ฮูหยินสลับร่าง

ตอนที่ 14 : ตอนที่ 5 สุราครวญคะนึง - รีไรท์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,112
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 99 ครั้ง
    7 ธ.ค. 60

สุราครวญคะนึง

เมื่อตะวันโผล่ขึ้นขอบฟ้าในยามเฉิน* ร่างบอบบางของใครบางคนเดินวนไปวนมาอยู่ในเรือนราวกับหนูติดจั่น ใบหน้างามขมวดคิ้วมุ่นด้วยท่าทีร้อนใจ

ตายแน่ๆ ข้าจะทำอย่างไรดี เมื่อคืนข้ามัวแต่กังวลเรื่องของเว่ยจิ่นกวางจนเผลอลืมถามเวลากับพ่อบ้านหลี่ แล้วอย่างนี้ข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าเขาจะมาหาข้าในยามใด ทั้งสาวใช้และผู้คุมก็ยังไม่ได้สติ ถ้าเกิดเขาบุ่มบ่ามมาหาข้าตอนนี้ มิเท่ากับความแตกหรอกรึ?

แม้ลึกๆ นางจะแอบสังหรณ์ใจอยู่แล้วว่าเขาอาจจะรู้เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดแล้ว แถมเมื่อคืนนี้พ่อบ้านหลี่ยังไม่แสดงท่าทีใดๆ เมื่อไม่เจอผู้คุมและคนของนาง ก็ยิ่งตอกย้ำได้เป็นอย่างดีว่าเขาน่าจะคาดเดาสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ไม่มากก็น้อย ถึงได้ใช้แผนการนี้เพื่อตลบหลังนาง

หวังว่าครั้งนี้ข้าคงไม่คิดไปเองอีกนะ

ซือซิงเดินวนรอบโต๊ะไปมาราวกับคนเสียสติ “ข้าจะทำอย่างไรดี ข้าจำทำเช่นไรดี อ๊าก!”

ภายในเสี้ยววินาทีที่ร่างบางเริ่มจะตาลายนั้นเอง สายตาของซือซิงพลันไปสะดุดเข้ากับกาน้ำชาที่วางอยู่บนโต๊ะ ดวงตาเรียวงามพลันเปล่งประกายวิบวับราวกับคิดแผนการอะไรได้บางอย่างขึ้นได้

หญิงสาวกระตุกมุมปากยิ้มอย่างชั่วร้าย “ในเมื่อพวกเจ้าไม่ยอมตื่น ข้าก็มีวิธีที่จะจัดการกับพวกเจ้า!”

เวลาผ่านไปราวครึ่งก้านธูป ซือซิงแบกถังไม้ที่บรรจุน้ำมาเต็มสองถัง ก่อนจะค่อยๆ เดินลากเท้าเข้าไปห้องนอนของสาวใช้ทั้งสอง

ร่างบางยืนจ้องมองร่างของหญิงสาวทั้งสองด้วยความรู้สึกผิด “ฮวาฮวา ฮวาเอ๋อร์ ข้าขอโทษนะ ข้าจำเป็นจริงๆ” พอพูดจบนางก็จัดการสาดน้ำในถังใส่พวกนางในทันที

เพียงไม่นานหลันฮวาก็เป็นคนแรกที่ส่งเสียงไอออกมา “แค่กๆ” และตามด้วยเหลียนฮวา “แค่กๆ”

ทั้งสองค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างช้าๆ ก่อนจะสบตากันด้วยความมึนงง หลังจากพวกนางมองสำรวจรอบๆ ห้องอยู่นานก็เห็นเพียงถังน้ำสองใบเท่านั้น

“มันผู้ใดที่บังอาจสาดน้ำปลุกข้า!” เหลียนฮวาเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเคืองโกรธ

หลันฮวาพูดเสริมด้วยสีหน้าเหี้ยมเกรียม “อย่าให้ข้ารู้นะว่าเป็นผู้ใด ข้าจะจับมันถ่วงน้ำเสียให้เข็ด!”

ซือซิงลอบกลืนน้ำลายขณะที่แอบดูพวกนางอยู่นอกประตู

“จับถ่วงน้ำยังถือว่าปราณี ข้าว่าตัดมือมันออกด้วยจึงจะสาสม”

เฮือก! นี่พวกเจ้าใจคอโหดร้ายถึงเพียงนี้เชียวรึ? ข้าแค่สาดน้ำใส่พวกเจ้าแค่สองถังเองนะ ถึงกับจะตัดมือถ่วงน้ำกันเลยหรือ

หลังจากยืนฟังคำด่าทอและสาปแช่งตนของพวกนางอยู่นาน ซือซิงก็เริ่มจะทนไม่ไหว นางจึงตัดสินใจปรากฏกายต่อหน้าสาวใช้ทั้งสองด้วยใบหน้ารู้สึกผิด ก่อนจะพยายามตีหน้าเศร้าเล่าความจริงแค่ครึ่งคำให้หญิงสาวทั้งสองฟังอย่างละเอียด

“เรื่องมันก็เป็นแบบนี้แหละ ข้าไม่รู้จะทำอย่างไรดี” ซือซิงจัดการใส่สีตีไข่เรื่องที่เกิดขึ้นเสียจนนางเป็นคนที่น่าสงสารและเป็นฝ่ายที่ถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียว

“โถ...ฮูหยินของบ่าวช่างน่าสงสารนัก พวกข้าผิดเองที่ดื่มชาแล้วเผลอหลับไป บ่าวไม่รู้ว่าชาชุนเทียนจะมีฤทธิ์เป็นยานอนหลับ”

ซือซิงพยายามเล่าต่ออีกว่า “ตอนแรกข้าก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดีที่เห็นพวกเจ้าจู่ๆ ก็หลับไป ข้าร้อนใจนัก จึงรีบวิ่งไปหาผู้คุมหน้าเรือน แต่กลับปรากฏว่าพวกเขาก็สลบไสลไม่ได้สติเช่นเดียวกับพวกเจ้า เดิมทีข้ากะจะไปแจ้งที่เรือนใหญ่ให้ทราบ แต่ข้าก็ต้องชะงักเพราะคำสั่งห้ามของท่านพี่ ข้าเลยตัดสินใจแอบปีนกำแพงออกไปตามหาท่านหมอเพื่อมาดูอาการของพวกเจ้าแทน”

“โถ...ฮูหยินของบ่าว โชคดีที่ท่านดื่มชาไปเพียงนิดเดียว ไม่อย่างนั้นพวกข้าก็ไม่อยากจะคิดว่าจะเกิดอันใดขึ้น” เหลียนฮวาพูดพลางซับน้ำตาไปพลาง

“ที่น่าเศร้าไปกว่านั้น...คือหลังจากที่ข้าหลงทางอยู่ข้างนอกอยู่พักใหญ่ ขณะที่ข้ากำลังจะปีนกำแพงตะวันออกเพื่อกลับเรือน ข้ากลับเจอนายท่านของพวกเจ้า เขาด่าทอข้า รังแกข้า ทำโทษข้าสารพัดเพียงเพราะข้าแอบออกไปข้างนอกเพื่อตามหาท่านหมอให้พวกเจ้า” ขณะที่พูดหญิงสาวค่อยๆ ใช้หลังมือปาดน้ำตา “แต่เขากลับไม่ฟังเหตุผลของข้า และเอาแต่ด่าทอข้าอยู่ฝ่ายเดียว ก่อนจะจากกันเขายังกำชับกับข้าอีกว่าวันนี้เขาจะมาค้างคืนกับข้า เขาจะมาเพื่อรังแกข้าใช่หรือไม่”

หยาดน้ำใสๆ ไหลรินลงมาจากดวงตาคู่งามอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ใบหน้างามฉายแววเศร้าโศกเสียใจ

“โถ...ฮูหยินของบ่าว” สาวใช้ทั้งสองต่างร่ำไห้และรีบกอดปลอบนางในทันที

สำเร็จ! จากนี้ไปข้ามีไม้กันหมาแล้ว นี่สินะที่เขาเรียกว่ายิงเกาทัณฑ์ดอกเดียวได้นกสองตัว

ดวงตาคู่งามจ้องหญิงสาวทั้งสองด้วยความคาดหวัง “ถ้าอย่างนั้น...พวกเจ้าทั้งสอง...ช่วยข้าได้หรือไม่?”

“ท่านจะให้พวกข้าช่วยอย่างไรหรือ?” 

เยี่ยม! เว่ยจิ่นกวาง เจ้าอย่าได้คิดจะดูเบาข้าเชียวล่ะ เพราะข้าไม่ได้อ่อนปวกเปียกที่จะยอมให้ผู้ใดมารังแกข้าได้ง่ายดายหรอกนะ

ใบหน้าเศร้าโศกพลันแปรเปลี่ยนเป็นมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที “ถ้าอย่างนั้น...พวกเรามาเริ่มแผนการกันเถอะ!”

หลันฮวาเอ่ยถามด้วยความสงสัย “แผนการอันใดหรือเจ้าคะ?”

ซือซิงรีบตอบคำถามนางในทันที “ช่วยหญิงงามให้รอดพ้นจากโจรราคะ”

เหลียนฮวาเอ่ยถามขึ้นอย่างไม่เข้าใจ “ผู้ใดเป็นโจรราคะเจ้าคะ?”

ซือซิงยิ้มอ่อนพลางตอบคำถามพวกนาง “เว่ยจิ่นกวาง”

“นายท่านหรือเจ้าคะ?”

“ใช่”

“แต่ว่าฮูหยิน...”

“พวกเจ้าไม่ต้องพูด แค่ทำตามที่ข้าสั่งก็เพียงพอแล้ว” ซือซิงรีบพูดตัดบท ก่อนจะเล่าแผนการของนางในทันที

เมื่อสาวใช้ทั้งสองได้ฟังแผนการที่นางเล่าจนจบ ทั้งสองต่างก็มีสีหน้าตื่นตะลึง พวกนางรีบส่ายหน้าปฏิเสธเป็นพัลวัน

“พวกข้าทำไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ ขืนพวกข้าขวัญกล้าลงมือทำแบบนั้นกับนายท่านไป มีหวังว่าชีวิตน้อยๆ ของพวกเราคงจบสิ้นแน่ๆ”

เหลียวฮวารีบคุกเข้าอ้อนวอนนางเพื่อขอความเห็นใจ “พวกข้าถูกขายเข้ามาอยู่ที่นี่ตั้งแต่เด็ก จะให้บ่าวทรยศต่อสกุลเว่ย บ่าวทำไม่ได้จริงๆ เจ้าค่ะ” สาวใช้ทั้งสองคุกเข่าอ้อนวอนนางทั้งน้ำตา

ข้าอยากจะบ้าตาย แค่ให้วางยาถ่ายลงในจอกชาของเว่ยจิ่นกวางแค่นั้น พวกเจ้าถึงกลับกลัวจนหัวหดขนาดนี้เชียวรึ? ก็ได้ในเมื่อพวกเจ้าไม่ทำ ข้าก็จะหาวิถีทางวางยาเขาเองก็ได้!

“ได้! ข้าจะไม่บีบบังคับพวกเจ้าก็ได้ พวกเจ้าแค่นั่งรอดูเขารังแกข้าก็แล้วกัน แต่ครั้งนี้ข้าไม่ขอรับประกันว่าข้าจะรอดพ้นจากประตูผีเหมือนครั้งก่อนได้หรือไม่”

ข้ายืมมือพวกเจ้าไม่ได้ แต่ก็ยังบีบบังคับพวกเจ้าทางอ้อมได้ใช่หรือไม่ ข้าอยากรู้นักว่าพวกเจ้าจะเลือกชั่งน้ำหนักด้านไหนมากกว่ากัน

“ฮูหยิน เหตุใดท่านถึงได้บีบคั้นพวกข้านัก” สาวใช้ทั้งสองเริ่มแสดงสีหน้าลำบากใจ

“พวกเจ้าไม่พูด ข้าไม่พูด แล้วจะมีผู้ใดล่วงรู้ ข้ารับปากว่าจะไม่ทำให้พวกเจ้าเดือดร้อนเพราะข้าแน่นอน”

คำพูดของซือซิงทำให้สาวใช้ทั้งสองจำนนและจำใจที่จะหาเหตุผลมาโต้แย้งนางได้อีก “แล้วฮูหยินจะให้พวกข้าทำเช่นไรหรือเจ้าคะ”

สำเร็จ!

ใบหน้างามคลี่ยิ้มน้อยๆ อย่างมีจริตจะก้าน “พวกเจ้าแค่หายาถ่ายมาให้ข้าก็พอ ส่วนเรื่องอื่นข้าจะจัดการเอง”

“แล้วพวกข้าจะไปหายาถ่ายมาจากที่ใดเจ้าคะ” 

เฮ้อ! ตอนแรกข้าก็คิดว่าพวกนางจะเป็นสาวใช้ที่ฉลาดหลักแหลม แต่ไฉนหลังจากที่พวกเจ้าดื่มชาชุนเทียนเข้าไปกลับเป็นสตรีที่โง่งมถึงเพียงนี้กัน หรือพวกนางจะกลัวเว่ยจิ่นกวางจนขึ้นสมองก็เลยเลอะเลือนไปชั่วขณะรึ?

“แค่บอกกับผู้คุมหน้าเรือนว่าพวกเจ้าท้องผูกอาหารไม่ย่อยก็แล้วกัน”

“...”

“ส่วนผู้คุมทั้งสองที่ยังไม่ตื่น พวกเจ้าก็จัดการพวกเขาอย่างที่ข้าทำกับพวกเจ้าก็แล้วกัน” ซือซิงพูดทิ้งท้ายไว้เท่านั้น ก่อนจะรีบเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้สาวใช้ทั้งสองนั่งสบตากันด้วยใบหน้ากลัดกลุ้มใจ

“ฮูหยิน...เหตุใดท่านถึงเปลี่ยนไปมากถึงเพียงนี้นะ”



* ยามเฉิน เท่ากับเวลา 07.00 น. จนถึง 08.59 น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 99 ครั้ง

298 ความคิดเห็น

  1. #133 Looney00 (@Looney00) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 03:02
    แถสีข้างถลอกแล้วมั้ง5555
    #133
    0
  2. #71 Beer Kanokporn (@beerthhottest) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 กันยายน 2560 / 04:37
    ซือชิง หนูแก้ไขสถานการณ์เก่งมาก 555 นายท่านเป็นคนผิดไปเลยในสายตาสาวใช้
    #71
    1
  3. #69 หนูนา (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 กันยายน 2560 / 00:22
    รอติดตามต่อนะคะ
    #69
    1
    • #69-1 畅流 ช่างหลิว (@chindongwook) (จากตอนที่ 14)
      13 กันยายน 2560 / 00:23
      ขอบคุณค่ะรีดเดอร์ มาทุกตอนเลยปลื้มมากเจ้าค่ะ >_<
      #69-1