Frawteer ดินแดนแห่งสุดท้ายของผู้ลี้ภัย

ตอนที่ 6 : อาวุธ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 65
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    20 มี.ค. 56

 


 
" พระเจ้า! "
 
" สูงมาก อยู่ในกลุ่มเอเลย! "
    
      พนักงานเต่าผู้ที่นำทั้งสองเข้ามาวัดพลังถึงกับหน้าซีด เพราะประชาชนทั่วไปในอนาจักรดราโก้มีพลังอยูในระดับแอลย่างไอ ถ้าเก่งหน่อยก็ไอ พวกที่พลังไม่ถึงเกณฑ์เลยก็มีจัดอยู่ในพวกไร้พลัง ส่วนเคยที่ปรากฎในระดับซีถือว่าเป็นพวกระดับหัวกระทิ เพราะทหารของจักรพรรดิหรืออัศวินแห่งดราโก้ยังเป็นระดับบีลบก็มี การที่มีระดับเอปรากฎตัวถือว่าเป็นเรื่องประหลาด
     
     แสงที่ปรากฎตรงหน้าคือสีแดงสดคือพวกที่เข้าเกณฑ์ระดับเอ และสองคนตรงหน้าก็มีพลังพอที่จะถล่มเมืองทั้งเมืองได้ง่ายๆ ระดับบีที่ว่าหายากแล้วยังมาเจอระดับเอถึงสองคนพร้อมๆกันอีก ในเมื่อคนตรงหน้ามีพลังสูงขนาดนี้คงไม่จำเป็นต้องให้คำแนะนำแล้ว พนักงานเต่าจึงบอกทางของโซนให้และเอ่ยลาอย่างรวดเร็ว
 
" อาวุธระดับเออยู่โซนในสุด ขึ้นชั้นสองบันไดสามแล้วเลี้ยวขวา เจอแยกแล้วเลี้ยวซ้ายสองทีเจอทางแยกให้ตรงต่อไปแล้วขึ้นบันไดแรก ตรงไปในสุด ส่วนเคาร์เตอร์ชำระเงินอยู่หน้าร้าน ขอตัวครับ "
 
"..."
     
     พูดจบแล้วก็จากไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ชิเอลและฟรานยืนหน้ามึนอยู่ตรงที่เดิม แต่แล้วฟรานก็ระเบิดเสียงหัวเราะชวนประสาทเสียขึ้นก่อนจะเดินนำทางไปด้านหน้า
 
" สุดยอดเลยนะหนุ่มน้อย ไม่คิดว่าจะเป็นพวกคมในฝักแบบนี้ นี่ไงบันได! สองหรือสามนะ "
 
" สามครับ เลี้ยวต่อขวาด้วยครับ " ชิเอลตอบขึ้นมาโดยไม่สนใจที่ฟรานพูดขึ้นก่อนหน้านี้ " แยกเลี้ยวซ้ายอีกสองครั้ง "
     
     ฟรานเดินตามทางที่ชิเอลบอก พลางแอบทึ่งในใจ เพราะชิเอลจำทางที่ไม่ต่างอะไรกับเขาวงกตได้เพียงแค่ฟังครั้งเดียว ส่วนตัวเขาเองน่ะเหรอ มึนตั้งแต่คุณเต่าเริ่มแรพแล้วล่ะ
  
     สุดท้ายของทางเดินมีิอยู่เพียงประตูเดียว ดูสภาพแล้วไม่ได้ต่างไปจากปราสาทสยองขวัญสักเท่าไร แต่มันก็พอจะทำให้ชิเอลห่อไหล่ด้วยความไม่ชอบใจเท่าไรนัก เขาน่ะกลัวความมืดมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ร่างสูงของฟรานที่นำหน้าไปหยุดอยู่ตรงประตูเห็นท่าทางของอีกคนก็หลุดขำออกมา ส่วนคนโดนขำก็ได้แต่ทำหน้ายุ่งอย่างขัดใจ สุดท้ายฟรานก็เลือกที่จะจูงมือของอีกคนเข้าไปในห้องนั่น
 
" มันจะมีอะไรโผล่มามั้ย "
 
" หนุ่มน้อยผีมีจริงที่ไหนล่ะ " หลังจากชิเอลถามฟรานไป คำตอบที่ได้กลับมาทำให้ชิเอลต้องหน้ายุ่งกว่าเดิมโดยที่ยังไม่ทันจะเถียงอะไรกลับฟรานก็ขัดมาซะก่อน " มันเป็นแค่ความเชื่อเรื่องงมงายเท่านั่นแหละ "
 
" พูดแบบนั้นระวังจะเจอดีแบบไม่รู้ตัวนะครับ โลกนี้มีคนที่มีหูหางกระดองได้ แล้วนับประสาอะไรกับผีทำไมจะมีไม่ได้ "
 
     พูดจบก็พาร่างบางของตัวเองเดินเข้าไปอย่างรวดเร็ว แต่ทุกสิ่งกับเหมือนภาพโสลโมชั่นในหนังต้นทุนต่ำ ราวกับมีมวลบางอย่างในช่องท้องบรรยากาศหนักอึ่งทำให้ชิเอลนึกย้อนกลับไปถึงวันที่เดินทางโผล่มาที่นี่ วันที่เขาอยู่ที่ห้องสมุดกับจิซาล และความรู้สึกบ้าๆนั่นก็ไม่ปล่อยให้ร่างบางฟุ้งซ่านนาน ชิเอลไม่สามารถควบคุมการทรงตัวของร่างกายตัวเองได้ก่อนจะเซไปด้านหน้าเพื่อหาอะไรยึด
 
" หนุ่มน้อยอย่าแตะมัน! "
 
     นั่นเป็นเสียงสุดท้ายและภาพของฟรานในสีหน้าตกใจพุ่งมาทางตนก่อนที่ทุกอย่างจะถูกกลืนหายไป
 
 
 
" อืมม... "
 
     ร่างบางพยายามปรับสายตากับทางด้านหน้าให้ชัดเจน แต่ก็เหมือนเดิมทุกสิ่งรอบตัวยังคงมืดมิดมีเพียงสีดำสีเดียวที่ยังคงเด่นชัดในโสตประสาท
  
     ภาพสุดท้ายคือร่างสูงของฟรานพุ่งเข้ามาทางตนก่อนทุกสิ่งจะดำมืด คิดดังนั้นชิเอลก็กวาดสายตาไปรอบตัวอย่างตื่นตะหนกโดยมีบางสิ่งที่ดังกึกก้องราวกับคำภวานาอยู่ในใจ

...ขออย่าให้หายไปอีกนะ อย่าให้เป็นเหมือนจิซาล...

...ไม่เอานะ!...
 
" ไม่ต้องกังวลไปหรอกครับ... "
 
     เสียงหนึ่งดังก้องมาจากทิศทางด้านหลังตัวเอง ทำให้ร่างบางหันหลังกลับไปอย่างตกใจแต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้ากลับเป็นเพียงไอหมอกบางๆที่ก่อบรรยากาศหนาวเหน็บได้เพียงชั่วขณะ ฝ่ามือบางยื่นไปข้างหน้าตามความคิด ภาพมายาที่นึกว่าหมอกข้างหน้าบดบังทุกอย่าง
 
" คุณลืมผมไปแล้วเหรอ... "
 
     เสียงเดิมยังกังวานทั่วทุกทิศ และทันทีที่ฝ่ามือบางสัมผัสได้ถึงไอเย็นของหมอกที่บัดนี้มาอยู่เบื้องหน้าตนแล้ว หมอกนั้นจับตัวกันเป็นรูปร่างอย่างไม่ชัดเจนมากนักจนเป็นร่างของชายหนุ่มแปลกหน้าปรากฎขึ้นมา
 
     ไม่ว่าชิเอลจะพยายามเพ่งมองไปยังข้างหน้าขนาดไหนก็ยังไม่สามารถมองเห็นภาพตรงหน้าอย่างชัดเจนได้อยู่ดี และมันก็เริ่มทำร่างบางหัวเสียจนลืมความกลัวเข้าไปอีก เมื่อไม่รู้ว่าตนกำลังเจอกับอะไร
 
" ไม่ต้องพยายามหรอกครับ ถึงยังไงคุณก็ไม่สามารถเห็นผมได้ มันยังไม่ถึงเวลา ตอนนี้สิ่งที่จะทำได้ก็คงปล่อยให้มันเป็นไปตามวงล้อแห่งชะตากรรมล่ะมั้ง "
 
" มันเรื่องบ้าอะไรกัน "
 
     สิ่งที่อะไรซักอย่างตรงหน้าพูดมาไม่ได้ช่วยให้ทุกอย่างกระจ่างขึ้นแม้แต่น้อย แม้ชิเอลจะเอ่ยถามไปแต่ดูถ้าอะไรซักอย่างนั่นจะไม่ได้สนใจเลยแม้แต่น้อย แถมยังพึมพำอะไรที่ร่างบางไม่เข้า ก่อนจะหันขวับมาทำให้ชิเอลถึงกับสะดุ้งเฮือก
 
" ยังขวัญอ่อนเหมือนเดิมเลยนะ... "
 
     มันทำท่าทาวาดมือไปกลางอากาศตรงหน้า ก่อนทุกอย่างจะกระจายเป็นไอไปทิ้งเพียงเสียงสุดท้ายของชิเอลที่สามารถเรียกรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของร่างประหลาด แต่มันก็ไม่ได้ตอบรับคำขอกรรโชกนั่นเลยแม้แต่ เพียงชั่ววินาทีสุดท้ายดวงตาสีมรกตเห็นดวงตาอีกนั้นที่ตนพยายามแต่กลับไม่เห็นมองกลับมาด้วยความขบขันและเสียงของตนที่ดังก้องไปทั่ว
 
" เดี๋ยวก่อน!!! "




 
 
 
 
" ชิ.....ล... "
 
" ชิเ.........ล "
 
     ฟรานเขย่าตัวของชิเอลอยู่หลายครั้งกว่าร่างบางจะรู้สึกตัว แต่ไม่นานดวงตาสีมรกตก็เปิดขึ้นมาอีกครั้ง
 
     ภาพเบื้องหน้าทั้งคู่มีเพียงสีดำสนิทที่แตกต่างออกไปจากความฝันของชิเอล อย่างน้อยชิเอลก็อุ่นใจที่ฟรานยังอยู่ข้างๆแต่ภาพตรงหน้าก็ไม่ได้ลดความกังวลให้น้อยลงเลยเมื่อมีเพียงสีดำยิ่งกว่ารัตติกาลปกคลุมไปทั่ว เป็นข้อกังขาสำหรับคนแปลกหน้าอย่างชิเอล
 
" ที่นี่มัน..... "
 
" ขอต้อนรับสู่โลกแห่งวิญญาณ "
 
"...!!!!"
 
 
 
  

 

[TBC]
 
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

88 ความคิดเห็น

  1. #66 Rainy_Heart (@rainfalls) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 เมษายน 2556 / 15:00
    เอิ่มมมม จูงมือเหรอ? ตกลงเรื่องนี้วายรึเปล่าคะ ทำไมกลิ่นวายมาอีกแล้วล่ะ

    ก่อนอื่น... มาตามสเต็ปเลยนะคะ  พระเอก(ที่เราเกือบคิดว่าเป็นนายเอก) จะต้อง
    มีพลังเจ๋งๆเนี่ย แต่ไม่เป็นไรค่ะ โอเคๆ เพราะเดี๋ยวมันจะมีประโยชน์ตอนช่วงหลังๆ

    ตอนนี้ไม่ค่อยมีอะไรให้คอมเมนท์ค่ะ ใช้ได้อยู่แล้ว สั้นไปหน่อยนะคะ
    แค่นี้แหละที่จะบอก
    #66
    0
  2. #31 Kuroi (@chetawan) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 มีนาคม 2556 / 20:33
    ...เฮ้ย...ตายแล้วเรอะ?
    ผมยังงงๆกับเนื้อเรื่องอยู่เลยนะครับเนี่ย และกลิ่น Y ยังเข้มอยู่เหมือนเดิมเลยอ่า~
    ป.ล. [TBC] คืออะไรเหรอครับ?
    #31
    0