม่ได้ทำให้ศลิษารู้สึกหวั่นเกรงเลยสักนิด ใจเธอสู้เสมอ!

“ไม่นะ!

“งั้นจะนั่งอยู่ทำไมล่ะ” เขาบอกขณะมองเธอข้ามไหล่มา

“...” เธอลุกพรวดแล้วเดินตามเขาต้อยๆ

“แต่ไม่อนุญาตให้เธอตามก้นฉันนะ” เขาเอ่ยอย่างเย่อหยิ่งทั้งที่ไม่หันมามองเธอสักนิด ศลิษามองเห็นเพียงแผ่นหลังกว้างของเรือนร่างสูงสมาร์ทเดินอาดๆ ไปข้างหน้าอย่างไม่รีรอเธอ

อย่าเรียกว่าไม่รีรอ... ไม่สนใจเธอเลยต่างหาก ไม่เลยสักนิด!

“ฉันไม่มีเงินค่ารถน่ะค่ะ”จนกว่านี้... ไม่มีแล้ว... ช่างเป็น Cashless Society เสียจริงๆ สำหรับเธอมันไม่ใช่สังคมไร้เงินสด แต่เป็นคนที่ไม่มีเงินสดให้ใช้ ฮื่อๆ

การส่งสายตาอ้อนวอนออกไปแบบนั้น คิดว่าอย่างน้อยเขาคงสงสารเธอบ้างละนะ หรือความเมตตาจะไม่ถูกถ่ายทอดมาทางสายเลือดเลย เขาจะไม่มีความใจดีมีเมตตาเหมือนคนเป็นพ่อของเขาบ้างเลยหรือไงนะ ท่านประธานอีวานออกจะใจดี...

“เธอโดนจี้งั้นเรอะ” แล้วเขาก็หยุดเดินก่อนหันหลังกลับมาถาม แล้วร่างเล็กของศลิษาก็พุ่งชนร่างหนาเข้าอย่างจัง แรงปะทะทำเธอเซแต่มือแกร่งเอื้อมคว้าร่างน้อยเอาไว้ก่อนที่ร่างน้อยๆ จะเซเข้าไปอยู่ในอ้อมอกแกร่งอย่างไม่ได้ตั้งใจ...

หัวใจเต้นแรง... ตึก ตึก กลิ่นหอมของโคโลญจ์ผู้ชาย สาวน้อยชาวไทยเผลอสูดดมให้มันเจือเข้าไปในอากาศที่สูดเข้าไปแล้วฝังลึกๆ ลงไปในถุงลมเล็กๆ ในปอด ทำได้เท่านี้... เพราเขาคือเจ้านายน้อย เธอจะตกหลุมรักเขาไม่ได้นะ ห้ามๆๆ ห้ามเด็ดขาดเลย!’ หญิงสาวเตือนตัวเองในใจ หากแต่หัวใจกลับเต้นแรงมากยิ่งขึ้นอย่างยากจะห้าม

“ฉะ... ฉันจำไม่ได้ว่าลืมกระเป๋าเงินไว้ที่ไหน” อ้อมแอ้มตอบไปเมื่อตั้งสติได้ ทั้งที่ร่างกายถูกเขากอดไว้อย่างหลวมๆ ด็อกเตอร์เวทลีย์ยังไม่ทันคิดอะไรมากไปกว่ารั้งเธอเอาไว้ไม่ให้ล้ม แต่สมองของอีกฝ่ายเห็นอยู่ทนโท่ว่ามันไม่ใช่ เพราะเขากลับรู้สึกดีเป็นบ้าที่แม่สาวน้อยตาโตอยู่ในอ้อมแขนเขา และดูเหมือนยิ่งใกล้เธอเท่าไหร่ เขากลับมั่นใจว่าเธอไม่ได้โตแต่ตาอย่างที่เคยเข้าใจ... บางส่วนก็เติบโตอวบอิ่มและนุ่มละมุนเมื่อบดเบียดมาแนบชิดกับร่างกายเขา ร่างกายนุ่มนิ่มของเธอ กลิ่นหอมอ่อนๆ เหมือนแป้งเด็กของเธอ ทำเขาตื่นตัว... ตื่นเต้น... และตื่น ตื่น ตื่น!

ศลิษา... เธอกำลังทำเขาหวั่นไหว

“มุขตื้นๆ นะสาวน้อย” เขาผละร่างน้อยออกห่างอย่างแสนเสียดายเมื่อตั้งสติได้ เปลี่ยนมามองจ้องตาของเธอแทน ในขณะที่เธอเสมองไปทางอื่นอย่างแก้เขิน เธอหน้าแดงก่ำซึ่งผู้ชายอย่างเขาก็เดาไม่ออกว่าทำไมเธอต้องหน้าแดง

“คุณไม่เชื่อ จะค้นก็ได้นะคะ” เธอเสียงแข็ง

“ค้นจะเจออะไรนอกจาก... กระดูกอ่อนๆ” สำรวจแล้วไม่น่าจะมีอะไรเร้าใจเขาได้

“คุณสบประมาทฉันหรือคะ”

ชายหนุ่มเบ้ปากก่อนมองมาอย่างแทะโลม... แล้วสายตาแบบนั้นก็ทำใครบางคนขนลุกด้วยความอับอาย อีตาฝรั่งหน้าหม้อ เดี๋ยวแม่เอานิ้วจิ้มตาแตก!’

“ก็ความจริงที่เห็นมันเป็นแบบนั้น... โต-แต่-ตา” เขาปรามาส “อย่างอื่นก็คงจะเล็กกระจุ๋มกระจิ๋ม” น้ำเสียงของเขาเยาะเย้ยเธออยู่เห็นๆ เป็นผู้ชายที่สุภาพบุรุษมากกกก ก.ไก่ล้านตัว นี่คือประชดนะ ด้านมืดของเขาทำไมไม่มีใครได้เห็น

“รู้ได้ไงว่าเล็ก ไม่รู้จริงอย่ามาทำเป็นพูดเลยน่ะ” เธอเถียง ท่าทางเอาเรื่องเหมือนกัน เรื่องเอาชนะใครเธอไม่น้อยหน้าอยู่แล้ว

“งั้นมาให้พิสูจน์หน่อยสิ” ว่าเปล่าเสียเมื่อไหร่ แกล้งชะโงกหน้ามาใกล้ๆ สายตาพุ่งมาที่หน้าอกหน้าใจจนเธอเสียววาบ

“ทะลึ่ง!” ขึงตาใส่เขาแทบไม่ทัน

“หึหึ” เขาหัวเราะเยาะเธอหน้าระรื่น

“ไม่มีใครรู้หรอกว่าฉันก็มีดี นอกจากคนที่เป็นแฟนฉัน ถ้าคุณอยากรู้... ก็ลองเป็นแฟนฉันสิ จะได้รู้ว่าอย่างอื่นของฉันน่ะก็โตเหมือนกัน” พูดออกไปเพียงแค่อยากเอาชนะ บางทีก็หน้ามืดไม่รู้ตัวว่าพูดอะไรออกไป หรือจิตใต้สำนึกมันสั่งการให้เธอพูดออกไปแบบนั้น

เธอชอบเขาเรอะศลิษาหญิงสาวหลับตาแน่น สะบัดศีรษะรัวๆ ราวจงใจให้ความคิดแปลกๆ นั้นกระเด็นออกจากสมองไป

“ท้าทาย... ถ้าผมเอาจริง อย่ากลัวจนหัวหดก็แล้วกันยายตัวแสบ”แต่คงไม่เอาอะนะ... ต่อให้โลกนี้เหลือผู้หญิงอย่างสเตลล่าตัวเดียวก็เถอะ!’ เขาคิด หุ่นยนตร์ไม่เอา แต่ถ้าเป็นตุ๊กตายางก็ว่าไปอย่าง

“ไม่มีทาง ว่าแต่อย่างคุณจะกล้าหรือไง คงจะกล้าแต่กับตุ๊กตายาง” เชิดหน้าใส่ ดวงตากลมโตมองจ้องเขาอย่างเอาเรื่อง หากอีกฝ่ายใช้สายตาอีกแบบมองมา มันโปรยเสน่ห์ชัดๆ มองสำรวจเธอไปทุกส่วนสัด แล้วยังครางจิ๊จ๊ะอย่างพึงพอใจในลำคอ คนถูกมองที่กำลังอายอยู่เป็นทุนก็ยิ่งอายหนักเข้าไปอีก หน้าร้อนวูบแดงแจ๋ไปจนถึงหู กำหมัดแน่นอยากจะชกเขาสักตั้งแต่ก็ทำไมได้เพราะเขาเป็นลูกเจ้านาย ทำได้แค่เชิดหน้าขึ้นแล้วเสมองไปทางอื่น เขาหัวเราะในลำคอเพราะได้แกล้ง มันครึ้มอกครึ้มใจอย่างไรบอกไม่ถูก และที่รู้สึกดีมากๆ ก็มีแม่หนูน้อยเดินตามต้อยๆ

แปลกแฮะ ทำไมวันนี้เราไม่ไล่หล่อนวะ

~$~

ณ บาร์แอนด์คลับย่านไนท์ไลว์ฟใจกลางเมืองรอตเตอร์ดัม

ไม่ใช่แค่เพียงไม่ไล่เธอเหมือนที่แล้วมา แต่เขายังพาศลิษาตามมาถึงที่บาร์อีกด้วย แต่เขาก็บอกตัวเองว่าทำไปเพราะความสงสาร และด้วยความมีมนุษยธรรมของคนหล่อเหลาเท่านั้นเองจริงจริ๊ง แต่ศลิษาจับพลัดจับผลูมากับเขาได้อย่างไร ก็คงต้องมองย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ราวครึ่งชั่วโมง ระหว่างที่สองหนุ่มสาวตกลงกันอย่างพัลวันพันตูหน้าตึกสำนักงานของด็อกเตอร์หนุ่ม

ไม่มีเงินค่ารถ?เขาหันมาถามเสียงดุ ไม่แปลกใจในความเงอะงะของหญิงสาว แววตาคมกล้ามองมาอย่างไม่อยากเชื่อ หน้าตาสาวน้อยก็ไม่ได้โง่ แล้วไปทำอีท่าไหนโดนฉกกระเป๋าไปได้ นี่เขาต้องรับผิดชอบเรื่องความปลอดภัยแม่นี่ด้วยหรือเปล่า ด้วยความเห็นแก่เธอเป็นคนของบิดา(แม้ว่าจะไม่กินเส้นกับท่านก็เถอะ)

นี่เธอพูดจริงงั้นเรอะ?เขาอยากจะบ้า นี่พ่อของเขาส่งเธอมาแต่ไม่ให้เงินติดตัวเธอมาด้วยงั้นเรอะ พ่อใจร้ายเกินไปแล้ว

ค่ะเธอพยักหน้า สายตาละห้อยอย่างคนสิ้นหวังแล้วในชีวิต

แล้วมีเงินกินข้าวหรือเปล่า?เขาเอ่ยถ้อยคำแสดงความห่วงใย ก็แม่สาวน้อยชาวไทยตัวเล็กนิดเดียว ไม่รู้กินข้าวกินปลาบ้างหรือเปล่า ทำไมถึงได้ตัวเล็กนักหนาหรือว่าในท้องเธอมีพยาธิตัวตืดหลากสายพันธุ์คอยแย่งอาหารเธอกิน ถึงได้ตัวเล็กแทบลมพัดปลิวแบบนี้ เขาสามารถอุ้มเธอด้วยแขนเพียงข้างเดียวก็น่าจะได้ แถมยังออกแรงเพียงแค่หนึ่งในสิบของพละกำลังทั้งหมดที่มี นี่ยังไม่อยากคิดถึงตอนร่วมรัก ถ้าเขาต้องการเธอมากๆ ความเร่าร้อนพรั่งพรูเพราะเขาเป็นคนมีความต้องการทางเพศสูง ตามประสาคนหล่อ หล่อมากย่อมต้องการมาก ผู้ชายคนอื่นเป็นอย่างไรเขาไม่รู้ แต่ที่รู้คือเขาต้องการเรื่องแบบนั้นอย่างหนักหน่วงและซุกซน ไม่อยากคิดเลยว่าเธอจะรับอารมณ์เขาไหวไหม... โอ้ไม่ นี่เขาคิดบ้าอะไรวะเนี่ย!?!

...ศลิษาส่ายหน้าแทนคำตอบ เขาถอนหายใจอย่างระอาพร้อมกับส่ายหน้ารัวๆ กี่ครั้งแล้วที่แม่คนนี้ทำเขาส่ายหน้า แต่ก็สลัดเธอออกไปจากชีวิตไม่ได้

พอได้ฟังเขาก็พาเธอขึ้นรถแล้วเอาติดมาที่บาร์ด้วย อย่างน้อยเขาก็มีมนุษยธรรมหลงเหลืออยู่บ้าง จะปล่อยเธออดข้าวและเดินกลับที่พักคืนนี้ก็คงจะใจร้ายใจดำจนเกินไป

 

ศลิษานั่งรับประทานอาหารจนอิ่ม ก่อนขอตัวไปห้องน้ำ หญิงสาวมองสอดส่ายไปทั่วคลับด้วยความตื่นตาตื่นใจ เธอเพิ่งเคยมาเห็นสถานที่ท่องเที่ยวยามราตรีในต่างประเทศก็คราวนี้เอง แหล่งท่องเที่ยวยกระดับขึ้นมาอย่างเลิศหรู ต่อให้แหล่งเที่ยวฝึกร้องเพลงย่านเอกมัยทองหล่อยังสู้ที่นี่ไม่ได้เลย จะว่าไปตอนอยู่เมืองไทยเธอก็ไม่ใช่นักเที่ยวหรอก จะมีโอกาสไปตามผับบ้างก็งานวันเกิดเพื่อน และติดตามหัวหน้าไปเนื่องในโอกาสเลี้ยงสังสรรค์ของบริษัท แต่เธอเห็นว่าที่เที่ยวที่นี่มันน่าตื่นเต้นสุดๆ ไปเลย ผู้คนหนาแน่น และดูดีหล่อๆ สวยๆ กันทั้งนั้นเลย ศลิษาเดินฝ่าฝูงชนมาถึงห้องน้ำได้สำเร็จ เธอแทบจะกรี้ดเพราะแม้ในห้องน้ำก็ดีไซน์สวยและน่านอนมากๆ พื้นห้องน้ำแห้งสนิท สะอาดสะอ้านและเรียบร้อย ดูมีอารยธรรมจริงๆ หญิงสาวเข้าไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำสุดหรูอย่างทะนุถนอมราวว่ากลัวห้องน้ำมันจะเจ็บ แล้วก็ทำความสะอาดอย่างดีเพราะกลัวสถานที่จะด่างพร้อย

“อยากได้ห้องน้ำสวยๆ แบบนี้กลับเมืองไทยจัง ซ๊วย สวย” เธอพึมพำอย่างชื่นชม ผู้หญิงเราเห็นแสงไฟสวยๆ ในห้องน้ำเป็นไม่ได้ เธอหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาถ่ายรูปมุมนั้นมุมนี้อย่างเพลิดเพลิน แล้วก็เปิดเช็คภาพจนพอใจ ความสุขจากการถ่ายรูปทำเอาเธอลืมเวล่ำเวลาว่าหายเข้ามาในห้องน้ำนานมากแค่ไหนแล้ว

“เดี๋ยวมีไวไฟแล้วจะอัปไอจีโชว์เพื่อนๆ ที่ไทยดีกว่า นี่แค่ห้องน้ำบ้านเค้านะแก๊... ยังสวยขนาดนี้ นอนในนี้ได้คงนอนไปแล้ว ห้องน้ำอะไรซ๊วย สวย ฮ๊อม หอม” เธอยังชมไม่ขาดปาก

อลัน ซาเร็ค เวทลีย์พบว่าศลิษาหายไปเข้าห้องน้ำนานจนเกินไปแล้ว จะว่าเมาจนอาเจียนในห้องน้ำก็ไม่น่าใช่เพราะหญิงสาวไม่ได้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เขารู้สึกร้อนใจจึงลุกขึ้นเดินวนไปวนมาที่โต๊ะ คิดว่าจะไปตามดีไหม หากนาทีนั้นก็ปรายตามองเห็นร่างเล็กเดินออกจากห้องน้ำมาตามทางเดิน แต่ยังไม่ทันเดินเข้ามาใกล้เขา ศลิษาก็ถูกหนุ่มๆ ชาวดัชต์นักท่องราตรีที่แต่ละคนเป็นเจ้าของรูปร่างสูงใหญ่อย่างกับยักษ์เดินต้อนหน้าต้อนหลังตามตื๊อเธอ พวกเขายืนดักทางเดินของเธอเอาไว้ไม่ให้กลับมาที่โต๊ะได้

อลันมองเห็นเธอในระยะไกลก็รู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก เขาลอบสังเกตอยู่นานด้วยความเป็นห่วงแม่แมลงหวี่ตัวน้อยของเขา ต่อให้เขารำคาญเธอสักแค่ไหนก็ไม่ปรารถนาให้เธอได้รับอันตรายใดๆ ถึงเลือดตกยางออก หรือแม้แต่ผู้ชายหน้าไหนเขาก็ไม่ชอบให้พวกมันเข้าใกล้เธอ ด้วยความเดือดดาลในอารมณ์ หากอลันก็ฉลาดพอที่จะไม่เสี่ยงลงไปแลกกับกลุ่มชายฉกรรจ์พวกนั้นที่มีจำนวนมากกว่า เขาจึงกวักมือเรียนบริกรเข้ามาหาและกระซิบอะไรบางอย่าง

“ไปพาผู้หญิงคนนั้นกลับมาหาผมที่โต๊ะที” เขาสั่งพร้อมยื่นทิปให้ บริกรหนุ่มพยักหน้ารับ เป็นอันรู้กันว่าผู้หญิงเอเชียคนสวยคนนั้นต้องเป็นผู้หญิงของชายหนุ่มคนนี้อย่างแน่นอน บริกรหนุ่มเกรงจะเกิดปัญหาจึงรีบเดินไปเรียกผู้จัดการร้านไปด้วย พวกเขาเดินแทรกกลุ่มนักเที่ยวที่กำลังเต้นรำอย่างสุดเหวี่ยงจนกระทั่งไปถึงจุดเกิดเหตุ

ชายฉกรรจ์ยืนกอดอกฟังผู้จัดการและบริกรหนุ่มคุยอะไรสักอย่าง ไม่นานจากนั้นหนุ่มดัชต์ร่างยักษ์ก็เดินแยกย้ายกลับไปนั่งที่โต๊ะของพวกเขา อีกสองคนก็แทรกตัวเข้าไปในฝูงนักเต้น ส่วนศลิษาก็เดินตามผู้จัดการร้านตรงมายังเขา โดยมีบริกรหนุ่มเดินตามหลังมาติดๆ ราวว่าช่วยระแวดระวังให้

ด็อกเตอร์เวทลีย์นั่งมองทุกอย่างด้วยความใจเย็น ชายหนุ่มยกแก้วขึ้นจิบอย่างละเมียด เขาไม่ต้องการมีเรื่องจึงเรียกบริกรไปจัดการพาศลิษามาให้ แต่จะว่าไปถ้าต้องมีเรื่อง คนอย่างด็อกเตอร์เวทลีย์ก็ไม่กลัว เพราะเวลานี้ คนของเขาได้แฝงตัวเป็นนักเที่ยวเข้ามาในร้านแล้วเรียบร้อย เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีเหล่าบอดี้การ์ดอีกกลุ่มใหญ่เฝ้าระแวดระวังรักษาความปลอดภัยให้เขาอยู่ภายนอกร้านอย่างใกล้ชิด ด็อกเตอร์อลันยกวิสกี้ขึ้นจิบอีกครั้งทั้งที่สายตาจดจ้องไปที่ร่างแบบบางที่เดินเข้ามาหาในระยะใกล้... ใกล้พอที่เขาจะสังเกตเห็นแววตาหวาดวิตกในดวงตากลมคู่นั้น

ขวัญมานะแม่คุณ!’ เขารู้สึกไม่พอใจไอ้ผู้ชายพวกนั้น แต่มันก็ไม่คุ้มที่เขาจะไปยุ่งกับคนพวกนั้นด้วยตัวเอง แต่เรื่องนี้เขาต้องจัดการ คงปล่อยผ่านไปไม่ได้ แต่คนอย่างด็อกเตอร์อลันหากไม่พอใจใครไม่จำเป็นต้องลงมือเอง

ไม่ถึงหนึ่งนาที บริกรหนุ่มก็พาศลิษาเดินมาหาเขาที่โต๊ะได้อย่างเรียบร้อย แม้คืนนี้มันจะหนาแน่นไปด้วยนักเที่ยวก็ตาม หญิงสาวกำลังจะนั่งลงข้างๆ หากเขาเร็วพอที่จะคว้าร่างเล็กขึ้นมานั่งบนตักอุ่นๆ ด้วยความไวและพละกำลังที่แข็งแกร่ง เธอลอยเข้าไปนั่งบนตักเขาโดยไม่ทันตั้งตัว มารู้สึกอีกทีก็บั้นท้ายนุ่มๆ ของตนนั่งบดเบียดอยู่บนร่างกายอุ่นๆ ของเขาเสียแล้ว ชายหนุ่มมองจ้องนิ่งลึก ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาเจือกลิ่นวิสกี้ชวนใจเต้น

“จูบฉันสิ!” เขาสั่ง ดวงตาคมกล้าของเขาช่างมีเสน่ห์เหลือเกิน หัวใจดวงน้อยของศลิษาเต้นรัวจนแทบระเบิด เขากำลังร่ายมนต์อะไรใส่เธอกัน ร่างกายอ่อนปวกเปียกไร้สิ้นเรี่ยวแรงไปหมดแล้ว เธอรับรู้ถึงอะไรบางอย่างที่กำลังแข็งแรงขึ้นอย่างช้าๆ ใต้บั้นท้ายตนเอง เธอรู้สึกร้อนวูบและแก้มแดงแจ๋ท่ามกลางแสงสลัวของสถานบันเทิงยามค่ำคืน ศลิษายอมรับว่าสติกำลังกระเจิง คำสั่งของเขาทำเธอสับสนและตื่นเต้น

“...” เธอบึ้งตึง เขาคงลืมไปแล้วว่าเธอยังงอนเขาเพราะความที่เขาแกล้งเธอตลอดตั้งแต่ตามเขาออกมาจากบริษัท

“นี่ยังงอนฉันอยู่หรือไง?” เขาแนบหน้าเข้ามากระซิบ สร้างความชิดใกล้ราวว่าเธอเป็นคนรัก

“ปะ... เปล่า” ทำไมเธอได้ยินเสียงหัวใจตนเองเต้นแรงขนาดนี้ มันจะกระเด็นออกมานอกอกไหม นั่นคือความกังวลสูงสุดของศลิษาในคืนนี้ ด็อกเตอร์หนุ่มหล่อถอนใจเฮือก

“ถ้าหายงอนแล้วก็จูบฉันสิ!” เขามองมาด้วยสายตาร้อนแรง

“ฉันจูบไม่เป็น...”

“เธอไม่เคยมีแฟนหรือ?”

“...” ศลิษาส่ายหน้าเบาๆ กระพริบตาถี่ๆ หัวใจเต้นแรงไม่เป็นส่ำ หรือเพราะความเมาจึงทำให้ซาเร็คเขาหน้ามืดกับเธอแบบนี้ เขายังสบประมาทเธออยู่เลย ผู้ชายอย่างเขาไม่น่าจะปรารถนาเธอได้... เขาต้องเมามากแน่ๆ

“จูบแบบนี้...” ด็อกเตอร์หนุ่มหล่อคว้าร่างเธอเข้ามาใกล้ ก่อนแนบริมฝีปากลงมา จุมพิตร้อนแรงเริ่มขึ้นอย่างช้าๆ ความละมุนของกลีบปากชุ่มฉ่ำที่เจือด้วยกลิ่นแอลกอล์ฮอล์จางๆ ของเขาทำเธอตื่นเต้น หญิงสาวไม่เคยจูบใครมาก่อน นี่คือประสบการณ์ครั้งแรก เธอไม่เคยมีแฟน ไม่เคยคบหาใครจริงจังถึงขั้นจะมีฉากเลิฟซีนหวามหวานแบบนี้ได้ เขาทำกับเธอแบบนี้ แล้วเธอจะเหลืออะไรให้แฟนหนุ่มในอนาคตได้ สมองของศลิษากำลังพยายามต่อต้าน หากความร้อนแรงของเขากลับเพิ่มเชื้อไฟปรารถนาภายในให้ยิ่งคุกรุ่น ร่างกายแข็งแกร่งที่อุ้มร่างเธอนั่งบนตักอย่างง่ายดายนั้นเริ่มขยับโยกไปมา ส่งให้บั้นท้ายของเธอบดเบียดแนบสนิทกับบางส่วนของเขาที่กำลังเริงร้อนขึ้นในแบบของลูกผู้ชาย ศลิษาทั้งอายทั้งตื่นเต้นและอยากรู้อยากเห็น เธอไม่รู้จะขัดขืนเขาอย่างไรในเมื่อสมองก็สั่งการอะไรไม่ได้นอกจากเคลิบเคล้มมึนเมา อ้อมแขนของเขาล็อกตัวเธอเอาไว้แนบแผงอกแกร่ง บั้นท้ายเธอบดลงบนร่างกายแกร่งที่เธอรู้สึกได้ว่ามันกำลังเริ่มชูชันซู่ซ่าแข็งแรงราวท่อนเหล็กทรงพลังหลายร้อยแรงม้า... เธอมั่นใจว่าฟอร์ดแรพเตอร์ที่ว่าแน่ยังต้องแพ้ผู้ชายคนนี้... เขากำลังแกร่งเพื่อเธอ!

เมื่อรู้ว่ากำลังนั่งบนอะไร จู่ๆ เธอก็หน้าแดงก่ำ หายใจอย่างยากลำบาก เขินอายอย่างบอกไม่ถูก ร่างแบบบางของเธอแข็งทื่อ ทำอะไรไม่ถูก รองรับจูบจากเขาที่ทวีความร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ

เขาลูบไล้ทั้วแผ่นหลังขณะมืออีกข้างลูบไล้ลงไปใต้กระโปรงเพื่อเสาะแสวงหาความฉ่ำหวานของอิสตรี เขาอยากจะถลกกระโปรงขึ้นสูง เกี่ยวกางเกงชั้นในตัวเล็กๆ ของเธอออกไปให้พ้นทาง แล้วจัดการทำให้เธอเป็นของเขาให้สิ้นเรื่องสิ้นราวเสียตอนนี้ หากไม่เกรงใจว่าภายในนี้เป็นสถานบันเทิงที่มีผู้คนหนาแน่น เขาอยากร่วมรักกับเธอท่ามกลางสายตาของพวกหนุ่มดัตช์ร่างยักษ์พวกนั้นที่เข้ามาวุ่นวายกับเธอ

พับผ่าสิ เธอร่ายมนต์อะไรใส่ฉันวะเนี่ย ยิ่งจูบเธอเขาก็ยิ่งต้องการมากยิ่งกว่าจูบ ร่างกายของเขากำลังชูชัน เขาทรมานจนปวดหนึบร้าวไปถึงสมอง และพร้อมไปสู่ความร้อนแรงที่มากยิ่งกว่าจูบ ชายหนุ่มต้องการปลดปล่อย มือเพรียวแกร่งลูบไล้ปลีน่องด้านในแสนละมุนใต้เนื้อผ้ากระโปรงสวยของเธอ เขาย่ามใจอยากจะซุกไซ้ไปยังจุดอ่อนไหว หากเธอกลับดิ้นรนต่อต้าน ด้วยความละอายเมื่อสถานที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการแสดงความรักที่ร้อนแรงเกินสิบแปดบวก เธอหายใจหอบ หัวใจเต้นรัวไม่เป็นส่ำ ทรมานเพราะกำลังต้องการเขา เหมือนที่เขาก็กำลังต้องการเธอ...

“เธอไม่ชอบหรือ...” เขากระซิบเสียงแหบต่ำ ชวนให้ใจสะท้าน

หญิงสาวหายใจหอบ กระพริบตารัว “ค่ะ...ไม่ชอบเลย” บอกออกไปปากไม่ตรงกับใจ แม้กระนั้นเขาก็ไม่ยอมผละออกจากเธอง่ายๆ กลับบดจุมพิตโหยหาลงมา คราวนี้ลิ้นร้อนแรงแทรกลงมาและลิ้มไล้ควานหาความหวานภายในอย่างหลงใหล เธอทำให้ไฟปรารถนาในตัวเขาลุกไหม้ และมันไม่มีวันจบลงง่ายๆ เว้นแต่ว่าเขาจะจูบเธอจนพอใจ...ยิ่งจูบเขากลับยิ่งต้องการมากกว่าจูบ...

“อา...” เสียงครางทุ้มต่ำฟังดูเซ็กซี่และตอนนี้ร่างน้อยๆ อ่อนระทวยในอ้อมกอดเขา เมื่อด็อกเตอร์หนุ่มได้สติและคิดว่าจูบเธอจนพอใจแล้วจึงผละออกอย่างแสนเสียดาย สายตาคมกล้ามองสบประสานมาอย่างร้อนแรง ดวงตาร้อนแรงของเขาทำให้ศลิษารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังลุกไหม้ด้วยเพลิงพิสวาสจากเขา

“จ... จูบทำไม” สาวน้อยครางเสียงสั่น มองมาด้วยดวงตาวูบไหวเมื่อได้สติ ความอ่อนระทวยยังคงเดิม หากเขาคงกอดเธอเอาไว้ในอ้อมแขนและร่างบางยังนั่งนิ่งแน่วอยู่บนตักและท่อนเหล็กร้อนแรงที่กำลังพุ่งผงาดแม้มีเนื้อผ้าของกางเกงผู้ชายกางกั้นไว้ เธอก็สัมผัสได้ว่าเขาต้องการเธอมากแค่ไหน

“ถ้าไม่ทำแบบนี้... พวกมันก็จะไม่เลิกยุ่งกับเธอน่ะสิ!” ดวงตาคมกล้ามองเหมือนเธอเป็นขนมหวานรสชาติใหม่ที่ประทับใจเพียงครั้งแรกที่ได้ลิ้มลอง

“แต่นี่มันจูบแรกฉันนะ!” เธอคำรามเสียงแหวออกมาอย่างไม่พอใจ พลางออกแรงผลักอกแกร่งหากเขากลับไม่สะทกสะท้านอย่างที่เธอต้องการ คนหรือยักษ์กันนะ ทำไมเขาไม่ขยับเลยทั้งที่เราก็ออกแรงสุดๆ แล้ว ฮื่อ!’

“เอาคืนป่ะล่ะ มามะฉันจูบคืนให้” เขาแกล้งพูดยั่ว กลิ่นวิสกี้ออนเดอะร็อคเจืออยู่ในลมหายใจของเขา มันชวนให้รู้สึกถึงความเซ็กซี่ของชายคนนี้

เขากระชับอ้อมกอดเข้าหาตัว ถึงได้รู้ว่า... อะไรๆ ที่เขาเคยเข้าใจว่าเล็ก แท้จริงแล้วไม่ได้เล็กเลย มันนุ่มๆ และกำลังบดเบียดแนบชิดอยู่เหนือกล้ามท้องเขา “ว่ายังไง... จูบคืนไหมครับคนสวย” น้ำเสียงเขาเจือแววเยาะหยัน สายตาเซ็กซี่มองมาอย่างหมายสะกดใจ ศลิษาหัวใจเต้นแรงดวงหน้าแดงก่ำ เขารับรู้ได้แม้ความสวยนั้นอยู่ท่ามกลางแสงสลัว

“คนบ้า! ยังไงฉันก็เสียเปรียบนะ”

พยศเข้าไปสิแม่หนูน้อย เขาคิดอย่างนึกสนุก “ไปกลับบ้าน ฉันเบื่อที่นี่แล้ว” เขาเปลี่ยนเรื่อง และดูเหมือนต้องการจะเปลี่ยนสถานที่ เขาอยากบดเธอบนเตียงนุ่มๆ แทน

“ไม่กลับ! ฉันไม่ไปกับคุณแล้ว” เธอว่าพลางผลักอกแกร่งจนเขาเซ ก่อนที่ศลิษาจะวิ่งหนีเขาแล้วออกจากร้านไป พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ร้องไห้ ความจริงน่ายินดีที่มีหนุ่มหล่อในฝันของสาวๆ หลายๆ คนมาปล้ำจูบ แต่สำหรับเธอ เรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น มันเป็นสัมผัสแรกของเธอ เธอจะเก็บมันเอาไว้ให้ผู้ชายที่เห็นค่า คนที่จะได้จูบควรเป็นผู้ชายที่รักเธอ... และจูบเธอด้วยความรักอย่างแท้จริง ไม่ใช่เห็นเธอเป็นของเล่นหรือทำไปเพียงเพื่อประชดใคร

สิ่งที่เขาทำ... จูบเธอเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ ทำให้พวกหนุ่มฉกรรจ์ชาวดัตช์พวกนั้นเห็นว่าเธอเป็นของเขา ห้ามยุ่ง อารมณ์เหมือนผู้หญิงข้าใครอย่าแตะ ถ้าพวกมึงกล้าแตะจะเจอเตะ! อะไรเทือกๆ นั้นเลย แต่ความจริงแล้วมันไม่ใช่ มันมีหลากหลายวิธีที่เขาสามารถทำได้หากต้องการปกป้องเธอ แต่เขาเลือกที่จะทำแบบนี้ สะดวกและพึงใจจะใช้วิธีนี้ เธอกลายเป็นของเล่นของเขาตั้งแต่เมื่อไหร่

คิดถึงตรงนี้น้ำตาที่กลั้นเอาไว้ก็ทนไม่ได้ มันเอ่อขึ้นมาคลอเบ้าจนเธอมองไม่เห็นทาง ศลิษาก้าวเท้าฉับไวเพื่อหนีออกจากร้าน เธออยากกลับไปยังที่พักแต่เธอก็จับต้นชนปลายไม่ถูกเพราะไม่รู้ว่าตอนนี้เธออยู่ที่ไหน ตอนนั่งรถมาพร้อมกับเขาเธอก็จำทางไม่ได้เสียด้วย ก็ควรแล้วที่เขาจะปรามาสเธอเสมอว่าโง่เงอะงะ ฮื่อๆ ศลิษาร้องไห้อย่างสุดจะกลั้น

หลังจากศลิษาหุนหันวิ่งออกไปจากร้าน อลันก็กวักมือเรียกบริกรหนุ่มคนเดิม ก่อนวางเงินปึกใหญ่ไว้บนโต๊ะโดยไม่ทันรอให้บริกรมาเก็บเงิน เขามั่นใจว่าเงินจำนวนที่วางไว้นั้นเกินค่าเครื่องดื่มแน่นอน เผลอๆ เหลือเป็นกอบเป็นกำไว้เป็นทิปมือของบริกรที่ดูแลโต๊ะเขานั่นล่ะ คงรีบตามหญิงสาวออกมา ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน จะด้วยว่าเขาเป็นห่วงเธอมันก็มีส่วน เพราะความที่เธอเป็นคนแปลกถิ่น ก็เห็นว่าเพิ่งมาถึงฮอลแลนด์ได้สองวันเองนี่ อีกอย่างในฐานะที่เธอเป็นคนของบิดา แม้จะไม่พอใจในภารกิจที่เธอทำ แต่เขาก็ไม่ใจร้ายขนาดปล่อยลอยแพให้เธอออกไปเดินเตร็ดเตร่กลางค่ำกลางคืนคนเดียวแบบนี้หรอก มันอันตราย!




[1] Cashless society หรือ Cashless Economy เป็นแนวคิดสังคมเศรษฐกิจที่ปราศจากการใช้เงินสด ไม่มีเหรียญ ไม่มีธนบัตร ไม่พกบัตร ATM รวมถึงการหายไปของตู้ ATM แนวคิดนี้เริ่มกล่าวถึงในวงการธนาคารพาณิชย์ช่วงยุค 1950s ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ที่มองว่าความสำคัญของเงินสดในอนาคตจะลดน้อยลง ผู้คนจะหันมาทำธุรกรรมการเงินด้วยระบบ e-payment แทน


+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ขณะนี้ #ล้วงรักจอมวายร้าย มีอีบุ๊คแล้วนะคะ

ขอบคุณทุกยอดโหลดน้าาาาา

 
ล้วงรักจอมวายร้าย
ภัคร์ภัสสร
www.mebmarket.com
เมื่อบริษัทเปิดโอกาสให้พนักงานขายไปดูงานยังประเทศเนเธอร์แลนด์‘ศลิษา’ ก็มุ่งมั่นและฝ่าฟันจนพิชิตตำแหน่งท็อปเซลส์ได้ในที่สุดเหตุผลสำคัญ เพื่อเธอจะได้ตามหาตัวพ่อแท้ๆ ให้กลับมาดูใจผู้เป็นแม่สักครั้งแต่เงื่อนไขเดียวที่หญิงสาวจะถูกเลือกตัวจากเจ้านายใหญ่นั่นคือเธอจะต้องทำทุกวิถีทางที่จะ ‘ลาก’ ตัวบุตรชายของเขากลับมารับมรดก และสืบทอดตำแหน่งประธานบริษัทให้ได้หากปัญหาสำคัญก็คือ ‘อลัน ซาเร็ค เวทลีย์’ เพลย์บอยหนุ่ม ดีกรีด็อกเตอร์ผู้เป็น ‘ว่าที่เจ้านายใหม่’ กลายเป็นนักธุรกิจระดับโลกไปแล้วแล้วเขาหรือจะแยแสทั้งบริษัท รวมถึงตัวผู้เป็นพ่อมิหนำซ้ำ... นึกจะส่งตัวแทนมาตามกลับไปทั้งที ยังอุตส่าห์ส่ง ผู้หญิง ‘หลุดสเปก’ที่ทั้งจืดชืดและไร้เสน่ห์มาให้เขา นี่มันจะดูถูกกันเกินไปหรือเปล่า...ในฐานะท็อปเซลส์ ศลิษาจึงต้องงัดทุกตำราออกมาใช้เพื่อที่จะ ‘ขายตัวเอง’ ให้ชายหนุ่มหันมาสนใจให้ได้แม้เธอจะต้องลงทุนคลานเข่าขึ้นไปขายถึงบนเตียงนอนของเขาก็ตาม“อย่าดื้อลิซ่าถ้าคุณไม่อยากขี่แค่หลังเพราะถ้าไม่เชื่อฟังคุณจะต้องขี่ส่วนอื่นของผมด้วย”“คุณมันบ้า!”“กับคนดื้อบางทีต้องบ้า และคุณจะไม่ถูกผมจูบแค่ปาก”เขามองกวาดสายตาไปทั่วร่างก่อนที่จะหยุดจ้องนิ่งแน่วที่ส่วนอวบอิ่มของเธออย่างคนจอมหื่น“ผมชอบจูบทั้งเนื้อทั้งตัวผู้หญิงเพื่อระบายความโกรธ”
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น