สืบร้อนซ่อนเสน่หา (E-BOOK)

ตอนที่ 1 : ตอนที่ 1 50%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 314
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    7 พ.ค. 59




 

Credid Artist : Nap a Lean Single : ความรักที่ซ่อนไว้

สืบร้อนซ่อนเสน่หา โดย ธีร์วรา

 

 


 

 

 

ตอนที่ 1

 

 
 

สนามบินสุวรรณภูมิ    

 

 

 
 

 

 

 
 

ท่านผู้โดยสารที่กำลังเดินทางมาจากสหรัฐอเมริกาด้วยเที่ยวบิน ….เนื่องจาก เกิดเหตุขัดข้องจากสภาพอากาศจึงทำให้เครื่องลงจอดที่สนามบินสุวรรณภูมิล่าช้า และทางสายการบินขออภัยในความไม่สะดวกด้วยค่ะ Sorry lady and gentleman…’

 

 

 

มีนาเหลียวซ้ายแลขวา แล้วก็เห็นผู้คนมากมายเดินไปมา ทั้งเจ้าหน้าที่สนามบิน ผู้โดยสาร และเหล่าญาติพี่น้องที่มารับและส่งบุคคลอันเป็นที่รัก ดูแล้วช่างวุ่นวายดีแท้ ทั้งหัวดำ หัวแดง หัวทอง เดินกันให้ควัก แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้มีประกาศว่าเครื่องบินที่มาจากสหรัฐอเมริกามีเหตุขัดข้องต้องล่าช้า ซึ่งเกิดจากตอนนี้ประเทศไทยอยู่ในช่วงฤดูฝนและยังมีพายุดีเปรสชั่นซึ่งอ่อนกำลังลงจากพายุโซนร้อนที่ถล่มเวียดนามและลาวไปเมื่อไม่นานมานี้ แม้ว่าประเทศไทยจะไม่ได้รับผลกระทบอะไรมากนักจากพายุลูกนี้ แต่ก็ทำให้ทั้งประเทศและกรุงเทพฯ มีฝนตกหนักแทบจะทุกวันและนั้นก็เป็นสาเหตุทำให้เกิดปัญหารถติดเป็นแพยาว และสภาพการจราจรทางอากาศก็มีผลไม่ต่างกันมากนัก

 

 

เธอเดินไปเดินมาอยู่หลายรอบ และในที่สุดก็ตัดสินใจว่าจะไปหาเก้าอี้ตัวที่ว่างและนั่งรอ และคอยฟังประกาศจากทางสนามบินต่อไป หญิงสาวคอยเหลือบมองนาฬิกาข้อมือของตัวเองทุกๆ นาที จนตอนนี้ผ่านไปแล้ว 15 นาทีก็ยังไม่มีวี่แววของเพื่อนสาว ที่เดินทางมาด้วยเที่ยวบิน …..แม้แต่เงา

ท่านผู้โดยสารที่กำลังเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นด้วยเที่ยวบิน ….กรุณาขึ้นเครื่องที่ประตูหมายเลข 9 ด้วยค่ะ Lady and gentleman…’

“เฮ้ย! ทำไมถึงได้ช้าแบบนี้นะ”เธอบ่นและฟังประกาศที่บอกให้คนที่จะไปประเทศญี่ปุ่นไปขึ้นเครื่อง“แล้วไหนบอกว่าสภาพอากาศไม่ดี แล้วนี่อะไร ประกาศให้ไปขึ้นเครื่องไปญี่ปุ่นอยู่ได้ ทั้งที่เครื่องที่ลอยอยู่บนฟ้ายังไม่ได้ลงจอดเลยด้วยซ้ำ” หญิงสาวบ่นพึมพำเบาๆ กับตัวเอง

เธอมองไปรอบๆ ตัวอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่เห็นวี่แววของเพื่อนสาวจึงตัดสินใจจะลุกขึ้นไปเพื่อสอบถามเจ้าหน้าที่ แต่จู่ๆ ก็มีมือมาวางที่ไหล่ ทีแรกเธอก็ตั้งใจจะกรีดร้องให้คนช่วย เพราะนึกว่าเจอมือล้วงเข้าให้แล้วแต่คิดไปคิดมา มือล้วงที่ไหนจะมาจับไหล่แทนที่จะล้วงกระเป๋าแบบนี้กัน เธอก็เลยหันกลับไปมอง แล้วเธอก็เจอกับหญิงสาวร่างบอบบาง ผมยาวหยักศกสีน้ำตาลเข้มเกือบเป็นสีดำ ดวงหน้าหวานเจ้าของนัยน์ตาสีนิลเข้ม จมูกโด่งรั้นที่บอกถึงความดื้อดึงของเจ้าของได้เป็นอย่างดี และริมฝีปากอวบอิ่มสีกุหลาบที่ทาเคลือบไว้ด้วยลิปกรอสบางๆ

“เฮ้ย!

“จะตกใจอะไรนักหนา ฉันคนนะยะ ไม่ใช่ผี”อาทิตตาค้อนเพื่อนสาวที่ทำท่าตกอกตกใจอย่างกับเห็นผีแทนที่จะเห็นหญิงสวยหวานแบบเธอ

เห็นสวยหวานแบบเธอนี้ แต่จริงๆ แล้วเธอไม่ใช่คนอ่อนหวานหรือสวยแล้วเหวี่ยงเลยสักนิด นิสัยเธอติดจะออกห้าวๆตรงไปตรงมาและติสต์แตกเป็นบางครั้ง ซึ่งเหมาะกับอาชีพของเธอเป็นที่สุด นั้นก็คือนักออกแบบตกแต่งภายในหรือเรียกอีกอย่างก็คือมัณฑนากรนั้นเอง

อาชีพมัณฑนากรอย่างเธอต้องทำมากกว่าการออกแบบการตกแต่งภายในสถานที่ๆ อยู่อาศัยหรือสถานที่ทำงานโดยการผสมผสานความคิด และความรู้ทางด้านการออกแบบ การผลิต การตลาด และศิลปะเข้าด้วยกันแต่สิ่งที่สำคัญมากที่สุดคือ ความต้องการของลูกค้า ซึ่งเธอพยายามออกแบบให้สร้างสรรค์เป็นที่สะดุดตา ประทับใจและได้รสนิยมตรงตามความต้องการของลูกค้ามากที่สุด

“ออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่ย่ะแล้วนี่ยังไม่เลิกแต่งตัวแบบนี้อีกเหรอเห็นแล้วแสบตาจริงๆ”

จะไม่ให้แสบตาได้ยังไง ในเมื่อชุดที่เธอสวมใส่เป็นสีม่วงทั้งชุด และกระเป๋าถือแบนด์ดังที่เธอถืออยู่ยังเป็นสีเขียวสดอีกต่างหาก

“ก็เมื่อเห็นนั้นแหละแล้วแกก็เลิกยุ่งกับการแต่งตัวของฉันได้แล้ว” เธอว่า ก่อนจะกวาดสายตามองเพื่อนสาวอย่างช้าๆ แล้วเธอก็เห็นว่ายัยเพื่อนสาวนั้นสวมแค่กางเกงยีนส์ขาดๆ กับเสื้อยืดที่ขายเป็นโหล ผมก็เป็นกระเซิง แล้วยังแว่นสายตาที่หนาเป็นเมตรอีก โอ้ย! เห็นแล้วจะบ้าตาย อายคนจริงๆ “แกควรจะเอาเวลาที่มาวิจารณ์ฉันน่ะ ไปหัดแต่งตัวให้ดูเป็นผู้เป็นคนกว่านี้หน่อยเถอะ” เธอกวาดสายตาขึ้นมองเพื่อนสาวอีกรอบ ก่อนจะส่ายหน้าไปมา เพราะรับไม่ได้จริงๆ กับการแต่งตัวของเพื่อนสาว

เธอกับมีนาเป็นเพื่อนกันมาหลายปีและรู้จักกันตั้งแต่ที่เรียนอนุบาล เอาเป็นว่ารู้จักกันนานมาก และแม้ว่าเธอจะต้องย้ายตามมารดาไปอยู่ต่างประเทศตั้งแต่เด็ก แต่ความเป็นเพื่อนของเธอกับมีนาก็ไม่เคยหายไปกับกาลเวลาที่ผ่านไป และทั้งที่เธอกับมีนานั้นไม่มีสิ่งใดที่เหมือนกันเลย ไม่ว่าจะเป็นความคิดเห็นหรือการแต่งกาย แต่เธอทั้งสองก็คบกันมาแล้วร่วมยี่สิบกว่าปี

“หนอยยังปากดีเหมือนเดิมเลยนะแก ไม่เจอกันตั้งหลายปี นิสัยของแกเนี่ยมันแก้ยังไงก็ไม่หายใช่มั้ยยัยไอซ์”

“โทษที พอดีว่าหงุดหงิดนิดหน่อย ไม่ได้จะกวนประสาทแกนะ”เธอมองเพื่อนเหมือนอยากจะบอกว่าไม่ได้ตั้งใจ แต่ที่ทำไปนั้นเป็นเพราะเรื่องบ้าๆ ที่กำลังเกิดกับเธอต่างหากล่ะ “แต่แกก็ควรเลิกใส่กางเกงยีนส์ขาดๆ กับเสื้อยืดโหลๆ ได้แล้วนะ เห็นแล้วมันอุจาดตาวะ”

“ขอบใจที่แนะนำแต่ฉันชอบแบบนี้วะ” มีนาตอบแบบไม่สนใจในความคิดเห็นของเพื่อนรักที่รู้จักกันมาหลายปี เพราะเจอกันทีไรเป็นต้องพูดเรื่องการแต่งกายทุกทีสิน่า แล้วการที่เธอจะใส่กางเกงยีนส์ขาดๆ กับเสื้อยืดโหลๆ มันติดตรงไหน หึ “แล้วแกหงุดหงิดเรื่องอะไรล่ะ”

“ก็เรื่อนนั้น เรื่องนี้ เรื่องโน้นนะสิ”

เออ...คงจะได้รู้เรื่องกันอยู่หรอกแม่คุณ ตอบมาได้ว่าเรื่อนนั้น เรื่องนี้ เรื่องโน้นนี่ถ้าไม่เห็นว่าเป็นเพื่อนแม่จะเหวี่ยงใส่ให้ดู เห็นเซอร์ๆ แบบนี้ ที่จริงออกจะเป็นพวกขาวีนจอมเหวี่ยงกับเขาอยู่เหมือนกันนะจะบอกให้

“แล้วเรื่อนนั้น เรื่องนี้ เรื่องโน้น ของแกนะมันเรื่องอะไร” มีนาท้าวสะเอวถามเพื่อนอย่างอดทน “แล้วแกก็ยังไม่ได้เล่าเลยว่าแกบินด่วนกลับมาประเทศไทยทำไม ไหนว่าจะไม่กลับมาแล้วงัยแต่ไง๊กับมายืนหัวโด่อยู่ตรงนี้ห๊ะ”

“ก็เรื่อนนั้น เรื่องนี้ เรื่องโน้นนะสิ ทำให้ฉันต้องบินกลับมาไงใจก็ไม่ได้อยากจะกลับมาหรอกนะจะบอกให้”

“พอๆ ไอ้เรื่อนนั้น เรื่องนี้ เรื่องโน้นของแกนะ ฟังแล้วไม่เห็นจะรู้เรื่อง แล้วกรุณาอธิบายมาซะดีๆ” เธอกลอกตาไปมากับอาการพูดไม่รู้เรื่องของเพื่อนสาว หรือว่าจะเกิดจากการดีเลย์ของเครื่องบินหว่า “นี่ดีเท่าไหร่แล้วที่ฉันอุตส่าห์ถ่อสังขารมารับแกถึงสนามบินนี้ได้ รู้มั้ยวันนี้ฉันกำลังจะโดนบอกอกินหัวอยู่แล้ว เพราะปั่นต้นฉบับไม่ทัน”

“เออเดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง แต่ฉันว่าตอนนี้เราออกจากที่นี่กันเถอะ”อาทิตตาชวนเพื่อนสาวที่กำลังทำท่าว่ารำคาญเธอเต็มแก่ แต่จะให้มาอธิบายกันที่สนามบินทั้งที่คนเดินผ่านไปผ่านมาแบบนี้ เธอก็ไม่เอาด้วยหรอกนะ แล้วเรื่องที่จะเล่านะมันก็มีมากมายหลายเรื่อง และเรื่องที่เธอต้องบินข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึงไทยแลนด์นี่แหละยาวที่สุด

“ได้แล้วแกมีแค่ไอ้จัมโบ้สองใบนี่ใช่ป่ะ”

ไอ้จัมโบ้ที่มีนาว่าก็คือกระเป๋าลากของเธอ ที่อุตส่าห์หอบหิ้วมาด้วยตั้ง 2 ใบ เพราะเธอคิดว่ามาครั้งนี้เธอคงต้องอยู่ที่ประเทศไทยนานทีเดียว

 “อืม”

“งั้นก็ตามฉันมาเลย” มีนาลากกระเป๋าเดินทางใบหนึ่งของเธอเดินนำหน้า ก่อนจะหันกลับมาพูดว่า“เวลคัม ทู ไทยแลนด์ นะแก”

เออเพิ่งนึกได้เหรอแกหญิงสาวคิดพร้อมกับกลอกตา ก่อนจะเดินตามเพื่อนสาวไปติดๆ “ฉันมาถึงตั้งนานแกเพิ่งจะพูดเนี่ยนะ”

“ก็คนมันเพิ่งคิดออกนี่” เออขอบใจที่ยังคิดออก แล้วไม่รอบอกซะพรุ่งนี้เลยล่ะ เธอประชดเพื่อนสาวอยู่ในใจ “แล้วแกก็อย่าชักช้ารู้มั้ยว่าฝนมันตก แล้วรถมันก็ติด”

 

 

เรื่องสืบร้อนซ่อนเสน่หา ว่างจำหน่ายในรูปแบบอีบุ๊คค่ะ ตาม link ข้างล่างไปเลยค่ะ

 

 

 

 

 

สามารถสั่งซื้อหนังสืออีบุ๊คของธีร์วรา ได้ที่ link นี้เลยค่ะ

 

 

 

 

 


 

 


 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

95 ความคิดเห็น