ปลาร้าไม่ใส่

ปลาร้า เป็นอาหารพื้นถิ่น..หากได้ใส่ลงใน ส้มตำ จะเพิ่มรสชาติให้จัดจ้านยิ่งขึ้น เรื่องราวเรื่องนี้น่าติดตามว่าจะเป็นอย่างไร

ยอดวิวรวม

35

ยอดวิวเดือนนี้

6

ยอดวิวรวม


35

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


0
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  26 ก.ย. 65 / 15:30 น.


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

                                                                                              

                                                       ปลาร้า.ไม่ใส่

        ปลาร้า หรือปลาแดก เป็นอาหารหลักและเครื่องปรุงรสที่สำคัญที่สุด ในวัฒนธรรมของภาคอีสานและเหนือ   ครอบครัวของเกษตรกร  ทุกครอบครัวนใหญ่ จะทำปลาร้ากินเอง โดยหมักปลาร้าไว้มากหรือน้อยบ้าง   ขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของปลาที่หาได้  โดยเฉพาะในประเทศไทยนั้นไม่มีใครรู้ชัด เพราะไม่มีหลักฐานทางโบราณคดีที่บ่งบอกถึงร่องรอยการหมักดองปลาหรือการทำปลาร้าอย่างชัดเจนหลักฐานที่น่าจะเกี่ยวข้องกับการหมักปลาร้าที่สุด อยู่ในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ คือร่องรอยของกระดูกปลาช่อนและปลาดุก ที่มักพบว่าถูกบรรจุอยู่ในภาชนะดินเผาก้นกลมลายเชือกทาบหลายใบจากแหล่งโบราณคดีโนนวัด อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา

        ผมได้สัมผัสและกินกับข้าวที่ทำจากปลาร้ามาแต่เด็ก ไม่เคยปฎิเสธหรือรังเกลียดในกลิ่นและรสชาติเลย  แม่กับยาย มักจะทำปลาร้าทรงเครื่องให้กินเนืองๆ  คราใดที่แม่และยาย ทำปลาร้าทรงเครื่องให้กิน พวกเราจะเจริญอาหารกันมาก กว่าปกติ 

        ******************************************************************************** 

ช่วงผมได้เข้ามาพักบ้านหลวง ผมได้อยู่อาศัยเพียงคนเดียว การที่มีเพื่อนบ้านมาทักบ่อยๆ ทำให้ผมต้องหาคำตอบว่าทำไม … เขาจึงเป็นห่วงผมเสียเหลือเกิน และในที่สุดผมก็ทราบว่า บ้านพักที่ผมอาศัยหลับนอนหลังนี้  เคยมีอาจารย์ ที่เคยพักอยู่ก่อนได้เสียชีวิตด้วยการกินยาตาย ก่อนหน้าที่ผมยังไม่ทราบข่าวว่ามีคนเคยเสียชีวิตในบ้าน ผมรู้สึกเฉยๆ  หลังจากที่ผมมาอยู่ได้ประมาณหนึ่งเดือน จึงทราบว่าเคยมีอาจารย์ได้เคยเข้ามาพักถึง 5 ครอบครัว  แต่เขาก็อยู่ได้ไม่นาน จำต้องย้ายออกไปอยู่บ้านหลังใหม่โดยเร็วไว.เสียทุกราย 

“เป็นไงบ้างน้อง  พักที่บ้าน  หลังนี้  มีอะไรปรากฎให้เห็นบ้าง ” อาจารย์คนแรกถาม

“มีอะไรผิดปกติมั้ย  ฝันว่ามีใครมาให้โชคหรือเปล่า  ”อีกคนถาม

 แต่ละคนที่มาสอบถาม ล้วนต้องการหาคำตอบว่าผมเจออะไรบ้าง ในบ้านหลังนั้น

“ไม่เห็นมีอะไรผิดปกติเลยนี่พี่  ” ผมตอบ 

จริงๆ แล้ว ทุกคนที่เคยเข้าพักบ้านหลังนี้ จะพบเจอเกี่ยวกับเรื่องวิญญาญมาหลอกหลอน จนอยู่ไม่ได้ แต่กับตัวผม.กลับไม่เคยเจอสิ่งลี้ลับเลย แต่ก็ออกจะหวั่นใจอยู่บ้างในบางครั้ง

 ในช่วงหนึ่งที่ผู้อำนวยการ ได้ของบประมาณ สร้างบ้านพักอาจารย์ใหม่  หลังจากผู้รับเหมาได้ส่งมอบมอบบ้านแก่ทางราชการแล้ว อ.อนันต์ได้ยื่นทำเรื่องขอเข้ามาพักบ้านหลังใหม่ซึ่งอยู่ใกล้หลังเดิม . บ้านจึงว่างลง ผมจึงทำเรื่องขอเข้าพักแทนบ้านหลังที่ว่างลง  ในขณะนั้นผมยังโสด ทุกๆครั้งเวลาที่มีอาจารย์หรือมีแขกจากที่ต่างๆมาเยี่ยม   แผนกอาคารสถานที่ จึงมักจะให้ใครๆมาพักค้างที่บ้านที่ผมพักเสียทุกครั้ง และครั้งหนึ่งเขาให้กลุ่มนักศึกษาที่ฝึกงานจากเกษตรศาสตร์บางพระมาอยู่ที่บ้านนี้เกือบสองเดือน

                                             ***************       

 ช่วงที่.อาจารย์ไชยา ซึ่งเป็นอาจารย์บรรจุใหม่ มารายงานตัว แผนกอาคารสถานที่ ได้ให้เขามาพักที่บ้านที่ผมพักอาศัย  

 “ผมจะให้อาจารย์ที่มาบรรจุใหม่ มาพักกับอาจารย์ขลุ่ยนะ ”อ.แผนกอาคารสถานที่บอก

 “แล้วแต่ครับ ยังไงก็ได้ ” ผมตอบ 

  จากนั้นอ.ไชยาจึงเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ภายในบ้าน ผมจะไปๆมาๆ ที่บ้านพักหลังนี้  เป็นเพราะผมมักจะเข้าเมือง ไปค้างที่บ้านรุ่นน้องแถววัดศรีเกิดและเพื่อนที่ทำงานไปรษณีย์บ้าง  อีกสองเดือนต่อมา…ซึ่งเป็นช่วงปิดภาคเรียน แสงหล้า ซึ่งเป็นแฟนอ.ไชยา ถือโอกาสมาเที่ยวจังหวัดลำปาง เธอได้มาพักค้างที่บ้านที่ผมอยู่หลายเดือนๆ เมื่อผมเข้าไปในบ้าน เธอมักจะแสดงตนเป็นเจ้าบ้าน.ตัวจริง  จนผมรู้สึกไม่สบายใจ

  “ช่างมันเถอะ  อย่าไปคิดอะไร  ” ผมคิดในใจ 

 หลังจากที่แสงหล้าเรียนจบแล้ว เธอจึงได้สมรสกับอาจารย์ไชยา ทั้งได้เข้ามาพักที่บ้านที่ผมอาศัยอยู่ก่อน  ตัวเธอได้แสดงตนเป็นเจ้าของบ้านอย่างชัดแจ้ง  จากการที่ผมเป็นเจ้าบ้านตัวจริง โดยมีชื่อในทะเบียนบ้านอย่างถูกต้อ งและมีหลักฐานยืนยันเพราะต้องถูกหักค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปาจากหน่วยงานทุกเดือน แต่ตนเองต้องกลับมามีสถานะเป็นผู้อาศัยอยู่ จึงจำเป็นต้องรักษาสิทธิ…  เพื่อไม่ให้ต้องเสียสิทธิ์การครอบครองที่อาศัย  ผมจึงต้องแสดงสิทธิตน อย่างเป็นทางการโดยอ้างว่าผมกำลังจะมีครอบครัว และจะขอใช้สิทธิ์เข้าพักบ้านหลังเดิม  ในที่สุด อ.ไชยาและแสงหล้า จึงต้องเป็นฝ่ายย้ายออกจากบ้านหลังนี้ไปอยู่ที่แห่งใหม่

  "มีอะไร ให้ผมช่วยเหลือได้บอกนะครับ " ผมเอ่ยปากบอกกับ อาจารย์ไชยา

  "ไม่เป็นไรครับ ผมได้ขอรถยนต์ มาขนของเพื่อเข้าบ้านพักใหม่แล้ว ขอบคุณมาก "เขาตอบ

   ในช่วงวันหยุด.. ผมได้ให้นักศึกษามาช่วยขนของและช่วยเหลือทำความสะอาดบ้านที่อ.ไชยา จะเข้าไปพัก จริงๆแล้วผมไม่ได้โกรธเขาเลยแม้แต่น้อยนิด  ช่วงที่เขามาพักกับผมในระยะแรก ผมได้อำนวยความสะดวกให้กับอ.ไชยา เกือบทุกอย่าง อาทิ ให้ใช้เครื่องครัวเช่น ตู้เย็น หม้อหุงข้าว กระทะไฟฟ้า จาน ชาม ช้อน  แก้ว ผมต้องจ่ายค่าไฟฟ้า น้ำประปา  ให้ แต่มาภายหลังขอให้เขาช่วยเป็นตัวหารให้คนละครึ่ง เกือบปีที่อ.ไชยา พักร่วมกับผม ไม่เคยมีปัญหาใดๆ เลยแต่พอแสงหล้า ภริยาของเขาเข้ามาพักด้วย ท่าทีของไชยาก็เปลี่ยนแปลงไป 

    ณ. เวลานั้นมีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารพอดี อ.ไชยาซึ่งมีบ้านพักติดกับผู้บริหาร ได้อาสาตัวเข้าไปรับใช้เจ้านาย  นับแต่การล้างรถให้ ขับรถไปรับบุตรและภริยาของผู้บริหารในเมือง ยินยอมที่จะรับซื้อรถมือสองจากผู้บริหาร เนื่องจาก   ผู้บริหารต้องการเปลี่ยนรถยนต์คันใหม่   

  “ผมขอซื้อในระบบผ่อนส่งนะครับท่าน” อ.ไชยา ต่อรองกับผู้บริหาร

   “ได้. ไม่มีปัญหา”ผู้บริหารตอบ

  ไชยาได้ทำหน้าที่รับใช้ผู้บริหารอย่างแข็งขัน…แสงหล้าได้เปลี่ยนชื่อเป็นวรรณวิษาเพื่อไม่ให้เชยและจะได้เข้ายุคสมัย ระยะแรกหลังการสมรส เธอยังไม่มีงานทำเป็นเพียงแม่บ้านให้สามี แต่ด้วยความใกล้ชิดกับผู้บริหารที่มีอำนาจในขณะนั้น วรรณวิษาจึงได้มีโอกาสทำงานในอัตราลูกจ้างชั่วคราวในตำแหน่งเจ้าหน้าที่เดินเอกสาร บ่อยๆครั้งที่ผู้บริหาร ให้ผมเข้าพบเพื่อหารือเรื่องงาน ผมมักจะพบวรรณวิษาคอยปัดกวาดเช็ดถู เสริฟและชงกาแฟภายในห้อง 

     ************************************************************************* 

 ผมยังจำได้ว่าณ.เวลานั้น มีการประกาศสอบตำแหน่งงานลูกจ้างประจำ สองตำแหน่ง เนื่องจากมีผู้เกษียณอายุราชการ วีระพล คือเจ้าหน้าที่ ที่มีคุณสมบัติครบถ้วน ซึ่งมีสิทธิที่จะสมัครสอบแข่งขัน เขามีท่าทีลังเลใจว่ าจะสมัครสอบดีหรือไม่ ในขณะที่วันหนึ่งผมพบกับเขาโดยบังเอิญ จึงเอ่ยปากทักทาย  

  "พล ..ผมคิดว่าพล ควรสมัครสอบแข่งขัน เพื่อบรรจุเป็นลูกจ้างประจำนะ "ผมเป็นฝ่ายเอ่ยปากชักชวนเขา

  "ไม่เอาดีกว่าครับ .ผมคิดว่าผู้อำนวยการ เขาคงล็อคเด็กของเขาไว้แล้วล่ะ..หากผมสมัครสอบ ก็คงสู้ไม่ได้แน่นอน " วีระพลพูด 

   สมัครเถอะผมจะช่วยเหลือ" ผมพยายามขอร้องแกมบังคับเขา ทั้งพยายามหาเหตุผลต่างๆ นาๆ พูดให้เขาฟัง จนเขายอมสมัคร และเมื่อประกาศผลสอบออกมา  วรรณวิษากับวีระพลก็ได้การบรรจุเป็นลูกจ้างประจำของหน่วยงาน  สืบเนื่องมาจนปัจจุบัน ตำแหน่งหน้าที่การงานของเธอได้เติบโตอย่างรวดเร็วอย่างเหลือเชื่อ 

  วรรรวิษามีบุตรชายกับอ.ไชยาเพียงคนเดียว ทั้งสองสามีแรกรักกันใหม่ๆแทบจะไม่เคยห่างกายกันเลย ทั้งคู่ถือเป็นคู่บุญที่เสริมกันและกัน ไชยาได้เจริญก้าวหน้าในวิชาชีพมาตามลำดับ จนได้ตำแหน่งรองคณบดี เขาเริ่มเข้าสู่สังคมระดับผู้บริหารในกรมฯและได้สนิทสนมกับอธิการบดี ด้วยเพราะเป็นคนจังหวัด -ภาคเดียวกัน และเคยเป็นครูกับศิษย์กันมาก่อน  ในระยะนี้วรรณวิษาออกจะลืมตนไป ด้วยเพราะสามีของเธอมีตำแหน่งบริหาร ทำให้อาจารย์ พนักงานเกรงใจจนต้องยกมือไหว้ เวลานี้เธอเริ่มเปลี่ยนแปลงตัวตน จากที่เคยขี่จักรยานยนต์มาทำงาน ก็เริ่มฝึกหัดขับรถยนต์ ทั้งสามี- ภริยา ต่างซื้อรถยนต์มาใช้ส่วนตัวกันคนละคัน วรรณวิษาปรับลุคการแต่งกาย ด้วยแฟชั่นทันสมัย จากที่เคยแต่งเนื้อแต่งตัวแบบเชยๆ  เคยกินอาหารแบบพื้นถิ่น ก็เปลี่ยนเป็นอาหารแบบฝรั่ง แบบเกาหลี ญี่ปุ่น ภายในห้องทำงานของวรรณวิษา ต้องเปิดเครื่องปรับอากาศตลอดเวลาตั้งแต่เธอเข้าห้องทำงานจนเลิกงาน

ผมแทบไม่อยากเชื่อว่า วรรณวิษาตำแหน่งลูกจ้างประจำ จะวางตนได้สุดเวอร์..ไร้เทียมทาน ใครๆ หากไม่รู้หัวนอนปลายเท้าของเธอ คงเข้าใจว่าเธอเป็นอาจารย์จบจากเมืองนอกเมืองนามา

"นี่พี่วัน.พอพี่มาเปิดห้องทำงานของหนูแล้ว  ยังไงช่วยเปิดแอร์ไว้เลยนะ ”วรรณวิษา บอกนักการภารโรงผู้หญิง

"ค่ะ "นักการฯตอบ

อาจารย์อัตราจ้างและอาจารย์ที่อยู่ในสังกัดภายใต้การบังคับบัญชาของสามีของเธอ ล้วนต้องให้ความเคารพในตัวเธอ แม้เธอจะเป็นเพียงลูกจ้างประจำ.แต่ด้วยค่านิยมของสังคมและวัฒนธรรมของคนในสังคมแห่งนี้ คนส่วนใหญ่จึงยอมกระทำโดยไม่ขัดเขิน

 "พี่ษา.วันนี้เราออกไปหาอะไรทานข้างนอกมหาลัยกันนะ"อาจารย์อัตราจ้างพูด

 "ดีเลยจ๊ะ สักสิบเอ็ดโมงกว่า เราออกไปด้วยกันนะน้อง "วรรณวิษาพูด

 ที่ร้านจำหน่ายอาหารตามสั่งแห่งหนึ่ง .หลังจากที่วรรณวิษาจอดรถยนต์คันหรูแล้ว ทั้งสองคนที่นัดหมายกันก็ได้ก้าวเดินเข้าไปจองโต๊ะที่เป็นมุมสงบภายในร้าน 

"พี่ษาหนุู อยากกินส้มตำน่ะ "อาจารย์อัตราจ้างพูด

"ดีเลย พี่ก็ชอบนะ ร้านนี้อร่อยพี่มากินบ่อยๆ "วรรณวิษาพูด

"ส้มตำ จานนึง "อาจารย์อัตราจ้าง สั่งแม่ค้า

 "ปลาร้า ไม่ใส่นะคะ "วรรณวิษา สำทับอีกครั้ง 

"อ้าวพี่  ษาทำไมไม่ใส่ปลาร้าล่ะ ไม่ครบเครื่อง มันก็ไม่อร่อยสิ "อาจารย์อัตราจ้างพูด

" พี่ทานไม่ได้จริงๆ พี่แพ้ปลาร้าน่ะ " วรรณวิษาพูด

 "เหรอ หนูเข้าใจว่าพี่ทานได้เสียอีก "อาจารย์ อัตราจ้างพูด

  "พี่เคยทานแล้ว มันจะอาเจียรออกมาเลย เหม็นน่ะ "วรรณวิษาพูด 

 ความลับไม่มีในโลก เพียงแค่เรื่องที่วรรณวิษาไปกินส้มตำแล้วไม่ใส่ปลาร้า ก็เป็นเรื่องให้คนในที่ทำงานเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์ตัวเธอ จนผมอดเห็นใจไม่ได้

 ยัย.ษามันดัดจริต ทำตัวพองดังกับคุณหญิงคุณนาย พอผัวได้ยศตำแหน่งหน่อย ทำลืมตัว เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ทั้งๆที่ถิ่นฐานบ้านเกิด ก็เป็นคนภาคอิีสาน คนไทยทุกภาค ทุกจังหวัดก็กินปลาร้าปลาเจ่ากัน แต่มันทำดัดจริต ทำเป็นรังเกลียดปลาร้า "แม่บ้านคนหนึ่งในที่ทำงานแอบนินทา

     ********************************************************************************

จริงๆแล้วสมัยที่อาจารย์ใชยากับแสงหล้า(วรรณวิษา)มาพักที่บ้านของผมในช่วงหนึ่ง ผมเคยได้กลิ่นปลาร้าฟุ้งกระจายอบอวลภายในบ้านเมื่อวันหนึ่งผมมีธุระเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้า

 "คุณพี่.ทานส้มตำ ค่า,," วรรณวิษา เอ่ยปากชักชวนผมให้ชิมส้มตำที่เธอทำ

 "เอาเลยครับ ผมกินข้าวมาแล้วตามสบาย " ผมตอบ

 กาลเวลาผ่านมา อ.ไชยากับวรรณวิษาเริ่มระหองระแหงและเกิดปัญหากัน จนต้องหย่าขาด ไชยาเริ่มเที่ยวเตร่ดื่มสุราเมามายจนแทบไม่มาทำงาน เมื่อผู้บริหารระดับสูงเกษียณอายุ ทำให้เขาหมดอำนาจตามไปด้วย วันนี้.ไชยาดังหมาหัวเน่า เขาต้องกลายเป็นคนที่ขาดเหล้าไม่ได้ สามีภริยาคู่นี้แม้จะหย่าขาดจากกัน แต่ทั้งสองคนก็ยังคงเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดี ยังคงมีความห่วงใยให้กำลังใจกันและกันจะอย่างไรวรรณวิษา คงยังทำตัวฟู่ฟ่ามีรสนิยมสูงชอบแต่งตัว ชอบทำงานสบายๆ ดังเดิมและให้คนอื่นๆมาพินอบพิเทาคอยเอาอกเอาใจ หากเธอถูกใจใครเป็นพิเศษเธอกล้าที่จะยอมลงทุน ซื้อสิ่งของแพงๆ มามอบเป็นรางวัล แต่หากเธอเกลียดใครคนนั้นเธอจะชักหักกระดูก.ผีไม่เผากัน  

“นี่จ๊ะ  น้ำหอม ซื้อมาฝากพี่วันน่ะ ”  วรรณวิษาบอกกับนักการภารโรง ที่คอยอำนวยความสะดวกให้ 

 *************************************************************************************

หน้าตา..มาก่อนหน้าที่..วัยของเธอในเวลานี้เพิ่งเข้าเลขห้า..แต่ด้วยเทรนด์เกาหลีมาแรง เธอยอมลงทุนบินไปผ่าตัดทำศัลยกรรมถึงต่างประเทศ  ..

"พี่ษา..สวยจังเลย "ใครๆต่างทักทายและเยินยอเธอ แต่ก็มีค่อนค่อนขอดบ้างตามประสาสังคมไทย 

 ขอบใจ..จร้า " เธอตอบ พร้อมรอยยิ้ม ถึงแม้จะแอบซ่อนไว้ แต่ก็พอมองออกได้

แม้ระยะแรกๆ ผมจะไม่ค่อยชอบกับพฤติกรรมของเธอเลย. แต่ถ้าจะว่าไป เธอก็ยังดีกว่าพนักงานปากหวานก้นเปรี้ยวคนอื่นๆในหน่วยงานแห่งนี้ บ่อยๆครั้งที่เธอไปต่างจังหวัดมักจะซื้อขนมนมเนย มาฝากแก่ครอบครัวของผม จนผมต้องเอ่ยปากห้ามว่า  

"อย่าลำบากต้องหอบหิ้ว มาเลย  " 

 ****************************************************************************

"สวัสดีค่ะอาจารย์ เป็นไงบ้างคะ"เธอทักทายผมที่โรงพยาบาลของรัฐในเมือง ผมพบเจอเธอ ขณะที่เธอก็เป็นผู้ป่วยเช่นกัน

" อ้อ ผมมาผ่าตัดเลเซอร์นิ้วก้อย เพราะรถผมชนประตูบ้าน จนนิ้วก้อยมันแตก "ผมบอกกับเธอ

"ยังไง ขอให้อาจารย์หายเร็วๆนะคะ " รรณวิษาพูด ภาษากลาง    

จากที่ผมสังเกตดู เธอมีความจริงใจและแสดงออกจากใจจริงๆ มิได้เสแสร้งดังแรกๆที่เคยพบมาก่อน 

ช่วงวรรณวิษาหย่าขาดจากสามีใหม่ๆเธอได้สมรสกับนายตำรวจสูงวัย แต่อยู่ด้วยกันได้ไม่นานนัก เพราะรสนิยมแตกต่างกัน นับจากอาจารย์ไชยา ไร้ตำแหน่งอำนาจ ฤทธิ์เดชของวรรณวิษา ดูจะแผ่วลงจนไม่มีใครให้ความใส่ใจ  จนเธอขาดเพื่อนร่วมงาน ที่จะไปนั่งกินข้าวกลางวันดังแต่ก่อน  ชีวิตวรรณวิษา วันนี้ว่าไปก็น่าเห็นใจ.. เพื่อนเที่ยว เพื่อนกินของเธอลดน้อยลงตามวันเวลา โรคาพยาธิรุมเร้าจนเธอต้องเจ็บป่วยแบบสามวันดีสี่วันไข้ หยุดๆลาๆ ขาด- สาย แต่ด้วยเพราะอำนาจและบารมีเก่าของอดีตสามีที่เคยมีอำนาจมาก่อนทำให้เจ้าหน้าที่ด้านงานบุคลากร เกรงใจ จึงไม่กล้าใช้มาตรการ เด็ดปีกเธอ   

ผมเคยแอบไปถามแม่ค้าส้มตำ หลายเจ้า..ย่านมหาวิทยาลัย.ว่าคราใดที่คุณวรรณวิษามาสั่งส้มตำ เธอสั่งให้ใส่ปลาร้าหรือไม่..ก็ได้คำตอบว่า หากเธอมากับคนอื่นๆจะต้องไม่ให้ใส่..โดยเด็ดขาด  

“ แต่ .หากเธอสั่งกลับไปกินที่บ้าน และมาคนเดียว  ต้องจัดหนักให้เธอมากๆ  เลยเชียว”

                           ผมจึงถึงบางอ้อ. .กับเรื่องปลาร้าไม่ใส่  เสียที..  

                                         ขลุ่ย   บ้านข่อย

                                     ๒๖  กันยายน ๒๕๖๕

 

 

   

 

 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 26 ก.ย. 65 / 15:30


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น

×