พลิกรักจากหลังไมค์ ^_~

ตอนที่ 4 : ยายบิ๊กไบค์นี่ใช่เหรอ?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,117
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    7 ส.ค. 63



topicstock.pantip/2010/12/V10031447/V10031447




วันแรกที่นัดเจอกัน สาวเจ้าก็เล่นมาปรากฏกายในชุดเสื้อแจ็กเกตหนังสีดำจนเป็นมันเงา ใส่แว่นกันแดดสีดำสุดเท่ พร้อมกับ การตีวงรถบิ๊กไบค์คันใหญ่ เข้ามาจอดที่หน้าร้าน จนเรียกสายตาของผู้คนให้หันไปสนใจผู้ที่เพิ่งจะมาถึงได้แทบจะทั้งร้าน ก่อนจะก้าวลงมาจากรถบิ๊กไบค์แบบสุดเท่ จนภัทรแทบอยากจะกรี๊ดออกมา

นี่ถ้าไม่ติดว่าสารร่างนางเป็นน้องนี แต่ถ้ากลับกัน หากเป็นผู้ชายหล่อล่ำมาในลุคส์แบบนี้นี่ เขาคงอยากจะลุกไปโบกธงให้เข้าเส้นชัยมากๆ

ภัทรคิดแบบตลกๆ แล้วก็อดยิ้มขำกับความคิดของตัวเองขึ้นมาไม่ได้



หลังจากนั้นรินก็ถอดหมวก สะบัดผมสีดำสลวยให้เข้าทรง ก่อนจะหนีบหมวกไว้ที่ระหว่างแขนกับลำตัว และเดินเข้ามาผลักเปิดประตูกระจกของร้านกาแฟ เมื่อหญิงสาวแสกนเกย์ เอ้ย... มองหาภัทร จนคิดว่าไอ้ตี๋ที่นั่งยืดคอมองหน้าเธออยู่นี่ น่าจะใช่คนที่เธอนัดพบแน่ๆ ก็เดินเข้าไปหา

สวัสดีค่ะ คุณภัทรรึเปล่าคะ?” เธอเอ่ยทักอย่างดูไม่ค่อยจะแน่ใจนัก

ภัทรเลยรีบตอบ “ครับ ผมเองครับ” 

ก่อนที่ชายหนุ่มจะรีบยื่นมือไปตรงหน้าและทำท่าว่าจะจับมือด้วย แต่หญิงสาวกลับยกมือขึ้นมาไหว้แทนเสียอย่างนั้น

จงใจกวนเรารึเปล่าเนี่ย ภัทรแอบนึกในใจ

สวัสดีค่ะ รินนะคะ” น้ำเสียงหวานๆ  ก็ทำให้ภัทรถึงกับเงิบค้างไปเบาๆ

ต้าย โดนน้องนีหมางเมิน แต่ก็เออนะ... ลืมไป เธอบอกว่าเธอชอบผู้หญิงมากกว่าผู้ชายนี่หว่า เรียกน้องนีก็ไม่ถูกนะ เรียกว่ายายเสื้อหนังแทนละกัน

ภัทรแอบคิดฉายาให้รินเสร็จสรรพเรียบร้อยในใจ



หลังจากเจอกันที่ร้านกาแฟเพียงชั่วโมงกว่าๆ เพื่อทำความรู้จักกันแบบพอหอมปากหอมคอที่กรุงเทพฯ ในวันนั้น ทั้งคู่ก็เตี๊ยมกันเป็นอย่างดี โดยแต่ละฝ่ายต่างก็ส่งข้อมูลเบื้องต้นของตัวเองด้วยความยาวประมาณสองสามหน้าเอสี่ไปให้อีกฝ่ายได้ทำการศึกษาและจดจำผ่านทางอีเมล์ 

เนื้อหาก็ประมาณว่าแต่ละฝ่ายอายุเท่าไหร่ เรียนจบอะไรมา ชอบอาหารอะไร สีอะไร ชอบสัตว์อะไร บ้านอยู่ที่ไหน แล้วก็ตกลงกันว่าจะบอกว่าเพิ่งคบกันได้แค่เดือนเดียว เพื่อจะได้ดูแนบเนียนหน่อย เพราะจะได้ยังไม่รู้จักกันอย่างลึกซึ้งอะไรมากมายนัก โดยจะบอกพ่อแม่ของภัทรว่ารู้จักกันและกันผ่านทางเพื่อนของเพื่อนของอีกฝ่าย 

          ทั้งคู่คุยตกลงนัดหมายกันผ่านทางโปรแกรมแชท โดยตกลงกันว่าจะไปพบพ่อแม่ของภัทรในช่วงวันเสาร์ปลายเดือนหน้าแบบไม่ค้างคืน โดยภัทรจะเป็นคนขับรถยนต์ออกจากกรุงเทพฯ ไปรับเธอที่หน้าอพาร์ตเมนต์ในจังหวัดนครปฐมก่อนจะตีรถต่อไปอยุธยา เพราะถ้าขืนชายหนุ่มเป็นฝ่ายซ้อนบิ๊กไบค์ของเธอไป ก็มีหวัง... พ่อกับแม่ของเขานั้นก็คงจะได้ตกใจจนแทบจะลมใส่กันเป็นแน่!



วันเสาร์ที่มีแผนไปเยี่ยมพ่อกับแม่ของภัทร ชายหนุ่มก็ทำหน้าที่เป็นสารถีขับรถมารับรินถึงที่หน้าหอพักของเธอตั้งแต่ตอนแปดโมงเช้า

เมื่อขับรถมาถึงที่หน้าหอพักของริน ตามพิกัดที่เธอส่งข้อมูล ชื่อและที่อยู่ของหอพักมาให้ทางโปรแกรมแชท ตอนแรกที่เลี้ยวเข้ามา ภัทรก็เห็นว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งที่รูปร่าง หน้าตา และทรงผมดูคล้ายคลึงกับรินมากๆ กำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะม้าหินอ่อนบริเวณด้านล่างของหอพัก แต่เขาก็ไม่แน่ใจว่าใช่รินแน่หรือเปล่า เพราะเธอดูสวยแปลกตาไปมาก จนแตกต่างจากตอนที่พบกันในวันแรก

เมื่อชายหนุ่มขับรถเข้าไปจอดตรงที่จอดรถแถวนั้น แล้วหันกลับไปมองเธออีกครั้ง ภัทรก็พบว่าผู้หญิงคนนั้นคือรินจริงๆ เพราะเธอกำลังลุกเดินมาหาเขาที่รถ

       ภัทรจึงรีบเอื้อมมือไปเปิดประตูรถให้เธอขึ้นมานั่งที่เบาะด้านข้างคนขับ

“สวัสดีค่ะ” เมื่อรินกล่าวทักและสวัสดีภัทรเสร็จ เธอก็ชูถุงที่ใส่ขนมวุ้นคุณเอ๊ะ ที่ถูกบรรจุไว้อยู่ในกล่องขึ้นมาแล้วก็เอ่ยถามเขาว่า วางไว้ที่เบาะหลังรถได้ไหมคะ รินว่าถ้าใส่ไว้ท้ายรถเดี๋ยววุ้นมันอาจจะเสียได้ เพราะมันเป็นวุ้นกะทิน่ะค่ะ

ขนมอะไรหรือครับนี่?” ภัทรถามอย่างติดจะแปลกใจที่รินหิ้วขนมติดมือมาด้วย

ของฝากเล็กๆ น้อยๆ ให้คุณพ่อคุณแม่ของคุณน่ะค่ะ” รินตอบ

ขอบคุณมากนะครับ แต่จริงๆ คุณไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้นะ” ภัทรรู้สึกเกรงใจเธอ ที่เธอมาช่วยเขาแท้ๆ แล้วยังอุตส่าห์ซื้อขนมมาฝากพ่อกับแม่ของเขาอีก

ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แค่นี้เล็กน้อยน่าคุณ จะได้ดูเนียนๆ ด้วยไง ไปหาผู้ใหญ่ทั้งที ถ้าฉันไม่มีอะไรติดไม้ติดมือไป ฉันแอบรู้สึกแปลกๆ น่ะค่ะ” รินหันมายิ้มให้อย่างเป็นมิตร

ภัทรก็เลยยิ้มตอบเธอ ก่อนจะเริ่มสตาร์ทและออกรถ เพื่อเดินทางไปยังบ้านเกิดของตนเอง



จู่ๆ ระหว่างที่นั่งรถไปอยุธยาด้วยกัน เธอก็เอ่ยถามภัทรขึ้นมา เพื่อหาเรื่องชวนคุย และก็เพราะยังมีเรื่องบางอย่างที่หล่อนนั้นแอบสงสัยเป็นการส่วนตัวด้วยว่า คุณ แล้วป่านนี้พวกทหารในกองคุณ เขารู้กันหมดรึยังคะว่าคุณเป็นใคร

หลายๆ คนก็เริ่มรู้ตั้งแต่ช่วงกระทู้ภาคสองออกมาแล้วล่ะคุณ แถมยังไม่ทันครบสองปี เวลาที่พวกนั้นบางคนกลับไปเยี่ยมบ้าน พอญาติพี่น้องเอามาเล่าให้ฟัง แล้วมันลองไปเปิดกระทู้กันดูปั้บ ก็พอจะเดาออกกันได้อะนะ ว่าผมเป็นใคร” ภัทรตอบแบบขำๆ ปนเขิน

เฮ้ย จริงเหรอ แล้วบัดดี้คุณล่ะ ขนาดตอนนั้นฉันอยู่เมืองนอกนะคุณ ฉันยังได้อ่านกระทู้ของคุณเลย ฉันว่านะ.. ไอ้บัดดี้หน้าพี่เผือกของคุณก็คงได้ข่าวเหมือนกันใช่ป่ะ?” รินยังซักต่ออย่างอยากรู้อยากเห็น

จะเหลือเหรอคุณ มันมาถามผมในอินบ็อกของเฟซบุ๊ค แบบดูเซอร์ไพรส์มาก มันคงเงิบน่ะ ฮ่าๆ” ภัทรนึกแล้วก็ขำเรื่องที่เคยนอนหนุนตักมัน

ตอนแรกนึกว่ามันไม่มีเฟซบุ๊คด้วยซ้ำ ที่ไหนได้ก็แอบมี เพียงแต่ไม่ค่อยได้เล่น แถมแอดไว้แค่ญาติสนิท มิตรสหายไม่กี่คน แต่พอเรื่องของเขาดังออกไปเท่านั้นแหละ มันหาเฟซบุ๊คของเขาจนเจอ เพื่อมาถามให้แน่ใจ โคตรจะมีความพยายามมากไปแล้วนะ

เป็นฉันก็คงเงิบเหมือนกันนะคุณ ก็ภายนอกคุณดูเรียบร้อยขนาดนี้ ใครจะไปนึกล่ะ ว่าภายในจะ I will survive ขนาดนั้นอะ ” รินนั่งหัวเราะไม่หยุด

แหม ว่าแต่คนอื่น คุณเองก็พูด ค่ะ ไพเราะเพราะพริ้งซะขนาดนี้ แถมวันนี้ยังใส่กระโปรง แต่งหน้ามาซะอย่างกับคนละคนกับที่เจอกันตอนครั้งแรก ตัวคุณเองก็ยังชอบผู้หญิงเลยนี่นา” ภัทรแซวกลับ

ก็แม่สอนมางี้อะคุณ มันก็ติด และเคยชินที่จะพูดแบบนี้แล้วน่ะค่ะ อีกอย่างถ้าขืนไม่แต่งตัวแต่งหน้าแบบนี้ มันจะเนียนไหมเล่า ถ้ามาแบบเสื้อหนัง ขี่บิ๊กไบค์แบบวันนั้น แม่คุณคงลมจับตั้งแต่แรกเห็นอะค่ะ” รินตอบแบบขำๆ ปนเขินไปด้วย

เออ ว่าแต่ผมขอถามอะไรคุณอย่างสิ อย่าด่าผมว่าทะลึ่งเลยนะ ทุกวันนี้คุณยังคงคอนเซ็ปต์เก็บ  ร้องเพลงเป็นภาษาอังกฤษ* ไว้ชิงโชคอยู่ป่ะ?” ภัทรถามอย่างอยากรู้อยากเห็นบ้าง  (ในบริบทนี้ คำว่าร้องเพลงเป็นภาษาอังกฤษหรือคำว่า sing ก็คือคำพ้องเสียงของคำว่าซิงในภาษาไทยนั่นเอง)

นี่ถามตรงไปไหม?” เธอโวยวายขึ้นมาแบบเขินอายจนหน้าแดง

ไอ้บ้านี่ ก็กล้าถามมาได้เนอะ ถ้าเป็นตอนที่เคยคุยกันทางหลังไมค์ผ่านตัวหนังสือ โดยไม่รู้จักหน้าค่าตากัน คือไม่คิดว่าชีวิตนี้จะได้เจอกันแน่ๆ แบบนั้นก็ว่าไปอย่าง แต่นี่มันตัวเป็นๆ นะโว้ย!’ รินแอบคิดต่อว่าภัทรอยู่ในใจ

งั้นผมบอกของผมเป็นตัวอย่างก่อนก็ได้ อะ... ถ้ายังเก็บอยู่ส่งรหัสใต้ฝามาที่หมายเลขหนึ่ง ถ้าไม่แล้วก็หมายเลขสอง ส่วนตัวผม.. ก็ส่งหมายเลขหนึ่ง แล้วคุณล่ะ?” ภัทรพูดเสร็จก็นึกขำตัวเองในใจ 

นี่เรากำลังทำบ้าอะไรลงไปเนี่ย!’


หญิงสาวก็ได้แต่นั่งนิ่งเงียบ หน้าแดงแป๊ดอยู่

ขณะที่ชายหนุ่มขับอยู่เลนซ้ายอยู่แล้ว แต่เพื่อความปลอดภัย ภัทรจึงมองกระจกหน้ากับกระจกข้างเพื่อเช็คว่าไม่มีรถคันอื่นอยู่ใกล้ๆ ก่อนจะเริ่มชะลอความเร็วของรถลงไปอีกนิดหน่อย 

ภัทรแอบหันไปมองว่ารินกำลังทำหน้าอย่างไรอยู่เพราะเห็นเธอเงียบไป ไม่ยอมตอบคำถามที่เขาถาม

คงจะอายที่เขาถามคำถามบ้าๆ อะไรแบบนี้มั้ง


        แต่เมื่อมองไปด้านข้าง ร่างสูงก็เลยได้เห็นว่า










To be continued...
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

70 ความคิดเห็น

  1. #58 Aoohapyn (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 21:11
    เล่นถามจนหนูเลสเบี้ยนอายแบบนี้เลยเหรอ 555+
    #58
    0