คัดลอกลิงก์เเล้ว

คำรำพันแด่บุคคลอันเป็นที่รัก

โดย Regain

ผมยังไม่อยากตาย...

ยอดวิวรวม

862

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


862

ความคิดเห็น


2

คนติดตาม


1
เรทติ้ง : 73 % จำนวนโหวต : 3
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  28 พ.ค. 51 / 14:32 น.
นิยาย Ӿѹؤѹ繷ѡ คำรำพันแด่บุคคลอันเป็นที่รัก | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เนื้อเรื่อง อัปเดต 28 พ.ค. 51 / 14:32


คำรำพันแด่บุคคลอันเป็นที่รัก


    ผมอยู่ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ....

    แต่ผมไม่ได้มาเดินเล่น!

    ไม่ได้มาชอปปิ้งและไม่ได้มาที่นี่เพราะจะต่อรถไปที่ไหน

    อย่าเพิ่งเข้าใจผิด ผมไม่ใช่คนบ้า....

    แม้ผมจะเกาะอยู่กึ่งกลางความสูงของอนุสาวรีย์ แต่ผมก็ไม่ได้บ้า!

    โลกต่างหากที่บ้า และผมไม่ได้ปีนขึ้นมาด้วย!!

    ตอนนี้ผมรอคอย และลอยคออยู่

    ใช่! อย่างที่คุณไม่อยากเชื่อนั่นแหละว่าผมลอยคออยู่!!

    แต่มันเป็นเรื่องจริง....

    เรื่องจริงในพุทธศตวรรษที่ยี่สิบหก!

    ตอนนี้น้ำหนุนสูงเสียจนผมต้องอาศัยแต่การว่ายน้ำ

    มองไปรอบๆ ตลอดรัศมีหนึ่งกิโลเมตรไม่มีอะไรอยู่เหนือน้ำสักนิด

    คุณคงสงสัยล่ะสิว่าตึกสูงๆ มันหายไปไหน?

    มันพังเพราะแผ่นดินไหวและสงครามโลกครั้งที่สามไปหมดแล้ว!

    อย่างที่คัมภีร์ไบเบิ้ลบอกไว้นั่นแหละว่าภูเขาสูงจะไม่มีในโลกอีก

    ภูเขาพวกนั้นก็หมายถึงตึกระฟ้าทั้งหลายนั่นแหละ!

    อันที่จริงผมก็ไม่รู้หรอกว่าไอ้อนุสาวรีย์อันนี้มันรอดมาได้ยังไง?

    ไหนจะยังลูกเห็บขนาดห้าสิบกิโลกรัม ที่เกิดจากคาร์บอนไดออกไซด์กลายเป็นน้ำแข็งแห้งห่าใหญ่นั่นอีก

    หรือจะเป็นเพราะชื่อของมันที่เอาไว้ระลึกว่า เป็นอนุสาวรีย์แห่งการชนะศึกสงครามผมก็ไม่ทราบ

    รู้แต่ว่ามันเป็นหลักชัยที่ทำให้ผมมีกำลังใจและเพียรพยายาม

    ซึ่งมันก็ช่วยผมไว้ไม่ให้จมน้ำทั้งที่แทบจะหมดแรงไปแล้ว

    ส่วนที่ผมว่ารอคอยก็คือรอคอยให้มีคนมาช่วยอยู่

    ถึงจะเป็นเพียงความหวังลมๆ แล้งๆ แต่ผมก็ยังหวัง

    ผมยังไม่อยากตาย......

    แม้จะเริ่มหมดแรงแต่ผมก็ยังไม่อยากตาย....

    อันที่จริงผมไม่ควรต้องมาตายอย่างนี้ด้วยซ้ำ!

    ผมผิดด้วยหรือที่เกิดเป็นลูกชาวนา....?

    ผมผิดตรงไหนที่ไม่ได้เกิดมาเป็นลูกชายเจ้าของบริษัทระดับประเทศอย่างมัน!

    ผมได้ทุนไปต่อปริญญาเอกด้านวิทยาศาสตร์การอาหารด้วยซ้ำ!!

    แล้วทำไมโครงการเรืออาร์คสู่ดาวอังคารถึงตัดชื่อผมออกในนาทีสุดท้าย!!!

    อันที่จริงผมควรจะได้ไปที่นั่นกับเธอ....

    แต่กลายเป็นมันที่ไปเมาเละเทะจนต้องคลาดกับยานเที่ยวพ่อแม่ของมัน!

    ผมไม่เข้าใจ!?

    แค่มันเกิดเป็นลูกเจ้าของบริษัทแล้วทำไมถึงมีค่าได้มากนัก!?

    สองสามปีก่อนหน้านี้ มันไปก่อคดีทะเลาะวิวาทที่ผับ แล้วฉุดผู้หญิงไปข่มขืนด้วยซ้ำ!!!

    หรือผมมีคุณค่าน้อยกว่ามันเพราะชาติกำเนิด?!

    ตัวผมเองไม่ใช่หรือที่จะไปทำประโยชน์ที่นั่นได้มากกว่า!!

    ค่าของคนมันไม่ได้อยู่ที่ผลของการกระทำกระนั้นหรือ?!


    กรรมไม่ได้จำแนกสัตว์ให้ดีชั่วเลวหยาบอีกแล้วงั้นหรือ?!!


    กฏธรรมชาติมันเจ็บป่วยตามโลกไปด้วยหรือไงกัน?!!

    ผมผิดตรงไหนทั้งๆ ที่ไม่ได้ฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมไปกับวัตถุนิยม โดยอาศัยความร่ำรวยจากระบบทุนนิยมผ่านทางพ่อแม่อย่างมัน?!

    จริงๆ มีตั้งหลายบริษัทที่ทาบทามให้ผมไปเป็นซีอีโอของที่นั่น แต่บังเอิญผมไม่ชอบระบบที่เอื้อให้คนทำตัวอย่างสัตว์ การทำตัวแบบปลาใหญ่กินปลาเล็กอย่างนั้นมันไม่ใช่อุดมคติของผม!!!

    ..........................

    เอาเถอะ....

    ผม....ผมหมดแรงแล้วล่ะ

    ขอโทษที่เผลอระบายอะไรต่อมิอะไรใส่คุณมากเกินไปหน่อย....

    มันเป็นแค่อารมณ์หยาบชั่วที่วูบขึ้นมา และไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับคุณเลย....

    ขอโทษจริงๆ ที่ผมเผลอควบคุมอารมณ์ไม่ได้

    ตอนนี้ผมหวังอยู่แต่ว่าเธอและคนที่นั่นคงจะอยู่รอดกันได้ต่อไป

    ถึงผมจะไม่ชอบขี้หน้ามันเท่าไหร่ แต่ผมก็อยากให้มันรอด....

    อยู่รอด!


    เพื่อมนุษยชาติ......


    -----------------------------------


โซล*ที่  49  คิมหันตฤดู  พ.ศ.26xx


    ดิฉันชื่อรุ่งทิวา

    ข้อเขียนฉบับนี้เริ่มบันทึกขึ้นย้อนหลัง

    ขอออภัยที่ดิฉันต้องใช้กระดาษ

    บังเอิญว่าดิฉันชอบมันมากกว่า และมีเหตุบางอย่างให้ไม่อาจใช้เครื่องบันทึกโฮโลแกรมได้

    ปรกติแล้วดิฉันไม่ชอบเขียนไดอารี่....

    ประกอบกับภาระหน้าที่ซึ่งค่อนข้างจะหนักหนา หากมันจะขาดๆ ห้วนๆ หรือสั้นไปบ้างคงต้องขออภัยด้วย

    เดิมดิฉันเป็นครูสอนวิชาสังคม และได้รับคัดเลือกโดยเจ้าหน้าที่ด้านวิทยาศาสตร์การอาหารให้มาเป็นผู้ช่วย

    แต่การณ์กลับกลายเป็นว่าผู้ที่เลือกดิฉันมากลับไม่มีที่ให้นั่ง

    ยานขนส่งเมล็ดพันธุ์และพันธุกรรมสัตว์ของเราถูกหน่วงให้ล่าช้าเพื่อรอคอยบุคคลสำคัญ

    น่าแปลกที่คนระดับลูกชายเจ้าของบริษัท ซึ่งใหญ่โตที่สุดในประเทศกลับมาอยู่ในยานอันเล็กจ้อยลำนี้

    ทั้งๆ ที่ไม่มีหน้าที่และควรจะไปอยู่ในยานอันหรูหราใหญ่โต ซึ่งบริษัทในตระกูลของเขาเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการสร้าง

    แต่เมื่อถึงเวลาจริงๆ กลับทำให้พวกเราต้อง พลัดพราก!

    ทั้งๆ ที่เก้าอี้ตัวนั้นควรจะเป็นของบุคคลซึ่งเคยเดินจูงมือกันบนชายหาด.....

    ทั้งๆ ที่มันควรจะเป็นของคนที่มีความสำคัญทั้งต่อดิฉันและเพื่อนร่วมทาง.....

    แต่ก็ไม่.....


โซลที่ 50 คิมหันตฤดู พ.ศ.26xx


    ดิฉันเดินทางอยู่นานในความเวิ้งว้าง

    ดวงดาวมากมายที่ส่องประกายระยิบระยับ ไม่อาจขจัดความเหน็บหนาวและโดดเดี่ยวในจิตใจของดิฉันได้

    แม้แต่ความคับแคบของยานที่ทำให้ทุกคนอึดอัด ก็ยังไม่อาจรบกวนความเจ็บปวดของหัวใจ

    ถึงหมู่ดาราจะดูดุจเพชรพลอยแต่มันจะมีค่าอะไร?

    ไม่ได้เกี่ยวกับการที่มันอยู่ไกลแสนไกล แต่เพราะถึงจะมีอัญมณีเหล่านั้นมาอยู่ในมือ ทว่าก็หาประโยชน์ไม่เมื่อเทียบกับข้าวสักคำ

    ถูกแล้วค่ะ.....


    ข้าวสักคำ!


โซลที่ 51 คิมหันตฤดู พ.ศ.26xx


    กัปตันนพดลพายานจากโลกไปยังดวงจันทร์ก่อน

    จากนั้นจึงอาศัยการโคจรรอบบริวารของโลกเพื่อเร่งความเร็วจากแรงเหวี่ยง

    ตอนที่เขาทำอย่างนั้นตัวยานมันสั่นมาก

    สำหรับดิฉันและคุณชายที่เพียงฝึกเล็กๆ น้อยๆ มาบ้าง จึงเล่นเอาย่ำแย่และอาเจียนกันหลายครั้ง

    หลังรอนแรมอยู่หลายเดือน ที่สุดเราก็มาถึงดาวอังคาร

    น่าแปลกที่นักบินไม่สามารถติดต่อกับยานแม่ได้เลยสักหน

    หอบังคับการของประเทศไทยที่ถูกสร้างไว้ล่วงหน้าก็เงียบหาย

    แม้จะเข้าใกล้เป้าหมายมากแล้วแต่มันยังเงียบกริบ

    เสียงเดียวที่ได้ยินคือคลื่นแทรกแปลกๆ

    เห็นนักบินบอกว่าดูเหมือนจะเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ปั่นป่วนด้วยเหตุบางอย่าง

    สิ่งนี้ชวนให้ประหลาดใจ เพราะดาวอังคารมีเพียงสนามแม่เหล็กอ่อนๆ เท่านั้น

    ขณะที่รอการติดต่อกลับอยู่ในวงโคจร คลื่นเหล่านั้นก็ส่งผลกระทบต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อยู่บ้าง

    แม้การลงจอดในสภาพแบบนี้จะเสี่ยงอยู่มาก ทว่าเมื่อเสบียงใกล้หมด นักบินจึงจำต้องนำยานเข้าสู่ชั้นบรรยากาศจนได้


โซลที่ 52 คิมหันตฤดู พ.ศ.26xx



    ทีแรกนักบินพายานพลิกหงายท้องเมื่อเทียบกับพื้นดาว

    แต่ด้วยแรงโน้มถ่วงที่ศูนย์จีจึงทำให้เราไม่หลุดจากที่นั่ง

    เรารู้สึกได้ถึงความเร็วที่ลดลงจากการจุดระเบิดบริเวณท้ายกระสวยซึ่งกำลังพุ่งไปข้างหน้า

    จากนั้นนักบินจึงจุดระเบิดให้กระสวยตีลังกาขึ้น และนำหัวยานมาอยู่ด้านหน้าในที่สุด

    เมื่อยานผ่านเข้าชั้นบรรยากาศ ปีกของมันจึงถูกปรับให้ตั้งขึ้นเก้าสิบองศา

    วิธีนี้เคยทำให้ยานสเปซชิปวัน(Space Ship One) ชนะรางวัลเอกซ์ไพรท์(X-Prize) มาแล้วเมื่อร้อยกว่าปีก่อน

    มันเป็นการแข่งขันที่จะสร้างยานเพื่อการท่องเที่ยวอวกาศในเชิงพาณิชย์

    ผลของการปรับปีกทำให้ตัวยานลดระดับสู่พื้นผิวโดยไม่เสียดสีกับอากาศอย่างรุนแรงนัก

    และเมื่อระดับความสูงพอเหมาะจึงค่อยติดเครื่องไอพ่นให้กลายมาเป็นเครื่องบินอีกครั้ง

    หลังการลงจอดอันคละคลุ้งด้วยฝุ่นดิน พวกเราในชุดอวกาศคล้ายชุดประดาน้ำก็เข้าสู่ไบโอสเฟียร์


โซลที่ 53 คิมหันตฤดู พ.ศ.26xx



    จากธุลีดินสีสนิมกลายมาเป็นดินดำอันชุ่มชื้น สีเขียวที่เห็นดูอลังการเย็นตาผิดกับความอ้างว้างเบื้องนอก มันราวกับสวนสวรรค์เขตร้อน และเหมือนเดินทางกลับบ้าน ทว่าบรรดาผู้ล่วงหน้ามาก่อนกลับไร้วี่แววไปดื้อๆ แม้ทุกคนจะช่วยกันหาในโดมทั้งสี่หลังแต่ไม่พบผู้ใด ถึงจะไปหาดูที่อาคารพักอาศัย ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางและเชื่อมต่อกับสิ่งก่อสร้างทั้งหมด ทว่าไม่เห็นใครทั้งสิ้น อันที่จริงการไม่พบยานแม่ซึ่งล่วงหน้ามาก่อนก็พอจะเดา มันอาจหมายถึงยานได้ประสบอุปัทวเหตุร้ายแรงด้วยปัจจัยบางอย่าง ถึงจะไม่มีหลักฐานมากพอแต่ดิฉันก็เชื่อเช่นนั้น ทว่าที่น่าฉงนกว่าคือบรรดาเจ้าหน้าที่ ซึ่งได้รับคัดเลือกให้มาเตรียมความพร้อมด้านต่างๆ ก็หายไปด้วย มันราวกับทุกคนหนีภัยบางประการอย่างชาวมายาในอดีตที่ทิ้งเมืองไปดื้อๆ หรืออีกอย่างก็คือ มันคล้ายกับการสาบสูญของเรือ และเครื่องบินที่สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้าก็ไม่ปานทีเดียว


โซลที่ 54 คิมหันตฤดู พ.ศ.26xx


    สิ่งที่เหลือมีเพียงพืชพันธุ์รกเรื้อราวป่าดงดิบ ภายในโดมกระจกหลังใหญ่ อันกินอาณาบริเวณร่วมห้าตารางกิโลเมตร มีไม้ยืนต้นขึ้นอยู่ระเกะระกะ หมู่นกและเหล่าสัตว์ซึ่งถูกปล่อยไว้ให้ขยายพันธุ์ตามธรรมชาติยังรอดอยู่ได้ แต่โดมที่เอาไว้เป็นฟาร์มเลี้ยงปศุสัตว์กลับไม่มีอะไรเหลือ ฝูงวัวในคอกอัตโนมัติและสัตว์น้ำในบ่อเลี้ยงขึ้นอืดเหม็นตลบ ครั้งแรกที่เปิดเข้าไปพวกเราถึงกับผงะจนแทบจะราก** ภายในนั้นเรียกได้ว่าสุสาน ต่อมาเจ้าหน้าที่ด้านเทคนิคจึงพบสาเหตุว่า เป็นเพราะหุ่นยนต์และอุปกรณ์ควบคุมอิเล็กทรอนิกส์เสื่อมสภาพแทบทั้งหมด


โซลที่ 55 คิมหันตฤดู พ.ศ.26xx



    ข่าวร้ายอย่างแรกทำให้เราตระหนกและสับสน ความวุ่นวายหมุนวนในหมู่พวกเราแบบไม่ไว้หน้า มันเท่ากับอยู่ดีๆ คนทันสมัยอย่างเราต้องมาพึ่งตัวเองแทบทุกอย่าง ตั้งแต่ลืมตาดูโลกจวบจนหนีมาอยู่บนดาวอังคาร พวกเราอาศัยแต่เทคโนโลยีอันแสนสะดวกสบายกันมาตลอด

    มันเหมือนพื้นแผ่นดินที่ยืนถูกกระชากออกไปดื้อๆ แน่นอนว่าเมื่อมีอย่างแรกก็ต้องมีประการต่อมาจนได้ ดูเหมือนมาร์ส(Mars) เทพเจ้าแห่งการสงครามของชาวโรมัน จะรู้เห็นเป็นใจกับลูกๆ หรือบรรดาดวงจันทร์บริวาร ไดมอสคือความกลัว และโพบอส***คือความหวาดสยอง ราวจะรุกรานและเหิมเกริมขึ้นมาอย่างไรอย่างนั้น มันทำให้ดิฉันตื่นขึ้นมากลางดึกด้วยแรงสะเทือนจนหัวใจสั่น แม้เมื่อมองออกไปจะเห็นพระจันทร์ทอแสงอร่าม แต่ความรุนแรงของภัยธรรมชาติ ก็ทำให้ไม่มีเวลาไปพิศมัยความงดงามนั้นได้ ดิฉันรีบมุดไปใต้โต๊ะเขียนหนังสือ เพื่อป้องกันตู้ล้มทับตามที่เคยเรียนรู้มา คืนนั้นมือยักษ์โยกคลอนตึกของเราราวห้านาทีทีเดียว....


โซลที่ 56 คิมหันตฤดู พ.ศ.26xx


    เมื่อแผ่นดินหยุดไหว แต่ละคนจึงออกจากห้องเพื่อสำรวจความเสียหาย เสียงเรียกหากันดังเป็นระยะตามปรกติของสัตว์สังคมอย่างมนุษย์ โชคดีที่โดมกระจกปลูกต้นไม้ยังอยู่รอดไม่แตกหัก ไม่เช่นนั้นออกซิเจนคงรั่วออกไปสู่บรรยากาศที่เบาบาง และส่งผลต่อความเป็นอยู่ของพวกเราได้ แม้นานาชาติจะนำพืชตัดแต่งพันธุกรรม อันทนสภาพแสนกันดารของดาวอังคารมาปลูกไว้ภายนอก แต่มันก็ยังไม่เพียงพอต่อการอยู่อาศัยตามปรกติเหมือนโลกได้ การที่ดาวอังคารมีมวลเพียงจุดหนึ่งศูนย์เจ็ดของโลกทำให้มันมีแรงดึงดูดน้อยกว่า ซึ่งนอกจากก๊าซจะหลุดหายไปจากชั้นบรรยากาศได้ง่ายแล้ว มันยังส่งผลให้น้ำไม่อาจกลายเป็นของเหลวในสภาพเช่นนี้

    บรรยากาศของดาวอังคารเบาบางกว่าโลกถึงหนึ่งร้อยเท่า การกระจายตัวเพื่อสร้างสมดุลในบรรยากาศจะดึงน้ำให้กลายเป็นไอจนหมด ส่วนอุณหภูมิที่ต่ำเฉลี่ยติดลบหกสิบสามองศา ก็ทำให้น้ำที่พอจะมีกลายเป็นน้ำแข็งจับอยู่ตามขั้ว นี่เป็นปัญหาอันใหญ่หลวงซึ่งบรรดานักวิทยาศาสตร์ถกเถียงกันถึงวิธีแก้ไข ผลของสงครามและภัยธรรมชาติที่ทวีขึ้นเรื่อยๆ บีบให้มนุษย์ต้องรีบหนีมาหาที่อยู่บนโลกใหม่ มันเร็วเกินไปจนกระบวนการที่วางแผนไว้ไม่อาจรองรับได้ ดังนั้นพวกเขาจึงอยากจะหาวิธีบางอย่างมาลัดขั้นตอนการพัฒนา ตามข่าวที่เล็ดลอดออกมาทำให้ทราบเพียงคร่าวๆ ว่า มันเป็นการปรับสภาพที่ช่วยให้เหมาะแก่การดำรงชีพของมนุษย์เรา


โซลที่ 57 คิมหันตฤดู พ.ศ.26xx


    โชคดีที่หลายวันจากนั้นไม่เกิดแผ่นดินไหวอีก กัปตันนพดลยังเป็นผู้นำที่ดีโดยแบ่งงานให้ทุกคนรับผิดชอบ นักบินที่สองกับเจ้าหน้าที่เทคนิครับซ่อมแซมอุปกรณ์ที่จำเป็น แม้จะไม่ค่อยมีความหวังมากนัก ทว่าดีกว่าการปล่อยทิ้งเอาไว้เฉยๆ ตัวกัปตันเองรับอาสาออกไปหาอาหารในป่าจำลอง ส่วนหน้าที่ของดิฉันในฐานะที่เป็นผู้หญิง จึงรับผิดชอบด้านหุงหาอาหาร การที่ยานของเราเป็นหน่วยขนส่งเมล็ดพันธุ์จึงพอจะนำมาปลูกใหม่ได้บ้าง พืชพันธุ์ที่อยู่ในโดมเพาะเลี้ยงอัตโนมัติเป็นอีกอย่างที่ไม่อาจนำมาใช้ได้อีก


โซลที่ 58 คิมหันตฤดู พ.ศ.26xx


    คุณชายไฮโซดูจะเป็นคนเดียวที่มีอภิสิทธิ์ การทำความสะอาดตกเป็นอีกภาระหนึ่งของดิฉันอย่างช่วยไม่ได้ แต่หากแค่ไม่ทำงานก็คงจะไม่เท่าไหร่ ทว่าที่น่ารังเกียจคือการทำตัวแบบมือไม่พายเอาเท้าราน้ำ วันๆ เขาจะชอบไปรบกวนคนอื่น และเรียกร้องความสนใจจนทุกคนเหนื่อยหน่าย เดี๋ยวก็วางท่าเป็นคนใหญ่คนโตคอยบงการให้คนมาเอาใจ เดี๋ยวก็กลายเป็นเด็กคอยไปแหย่ให้คนทำงานเสียสมาธิ หรือไม่ก็กลายเป็นลูกแหง่ทำหน้าจะร้องไห้หาแม่ไปซะอย่างนั้น อันที่จริงหากเขาไม่เคยมีคดีบางอย่าง ดิฉันคงจะเข้าไปช่วยปลอบประโลมบ้าง ไม่ใช่แค่เห็นใจกันเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสในการสร้างแรงจูงใจให้ช่วยกันทำงานอีกด้วย อย่างไรก็ดี พวกเรายังมีปัญหาอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งฉุดความสนใจของเราไปแทบหมดสิ้น นั่นก็คือการที่คุณนพดลแทบจะไม่มีอะไรติดมือมาเลยสักครั้ง เสบียงอาหารเม็ด และอาหารเหลวที่ถูกทิ้งไว้เพียงเล็กน้อยใกล้จะหมดลงทุกวัน อย่างที่บอกนั่นแหละค่ะ ว่าข้าวสักคำยังมีค่ากว่าเพชรพลอย


โซลที่ 59 คิมหันตฤดู พ.ศ.26xx


    พันธุกรรมสัตว์ที่ขนมาทั้งหมดไม่มีความหมาย โชคดีที่กระบวนการเก็บดีเอ็นเอแบบแห้งทำให้มันอยู่ได้ในอุณหภูมิห้อง ระบบเชื้อเพลิงของยานที่เป็นเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ทำให้เรามีพลังงานเหลือพอ นอกจากจะนำอุปกรณ์บางอย่างมาใช้ และใช้แทนเครื่องมือสื่อสารหลักที่เสียหายแล้ว เรายังต่อเชื่อมเอาพลังงานมายังอาคารพักอาศัยอีกประการ


โซลที่ 60 คิมหันตฤดู พ.ศ.26xx


    แรงบีบคั้นเรื่องอาหารทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ การสื่อสารกับชาติอื่นๆ ยังทำไม่ได้ ยิ่งนานไปดิฉันก็ยิ่งไม่มั่นใจว่าเราอยู่ที่ดาวนี้เป็นพวกเดียวหรือเปล่า หากติดต่อหากันได้บ้าง อย่างน้อยก็พอจะถามข่าวคราวและขอความช่วยเหลือได้ เขตของชาติอื่นที่อยู่ใกล้ที่สุดก็ไม่ต่ำกว่าสองร้อยไมล์ พาหนะภาคพื้นดินซึ่งจะเอามาใช้ก็อยู่ที่ยานแม่ทั้งหมด รถที่เจ้าหน้าที่เตรียมการใช้ก็คงจะหายไปพร้อมกับคน นี่ถ้าคนรักของดิฉันยังอยู่ ปัญหาเรื่องอาหารก็คงจะบรรเทาไปบ้าง การที่เขาเกิดเป็นลูกชาวนาผู้ยากจนทำให้ต้องคอยเข้าไปหาของป่า เขากับดิฉันรู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก โดยที่ตัวดิฉันเป็นลูกสาวของข้าราชการท้องถิ่น เราเป็นเพียงเพื่อนกันอยู่นานกว่าที่ความสัมพันธ์จะพัฒนาขึ้น แต่ในท้ายที่สุด มันก็กลายมาเป็นคำสัญญาที่จะอยู่เคียงข้างกันตลอดไป.....


โซลที่ 61 คิมหันตฤดู พ.ศ.26xx


    วันไหนที่เข้าป่า เขาจะนำสัตว์หรือพืชผักที่หามาได้มาอวดดิฉันอยู่เรื่อย ตอนแรกก็ตื่นเต้น ต่อมาก็เฉยๆ แต่ตอนนี้กลับโหยหา สิ่งที่เขาพยายามสอนดิฉัน แต่ไม่เคยถูกจดจำ กลับกลายเป็นสุดเสียดาย ใครจะรู้จริงมั้ยคะ ว่าจู่ๆ ต้องมากลายเป็นคนป่าที่ดาวอังคาร....


โซลที่ 62 คิมหันตฤดู พ.ศ.26xx


    หากมีการบันทึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ดิฉันคงจะกลายเป็นอีฟ

    จริงสิ! รู้มั้ยคะ? ว่าตำนานกำเนิดมนุษย์ของศาสนาคริสต์นั้นสอดคล้องกับพระพุทธศาสนา

    อย่าค่ะ! อย่าเพิ่งคิดค้านจนกว่าคุณจะได้อ่านส่วนต่อไปของข้อความ

    ลองเปิดใจค่อยๆ อ่าน คุณจะพบกับความโยงใยในสิ่งที่ดิฉันกล่าวอ้างด้วยปัญญาของตนเอง....

    ในคัมภีร์ไบเบิ้ลภาคพันธะสัญญาเก่า กล่าวว่าพระเจ้าทรงสร้างอดัมขึ้นมาจากดิน พระองค์ทรงดำริให้ร่างกายของมนุษย์ มีลักษณะตามฉายาของพระองค์ทุกอย่าง ต่อมาจึงทรงชักกระดูกซี่โครงของเขาออกมาอันหนึ่ง เพื่อสร้างเป็นอีฟและให้อยู่เคียงกันในดินแดนของพระเจ้า ทว่าไม่ช้าไม่นาน ทั้งสองกลับกระทำความผิดเพราะถูกงูล่อลวงเข้า จึงถูกขับไล่ให้ออกมาเผชิญชีวิตด้วยตนเอง

    ทีนี้เรามาดูกันในทางพระพุทธศาสนาบ้าง.....

    ดิฉันขอเริ่มด้วยตำนานอื่นที่เกี่ยวโยงกัน คือการกำเนิดของโลกเสียก่อน พระพุทธองค์ตรัสเอาไว้ว่า ขณะที่จักรวาลยังว่างเปล่าอยู่ ได้บังเกิดลมซึ่งยังให้มหาเมฆพัดมา มันแผ่ออกเป็นพื้นที่ไพศาล และนานวันเข้าก็ทำให้เกิดฝนตกไปทั่ว ปริมาณน้ำที่มีมหาศาลจะพาให้ธุลีดินค่อยๆ มารวมตัว มันจะกลายเป็น ง้วนดิน  ก่อนจะก่อให้เกิดเป็นทวีปหรือโลกของเราในที่สุด

    ง้วนดินมีรสอร่อย และมีกลิ่นหอมรัญจวนยิ่ง เหล่าพรหม(พระเจ้าของศาสนาพราหมณ์)ที่เพิ่งจะหมดบุญได้กลิ่นเข้าจึงลงมาเสพเป็นอาหาร การเสพง้วนดินที่เป็นของหยาบ ทำให้กายทิพย์ค่อยๆ เสื่อม และกลายเป็นตัวเป็นตนขึ้นมา เห็นอะไรหรือยังคะ?

    พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ตามฉายาของพระองค์ และทรงสร้างขึ้นมาจากดินไม่ใช่หรือ?

    อีกประเด็นที่น่าสนใจคือการกำเนิดของโลก....

    หากใครมีความรู้ด้านดาราศาสตร์ คงจะเห็นแล้วว่าที่พระพุทธองค์ได้ตรัส เป็นการเปรียบที่สอดคล้องกับทฤษฏีทางวิทยาศาสตร์ ตามทฤษฏีสมัยใหม่ ดาวฤกษ์จะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยการที่เมฆก๊าซในอวกาศเกิดมารวมตัวกัน หากทีแรกฝุ่นและก๊าซยังกระจายกันอยู่ห่างๆ อาจต้องอาศัยแรงจากซูเปอร์โนวาเข้ามาช่วย ต่อมาเนิ่นนานแรงดึงดูดระหว่างมวลจึงทำให้เกิดการยุบตัว จนเมื่อความหนาแน่นก่อให้เกิดความร้อนถึงสิบห้าล้านองศาเซลเซียส ไฮโดรเจนจึงเกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชั่น และกลายเป็นดาวฤกษ์ในเวลาต่อมา

    ซูเปอร์โนวาก็คือลมที่กล่าวไว้ทีแรก ทะเลเมฆที่หมุนวนและรวมตัวอย่างหนาแน่น เปรียบไปก็ดั่งมหาสมุทรที่ข้นคลั่ก น้ำที่ท่วมจักรวาลซึ่งพระพุทธองค์ตรัส ก็หมายถึงจักรวาลในช่วงนี้นั่นเอง และหากจะเปรียบกับอีกศาสนาหนึ่ง มันก็คือเกษียรสมุทรหรือทะเลน้ำนม ซึ่งปรากฏในคติการสร้างโลกของชาวฮินดู

    ในคัมภีร์วราหปุราณะ กล่าวว่าการสร้างโลกเกิดขึ้นโดยพระนารายณ์ ขณะที่ท่านบรรทมอยู่บนเกษียรสมุทร ปรากฏว่ามีดอกบัวผุดขึ้นจากพระนาภีหรือสะดือของท่าน ภายในดอกบัวเป็นที่ประทับของพระพรหม ผู้ซึ่งมีบทบาทในการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ คงเคยสังเกตกันใช่ไหมคะ ว่าชื่อของกาแลคซี่ทางช้างเผือกในภาษาอังกฤษ ก็เรียกกันว่า Milky Way....


โซลที่ 63 คิมหันตฤดู พ.ศ.62xx


    คิดไปแล้วก็น่าแปลก ที่ผู้ทรงศีลในอดีตกาล กลับกล่าวถึงการกำเนิดของสุริยะจักรวาลได้อย่างน่าอัศจรรย์ ตามความเห็นของดิฉัน การมีศีลธรรมนี่แหละที่สร้างความก้าวหน้าอันยั่งยืนได้ ถึงความทันสมัยจะยังมาไม่ถึง ทว่าท่านเหล่านั้นก็ หยั่งรู้ อย่างก้าวกระโดดออกจากข้อจำกัดใดๆ หลักคำสอนของศาสนาต่างๆ ล้วนสั่งสอนให้มนุษย์เคารพในธรรมชาติหรือพระเจ้าอันยิ่งใหญ่ การจะปฏิบัติเช่นนี้ได้ โดยเฉพาะตามหลักของศาสนาพุทธแล้ว มันก็เท่ากับการฝึกให้อัตตาลดลงจนหมดไป สรรพสิ่งเป็นเพียงอนุภาคที่แปรเป็นสสารกับพลังงานใช่หรือไม่ หากใครเข้าถึงอนัตตาเสียแล้ว ก็ย่อมเข้าถึงทุกสิ่งทุกอย่างผ่านความเป็น หนึ่งเดียว!


โซลที่ 64 คิมหันตฤดู พ.ศ.26xx


    เอาเถอะค่ะ สิ่งที่ดิฉันกล่าวไปเมื่อวาน หลายคนอาจไม่เชื่อก็ได้ แต่อย่าเพิ่งบอกว่ามันไม่เกี่ยวกับบันทึกฉบับนี้นะคะ เพราะหากมนุษย์ไม่เดินทางผิด พวกดิฉันคงไม่ต้องมาเป็นคนป่าอยู่ที่นี่ หลักเศรษฐศาสตร์ของชาวตะวันตก ที่สอนให้เรา "บริหารทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด เพื่อตอบสนองความต้องการที่ไม่จำกัด"  นั่นใช่ต้นเหตุหรือเปล่า? คุณคิดว่าโลกจะเปลี่ยนไปไหมคะ หากเราเปลี่ยนหลักนั้นให้เป็นตรงกันข้าม....


    คือ..."บริหารความต้องการที่ไม่จำกัด ให้สอดคล้องกับทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด"  เสียแทน?


โซลที่ 65 คิมหันตฤดู พ.ศ.26xx


    ปัญหาเรื่องอาหารก่อกวนพวกเราไม่หยุด แม้จะเริ่มปรับตัวได้มากขึ้น พอจะตกปลากับใช้ความรู้ที่เลือนลางเก็บของป่าได้บ้าง แต่กลับมีปัญหาใหม่ให้แก้ อาคันตุกะที่เยี่ยมเยือน มาพร้อมกับข่าวร้ายที่คืบคลาน พวกเราเพิ่งได้ติดต่อกับมนุษย์กลุ่มอื่นเป็นครั้งแรก และอาจเป็นครั้งสุดท้ายไปในขณะเดียวกัน

    เหตุการณ์คือช่วงเช้าของวันหนึ่ง กัปตันนพดลพบว่ามีพาหนะของชาติอื่นมาจอดในเขต สตรีผมทองคนหนึ่งนอนฟุบอย่างหมดสภาพอยู่บนรถคันนั้น เธอคงใช้ระบบระบุเป้าหมายสั่งให้มันแล่นมาเองโดยอัตโนมัติ ส่วนที่ว่าหมดสภาพนั้น ก็เพราะทั้งเนื้อทั้งตัวมีแต่แผลเน่า หลังปฐมพยาบาลอยู่นานเธอจึงฟื้นคืนสติ แต่กลับพูดได้กระท่อนกระแท่น หลังจับความกันอย่างลำบากแล้ว เราจึงเพิ่งได้รู้ว่าเกิดอะไร

    เนื้อหาที่ได้ทำให้รู้ว่าเกิดโรคระบาด ต้นเหตุคือพวกเขามีโครงการบางอย่างจึงได้ขุดเจาะลงไปใต้ชั้นหิน ตอนแรกที่พบแหล่งน้ำ มันทำให้เกิดความยินดีจนเนื้อเต้น ทว่าไม่นานมันกลับเป็นคำสาปที่สร้างความลำเค็ญ และกลายมากินเนื้อเยื่อของพวกเขา นักชีววิทยาวิเคราะห์แล้วพบว่า แหล่งน้ำนั้นมีจุลชีพนับร้อยนับพันชนิด พวกมันคงไปซ่อนตัวอยู่ใต้พื้นผิว หลังดาวอังคารหมดสภาพจะดำรงชีวิตอยู่ได้ พวกมันวิวัฒนาการมาภายใต้ความทุรกันดารจึงปรับตัวได้เป็นอย่างดี มันกินสารอินทรีย์ได้แทบทุกชนิด และเป็นที่มาของแผลเน่าเฟะตามร่างกายของเธอ


โซลที่ 66 คิมหันตฤดู พ.ศ.26xx


    ยาปฏิชีวนะใดๆ เรียกได้ว่าไร้ผล ดูเธอเองก็คงจะรู้ว่าต้องหมดลมในเร็ววันนี้แน่ ความพยายามเฮือกสุดท้ายจึงเป็นการถ่ายทอดประสบการณ์ให้คนที่เหลือฟัง มันทำให้พวกเราตระหนักว่าพลังชีวิตของมนุษย์นั้น ทั้งทรงพลังและมีความหมายมากมายแค่ไหน อย่างไรก็ตาม ไม่ได้มีแต่คนเท่านั้นที่อยากจะสืบชีวิตต่อไป ที่จริงมันอาจกล่าวได้ด้วยซ้ำว่า ความอดทนของบรรดาจุลชีพอยู่เหนือกว่าเราเสียอีก พวกมันคงชินเสียแล้วกับความบีบคั้นราวทารุณกรรมอันหนุนเนื่อง คิดๆ ไปก็น่าละอายเหลือเกิน ที่เราซึ่งถือว่าตนเป็นสัตว์ประเสริฐเพียงผู้เดียว กลับหันไปพึ่งสิ่งนอกกายจนละเลยศักยภาพที่จะอยู่รอดด้วยลำแข้งของตัว


โซลที่ 67 คิมหันตฤดู พ.ศ.26xx


    อาการของเธอทรุดลงเรื่อยๆ โดยที่เราไม่อาจช่วย ถ้าเชื้อพวกนี้อยู่นอกร่างกายก็อาจจะใช้ความร้อนฆ่ามันได้บ้าง แต่เมื่อถูกเล่นงานจากภายในก็คงมีแต่ต้องตาย ทว่าที่น่าตระหนกกลับไม่ใช่การจะหมดลมของใคร แต่เป็นดาวอังคารที่กำลังจะตายต่างหาก โครงการที่เธอเกริ่นเอาไว้ทีแรกนั่นแหละคือตัวการ นักวิทยาศาสตร์ อัจฉริยะไร้ปัญญา  เสนอหนทางการปรับสภาพดาวอังคารอย่างเร่งรัด พวกเขาร่วมกันสร้างมวลสารความหนาแน่นสูง เพื่อเพิ่มแรงโน้มถ่วงให้ดาวดวงนี้สามารถอาศัยอยู่เหมือนโลกเดิมของเรา ทีแรกที่ได้ฟังนั้น ดิฉันอยากจะกรีดร้องให้มันรู้ไปเลยก็ว่าได้ สิ่งนี้แสดงว่าพวกเขาไม่ได้เรียนรู้ หรือพัฒนาอะไรขึ้นเลยสักอย่าง เท่าที่จับความได้ก็คือ พวกเขาใช้วิธีการบางอย่างมาบีบมวลมหาศาลให้มีขนาดเล็กจิ๋วได้ เธอบอกแต่ว่าพวกเขาทำให้มันเป็นลูกเล็กๆ และแยกกันเก็บเอาไว้หลายๆ อัน ดิฉันไม่รู้ว่าไปเอามวลขนาดนั้นมาจากไหนกัน หรือมันจะเป็นเหตุให้โลกเกิดมหาภัยพิบัติก่อนเราจะหนีมายังที่นี่กันแน่ แต่ที่รู้ๆ ก็คือ เหตุที่พวกเขาทำเช่นนี้ก็เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดแรงดึงดูดที่มากจนเกินควร นอกจากจะทำให้เก็บรักษามันได้ง่ายแล้ว มันยังเป็นประโยชน์ต่อการเคลื่อนย้ายขณะนำส่งสู่แก่นดาว


โซลที่ 68 คิมหันตฤดู พ.ศ.26xx


    ทว่าจุดนี้เองที่ดิฉันเห็นว่าเขาพลาด ความบีบคั้นของสงครามและภัยธรรมชาติ เร่งให้ต้องจากโลกมาค่อนข้างกะทันหัน ถึงจะเตรียมการไว้นานพอควร แต่ภัยที่ถั่งโถมก็ทำให้ต้องนำงบไปอุดรูรั่วใหม่ๆ ไม่เว้นแต่ละวัน มันเบียดบังทั้งงบประมาณ และบั่นทอนโอกาสในการเตรียมข้อมูลให้พร้อมที่สุดด้วย สุดท้ายปรัชญาเศรษฐกิจอันคุ้นชิน คงกระตุ้นให้พวกเขาเลือกจะเสี่ยงโดยอาศัยข้อมูลเก่าอันคลุมเครือ นี่เองจึงเป็นที่มาของเหตุประหลาดที่เกิดขึ้น และตอบคำถามคาใจของดิฉันได้ ดิฉันเข้าใจแล้วว่า คลื่นประหลาดเหล่านั้นเกิดขึ้นมาได้อย่างไร ส่วนที่เกิดแผ่นดินไหวก็คงมีสาเหตุมาจากเรื่องนี้ด้วย การไปยุ่งกับแก่นของดาวอังคาร คงก่อให้เกิดสนามแม่เหล็กที่แปรปรวน คลื่นแม่เหล็กเกรี้ยวกราดที่พลุ่งขึ้น คงรุนแรงจนทำลายอุปกรณ์ไฟฟ้าได้ ยานแม่ที่ล่วงหน้ามาก่อนอาจร่วงไปแล้วขณะจะลงสู่พื้นดาว ส่วนเจ้าหน้าที่ทั้งห้าผู้สาบสูญไปของเรา ก็เป็นเพราะติดโรคประหลาดนั่นเอง


โซลที่ 69 คิมหันตฤดู พ.ศ.26xx


    ดิฉันคงยังไม่ได้บอกว่าเขตของเขาอยู่ถัดจากเรานี่เอง จากปากคำของผู้เสียชีวิต คือเจ้าที่หน้าของเราได้ทำสนธิสัญญาขอสำรวจแหล่งน้ำ ด้วยความที่อยู่ในภาวะลำบากเช่นกัน พวกเขาจึงยอมให้ส่งหุ่นยนต์ไปสำรวจหาทางน้ำใต้ดิน แต่ขนาดไม่ได้ส่งคนลงไปจริงๆ พวกจุลชีพก็ยังเล็ดลอดเข้าสู่เนื้อเยื่อจนได้ ไม่นานโรคร้ายก็เริ่มกระจาย และคร่าชีวิตบุคลากรทั้งสองฝ่าย เจ้าหน้าที่ทั้งหมดของเราได้เสียชีวิตลงไปในเขตของเขานั่น การส่งคนมาเตรียมการยังดาวอังคาร ถือเป็นเรื่องใหญ่สำหรับประเทศเล็กๆ อย่างไทยเรา ระบบอัตโนมัติที่เสียหายไปทั้งหมด มีไว้เพื่อทดแทนการให้มนุษย์มาอยู่ที่นี่ การจากโลกมาปักฐานที่ดาวดวงใหม่ ส่งผลกระทบอย่างมากต่อจิตใจของคน นอกนั้นยังจำเป็นต้องมีการคัดเลือกที่เข้มงวด และทั้งหมดก็ใช้งบประมาณมหาศาลจนแทบถังแตกกันเลยทีเดียว


โซลที่ 75 คิมหันตฤดู พ.ศ.26xx


    ไม่รู้โชคดีหรือร้ายที่ยานของเรามาถึงทีหลัง แต่สิ่งหนึ่งที่เกิดกับดิฉัน คือต้องมารับ..เคราะห์กรรม.. ซึ่งไม่ได้ก่ออีกแล้ว ครั้งแรกก็ทำกับคนรักของดิฉัน... แต่คราวนี้เป็นตัวดิฉันเอง..!  เมื่อห้าวันก่อนถือเป็นคืนวันอันเลวร้ายที่สุดสำหรับลูกผู้หญิงคนหนึ่งก็ว่าได้ ไอ้เดนมนุษย์ตนนั้น..มันฉวยโอกาสตอนที่ดิฉันไปหาผลไม้ในป่า แล้วใช้...กำ ล.... จ.... มั.น...บอกว่าไหนๆ จะต..ายอยู่แล้ว ก็ขอ..X..ให้..สมอย..าก.หน่อยเถอะ... แต่เท่านั้นยังไม่.พ อ... ด้วยความที่.มัน..เริ่มสนิทกับนักบินที่สองจึงชวนกันมา..ซ้ำ..เ.ติม.. ไม่นานกัปตันที่ลังเลก็เข้ามาร่วมด้วย ส่วนช่างเทคนิคที่พยายามจะช่วยกลับถูกรุมฆ่า มันเลวร้ายแสนสาหัส จนดิฉันอยากฆ่าตัวตายให้รู้แล้วรู้รอดมันไป พวกมันเห็นผู้หญิงเป็นตัวอะไร ถึงได้ทำเหมือนกับ..ตุ๊กตายาง.. อย่างนี้ ดิฉันไปทำอะไรให้.พวก..มัน!  ถึงต้องมาทำกับดิฉันเหมือนไม่ใช่คน แต่ที่สุดของที่สุด ดิฉันคงไม่ต้องทำบาป เพราะมีบางสิ่งมาเร่งให้ตาย


โซลที่ 76 คิมหันตฤดู พ.ศ.26xx


    ด้วยบรรยากาศที่บางเบา ไอน้ำจึงระเหยจากจมูกและปากได้ง่าย คงจะมองออกแล้วใช่ไหม ว่าดิฉันหมายความว่าอย่างไรในเรื่องที่กล่าว อย่างที่คิดนั่นแหละค่ะ จุลชีพพวกนั้นมันก็ลอยออกมา ในฐานะที่ดิฉันเป็นคนปฐมพยาบาล รวมทั้งต้องคอยเงี่ยหูจับใจความ ที่สุดจึงต้องกลายเป็นผู้ป่วยเป็นรายถัดไป

    กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นย่อมตามสนองเอง... ไม่ใช่ก็เร็ว!

    สัตว์โลกย่อมมีกรรมเป็นของตนเอง และกรรมย่อมจำแนกสัตว์ให้ดีชั่วเลวหยาบอย่างนั้นใช่ไหม?

    คนรักของดิฉันกล่าวอยู่บ่อยๆ ว่าคำพระเหล่านี้เป็นสัจจธรรมเหนือกาลเหนือสมัย

    ไม่ว่าจะอยู่ที่ดาวดวงใด ก็ไม่มีใครหนีพ้นจากกฏดังกล่าวไปได้

    หากเรารู้แต่จะ Get ทุกสิ่งจากธรรมชาติ ธรรมชาติก็ย่อมที่จะ Forget และ Get rid off พวกเราออกไป

    ตรงข้ามหากเรารู้จัก Give คืนกลับไป ไม่ใช้ท่านตามอำเภอใจ ท่านก็ย่อมที่จะ Forgive ให้แก่พวกเรา....


โซลที่ 77 คิมหันตฤดู พ.ศ.26xx


    ดิฉันไม่รู้ว่าใครจะได้อ่านบันทึกฉบับนี้บ้าง?

    ในเวลาอีกไม่นาน มันจะถูกส่งขึ้นไปกับยานฉุกเฉิน

    ดิฉันไม่รู้ว่ายังมีคนรอดอยู่อีกหรือไม่ และใครจะเป็นผู้พบมันจากความว่างเวิ้ง....

    แต่ดิฉันหวังอยู่อย่างเดียว แม้จะรู้ว่าอาจถูกมองเป็นเพียงคำรำพันที่ดูพร่ำเพ้อ

    ทว่าดิฉันอยากให้รู้ไว้เหลือเกิน


    ว่าดิฉันรักคุณจริงๆ....


-------------------------------------------------------------

หมายเหตุ  :

โซล หมายถึงหนึ่งวันของดาวอังคาร เป็นเวลาเท่ากับ 24 ช.ม. 37 นาที ของโลก

** ราก เป็นคำโบราณ หมายถึง อาเจียน

*** โฟบอส(Phobos) : ความหวาดสยอง เป็นรากศัพท์ของคำว่า โฟเบีย(Phobia) หรือ โรคประสาทกลัว


ผลงานอื่นๆ ของ Regain

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

2 ความคิดเห็น

  1. #2 อำกันเล่น (@am1977) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 / 10:40
    น่าละอายเหลือเกิน ที่เราซึ่งถือว่าตนเป็นสัตว์ประเสริฐเพียงผู้เดียว กลับหันไปพึ่งสิ่งนอกกายจนละเลยศักยภาพที่จะอยู่รอดด้วยลำแข้งของตัว

    ชอบค่ะ ชอบ
    #2
    1
    • #2-1 chen (@chen) (จากตอนที่ 1)
      16 พฤศจิกายน 2560 / 20:28
      โห ไปขุดเรื่องนี้มาอ่านด้วย
      ขอบคุณคร้าบบบบ

      ว่าแต่ผมคิดอย่างนี้จริงๆ นะ
      แค่ยังทำไม่ค่อยได้ ๕๕๕๕
      #2-1
  2. วันที่ 25 ธันวาคม 2551 / 21:59
    ผมได้อ่านบันทึกฉบับนี้แล้วล่ะครับ สุดยอดดดดดด

    "บริหารทัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด เพื่อตอบสนองความต้องการที่ไม่จำกัด" มันเป็นอย่างนี้จริงๆ เฮ่ออออ!

    ยังไงซะ ผมขอตายอยู่บนอนุสาวรีย์ ดีกว่านะ
    #1
    0