ปิดโอน [GOT7] You're my danger #dangermb

ตอนที่ 21 : DANGER NINETEEN [170%] ✔

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24,853
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 352 ครั้ง
    6 ม.ค. 60








"ไม่มีตาหรอ?  ถ้าพี่เซ ฮะ อื้อ!!" 



...ในเมื่อผม 'ชนะมันก็คงไม่ผิดที่จะทวง Dare



ผมฉวยโอกาสตอนที่คนตัวเล็กโน้มตัวมาปิดประตู ในขณะที่เขากำลังหันหน้ามาต่อว่า ผมก็จัดการใช้ล็อคที่ใบหน้าเล็กนั้นแล้วประกบปากลงไปทันที แต่ก็ใช่ว่าอีกคนจะยอมง่ายๆเสียทีไหน ทั้งใช้มือทุบตี ข่วนเข้าที่ใบหน้าผมจนแอบรู้สึกแสบเล็กน้อย 


ผมตัดสินใจลองสอดลิ้นเข้าไปในโพรงปากนุ่มอย่างชำนาญ เมื่อลิ้นเราสองคนสัมผัสกัน มันเหมือนมีประกายอะไรสักอย่างถูกจุดขึ้นมา มันเป็นสัมผัสที่แปลกใหม่ ที่ผมเองก็ไม่เคยรู้สึกมาก่อน หลังจากที่ลิ้นเราแตะกันดูเหมือนอีกคนร่างจะกระตุกเหมือนโดนไฟช๊อต หยุดดิ้นไปชั่วขณะ ผมเลยใช้โอกาสกวาดต้อนความหวานจากโพรงปากเล็ก ผมใช้ริมฝีปากดูดดึงริมฝีอูมหนาอยู่หลายต่อหลายครั้งจนมันเจ๋อบวมอย่างเห็นได้ชัด 


ร่างเล็กตอนนี้เหมือนโดนดูดสติ มีเพียงมือเล็กสองข้างที่ทำหน้าที่ผลักให้ผมออกไป แต่แรงน้อยนิดนั้นก็ไม่ทำให้ผมขยับออกเลยแม้แต่น้อย ผ่านไปเนิ่นนานกว่าผมจะยอมถอนริมฝีปากออก คราบนํ้าสีใสไหลเยิ้มออกมาที่มุมปาก ผมใช้ริมฝีปากตัวเองเลียเข้าไปอย่างไม่นึกรังเกียจ ก่อนที่จะเขยิบหน้าเข้าไปใกล้อีกคนก่อนที่จะกดริมฝีปากเบาๆไปที่มุมปากเล็กนั้นเพื่อที่จะจัดการกับคราบนํ้าสีใสที่เลอะอยู่ที่มุมปาก.. 



"ทำแบบนี้ทำไม?" เสียงสั่นๆถูกเปล่งออกมาอย่างยากเย็น ผมเงยหน้าสบตาก็สบตาเข้ากับสายตาคู่สวย ที่ตอนนี้เริ่มมีนํ้าตาคลอเล็กน้อย


"กูชนะ"


"นายแค่อยากเอาชนะเราแค่นั้นใช่ไหม?"


"ใช่ในเมื่อถามจริงๆ ผมก็ยินดีที่จะตอบจริงๆ


"เราน่าจะปล่อยให้นายลงไป ฮึก ยังดีเสียกว่าที่นายมาทำแบบนี้" 



เสียงสะอื้นหลุดออกมาเบาๆ แต่ก็หลุดออกมาเพียงแค่ครั้งเดียว เพราะคนตรงหน้ากำมือแน่นเหมือนกำลังสะกดอารมณ์ตัวเองเอาไว้ ทั้งสะกดอารมณ์ และสะกดนํ้าตา..



"เอาโทรศัพท์มา"


"..."


"เอามาเหมือนอีกคนจะไม่ยอมส่งมาให้สักที ผมเลยจำเป็นต้องกดเสียงให้ตํ่าลงเป็นเชิงบังคับ 


"ไม่ให้"



ผมเลยตัดสินใจเอื้อมมือล้วงลงไปในกระเป๋าสะพายของอีกคน ก่อนจะคว้านหาวัตถุสี่เหลี่ยมข้างใน จนในที่สุดปลายนิ้วผมก็สัมผัสเข้ากับวัตถุที่ว่า



"เอามานี่นายทำของเราพังไปเครื่องนึงแล้ว จะทำให้พังอีกเครื่องหรือยังไง?"


"รหัส?" แต่ผมก็ไม่ได้สนใจเสียงเล็กนั้นแม้แต่นิดเดียว ตอนนี้ผมแค่ต้องการรหัสปลดล็อคเครื่อง แต่ดูรูปการแล้วน่าจะไม่ยอมบอกง่ายๆ ผมนึกเลขอยู่สักพักก่อนจะกดรหัส 4 ตัวลงไปแล้วรหัสที่ผมกดลงไปมันดันถูกขึ้นมาเสียด้วยสิ


...รหัส 1234 ง่ายพอๆกับพอเดารหัสห้อง



ผมกดอะไรบางอย่างลงไปในโทรศัพท์อีกคน ก่อนที่โทรศัพท์ผมจะมีเสียงร้องขึ้นมา ผมกดตัดสายพลางโยนโทรศัพท์ของอีกคนไปบนหน้าตักของคนอีกเบาะนึงอย่างแม่นยำ 



"เบอร์กู" 


"ไม่ได้อยากได้"


"มึงไม่อยากได้ผมกระตุกยิ้มมุมปากเล็กๆ ก่อนที่จะหยิบโทรศัพท์ของตัวเองชูมาแกว่งไปแกว่งมา เป็นเชิงหยอกล้อ



"...แต่กูอยากได้"



ก๊อก ก๊อก ก๊อก!! 



"โทษนะครับ มีอะไรกันหรือเปล่า?" 



"พอดีเห็นจอดนานแล้ว หรือรถนํ้ามันหมด?" 



จังหวะนั้นกลับมีเสียงเคาะหน้าต่างฝั่งผมขี้นสามครั้ง ผมมองผ่านกระจกออกไปก็พบกับนักศึกษาสักคนของมหาวิทยาลัยเป็นคนเคาะ ผมไม่ได้เปิดกระจกออกไปตอบ แต่กลับขับรถพุ่งออกไปด้วยความเร็วทันที..





xxxxx 





"อะไรของพวกมันวะจะรีบอะไรขนาดนั้น" 



หนึ่งในกลุ่มผมเดินบ่นกลับมาหลังจากเมื่อกี้มันไปเคาะกระจกรถยนต์คันนึง พวกผมเห็นมันจอดอยู่นานแล้วไม่ยอมขับออกไปสักที ผมก็เลยให้มันไปดู แต่รถคันนั้นกลับขับออกไปอย่างเร็วต่อหน้าต่อตา แบบนี้มันน่าสงสัยนะว่าไหม..?



"มันกล้ามากเลยนะ.. ไอมาร์คน่ะผมพูดขึ้นมาก่อนที่จะหัวเราะออกมาเบาๆให้กับความกล้าของมัน 


"ไอมาร์คไหนวะ?"


"รถคันนั้นไง รถมัน"


"ไอฮุนมึงก็ตาดีไป ฟิล์มทึบขนาดนั้นมึงยังจะมองออกอีกหรอไง?"


"มึงก็แค่ต้องมองดีๆ แล้วในรถไม่ได้มีแค่ไอมาร์คนะ กูยังเห็นอีกคนนึงด้วยก่อนที่รถจะขับออกไป ตาผมยังเหลือบมองไปเห็นใครอีกคนที่นั่งอยู่เบาะข้างคนขับ มันเป็นคนที่ค่อนข้างเหนือความคาดหมายของผมไปหน่อย ง่ายๆคือผมไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้ 


...เด็กนั่นมีของดีจริงๆ



หลังจากนั้นผมก็แยกกลับคอนโดตัวเองที่ห่างจากมหาวิทยาลัยไม่ไกลนัก คอนโดผมตั้งอยู่ในที่ๆค่อนข้างเปลี่ยว ไม่ค่อยมีคนรู้จักที่นี่กันนัก ส่วนใหญ่พวกคนมีอิทธิพลจะรู้จักซะมากกว่าแต่ผมชอบที่นี้นะ มันดู 'ส่วนตัวดี



แกร๊ก..



จังหวะที่ผมเปิดประตูห้องเข้าไป สายตาผมก็ประทะเข้ากับคนบางคน ที่ผมค่อนข้าง 'คุ้นเคยเป็นอย่างดี ถึงแม้จะเพิ่งรู้จักได้ไม่นานก็ตามแต่..



"กะ กลับมาแล้วหรอ?" ร่างเล็กถามด้วยนํ้าเสียงสั่นๆ ก่อนจะค่อยๆเขยิบก้าวเท้าถอยหลังช้าๆ


"อืมผมครางตอบในลำคอ ก่อนจะปลดกระดุมเม็ดบนสุดเพื่อคลายร้อน



"แล้วนี่จะไปไหน?" แต่สายตาผมก็บังเอิญไปเห็นกระเป๋าเดินทางใบเล็กที่อยู่ข้างกายอีกคนเสียก่อน 


"ปะ เปล่านิ แค่จะเก็บของน่ะ"


"โกหก"


"มะ ไม่"


"จะหนีหรองั้นคืนนี้มึงก็ 'ลุกหนีให้ได้แล้วกัน" 


"ไม่เอานะ!! อย่า ทะ...อื้อ!!" 





xxxxx





"ไอแบม กูไปติวห้องมึงได้ปะ?" 


"เออๆ กูไปด้วยดิ ใกล้จะสอบแล้ว กูยังไม่มีความรู้อยู่ในหัวเลย" 



"อือ เอาดิเพื่อนตัวเล็กของผมพยักหน้ารับ ก่อนที่จะก้มลงทำแบบฝึกต่อ เนื่องจากช่วงนี้เข้าสู่ช่วงปลายธันวา มันเป็นช่วงไฟนอลของนักศึกษา เลยทำให้เริ่มมีบางคนหยิบหนังสือขึ้นมาบ้างแล้ว แต่ยกเว้นผมกับยองแจไว้สองคนแล้วกัน 



"แต่ว่าก่อนไปคอนโดไอแบม เราแวะไปหลังมอหาของกินกันก่อนเหอะ คราวก่อนเพราะมึงอ่ะแบม หายหัวไปไหนไม่รู้ยองแจพูดขึ้นพลางทำปากขมุบขมิบเหมือนกำลังด่าเล็กๆ 


ย้อนกลับเมื่อหลายวันก่อน วันที่ตั้งใจว่าจะไปกินซูชิด้วยกัน แต่พอถึงหลังมอก็เหมือนกับคนสติแตก ต่างคนต่างความชอบเลยทำให้แต่ละคนสนใจแต่ของที่ตัวเองอยากจะกิน หรืออยากจะทำ แต่สุดท้ายแล้วผมก็เจอกับยองแจหน้าร้านเกมส์ ส่วนไอแบมนะหรอ? 


...มันหายไปนะสิโทรไปก็ไม่รับ



ปึง!! 



"เพราะกูอะไร?! เพราะพวกมึงนั้นแหละ!" 



โหยง..



"ไอเชี่ย ตะโกนทำไมเนี่ย?!" 



ผมกับไอยองแจ และคนในระแวกนั้นต่างสะดุ้งกันเป็นแถว จากเสียงตะโกนของไอแบมเมื่อกี้หลังจากพูดถึงเรื่องวันนั้นมันก็ดูโมโหมากๆ ผมถามมันหลายรอบแล้วว่าวันนั้นหายไปไหนมาแต่ก็ไม่เคยได้คำตอบเสียที



"ไอยองแจ บ้านไม่มีเน็ตเล่นไงถึงต้องไปเล่นร้านเกมส์อ่ะ"


"..."


"ส่วนมึงไอยูคยอม แถวบ้านไม่มีร้านไอศกรีมใช่ไหมถึงต้องถอมากินถึงหลังมอเนี่ย!" 


"..."



ไม่มีเสียงใดๆเล็ดออกไปทั้งนั้น เพราะที่ไอแบมพูดมามันก็ถูก แต่จริงๆผมก็เคยไปบ้านไอยองแจอยู่ บ้านมันก็มีเน็ตนะเร็วด้วย ส่วนแถวบ้านผมก็มีร้านไอศกรีม แล้วทำไมพวกผมไม่กลับไปเล่นเน็ต หรือกินไอศกรีมแถวบ้านวะ? 



"งั้นแน่จริงมึงก็บอกมาดิ ว่าวันนั้นมึงหายไปไหน?"


"..."


"เห็นปะ มึงก็บอกพวกกูไม่ได้อ่ะ" 


"เออ!" 



ดูเหมือนไอแบมจะหงุดหงิดพอควรเลย ปกติมันไม่ค่อยขึ้นเสียงใส่ใครหรอก แล้วนี่หลังจากตะคอกใส่ยองแจไปมันก็ลุกขึ้นรวบชีทของมันบนโต๊ะยัดลงกระเป๋าแบบลวกๆ แล้วเดินกระแทกออกไปเลยทันที



"มันเป็นอะไรของมันวะ?" ยองแจหันมาถามผมงงๆ ซึ่งผมก็ยักไหล่เป็นเชิงไม่รู้ ก่อนที่ผมจะลุกขึ้นแล้วก้าวฉับตามไอแบมไป ผมเห็นมันเดินออกไปยังนอกมหาวิทยาลัยแล้ว แต่ในจังหวะที่ผมกำลังจะตะโกนเรียกกลับมีรถคันหรูบีบแตรยาวมาตลอดทาง ก่อนที่จะหยุดอยู่ตรงหน้า


...ไอแบม?



ผมวิ่งเข้าไปหลบแถวพุ่มไม้ตรงนั้น ก่อนที่แหวกพุ่มไม้ดู เท่าที่เห็นคือไอแบมไม่ยอมเข้าไปคนในรถเปิดกระจกหน้าต่างอีกฝั่งเล็กน้อย แต่ดูเหมือนยิ่งทำแบบนั้นไอแบมก็ยิ่งไม่ยอม มันเดินหนีอย่างเร็ว แต่คนในรถกลับเปิดประตูฝั่งคนขับออกมา ก่อนที่จะก้าวขายาวๆไม่กี่ก้าวก็สามารถจับเพื่อนตัวเล็กของผมได้ ก่อนที่จะออกแรงลาก แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ง่ายเหมือนกันเพราะไอแบมก็ขืนตัวเองไม่ยอมไปง่ายๆ



"ปล่อย!" 


"..."


"นายจะมายุ่งกับเราทำไมอีก?" 



รู้จักกันอย่างนั้นหรอผมเห็นท่าเริ่มไม่ดี ก็เลยก้าวออกไปจากพุ่มไม้ แต่ในขณะที่ก้าวได้ไม่กี่ก้าวดูเหมือนผู้ชายอีกคนจะหมดความอดทนเลยทำให้ก้มลงก่อนที่จะช้อนร่างไอแบมขึ้นมาในอ้อมแขน แล้วเดินดุ่มๆกลับมาที่รถแล้วโยนคนในอ้อมแขนเข้าไปเบาะฝั่งคนขับ ก่อนที่ตัวเองจะก้าวกลับไปฝั่งคนขับแล้วออกรถไปอย่างเร็ว 


เนื่องจากช่วงนั้นหน้ามหาวิทยาลัยคนยังไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ เลยทำให้ยังไม่ตกเป็นเป้าสายตา แต่ก็มีคนผู้หญิงแถวนั้นแอบกรี้ดเบาๆ ก็จะไม่ให้กรี๊ดได้ยังไงเล่าผู้ชายอีกคนถึงจะใส่แว่นกันแดด แต่แค่มองจากตรงนี้ก็รู้ว่าหน้าตาดีแค่ไหน แล้วไหนจะอุ้มไอแบมอีก ไม่กรี๊ดนี่ก็คงแปลกแล้ว 


แต่ผมก็ยังคงสงสัยภาพที่เห็นเมื่อกี้อยู่ ก็เลยหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วกดโทรออกหาไอแบมทันที รอสักพักก็มีคนกดรับสาย..



(...)


"ไอแบม นี่มึงโอเคปะเนี่ย?"


(โอเคๆปลายเสียงตอบรับด้วยเสียงที่ไม่ค่อยเต็มเสียงนัก 


"กูวิ่งตามมึงออกมา แต่เห็นมึงขึ้นรถไปกับใครไม่รู้"


(...)


"...แต่ดูเหมือนมึงไม่ค่อยเต็มใจ"


(อ่า..หรอ?) 


"โอเคจริงปะเนี่ยถ้าไม่โอเคมึงแชร์โลเคชั่นตอนนี้เข้าไลน์กูก็ได้ เดี๋ยวกูไปรับนํ้าเสียงมันดูเหมือนโดนบังคับ เหมือนมันพูดตามที่ใจอยากพูดไม่ได้



(...เพื่อนบอกโอเค ก็คือโอเค)



(...อย่าถามมาก มันน่ารำคาญ) 



ตี้ด..





xxxxx





ตี้ดดด ตี้ดดด..


[Yugyeom]



หมับ!



"รับแล้วทำตามที่กูบอก" 


"นายเป็นใครมาสั่งเรา?" ผมย้อนถามพลางเอื้อมมือกระชากโทรศัพท์กลับมา ตอนนี้ผมอยู่ในอารมณ์ที่หงุดหงิด โมโห โกรธ มันผสมปนเปกันไปหมด 


"ไม่อยากได้คืนแล้วไอนี่น่ะเขาว่าพลางหยิบกุญแจดอกนึงขึ้นมาชูให้ดู ในจังหวะที่ผมเอื้อมมือจะไปหยิบกุญแจ เขากลับเอี้ยวตัวหนีแล้วยัดกุญแจลงกระเป๋ากางเกง


"เราเปลี่ยนกุญแจห้องใหม่ก็ได้ นายจะเอาไปก็เอาไปเถอะ"


"แต่มึงก็รู้ ...ว่าคอนโดเราเปลี่ยนแผงกุญแจใช้เวลาตั้งหนึ่งเดือน"


"..."


"งั้นแสดงว่าภายในหนึ่งเดือนนี้กูจะทำอะไรกับกุญแจดอกนี้ก็ได้งั้นสิ..?" 



ตี้ดดด.. ตี้ดดด..



"รับสิจนในที่สุดผมก็สไลด์นิ้วรับสายยูคยอมอย่างจำนน 



(ไอแบม นี่มึงโอเคปะเนี่ย?)


"โอเคๆผมพยายามปรับเสียงให้ดูปกติที่สุด ที่จริงแล้วผมอยากจะตอบว่า 'ไม่โอเคแต่ก็พูดออกไปแบบนั้นไม่ได้..


(กูวิ่งตามมึงออกมา แต่เห็นมึงขึ้นรถไปกับใครไม่รู้)



ยูคยอมเห็นงั้นก็แสดงว่าต้องเห็นทั้งหมดนะสิ.. 



ขวับ..



"ทำอะไรน่ะ?" ผมกระซิบเสียงลอดไรฟัน เมื่อเขากระชากโทรศัพท์ผมไปอีกรอบเพื่อเปิดลำโพง ก่อนจะโยนส่งคืนให้ผม



(...แต่ดูเหมือนมึงไม่ค่อยเต็มใจ)


"อ่า..หรอ?"


(โอเคจริงปะเนี่ยถ้าไม่โอเคมึงแชร์โลเคชั่นตอนนี้เข้าไลน์กูก็ได้ เดี๋ยวกูไปรับ) 



แต่ในจังหวะที่ผมกำลังจะกรอกเสียงตอบลงไป กลับมีแรงกระชากโทรศัพท์ผมไปอีกครั้งคราวนี้เข้ากดปิดลำโพงแล้วกรอกเสียงลงไปนิ่งๆ แล้วตัดสายทิ้งอย่างไม่ใยดี..



"...เพื่อนบอกโอเค ก็คือโอเค"



"...อย่าถามมาก มันน่ารำคาญ"



ตี้ด..



"ไร้มารยาท!" ผมตะคอกว่ากลับไปอย่างเหลืออด การกระทำเหมือนกี้เป็นสิ่งที่เสียมารยาทที่สุด แต่ไอคนโดนว่ากลับนิ่งเฉย ไม่สะทกสะท้านอะไรแม้แต่น้อย


"..."


"นายปีสามแล้วไม่ใช่ไงทำไมยังต้องให้เด็กปีหนึ่งอย่างเราว่าด้วย?"


"..."


"ปีสามแต่ถ้ายังทำตัวเหมือนเด็กอมมือแบบนี้ ก็อย่าบอกตัวเองว่าเป็น 'รุ่นพี่เลย"


"..."


"...มันน่าสมเพช"



เอี๊ยดดดดดด!!



อยู่ดีๆเขาก็เหยียบเบรคกระทันหัน ถึงแม้ผมจะคาดเข็มขัดนิรภัยอยู่แต่การที่เบรคแบบนี้มันก็ทำให้ตัวผมโน้มไปตามแรงได้อยู่ดี



โป๊ก!



"โอ๊ย!"



จังหวะที่ผมยกมือขึ้นลูบหัวตัวเองที่กระแทกเมื่อกี้ ประตูฝั่งผมก็ถูกเปิดออก ตามด้วยแรงกระชากที่ตามมาดึงตัวผมให้ออกไปข้างนอกตัวรถ



"...กูทำได้มากกว่าที่มึงคิดอีก แบมแบม" 



เขาพูดแค่นั้นก่อนที่จะเดินกลับเข้าไปยังเบาะคนขับ ก่อนที่จะออกรถอย่างรวดเร็ว สักพักผมก็นึกขึ้นได้ว่าพวกโทรศัพท์ หรือกระเป๋าสตางค์ต่างก็อยู่บนรถไอบ้านั่น แล้วที่นี้ผมจะกลับยังไงละเนี่ย?


ก็จริงอยู่ว่าจากมหาวิทยาลัยกลับคอนโดมันไม่ได้ไกลขนาดนั้น ไม่เกินครึ่งชั่วโมงก็ถึง แต่ทางกลับคือเป็นถนนตรง สองข้างทางเป็นต้นไม้สูง แล้วยิ่งเข้าสู่หน้าหนาวแล้วจึงทำให้ท้องฟ้าค่อนข้างมืดเร็ว และที่สำคัญเส้นทางที่เขาขับพามามันเป็นเส้นทางลัด รถเลยจะน้อยกว่าถนนหลัก จะเรียกว่าน้อยก็ไม่เชิง เพราะถนนเส้นนี้ทั้งเปลี่ยวและมืดมาก เลยทำให้ไม่ค่อยมีใครนิยมขับมาเส้นทางนี้กันเสียเท่าไหร่..



"พูดแค่นี้เอง ต้องทำกันขนาดนี้เลยหรือยังไง?" สุดท้ายผมก็ต้องเดินไปตามทางอย่างจำนนเดินไปก็บ่นไปตลอดทาง และตอนนี้ดูเหมือนว่าถนนเส้นนี้จะมีแค่ผมเพียงคนเดียว 


ตลอดทางผมก็คิดเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ผมคิดว่าบางทีผมอาจจะพูดแรงไป เพราะยังไงเขาก็เป็นรุ่นพี่ แต่ความจริงเขาก็ทำตัวไม่มีมารยาทเกินไป จนถึงตอนนี้ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมช่วงนี้เขาชอบมายุ่งกับผม ชอบขับรถมารับผม แต่ความจริงแล้วผมไม่ได้อยากให้เขามายุ่งกับผมเลย เราต่างคนก็ต่างรู้ว่ามหาวิทยาลัยเรามันไม่ถูกกัน ยิ่งเขามาแถวมหาวิทยาลัยผมบ่อยมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งเสี่ยงไม่ใช่หรอใจลึกๆแล้วก็ผมไม่อยากให้พวกเขาทะเลาะ หรือต่อยตีกันแล้ว..


...ก็แค่นั้นเอง



เดินไปได้ครึ่งทางฟ้าก็ยิ่งมืดลง มืดลงเรื่อยๆจนตะวันลับขอบฟ้าไป มีเพียงแสงไฟสลัวๆจากหลอดไฟสองข้างทางเท่านั้นที่เป็นแสงช่วยนำทางให้ผมหลุดพ้นจากเส้นทางนี้สักที ผมกระชับเสื้อหนาวตัวบางให้แน่นขึ้น ตอนนี้มือผมชาสนิทแล้วเนื่องจากความหนาวที่เข้าเกาะกุมไปทั่วร่างกาย ยิ่งผมเห็นตัวเองในสภาพแบบนี้ก็ยิ่งเจ็บใจ 



"คนใจร้าย.." 



"ใจดำที่สุด.." 



ปรี้นนนนน!!



ผ่าง..



เสียงบีบแตรดังขึ้นยาวจนผมต้องยกมือปิดหูตัวเอง แสงไฟที่ถูกสาดเข้ามาทำให้ผมต้องหลับตาลงอย่างไม่มีทางเลือก เสียงเท้าก้าวเดินเข้ามาใกล้ผมช้าๆ จนกระทั่งหยุดลงตรงหน้าผม ผมได้ยินเสียงซิปเสื้อกันหนาวที่ถูกรูดลง ก่อนที่จะมีเสื้อกันหนาวตัวหนามาคลุมตัวผมไว้ 


ผมลืมตาขี้นเล็กน้อย เนื่องจากแสงไฟยังคงสาดเข้ามาทางนี้ ภาพแรกที่ผมเห็นตอนลืมตามันคือภาพของคนใจร้ายคนนั้น คนที่เขาทิ้งผมไว้กลางถนน และที่ไม่เข้าใจคือทำไมเขายังกลับมาอีก



"...น่ารำคาญ" 



เสียงเนื่อยๆหลุดออกมาจากปากสีแดงสดคู่นั้น ก่อนที่จะจับตรงที่ข้อมือผมแล้วออกแรงลากเดินกลับไปขึ้นรถ ถ้าปกติผมคงจะไม่ยอมขึ้นแล้วคงเดินกลับเอง แต่ตอนนี้อากาศทั้งหนาวและเปลี่ยว มันเลยทำให้ผมเลือกที่จะขึ้นรถไปอย่างเลือกไม่ได้..


สภาพตอนนี้ทั้งรถตกอยู่ในความเงียบ ไม่มีใครพูดอะไรออกมา มันเลยทำให้ผมนึกขึ้นได้ว่าผมควรจะพูดอะไรออกไปบ้าง ถ้าไม่พูดก็คงจะไม่สบายใจเป็นแน่



"ขอโทษ" 


"เรื่อง?" 


"เราว่าเราพูดแรงไป ถึงยังไงเราก็เด็กกว่า ไม่ควรที่จะพูดแบบนั้นออกไปหลังจากที่ผมขอโทษออกไป คนข้างๆก็ไม่พูดอะไรตอบกลับมาอีก แต่ไม่เป็นไร เพราะถึงยังไงผมก็ได้พูดในสิ่งที่อยากจะพูดออกไปแล้ว 


...แต่อีกใจมันก็แอบกลัวว่าเขาจะโกรธ ทั้งที่เมื่อก่อนไม่ได้สนใจเลยว่าอีกคนจะรู้สึกยังไง แต่ทำไมคราวนี้มันถึงได้...



จึก จึก..



"นายโกรธหรอ?" จนในที่สุดผมก็ตัดสินใจหันไปสะกิดต้นแขนหนานั่นสองสามที แล้วถามในสิ่งที่อยากรู้ออกไป ใจลึกๆก็แอบรู้สึกว่าโดนโกรธอยู่ เพราะถ้าเป็นผมโดนว่าไปแบบนั้นก็คงจะโกรธเหมือนกัน


"..."


"อือ เราก็เข้าใจว่าถ้าเป็นเราโดนว่าแบบนั้นก็คงจะโกรธ แต่ถ้าขอโทษแล้วก็ควรจะให้อภัยกันไม่ ชะ..เห้ย!" ผมสะดุ้งทันทีเมื่อเขาหันหน้ามากระทันหัน ก่อนที่จะโน้มตัวขยับหน้าเข้ามาใกล้ ก่อนที่จะพูดประโยคอะไรบางอย่าง ทั้งที่ยังขับรถด้วยความเร็วแตะ 160 แบบนี้!!



"กำลังง้อ?" 


"เราแค่รู้สึกผิดเฉยๆ แต่ตอนนี้นายช่วยหันไปดูทางให้ดีๆก่อนได้ไหมแบบนี้มันอันตราย" 


"ง้อหรอ?" 


"เปล่านายหันไปสักที ไม่ก็ช่วยขับช้าลงกว่านี่หน่อย" 


"ง้อ?" 


"อือๆ ง้อๆ เราง้อนายเองแหละที่นี่ช่วยหันหน้าไปสักทีเถอะนะ!" ผมตัดปัญหาด้วยการตอบในสิ่งที่เขาคงอยากจะได้ยินออกไป แต่หลังจากตอบเสร็จผมก็อุ่นใจขึ้นหน่อยเมื่อเขายอมหันหน้าไปดูทางดีๆ ว่าแต่เมื่อกี้ที่ผมทำเรียกว่าง้องั้นหรอ..?


...แต่คงไม่หรอกละมั้ง





xxxxx





วันนี้ผมขับรถกลับคอนโดค่อนข้างเช้ากว่าปกติ เนื่องจากวันนี้เลิกคลาสเร็ว ตอนแรกจะกลับพร้อมไอมาร์ค แต่พอหันไปอีกทีมันก็หายไปเสียแล้ว หันไปหาไอเจบีมันก็บอกให้กลับไปก่อนมันจะไปหาจินยองที่คณะ แจ็คสันคนนี้ก็เลยต้องขับกลับคนเดียว 


ในจังหวะที่ผมกำลังขับผ่านหน้าคอนโดเพื่อที่จะอ้อมไปลานจอดรถด้านหลังคอนโด สายตาผมก็ประทะเข้ากับไอเซฮุนเสียก่อน แถมยังไม่ได้มาคนเดียวด้วย มากันเป็นกลุ่มเลย หรือว่ามันจะมาหาเชียสมหาลัยมันก็ไอรามยอนอยู่คอนโดนี้นี่หว่า หรือว่าจะมาหาจินยองแต่ไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่ ทำไมต้องเอาคนมาเยอะขนาดนั้นด้วย? 


ผมขับผ่านพวกมันมาถึงหลังคอนโด หลังจากจอดรถเสร็จผมก็รีบโทรหาไอเจบีทันที โทรไปสายแรกไปติด ต้องโทรไปหลายๆครั้งจนในที่สุดมันก็รับสายสักที



(อะไรมึงเนี่ยกูดูหนังอยู่เสียงแผ่วเบาดังมากจากปลายสาย บ่งบอกว่าคงอยู่ในโรงหนังเป็นแน่


"จินยองอยู่กับมึงเปล่าวะ?" 


(เออ อยู่เนี่ย ทำไมมึงจะคุยหรอ?)


"กูจะคุยกับมึงนั้นแหละคือเมื่อกี้กูเห็นพวกไอเซฮุนอยู่แถวหน้าคอนโดเรา ไม่รู้ว่าแม่งมาหาใคร"


(...)


"ถ้ากูเดาไม่ผิดคือน่าจะมารอจินยอง ไม่ก็ไอรามยอน"


(แล้วนี่มันเห็นมึงยัง?)


"ยัง กูขับรถผ่านเข้ามาหลังคอนโดแล้ว แค่นี้ก่อนนะกูโทรหาไอมาร์คก่อน"


(เออๆ งั้นคืนนี้กูไม่กลับคอนโดนะ) 



สาเหตุที่ไอเจบีไม่กลับคอนโด ผมเดาจากรูปการณ์ได้ว่า ถ้ามันกลับคอนโดอาจจะเจอพวกไอเซฮุน และถ้ามันเกิดจับได้อีกว่าจินยองกับเจบีมันคบกันอยู่ โดนแยกกันอีกรอบแน่ๆ..


หลังจากวางสายผมก็โทรหาไอมาร์คอีกคนทันที ไอนี่แม่งก็ไม่ชอบรับโทรศัพท์ โทรไปเกือบได้สิบสายมันถึงจะรับ เสียงเงียบแบบนี้ขับรถอยู่ชัวร์



(ว่า?) 


"มึงอยู่ไหนวะ?"


(ขับรถอยู่ ใกล้ถึงคอนโดแล้ว) 


"เออ มึงขับแล้วผ่านหน้าคอนโดมาให้ไวเลยนะ"


(ทำไม?)


"กูเห็นไอเซฮุนมันอยู่หน้าคอนโด แม่งมากันหลายคนด้วย แล้วกูก็ไม่รู้ว่ามันมาทำอะไร" 


(ช่างมันสิ กูไม่ได้กลัว) 


"กูก็ไม่ได้บอกให้มึงกลัวไหมละ บอกเฉยๆโว๊ย!" 


(แค่นี้)


"เออๆ ว่าแต่มึงมีเบอร์ไอรามยอนปะกูว่าจะโทรไปบอกมันหน่อย ว่ารุ่นพี่รออยู่หน้าคอนโด"


(...)


"แต่ว่านะกูก็ว่ามันแปลกๆ ถ้าเกิดมาหาไอรามยอนจริงๆทำไมต้องเอาคนมาเยอะขนาดนั้นหรือว่ามันจะมาดูว่าจินยองเป็นไงบ้าง?" 


(กูไม่กลับคอนโดนะ)


"เห้ยเดี๋ยวๆๆฮัลโหล ไอเชี่ยมาร์ค!" มันตัดสายทิ้งไปละ แต่ที่ผมไม่เข้าใจคือมันมีเหตุผลอะไรที่ไม่กลับคอนโดมันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับมึงเลยเนี่ย! 





xxxxx





ผมหักพวงมาลัยกลับรถทันทีหลังจากที่วางสายลง เลยทำให้คนอีกเบาะที่กำลังหลับอยู่หัวโขกกับหน้าต่างเสียงดัง แต่ถึงจะโขกแรงแค่ไหนก็ไม่ยักจะรู้สึกตัว ผมขับมุ่งออกไปทางแถบชานเมือง เพราะถึงยังไงวันนี้คงจะไม่ได้กลับคอนโด


สาเหตุที่ไม่กลับมันไม่ได้เกี่ยวกับผมเลยสักนิด แต่มันเกี่ยวกับคนข้างๆต่างหาก ถึงเซฮุนจะเป็นรุ่นพี่ก็จริง แต่การที่มันเอาพวกมาเยอะขนาดนี้ผมว่านี่คงไม่ใช่การมาพบเจอกันธรรมดาแน่ๆ ถึงแม้ตอนนี้จะยังไม่แน่ใจว่าพวกมันมาดักรอใคร ระหว่างจินยอง กับเด็กนี่ และผมคาดว่าวันนี้เจบี กับจินยองคงจะไม่กลับคอนโดเหมือนกัน



ตี้ดดด.. ตี้ดดด.. 



เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ แต่มันไม่ใช่โทรศัพท์ผม แต่เป็นของอีกคน ชื่อหน้าจอที่แสดงขึ้นมาทำให้ผมเลือกที่จะปล่อยให้มันอยู่แบบนั้น แต่ยิ่งนานเข้าเสียงมันยิ่งน่ารำคาญ ผมเลยตัดสินใจปิดเครื่องแล้วโยนมันไปไว้เบาะหลังรถทันที..



...[Sehun]...



"ฮื่อ.." เสียงครางเบาๆของคนอีกเบาะหลุดออกมาเบาๆ ก่อนที่จะชูมือขึ้นเหนือหัวเล็กน้อยบิดขี้เกียจ ก่อนที่จะหลับลงต่อ ภาพที่เห็นมันทำให้ผมต้องชะลอรถลงก่อนที่จะเอื้อมมือไปสัมผัสไปที่หัวทุยเล็กนั้น ก่อนจะออกแรงขยี้ไปมาเบาๆ ถึงแม้ว่าผมจะมองเด็กคนนี้เป็นแค่ 'ของเล่นแต่มันก็คงจะเป็น..


...ของเล่นที่ผมชอบมากที่สุด





xxxxx





ในฝันผมฝันว่า ผมรักกับมังกร เมื่อก่อนถึงแม้ว่ามังกรจะมีความหมายดีแค่ไหน แต่ถ้าจะให้มารักกับมนุษย์ธรรมดาก็คงจะเป็นไปไม่ได้ แน่นอนว่าตอนนั้นผมโดนกีดกั้นจากทุกคน หลายคนต่างไม่เห็นด้วยที่ผมจะมารักกับมังกรที่เป็นสัตว์ ดังนั้นทุกคนเลยจัดการแยกผมกับมังกรออกจากกัน เขาขังผมไว้ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่มีเพียงหน้าต่างบานเล็กๆเพื่อถ่ายเทอากาศมีอยู่วันนึงเขาปล่อยตัวผมออกมาข้างนอก หลังจากก้าวออกมาได้ไม่กี่ก้าว ผมก็พบกับมังกรถูกมัดอยู่ โดยในมือผู้คนเหล่านั้นต่างมีท่อนไม้ที่อาบไปด้วยเปลวไฟ ผมพยายามสะบัดตัวออกจากการจับกุม แต่ก็ช้าไปเสียแล้ว เพราะท่อนไม้ที่เต็มไปด้วยเปลวเพลิงเหล่านั้นถูกโยนตรงไปที่มังกรเสียแล้ว..



"ไม่!!!"



ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันทีด้วยความตกใจ ก่อนที่จะใช้มือขยุ้มตรงแถวหน้าอก พลางกอบโกยอากาศหายใจเข้าปอดแรงๆ ความฝันเมื่อกี้มันเหมือนจริงมาก ยิ่งฉากที่เห็นมังกรโดนไฟครอกแล้วหันมามองผมเป็นครั้งสุดท้าย นัยต์ตาสีนิลคู่นั้นจ้องมองผมก่อนทึ่จะมีนํ้าสีฟ้าไหลออกมาจากดวงตา และนั้นก็เป็นภาพที่ผมเห็นฝันก่อนที่จะสะดุ้งตื่น 


...นํ้าตางั้นหรอ?



แหมะ.. แหมะ.. 



แต่เมื่อยิ่งนึกถึงภาพนั้นเท่าไหร่ นํ้าตาผมก็ยิ่งไหลหนักขึ้นมาเท่านั้น ภาพมันตัดกันไปตัดกันมาในหัว จนผมเริ่มแยกไม่ออกว่าภาพไหนเรื่องจริง ภาพไหนความฝัน



"แบม"



ภาพในความเป็นจริงลอยขึ้นมา ภาพในความฝันก็จะซ้อนทับขึ้นมาแทรก พอภาพในความฝันวนเข้ามา ภาพในความจริงที่เคยผ่านมาแล้วก็จะลอยทับมาซ้อนกันจนเห็นเป็นภาพซ้อน 



"แบม!!" 



ผมหลุดออกจากภาพเหล่านั้นก่อนที่จะลืมตาขึ้นทันทีเมื่อได้ยินเสียงตะโกนเรียกชื่อ ภาพแรกหลังจากลืมตาคือภาพของชายคนนึงที่มีดวงตาคล้ายกับมังกรตัวในฝัน ดวงตาสีนิลถึงแม้จะดูเย็นชา แต่กลับเป็นดวงตาที่มองแล้วอบอุ่น 



"...พี่มาร์ค"



อยู่ดีๆผมก็เรียกชื่อเขาขึ้นมา ยิ่งเห็นดวงตาสีนิลคู่นั้นมากเท่าไหร่ ความรู้สึกในฝันมันก็ยิ่งชัดเจนขึ้น ผมไม่รู้ว่าผมเผลอพุ่งเข้าไปกอดอีกคนตอนไหน ผมรู้แค่ว่าผมไม่อยากเสียมังกรตัวนั้นไป..


หลังจากสงบสติอารมณ์ได้สักพัก ผมก็กวาดสายตาไปรอบๆตัว ก็พบว่านี่เหมือนอยู่กลางป่าไม่ได้เหมือนทางที่จะกลับคอนโดเลยสักนิด ผมเปิดประตูลงจากรถไปหาอีกคนที่พิงกระโปรงรถพลางยืนสูบบุหรี่อยู่อย่างไม่รู้สึกไม่รู้สา ทั้งที่อากาศมันหนาวขนาดนี้



"ที่นี้ที่ไหน?" 


"ป่า"


"แล้วทำไมไม่ขับกลับคอนโด ขับมาป่าทำไม?" 


"รถเสีย"


"เสียกลางป่าเนี่ยนะ?" บ้าไปแล้ว นี่มันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ รถจะมาเสียกลางป่าได้ยังไงในเมื่อทางกลับคอนโดไม่ต้องผ่านป่า แต่นี่เขากลับขับเข้ามาในนี้แล้วบอกรถเสียข้ออ้างทั้งเพ


"..."


"นายโกหกเราไม่ได้หรอก ถ้ารถไม่ได้เสียก็รีบขับกลับคอนโดเถอะ"


"..."


"อากาศหนาวแล้วนะถึงแม้ว่าตอนนี้ผมใส่เสื้อกันหนาวตัวหนาอยู่ แต่มันก็ไม่ใช่ของผม ต่างจากอีกคนที่ใส่เพียงเสื้อแขนยาวตัวเดียว 


"หนาวก็ไปนั่งข้างในเขาเปรยตาหันมามองก่อนที่จะแหงนหน้ามองท้องฟ้าเงียบๆ ไม่รู้อะไรดลใจให้ผมแหงนหน้าขึ้นตามอีกคน แต่เมื่อมองขึ้นไปผมกลับต้องประหลาดใจ เมื่อท้องฟ้าที่มืดสนิทกลับเต็มไปด้วยดวงดาวมากมายที่ส่องแสงระยิบระยับ 


เนื่องจากที่นี่เป็นลานโล่งๆที่ปกคลุมไปด้วยต้นไม้ใหญ่ เลยทำให้เราสามารถมองท้องฟ้าได้มุมค่อนข้างกว้าง และยังเป็นมุมที่เห็นไม่ได้บ่อยนัก เนื่องจากท้องฟ้าในเมืองมุมค่อนข้างแคบเนื่องจากมีตึกสูงขึ้นเต็มมากมาย ดวงดาวนับแสนแบบนี้ไม่มีทางได้เห็นชัดๆในเมืองใหญ่หรอก..



เป๊าะ..



"เหม่ออะไร?" เสียงดีดนิ้วตรงหน้าทำให้ผมกลับมายังปัจจุบัน 


"เปล่า เราก็แค่คิดว่าดาวที่นี้เยอะดี" 


"..."


"ทั้งเยอะ ทั้งสวย"



"...อืม สวย" 





โรแมนติ๊ก โรแมนติกเน้าะ มีนั่งดูดงดูดาว แล้วประโยคสุดท้ายนี่อะไรสวย? ดาวสวย หรือคนแต่งสวย? เอ้ย! ดาวสวย หรือคนข้างๆสวยกันแน่ คิกๆ >w< 





Twitter: @Cherry_SPNR 


Tag: #dangermb
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 352 ครั้ง

34,889 ความคิดเห็น

  1. #34864 9397♡ (@amimikuma) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 20:25
    รู้นะว่าที่สวยอ่ะไม่ได้หมายถึงดาว
    #34864
    0
  2. #34854 nongningggggg (@nongningggggg) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 01:58
    "...อืม สวย" สวยนี่คนที่อยู่ข้างๆหรือดาวหรอจ๊ะ หื้มมม
    #34854
    0
  3. #34819 Beaujungf (@jaejoong2528) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 / 00:30
    น้องงงงง ฝันอะไรรรรมลางร้ายชัดๆเลยยยย
    #34819
    0
  4. #34755 MB-krD (@Eve-krD) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 11:59

    กกบัวฝันแบมแบมเลย ฮื่ออออ คิดภาพอนาคตไปละ แงงง

    ///แต่หมายถึงอะไรสวยคะพี่มาร์คคค

    #34755
    0
  5. #34724 NummPhanidaBhyun (@NummPhanidaBhyun) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 14:39
    อะไรสวยคะพี่มาร์คดาวหรือว่าน้อง
    #34724
    0
  6. #34678 Bunny JK (@thiphathai) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:48
    อะไรสวยจ๊ะพี่...
    #34678
    0
  7. #34628 TattA (@sun036) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 03:33
    วี๊ดดดดด แอบมาดูดาวกัน โอ๊ยยย
    #34628
    0
  8. #34591 namintaWang (@namintaWang) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 05:29
    เปลี่ยนจากมาม่าเป็นโจ๊กได้มั้ย
    #34591
    0
  9. #34562 SSM (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2560 / 11:14
    ไม่สิไม่โดนแยกสิ
    #34562
    0
  10. #34546 tektiannie (@tektiannie) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 02:16
    ขออย่าให้ฝันเป็นจริงเลย มาร์คดูห่วงแบมมากนะ
    #34546
    0
  11. #34523 คนสวย (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 18:18
    ที่สวยนี้เราใช่ไหม..
    #34523
    0
  12. #34470 PareWaPkh (@PareWaPkh) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 กันยายน 2560 / 18:36
    ชอบความฝันนน
    #34470
    0
  13. #34407 ayumikimlee (@ayumikimlee) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 12:28
    ฝันแปลกมาก
    #34407
    0
  14. #34310 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 18:51
    ความฝันของแบมน่ากลัวจัง กลัวจะเป็นจริง
    #34310
    0
  15. #34226 ojay2 (@Ojay) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 15:48
    ดาวหรือคนนะที่สวยยยย
    #34226
    0
  16. #30866 Jerry Fern (@jerryfern) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 / 23:18
    มีความหึงเพื่อนน้อง นี่ถ้าพี่จะแสดงออกชัดขนาดนี้บอกไปเลยค่ะ " มาเป็นของเล่นของฉันซะ " ถ้าพี่จะหวงออกอาการขนาดนี้
    #30866
    0
  17. #30586 YEAHXQ (@chanyeahx2) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 / 02:56
    เซฮุนคือพักก่อนเน้าะ
    #30586
    0
  18. #30374 Tk0954519300 (@Tk0954519300) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 21:58
    อือ .... สวยยย คำเดียว นี่กรี้ดดดดดเลยย
    #30374
    0
  19. #30232 momosonoerung (@momosonoerung) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 เมษายน 2560 / 19:47
    ฝันน่าจะสื่อประมานนะว่ารักกันไม่ได้รึปล่าวเพราะสองมหาลัยไม่ถูกกัน
    เราคิดว่า น่าจะเพราะสองคนนี้แหละจะทำให้มหาลัยไม่เกลียดกัน
    คหสต.นะ
    อ่านตอนนี้รอบสอง55เม้นรอบสองรึปล่าว หรือยังบ่ได้แม่นว้า55
    #30232
    0
  20. #29891 shierichi (@shierichi) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 21:07
    ฝันลางบอกเหตุรึเปล่าาา
    #29891
    0
  21. #28729 FrokFran_MB (@tomtomkung) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 เมษายน 2560 / 17:17
    คนข้างๆสวยย 5555
    #28729
    0
  22. #28655 tawann_614 (@tawann_614) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 18 เมษายน 2560 / 18:42
    ความฝันเหมือนเป็นลางเลยอะฮืออ
    #28655
    0
  23. #28530 xcoolzip (@xcoolzip) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 09:26
    คนอ่านสวยยย
    #28530
    0
  24. #28212 BaMark_ (@BaMark_) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 เมษายน 2560 / 21:13
    อย่าให้ความจริงเป็นเหมือนความฝันนะ ไม่เอาา
    #28212
    0
  25. #27753 เกลียดเพลรัก (@idonlove21) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 เมษายน 2560 / 00:50
    เฮ้ยยย สวย!!! <3
    #27753
    0