[GUNGAM] Twins | ปริศนารักกับดักหัวใจ ♡

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 7,224 Views

  • 72 Comments

  • 166 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    37

    Overall
    7,224

ตอนที่ 10 : Π Π : ไดอารี่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 581
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 51 ครั้ง
    10 พ.ค. 61


    หญิงสาวเลิกคิ้วเมื่อได้ยินว่าเขาเรียกชื่อเธอแปลกไป 


    "เมื่อกี้พี่รุจเรียกแก้มว่าอะไรนะคะ?"


    เมื่อชายหนุ่มเรียกสติของตัวเองกลับมาได้ เขาก็ลุกขึ้นยืน ก่อนจะหันมามองเธออย่างอึ้งๆ


    "เธอไม่ใช่แก้มใช่มั้ย"


    "พี่รุจพูดอะไร แก้มก็คือแก้มสิคะ เข้าไปในบ้านได้แล้วค่ะ"


    ร่างบางรีบเปลี่ยนเรื่อง ก่อนจะดันศุภรุจให้เดินเข้าไปในคฤหาสถ์ ทำให้เขาต้องเก็บเรื่องที่เขาสงสัยไว้ภายในใจแล้วเดินเข้าไป 


    "สวัสดีครับคุณหญิง"


    ศุภรุจนั่งลงเมื่อเห็นอีกฝ่ายผายมือไปยังโซฟาก่อนจะยกมือไหว้ทักทายคุณหญิง 


    "อ้าว! ตารุจนั่นเองน่ะ ป้าก็นึกว่าใคร"


   คุณหญิงขยับกรอบแว่นเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มให้ศุภรุจ 


    "ครับคุณป้า..."


    เขาได้แต่ยิ้มเจื่อนๆกลับไปให้ ใครจะไปรู้ว่าคุณหญิงป้าเป็นมารดาของนภัทร เพราะว่าทั้งสองดันใช้คนละนามสกุลกันอีก...


    ศุภรุจมองไปรอบๆเมื่อพบว่าวิชญาณีนั้นหายไป 


    "มองหาอะไรหรือตารุจ"


    "เปล่าครับ คือวันนี้ที่ผมมา...ผมจะมาคุยเรื่องส่งออกอัญมณีของบริษัทD&Nครับ"


    ศุภรุจพูดไปตาก็มองหาวิญญาณสาว แต่ทำไมเขาถึงไม่เห็นเธออยู่ข้างๆเขาล่ะ 










    วิญญาณสาววาร์ปขึ้นมาอยู่บนชั้นสองของคฤหาสถ์ เธอมองไปรอบๆเพื่อมองหาความผิดปกติของแต่ละห้อง แต่ทุกห้องก็เงียบเหมือนกันหมด 


    "แต่แปลกจัง สร้อยอยู่กับพี่รุจนี่ แล้วทำไมเราถึงอยู่ห่างจากสร้อยได้ขนาดนี้ล่ะ?"


    แต่ก็ต้องสลัดความสงสัยออกไปเมื่อเห็นแม่บ้านที่ดูเหมือนว่าจะขึ้นมาทำความสะอาดห้องเดินมาจากห้องห้องหนึ่งที่อยู่สุดทางเดิน เธอจึงเดินไปตามทางหวังจะได้เข้าไปสำรวจห้องนั้น


    กริ๊ก! 


    แต่แล้วเหมือนร่างของเธอโดนฉุดไว้ด้วยอะไรบางอย่าง จะเดินหน้าต่อก็ไม่ได้ และนั่นทำให้เธอได้ความรู้ใหม่...


    เธอไม่สามารถอยู่ห่างจากสร้อยได้เกินแปดร้อยเมตร...


    อิแน้นอยากจะเอาหัวโขกปูนให้แตก! อุตส่าห์ขึ้นมาได้ถึงชั้นสอง แต่เดินไปสำรวจห้องที่อยู่ริมสุดนั่นไม่ได้เพราะมันห่างจากพี่รุจมากเกินไป 


    ใครบอกว่าเป็นผีแล้วจะหายตัวไปไหนก็ได้คงคิดผิดแล้วล่ะ 


     "พี่รุจ รีบๆขึ้นมาสิคะ ฮื่อ แน้นอึดอัดจะแย่อยู่แล้วเนี่ย"


    ศุภรุจที่กำลังเปิดเอกสารให้คุณหญิงดู ก็รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงแว่วๆบางอย่างดังขึ้นข้างๆหู เขาจึงวางแฟ้มลง...


    "เอ่อ คุณหญิงป้าอ่านเอกสารไปก่อนเลยนะครับ พอดีว่าผมอยากเข้าห้องน้ำ ห้องน้ำไปทางไหนครับ"


    คุณหญิงป้ายิ้มอย่างเอ็นดู ก่อนจะบอกทางไปห้องน้ำ


    "ทางซ้ายใกล้ๆบันไดเลยจ๊ะ"


    ชายหนุ่มก้มศีรษะลง ก่อนจะเดินไปตามทางที่บอก แล้วจู่ๆเขาก็ได้ยินเสียงแว่วๆอีกครั้ง 


    "ไอพี่รุจโว้ยยยยยยยยยยยยยยย"


    ชัดเจน! คราวนี้ศุภรุจจึงรีบบึ่งขึ้นไปบนชั้นสองตามเสียงแว่วๆที่เขาได้ยิน วิชญาณีที่รู้สึกได้ว่าตัวเองเริ่มขยับตัวได้อีกครั้งจึงรีบวิ่งเข้าไปในห้องที่อยู่สุดทางเดิน 


    ศุภรุจมองซ้ายทีขวาที เมื่อพบว่าไม่มีใครเขาจึงลองหมุนลูกบิดห้องแรกแล้วเดินเข้าไปด้านใน 


    สมองก็ประมวลผลหาสิ่งที่เขาและวิชญาณีต้องการ นั่นก็คือไดอารี่เล่มเดียวของนภัทร 


    เขารู้สึกว่ามันค่อนข้างไร้สาระ ใครที่ไหนจะฆ่าคนแล้วมาเขียนลงไดอารี่ให้เป็นหลักฐานกันล่ะ ?


    แต่พอเห็นสายตาอันหนักแน่นและมั่นใจในความคิดของยัยตัวแสบนั่น มันก็ทำให้เขาเชื่อเธอ และยอมทำตามโดยดี 


    แต่เดี๋ยว เมื่อกี้เขาเรียกแก้มว่าอะไรนะ ยัยตัวแสบงั้นหรอ...


    
    

    ร่างบางทะลุผ่านประตูเข้ามาในห้องที่อยู่สุดทางเดิน แต่ในห้องนั้นกลับดูมืดๆและวังเวงอย่างบอกไม่ถูก ทั้งๆที่วอลเปเปอร์ของห้องนี้เป็นโทนสีฟ้าสดใส แต่ทำไมเธอถึงสัมผัสได้ถึงบรรยากาศน่าขนลุกแบบนี้นะ 


    "นี่ห้องกันจริงๆหรอวะเนี่ย แต่เดี๋ยว ฉันก็เป็นผีนี่หว่า แล้วฉันจะกลัวผีทำไมวะเนี่ย"


    เธอเขกหัวตัวเองหนึ่งที ก่อนจะเดินสำรวจรอบๆห้อง เพื่อหาไดอารี่ที่ว่า แต่ก็อย่างที่บอก เธอเป็นวิญญาณมันเลยทำให้เธอค่อนข้างลำบากในการหา เพราะเธอไม่สามารถแตะต้องสิ่งของพวกนั้นได้เลย จับแล้ววืดทุกที


    บางทีอิแน้นก็ท้อเป็นนะโว้ย!


    ร่างบางตัดสินใจทะลุออกมาด้านนอกห้องเพื่อให้ศุภรุจเข้ามาหาไดอารี่ที่ห้องของกัน 


    "พี่รุจ!"


    จู่ๆเธอก็มาโผล่อยู่ข้างๆหูศุภรุจ และนั่นทำให้ร่างสูงที่กำลังรื้อค้นของให้ห้องสะดุ้งโหยก ก่อนจะหันไปต่อยอากาศอย่างแรงหนึ่งที


    "อ้าว! แก้มนี่เอง"


    เขาพูดขึ้นเมื่อรู้สึกว่าเมื่อกี้เขาสัมผัสคนที่อยู่ด้านข้างไม่ได้ 


    "อ้าว! แล้วทำไมคราวนี้พี่รุจจับตัวแก้มไม่ได้อ่ะคะ?"


    หญิงสาวเอียงคอสงสัย ก่อนจะลองจับตัวศุภรุจดู แต่อย่างที่เธอคิด มันวืด 


    "พี่ก็ไม่รู้ แล้วนี่หายไปไหนมา"


    เขาเปลี่ยนเรื่อง ก่อนจะแอบดุเบาๆใส่วิญญาณตรงหน้า 


    "ไปสำรวจห้องกันมาค่ะ แต่ว่าแก้มสัมผัสสิ่งของไม่ได้เลย แก้มเลยจะให้พี่รุจไปค้นค่ะ"


    ชายหนุ่มพยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนจะเปลี่ยนเป้าหมายเป็นห้องที่อยู่สุดทางเดิน 


    เมื่อศุภรุจเดินเข้าไป เขาก็สัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง มันเป็นความรู้สึกที่โดดเดี่ยว อ้างว้าง และเดียวดาย เขาเองก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไมถึงรู้สึกแบบนั้น  


    เขาเดินตรงไปที่โต๊ะหนังสือ ก่อนจะค่อยๆหาทีละเล่ม แต่ไม่พบไดอารี่เล่มที่ว่า เขาจึงตัดสินใจเปิดลิ้นชักที่อยู่ด้านล่าง 


    "เฮ้ยๆ เล่มนั้นแหละพี่รุจ"


    วิญญาณสาวดีใจกระโดดโลดเต้นไปมา ต่างจากศุภรุจที่ขมวดคิ้วครุ่นคิดอะไรบางอย่าง 


    "พี่ว่า...ถ้ากันเป็นคนทำจริง มันคงไม่เก็บหลักฐานไว้ในที่ที่หาเจอง่ายขนาดนี้หรอกมั้ง"


    ชายหนุ่มวิเคราะห์ 


    "เอาเถอะน่าพี่ เราเอาแค่นี้ก่อนแต่แก้มมั่นใจว่าใช่"


    แต่ผมคิดตรงกันข้าม 


    ผมว่าแก้ม...










    หน้าแตกแน่ๆ 
















    วิชญาณีในร่างกรภัสทร์นั่งมองคนที่ยังไม่ยอมกินราดหน้าที่สั่งมา ต่างกับเธอที่หมดจานไปตั้งแต่สิบนาทีแรกแล้ว 


    "ไม่อร่อยหรอคะคุณกัน ฉันเห็นคุณเขี่ยคะน้าในจานหลายรอบแล้วนะคะ"


    เธอมองคนตรงหน้าตาใสแป๋ว แต่เหมือนโฟกัสของเขาจะทะลุข้ามหัวเธอไป แถมดูเหม่อๆอีกต่างหาก 


    "คุณกันคะ!!"


    "มีอะไรแน้น..."


     นภัทรที่หลุดออกจากภวังค์ตอบคนตรงหน้า เขามองหน้าคนตรงหน้าอย่างงงๆ


    "เปล่าค่ะ ฉันแค่ถามคุณว่าราดหน้าไม่อร่อยหรอคะ ทำไมคุณไม่เห็นจะกินเลย"


    "อร่อยสิ แต่ฉันไม่ค่อยหิว"


    นภัทรพูดพลางมองข้ามศีรษะหญิงสาวไปยังโต๊ะที่อยู่ห่างออกไป 


    "กลับกันเลยมั้ย เดี๋ยวฉันไปส่งเธอที่บ้าน"


  ร่างสูงพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าผู้หญิงคนที่อยู่โต๊ะห่างออกไปทำท่าเหมือนจะลุกขึ้น 


    "แต่ว่าคุณกันยังไม่ได้กินข้าว...ว้าย!"


    ร่างบางสะดุ้งที่จู่ๆเขาก็จับมือเธอขึ้นมาแล้วลากให้เดินตามออกไปข้างนอก...


    "ป้าครับตังค์อยู่ที่โต๊ะนะครับ"


   นภัทรวิ่งตามออกมาโดยไม่ได้สนใจหญิงสาวที่ลากออกมาด้วยเลย 


    "หายไปไหนแล้ววะ!"


    นภัทรสบถออกมาอย่างหงุดหงิด ก่อนจะปล่อยมือกรภัสทร์ออก เธอได้แต่ยืนมองคนตรงหน้าอย่างแปลกใจ ท่าทางของเขาดูหงุดหงิดอะไรบางอย่าง นั่นทำให้เธอไม่อยากเข้าใกล้ แต่เมื่อเธอคิดอีกทาง อาการของเขาอาจจะกำเริบขึ้นมาอีกหรือเปล่า ทางที่ดีเธอควรจะอยู่ข้างๆเขาไว้น่าจะดีกว่า 


    "คุณกัน..."


    "แกรนด์!"


    นภัทรวิ่งไปที่ลานจอดรถ ทิ้งไว้แต่ร่างบางที่ยืนงงเป็นไก่ตาแตก แต่เธอก็กลัวว่านภัทรจะเป็นอันตราย หญิงสาวจึงตัดสินใจวิ่งตามนภัทรไป 


    "แกรนด์..."


    นภัทรเดินเข้าไปสะกิดคนที่เขาคิดว่าน่าจะใช่คนที่เขากำลังตามหา แต่พอเธอหันหน้ามากลับไม่ใช่คนคนนั้น 


    "เอ่อ...ขอโทษครับ ผมคงจำคนผิด"


    นภัทรเดินออกมา ก่อนจะตัดสินใจเดินขึ้นรถไป หญิงสาวที่วิ่งตามมาจึงรีบเข้าไปนั่งในรถ 


    "คุณโอเคมั้ย..."


    ร่าบางถามขึ้นเมื่อเธอเห็นว่าเขามีสีหน้าเย็นๆ แบบที่เธอไม่เคยเห็นมันมาก่อน ปกติที่เธอเห็นจากเขาก็น่าจะเป็นหน้าโกรธ กับหน้าหื่นๆไว้เต๊าะสาวนั่นแหละนะ


   "..."


    นภัทรไม่ตอบอะไร แต่กลับสตาร์ทรถแล้วกลับรถไปทางที่ผ่านมา 


    "เดี๋ยวค่ะคุณกัน นี่ไม่ทางกลับบ้านฉันนะคะ"


    "นั่งเงียบๆ ไม่งั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือน"


    "ค่ะ..."


    หญิงสาวจำใจตกลง เธอมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเหนื่อยๆ 


    เอายังไงดี เธอจะช่วยเขา หรือเธอจะลาออกจากร้านดอกไม้นั่น เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเจอเขา แต่ถ้าออกจะเอาอะไรกิน...


    แต่เธอก็ไม่เคยอยู่ร่วมกับคนที่มีอาการทางประสาทแบบนี้นี่นา...


   แต่คุณกันเขาน่าสงสารนะ ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครเข้าใจและอยู่ข้างๆเขาเลยนะ


    ฮื่อ...ฉันต้องทำยังไงดี ปวดหัวไปหมดแล้ว U_U 


    
    

 




    





•••
มาอัพแล้วคร๊อบ

แต่งตอนความรู้สึกพังๆแบบนี้ พออ่านรู้เรื่องมั้ยครับ T^T

ผมพยายามแล้วนะครับ ถ้าอ่านแล้วงงต้องขออภัยด้วยนะครับ __//\\__

รีวิวฟิคได้ที่ : #ไม่กินแกงจืด

@maikinkangjude 

(ในทวิตผมตอนนี้มีภารกิจโคฟเป็นรสรินอยู่นะครับ5555)



--ยังไม่ได้พิสูจน์อักษรนะคร๊อบ ถ้าพิมพ์ตกหล่นขออภัย--
B
E
R
L
I
N
--
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 51 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #47 Korkhao GGDT (@KorkhaoFT) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 10:47
    <p>ไม่มีคำจะบรรยาย</p>
    #47
    1
  2. #46 Unforgettable_me_please (@Unforgettable403) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 23:24
    พรุ่งนี้ขออีกตอนได้ไหมทั่นนนนนน
    #46
    1