ล่ารัก เจ้าสาวแจ็คพ็อต (ผ่านพิจารณาทำละครช่อง One 31)

ตอนที่ 9 : Chapter 4 :: ตกกระไดพลอยโจน 2 - รีไรต์ (40%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,272
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    19 ต.ค. 60

 

สวัสดีค่ะรีดที่รัก มาอ่านต่อตรงนี้นะคะ

__________________


“ไปกลับๆ เจอกันที่บ้านนะครับคนสวย” เขาสตาร์ทรถรอ ระหว่างนั้นหญิงสาวก็สอดร่างบางเข้าไปในรถคันใหม่ แล้วบิดกุญแจสตาร์ทเครื่อง มันเบามาก สภาพดีเหลือเกิน ทำไมหล่อนถึงรู้สึกเหมือนว่าได้รถป้ายแดงในราคามอเตอร์ไซค์นะ


“เยี่ยมจริง ต่อไปช่วยกันทำเงินนะคะลูก” หล่อนพูดเบาๆ กับรถยนต์คันใหม่ที่กำลังเข้าเกียร์และแตะคันเร่งในน้ำหนักที่พอประมาณ ไม่นานรถยนต์ห้าประตูคันเล็กแบบประหยัดน้ำมันก็แล่นออกถนนใหญ่


ใช้เวลาเกือบสองชั่วโมง ทั้งสองก็ถึงบ้าน วันนี้รถอาจจะติดไปหน่อย กว่าจะถึงบ้านก็เกือบห้าโมงเย็น


“พี่แทน...” เขาหันมา เลิกคิ้วข้างหนึ่งอย่างแปลกใจ ไหนใครบอกว่าจะไม่เรียกพี่ไงล่ะ


“ช่วยเอาตะกร้าไปเก็บให้ทีสิคะ โยเกิร์ตจะไปรับหลาน” หญิงสาวบอกเขา ครั้งแรกของการเปลี่ยนคำศัพท์นามเรียกชื่อแทนตัวและเรียกเขา มันกระดากจริงๆ นะให้ตายสิ อยากเบ้ปากมองบนหรือไม่ก็ขอถุงพลาสติกแล้วมาพ่นอาเจียนแก้เลี่ยนลงไปในนั้นเสียจริงเลยให้ตายสิ นี่เจ้าหล่อนต้องทำถึงขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย


“พูดแบบนี้... น่ารักขึ้นเป็นกองเลยครับ” เขาเอ่ยอย่างนึกชอบใจเวลาหญิงสาวทำน้ำเสียงออดอ้อน น่าฟังและดีต่อใจ


“งั้นก็... รีบเอาของไปเก็บเสียสิคะ ป่านนี้ฟางข้าวน้อยร้องโยเยแล้ว” เธอว่า ใจนึกเป็นห่วงหลานสาวตัวน้อยขึ้นมาทันที คิดถึงก็คิดถึง นี่ละนะที่เขาว่า เด็กๆ ตัวเล็กๆ นี่ ใครได้เลี้ยงเป็นต้องหลง ตัวเล็กๆ ผิวใสๆ สะอาดๆ หอมกลิ่นแป้งเด็กละมุนละไม มีความสุขทุกครั้งยามได้อยู่ใกล้...


“ครับผม” เขารับคำ หากหัวใจพองโตชอบกล ทำไมจู่ๆ เขาถึงใจเต้นแรงกับอีแค่หญิงสาวเปลี่ยนคำศัพนามเรียกแทนตัวเขากันด้วยนะ ความรู้สึกมีอำนาจต่อรองก็เพิ่มขึ้น อันที่จริงเขากเป็นพี่อยู่หลายปีแล้วก็การเป็นลูกนอกสมรสเพียงคนเดียวเขาไม่เคยลืมเลยว่าเมื่อครั้งที่มารดามีชีวิตอยู่ เขาเคยบอกมารดาว่าอยากมีน้องสาว อันที่จริงจะมีน้องสาวตอนวัยขนาดนี้ก็ไม่เลวนะ มีน้องสาวที่โตเป็นสาวแบบสำเร็จรูปก็ดีเหมือนกันแล้วเขาก็รู้สึกรักน้องสาวตัวเองมากๆ ด้วย และดูเหมือนจะรักเกินขอบเขตไปไกลแบบกู่ไม่กลับแล้วซะด้วย


ร่างบางเดินไปหาเพื่อนบ้าน ทันที ที่ต้องก้าวเท้าเดินฉับๆ อย่างรวดเร็วนั้น ก็เพราะเธออายจนหน้าแดง และไม่อยากให้ใครบางคนที่กำลังหัวใจพองโตเห็นอาการของเจ้าหล่อนนั่นเอง บัดเดี๋ยวได้ใจไปกันใหญ่


“คุณป้าคะ” หล่อนทักทายเพื่อนบ้านด้วยไมตรี ไม่ลืมมีขนมของฝากติดไม้ติดมือมาด้วย


“อ้าว กลับมาแล้วเหรอลูก” คุณป้าเพื่อนบ้านทักขึ้นเมื่อเห็นหนุ่มสาวกลับมาพอดี


“ค่ะ ตัวเล็กเป็นยังไงบ้างคะ” หล่อนถามถึงหลานสาวตัวน้อยทันที ห่างกันครึ่งวันก็รู้สึกคิดถึง ต่อให้ฝากเลี้ยงกับคุณป้าเพื่อนบ้านที่ไว้ใจ แต่ก็ไม่อย่างห่างจากหลานสาวเลย หล่อนรักหลานสาวตัวน้อยสุดหัวใจ


“นั่นไง นอนเอกเขนก กินนม ดูการ์ตูนอยู่นั่นละจ้า” ป้าผู้ใจดีเอ่ยพลางพยักเพยิดหน้าไปที่ร่างกลมป้อมน่าเอ็นดูของเด็กหญิงตัวน้อย


“แล้วเด็กญี่ปุ่นละคะ” หญิงสาวเรียกหลานตัวน้อยของคุณป้าเพื่อนบ้านว่าเด็กญี่ปุ่นเสียจนติดปาก เพราะน่ารักน่าชังเหมือนเด็กญี่ปุ่น อย่ากระนั้นเลย ลำพังคนเป็นยายอย่างคุณป้า แกก็ยังเรียกหลานแกแบบนั้น หล่อนจังขอเรียกตาม คงไม่มีใครว่ากระไรหรอก


“เพิ่งจะหลับไปจ้ะ นั่นก็ร้องไห้กันขรมเลย” คุณป้าเพื่อนบ้านรายงาน


“มีผสานเสียงกันด้วยเหรอคะ” ปภาณพิชญ์ทวนคำป้ากลั้วอารมณ์ขัน ใจคิดว่าคุณป้าเพื่อนบ้านคงเหนื่อยน่าดูเลยเวลาที่เจ้าหล่อนพาหลานมาฝากเลี้ยงเวลาที่เธอและธันยาพัฒน์ออกไปทำธุระพร้อมกันทั้งสองคน


“จะเหลือเรอะ” ป้าตอบเสียงชัดแจ๋ว ส่ายหน้าอย่างนึกเอ็นดู เด็กๆ ก็อย่างนี้ล่ะ พอคนหนึ่งร้อง อีกคนไม่รู้เป็นอะไรมีอันต้องร้องตามๆ กันไปผสานเสียงกันราวกับสร้างจังหวัดนตรีอย่างไรอย่างนั้น


“แต่ฟางข้าวไม่ซนใช่มั้ยคะ” หญิงสาวถามออกไปเพราะกลัวว่าหลานสาวตัวน้อยจะทำคุณป้าเหนื่อยและลำบาก แต่ป้าเพื่อนบ้านก็ส่ายหน้าดิกพร้อมตอบ


“ไม่เลยจ้า เด็กอะไรน่ารัก ว่าง่ายไม่เกเรเลย” ปภาณพิชญ์พบว่าดวงตาของป้าเพื่อนบ้านมีแต่ความเมตตาอยู่ในนั้นอย่างเต็มเปี่ยม หญิงสาวรู้สึกขอบคุณและปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าตัวเองช่างโชคดีที่มีเพื่อนบ้านน่ารักๆ แบบนี้


“ฟางข้าว...ลูก” เด็กหญิงละสายตาจากจอทีวีที่กำลังฉายการ์ตูนมามองผู้เป็นน่าด้วยความตื่นเต้น ก่อนทิ้งขวดนมแล้วรีบลุกขึ้นมาหา


ร่างบางสวมกอดหลานสาวแล้วหอมที่แก้มนุ่ม


“โยเกิร์ตขอบคุณคุณป้ามากๆ นะคะ ที่ช่วยเลี้ยงฟางข้าว” ปภาณพิชญ์เอ่ยอย่างรู้สึกขอบคุณ


“ไม่เป็นไรหรอกจ้า ปกติก็เลี้ยงหลานอยู่แล้ว วันไหนจะไปธุระก็เอามาฝากได้ตลอด”


“ขอบคุณค่ะ หนูมีขนมมาฝากด้วยค่ะ” ทันทีที่พูดจบ หญิงสาวก็วางถุงขนมใส่มือคุณป้าเพื่อนบ้าน แกยิ้มกว้างด้วยความดีใจ ไม่คิดว่าหลานสาวเพื่อนบ้านจะมีน้ำใจขนาดนี้ ดูแต่ละอย่างไม่น่าจะราคาถูกๆ ด้วยนะนั่น แกหยิบขึ้นมามองๆก็อดเกรงใจไม่ได้ กลัวว่าอีหนูคนนี้จะลำบาก


“โอ้ย... ไม่ต้องลำบากหรอก คราวหน้าไม่ต้องนะ” หญิงสูงวัยน้ำใจเมตตาบอกเสียงร่าเริง คุณป้าเป็นคนน่ารักแล้วก็เอ็นดูหนุ่มสาวคู่นี้ ตอนแรกเห็นปภาณพิชญ์อยู่คนเดียวเป็นสาวโสด ก็คิดว่า ไม่น่าจะมีฟงมีแฟนอะไร


“อันนี้ตั้งใจค่ะ เคยเห็นว่าคุณน้าชอบกิน”


“อ๋อ... คนแก่ก็ชอบน้ำพริกแหละจ้ะ กินอะไรก็ไม่อร่อย สู้น้ำพริกผักสดๆไม่ได้ ขอบใจนะหนูโยเกิร์ต” คุณป้าเพื่อนบ้านผู้ใจดีโอบอ้อมเอ่ยขอบใจด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน


“ค่ะ เดี๋ยวโยเกิร์ตขอตัวพาฟางข้าวกลับก่อนนะคะ” หญิงสาวเอ่ยเป็นเชิงขออนุญาตก่อนลุกขึ้นเดินไปหาหลานสาวตัวน้อย


“จ้า” ป้าเพื่อนบ้านผู้ใจดีตอบด้วยแววตาอ่อนโยนที่หญิงสาวมองสบแล้วก็เกิดความซาบซึ้ง ถ้าไม่ได้ป้าเธอเองคงคิดหนักเหมือนกันว่าจะได้ใครช่วยดูแลหลานในวัยกำลังซนได้อุ่นใจได้แบบนี้ระหว่างออกไปทำงานส่งขนม


“ฟางข้าวยืนรอน้าตรงนี้นะคะ” เด็กหญิงบอกท่าทางสลึมสะลือเพราะถูกปลุกให้ตื่น


“รอน้าสวย” ร่างบางลุกขึ้นไปเก็บขวดนมที่ตัวเล็กทำหล่น เก็บผ้าและกระเปาสัมภาระต่างๆแล้วอุ้มหลานขึ้น


“ฟางข้าวน้อย ไหว้คุณป้าสิคะลูก” คนเป็นน้าบอกเด็กหญิงด้วยเสียงอ่อนโยน ก่อนที่ฟางข้าวน้อยของเธอจะยกมือขึ้นท่วมหัวแล้วพูดสวัสดีค่ะ แบบที่ไม่ชัดนัก ตามประสาเด็กที่วัยยังไม่ครบสองขวบดี คนเป็นป้ายิ้มกว้างอย่างเอ็นดู


“ป้าจ๋า ป้าจ้า ไปก่อนน้า” เด็กหญิงพูดเสียงใส สลับหัวเราะกิ๊กอย่างน่ารักน่าชัง


“จ้า... มาใหม่นะ” ป้าเพื่อนบ้านตอบยิ้มกว้าง


“กลับแล้วนะคะคุณป้า สวัสดีค่ะ” ปภาณพิชญ์เอ่ยคำลาพร้อมยกมือไหว้ เรียกแววตานึกเอ็นดูปรากฏขึ้นทันทีในดวงตาของหญิงสูงวัย


“สวยไปไหน... ไปไหนมาคะ” เด็กหญิงถามคนเป็นน้าเสียงใส ยิ้มกว้างประดับบนใบหน้า ช่างเป็นความใสบริสุทธิ์ที่ตรงตรึงใจคนเป็นน้าเสียเหลือเกิน


“ไปขายขนมค่ะ แล้วก็มีของมาฝากฟางข้าวด้วยนะ”


“อะไร...”


“นี่จ้ะ”


“หมีๆ” เสียงเล็กร้องหาตุ๊กตาของเล่น โลกของน้องฟางข้าว สิ่งที่สำคัญสุดตอนนี้ นอกจากอกอุ่นๆ ของน้าสวยแล้วก็มีตุ๊กตาหมีนี่ล่ะ ที่กอดแน่นกอดนาน ไม่ว่าจะก่อนนอน หรือตื่นนอน ก็อยากกอดขอให้มีไว้ข้างๆ ตัว เป็นได้อุ่นใจ


“แล้วก็...” หญิงสาวชี้ให้หลานสาวดูรถคันใหม่ของครอบครัว


“รถเก๋งๆ” เสียงใสๆ พูดออกมาอย่างลิงโลดพร้อมชี้นิ้วไปที่รถคันใหม่ของบ้าน


“รถของบ้านเราค่ะ” น้าสาวบอก


“เย้ๆ ฟางข้าวชอบสีเขียว” นางฟ้าตัวน้อยตบมือแปะๆ พร้อมส่งเสียงตื่นเต้นดีใจยกใหญ่ แล้วก็พลางชี้นิ้วไปที่รถคันใหม่ขนาดเล็กกะทักรัดน่ารัก


“คันเล็กๆ ไว้น้าสวยจะพาไปเที่ยวนะคะ” เธอบอกหลานสาวตัวน้อย ดวงตาทอประกายอบอุ่นเอ็นดู


“ไปเที่ยวๆ “ คะยั้ยคะยอพร้อมหัวเราะร่าเริงตามประสาเด็กไร้เดียงสา มือเพรียวสวยของคนเป็นน้าลูบเบาแผ่วที่ปรอยผมเส้นเล็กๆ ของเด็กหญิงอย่างแสรักระคนไปกับความรู้สึกสงสารอย่างจับใจ


“สาวๆ ครับ” ทั้งสองสาวต่างวัยหันไปตามเสียง


“มากินข้าวเถอะครับ”


หญิงสาวเลิกคิ้วขึ้นอย่างประหลาดใจ พลางอุ้มหลานเดินเข้าบ้าน


“พี่แทน... ลงครัวทำกับข้าวเหรอคะ?” ปภาณพิชญ์ครางเบาแผ่ว


“ครับ สองสามอย่าง เมนูง่ายๆ” เขายืดอกตอบอย่างภาคภูมิใจ


“หิวก็บอกเถอะ” หญิงสาวแกล้งพูดแขวะ พร้อมยิ้มมุมปาก ความจริง... มีธันยาพัฒน์อยู่ร่วมกันในบ้านหลังนี้ก็ดีเหมือนกันนะ เขามีข้อดีหลายๆ อย่างแล้วก็ช่วยเหลือเธอแทบทุกครั้งในเวลาที่เจอวิกฤต


“หิวก็หิว... แต่อยากทำบ้างครับ ลองทำดู กินได้รึเปล่า” ยื่นช้อนให้ชิม


เจ้าหล่อนรับไปตักเข้าปาก สายตาคมมองตามริมฝีปากชุ่มฉ่ำของเธออย่างมีจินตนาการ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าไม่เคยคิดอยากครอบครองกลีบปากสีชมพูจางๆ ตามธรรมชาตินั้นของเธอ


“ก็... ใช้ได้” เธอทำเสียงจิ๊จ๊ะแล้ววิจารณ์รสชาติ มันก็ไม่เลวหรอก จะเอาอะไรกับผู้ชายทำกับข้าวเล่า เธอว่า... รสชาติดีทีเดียวล่ะ ทำได้ขนาดนี้ถือว่าเก่งไม่เบา


“โอเค นั่งรอที่โต๊ะกินข้าวเลย” เขาออกคำสั่ง พลางก็ใช้ทัพพีคนๆ อาหารไปด้วย มองหาภาชนะที่จะเอามาใส่อาหาร


“เดี๋ยวต้องพาฟางข้าวกินนมก่อน เมื่อกี้เห็นนอนกินนมอยู่บ้านคุณป้า ยังไม่หมดขวดฉันไปพอดี แกก็ทิ้งขวดนมเลย”


“ครับ ผมจะจัดสำรับข้าวรอนะครับ” เขาบอก


“ค่ะ ไปกันฟางข้าวน้อย นอนกินนม” หญิงสาวว่าพลางเดินถอยออกมา กลิ่นอาหารหอมยั่วลิ้นจริงๆ เลย มันทำให้เธอเริ่มหิวแล้วล่ะสิ แต่ต้องพาหลานกินนมก่อน เพราะหลานสาวตอนนี้ก็คงเริ่มหิวแล้ว ปล่อยไว้นานเดี๋ยวนางฟ้าจะกลายเป็นนางมาร เดี๋ยวงอแงขึ้นมาจะยุ่งไปกันใหญ่


“ฟางข้าวไม่เอาแล้ว อิ่มแล้วค่ะ” เด็กหญิงส่ายหน้าดิกเป็นเชิงบอกว่าเธอกินอะไรเข้าไปอีกคงไม่ไหวแล้วล่ะ อิ่มจนแน่นท้องกลมๆ ตัวป้อมๆ ของเธอๆปหมดแล้ว


“งั้นเหรอ... แล้วหนูจะทำอะไรดีคะ” น้าสาวก้มมองหลาน คำถามทำเอาเด็กหญิงยิ้มตาหยีกลับมาอย่างน่ารัก


“ดูตูนๆ” เสียงเล็กคะยั้นคะยอจะดูการ์ตูน พลางก็ชี้นิ้วไปที่จอเครื่องรับชมโทรทัศน์แบบจอแบนขนาดสี่สิบนิ้วอย่างเจือแววเอาแต่ใจ


“โอเค ได้เลย” ว่าแล้วหล่อนก็พาหลานสาวตัวน้อยไปนอนเปลประจำตำแหน่งของหลานสาวตัวน้อย ก่อนจะเปิดทีวีให้เธอและนั่งเล่นกับนางฟ้าตัวน้อยอยู่พักใหญ่


“พร้อมแล้วครับ” เขาส่งเสียงเป็นสัญญาณ ขณะอาหารพร้อมบนโต๊ะ หน้าตาน่ารับประทาน หญิงสาวยอบตัวลงนั่ง


“แล้วเราจะกินกับอะไรคะ” กลิ่นอาหารหอมยั่วน้ำย่อยก้จริงอยู่ เห็นแล้วหิวโดยไม่มีเงื่อนไข ว่าแต่... ข้าวน่ะ พ่อทูนหัวของเราจัดการหุงแล้วหรือยัง


“ตายจริง! ลืมหุงข้าว” เขาพูดขึ้น นึกอยากเขกหัวตัวเองกับตู้เย็นซะงั้น มัวแต่เพลินกับการปรุงเมนูอร่อยจนลืมหุงข้าวไปได้ยังไงกัน แล้วยิ่งกลิ่นอาหารโชยมาเรียกน้ำย่อย ก็หิวแทบคลั่งอยู่แล้ว แต่มีอาหารอร่อย แต่ข้าวไม่พร้อมแบบนี้ มันน่าทำโทษตัวเองนักเชียว


“โยเกิร์ตหุงเอง” ร่างบางรีบลุกขึ้นทันที ชายหนุ่มได้แต่ยืนเกาหัวแกร่กๆ ในความขี้ลืมของตัวเอง ท่าทางเป็นพ่อครัวคงจะไม่รุ่งก็คราวนี้ล่ะ ยังดีที่แม่ตัวแสบไม่โวยวายหากรับอาสาลุกไปหุงข้าว ช่วยกันคนละไม้คนละมือ ดูๆ ไปแล้ว บรรยากาศอบอุ่น เป็นครอบครัวที่มีความสุขดีไม่เบา เขามองเธอพลางหลุดยิ้มอย่างมีความสุข ผู้ชายอย่างธันยาพัฒน์ไม่เคยทำอะไรแบบนี้เลยสักครั้ง ไม่เคยลุกขึ้นมาทำกับข้าวปรุงอาหาร ไม่เคยใส่ใจสนใจใคร ไม่เคย... ปภาณพิชญ์คือผู้หญิงคนแรกที่เขาทำอะไรๆ ให้เธอด้วยความเต็มใจ และรักที่จะทำ...


หิว... จนลืมหุงข้าว


“นี่หิวมากจนตาลายใช่มั้ยคะเนี่ย จนลืมหุงข้าวน่ะ” เธอแกล้งพูดหยอก เขายิ้มกลับมา ทั้งคู่สบประสานสายตานานนิ่งจนอีกฝ่ายที่บอกว่าจะหุงข้าวต้องทำเรื่องที่ค้างเอาไว้ มือเรียวซาวน้ำในหม้อข้าว รินออกแล้วเติมน้ำเข้าไปอีกครั้ง พร้อมวางนิ้วลงเพื่อวัดระดับน้ำ ก่อนตั้งหม้อข้าว แล้วกด


“ก็พ่อครัวมือใหม่... ผิดพลาดประการใดขออภัยมาที่นี่ครับผม” เขาสารภาพอย่างยิ้มๆ จนเธออดขำไม่ได้


“อดใจรอไม่เกินครึ่งชั่วโมงค่ะ” เธอว่าหลังจากกดหม้อหุงข้าวเรียบร้อย ทั้งสองหลุดยิ้มขำ ดวงตาสบประสานอย่างมีความหมาย หญิงสาวรู้สึกใจเต้นแรงแบบแปลกๆ เธอก็เพิ่งสัมผัสได้ตอนนี้เองว่า การมีใครสักคนอยู่ใกล้ๆ มันก็ทำให้รู้สึกดีอย่างนี้นี่เอง

 _________________________

จบตอนแล้วนะคะ ขอบคุณมากเลยที่ติดตาม บทนี้จะไม่มีในเวอรืชั่นแรกที่อัพนะคะ หวังว่าคงพอเรียกรอยยิ้มคุณผู้อ่านได้บ้างน๊อออออ

และเรื่อง "ล่ารักเจ้าสาวแจ็คพ็อต" มี Ebook พร้อมโหลดแล้วนะคะสาวๆ แวะไปดูนะคะ

ตามลิ้งนี้เล้ย!!!

    
ล่ารักเจ้าสาวแจ็คพ็อต
ภัคร์ภัสสร
www.mebmarket.com

หลังจากอกเดาะแบบไม่ทันเตรียมตัว ธันยาพัฒน์ ไม่คาดคิดว่า... สวรรค์จะส่งเดสธินี่คนใหม่มาให้แบบฉับไวอะไรปานนี้

เพียงความจำเป็นบางอย่าง ทายาทมหาเศรษฐีหนุ่ม ต้องเอาตัวเองไปล่าเงินรางวัลออกทีวีผ่านเกมโชว์รายการหนึ่ง แต่กลับจับพลัดจับผลูได้คู่ติดไม้ติดมือมาด้วยซะงั้น

แรกๆ ดูเหมือนไม่มีอะไรน่าสนใจ แต่แม่เจ้า... เธอกลับมีพลังดึงดูดบางอย่างที่ปลุกเร้าเขาทุกครั้งแม้เพียงปรายตามอง

นาทีแห่งความพลุ่งพล่านนั้น ชายหนุ่มบอกตัวเองว่า... เขาจะไม่ยอมปล่อย เจ้าสาวแจ็ตพ็อตคนนี้ให้หลุดมือไป

 

เมื่อถูกเพื่อนสนิทช่วงชิงคนรัก ปภาณพิชญ์คิดเพียงแค่ว่า อยากได้ผู้ชายสักคนมาควงเย้ยแฟนเก่าที่ไม่รักดีคนนั้น

และธันยาพัฒน์ ก็คือผู้ชายแจ็คพ็อตที่เข้ามาในชีวิตขณะนั้นพอดี แรกพบเธอเห็นเขาเป็นเพียงเครื่องมือ  แต่หญิงสาวไม่ทันรู้ตัวเลยว่า การใช้ประโยชน์จากเขา กลับกลายเป็นสิ่งทำให้เธอได้เรียนรู้ว่า ความรัก... แท้จริงเป็นเช่นไร เพราะเขาไม่ยอมเป็นแค่แฟนกำมะลอที่ล่อให้รักแล้วตีจาก...  

หากเขาต้องการสานต่อความสัมพันธ์และล่าใจเธอมาเป็นของเขาเพียงคนเดียว....

 

โปรยเบาๆ

....... “พอนะคะ เดี๋ยวใครมาเห็น” เธอวิงวอนเขาเสียงเบาแผ่วแทบเป็นเพียงเสียงกระซิบ เขายิ้มกว้าง จุมพิตลงหน้าผากมนอีกหนึ่งครั้งอย่างเอ็นดูรักใคร่

“โอเคค่ะ” เขาแกล้งชนหน้าผากเขาแนบหน้าผากเธออย่างขี้เล่น “ไว้ไปต่อที่บ้านใช่มั้ย?” เขาพูดเย้า

“ไม่นะคนบ้า!” มือน้อยผลักอกเขาเต็มแรง แต่เขาก็แค่เซ มือเหนียวยังคงเกี่ยวเอวเธอแน่น เขามองสบตาเธอหวานซึ้ง

“เราจะโดนแบบนี้... ถ้าทำพี่โกรธอีก รู้มั้ย?” เขาพูดเสียงดุ หน้าเรียบนิ่งดูเย็นชากึ่งเผด็จการ ซึ่งนานครั้งหญิงสาวจะพบเห็นลุคส์นี้ของเขา

“ขี้โกง มีสิทธ์อะไรเนี่ย” เธอหน้างอง้ำ ใจนึกไม่พอใจ อีกใจก็สับสนวุ่นวายอยู่ข้างในแปลกๆ แบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เพราะคนๆ เดียวเลยที่ทำเธอเกิดความรู้สึกหลากหลายแบบนี้ อยากจะโกรธหากก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากทำหน้างออยู่ตอนนี้

“สิทธิ์ที่ ล่าไง... พี่กำลังล่าเราอยู่” เขาตอบเสียงแหบต่ำ เธอใจสั่นสะท้าน ผิดที่ตัวเองไปท้าทาย.......

++++++++

ฝากติดตามนิยายรักเรื่องล่าสุดของไรต์ด้วยนะคะ แม้ไม่มีฉากเรทขนาดนั้น แต่ความร้อนแรงของพี่แทน พระเอกเรื่องนี้ไม่แพ้ชายใดในโลกหล้าแน่นอนค่ะ ผู้เขียนรับประกัน!

ขอบพระคุณทุกยอดโหลดนะคะ รักคนอ่านมากๆ เลย J

______________________________



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

183 ความคิดเห็น

  1. #89 9namfon (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 / 23:57
    หื่อ 555 อะไรขาด
    #89
    0
  2. #46 ชูสองนิ้วแล้วก็ยิ้ม (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2559 / 19:59
    รอยุนะคะ
    #46
    0
  3. #45 Pilin Pinit (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2559 / 20:55
    งานเข้าแล้วไงล่ะตกลงกันไม่ลงตัว เกิดเรื่องจนได้ เอาไงดี
    #45
    0
  4. #28 fahpsk (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 มกราคม 2559 / 23:09
    ^///^ ทำไมคุณแทนน่ารักอย่างนี้

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 15 มีนาคม 2559 / 11:29
    #28
    1
    • #28-1 fahpsk(จากตอนที่ 9)
      31 มกราคม 2559 / 23:11
      *คุณแทน
      #28-1