[วางแผงแล้ว] ล้วงรักจอมวายร้าย : สนพ. โรแมนติค

ตอนที่ 4 : 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 113
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    1 ธ.ค. 61

หญิงสาวลืมตาตื่นนอนขึ้นมากลางดึก เวลาที่นี่เกือบตีสองตรงกับที่เมืองไทยประมาณเกือบๆแปดโมงเช้า ที่นั่นเช้าแล้วนี่ เธอจึงหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาต่อสายโทรหามารดา

ที่เมืองไทยตอนนี้ แม่อยู่กับป้ารักษ์ ซึ่งป้ารักษ์เป็นพี่สาวแท้ๆ ของแม่ นางจะเป็นคนคอยดูแลพาแม่ไปโรงพยาบาลตามเวลานัดของแพทย์ การได้รับคีโมอย่างสม่ำเสมอนั้นจะเป็นผลดี แต่ก็มีผลข้างเคียงด้วยเช่นเดียวกัน โอกาสที่แม่จะหาย มีค่าพอกันกับโอกาสที่แม่จะจากเธอไป แต่ที่ครอบครัวทำได้คือกำลังใจและทำทุกอย่างให้ดีที่สุด

อย่างน้อยแม่ก็ไม่ได้สู้เพียงลำพัง เราสู้กันทั้งครอบครัว และผู้ป่วยมะเร็งอีกนับล้าน พวกเราล้วนอยู่ทีมเดียวกัน

#ทีมสู้มะเร็ง

“ฮัลโหล” เสียงผู้เป็นป้ารับสาย ทำไมคิดถึงบ้านขนาดนี้นะ หญิงสาวหลับตาแน่น พยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ให้ไหลเพราะเกรงว่าเวลาร้องไห้ มารดาและป้าจะจับสังเกตได้จากน้ำเสียงระหว่างพูดคุยว่าเธอกำลังร้องไห้... ชีวิตกำลังเศร้า กลัวพวกท่านจะเป็นห่วงและกังวลไปกับเธอ

เข้มแข็งไว้นะลิษา...หญิงสาวเตือนตัวเองในใจ

“ป้าจ๋า นี่ลิษาเองนะ” หญิงสาวเอ่ยทักทายไปตามสาย ความจริงด้วยความทันสมัยของเทคโนโลยีการสื่อสาร เธอจะใช้วีดีโอคอลก็ย่อมได้ แต่เพราะเจอเรื่องราวร้ายๆ มาทั้งวัน และรู้สึกเหน็ดเหนื่อย เธอจึงไม่อยากให้แม่และป้าเห็นสีหน้าที่ไม่สู้ดีนักของเธอในตอนนี้ กลัวว่าท่านจะยิ่งเป็นห่วง อีกอย่างมารดาที่กำลังป่วย เธอไม่อยากให้ท่านมีเรื่องให้ต้องคิดหรือกระทบกระเทือนจิตใจและเป็นห่วงเธอมากจนเกินไป

“เอ้อษา... ว่าไงละลูก” ผู้เป็นป้าทักทายด้วยเสียงดีใจ

“แม่ล่ะ แม่ทำอะไรอยู่” เธอถามหามารดาอันเป็นที่รัก

“แม่กำลังกินข้าว แกจะคุยกับแม่หรือ?” น้ำเสียงของป้ารักษ์ยังคงอ่อนโยน มีเมตตาแม้ไม่เห็นหน้าก็รู้ว่าป้าของเธอยังยิ้มและมีความใจดีไม่เคยเปลี่ยนเลย คิดถึง...

“ค่ะ”

“ว่าไงสา”

“แม่จ๋า... คิดถึงแม่ที่สุดเลย” ลูกสาวคนเดียวเริ่มอ้อน

“แม่ก็คิดถึงลิษานะลูก ที่นั่นเป็นยังไงบ้าง” นางเอ่ยถามสารทุกข์สุขดิบของผู้เป็นลูก จะว่าไปเมื่อหลายปีมาแล้ว นางเคยไปเยือนเนเธอร์แลนด์หนึ่งครั้งในชีวิต คราวที่คบหาดูใจกับพ่อของศลิษา ตอนนั้นหญิงสาวยังไม่เกิด บ้านเมืองของเขานั้นเป็นระเบียบเรียบร้อย มีหลายอย่างที่ทันสมัย แต่ประชากรของเขาล้วนเคารพกันและกัน มีระเบียบวินัย บ้านเมืองเขาก็สะอาดเรียบร้อย สวยงาม น่าอยู่ บิดาของศลิษาพานางไปท่องเที่ยวและรู้จักกับแม่ของเขา หรือย่าของศลิษานั่นเอง แต่เพราะเขาทำงานด้านวิศวกรรม การย้ายที่ทำงานในต่างประเทศจึงเกิดขึ้นบ่อยๆ ในช่วงเวลานั้น เขามาทำงานที่ประเทศไทย ความรักของพ่อกับแม่จึงเริ่มก่อตัวขึ้น และศลิษาจึงได้มีโอกาสลืมตาดูโลก...

“ลิษาสบายดีจ้ะแม่... มาถึงก็ได้ดูงานเลย” ดูงานจนก้นช้ำเลยแม่จ๋าหญิงสาวรายงานพยายามคุมโทนน้ำเสียงให้ปกติ ไม่เศร้าสร้อยเหมือนในใจที่กำลังรู้สึกอยู่

“ตั้งใจนะลูก เอาใจใส่งานนะ” ผู้เป็นมารดาเตือน ทำไมเธอถึงคิดถึงแม่... คิดถึงป้า... แล้วก็คิดถึงบ้านมากมายขนาดนี้นะ ทั้งๆ ที่อยู่ในประเทศที่สวยงามขนาดนี้ แต่ทำไมหัวใจมันถึงรู้สึกเดียวดาย... นี่ละสินะที่ใครเขากล่าวไว้ว่า อยู่ที่ไหน... ก็ไม่สุขใจเหมือนบ้านเรา...ศลิษาพยายามข่มน้ำตาแต่มันก็เริ่มค่อยๆ ซึมออกมาจนต้องขยี้ตาแรงๆ ไล่น้ำตาออกไป ก่อนสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อตั้งสติ

“จ้ะแม่ เดี๋ยวอีกสองสามวันลิษาจะโทรหาคุณย่านะแม่ จะออกตามหาพ่อจริงจังแล้ว แต่ตอนนี้เพิ่งมาถึง งานก็ยังไม่ลงตัวเลย เพิ่งจะได้เข้าที่พักแล้วก็สำรวจเมืองน่ะ ยังกลัวหลง” ลิษารายงานมารดา

“เออดีๆ แกอยู่สองอาทิตย์เรอะ” ถ้านางจำไม่ผิด ลูกสาวเคยบอกอย่างนั้น

“แม่... นี่ล่ะที่ลิษาโทรมาหา ลิษาอาจจะได้อยู่นานกว่านั้น แต่แม่จ๋าไม่ต้องห่วงนะ เรื่องค่าใช้จ่ายบริษัทออกให้หมดเลย”

“อยู่นานจัง”

“ก็งานท่าทางจะติดพันน่ะแม่ บริษัทใหญ่ๆ ก็งี้แหล่ะ แม่จ๋าไม่ต้องเป็นห่วงนะ”

“ลิษาก็ดูแลตัวเองดีๆ นะลูก... แต่บ้านเมืองเขาเจริญ คงไม่มีโจรผู้ร้ายชุกชุมหรอกใช่มั้ย” มารดานึกห่วง ลูกสาวตัวคนเดียวไปอยู่ไกลบ้านแบบนั้น จะอยู่ยังไง นอนยังไง กินยังไงบ้างก็ไม่รู้

“ก็ยังไม่เจอนะแม่ ไม่มีอะไรน่าห่วงหรอกแม่ มีแต่คนหล่อๆ ลิษาได้เห็นกังหันลมของจริงแล้วนะแม่ อันเบ้อเริ่มเลย ได้ดูทิวลิปด้วยแม่” เดือนพฤษภาคมเป็นช่วงที่ดอกทิวลิปบานสะพรั่งในสวนเคอเคนฮอฟ(Keukenhof) เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมทั่วบ้านทั่วเมือง ส่วนกังหันลมของที่นี่ ปัจจุบันเหลือเพียงไม่กี่ตัว จะปรากฏอยู่ที่หมู่บ้านซานส์ สคันส์(Zaanse Schans) กังหันลมของเนเธอร์แลนด์เดิมใช้เพื่อผลิตพลังงานเพราะสภาพภูมิประเทศของเนเธอร์แลนด์อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลจึงทำให้มีพลังจากทิศทางลมนำมาใช้ประโยชน์ได้

“งั้นเรอะ ดีๆ ถ่ายรูปมาเยอะๆ นะ แม่อยากเห็นอีก พ่อแกเคยพาไปเที่ยวครั้งหนึ่งสมัยแม่เป็นสาว ถึงวันนี้ก็นานมากแล้ว ไม่รู้ตอนนี้บ้านเมืองเขาเป็นยังไงบ้าง” มารดาเล่า รอยยิ้มก็โปรยออกมาด้วยความถวิลหาช่วงเวลาดีๆ ที่แสนประทับใจในอดีต

“ค่ะแม่ ไว้หนูไปเยี่ยมคุณย่าแล้วจะให้พ่อโทรมาคุยกับแม่นะคะ”

“จ้ะลูก”

“แม่งั้นลิษาวางสายแล้วนะ ที่นี่ดึกเชียวล่ะ พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไปทำงาน...” เธอหยุดหายใจ “อาจจะได้ขึ้นเรือยอร์ชหรูเลยนะแม่” ถ้าเขาให้หนูไปศลิษาโม้แต่พูดความจริงออกไปไม่หมดว่าเธอจะไปตามจิกตัวด็อกเตอร์เวทลีย์กลับเมืองไทย เธอต้องไปขวางไม่ให้เขาขึ้นเรือยอร์ชไปพักผ่อนกับนางแบบดัง หรือไม่เธอก็แอบขึ้นเรือไปด้วยเลย เพราะถ้าไม่ทำอะไรที่ระห่ำแบบนี้ ภารกิจนี้คงไม่สำเร็จสักที นั่นหมายความว่าการออกตามหาพ่อก็ต้องยืดเวลาออกไปอีก ซึ่งนั่นเธอรอไม่ได้ ศลิษาต้องการพาพ่อไปเยี่ยมแม่ให้เร็วที่สุด

“โอ้โห... งั้นก็นอนเถอะลูก” ผู้เป็นแม่บอก

“ค่ะแม่ แม่จ๋า... ลิษารักแม่นะ รักมากๆ แล้วก็คิดถึงแม่ทุกลมหายใจเลย”

“อืม... ปากหวานจริงลูกสาวฉัน” นางเอ่ยกลั้วเสียงหัวเราะ ยิ่งคุยกันก็ยิ่งคิดถึงลูกสาวขี้อ้อนคนนี้จริงๆ

“ลิษาขอวางสายก่อนนะแม่” เสียงอิดออดแกมออดอ้อนของลูกสาว ไม่รู้ใครจะวางสายก่อนใคร ต่างก็อยากคุยนานๆ

“จ้ะลูก แค่นี้ล่ะ ไว้ค่อยคุยกันใหม่” นางว่าก่อนกดวางสายไปอย่างเสียดาย รู้สึกใจหายอยู่เหมือนกันที่ตอนนี้ลูกอยู่คนละฟากโลก ไม่รู้ว่าจะอยู่อย่างไร กินอย่างไรและนอนอย่างไร...

หัวอกของคนเป็นแม่ คิดแล้วก็อดเป็นห่วงไม่ได้ แม้จะเป็นบ้านเกิดของคนเป็นพ่อ และหญิงสาวเคยไปเมื่อครั้งอายุได้ขวบเศษๆ แต่นั่นมันก็นานมาก แกยังจำความไม่ได้เลยกระมัง 

+++++++++++++++++++++++++++++++


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น