กำราบรักซุป'ตาร์ร้าย

ตอนที่ 7 : Chapter 2 โจทย์เก่า (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 220
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    6 มิ.ย. 59

So Hot! จุดชนวนรัก ท้าชนหัวใจ วางจำหน่ายแล้วในรูปแบบ E-BOOK

สามารถดาวโหลดตัวอย่างมาอ่านก่อนได้ที่ลิงค์นี้ค่ะ

 

 
ฝากเพจ พูดคุยที่นี่คะ ธีร์วรา นักเขียน

 

 

 

 

Chapter 2

โจทย์เก่า

Kara’s part

สัปดาต่อมา

ฉัน คาร่า คีรติ วิโรจน์นรเศรษฐ์ ใครๆ เรียกว่า คาร่า ซุปตาร์ขาวีนที่เพิ่งมีข่าวฉาวกอดจูบกับผู้ชายริมฟุตบาธ นั่นถือเป็นข่าวเก่า เพราะเจ๊ริชชีและต้นสังกัดออกมาให้ข่าวว่าแค่คนหน้าเหมือน และให้ฉันเก็บตัว ห้ามมีข่าวฉาวใดๆ อีกในช่วงนี้

ด้วยนหน้าตาน่ารักแบบลูกเสี้ยว (ไทย สิงคโปร์ ออสเตรเลีย) ฉันจึงเข้าวงการมายาตั้งแต่เด็กๆ ถ่ายแบบ ถ่ายโฆษณามาเรื่อย ปัจจุบันเรียนอยู่คณะนิเทศศาสตร์ปีสาม ภาคอินเตอร์ ของมหาลัย เอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง อายุยี่สิบปี

ภาพลักษณ์ที่ผ่านสื่อในหลายปีที่ผ่านของฉันมามีตั้งแต่ใสๆ จนถึงกระทั้งเซ็กซี่ นิสัยกล้าคิด กล้าทำแบบเด็กลูกครึ่งที่ถูกเลี้ยงดูมาแบบสองวัฒนธรรม  

หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ฉันก็เดินไปหยุดตรงหน้ากระจกที่มีขนาดเท่าตัว เอียงซ้าย ขวา แล้วโน้มหน้าเข้าไปหากระจกจ้องมองเงาสะท้อนของตัวเอง

ใบหน้ารูปไข่ล้อมกรอบด้วยเส้นผมยาวดัดลอนใหญ่สีฮันนี่บลอนด์ คิ้วเรียวสวยได้รูป ดวงตาเรียวรีสีน้ำตาลสวยล้อมกรอบด้วยขนตาดกหนางอนเช้งเป็นแพ แก้มใสจนเห็นเส้นเลือดฝาดแบบคนสุขภาพดีไม่ใช่จากบรัชออนเหมือนสาวๆ คนอื่น จมูกโด่งเรียวรับกับริมฝีปากรูปกระจับที่เคลือบไว้ด้วยลิปสติกชมพู ที่ผู้ชายกว่าค่อนประเทศต่างเทใจโหวตให้ว่าเป็นริมฝีปากที่น่า kiss ที่สุดจากนิตยสารชื่อดังของไทย

ณ ตอนนี้ฉันอาศัยอยู่กับคุณลุงคุณป้าซึ่งเป็นญาติห่างๆ ของคุณพ่อ (พ่อกับแม่ทำงานอยู่ต่างประเทศ) ซึ่งมีลูกสาววัยใกล้เคียงกับฉันนั่นก็คือคะน้า และคะน้าญาติผู้น้องของฉันนั้นก็มีคู่หมั้นแล้วชื่อแชนซ์

ซึ่งจากที่ได้ยินได้ฟังคะน้าเล่ามา ก็สรุปใจความได้ว่าสองคนนี้หมั้นหมายกันมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว ได้ฟังแล้วอาจจะคิดว่าโรแมนติกดีใช่ไหมล่ะ แต่สำหรับฉันแล้วกลับคิดในทางตรงกันข้ามว่านี้มันคือการจับคู่ผสมพันธุ์กันชัดๆ

ไม่น่าเชื่อเนอะ! ว่าศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดยังมีเรื่องแบบนี้อยู่

แต่จะว่าไปมันก็ไม่ใช่เรื่องของฉัน และจากที่จับตาท่าที่ของแชนซ์ หนุ่มหล่อร้าย นิสัยชอบแกล้ง (แบบโหดๆ ) ที่มีต่อคู่หมั้นแบบคะน้าแล้ว ก็บอกได้เลยว่าแชนซ์นั่นรักคะน้ามาก แม้การแสดงออกในเรื่องความรักคนของคู่นี้จะออกมาแบบซาดิสม์นิด มาโซคิสม์หน่อยก็ตาม

พูดไปแล้วก็อดอิจฉาความรักของยัยคะน้าไม่ได้ แบบนี้ไปพูดถึงคนอื่นดีกว่า มาเริ่มจากสมาชิกในวงของฉันกันก่อนเลยแล้วกัน คนแรกทุกคนก็รู้จักแล้วนั้นก็คือฉันเอง ซุปตาร์ขาวีนที่มีข่าวฉาวรายวัน

 คนต่อมาก็คือนานะ (ธนัชญา อิชิคาวา) ลูกครึ่งไทย ญี่ปุ่น กับลุก! ผมสั้นบ็อบเทสีดำทันสมัยสุดๆ ดวงตาสีนิลเรียวยาวปลายเฉียงชั้นเดียว ปากนิด จมูกหน่อย น่ารักเหมือนตุ๊กตา ส่วนนิสัยนางนะเหรอ? ก็น่านะ แต่อย่างให้นางโกรธ เพราะนางคือระเบิดเวลาดีๆ นี่เอง

คนที่สามเจ๊มิ้น (มินตรา เจริญบำรุงรักษ์) โครงหน้าสวย  สูง ยาว เข่าดีเหมือนนางแบบ ผมยาวตรงสีดำที่ขลับสุขภาพดีจนได้เป็นพรีเซนเตอร์โฆษณายาสระผม ถ้าจะผันตัวไปเป็นนางแบบอาชีพแทนนักร้องก็ได้ แต่เจ้าตัวชอบร้องเพลงมากกว่า

ส่วนนิสัยของเจ๊แกก็แบบผู้อาวุโสที่เปี่ยมด้วยคุณวุฒิและวัยวุฒิทั่วไป เงียบขรึม มีหลักการ ดูเป็นผู้ใหญ่ เป็นคนตรงไปตรงมา และด้วยอายุที่อาวุโสกว่าสมาชิกทุกคนในวง ฉัน ยัยนานะ และยัยโซราจึงยกให้อาเจ๊แกเป็นหัวหน้าวงไปโดยปริยาย

สมาชิกคนสุดท้ายของวง Crazy S.E.X.Y คือยัยโซรา (ชเว โซรา) ลูกครึ่งไทย เกาหลี ผมยาวดัดเป็นลอนสีแดงอมส้ม มองที่ไรก็ทำให้ฉันนึกถึงเปลวไฟทุกครั้ง ลุก! ของนางสวยเฉี่ยว ขี้เล่น แต่ยังไง๊ ยังไงก็ไม่สวยเอ๊กซ์เซ็กซี่เท่ากับฉันหรอก

เราทั้งสี่คนเดบิวท์กันมาจะหกเดือนแล้ว (รู้จักกันมาเกือบสองปี เพราะเป็นนักร้องฝึกหัดมาด้วยกัน) ทำให้เราทั้งสี่คนรู้จักกันมากขึ้น ทั้งนิสัย ใจคอว่าชอบอะไร ไม่ชอบอะไร นอกจากร้องเพลงแล้ว พวกเรายังเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับเครื่องสำอาง อาหารเสริม และเครื่องดื่มอีกหลายยี่ห้อ เดินแบบ เล่นหนัง เล่นละคร ซึ่งทั้งหมดนั้นทำให้พวกเราเป็นที่รู้จักในวงกว้าง กลายเป็นไอดอลและคนนำเทรนน์เรื่องเสื้อ ผ้า หน้าผม ให้กับวัยรุ่นไทย

นอกจากงานที่กล่าวมาแล้ว เฮียโอ่งยังมีโปรเจ็คต์ใหม่ๆ ผุดขึ้นมาให้พวกเราทำมิได้ขาด นั่นยิ่งส่งเสริมทำให้เราฮอตฉ่าขึ้นไปยิ่งขึ้นไปอีก โปรเจ็คต์ที่ทำให้เราเป็นที่รู้จักของประชาชนในวงกว้างนั่นก็คือให้พวกเรา วง Crazy S.E.X.Y ไปฟีทเจอริ่ง (Featuring) ให้กับหนุ่มๆ วงอีเควชัน (Equation) หลังจากปล่อยซิงเกิ้ลออกไปก็ไต่ขึ้นอันดับหนึ่งและติดชาร์ตของสถานีวิทยุหลายที่อย่างรวดเร็ว นั่นทำให้พวกเรายิ้มแก้มปริ ภูมิใจกับความประสบความสำเร็จนั่น

แม้ว่างานของฉันในฐานะนักร้องกำลังเปรี้ยงป้างขนาดไหน แต่สิ่งที่ฉันไม่เคยลืมก็คือการเรียน พ่อแม่มักจะสอนฉันว่าต่อให้เราร่ำรวยแค่ไหน วันหนึ่งมันก็ต้องหมดไป ถ้าไม่มีความรู้ที่จะรักษาหรือเพิ่มพูนมัน แต่ความรู้เป็นสิ่งที่จะติดตัวเราตลอดไป และนั่นทำให้ฉันไม่เคยขาดเรียน แม้จะเหนื่อยสาหัสจากการทำงานหนักแค่ไหน

ก๊อก ก๊อก!

พี่คาร่า กินข้าวค่ะเสียงเรียกตรงหน้าประตูห้อง ทำให้ฉันวางลิปสติกที่เพิ่งทาเสร็จลงบนโต๊ะเครื่องแป้ง ก่อนจะตะโกนตอบกลับไปว่า

จ้า อีกแป๊บหนึ่ง เดี๋ยวพี่ตามลงไป

แล้วเจอกันที่ห้องอาหารนะคะ เช้านี้แม่ทำข้าวต้มกุ้งของโปรดของพี่ด้วย

จ้า

ฉันรับคำและสำรวจความเรียบร้อยของชุดนิสิต โดยการหมุนซ้ายหมุนขวาตรงกระจกเงาอีกรอบ ก่อนจะคว้ากระเป๋าสะพายแบรนด์กุซซี่ที่เพิ่งถอยออกมาใหม่ เดินตรงไปที่ประตูห้องนอน เปิดออก ปิดเบาๆ แล้วฮัมเพลงเบาๆ อย่างอรมณ์ดี ขณะเดินไปตามทางเดิน ลงบันไดลงไปชั้นล่าง เดินผ่านห้องรับแขกเข้าไปในห้องรับประทานอาหาร

อ้าว! คุณอาทั้งสองล่ะเอ่ยถามเมื่อเดินเข้ามาในห้องอาหารแล้วเจอเพียงยัยคะน้าที่นั่งอยู่เพียงลำพัง

ออกไปแล้วค่ะ พ่อมีงานด่วนที่ไซต์งาน ส่วนแม่ติดรถออกไปทำธุระข้างนอก คะน้าตอบ ก่อนจะลุกขึ้นตักข้าวต้มกุ้งใส่ชามให้ฉัน วันนี้เรามีแขกมาทานข้าวกับเราด้วยนะคะ

ใครอ่ะฉันถาม แต่ไม่รู้สึกกระตือรือร้นที่จะรับแขกแต่อย่างใด จากที่พักอยู่ที่นี่มาหลายปี แขกที่แวะมาเยี่ยมเยือนแทบนับได้ด้วยมือข้างเดียว ยกเว้นแชนซ์คู่หมั้นของคะน้าที่แวะมาที่นี่ทุกวัน เพื่อรับคะน้าไปเรียนพร้อมกัน

มาโน้นแล้วไงคะคะน้าบุ้ยปากไปทางประตูห้องรับประทานอาหาร ซึ่งชายหนุ่มร่างสูงในกางเกงยีนส์สีเข้ม เสื้อยืดสีขาวทับด้วยช็อปสีแดงกำลังเดินเข้ามา

อ้าว! แชนซ์เองเหรอ? พี่ก็นึกว่าใคร

หวัดดีครับพี่คาร่า

หวัดดีจ๊ะ แชนซ์ ฉันทักตอบพร้อมกับยิ้มให้ว่าที่น้องเขย ที่จริงแชนซ์ไม่ใช่แขกสักหน่อย เพราะอีกหน่อยก็จะมาเป็นลูกเขยบ้านนี้แล้วพูดแซวญาติผู้น้อง ซึ่งหน้าแดงแปร๊ดขึ้นมาในทันที

ไม่รู้ว่าโกรธหรือเขิน

บ้า! พี่คาร่าก็พูดไป เราสองคนอยู่ด้วยกันไม่ถึงห้านาทีก็แทบจะฆ่ากันตายอยู่แล้ว

อันนี่จริง! สองคนนี้มีเรื่องให้ทะเลาะกันได้ตลอด ส่วนใหญ่ก็เรื่องไร้สาระแหละ

ฉันทำหน้าตาย แล้วพูดว่า บ้าที่ไหน พี่พูดตามที่เห็นหรือว่าไม่จริง

คะน้าย่นจมูก ทำแก้มพอง ฝ่ายแชนซ์นั่นเอาแต่ยิ้มอย่างเดียว ไม่ยอมตอบ ก้มหน้าก้มตากินข้าวต้มกุ้งอย่างเอร็ดอร่อย

 ไม่เอาค่ะ ไม่พูดดีกว่า มาทานข้าวกันเถอะค่ะคะน้าว่า แล้วนั่งลงบนเก้าอี้ตัวประจำ

ฉันก้มลงไปใกล้ๆ ชามข้าวต้ม สูดกลิ่นหอมด้วยสีหน้าเคลิบเคริ้ม ถ้าคุณอาทำเมนูแบบนี้ทุกวัน สงสัยพี่คงเป็นตุ่มเร็วๆ นี้แน่ว่าแล้ว ก็ตักข้าวต้มกุ้งมาจ่อปาก เป่าฟู่ๆ แล้วเอาเข้าปาก

ไม่หรอกค่ะ พี่คาร่าออกจะหุ่นดียังกินได้อีกเยอะ ว่าไหมแชนซ์

อืม

แหม่! เข้ากันดียิ่งกว่าปี่กับขลุ่ยอีกนะเนี่ย อิจฉาแรง! อยากมีแฟนกับเขาสักคนวุ้ย!

ฉันแกล้งทำหน้ามุ้ย ปากยื่นนิดๆ ถ้าเธอสองคนพูดแบบนี้แล้วพี่จะพูดอะไรได้ล่ะ เถียงไปพวกเธอก็ชนะอยู่ดี คะน้าคิดแบบไหน แชนซ์ก็คิดแบบนั้นเหมือนกันนี่ จริงไหม?

ว้า! คะน้าพูดจริง ก็พูดไปโน้น ไม่เอาแล้วไม่พูด ทานข้าวดีกว่าค่ะ

+++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

Tlak คะน้า+แชนซ์จากเรื่องกำราบรักคู่หมั้นร้ายค่ะ ^_^

หนึ่งเม้นท์ หนึ่งกำลังใจนะครัช ^_^ เป็นกำลังใจให้นักเขียนตัวน้อยๆ

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

24 ความคิดเห็น

  1. #15 Ratree Poonpipat (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2559 / 20:53
    #15
    0
  2. #13 Ratree Poonpipat (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2559 / 05:26
    #13
    0
  3. #12 Ratree Poonpipat (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2559 / 05:26
    #12
    0