หนี้รัก...ภุมรินทร์

ตอนที่ 48 : Re Up : ๑๓ เร่งรัด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 63
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    13 ต.ค. 61

๑๓. เร่งรัด

 

ตัวบ้านทึมๆ กับสีหน้าตื่นตะลึงดูไม่เข้ากันนัก แสงไฟจากหลอดฟูลออเรเซ้นส์ติดสว่าง แต่เงาแสงทาบลงบนใบหน้าปฐวีจนมัวหมอง ความเงียบบังเกิดชั่วขณะ เสียงพัดลมในร้านดังแข่งกับเสียงรถยนต์บนถนน กระดาษหนังสือพิมพ์ปลิวกรอบแกรบตามแรงลม ปฐวีหน้าเจื่อน แต่ทรงเกียรติไม่กะพริบตา


“เรื่องเปมิกาหรือครับ”


ชายหนุ่มย้ำทวนความ ดวงตาของทรงเกียรติเข้มขึ้นด้วยคิ้วขมวด


“ใช่สิ น้าเองก็อายุปูนนี้แล้ว ใครๆ เขาก็มีหลานมาให้อุ้ม แต่ดูสิ แม่เปมิกายังไม่แต่งกับใครสักที”


“แต่งงาน?!


“ใช่” ดวงตาของทรงเกียรติจ้องสบตาตรงๆ “เรามีปัญหาอะไรหรือไง”


“เอ่อ เปล่าครับ คือ... แต่...”


“เราเองก็คงไม่ใช่คนโง่ คงจะรู้อยู่แล้วใช่ไหมว่าแม่เปของน้าเป็นคนรักใครรักจริง”


“เอ่อ... ครับ”


“แล้วแม่เปของน้าเขารักใครอยู่ล่ะ” ทรงเกียรติคลายคิ้วลง ยิ้มมุมปาก เอียงคอมอง “รู้ใช่ไหม”


“เอ้อ...”


“ไม่เอาน่า อย่าทำเป็นปากแข็งไปหน่อยเลย น้ารู้ว่าเราก็รู้ว่าแม่เปน่ะชอบเรา ตั้งแต่สมัยเพิ่งแตกเนื้อสาวใหม่ๆ ด้วยซ้ำ แล้วดูสิ นี่มันกี่ปีแล้วนะ ตั้งแต่ถูกงูกัดแล้วเธอช่วยน้องเขาเอาไว้ หืม...”


ปฐวีกลืนน้ำลายลำบาก จู่ๆ ดันไปนึกถึงงูที่ล่อลวงอีวาให้กินผลไม้ต้องห้าม ก่อนที่ฝ่ายหญิงจะไปชักชวนอดัมอีกต่อจนกลายเป็นคู่สมรส


“เจ็ดปีมั้งครับ”


“อ้าว! นั่นไง เราก็รู้นี่นา” ทรงเกียรติหัวเราะ “อันที่จริงนี่มันออกจะผิดธรรมเนียมไปหน่อย แต่น้าก็ใกล้ฝั่งเข้าไปทุกที แล้วก็ไม่แน่หรอกว่าจะตายวันตายพรุ่ง ชีวิตคนเรามันไม่แน่นอน เรื่องนี้เธอก็รู้?”


“ครับ” ปฐวีหน้านิ่ง เขารู้ว่าทรงเกียรติกระตุ้นให้เขานึกถึงอะไร


“ถ้าน้าตายลงไปตอนนี้คงไม่ได้ไปไหนแน่ๆ ไม่พ้นเป็นสัมภเวสีคอยเฝ้าแม่เปอยู่นี่แหละ ถึงยังไงคนเป็นพ่อเป็นแม่ แถมมีลูกเป็นผู้หญิงตัวคนเดียวก็อยากให้ลูกเป็นฝั่งเป็นฝาก่อนตัวเองจะตายทั้งนั้นแหละ จริงไหม”


“...ครับ”


“อีกอย่าง เธอเองก็คงจะรู้ดีว่าเปมิกาเขาเป็นเด็กหลอดแก้ว กว่าจะได้แม่หนูเขามานี่บนแล้วบนอีก ขึ้นพระพุทธบาทไม่รู้กี่รอบ ทำกิฟต์ไปก็ตั้งสามหน หมดเงินไปไม่รู้เท่าไหร่ เธอคงรู้ว่าฉันกับแม่ของเขารักลูกแค่ไหน จะเป็นฝั่งเป็นฝากับใครก็อยากให้ได้กับคนดีๆ ที่ชั้นมั่นใจ เธอเข้าใจใช่ไหม”


“เอ่อ ครับ”


“งั้นก็ดีแล้ว ฉันเองก็ดูพวกเธอมานานแล้ว ชั้นมั่นใจว่าเธอจะทำให้แม่เปของฉันมีความสุข”


“แต่...ผม...”


“เรื่องเงินไม่ต้องเป็นห่วง” น้ำเสียงทรงเกียรติผ่อนคลายประโลมปลอบ “งานต่งงานแต่งอะไรทางนี้รับผิดชอบเอง ฉันเองก็เป็นถึงผู้ใหญ่บ้าน ลูกสาวคนเดียวจะแต่งงานทั้งคน จะไม่จัดงานให้สมฐานะเห็นจะเป็นไปไม่ได้ คนเขาจะเอาไปนินทากันสามบ้านแปดบ้าน เธอก็น่าจะรู้นี่”


หัวตากับการเอียงใบหน้าย้ำชัดว่าสามบ้านแปดบ้านที่ว่านั่นเป็นเรื่องอะไรแน่


“อีกอย่างนะ แม่เปน่ะรักแต่เราแค่คนเดียว ตอนเธอไปเรียนกรุงเทพ แม่เปของฉันนี่ซึมกระทือไปเป็นเดือนๆ เลยนะ ใครมาจีบก็โดนไล่ตะเพิดไปหมด พอเธอกลับมาคราวนี้ก็คอยตามเอาใจ ตามไปช่วยทุกอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เธอจะไม่เห็นใจเขาบ้างหรือ”


ปฐวีตัวชา แน่นอนว่าเขาซึ้งใจกับความรักจริงของเปมิกา เพราะอย่างนั้นถึงได้ไม่กล้าตัดรอนทำร้ายจิตใจ แต่กระนั้น มีใครบ้างที่เห็นอกเห็นใจเขาจริงๆ


“น้าครับ ผม...”


“พักหลังมานี้” ทรงเกียรติชิงตัดบท เขาถอนหายใจยาว ส่วนสีหน้าไม่สบายใจนัก “ตั้งแต่ที่เธอกลับมาเพราะเจ้าสรณ์มันป่วย เปมิกาไปกินไปนอนอยู่ที่สวนเธอเสียก็ตั้งหลายวัน ที่จริงฉันเองก็ไม่ค่อยอยากจะพูดหรอกนะ เพราะมันเท่ากับว่าฉันเองก็มองลูกสาวไม่ดีไปด้วย แต่ถึงฉันจะรู้ก็เถอะว่าเธอเป็นคนดี แต่ชาวบ้านเขาพูดกันหนาหูมากแล้วนะ... ว่าที่แม่เปกล้าทำถึงขนาดนี้ เพราะพวกเธอแอบไปได้เสียกันแล้ว”


สองประโยคท้ายทรงเกียรติพูดเสียงเบา ก่อนจะเอ่ยก็หันไปมองด้านหลังบ้านเหมือนเกรงใจ เสียงกระทะกับตะหลิวยังดังพร้อมควันฉุย ปฐวีขนลุกทั้งตัวชาไปทั้งร่าง เขานึกแล้วว่าจะต้องเจอคำนี้


“น้าครับ ผมอยากเรียนว่า...”


“เออๆ น้ารู้น่า...” ทรงเกียรติโบกมือตบอากาศ ส่ายหน้าไม่ถือสาหาความ “อย่างเราน่ะไม่มีวันทำอย่างนั้นแน่ ตัวเธอเองก็อยากบวชเสียขนาดนั้น เรื่องนี้กลุ่มที่เข้าวัดเข้าวาเขารู้กันทั้งนั้น จริงๆ หลายคนยังอยากให้เธอรีบๆ บวชด้วย เพราะจะได้เป็นกำลังให้พระศาสนา”


“ขอบคุณครับน้าเกียรติ” ปฐวียกมือไหว้ สีหน้าผ่อนคลายลงทันตาเห็น “ผมยืนยันครับว่าไม่มีวันทำเรื่องไม่ดีไม่งามกับลูกสาวน้าแน่ครับ”


“เออๆ น้าขอบใจ” แกหยุดยิ้มมุมปากนิดหน่อย “ที่จริงน้าเองก็มั่นใจ ไม่งั้นป่านนี้น่ะหรือ หึหึ”


ทรงเกียรติเหล่ไปทางใต้ลิ้นชักพอให้รู้ ปฐวีกลืนน้ำลายด้วยรู้ดีว่าในนั้นมีปืนพกขนาดจุดสามห้าเจ็ดแม็กนั่ม รู้มากขึ้นไปอีกว่าผู้ใหญ่บ้านคนนี้เคยได้ที่หนึ่งงานแข่งยิงปืนรณยุทธ์ถึงสองสมัย รูปถ่ายเก่าซีดยังแขวนขู่อยู่หลังโต๊ะเก็บเงินเหล็กที่นั่งประจันหน้ากันอยู่


ทรงเกียรติกระแอมให้คอโล่ง เปลี่ยนสีหน้าจากยิ้มวายร้ายเป็นพ่อผู้ห่วงลูกสาวก่อนเข้าเรื่อง


“แต่เราก็คงจะรู้ ว่าเอาเข้าจริงคนเข้าวัดกับไม่เข้าวัดอย่างไหนมีมากกว่ากัน ขนาดอยู่ใกล้พระพุทธบาทก็เถอะ จะด้วยต้องทำมาหากินอะไรก็แล้วแต่ล่ะ ที่แน่ๆ ตอนนี้เขาลือกันไปหมดทั้งตำบลแล้ว สองวันก่อนตอนน้าไปประชุมผู้ใหญ่บ้านที่อำเภอ ผู้ใหญ่หมู่อื่นเขาก็มาถามเหมือนกันว่าเมื่อไหร่ลูกสาวจะแต่ง พวกที่หวังดีก็มาพูดแบบเป็นห่วง แต่ที่เขม่นกันอยู่นี่ก็... คงรู้นะว่ามันเป็นยังไง”


ปฐวีไม่ตอบ ได้แต่พยักหน้าช้าๆ แววตานิ่งอึดอัด


“เพราะอย่างนั้นถึงต้องให้แม่เปไปตามเธอมาพูดด้วยนี่แหละ”


ที่สุดทรงเกียรติก็ยอมรับ ปฐวีสงสัยอยู่แล้วเรื่องอากัปกริยาที่หน้าร้าน อะไรมันจะบังเอิญไปเจอเขาที่ตลาด แถมเจอแล้วยังพาตัวมาโดยไม่เห็นซื้อกับข้าวสักอย่าง กระนั้นก็ตาม เฉพาะเรื่องนี้อาจเพราะเขาซื้อมาบ้างแล้วก็เป็นได้


“เอ่อ... น้าเกียรติครับ” ปฐวียกมือขึ้นพนมที่หว่างอก นิ้วเรียงชิดแนบสนิท เขาขยับนั่งหลังตรง อกผายดูภูมิฐานราวประกาศสัจจะ “ผมต้องขออนุญาตเรียนด้วยความเคารพอย่างสูงนะครับ ก่อนอื่นคือต้องกราบขอโทษเรื่องที่ผมทำให้คุณน้าลำบากใจ แล้วก็ยังเสื่อมเสียชื่อเสียงด้วย”


ชายหนุ่มไหว้ผู้มีวัยสูงกว่า หัวแม่มือจรดปลายจมูก เป็นการไหว้ที่อยู่ในระดับเดียวกับบุพการี ทรงเกียรติรีบรับไหว้ ขยับตัวอึดอัดกับความเป็นทางการ


“อย่างต่อมาที่ผมคงต้องขอเรียนตรงๆ คือผมไม่ได้รังเกียจเปมิกา ผมรู้ซึ้งดีถึงความรักและความเสียสละที่มีให้ผมและพ่อของผมอย่างจริงใจ หากไม่มีเธอคอยช่วย ชีวิตผมคงลำบากกว่านี้ หรือไม่ป่านนี้ผมก็คงไม่ได้มานั่งอยู่ตรงนี้แล้วด้วยซ้ำ เพียงแต่ว่า...”


ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึก สีหน้าทรงเกียรตินิ่งอึ้งไปให้เขาเห็น แววตาคาดหวังปนหวาดหวั่นปรากฏเล็กๆ กระนั้นเขาก็ไม่คิดจะใช้โอกาสนี้สำทับผู้ใหญ่


“เพียงแต่ว่าผมเห็นเปมิกาเป็นเหมือนน้องสาวของผมคนหนึ่ง เรื่องแต่งงานกันจึงเป็นอะไรที่ผมค่อนข้างลำบากใจ อีกอย่าง คุณพ่อของผมเป็นแบบนี้อยู่ ในฐานะลูกคงไม่ดีนักที่จะคิดหาความสุขให้ตัวเอง หรือต่อให้ผมแต่งงานจริงๆ ผมก็อยากให้คุณพ่อได้มีโอกาสร่วมงานแต่งที่ผมจัดการและรับผิดชอบทุกอย่างด้วยตัวเองในฐานะลูกผู้ชายครับ”


คำประกาศเจตนารมณ์มาพร้อมดวงตาแน่วนิ่ง ปฐวีระวังอย่างยิ่งไม่ให้มันฉายแววก้าวร้าวออกไป


“แสดงว่าเธอจะปฏิเสธงั้นใช่ไหม”


น้ำเสียงกับแววตาของทรงเกียรตินิ่งงัน แต่หัวคิ้วขมวดเล็กๆ แสดงอารมณ์ไม่ค่อยพอใจ ปฐวีนิ่งเงียบไม่ตอบคำ ส่วนในใจแผ่เมตตาผ่านออกไปทางแววตา


มองกันสักพักหนุ่มใหญ่จึงถอนหายใจออกมา เม้มริมฝีปากเบี้ยวไปข้างหนึ่งเหมือนหนักใจ นิ้วทั้งห้าเคาะพรมบนกระจกหน้าโต๊ะเหล็กเก่าๆ รูปถ่ายซีดจางของภรรยาและลูกสาวสอดอยู่ใต้นั้น ทรงเกียรติมองรูปครอบครัวสีหน้าอึดอัดปนผิดหวัง หากปฐวีมองไม่ผิด เหมือนผู้สูงวัยกว่าจะตาแดงขึ้นมาหน่อยๆ


“ถ้าอย่างนั้น” ทรงเกียรติเงยหน้าเหมือนนึกขึ้นได้ “เธอคิดยังไงถ้าฉันอยากให้พวกเธอไปจดทะเบียนกันไว้ก่อน เรื่องของหมั้น งานแต่งอะไรต่างๆ ก็รอไว้ให้เธอพร้อม ฉันมั่นใจว่ายังไงคนอย่างเธอต้องทำได้แน่ แม่เปมาเล่าให้ฉันฟังหมดแล้วเรื่องระบบตะบันน้ำกับกังหันที่เธอต่อไว้ บอกตามตรงนะ ฉันไม่อยากเสียเธอไปเป็นเขยให้คนอื่น คนหนุ่มหน้าตาดี มีหัวคิด มีอนาคตอย่างเธอเนี่ย ไม่มีพ่อแม่ที่ไหนไม่อยากได้มาเป็นเขยหรอก”


“แต่... น้าครับ” ปฐวีคาดไม่ถึงว่าทรงเกียรติจะยืนกรานมัดมือชก “อันที่จริงผมอยากจะ...”


“อยากจะบวชใช่ไหมล่ะ”


ทรงเกียรติชิงพูดเหมือนตัดบท เสียงดังกว่าจนปฐวีต้องเงียบ เขาพยักหน้ารับ แต่ดวงตาเบิกโตสับสน เพิ่งรู้สึกว่าเสียงตะหลิวกระทะก็เงียบไปด้วย


“ฉันเองก็ไม่อยากขัดศรัทธาผ้าเหลืองใครหรอกนะ แต่เธออย่าลืมว่าพ่อของเธอเป็นอย่างนี้แล้ว คงอีกหลายปีกว่าจะได้บวช ยังไงระหว่างนั้นถ้าเธอแต่งกับแม่เปของฉันก่อน ฉันรับรองว่าจะคอยช่วยเหลือทุกอย่าง อย่างไรเสียฉันกับเจ้าสรณ์ก็เป็นเพื่อนรักกันมานาน ถึงพักหลังจะไม่ค่อยได้ไปมาหาสู่ก็เถอะ แต่รับรองว่าแม่เปของฉันจะช่วยดูแลพ่อผัวอย่างดีที่สุด เธอเองก็คงจะเห็นแล้วใช่ไหม”


ชายหนุ่มได้แต่เงียบ กระนั้นก็ไม่ได้มีแววตาท่าทางจะปฏิเสธเรื่องหลังนี้


“ที่พูดนี่ก็เพื่อตัวเธอเองกับพ่อของเธอ เกิดมีเหตุฉุกเฉินอะไรจะได้ช่วยเหลือกันได้”


ปฐวีแอบนึกถึงคำของลุงนก รวมถึงการเดินข้ามถนนมาซื้อยาไปฉีดลำไยของแกเมื่อหลายวันก่อน


“ส่วนเรื่องความรัก บอกตามตรงเลยว่าคนสมัยก่อนที่เขาอยู่กันยืดนี่ก็ไม่ได้เลือกกันเองทั้งนั้น แต่พ่อแม่ของทั้งสองฝ่ายต่างหากที่เลือกให้ตามความเหมาะสม พอพ่อแม่จับแต่งกันแล้ว นานๆ ไปก็รักกันขึ้นมาเองทั้งนั้นแหละ ทางพระก็ว่าไว้นี่ ความรักเกิดจากเหตุสองประการ บุพเพสันนิวาสกับการเกื้อกูลกันในชาตินี้ ถูกไหม”


ปฐวีนิ่งอึ้งกว่าเดิม ไม่นึกว่าจะโดนยกคำพระมาแก้ต่าง


“อีกอย่างนะ ความรักของสามีภรรยาก็มีหลายแบบ รักคู่ของตัวแบบรักบุตรธิดาก็มี รักแบบพี่น้องก็มี รักแบบเพื่อนก็มี อย่างไรเสียฉันก็ว่าเธอสองคนคงเข้าข่ายรักแบบพี่น้องนี่แหละ คงไม่ถึงกับกลายเป็นนายทาสนางทาสกันหรอก”


ชายหนุ่มเห็นต่าง รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นทาสรักด้วยหนี้ทรัพย์หนี้บุญคุณขึ้นมาจุกอก


“คนเป็นฆราวาสน่ะ ถึงยังไงอยู่กันหลายๆ คนก็ย่อมดีกว่าหัวเดียวกระเทียมลีบ เคยได้ยินที่เขาพูดกันใช่ไหม นกไม่มีขน คนไม่มีเพื่อนฝูง มันบินสูงไม่ได้ น่ะ”


แต่ปฐวีไม่คิดจะบิน เขาอยากจะบวช


“ต่อไปมีอะไรก็จะได้ช่วยเหลือกัน เรื่องบวชนี่ยังไงฉันรับรองว่าพอถึงเวลาแล้ว ต่อให้แม่เปไม่ยอม ฉันก็จะช่วยให้เธอได้บวชแน่”


ชายหนุ่มก้มหน้าลงคิดแย้งในใจ อันที่จริงหากแต่งงานแล้วต้องให้ภรรยาเป็นฝ่ายอนุญาต จะเกิดอะไรขึ้นหากเปมิกายืนกรานหรือตัวพ่อตาตายไปเสียก่อน ส่วนจะพูดอย่างที่คิดคงไม่ได้เพราะอีกฝ่ายออกปากรับรอง กำลังจะพูดว่าถ้าเบียดก่อนบวช ผลบุญจะไปตกอยู่ที่ภรรยามากกว่า ปากกำลังจะอ้างัดเป็นไม้ตายมาผัดผ่อน แต่เงามัวมืดเหมือนทาบลงบนตัวเขา มันทำภาพทรงเกียรติคล้ำทึมลงไปด้วย ปฐวีตกใจนิดหน่อยจึงหันหลังกลับไปดู


“สวัสดีครับ คุณทรงเกียรติใช่ไหมครับ”


“ครับ!?”


เจ้าของร้านลุกขึ้น ปฐวีลุกตามแล้วเบี่ยงตัวออก มุมแสงที่เปลี่ยนไปเผยให้เห็นชุดเจ้าหน้าที่ราชการสักหน่วย ก่อนที่ฝ่ายนั้นจะแนะนำตัวเอง


เรามาจากสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตรครับ จะมาขอตรวจสอบว่าทางร้านมีการขายสารเคมีผิดกฎหมายอะไรบ้างหรือเปล่า รบกวนด้วยนะครับ

 


-------------------------------------------------

46 ความคิดเห็น