ฮูหยินสลับร่าง

ตอนที่ 9 : ตอนที่ 3.1 พบพาน - รีไรท์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,514
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 142 ครั้ง
    4 ธ.ค. 60

ในขณะที่ซือซิงกำลังเฝ้าด่าทอตัวเองในใจอยู่นั้น เหมือนว่าสวรรค์จะมีตาส่งชายหนุ่มรูปงามมาช่วยเหลือนางได้อย่างทันท่วงที บุรุษสวมชุดแดงเพลิงลักษณะท่าทางคล้ายคุณชายเจ้าสำราญค่อยๆ ยื่นมือส่งมาที่นาง

“เซียนเอ๋อร์ ให้ข้าช่วยเจ้าหรือไม่”

ในชั่ววินาทีที่ซือซิงสบตากับดวงตาคู่นั้น ร่างกายของนางพลันแข็งค้างไปชั่วขณะ ปากคู่งามพลันอ้าค้างอย่างตกตะลึง

สวรรค์! นี่ข้าตายไปแล้วหรือ? เหตุใดข้าถึงได้เจอเทพบุตรจำแลงกายมายืนอยู่ตรงหน้าข้าได้ เขาช่างรูปโฉมงดงามเหนืออิสตรีโดยแท้ หากข้าจับเขาแต่งตัวเป็นสตรีล่ะก็ เกรงว่าเขาคงงามกว่าหญิงใดในใต้หล้าเป็นแน่

ดวงตาคู่งามเผลอจ้องบุรุษตรงหน้าอย่างใจลอย “ท่านเป็นบุรุษจริงๆ นะหรือ?”

ครั้นเมื่อเห็นว่านางไม่ได้ตอบคำถามเขา แต่กลับเป็นฝ่ายเอ่ยถามในสิ่งที่เขาเองก็ไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะได้ยินคำถามนี้จากปากนาง ใบหน้างามของฉีเทียนอี้พลันเกิดอาการตื่นตะลึงไปชั่วขณะ

“เจ้าเป็นใครกัน?” ฉีเทียนอี้โพล่งถามอย่างลืมตัว

“…”

ราวหนึ่งชั่วยามกว่าที่ร่างบางจะได้สติ ซือซิงค่อยๆ ลอบพินิจบุรุษตรงหน้าอย่างละเอียดถี่ถ้วน

คิ้วเรียวงามตวัดขึ้นราวกับใช้พู่กันวาด ดวงตาเรียวงามเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันเย้ายวน จมูกโด่งเป็นสันรับกับใบหน้างามเยี่ยงอิสตรีเพศ ริมฝีปากบางอมชมพูดูเย้ายวนใจ งามช่างงามเหลือเกิน งามจนข้าแทบจะหยุดหายใจ

เมื่อเห็นว่านางยังไม่ตอบคำถาม และเอาแต่จ้องหน้าเขาอย่างเคลิบเคลิ้ม ยิ่งทำให้ฉีเทียนอี้ขมวดคิ้วเข้าหากันจนเป็นปม “เว่ยหนิงเซียน เจ้าจะจ้องหน้าข้าแบบนี้อีกนานแค่ไหนกันแน่”

“…”

“เว่ยหนิงเซียน!” ฉีเทียนอี้เรียกชื่อนางอีกครั้ง

“หา! เรียกข้าหรือ?” ด้วยเพราะยังไม่คุ้นชินกับชื่อใหม่ของนาง เพราะปกติเหล่าสาวใช้ก็เอาแต่เรียกนางว่าฮูหยินๆ จึงทำให้ซือซิงลืมชื่อเจ้าของร่างเดิมไปชั่วขณะ

ดวงตาคู่งามของฉีเทียนอี้พลันสั่นสะท้านในทันที

หรือว่าข่าวลือที่ว่าเจ้าความจำเสื่อมจะเป็นเรื่องจริง?

“นี่ท่านรู้จักข้าด้วยหรือ?” เมื่อได้สติกลับคืนมา ซือซิงจึงเอ่ยถามออกไปด้วยความฉงนสงสัย

“…”

แปลกแฮะ! ทำไมคนผู้นี้ถึงได้จ้องมองหน้าข้าแปลกๆ คล้ายกับสายตาของเจ้าน้ำแข็งพันปีไม่มีผิดเพี้ยน หรือว่าคนผู้นี้จะรู้จักกับเว่ยหนิงเซียน

เวลาผ่านไปหนึ่งเค่อ ขาทั้งสองของซือซิงก็เริ่มชาขึ้นมาทีละนิดๆ จนแทบจะไร้ความรู้สึก

อ๊ะ! อย่าบอกนะว่าเหน็บกำลังจะกินข้า ไม่ได้การแล้ว หากข้ามัวแต่อยู่ชัดช้าแบบนี้ต้องแย่แน่ๆ  

“นี่! พ่อหนุ่มรูปงามรีบมาดึงข้าเร็วๆ เถอะ ข้าเมื่อยแล้ว”

“เจ้าเรียกข้าว่าอย่างไรนะ!?” ฉีเทียนอี้เอ่ยถามขึ้นอย่างตกตะลึง

“ข้าเรียกเจ้าว่าพ่อหนุ่มรูปงาม” ซือซิงขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะเร่งเร้าอีกครั้ง “เร็วๆ ข้าเมื่อยแล้ว”

“…”

แม้แต่ชื่อของข้าเจ้าก็ลืมเลือนไปจนหมดสิ้นอย่างนั้นหรือ...เซียนเอ๋อร์

“เร็วๆ เข้า ข้าไม่ไหวแล้วนะ!”

“ได้”

ใช้เวลาเกือบหนึ่งเค่อกว่าที่ฉีเทียนอี้จะดึงร่างของซือซิงออกมาจากรูกำแพงได้สำเร็จ ทั้งสองถึงกับนั่งหอบเหนื่อยอยู่ข้างกำแพง

“เฮ้อ! เผื่อจะออกมาได้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆ ในที่สุดข้าก็ออกมาได้แล้ว ขอบคุณสวรรค์!” ดวงตาคู่งามหยักยิ้มอย่างพึงใจ “ขอบคุณนะที่ช่วยข้า”

“…”

ครั้นเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเอาแต่นิ่งเงียบไม่ตอบคำถามนาง ซือซิงจึงค่อยๆ ยื่นหน้าเข้าไปใกล้เขาอีกนิด “ท่านได้ยินที่ข้าพูดหรือไม่”

“อ๊ะ! นี่เจ้าจะทำอะไรนะ” ฉีเทียนอี้รีบก้าวถอยหลังออกห่างจากนางในทันที

“ข้าเปล่าซะหน่อย” ซือซิงรีบปฏิเสธหน้าตาย ก่อนจะแอบขำชายหนุ่มอยู่ในใจ

ฉีเทียนอี้แอบชำเลืองมองมาที่นางอย่างจับผิด

สตรีตรงหน้าเขาในตอนนี้เป็นคนๆ เดียวกับเซียนเอ๋อร์ที่เขารู้จักจริงๆ นะหรือ ท่าทีของนางช่างตรงกันข้ามกับเซียนเอ๋อร์ที่เขารู้จักยิ่งนัก แม้ว่าใบหน้าของนางจะเหมือนกัน แต่นิสัยกลับไม่ใช่ หรือว่าหนิงเซียนจะมีฝาแฝด?

ไม่สิ! หากไม่ใช่เซียนเอ๋อร์ นางจะรู้จุดนัดหมายของพวกเราได้อย่างไร ทุกวันที่เก้าของทุกเดือน เขาเคยสัญญาว่าจะรอนางอยู่ที่นอกกำแพงทิศตะวันตก ซึ่งก็ตรงกับวันนี้พอดี และจากที่เขาเคยฟังประวัติของนางที่ผ่านมา เซียนเอ๋อร์เป็นเพียงเด็กกำพร้าที่เว่ยจิ้นหลี่เก็บมาเลี้ยง นางจะมีพี่น้องฝาแฝดได้อย่างไร

“นี่เจ้าจะจ้องมองข้าอีกนานไหม” ซือซิงชักสีหน้าใส่เขาอย่างไม่พอใจ เพราะตอนนี้ท้องของนางเริ่มร้องครวญครางอยากได้อาหารมาสังเวยเต็มทน

“…”

“งั้นข้าไปล่ะ” ร่างบางรีบเร่งฝีเท้าเดินจากไปในทันที

ฉีเทียนอี้ที่เพิ่งได้สติกลับคืนมารีบวิ่งตามนางไปในทันที “เดี๋ยวก่อนสิ รอข้าด้วย”

 

โรงเตี๊ยมสราญรมย์ หนึ่งในโรงเตี๊ยมชื่อดังของเมืองหลวง วันๆ หนึ่งมีผู้คนมากหน้าหลายตาทั้งในและนอกเมืองแวะเวียนมาที่โรงเตี๊ยมแห่งนี้จนแน่นขนัด ด้วยรสชาติของอาหารที่ขึ้นชื่อบวกกับสุราที่เลิศรส จึงทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นที่นิยมชมชอบของผู้คนทั่วสารทิศอย่างไม่ต้องสงสัย

จากที่นางได้ฟังประวัติคร่าวๆ กับเจ้าหนุ่มหน้าหยกตรงหน้า ก็ทำให้ในท้องของนางเริ่มร้องครวญครางมากขึ้นกว่าเดิม

บนชั้นสองของโรงเตี๊ยม เสี่ยวเอ้อร์กำลังวุ่นง่วนอยู่กับการจดรายชื่ออาหารของสตรีที่แต่งตัวคล้ายหญิงยาจก แต่กลับกล้าสั่งอาหารราวกับเศรษฐีร่ำรวยเงินทอง ยังดีที่มีคุณชายฉีมากับนางด้วย ไม่อย่างนั้นเขาคงได้ไล่ตะเพิดนางออกจากร้านไปแล้วแน่ๆ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 142 ครั้ง

298 ความคิดเห็น

  1. #298 Slowlife-Sloth (@SlowlifeSloth) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 / 19:26
    คนนี้คือชายชู้คนนั้นเหรอ. ตายแน่ๆ
    #298
    0
  2. #295 oachaporn (@oachaporn) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 15:37
    หาเรืองจริงๆเลย
    #295
    0
  3. #256 tuktass1996 (@tuktass1996) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 / 01:54
    แล่วๆซือซิงหนีเที่ยวสามีรู้บ้านแตกแน่ 555+
    #256
    0
  4. #175 PipadaKuankaew (@PipadaKuankaew) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2560 / 23:59
    ชอบมากๆ
    #175
    0
  5. #128 Looney00 (@Looney00) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 02:55
    สามีจะรู้ไหมว่านางหนีเที่ยว
    #128
    0
  6. #40 กระต่ายสีขาว (@LeeZen) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 กันยายน 2560 / 19:27
    เอ๊ะ ใช่ชายชู้ที่ว่าจะหนีตามกันไปหรือไม่
    #40
    1
  7. #39 Phasuk Nyffenegger (@bofano) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 กันยายน 2560 / 03:27
    สนุกมากอ่ะ อ่านวันนี้รวดเดียวเลย ชอบมากเลยค่ะ ขอบคุณมากๆค่ะ
    #39
    1
  8. #38 fainum (@fainum2248) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 กันยายน 2560 / 00:25
    เห้อๆๆๆนางทำเรื่องใหญ่อีกแล้วสินะ สงสารพระเอก
    #38
    1
  9. #37 Mintx2 (@Mintx2) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 กันยายน 2560 / 23:42
    ตรงวันอะไรขนาดนี้ 55555 แถมยังแอบเคลิ้มไปอีก
    #37
    1
  10. #36 Fah-cy02 (@Fah-cy02) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 กันยายน 2560 / 23:03
    พระเอกจะเข้าใจผิดป่ะเนี้ย! เอาซะตรงวันเลย555
    #36
    1
  11. #35 Fayrious (@entamable) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 กันยายน 2560 / 22:52
    รออ่านอยู่นะคะ
    #35
    1