พลิกรักจากหลังไมค์ ^_~

ตอนที่ 10 : งานหมั้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 895
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    9 ก.พ. 60


รินแกไปหามาจากไหนเนี่ย สามีแกหล่อมว้าก....เพื่อนสาวคนสนิทสมัยมัธยมรีบป้องปากกระซิบกระซาบเสียงดังทันที จนภัทรเผลอหันมายิ้มหวานใส่ เพราะได้ยินแล้วรู้สึกขำมาก จนรินต้องแอบหันมาปรามเพื่อนว่า

ไอ้หน่อย ถ้าแกจะพูดดังขนาดนี้ ไม่ต้องป้องปากไหม แล้วคุณภัทรก็ยังเป็นแค่คู่หมั้นย่ะ ยังไม่ใช่สามี!”

อุ๊ต๊ะ โทษๆ แหม เห็นของดีแล้วลืมตัวตลอด ว่าแต่ยังไม่ได้กันเหรอ...พูดไปก็หันไปยิ้มหวานให้ภัทรไปด้วย

ไอ้บ้าหน่อย!” รินตีแขนเพื่อนดังเพียะทันที แล้วยิ่งได้หันไปเห็นคนข้างตัวหัวเราะขำแบบนั้น หล่อนก็ยิ่งมีอาการเขินหน้าแดงเข้าไปใหญ่เลย


ที่จริงทั้งสองฝ่ายก็แอบปลาบปลื้มกับคำชมอยู่เหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้ปลื้มว่าอีกฝ่ายสวยหรือหล่ออะไรมากมายตามคำชมนั้นๆ หรอก แต่กลับแอบปลื้มว่า ตัวเองเลือกคนมาหมั้นบังหน้ากันได้อย่างเลิศเลอเพอร์เฟ็กต์ต่างหาก 

ส่วนในเรื่องสินสอดทองหมั้น ทางฝ่ายพ่อแม่ของรินก็ไม่เก็บสินสอดไว้เลย แต่ท่านยกให้ทั้งคู่ไปทั้งหมด รินเองก็คืนสมบัติทั้งหมดของชายหนุ่มให้เขาเอากลับไปดูแลเอง โดยภัทรก็ได้นำเอาของทั้งหมดไปฝากไว้ในเซฟที่ธนาคารหลังจากวันหมั้นทันที 

การที่ภัทรเลือกที่จะไม่เอาของไปฝากบิดามารดาเอาไว้ ก็เพราะตัวเขากลัวว่าท่านทั้งสองจะเกิดความสงสัยขึ้นมาว่าทำไมทั้งคู่ไม่เก็บกันเอาไว้เอง เพื่อที่จะได้เอาไว้ใช้ร่วมกันในอนาคต ดังนั้นตอนนี้รินก็จะมีของหมั้นติดกายเหลืออยู่ก็เพียงแค่แหวนหมั้นวงเดียวเท่านั้น ที่เธอจะต้องสวมใส่เอาไว้ เพื่อเป็นเครื่องหมายที่แสดงว่าเธอนั้นได้ผ่านพิธีหมั้นมาแล้วจริงๆ



หลังจากวันงานผ่านไป ทุกสิ่งทุกอย่างก็ดำเนินไปได้ด้วยดีตามที่รินคาดเอาไว้อย่างไม่มีที่ติ พวกอาจารย์จากคณะที่ไปร่วมงานหมั้นของเธอมา ต่างก็ช่วยทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงได้อย่างดี มีการบอกต่อข่าวที่รวดเร็ว กระชับ ฉับไว และมีประสิทธิภาพ 

โดยก็มีข่าวออกมาว่าคู่หมั้นหนุ่มของเธอนั้นหล่อสุดๆ ทั้งสูง หล่อ ขาว ตี๋ การศึกษา ฐานะ อาชีพการงานก็เลิศ ทำให้กลบกระแสข่าวลือเรื่องความสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาวของเธอกับนักศึกษาสาวที่กำลังคุกรุ่นก่อนหน้านี้ได้เป็นอย่างดี แล้วรินก็แค่แกล้งทำตัวให้ดูหวานๆ ขึ้นบ้าง แต่งตัวสวยๆ แต่งหน้ามากขึ้น คนก็เชื่อกันไปแล้วว่าเรื่องนี้เป็นของจริง ไม่ได้ปั้นแต่งเรื่องขึ้นมา


แต่สิ่งที่ทำให้เธอเริ่มกังวลขึ้นมาก็คือเรื่องคำสัญญาที่ได้ให้ไว้กับภัทร

เราจะหาทางเอาตัวรอดจากนายภัทรยังไงดีนะ มันต้องมีวิธีสิน่า แค่ตอนนี้เธออาจจะยังคิดไม่ออกเท่านั้นแหละ

 รินพยายามคิดหาวิธีที่จะทำให้สัญญาที่เธอให้ไว้นั้นกลายเป็นโมฆะ แต่คิดจนหัวแทบแตกเธอก็ยังคิดไม่ออก ฉะนั้น เธอจึงคิดว่าทางที่ดีก็คือ เธอควรจะรอดูท่าทีของภัทรไปก่อน

ถ้าเขายังไม่พูดอะไรขึ้นมา เราก็อย่าไปทัก เราต้องทำตัวดีๆ กับเขาเอาไว้ แล้วก็ต้องสงบปากสงบคำ แกล้งทำเป็นลืมเรื่องสัญญา ยื้อเวลาไปสักพักก่อนดีกว่า ไม่แน่อีกหน่อย เราก็อาจจะหาทางออกที่ดีได้ เอ๊ะ รึจะเอาเงินฟาดหัว แต่ เอ่อ บ้านเขารวยกว่าบ้านเรานี่นา เงินเดือนของเรากี่เดือน เขาถึงจะพอใจล่ะเนี่ย 

ว่าแต่ตานั่นต้องไม่ได้ต้องการเงินแน่ๆ เลย เอาเถอะ ยังไงก็แกล้งทำเป็นความจำเสื่อมกับเรื่องนี้ไปก่อนแล้วกันนะยายริน ตานั่นอาจจะเปลี่ยนใจไปกินผู้ชายแทนเธอก็ได้นะรินคิดแล้วก็ยิ้มขำไปด้วย แต่จากแนวคิดนี้เธอก็รู้สึกเริ่มเห็นแสงสว่างรำไรๆ ขึ้นมานิดๆ เช่นกัน

สงสัยเราคงต้องไปหาเพื่อนสาวของเราสักคนมาเป็นเครื่องบรรณาการแทนตัวเราซะแล้ว วิธีนี้มันก็อาจจะโออยู่นะ’ 

คิดแล้ว รินก็อดฮากับความช่างมโนของตนไม่ได้

 


หลังจากหมั้นกันได้สามสัปดาห์

ทั้งคู่ก็พยายามทำตัวให้แนบเนียนกับการเป็นคู่หมั้นกันโดยเฉพาะในสายตาของผู้ใหญ่ ทั้งคู่เดินทางไปเยี่ยมพ่อกับแม่ของทั้งสองฝ่าย ในช่วงวันเสาร์อาทิตย์ โดยที่ภัทรก็รับหน้าที่เป็นสารถีตามเคย โดยเริ่มจากบ้านพ่อแม่ของรินในสุดสัปดาห์ที่สอง และบ้านพ่อแม่ของภัทรในสุดสัปดาห์ที่สามหลังจากวันหมั้น

       ขณะที่ไปหาพ่อแม่ของภัทร และรับประทานมื้อเย็นด้วยกันอยู่นั้น จู่ๆ แม่ของภัทรก็หันไปถามภัทรขึ้นมาว่า

        แล้วนี่เมื่อไหร่จะแต่งกันสักทีล่ะลูก?

เมื่อภัทรได้ยินประโยคนี้เข้าเท่านั้นแหละ ร่างสูงก็ถึงกับสำลักข้าวจนไอออกมาอย่างหนักขึ้นมาทันที

 รินแอบยิ้มขำที่ภัทรสำลักข้าว แต่ก็ช่วยพูดตอบแทนให้ว่า

 “พอดีเราสองคนคบกันก่อนหน้านี้ค่อนข้างจะสั้นน่ะค่ะ ขอเวลาพวกเราศึกษากันเพิ่มอีกสักนิดนะคะแม่ เผื่อภัทรยังไม่ทันออกลายขึ้นมา เกิดจริงๆ แล้วภัทรชอบแอบมองคนนู้นคนนี้ขึ้นมา รินจะได้รีบทิ้งทัน” รินพูดเสร็จก็ยิ้มสวย ก่อนจะหันไปยักคิ้วให้ภัทรแบบกวนๆ

 ‘นายรู้ใช่ไหมล่ะ ว่าคนนู้นคนนี้ของฉันหมายถึงผู้ชายน่ะ

 รินแอบคิดขำๆ ขึ้นในใจ

 ส่วนพ่อของภัทรที่ปกติเงียบๆ ก็เผลอพูดขึ้นมาว่า 

 “ไม่ต้องถึงกับทิ้งหรอกมั้งลูก ริน มันเรื่องปกติของผู้ชายที่จะแอบเหล่สาว พ่อนะ ทำเป็นประจำเลย” พูดเสร็จพ่อก็นึกขึ้นได้ หันไปเจอหน้าเมียตัวเองที่มีรังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาก็เลยรีบหาทางลงต่อไปว่า เอ่อ เมื่อกี้พ่อพูดขำๆ นะแม่ ฮ่าๆ ฮ่าๆ” 

 แต่ที่พ่อคิดในใจก็คือ

เห้อ เกือบตายละกู


 หลังจากที่พ่อรอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด และทุกคนเริ่มหันกลับมาทานอาหารกันต่อ แม่ก็หันมาพูดกับรินบ้างว่า 

แต่แม่อยากอุ้มหลานแล้วนะริน

 หลังจากเจอประโยคนี้เข้าไปเท่านั้น รินก็ถึงกับสำลักน้ำแกงที่กำลังซดอยู่ จนทำให้ไอหนักกว่าภัทรเสียอีก

 ส่วนภัทรพอเห็นแบบนั้นเข้า เขาก็แอบยิ้มขำปนสมน้ำหน้ารินอยู่ในใจเล็กน้อย

 ‘หึๆ ไงล่ะ... เมื่อกี้แอบยิ้มขำฉัน โดนซะบ้างแล้วไหมล่ะยายริน

  


นับจากวันหมั้นเป็นต้นมา แม้จะได้คุยโทรศัพท์เรื่องนัดไปบ้านพ่อบ้านแม่ หรือเจอหน้ากันในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ที่ไปค้างบ้านพ่อแม่ของทั้งสองฝ่าย แต่ รินก็ทำเป็นเนียน ไม่เอ่ยถึงเรื่องสัญญาเลยสักแอะ 

ส่วนภัทรก็อยากลองดูท่าทีของรินไปก่อน เขายังไม่อยากให้ไก่ตื่น เพราะก็ยังไม่แน่ใจเหมือนกันว่าตนเองจะเอายังไงกันแน่ และเขาก็อยากรู้ด้วยว่า เธอจะแกล้งทำเป็นลืมเรื่องนี้ไปได้อีกนานสักแค่ไหนกัน แต่มันก็เป็นไปตามที่เขาคาดการณ์ไว้เป๊ะ เพราะเธอทำเหมือนกับว่าลืมมันไปแล้วเสียสนิทเลย ถึงเรื่องสัญญาที่เคยให้เอาไว้กับภัทรก่อนจะหมั้นกัน


ทั้งๆ ที่ในใจรินก็แอบหวั่นๆ อยู่เหมือนกัน เธอกลัวว่าภัทรจะกล่าวทวงขึ้นมา แต่เขาก็ไม่ได้พูดถึงมันอีกเลย จนเธอแอบเบาใจลงไปได้บ้าง

แหม ปล่อยให้ฉันกังวลแทบตาย จนถึงกับคิดแผนยกเลิกสัญญาไปแปดแสนห้าหมื่นวิธี แต่เอาเหอะ มันก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอที่ภัทรไม่ทวงเธอแบบนี้ เพราะแต่ละแผนนี่ไม่มีแผนไหนที่ดูจะเข้าท่าเลยสักอัน ยกเว้น อันที่จะไปหาเหยื่อหนุ่มๆ สักคนมาเป็นตัวตายตัวแทนเธอ แต่ก็ไม่แน่นะเขาอาจจะเห็นเธอเป็นเพื่อนสาวที่ดี แถมเธอยังทำตัวเป็นว่าที่ลูกสะใภ้กำมะลอที่ดีมากๆ จนเขาอาจจะเลิกล้มโครงการไปแล้วก็ได้มั้ง

 รินแอบคิดในใจหลังจากแยกกันเมื่อวันอาทิตย์ตอนบ่าย ทั้งคู่ก็ต่างคนต่างทำงานของตัวเองกันไป โดยไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย จนกระทั่งวันนี้ ซึ่งเป็นวันพุธกลางสัปดาห์ที่ฝนตกหนักอย่างมากราวกับฟ้ารั่วในช่วงตอนเย็นหลังเลิกงาน 

 เนื่องจากมีพายุลูกหนึ่งถูกพัดเข้ามาจากทางด้านอ่าวไทย จนทำให้ถนนในมหาวิทยาลัยที่รินทำงานอยู่เปียกเฉอะแฉะเป็นหย่อมๆ เนื่องจากมีน้ำฝนไหลไปรวมตัวกัน และขังอยู่ตามหลุมตามบ่อบนพื้นถนนจนทั่วไปหมด

แล้วกว่าที่รินจะขี่รถกลับหอพักได้ เธอก็ต้องหลบฝนรออยู่ที่ในตัวอาคารเป็นเวลานาน จนกระทั่งความมืดเริ่มโรยตัวลงมาปกคลุมไปจนทั่วทั้งท้องฟ้า


 ป่านนี้ตานั่นคงกำลังลั้ลลาหลังเลิกงานอยู่คนเดียวตามประสาสินะ เธอนี่เลือกคนมาได้เป๊ะจริงๆ ขาว สูง หล่อ แถมเป็นตุ๊ดด้วย นึกแล้วก็ขำ

 เธอขับรถไปก็คิดอะไรเรื่อยเปื่อยไปด้วย ทำให้พอมองถนนชัดๆ อีกที ก็เห็นลูกวรนุช (ตัวเงินตัวทองตัวหนึ่งวิ่งตัดหน้าออกมาจากข้างทางด้วยความรวดเร็ว จนทำให้ช่วงลำตัวของมันมาพาดอยู่กลางถนนตรงที่รถบิ๊กไบค์คันยักษ์ของเธอกำลังจะวิ่งผ่านไปพอดี 

 ด้วยความตกใจเธอก็เลยหักหลบออกไปทางด้านข้างๆ ของตัววรนุชน้อยอย่างรวดเร็ว แต่ด้วยความที่ถนนเปียกเพราะมีน้ำขังอยู่ ก็ทำให้รถของเธอแฉลบล้มคว่ำไปทันที

 

 

ประมาณครึ่งชั่วโมงต่อมา....

 เสียงโทรศัพท์มือถือของภัทรก็ดังขึ้นมา ขณะที่ตัวเขากำลังนั่งทานข้าวและฟังเพลงไปด้วยอยู่อย่างสบายอารมณ์ พอร่างสูงเดินมาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ก็เห็นว่าเป็นเบอร์ของริน เขาจึงรีบปิดเพลงและกดรับสายทันที









To be continued...


เม้าท์กับเค้าได้นะตะเอง จะพูดคุยอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็จัดมาได้เลยจ้า ;)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

70 ความคิดเห็น