ตอนที่ 12 : Π Π || : เหมือนจะดี (?)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 612
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 60 ครั้ง
    6 ก.ค. 61



    หลังจากที่เธอและนภัทรรับประทานอาหารเช้ากันเสร็จเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวก็พยายามขอร้องให้นภัทรพาตนกลับบ้าน


    "ไม่ได้ เธอยังกลับตอนนี้ไม่ได้"


    "ทำไมคะคุณกัน"


     "..."


     "พี่กัน...แน้นลืมค่ะ"


    กรภัสทร์ก้มหน้าหงุดอย่างเซ็งๆ เธอเถียงกับนภัทรมาซักพักแล้วเรื่องที่เธอขอตัวจะกลับบ้าน แต่เขาดันไม่ให้เธอกลับซะงั้น


    "ฉันไม่ให้เธอกลับ"


    "คุณกัน!!!!"


    หญิงสาวขมวดคิ้วพร้อมกับกอดอกอย่างเอาเรื่อง


     "คุณกันจะทำแบบนี้ไม่ได้นะคะ กักขังหน่วงเหนี่ยวมันผิดกฎหมาย"


     "นี่เธอขึ้นเสียงใส่ฉันหรอ..."


    นภัทรทำหน้าเหรอหราพลางชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง


    "ใช่ค่ะ! แน้นขึ้นเสียงใส่คุณ ก็คุณกันไม่ฟังที่แน้นพูด"


    นภัทรมองอีกฝ่ายที่ตอนนี้กำลังกอดอกหน้าตาบูดบึ้งบอกบุญไม่รับอยู่ เขายิ้มมุมปากออกมาเล็กๆด้วยความเอ็นดู

    
    "คุณกัน!! แน้นไม่ตลกกับคุณด้วยหรอกนะคะ แน้นจะกลับบ้าน"


    "ก็ได้ กลับก็กลับ"


    "เย้!"


    "แต่ฉันจะเป็นคนไปส่งเธอที่บ้านเอง"



    ร่างบางแทบอยากจะเอาศีรษะโหม่งรถให้รู้แล้วรู้รอด แต่เธอก็ไม่กล้าทำ ได้แต่เพียงบ่นอุบอิบออกมา


    ต่างจากนภัทรที่ไม่เคยเห็นมุมงอแงของกรภัสทร์มาก่อนก็ได้แต่ยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู 










    
    สุกฤษฎ์เดินวนไปมารอบตัวบ้านของกรภัสทร์ เพราะเขาใช้กุญแจที่เธอเคยให้ไว้ไขเข้าไปไม่ได้  พลางคิดว่ากรภัสทร์จะไปที่ไหนได้บ้าง แต่คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก...


    หลายวันที่ผ่านมาเขารู้สึกได้ว่าแฟนสาวของเขาเปลี่ยนไป ทั้งแววตาและการกระทำ มันไม่เป็นเหมือนอย่างเคย ไม่เป็นเหมือนอย่างคนที่เขารู้จัก 


    และความคิดอะไรบางอย่างก็เข้ามาในหัวของเขา


    "หรือว่าแน้นจะโดนแก้มกล่อมสำเร็จแล้วจริงๆ..."


   สุกฤษณ์ยืนครุ่นคิดอยู่สักพัก ก่อนจะตัดสินใจขับรถไปยังที่ที่หนึ่ง 











     "ไม่มี ไม่มีเลยพี่รุจ"


    วิญญาณสาวพ่นลมหายใจออกมาอย่างเซ็งๆ เธอรู้สึกว่าสิ่งที่เธอกำลังทำมันดูสูญเปล่า


    อาจจะเป็นอย่างที่ศุภรุจบอก ใครที่ไหนฆ่าคนแล้วจะบันทึกเก็บไว้เป็นลายลักษณ์อักษรแบบนั้น 


    "เห็นมั้ย ไม่เจอ"


    "อย่าตอกย้ำแก้มสิพี่รุจ"


    "แล้วจะเริ่มตามตัวผู้ต้องสงสัยหมายเลขสองเลยมั้ย"


     ศุภรุจถามทั้งๆที่มือยังคงเขียนงานอยู่ และสายตาก็ตับจ้องไปที่จอแท็บเล็ต 


    "พี่รุจหยุดเขียนแปปนึงก่อนได้มั้ย แล้วหันมาคุยกับแก้มดีๆ"


    วิญญาณสาววาร์ปจากโซฟามายืนอยู่ข้างหูศุภรุจ และทำให้เจ้าของแว่นสีชาต้องหันหน้ามามอง 


    "เฮ้ย! แก้ม พี่ตกใจหมด"


    "ฮ่าๆ พี่นี่นะ แก้มแค่จะมาช่วยงานพี่ก่อนไง ไหนดูสิทำอะไรอยู่"


    "ไม่ต้องแก้ม พี่ทำเองได้ อีกอย่างแก้มจับปากกากับกระดาษได้ด้วยหรอ"


    "ไม่รู้ค่ะ ลองดูก่อน"


หวืดดดด~


     มือเรียวของวิญญาณสาวทะลุผ่านปากกาไป เธอพยายามรวบรวมสติและจะหยิบมันขึ้นมาอีกครั้ง และแน่นอน มันก็ทะลุผ่านไปเช่นเดิม


    เธอได้แต่จิ๊ปากด้วยความขัดใจ ก่อนจะหันไปมองจิกคนข้างๆที่ตอนนี้กำลังหัวเราะออกมาอย่างเอร็ดอร่อย


     "เฮ้ย!..."


    ใบหน้าที่เรียบเนียนของเธอกลับกลายเป็นหน้าเน่าเละ ลูกตาถลนออกมาข้างนึง ก่อนจะย่างกรายเข้าไปหาศุภรุจ 


    "จะ...ขำ...แก้ม...อีก...มั้ย"


    เสียงอันโหยหวนทำเอาศุภรุจกลัว เขายอมรับเลยว่าเขาไม่เคยกลัวอะไร แต่ตอนนี้เขารู้ตัวแล้วแหละ...ว่าเขากลัวอะไร


    "แก้ม...เลิกเล่นเถอะ พี่กลัวนะเนี่ย"


    วิญญาณสาวกลั้นหัวเราะเมื่อเห็นศุภรุจหน้าซีดเผือดอย่างกับไก่ต้ม เธอจึงตัดสินใจกลับไปเป็นร่างเดิม แล้วระเบิดหัวเราะออกมาเสียงดังสนั่น


    "ฮ่าๆ หน้าพี่โคตรซีดอ่ะ นี่ถ้าแก้มหยิบกล้องถ่ายรูปได้นะ คงได้รูปหน้าเหวอของพี่รุจเก็บไว้แน่ๆ"


    "แก้ม!!"


    "โอเคค่ะ แก้มไม่แกล้งพี่แล้วก็ได้"


    "วันหลังอย่าเล่นแบบนี้อีกนะ"


    เธอพยักหน้ารับคำ ก่อนจะเอามือแตะแขนเขา 


    "หือ ตัวเย็นเชียว สงสัยจะกลัวมากจริงๆนะเนี่ย"


    "..."


    ศุภรุจนิ่งเมื่อคนตรงหน้าสัมผัสเขาได้อีกครา เขามองหน้าใบหน้าหวานเรียบๆ แต่ความรู้สึกภายในใจที่เมื่อก่อนเคยมีให้กับวิชญาณีอยู่แล้ว มาวันนี้มันกลับเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม


    แล้วจู่ๆแว่นสายตาที่บดบังใบหน้าเขาก็ถูกดึงออก วิญญาณสาวมองของในมือตัวเองอึ้งๆ 


    ทำไมฉันถึงสัมผัสสิ่งของได้แล้วล่ะ ...


    "พี่รุจ ดูสิ แก้มจับแว่นพี่รุจได้แล้ว"


    ชายหนั่มยังคงนิ่งเงียบไม่พูดอะไร สายตาของเขาจับจ้องไปที่ลักยิ้มและดวงตาอันเป็นประกายสดใส


    ทั้งๆที่เขาเองก็ตกหลุมรักวิชญาณีมานานอยู่แล้ว แต่ทำไมวันนี้....เขารู้สึกเหมือนตกหลุมรักวิชญาณีอีกครา ราวกับว่า ความรู้สึกของเขาได้กลับไปเริ่มต้นใหม่ 


    ทำไมเขาถึงรู้สึกแบบนี้ได้ ทำไมกัน...


    "ปู่!!!!!!"


    "ห้ะ??!!"


    "มีอะไรติดหน้าแก้มหรอ เห็นพี่รุจจ้องซะนานแหนะ"


    วิญญาณสาวพูดพลางเอามือข้างนึงที่ไม่ได้จับแขนศุภรุจจิกตัวเองแบบเขินๆโดยที่ไม่รู้ตัว 


    สายตาของศุภรุจแบบนี้มันทำให้เธอประหม่าอย่างบอกไม่ถูก 


    "เปล่านี่..."


    "แก้มสงสัยว่าทำไมจู่ๆ แก้มถึงหยิบจับสิ่งของได้ค่ะ ดูสิ แว่นยังไม่ร่วงจากมือแก้มเลย ทั้งๆที่มันน่าจะวืดแล้วแท้ๆ"


    "นี่แก้มแอบแตะอั๋งพี่หรอ"


    ศุภรุจพูดยกยิ้ม พลางบุ้ยใบ้ไปยังมือนิ่มที่กำลังจับแขนเขา ด้วยความตกใจและเพิ่งรู้ตัวว่าเธอทำอะไรลงไป วิญญาณสาวจึงรีบดึงมือตนเองกลับ


   แกร๊ก...


    และแว่นตาที่อยู่ในมือวิญญาณสาวก็ทะลุผ่านมือของเธอไป ทำให้แว่นสายตาตกลงไปกระทบกับพื้นตามแรงโน้มถ่วงของโลก


    และนั่นทำให้ขาแว่นข้างนึงของเขาหัก...


    เธอยิ้มแหยๆใส่ศุภรุจ พร้อมกับมองผลงานที่ทำไปด้วยความไม่รู้ของตัวเอง


    ทำไมจู่ๆแว่นตาในมือเธอถึงทะลุผ่านมือเธอได้ ทั้งๆที่ตอนแรกก็ยังอยู่ในมือเธอปกตินี่ 



     "อืม พี่ว่าพี่พอรู้นะ ว่าทำไมแก้มถึงจับสิ่งของได้"


    "ยังไงคะพี่รุจ"


    ศุภรุจไม่พูดอะไรแต่กลับคว้ามือเรียวขึ้นมา ก่อนจะจับมือนิ่มไว้เสียแน่น


    "พี่รุจ ทำอะไรคะ ปล่อยแก้มนะ"


    เธอพูดอย่างเขินๆ แค่สายตาเธอก็จะไม่ไหวแล้ว นี่ยังจะมาจับมือเธออีกหรอ...


    "ลองหยิบแว่นขึ้นมาสิ"


    "จะลองทำไมคะ ยังไงก็หยิบไม่ขึ้นหรอ..."


    "อย่าเพิ่งเถียงพี่ ลองดูก่อนสิ"


    เขาพูดขึ้นมาทั้งๆที่เธอยังพูดไม่จบ


    "ก็ได้ค่ะ..."


    วิญญาณสาวรับคำ ก่อนจะค่อยๆหยิบแว่นขึ้นมาอย่างกล้าๆกลัวๆ 


    และในที่สุดเธอก็หยิบแว่นขึ้นมาได้โดยที่มันไม่ทะลุผ่านมือเธอออกไป หันมายิ้มให้ศุภรุจอย่างดีใจ


    "หยิบได้จริงๆด้วย พี่รุจนี่เจ๋งสุดๆเลย"


    "อืม..."


    ศุภรุจเบือนหน้าลงเล็กน้อย เขาไม่กล้าสบสายตาเธอตรงๆเลย เธอดูสดใสไปหมด สดใสกว่าวิชญาณีที่เขารู้จักด้วยซ้ำ แต่แบบนี้ก็ดีแล้วแหละ มันทำให้เขารู้สึกว่า เขาสามารถเข้าหาเธอได้ง่ายมากขึ้นกว่าเมื่อก่อนที่มีกำแพงอะไรบางอย่างกั้นเขากับเธอไว้


    "แต่ก่อนที่แก้มจะหยิบจะจับอะไร แก้มก็ต้องจับมือพี่รุจแบบนี้น่ะหรอคะ"


    "รึว่าจะไม่จับ?"


    "จับสิคะ จะว่าไป มือพี่รุจนี่ก็นุ๊มนุ่มเนอะ"


    กรภัสทร์พูดแซวๆ แต่หารู้ไม่ ว่าคำพูดของเธอทำเอาศุภรุจนั้นเขินมากกว่าเดิม และทำให้สถานการณ์ตรงนั้นเดดแอร์ยิ่งกว่าเดิม 


    "..."


    "เอ่อ พี่รุจ แก้มว่า...เราเริ่มตามหาคนชื่อแกรนด์เลยก็ดีนะคะ"


    วิญญาณสาวพูดเปลี่ยนเรื่อง เพราะเกรงว่าบรรยากาศมันจะเดดแอร์ไปมากกว่านี้ 


    "อืม งั้นพรุ่งนี้เราไปทำบุญกันมั้ย"


    "ดะ เดี๋ยวนะพี่รุจ คือแก้มจะเข้าวัดได้หรอ"


    "ก็พี่พกสร้อยไว้ที่ตัวตลอดเวลานี่นา ยังไงก็ไปได้"


    เธอกลัวว่าจะเดินเข้าแล้วร้อนเนี่ยสิ เพราะยังไงสถานะของเธอตอนนี้ไม่ต่างจากผีเลยสักนิด


   ศุภรุจยิ้มพร้อมกับบีบมือเธอแน่น สำหรับตัวเขาแล้วต่อจะให้อยู่กับวิชญาณีในสถานะอะไรก็แล้วแต่ 


    เขามั่นใจ ว่าความรู้สึกของมันจะต้องอยู่คงเดิม


    แต่ตอนนี้...มันกลับเพิ่มมากขึ้นเนี่ยสิ 








    รถยนต์คันหรูจอดเลียบหน้าบ้าน หญิงสาวที่กำลังเคลิ้มๆจะหลับ ก็เด้งตัวขึ้นมาเมื่อเห็นว่าถึงที่หมายของเธอแล้ว 

    
    "ขอบคุณนะคะคุณ..."


    "พี่!"


    "ขอโทษค่ะ แน้นลืม ขอบคุณนะคะพี่กันที่มาส่ง"


    หญิงสาวยู่หน้าลงเล็กๆ ให้ตายสิ ทำไมฉันต้องมาเรียกเขาว่าพี่ด้วย 


    "ไม่เป็นไรหรอก ว่าแต่พรุ่งนี้เธอจะเข้าร้านมั้ย"


    "คงเข้าช่วงบ่ายแหละค่ะ มีอะไรรึเปล่าคะพี่กัน"


    กรภัสทร์ขมวดคิ้วอย่างสงสัย ปกติเขาก็ไม่เคยถามนี่ว่าเธอจะไปที่ร้านกี่โมง 


    "เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันไปรับเธอที่มหาลัย..."


    "ไม่ต้องหรอกค่ะพี่กัน...แน้นเกรงใจ"


    "เธอเคยขัดใจฉันได้ด้วยเหรอ...หืม"


    นภัทรพูดเสียงกระเซ่า ก่อนจะเดินเข้ามาประชิดตัวเธอแล้วโน้มหน้าลงมาใกล้ ห่างไม่ถึงคืบ 


    "เธอลองไม่รอฉันดูก็แล้วกันนะ เดี๋ยวก็คงรู้ว่าอะไรมันจะเกิดขึ้น"


    "พะ พี่กัน ถอยออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะคะ"


    หญิงสาวเบือนหน้าหนี สองมือก็พยายามดันเขาออกไป


    "ว่ายังไง...สรุปจะให้ฉันไปรับมั้ย"


    นภัทรคะยั้นคะยอ ต่างจากกรภัสทร์ที่ตอนนี้รับรู้ได้ถึงอาการแปลกๆ 


    ราวกับว่าเธอเหมือนโดนดูดและกำลังจะขาดอากาศหายใจ นภัทรที่เห็นคนตรงหน้าทรุดลงไป ก็รีบปรี่เข้าไปประคอง


    "แน้น...เป็นอะไร"


    วิชญาณีในร่างกรภัสทร์พยายามสูดลมหายใจเข้า แต่ไม่ได้ผล ความรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างมาปิดกั้นลมหายใจของเธอ ใบหน้าของเธอเริ่มซีดเซียว และนั่นคือสิ่งสุดท้ายที่เธอรู้สึก...


    กรภัสทร์ลบคาอกนภัทร ชายหนุ่มพยายามเขย่าตัวเรียกสติร่างบางในอ้อมกอด แต่ไม่เป็นผล เขาจึงตัดสินใจจับชีพจรตรงข้อมือเธอ ก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความตกใจ มือหนาเลยตัดสินใจเอานิ้วอังตรงจมูกเธออีกที

    ชายหนุ่มได้แต่มองร่างเล็กที่สลบไปต่อหน้าด้วยความช็อค และหลากหลายความรู้สึกที่เขาไม่สามารถบรรยายออกมาได้ มือหนารีบกดโทรเรียกรถพยาบาล น้ำตาลูกผู้ชายค่อยรินไหลออกมาช้าๆ นี่มันอะไรกัน


    












      ทำไมแน้นถึงไม่หายใจแล้ว... 
    
    
    


    


     


B
E
R
L
I
N
 



























•••
มาอัพแล้วนะคร๊อบ คิดถึงผมกันบ้างมั้ย หายไปนานพอสมควรครับรู้ดี U_U 
ขอโทษนะครัลที่ไม่ได้ทำตามสัญญาว่าจะมาลง ขอโทษจริงๆนะครับ __//\\__

ปล.เรื่องใส่สปอยล์คงใส่ให้ไม่ได้จริงๆครับ เพราะผมแต่งสด ^^;

ขอบคุณคนดีนะครับที่คอยซัพพอร์ตผม คอยเป็นห่วงผม ซึ้งใจมากจริงๆครับ ผมจะพยายามมาอัพให้บ่อยที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้นะคร๊อบ ^__^

รีวิวฟิคได้ที่ #ไม่กินแกงจืด

@maikinkangjude
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 60 ครั้ง

9 ความคิดเห็น

  1. #63 wichayapat (@witchayaphat) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2561 / 16:25
    ไรท์คะ มาต่อเร็วววว มันค้างฮืออ รีดอยากรู้ คุณเจ้อย่าเป็นอะไรนะะะะะ
    #63
    1
  2. #61 pa24647 (@pa24647) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 11:07
    ต่อไวๆนะคะ สนุกมากเยย ^_^
    #61
    0
  3. วันที่ 4 กรกฎาคม 2561 / 18:30
    เจ้อย่าเป็นอะไรนะ แงงงงง้ TT
    #60
    0
  4. #59 Muggle9345 (@mee_and_demon) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2561 / 11:26
    มาต่อไวๆนะคะ งื้ออออ~ ดีมากเลยย><
    #59
    1
  5. #58 bewphanitt (@bewphanitt) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 21:38
    รอค่าาา.. สู้ๆนะคะ
    #58
    1
  6. #57 Jang_2369 (@0615709123) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 20:17
    รอค่าา
    #57
    1
  7. #56 Korkhao GGDT (@KorkhaoFT) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 20:04
    เกิดอะไรอีกเนี่ย
    #56
    1
  8. #55 Beam_panthakarn (@Beam_panthakarn) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 18:48

    รอค่ะ.....????????????

    #55
    1
  9. #54 Unforgettable_me_please (@Unforgettable403) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 18:39
    รออ่านอยู่นะคะ
    #54
    1