Your Trap! สะดุดรัก กับดักคุณหมอ

ตอนที่ 4 : เป็นแฟนกันนะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 68
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    21 ธ.ค. 61

     เธอมองตัวเลขสิบหลักที่คุ้นตาบนกระดาษอีกครั้ง จากที่ครั้งแรกเธอมองแค่ผ่านๆ เลขสิบหลักที่คุ้นตา! .....นี่มัน....ใช่แน่ๆ เธอจำได้ จำได้ดี และจำได้จนขึ้นใจด้วย นี่มันเบอร์พี่หมอ!!!

     ร่างบางกระวนกระวายอยู่ในห้องเป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกแบบนี้ ขนาดตอนต้องไปพูดสุนทรพจน์งานของมหาลัยเธอยังไม่ตื่นเต้นขนาดนี้เลย กระดาษสีขาวแผ่นเดิมที่วางอยู่บนโต๊ะอ่านหนังสือ ถูกหยิบขึ้นมาดูอีกครั้ง และอีกครั้งที่โทรศัพท์ถูกหยิบขึ้นมากดเลขสิบหลักนั้น พร้อมกับหน้าจอที่แสดงผลว่าเลขสิบหลักนั้น ตรงกับเบอร์ของ DR.A ในโทรศัพท์ของเธอ

     เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ของเธอที่ดังขึ้นตอนนี้ไม่ต่างจากเสียงเรียกวิญญาณเลยสักนิด เพราะเป็นชื่อเดียวกันกับเบอร์โทรที่เธอเพิ่งกดดูเมื่อกี้ สายเรียกเข้า...DR.A โชว์หราที่โทรศัพท์ตอนนี้เช่นกัน

     มนัสนันท์กระแอมปรับเสียงให้ดูปกติที่สุด พร้อมกับจัดท่าทางกระวนกระวายของเธอให้นิ่งขึ้นเพื่อกลับมาเป็นยัยมิ้งค์คนเดิม

     “ส สวัสดีค่ะ” นิ่งไว้สิมิ้งค์อย่าประหม่า เธอพยามบอกตัวเอง

     “สวัสดีครับ พี่จะโทรมาบอกว่าพี่ถึงบ้านแล้ว”

     “อ๋อ...ค่ะ อย่าลืมทายานะคะ” หูว...หายใจเข้าลึกๆ นะมิ้งค์

     “ครับผม...ย้ำบ่อยขนาดนี้พี่ไม่ลืมแน่นอน”

     “เอ่อ.....” โอ้ยตื่นเต้น ไม่รู้จะพูดอะไร แต่เอาจริงๆ ยังช็อคและงงมากกว่า จู่ๆ คนที่เพิ่งเคยเห็นหน้า ที่เคยแอบกรี้ด จะเป็นคนเดียวกับคนที่อยู่ในฝันมาตลอด 3 ปีเนี่ยนะ! มิ้งค์หลับอยู่หรือเปล่า? ตื่นสิตื่น!!

     “ตกใจใช่ไหม?”

     “ก็...ยอมรับค่ะ”

     “อิฐเป็นไงบ้างลูก?” น้ำเสียงที่ดูห่วงใยแทรกเข้ามาในโทรศัพท์

     เสียงคุณแม่พี่น่ะครับ”

     “อ๋อค่ะ”

     “แค่นี้ก่อนนะครับ เดี๋ยวพี่ทักไปหานะ”

     “ค่ะ” แล้วทำไมต้องไปตอบเหมือนจะรอเขาด้วยเนี่ยมิ้งค์!!


     หลังจากที่พยายามสงบจิตสงบใจแล้วก็ทำใจอยู่นาน มนัสนันท์ก็ได้ข้อสรุปที่ว่า ต่อให้เขาคนนั้นจะเป็นพี่อิฐหรือเป็นพี่หมอ เขาก็ยังเป็นไอดอลของเธออยู่ดี ดีซะอีก ผู้ชายในฝันกับพระเอกที่แอบกรี๊ดเป็นคนเดียวกัน ถ้ายัยปรางรู้เรื่องคนต้องกรี้ดแตกแน่ๆ

     เมื่อได้ข้อสรุปจากการประชุมกับตัวเองในครั้งนี้แล้ว มนัสนันท์ได้หยิบตำราขึ้นมาอ่านอีกครั้ง จนเวลาล่วงเลยไปจนถึงสี่ทุ่ม วันนี้ปรางบอกว่า จะกลับไปพักที่บ้านเพราะงานเสร็จเร็วและพรุ่งนี้ก็ไม่มีเรียน อิจฉาคนบ้านใกล้ ส่วนสาว ตจว.อย่างเธอก็รอปิดเทอม? ต่อไป ปรางจะมาเจอเธอที่งานพรุ่งนี้เลย วันนี้เธอจึงอยู่ในห้องคนเดียว เมื่อความล้าเริ่มคลืบคลาน เธอจึงเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวและชุดนอน เดินเข้าห้องน้ำ เพื่อทำความสะอาดร่างกาย กว่า 30 นาที ร่างบางในชุดนอนก็ออกมาจากห้องน้ำ พร้อมกับผมเปียกที่ถูกพันด้วยผ้าเช็ดตัว วันไหนที่ต้องไปโรงพยาบาล เธอจะต้องกลับมาอาบน้ำสระผมทุกครั้ง เธอไม่ได้รังเกียจคนป่วย แต่อย่างที่ทุกคนรู้ โรงพยาบาลคือที่ที่คนป่วยมารวมตัวกัน หลายคนหลายโรค การดูแลตัวเองจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก คนที่จะเป็นหมออย่างเธอต้องดูแลสุขภาพให้ดีเสมอ

     มันเป็นกิจวัตรประจำวันของเธอไปซะแล้ว เลิกเรียนเธอจะไปอ่านหนังสือที่ห้องสมุดบ้าง หรือกลับมาอ่านที่ห้องบ้าง เธอไม่ใช่คนอ่านเยอะหรืออ่านหนักอะไรขนาดนั้น ด้วยการเรียนก็หนักพอตัวแล้ว แต่เธออ่านเพิ่มเติมจากที่เรียนมาในห้อง มีอ่านเพิ่มเติมไว้ล่วงหน้าบ้างสำหรับวิชาที่ค่อนข้างยาก แต่ถ้าวันไหนเรียนหนักมากๆ เธอและมะปรางก็จะไปคลายเครียดด้วยการไปหาอะไรอร่อยๆ กิน ไปช็อปปิ้งบ้าง ตามประสาผู้หญิง แต่นั่นแหล่ะ นานๆ ที

     โทรศัพท์ที่อยู่บนโต๊ะสั่น เธอจึงหยิบขึ้นมาดู ใบหน้าของเธอเปื้อนยิ้มเมื่อเห็นว่าใครเป็นคนส่งมา

     DR.A: นอนหรือยังครับ?

     DR.A: หลับแล้วจริงดิ?

     MaMink: เพิ่งอาบน้ำเสร็จค่ะ

     DR.A: โหยนึกว่าจะไม่ตอบ

     MaMink: คนป่วยต้องรีบนอนนะคะ

     DR.A: คร้าบ

     MaMink: เยี่ยมค่ะ

     DR.A: มิงค์

     MaMink: คะ?

     DR.A: พรุ่งนี้ไปงานกับพี่นะ พี่จะไปรับ

     MaMink: ขาหายแล้วหรอคะ?

     DR.A: โหย...มันแค่แพลงเอง วันเดียวก็หาย

     MaMink: ตกลงค่ะ

     ยังไงซะพรุ่งนี้เธอต้องไปงานคนเดียวอยู่แล้ว มีเขาไปเป็นเพื่อนก็น่าจะดีนะ ว่าไหม? เธอยิ้มให้โทรศัพท์ แล้วสายตาก็ไปสะดุดกับชุดสวยที่แขวนอยู่หน้าตู้เสื้อผ้า ตายแล้ว!!! 


     พรุ่งนี้เธอรับหน้าที่เป็นคนประชาสัมพันธ์โครงการ 'อ้อมกอดอันอบอุ่น' ที่เธอได้รับความไว้วางใจ หรือจะเรียกให้ถูกคือผลักใสจากเพื่อนๆให้รับผิดชอบโครงการนี้ โดยเธอต้องขึ้นไปพูดแนะนำโครงการบนเวที แล้วต่อด้วยลงมาประจำบูธโครงการ เพื่อแนะนำให้ผู้มาร่วมงานมาร่วมเป็นผู้สนับสนุนสินค้าจากผู้ป่วยมะเร็ง โดยโครงการนี้เป็นโครงการที่ให้ผู้ป่วยมะเร็งได้ถักพวงมาลัยผ้า แล้วโครงการก็จะเป็นคนกลางหาที่ขายให้ เพื่อเป็นรายช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยได้บ้าง 


     ด้วยปัจจุบันที่ผู้ป่วยมะเร็งเพิ่มขึ้นทุกปี และผู้ป่วยบางคนก็หมดหวัง หมดแรงจะทำอะไร บางคนถึงขนาดคิดสั้นกลัวจะเป็นภาระครอบครัวก็มี โครงการนี้ถือว่าเป็นโครงการที่ดีทีเดียว เธอจึงตกลงรับหน้าที่นี้อย่างเต็มใจ อย่างน้อยเป็นการให้ผู้ป่วยได้รู้ว่าพวกเขายังสามารถหางาน หาเงินได้ แม้จะไม่มากมายนักก็ตาม เพื่อเป็นกำลังใจในการใช้ชีวิตต่อไป มนัสนันท์เองก็รู้สึกภูมิใจที่โครงการที่เธอเริ่มมากำลังเป็นรูปเป็นร่าง และพรุ่งนี้เธอก็นำพวงมาลัยที่ผู้ป่วยหลายคนทำมา ไปร่วมประมูลเช่นกัน


     นั่นเลยเป็นที่มาของเดรสสวยตัวนั้น อาจารย์ที่ปรึกษาให้เธอมานั่นเอง เพราะเธอไม่ค่อยได้แต่งตัวเป็นผู้หญิงจ๋าเท่าไหร่ ในตู้เลยแทบจะไม่มีชุดเดรสเลย ไม่ต้องพูดถึงชุดออกงาน ที่แทบจะเป็นศูนย์ โชคดีที่ได้ปรางหาชุดมาให้ทุกครั้งที่มีงาน แต่งานนี้ชุดสวยได้แล้ว ขาดแต่ช่างแต่งหน้าประจำตัวซะงั้น 

     มนัสนันท์หยิบมือถือขึ้นมาแล้วก็วาง แล้วก็หยิบขึ้นมาอีกครั้ง เธอควรโทรหรือไลน์ไปดี? แต่เรื่องแบบนี้ให้ไลน์ไปมันจะดูน่าเกลียดไปหรือเปล่านะ? สรุปแล้วเธอจึงเลือกกดเบอร์โทรหาเขาแทน

     "สวัสดีครับ"

     "พี่...เอ่อ....."

     "เรียกพี่อิฐก็ได้ครับ"

     "ค่ะพี่อิฐ คือ...มิ้งค์ว่าพรุ่งนี้มิงค์คงไปพร้อมพี่อิฐไม่ได้แล้วค่ะ" เธอทำหน้ารู้สึกผิด "คือว่า...มิ้งค์ต้องไปแต่งหน้าก่อนค่ะ พอดีมิ้งค์ต้องรับผิดชอบโครงการของนักศึกษาปีหนึ่ง อาจารย์ขอมาว่าให้สวยนิดนึง"

     "ปกติก็สวยมากอยู่แล้วนะครับ มันจะลดได้หรอระดับความสวย?"

     "ฮือ...พี่อิฐอย่าล้อมิ้งค์สิคะ"

     "แล้วมิ้งค์ต้องไปแต่งที่ไหน?"

     "ยังไม่รู้เลยค่ะ ปกติปราง...รูมเมทมิ้งค์เป็นคนแต่งให้ค่ะ แต่ปรางกลับบ้านแล้วจะมาเจอมิ้งค์ที่งานเลย มิ้งค์ก็ว่าจะถามร้านจากปรางเหมือนกันค่ะ"

     "อืม...งั้นเอางี้..." มนัสนันท์คงไม่รู้ว่าปลายสายตอนนี้ยิ้มแก้มปริแค่ไหน "พรุ่งนี้ 4 โมงเย็นพี่จะให้คนขับรถไปรับ"

     "คะ?"

     "พรุ่งนี้จะมีช่างมาแต่งหน้าให้คุณหญิงพิมาลา...พี่หมายถึงคุณแม่พี่น่ะ มิ้งค์มาแต่งที่บ้านพี่ได้ เดี๋ยวพี่จะบอกคุณแม่ให้"

     "แต่...มิ้งค์..."

     "ถือว่าเป็นค่าตอบแทนที่ช่วยดูแลคนขาเจ็บแล้วกันนะ"

     "ก็ได้ค่ะ...ขอบคุณนะคะ"

     "แล้วพรุ่งนี้พี่จะโทรหานะ"

     "ค่ะ งั้นฝันดีนะคะ"

     "เช่นกันครับ"

     ร่างบางวางโทรศัพท์ไว้ที่ข้างเตียงพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะนอนลงบนเตียงอย่างอารมณ์ดี เช่นเดียวกับร่างสูงของอิฐฐิติ ซึงถ้าใครมองหน้าเขาตอนนี้คงจะดูออกแน่ๆว่าเขากำลังมีความรู้สึกดีๆอยู่ 


     "เป็นไรอ่ะเรา นั่งนิ่งเชียว" 

     อิฐฐิติมองคนตัวเล็กที่นั่งเกร็งอยู่บนรถ ร่างบางอยู่ในชุดเดรสสีดำน่ารักเข้ากับตัวเธอ หน้าใสๆของเธอถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอ่อนๆ ซึ่งมันยิ่งทำให้เธอน่ามอง ขนตาที่ถูกดัดงอนนั้นยิ่งทำให้ตากลมโตของเธอมีเสน่ห์ เขาเข้าใจแล้วว่าคำโบราณที่บอกว่าปากนิด จมูกหน่อย มันคืออะไร เพราะผู้หญิงตรงหน้าเขา ช่างเข้ากับคำๆ นี้ซะเหลือเกิน 

     มนัสนันท์ไม่ใช่คนสวยจัดแต่เธอเป็นคนที่มองได้ไม่เบื่อ ยิ่งมองยิ่งละสายตาไม่ได้ จมูกของเธอไม่ได้โ่งมาก แต่มันได้รูปและเข้ากับใบหน้าของเธอได้เป็นอย่างดี ปากบางกระจับได้รูปถูกแต่งแต้มด้วยลอิปสีชมพูยิ่งทำให้ใบหน้าดูหวานเข้าไปอีก เขาเริ่มไม่อยากให้รถคันนี้จุดหมาย เพราะอยากจะมองเธอให้นานขึ้นกว่านี้สักหน่อย

     "ก็พี่อิฐอ่ะสิคะ มิ้งค์เขินแม่พี่" มนัสนันท์ส่งยิ้มเขินให้


     เมื่อสองช่วโมงก่อนเธอมาถึงบ้านบ้านของเขา พร้อมกับคนขับรถที่เขาส่งไปรับเธอ แถมยังแนะนำให้เธอรู้จักกับแม่ของเขา

     

     'ว่าที่ลูกสะใภ้คุณแม่ครับ'


     เขาบอกกับแม่เขาแบบนั้นเล่นเอาเธอไปไม่เป็น โชคดีที่คุณหญิงพิมาลาเอ็นดูเธอ แถมหาของกินโน่นนี่มาให้ มาคุยเป็นเพื่อน ทำให้เธอลดความเกร็งลงไปได้บ้าง 

     "ขนาดไปไม่เป็นยังทำให้คุณหญิงพิมาลาปลื้มได้ขนาดนี้เนี่ยนะ" คนตัวสูงพูดแกมหยอก ตอนที่หญิงสาวแต่งตัวแม่ของเขาแอบมากระซิบบอกว่าพร้อมว่าที่ลูกสะใภ้คนนี้เอามากๆ เพราะคุณหญิงเคยตามไปช่วยงานสังคมพวกแพทย์อาสาอยู่บ่อยครั้ง ทำให้เคยเห็นสาวน้อยคนนี้ที่ไปช่วยงานด้วย แม้จะไม่เคยพูดคุยกันแต่ก็เคยได้ยินพวกอาจารย์เอ่ยชมสาวหน้าใสคนนี้บ่อยๆ  ตอนที่อาจารย์เพื่อนพ่อมาที่บ้าน

     ตอนนั้นคุณหญิงพิมาลายังคิดในใจว่าอยากได้เธอมาเป็นลูกสาว ไม่คิดว่าลูกชายจะทำให้สมหวัง และแม้ว่าตอนหลังมาเขาจะสารภาพกับแม่ว่าจริงๆแล้วเขากับเธอยังไม่ได้เป็นอะไรกัน ตอนนั้นคุณหญิงพิมาลาอารมณ์เสียนิดหน่อย แต่ก็บอกให้เขารีบๆเป็นสิ แม่ลุ้นอยู่ ตอนนี้กำลังใจเขามีเต็มเปี่ยม เพราะอย่างน้อยตอนที่เขาแนะนำแบบนั้น เธอ...ก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไร


     "พี่อิฐคะ....." ร่างบางทำลายความเงียบ

     "ครับ"

     "คือว่า....เรื่อง...."

     "เรื่องที่พี่แนะนำเราว่าเป็นว่าที่ลูกสะใภ้น่ะหรอ?" ราวกับอ่านใจเธอออก นี่แน่ใจนะว่าเขาอยากจะเป็นศัลยแพทย์ ไม่ใช่จิตแพทย์

     "ค่ะ...คือ...ตอนนั้นมัวแต่ตื่นเต้น...ไม่ได้อธิบายเลย"

     "อธิบาย?"

     "ค่ะ ก็พี่อิฐพูดเล่นไม่ใช่หรอคะ?"

     "พี่จำไม่ได้ว่าตัวเองเป็นคนชอบพูดเล่นตั้งแต่เมื่อไหร่นะ"

     "เป็นหมอพูดโกหกไม่ดีนะคะ"

     "มิ้งคงไม่อยากให้พี่เป็นหมอที่ไม่ดีหรอกเนอะ"

     "..........."

     "งั้นเราเป็นแฟนกันแล้วนะ"

     "..........."

     "เห็นมะพี่ก็ไม่ได้โกหกแล้ว"

     "ห๊ะ!"

     "เดี๋ยวลงจากรถพร้อมกันเลยนะ พี่อยากเปิดตัวแฟน"

     "ห๊ะ X2"

     "ถึงแล้วครับที่รัก เข้างานกันเถอะ"

     "ห๊ะ x3" ตอนคุยไลน์กันเธอก็คิดว่าพี่หมอที่เธอรู้จักเจ้าเล่ห์แล้ว แต่ไม่คิดเลยจริงๆ ว่าตัวจริงกลับเจ้าเลห์กว่าอีก เฮ้ย....


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #2 jackrussell (@greenpeppermint) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 19:33

    รวบรัดเร็วมาก พี่อิฐ

    #2
    0