ปิดโอน [GOT7] You're my danger #dangermb

ตอนที่ 36 : DANGER THIRTY-THREE [140%] ✔

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 73,426
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 333 ครั้ง
    27 พ.ค. 60








"งั้นแบมขอเหตุผลที่แบมแย้งกลับไม่ได้สักข้อสิ"


"..."


"ถ้าพี่หามาได้ แบมจะไม่ไปผมเป็นคนมีเหตุผลอยู่แล้ว ถ้าพี่มาร์คมีเหตุผลสักข้อที่ผมโต้กลับไม่ได้ ผมก็จะไม่ไป


...ที่สำคัญไม่อยากทะเลาะกับพี่เขาด้วย 



"...มึงตกเป็นเป้าสายตามากเกินไป" 



ตี้ดดด ตี้ดดด..



[Yugyeom] 



ในจังหวะที่พี่มาร์คพูดเหตุผลข้อสุดท้ายออกมา โทรศัพท์ของผมก็ดังขึ้นมาเสียก่อน ชื่อที่ขึ้นมาเป็นชื่อยูคยอม เลยทำให้ผมกดรับสาย ก่อนจะยกโทรศัพท์แนบหู



(อยู่ไหนแล้วเนี่ย?)


"คอนโด"


(ยังไม่ออกมาอีกจะได้เวลาแล้วนะ) 



ผมเหลือบตามองพี่มาร์คที่ตอนนี้ก็กำลังมองผมอยู่ด้วยสายตาเรียบนิ่ง ถึงแม้ผมจะไม่เข้าใจเหตุผลข้อสุดท้ายพี่เขาก็เถอะ แต่มันก็ทำให้ผมแย้งไม่ได้ มันเลยทำผมคงจะต้องปฏิเสธยูคยอมมันไปตรงๆ 



"พวกมึงไปกันเลย"


(...)


"ไว้เดี๋ยวนัดไปกินข้าวกันทีหลัง" 


(เห้ยยยย!! ได้ไง นี่กูนัดกับกลุ่มไอมินฮยอกแล้วนะ) 



กลุ่มมินฮยอกคือกลุ่มคยองซู หรือกลุ่มที่ผมอยู่ปัจจุบัน ยูคยอมรู้จักกับกลุ่มนี้มาตั้งแต่มัธยมแล้ว เลยทำให้สนิทกับกลุ่มนี้ค่อนข้างมาก ถึงแม้จะต่างมหาวิทยาลัยกันก็เถอะ



"ไว้วันหลังกูเลี้ยงข้าวขอโทษทีหลังผมตอบด้วยนํ้าเสียงเอื่อยๆ ก่อนจะเอนหลังพิงหลังโซฟาพลางใช้มือคลึงขมับไปด้วย 



หมับ! 



"...ไม่เกินครึ่งชั่วโมงเจอกัน" 



ตี้ด.. 



พี่มาร์คกระชากโทรศัพท์ออกไปจากมือผม ก่อนจะพูดประโยคนั้นออกมา แล้วตัดสายลงทันทีมันเลยทำให้ผมไม่เข้าใจยิ่งกว่าเดิม ไหนตอนแรกเป็นตายยังไงก็ไม่ให้ไป พอจะไม่ไปจริงๆดันให้ไป.. 



"...ทำหน้าใกล้ตายเข้าไปทุกวัน" 



พี่เขาพูดก่อนจะลุกขึ้นเต็มความสูง แล้วเดินออกนอกห้องไป โดยไม่ลืมที่จะยีหัวผมแรงๆจนผมยุ่งก่อนเดินออกไป ผมก็ไม่ทันได้ถามอะไร เพราะพี่เขาเปลี่ยนอารมณ์เร็วจนผมตามไม่ทัน


แต่ในเมื่อพี่มาร์คเป็นคนบอกให้ไปเองกับปาก มันเลยทำให้ผมรีบเดินไปแต่งตัวในห้องทันทีเพราะถ้าตามนัดจริงๆ ยูคยอมมันนัดไว้สี่ทุ่ม แต่ตอนนี้ก็ปาเข้าไปเกือบจะสี่ทุ่มแล้วด้วย 


ผมหยิบเสื้อเชิ๊ตสีขาวล้วนตัวโคร่งออกมาจากตู้ ก่อนจะหยิบออกมาใส่แล้วค่อยๆติดกระดุมลงไปจนสุด เสื้อเชิ๊ตตัวโคร่งในที่นี้ไม่ใช่เสื้อเชิ๊ตนักศึกษา มันต่างกันตรงลักษณะคอปก ตัวนี้จะเป็นปกแบนลงมาไม่ใช่ปกคอตั้ง และจะเป็นผ้าลื่นๆไม่ใช่ผ้าดิบ ส่วนกางเกงผมหยิบกางเกงยีนส์สีดำเข้มออกมา เพื่อให้มันเข้ากับเสื้อด้านบน โดยไม่ลืมจะหยิบโชคเกอร์ออกมาสวมที่คอ เนื่องจากผมรู้สึกว่าคอมันโล่งเกินไป 


ในขณะที่ผมกำลังจะเดินออกไปจากห้องนอน ก็มีเสียงคนหลายคนกำลังคุยกันอยู่ข้างนอก พี่มาร์คพาเพื่อนมาห้องละมั้ง.. 



"ไหนบอกไม่ไปไงนี่ดีนะพวกกูยังไม่ได้ออกกัน" 


"..."


"แล้วนี่แบมรู้ยัง?" 



แอ้ดด.. 



"อ้าว ไอรามยอนมาพอดี ละ เลย.." 



ผมเปิดประตูออกมาก็พบว่าทุกคนมารวมตัวกันที่นี่หมดแล้ว และต่างคนก็มองมาทางผมก่อนจะทำหน้าแปลกๆ เมื่อกี้พี่แจ็คสันกำลังจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ท้ายประโยคดูเสียงสั่นๆ ก่อนจะเงียบกันทั้งห้อง 



"วันนี้ 'สวยนะเนี่ยแบมจองกุกทักขึ้น ผมเลยทำหน้างงใส่ เขาไม่ควรจะทักผมว่าสวยสิเพราะผมเป็นผู้ชาย


"แล้วนี่จะไปไหน?"


"เรามีนัดกับยูคยอมไว้" 


"อ้าว วันนี้ยูคยอมมันไม่ได้บอกหรอว่าวันนี้มันไปกับกลุ่มไอคยองซู" 


"ใช่ ยูคยอมบอกเราแล้ว" 


"เออหว่ะเพิ่งนึกออก แบมก็อยู่กลุ่มไอหน้านิ่งนี่หว่า" 



แต่ก่อนที่ผมจะได้ตอบจองกุก พี่มาร์คก็เดินตรงไปทางผมก่อนจะลากผมออกมาจากตรงนั้นแล้วผลักให้เข้าไปในห้องนอนเหมือนเดิม โดยที่ไม่ลืมที่จะล็อคประตู 



"ใครให้แต่งตัวแบบนี้?" จากเสียงที่นิ่งอยู่แล้ว แต่พอมาตรงนี้มันกลับนิ่ง จนน่ากลัว


"แบมแต่งเอง" 


"เปลี่ยนซะ" 


"ไม่เปลี่ยน แบมสายแล้วผมใช้นํ้าเสียงแข็งตอบกลับไป ในเมื่อผมไม่ได้ผิดอะไร ทำไมผมต้องเปลี่ยนด้วยและอีกอย่างมันเลยเวลาที่ยูคยอมนัดมานานแล้ว.. 


"งั้นมึงก็ไม่ต้องออก" 


"พี่มาร์คอย่ามาชวนทะเลาะ" 


"..."


"แบมไม่ได้ทำอะไรผิด ทำไมต้องเปลี่ยนชุดชุดมันก็ไม่ได้ประหลาดอะไร คนอื่นเขาก็แต่งกันแบบนี้" 


"คนอื่นก็ส่วนคนอื่น มึงก็คือมึง"


"..."


"กูบอกเปลี่ยนก็คือเปลี่ยน ไม่เปลี่ยนก็ไม่ต้องออกพี่มาร์คตอกกลับมา ก่อนจะเดินออกไปจากห้องโดยไม่เหลียวกลับมามองผมอีกเลย 


ผมไม่รู้ว่าทำไมต้องโมโหขนาดนี้ปกติไม่เคยมายุ่งเรื่องการแต่งตัว มาวันนี้มาบอกให้เปลี่ยนโดยไม่บอกเหตุผล แต่ไม่ว่ายังไงผมก็ไม่เปลี่ยนแน่ๆ เพราะผมคิดว่ามันไม่ได้น่าเกลียด.. 


ผมเปิดประตูห้องออกมา ตอนนี้ในห้องเหลือเพียงพี่มาร์คคนเดียว คนอื่นคงจะออกไปกันแล้วแต่ผมเพิ่งสังเกตว่าจากตอนแรกที่พี่เขาใส่แค่เสื้อเชิ๊ตนักศึกษา ตอนนี้เปลี่ยนมาเป็นเสื้อเชิ๊ตสีดำเข้มแทนแล้ว



"จะไม่ไปแล้ว?" เสียงเข้มดังขึ้น ก่อนจะเคาะบุหรี่ออกมา เตรียมจะจุดไฟแช็ก 


"ไป" 


"ไปก็เปลี่ยนชุด"


"แบมจะไปทั้งชุดนี้" 



"...เดี๋ยวนี้เห็นกูใจดีเข้าหน่อย เลยได้ใจ?"



พี่มาร์คจุดไฟแช็กที่บุหรี่ก่อนจะพ่นออกมาเป็นควันสีเทาฟุ้งไปหมด ตอนนี้พี่มาร์คเริ่มจะไม่ใช่เหตุผลแล้ว มันเลยทำให้ผมต้องเป็นคนใช้เหตุผลแทน ไม่งั้นต่างคนต่างไม่มีเหตุผล ได้ทะเลาะกันแน่.. 



"ไม่ได้เกี่ยวกับพี่ใจไม่ใจดี" 


"..."


"จริงๆเราไม่ควรมาเถียงกันเรื่องเสื้อผ้าเลยด้วยซํ้า พี่ไม่คิดว่ามันไร้สาระหรอ?" 



"...กูคงตามใจมึงมากเกินไปสินะ" 



"...งั้นก็โอเค มึงจะแต่งแบบนี้ให้ได้เลยใช่มั้ย?" 



"...ถ้าใช่งั้นมึงไป แต่ถ้ามึงเป็นอะไรขึ้นมาแม้แต่ 'นิดเดียวมึงโดน" 



"...แต่คนที่ทำมึงจะโดน 'หนักกว่ามึงหลายเท่า"



พี่มาร์คพูดเท่านั้นก่อนจะขยี้บุหรี่ทิ้งลงในที่เขี่ยบุหรี่ ก่อนจะหยิบกุญแจรถ กระเป๋าสตางค์ และโทรศัพท์เดินออกจากห้องไปทันที แต่ในขณะที่ผมกำลังหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจะโทรหาพี่มาร์คยูคยอมก็โทรแทรกเข้ามาเสียก่อน 



ตี้ดด.. ตี้ดด.. 



[Yugyeom] 



(กูกำลังขับรถเข้าไปรับนะ อีกไม่เกินสิบนาทีมึงลงมารอหน้าคอนโดเลย)


"หื้ม?" 


(พี่มาร์คบอกให้กูมารับมึง นี่ตอนกูรับโทรศัพท์คนในโต๊ะก็งงทำไมไม่ออกมาพร้อมกัน)


"..."


(ทะเลาะกัน?) 


"อืม นิดหน่อย"


(เออๆ แต่เดี๋ยวพี่แกก็มาเหมือนกันนิ เห็นวันนี้กลุ่มนั้นเขาก็นัดกัน)


"..." ผมขมวดคิ้วเข้าหากันทันที งั้นแสดงว่าที่ออกไปก็กำลังจะไปคลับ? 


ตอนนี้ยูคยอมตัดสายไปได้สักพักใหญ่ๆ ผมออกจากห้องมายังลิฟท์ ก่อนจะกดลิฟท์ลงไปชั้นล่าง ไม่นานนักก็มา ภายในลิฟท์ตอนนี้มีเพียงแค่ผมคนเดียว มันเลยทำให้ผมสามารถถอนหายใจออกมาหนักๆได้อย่างไม่ต้องสนใจใคร 


สักพักลิฟท์ก็ลงมายันชั้นล่าง ผมเห็นรถยูคยอมจอดรถอยู่หน้าประตูแล้ว เลยทำให้ผมเดินไปเปิดประตูรถ ก่อนจะสอดตัวเองเข้าไป แล้วปิดประตูลงด้วยความแรงปกติ ก่อนที่รถจะออกตัวไปทันที.. 



"มึงอ้วนขึ้นปะเนี่ย?" ประโยคแรกกับการที่ไม่ได้เจอกันมาหลายเดือน ดันเป็นประโยคแบบนี้เสียได้.. 


"ดูออกขนาดนั้นเลย?" 


"แหงสิ มึงอ้วนออกแก้มอ่ะ" 


"อือ ก็อ้วนขึ้นอ่ะ ช่วงนี้กูกินเยอะช่วงนี้ผมกินเยอะขึ้นมาก เมื่อก่อนว่ากินเยอะแล้ว ตอนนี้เยอะมากนั้นมาก


"ดีแล้ว เมื่อก่อนมึงผอมมาก ผอมจนพวกกูเป็นห่วงอ่ะ" 


"..."


"ไม่รู้มึงจะสังเกตหรือเปล่านะ แต่หลายครั้งที่ยองแจมันแบ่งขนมให้มึงกิน" 


"..."


"จริงๆมันบอกกูว่ามันตั้งใจซื้อมาให้มึงต่างหาก มันกลัวมึงผอมเหมือนตะเกียบผมหลุดยิ้มออกมาจากประโยคนั้น จริงๆผมก็รู้มาตั้งนานแล้ว เรื่องซื้อขนมมาให้ เพราะมีอย่างที่ไหน ซื้อขนมมา แต่ตัวเองกินไปคำเดียวแล้วบอกอิ่ม 


"..."


"แล้วนี่ยังไงช่วงนี้กูได้ยินข่าววงในมายูคยอมเปลี่ยนนํ้าเสียงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะมองผมด้วยสายตาล้อเลียน


"ว่า?"


"มึงกับพี่มาร์คอ่ะ ยังไงๆ" 


"..."


"เป็นแฟนกัน?" 



"...เปล่าหรอก" 



เอาจริงผมยังไม่รู้เลยว่าตอนนี้เราอยู่ในสถานะไหน จะเรียกเป็นแฟนก็ไม่ได้ เพราะต่างคนต่างไม่เคยพูดกันถึงเรื่องนี้ สถานะตอนนี้อาจจะเป็นแค่ 


...คนคุย? 



...คนที่รู้สึกดีด้วย?



หรือว่า..



...คนรัก?



หลังจากนั้นยูคยอมก็ไม่ได้ถามอะไรผมอีก จนกระทั่งถึงสถานบันเทิงแห่งนึง ผมเคยมาแล้วตอนรับน้องสาย แต่ก็แค่ครั้งเดียวเท่านั้น เพราะผมไม่ค่อยชอบอะไรที่มันเสียงดัง หรือคนเยอะๆ 


ยูคยอมพาผมเดินเข้าไปข้างใน ตอนนี้ทั้งสองข้างถูกเบียดด้วยผู้คนมากมาย แต่ดีที่ยูคยอมจับข้อมือผมไว้แน่น เลยทำให้ผมยังตามมันมาได้จนถึงข้างในสุด ที่คนจะบางตากว่าข้างนอกพอสมควร



"ทางนี้โว๊ย!!" เสียงใครสักคนตะโกนขึ้นมาก่อนจะยกมือขึ้น ผมมองไม่ถนัดเพราะมันค่อนข้างมืด ยูคยอมยกมือตอบกลับไป ก่อนจะจับข้อมือผมให้เดินตามไป 


ข้างหน้าผมมีโต๊ะสี่เหลี่ยมเตี้ยวางไว้ตรงกลาง ก่อนจะล้อมไปด้วยโซฟาทรงยาวทั้งสี่ด้าน บนโต๊ะก็มีพวกเหล้า เบียร์ โซดา นํ้าแข็ง วางไว้เต็มโต๊ะ ส่วนคนที่นั่งส่วนใหญ่ก็กลุ่มผมที่มหาวิทยาลัยทั้งนั้น 



"ไอแบมมมม!!! คิดถึง!" เป็นยองแจที่ลุกขึ้นมาก่อนจะกอดผมอย่างแรงจนทำให้ผมเซไปข้างหลัง ผมคิดว่าต้องหงายหลังแน่ๆ แต่มันกลับไม่เป็นแบบนั้น เพราะว่าผมเซไปชนกับอีกคนที่อยู่ข้างหลังพอดี ก่อนที่จะมีมือดันหลังผมให้ขึ้นมาจากข้างหลัง



"ขอบคุณครับผมหันไปขอบคุณ แต่เมื่อหันไปก็พบกับคนที่ไม่คุ้นหน้าเอาเสียเลย 


"น่ารักจัง"


"หื้อ?" 


"ขอจิ้มแก้มหน่อยดิ" 



ก่อนที่จะมีนิ้วมาจิ้มที่แก้มผมสองสามทีเบาๆ จนแปรเปลี่ยนมาเป็นบีบแก้มเล่น ผมเลยก้าวถอยไปข้างหลังทันที ใครที่ไหนผมก็ไม่รู้จัก แต่มาเล่นถึงเนื้อถึงตัวแบบนี้ผมไม่ชอบ


จากลักษณะพี่เขาน่าจะตัวสูงพอๆกับผม รูปร่างติดไปทางผอมเหมือนกัน ดูท่าจะเป็นคนอารมณ์ดีพอสมควร เพราะบนใบหน้ามีรอยยิ้มตลอดเวลา บางมุมมีลักยิ้มตอนยิ้มด้วย 



"ยูค เพื่อนมึงอ่อ?" คนนั้นให้ไปถามยูคยอมก่อนจะพเยิดหน้ามาทางผม 


"เออ แบมแบมไง เชียสมหาลัยกูไง" 


"ที่โดนเปลี่ยนมาแทนพี่จินยองอะนะกูก็อยู่มหาลัยนี้ทำไมไม่รู้เรื่องอะไรเลยวะ?" 


"คณะมึงอยู่ไกลความเจริญจะตายไม่รู้ไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกไอแบค" 


"..."


"อ่อ แบม ไอนี่ชื่อ 'แบคฮยอนปีสองเหมือนกัน อยู่มหาวิทยาลัยเดียวกับมึงตอนนี้อ่ะยูคยอมชี้ไปยังคนที่ชื่อแบคฮยอน ก่อนจะแนะนำให้รู้จัก


"ไม่คุ้นหน้าเลย" 


"ไม่แปลกหรอก ไอนี่มันเรียนคณะเกษตร กว่าจะเข้ามาตึกใหญ่ก็นานๆที" 


"..."


"ไอแบค ส่วนนี่แบมแบม ปีสองเหมือนกัน อยู่วิศวะ" 


"กูรู้จักอยู่แล้วหน่า"


"มึงจะไปรู้จักตอนไหน?" 


"ชานเล่าให้กูฟังบ่อยจะตาย เด็กพี่มาร์คใช่มั้ยละ?" 


"..."


"แบมรู้จักพี่หมอปะ หมอชานอ่ะแบคฮยอนหันมาถามผม ก่อนจะถามชื่อใครสักคนออกมาหรือคนที่แบคฮยอนหมายถึงจะเป็นพี่หมอเพื่อนพี่มาร์ค? 


"อือ เหมือนจะรู้จัก" 


"งั้นก็แสดงว่าคนเดียวกันกับคนที่ชานเล่า อ่อ เราชื่อแบคฮยอนนะ เรียกแบคก็ได้"


"อ่า เราชื่อแบมแบม เรียกแบมก็ได้" 



หลังจากนั้นผ่านไปราวครึ่งชั่วโมง ผมก็รู้เรื่องของแบคฮยอนบางอย่าง ผมเพิ่งรู้ว่าแบคฮยอนกับพี่หมอเป็นแฟนกัน ตอนแรกก็แอบสงสัย เพราะเคยได้ยินพวกพี่แจ็คสันแซวพี่ชานยอลแล้วพูดชื่อแบคฮยอนออกมา แต่สุดท้ายคงคิดว่าไม่ใช่ เพราะแบคเพิ่งปีสอง แต่พี่หมอจบแล้ว และแบคไม่เรียกพี่หมอว่า 'พี่แต่สุดท้ายก็มารู้ว่าเขาไม่เรียกพี่กัน เรียกชื่อกันเลย ส่วนพี่หมอก็ได้ว่าอะไร


และเรื่องที่น่าตกใจกว่านั้นคือ โต๊ะที่ผมนั่งอยู่ กับโต๊ะพี่มาร์คไม่ได้ไกลกันเลย ผมมองเห็นพี่เขาได้ และคาดว่าพี่เขาก็น่าจะเห็นผมได้เช่นกัน..



"เราไปหาชานก่อนนะ มาสถานที่แบบนี้ ปล่อยไว้อยู่กับเพื่อนไม่ได้หรอก มีแต่พวกเหล่สาวกันทั้งนั้น" 


"..."


"ยังไงก็อย่าลืมไปดูพี่มาร์คบ้างหล่ะ"


"..."


"...รายนั้นก็ใช่ย่อยที่ไหน" 





xxxxx





กึก..


"โอ๊ย!! แบคเจ็บแบคฮยอนเดินมาจากโต๊ะตัวเอง ก่อนจะใช้มือหยิกเข้าที่ต้นแขนผมอย่างแรง 


"แบมใช่มั้ยคนที่ชานบอกแพ้แอลกอฮอล์อ่ะก็ว่าทำไมวันนั้นกลับบ้านดึก!" 


"..."


"ที่แท้เพราะแบมน่ารักใช่ไหมละหา!!" 



เพี๊ยะ เพี๊ยะ!! 



แบคฮยอนพูดรัวๆก่อนจะใช้มือตีรัวๆทึ่แขนผม จนทำให้ผมต้องรวบข้อมือเล็กไว้ไม่ให้ตีไปมากกว่านี้ ตีก็ไม่ได้ยั้งแรงเลยโว๊ย! 



"ใจเย็นก่อนเมียไม่ใช่เลย แต่น้องมันก็น่ารักจริงๆนั้นแหละ แต่พี่ไม่ได้ชอบนะ" 


"..."


"อย่าเพิ่งของขึ้นสิครับผมใช้นํ้าเสียงอ่อนคุยกับเขา ก่อนจะอาละวาดไปมากกว่านี้ ก่อนจะตวัดสายตาไปหาไอมาร์คที่นั่งฝั่งตรงข้าม เพราะมันคนเดียวเลยแม่งเรียกผมไปหาตอนน้องผื่นขึ้น แล้วน้องมันดันน่ารัก ไอผมก็มองเพลินสิครับ กลับบ้านสาย เมียด่าอีก.. 


กว่าจะยอมสงบสติอารมณ์ได้ก็หลายสิบนาที ตอนนี้แบคกลับโต๊ะไปละ เหลือพวกผมสิบกว่าคนนั่งอยู่ ไอมาร์คเข้ามาก็กินเอากินเอา ไม่สนใจเพื่อนฝูง แต่ไอที่ผมสงสัยคือตอนมีสาวเข้ามา รอบนี้มันกลับไม่ปฏิเสธ นั่งนิ่งๆ อยากทำอะไรก็ทำ มันเลยทำให้ทั้งโต๊ะมองหน้ากันแล้วได้แต่ขยับปากแบบไม่มีเสียงเป็นทำนองเดียวกันว่า.. 



"...ไปบอกแบมเถอะ"





xxxxx





เวลาช่วงตีหนึ่งเป็นช่วงเวลากำลังดี เป็นเวลาที่ทุกอย่างกำลังเริ่มขึ้น ผมที่มาตั้งแต่ช่วงสี่ทุ่มจนตอนนี้ตีหนึ่งกว่าแล้ว คิดว่าตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่วุ่นวายที่สุด ใครก็ไม่รู้เข้ามาเต็มไปหมดแต่น่าแปลกที่คราวนี้ผมกลับนั่งเฉยๆ ไม่สนใจอะไร เพราะสายตาผมมองไปที่คนตัวเล็กอีกที่นั่งอยู่โต๊ะอีกตัวนึง ไม่ไกลจากโต๊ะผม 


ถึงแม้จะใกล้กันขนาดนี้ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้จากแค่มอง เพราะก่อนหน้าจะออกมาเราทะเลาะกันนิดหน่อย แต่ผมก็พอที่จะมีสติมากพอไม่ทะเลาะต่อ และเป็นฝ่ายออกมาก่อน แล้วให้ยูคยอมไปรับแทน เพราะอารมณ์ผมตอนนั้นถ้าอยู่ต่ออีก คงจะต้องชวนทะเลาะต่อแน่ 



"จะไม่สนใจซันจริงๆหรอ"


"..."


"ซันจะโกรธแล้วน้าผมสัมผัสได้ว่ามีมือนุ่มลูบไล้อยู่บริเวณช่วงบริเวณต้นขา ก่อนจะค่อยๆไล้สูงขึ้นมา แต่ที่ผมเลือกจะอยู่นิ่งๆ เพราะว่าสายตาผมดันไปเห็นอะไรเข้าเสียก่อน 



เพี๊ยะ! 



"อย่ายุ่ง" 



"วู้วววววววเสียงโห่แซวดังขึ้นทันที เมื่อทุกคนในนี้เห็นว่าแบมเดินมา ก่อนจะปัดมือนั้นออกอย่างไม่ใยดี 



"นายเป็นใครเนี่ย!" เสียงหวีดแหลมดังขึ้น ก่อนจะลุกขึ้นประชันหน้า แล้วโวยวายเสียงดัง


"..."


"พี่มาร์คคะเขาเป็นใครกันแน่ ทำไมถึงกล้าทำขนาดนี้!" แต่ผมกลับยักไหล่ขึ้นเป็นเชิงไม่สนใจ ก่อนจะหยิบแก้วเหล้าในมือขึ้นมาดื่ม 



"จะเอาแบบนี้ใช่มั้ย?" เสียงเอกลักษณ์ของอีกคนดังขึ้น ก่อนจะมองมาที่ผมด้วยสายตาที่ผมก็มองไม่ออก 


"..."


"ไว้มีสติกว่านี้ค่อยมาคุยแล้วกันแบมบอกไว้แค่นั้น ก่อนจะเดินออกไปทันที ผมเห็นเขาไม่ได้เดินไปทางโต๊ะ แต่เหมือนจะเดินออกไปข้างนอกเลยเสียมากกว่า 


...บ้าชิบออกไปข้างนอกทั้งที่แต่งตัวแบบนั้นเนี่ยนะ?



เร็วกว่าความคิด ขาของผมก็ลุกขึ้นทันที ก่อนจะรีบก้าวออกไป แต่ก็มีใครสักคนมาดึงแขนผมไว้ ก่อนจะยื้อผมไม่ให้ไป 



"พี่มาร์คคะ นั่งก่อนสิ"


"..."


"จะไปสนใจผู้ชายคนนั้นทำไมกันเขาเป็นผู้ชายนะคะ สู้ผู้หญิงแบบซันไม่ได้หรอกความคิดของผู้หญิงคนนี้ช่างสกปรกนัก มันเลยทำให้ผมสะบัดแขนออกอย่างแรง ก่อนจะพูดอะไรบางอย่าง แล้วก้าวขาออกไปจากตรงนั้นทันที 



"...สู้ได้ หรือสู้ไม่ได้ก็เอาเป็นว่า" 



"...เขาสำคัญกว่าเธอ" 



ในขณะที่ผมเดินออกมาข้างนอกแล้ว ก็ยังไม่พบวี่แววของอีกคนเลยแม้แต่น้อย ผมเลยจะย้อนกลับไปดูอีกฝั่งนึง แต่ก็ได้ยินเสียงของคนที่ตามหาอยู่ ดังขึ้นมาจากด้านหลัง 



"ได้สติแล้ว?" 



ผมหันไปทันทีก็พบคนที่ผมตามหาอยู่ ยืนอยู่ห่างจากผมออกไปประมาณ 5 เมตร เมื่อผมมองจากตรงนี้มันทำให้ผมเพิ่งเห็นว่าเขาเปลี่ยนเสื้อ และถอดโชคเกอร์ออกจากคอแล้ว จากตอนแรกเป็นเสื้อเชิ๊ตสีขาวที่กระดุมเม็ดแรกติดอยู่เกือบกลางอก ได้เปลี่ยนมาเป็นเสื้อเชิ๊ตสีขาวล้วนปกติ ถึงจะปล่อยกระดุมเพียงแค่สองเม็ด ก็ยังไม่เท่ากับตัวก่อนที่ใส่ 



"แต่แรกก็มีสติ ไม่ได้ขาดสติ" 


"มีสติแต่กลับทำตัวแบบนั้น?"



ผมกระตุกยิ้มหลังจากได้ยินประโยคนั้น ก่อนจะค่อยๆเดินก้าวไปหาอีกคนช้าๆ พลางตอบคำถามคนตัวเล็กที่ถามก่อนหน้านี้ไปด้วย



"ที่ไม่ปัดออก ก็เพราะกูเห็นมึงเดินมาแล้ว"


"..."


"ยังไงมึงคงไม่อยู่นิ่งหรอก"


"..."


"แล้วมันก็จริงเสียด้วยผมเดินไปถึงข้างหน้าพอดี ก่อนจะใช้นิ้วชี้ดันคางอีกคนให้เงยหน้าขึ้นมาสบตา แต่อีกคนกลับสะบัดหน้าหนีออกทันที



"แล้วถ้าแบมไม่ได้เดินมา พี่ก็จะไม่ปัดออก?" 


"..."


"วันนี้ที่ทำตัวแบบนี้เพราะจะประชดใช่มั้ย?" 


"จะประชดทำไม หื้ม?" ก่อนจะเอื้อมมือไปกอดเอวอีกฝ่ายไว้หลวมๆ 


"พี่มาร์คอย่ามาทำแบบนี้นะ!" ร่างเล็กดิ้น ก่อนจะผลักอกผมให้ออกไป 


"..."


"ยังเคลียร์กันไม่จะ จบเลยผมใช้ปลายจมูกลากไล้ลงไปบริเวณใบหูไล่ลงมาถึงบริเวณซอกคอหอม แล้วกดปลายจมูกฝังลงมา 


"จะเคลียร์อะไรก็พูด จะได้เคลียร์ให้มันจบ" 


"ก็เรื่องผู้หญิง คะ คนนั้น เอาหน้าออกไป เดี๋ยวคนอื่นมา อึก เห็นมือเล็กปัดป่ายไม่ทั่ว เมื่อผมค่อยๆใช้ริมฝีปากร้อนไล้ลงมาตามกรอบหน้าเรียว แต่ผมก็ใช้มือจับข้อมือทั้งสองข้างไว้แน่น 


"ผู้หญิงกูไม่สนใจอยู่แล้ว" 


"อือๆ งั้นก็เคลียร์แล้ว ดังนั้นก็ปล่อยแบมสิ!" เสียงสั่นๆดังขึ้นแล้วดิ้นออกอย่างแรง แต่แรงก็คงจะน้อยกว่าผมอยู่ดี 


"..."


"ปล่อยก่อน เดี๋ยวมีคนมา หะ.." นํ้าเสียงขาดช่วงไป ก่อนที่สายตามองผ่านไหล่ผมไปทางด้านหลัง แล้วพึมพำเสียงเบาออกมา 



"...พี่เซฮุน" 





xxxxx





แปะ แปะ แปะ..



"ไม่คิดว่าจะเจอนะเนี่ยเสียงปรบมือดังขึ้น ก่อนจะมีเสียงพูดปนหัวเราะดังมากจากข้างหลังทำให้ผมต้องหันกลับไปมอง ก็เห็นเซฮุนมันยืนอยู่ ก่อนจะค่อยๆเดินก้าวเข้ามา 


"..."


"ไง แบมแบม ไม่เจอนานเลยนะมันพูดก่อนจะเอื้อมมือมาจะจับคนตัวเล็ก ผมเลยดันอีกคนไปข้างหลัง ก่อนจะปัดมือหนาออกอย่างไม่ใยดี



เพี๊ยะ!



"หวงจริงนะ"


"..."


"ฮะๆ พวกมึงเป็นอะไรกันหมดวะเชียสมหาลัยกูมันมึอะไรดีนักเจบีก็คนละ นี่ยังมามึงอีกหรอ?" 


"..."


"ส่วนแบม มีตัวอย่างให้เห็น ก็ยังจะกล้าทำอีก" 



"...หึ มึงก็ไม่ต่างกันหรอก"



"...คิดว่าตัวเองฉลาดคนเดียว?" 



เพียงแค่ผมพูดออกไปแบบนั้น ก็สามารถทำให้อีกคนหน้าเจื่อนได้ แต่ก็แค่ช่วงเวลาแปปเดียวก่อนจะกลับมาทำหน้าเหมือนไม่รู้เรื่องอะไร



"มึงจะรู้อะไรไอมาร์ค อย่ามาขู่กันให้เสียเวลา"


"..."


"มึงก็น่าจะรู้ดีว่ากูไม่ใช่คนดี"


"..."


"และอาทิตย์หน้ากูจะ 'ทวงเชียสกูคืน หวังว่ามึงจะพอใจกับหนึ่งอาทิตย์ที่กูให้ผมกระตุกยิ้มขึ้นมาทันทีหลังจากมันพูดถึงเรื่องจะดึงเชียสกลับไป 



"...อะไรที่มึงคิดว่ากูไม่รู้ กูอาจจะรู้ก็ได้"



"...และคนที่มึงคิดว่าไว้ใจได้ บางทีเขาอาจจะไว้ใจกูมากกว่ามึงก็ได้"



ผมตอบด้วยนํ้าเสียงสบายๆ ก่อนจะเดินชนไหล่มันไปด้วยความแรงระดับนึง โดยไม่ลืมจับข้อมือเล็กของคนข้างหลังให้เดินตามมาด้วย หึ.. ในเมื่อมันบอกอีกอาทิตย์นึงเจอกัน ผมก็โอเคแล้วแต่มัน อาจจะทำอะไรก็ให้มันทำไป แล้วผมจะทำให้มันคิดที่ผิดที่ทำแบบนี้ และในเมื่อมันเลือกที่จะเริ่ม ผมก็จะเป็นคนจบให้เอง 


...แต่จบแบบที่ผมจะไม่มีวันแพ้ 



ตอนนี้ผมจูงมือเล็กกลับเข้าข้างในอีกครั้ง แต่คราวนี้ผมดึงให้เขามานั่งกับผมแทน เพราะตอนนี้จากที่สังเกตแบมเงียบมากหลังจากเจอเซฮุน ผมเข้าใจความรู้ว่าเขารู้สึกยังไง และทุกคนในนี้ก็คงจะเข้าใจเช่นกัน หลังจากที่ผมเล่าให้คนในโต๊ะฟังเรื่องเมื่อครู่ ทุกคนก็ดูเงียบกันไปสักพัก แต่ก็เพียงสักพัก เพราะไม่อยากให้แบมคิดมากกว่านี้



"ไอรามยอน ไม่เอาหน่า ไม่เครียดดิ๊แจ็คสันพูดก่อนจะเอื้อมมือมาตบบ่าเล็กเบาๆ แต่อีกคนก็เพียงพยักหน้าตอบรับ 



"จะคิดมากทำไม?" ผมถามก่อนจะเอื้อมมือไปกุมมือเล็กทั้งสองข้างไว้ด้วยมือข้างเดียว ก่อนที่อีกมือจะหยิบโทรศัพท์ตอบแชท 'ใครบางคน' 


"แบมคิดมาก หรือพี่คิดน้อยเกินไปกันแน่?" ประโยคนี้ทำให้ทุกคนในโต๊ะเงียบกริบทันที ผมรู้ว่าเขาคิดมาก แต่ผมก็ไม่อยากให้เขาคิดมากเกินไป 


...เพราะยังไงมันก็ 'ไม่มีทางเกิดขึ้นเพียงแต่ตอนนี้ผมยังไม่สามารถบอกได้ว่าทำไม


ผ่านไปได้สักพัก โต๊ะของแบคฮยอนทั้งโต๊ะก็มารวมตัวที่โต๊ะผม เนื่องจากได้ยินว่าแบมจะโดยดึงตัวกลับไป ตอนนี้สีหน้าทุกคนก็นิ่งกันหมด ผมรู้ว่าทุกคนไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น แต่ในเมื่อมันจะเกิดขึ้นในอีกหนึ่งอาทิตย์ข้างหน้า



"ถ้าเกิดแบมโดนส่งคืน ฝั่งนั้นจะส่งใครมา?" เสียงคยองซูดังขึ้นหลังจากเงียบมานาน 


"..." 


"รุ่นพี่จินยองหรือเชียสปีนี้?" เชียสปีนี้ก็คือเชียสคนปัจจุบัน ปีหนึ่ง เพราะตอนนี้แบมปีสองเลยทำให้ตอนนี้เป็นเชียสรุ่นพี่ ตอนนี้มหาวิทยาลัยผมก็กำลังมองหาเชียสของปีนี้ไว้เหมือนกัน


"ถ้ามันส่งจินยองมาอีก กูไม่เอามันไว้แน่เจบีพูดขึ้น ก่อนจะลุกออกไปจากโต๊ะทันที ก่อนที่ผมจะเห็นมันเดินผ่านฝูงชนออกไปข้างนอก ดูจากท่าทางแล้วน่าจะกลับคอนโด



"กูว่าพวกเรากลับกันเถอะ วันนี้เริ่มไม่สนุกแล้วแจ็คสันพูดขึ้น และดูเหมือนคนอื่นจะเห็นด้วยแต่ก่อนที่ทุกคนจะลุกกัน ผมหลับฉวยข้อมือเล็กให้เดินออกมาก่อนที่พวกนั้นจะออกมา โดยไม่ลืมจะทิ้งการ์ดสีดำไว้บนโต๊ะ.. 



ปัง! 



ผมปิดประตูรถก่อนจะออกรถทันที อีกคนที่นั่งเงียบอยู่เบาะข้างๆถอนหายใจออกมาเป็นรอบที่ร้อย มือเล็กยกขึ้นกุมขมับ พลางนวดคลึงไปด้วย 



"หยุดถอนหายใจนอกจากอีกคนจะยังไม่ยอมหยุดถอนหายใจ แต่กลับหันมาถอนหายใจใส่ผมแทน จนกระทั่งผมขับรถถึงคอนโดก็ยังไม่หยุด แม้แต่ในลิฟท์เขาก็เพียงแค่ยืนพิงผนังลิฟท์ไม่พูดไม่จาอะไรทั้งนั้น ออกจากลิฟท์ก็เพียงเดินตามหลังผมเข้าห้อง แต่หลังจากที่ประตูปิดลงเสียงเล็กก็ดังขึ้นมาอย่างแผ่วเบาทางด้านหลัง



"...เราสองคนอยู่ในสถานะอะไรหรอ?" 





xxxxx





ทุกคนอาจจะคิดว่าการที่ผมเงียบมาตลอด นั้นคือผมเครียดจากการที่จะต้องโดนส่งตัวกลับไปแต่นั้นก็เป็นแค่ส่วนนึง สาเหตุหลักคือการที่ผมเริ่มไม่มั่นใจในตัวพี่มาร์ค พี่เขาบางทีก็ทำเหมือนเป็นห่วง บางทีก็ไม่ เช่นวันนี้พี่เขากลับไม่ตกใจสักนิด เรื่องที่ผมจะต้องโดนดึงกลับไป 


และตลอดเวลาที่ผ่านมา ต่างคนก็ต่างไม่เคยพูดเรื่องสถานะ ในตอนนี้ และเมื่อถึงวันนี้ มันกลับทำให้ผมเริ่มไม่มั่นใจในความรู้ของตัวเองแล้วเหมือนกัน ผมยอมรับว่าตลอดที่ผ่านมาอยู่กับพี่เขาแล้วผมมีความสุขมาก และความรู้สึกที่ผมมีให้ มันเกินคำว่า 'ชอบไปนานแล้ว 


...แต่ผมก็ไม่รู้ว่าพี่มาร์คจะคิดเหมือนผมหรือเปล่า? 



"...เราสองคนอยู่ในสถานะอะไรหรอ?" 



...และการที่ผมจะถามคำถามนี้ออกไป ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย



ตอนนี้ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ ไม่มีเสียงตอบรับกลับมาจากอีกฝ่าย ผมก็ได้แต่เงียบรอคำตอบ แต่รอแล้วรอเล่าจนผมเริ่มจะเข้าใจด้วยตัวเอง



"เข้าใจแล้ว" 


"..."


"อาทิตย์หน้าเจอกัน" 


"จะไปไหน?" 


"กลับห้องตัวเอง" 



"...ห้องมึงก็นี่ไง" 



"ไม่ ห้องแบมจริงๆ" 


"..."


"ห้องที่แบมอยู่คนเดียว ไม่มีคนอื่น" 



...พอแล้วหล่ะ 



แต่ในจังหวะที่ผมหมุนตัวหันหลังกลับ เพื่อที่จะออกจากห้องนี้ แต่พี่มาร์คกลับเดินมาชิด จนหลังผมแนบกับพี่เขา ก่อนที่เขาจะใช้มืออีกข้างนึงยันกับประตู ส่วนอีกข้างก็เอื้อมมากอดเอวผมไว้ด้วยมือข้างเดียว



"ตัวก็แค่นี้ ทำไมคิดเยอะแยะไปหมด?" 


"..."


"โตแล้ว คิดเองบ้าง อย่าให้กูต้องคอยบอก" 


"ปล่อย"


"อย่าทำตัวเป็นเด็ก มีอะไรก็พูด อย่าหนีปัญหา" 


"แบมโตแล้วพี่มาร์คอย่ามาพูดว่าแบมเป็นเด็กไดัไหม" 


"..."


"ถ้าในเมื่อพี่มองแบมเป็นเด็ก แบมก็จะทำให้พี่ดูว่าเด็กที่พี่ว่าเขาจะทำยังไง เมื่อมาอยู่ในสถานการณ์แบบนี้" 



เพล้ง!! 



ผมคว้าแจกันดอกไม้แถวนั้น ก่อนจะทุ่มลงบนพื้นอย่างแรก จนเศษแก้วกระเด็นแตกออกเป็นเสี่ยง แต่ในขณะที่ผมเตรียมจะก้าวออกจากห้อง มันทำให้ผมไม่ทันเห็นเศษแก้วเล็กที่แตกกระจายจากการกระทำของผมเมื่อกี้ จนทำให้ผมเผลอเหยียบลงไปทันที



"โอ๊ย!" 



"...ยังไงมึงก็เด็กในสายตากูอยู่ดี"



"...แล้วแบบนี้จะให้กูปล่อยมึงไปได้ไง"





กรี้ดดดดดด ฟหกด่าสวฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ!!!!! พระเอกเราโครตหล่อ วันนี้หล่อมาก จากเดิมก็หล่ออยู่แล้ว วันนี้คือโครตของโครตของโครตหล่อ ฮือออออ อยากก็อปปี้พระเอกมาเป็นของตัวเองสักคน TwT 




Twitter: @Cherry_SPNR 

Tag: #dangermb
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 333 ครั้ง

34,889 ความคิดเห็น

  1. #34833 Beaujungf (@jaejoong2528) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 / 03:48
    พี่มาร์คคคคพูดบ้างก็ได้นะพี่ ถึงการกระทำจะชัดเจน แต่บางทีน้องมันก็อยากได้ยินบ้างนะะะะะ
    ว่าแต่หมัดเด็ดของพี่มาร์คจะใช่เรื่องลู่หานหรือเปล่านะ
    #34833
    0
  2. #34769 MB-krD (@Eve-krD) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 17:28

    บบาฃทีที่ไม่บอกสถานะอาจะงเพราะกันเซฮุนมาเอาไปก็ได้....ฮืออออ น้องงงงพี่มาร์คก็นะ รุงรังไปหมดด แงง

    #34769
    0
  3. #34686 Bunny JK (@thiphathai) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:03
    เมื่อไหร่จะพูดดีๆกับน้อง...
    #34686
    0
  4. #34644 TattA (@sun036) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 11:10
    อือหืออออออออรักก็บอกว่ารัก
    #34644
    0
  5. #34585 AnutsaraPanthong (@AnutsaraPanthong) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 15:58
    ชัดเจนไปเลยค้าาา
    #34585
    0
  6. #34555 tektiannie (@tektiannie) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 14:54
    ก็รีบบอกไปเถอะ จะได้ชัดเจนกัน
    #34555
    0
  7. #34536 คนสวย (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2560 / 23:40
    บอกน้องมีปัญหาอะไรก็พูดพอน้องพูดพี่ก็ไม่บอกน้องบอกให้คิดเองเอ้า!แม่งไรว่ะ!!เห้ยต่อยไหม5555555555
    #34536
    0
  8. #34475 ✖ bAzzA✖ (@bazza) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 13 กันยายน 2560 / 19:35
    มาร์คก็บอกแบมสิ
    #34475
    0
  9. #34422 ayumikimlee (@ayumikimlee) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 15:38
    พูดสิพูดด
    #34422
    0
  10. #34328 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2560 / 08:40
    พูดบ้างก็ได้นะมาร์ค ทำไมต้องปล่อยให้น้องคิดเองตลอดเลย
    #34328
    0
  11. #34283 TAENIE (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2560 / 07:13
    พูดมาาาาาา พี่มาร์ค
    #34283
    0
  12. #34269 tongr (@tongr) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2560 / 22:01
    พูดออกมาสิพี่มาร์ค พูดออกมา
    #34269
    0
  13. #34262 see B (@Aimmy_secret) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2560 / 09:29
    ทำไมสถานะไม่ชัดเจนน
    #34262
    0
  14. #34243 ojay2 (@Ojay) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 18:53
    สถานะไม่ชัดเจนนนน น้องเลยไม่มั่นใจ มาร์คพูดให้น้องมั่นใจหน่อย
    #34243
    0
  15. #34069 ออมม่า (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 07:10
    ฉากยันประตูแล้วโอบเอวนี่ ชอบมากอะ
    #34069
    0
  16. #33466 @fujinoii (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2560 / 12:50
    ยังไงกันเนี่ยคู่นี้ น้องถามถึงสถานะพี่ก็ตอบไปตามจริงก็จบ เล่นตัวอยู่นั่นแหล่ะ บางทีคำพูดมันก็สำคัญกว่าการกระทำเหมือนกันนะ
    #33466
    0
  17. #33236 nameaum2 (@nameaum2) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2560 / 13:29
    งื้ออออ อ่านเพลินอ่านไปอ่านมา อ้าว หมดละ??? ไรต์รีบมาต่อเน้อออ^^
    #33236
    0
  18. #33065 Arisara Punphon (@lovevoxx011) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 20:39
    บางทีพี่มาร์คก็พูดออกมาให้น้องฟังบ้างก็ได้ อย่าให้น้องต้องคิดเองเลย สงสารงะ :'(
    #33065
    0
  19. #33062 lovebam2x (@lovebam2x) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 18:59
    การกระทำอย่างเดียวบางทีกูดูยากนะมาร์คพูดออกมาบ้างก็ได้เด๋วแบมเข้าใจผิดหรอก
    #33062
    0
  20. #33060 olpn (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 17:42
    บางทีคำพูดมันก็สำคัญนะเฮีย--
    #33060
    0
  21. #33059 ์Namervay (@nevercrymind) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 16:33
    น้อยใจนะ พี่มาร์คคคค น้องน้อนมจนะโว้ยยย
    #33059
    0
  22. #33058 Fei's (@pope18) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 10:38
    น้องน้อยใจแล้วเห็นไหมมม!!
    #33058
    0
  23. #33057 nsjcbw. (@ginne) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 22:49
    ฮื่ออ พิมาร์คคคคคคคคค
    #33057
    0
  24. #33056 boatjackjinku (@ghjnyjkj) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 18:32
    รอค่ะๆๆๆๆ ><~
    #33056
    0
  25. #33055 ดัมดัม. (@Nutthapor_n) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 17:58
    ต่อทีค่าาาาา
    #33055
    0