STEREK | FICTION | TEEN WOLF

ตอนที่ 2 : It's STILES EP.2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1047
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    4 ม.ค. 59

It's Stiles ep:2












"นายว่าเขาจะฟื้นเมื่อไหร่ ปาเข้าไปตั้งสามวันแล้วนะ"




"ต้องให้เวลาหน่อย พิษไอ้ตัวนั้นมันแรง แล้วสไตลส์ก็เป็นมนุษย์ ไม่มีพลังรักษาตัวเองเหมือนเรา"




"พวกมนุษย์ใจเสาะตายง่ายจะตาย แต่สไตลส์อยู่มาได้ตั้งสามวัน"




"พูดเรื่องตายทำไม ไม่เป็นมงคลเลยไอแซค!" 



สามวัน... สไตลส์ค่อยๆ คิด ความคิดไม่ค่อยแล่น เฉื่อยเนือยเฉยช้า 






ฉันต้องตื่น...






ทว่าเขาลืมตาไม่ขึ้น ความฝันรั้งตัวเขาไว้ ฝันเรื่องแล้วเรื่องเล่า เป็นสายธารแห่งภาพซึ่งพาลอยล่องไปดุจใบไม้พลิกพลิ้วในสายน้ำ เขาเห็นพ่อยืนอยู่สุดปลายอุโมงค์ รอบตัวเต็มไปด้วยหมาป่า เขาเห็นเดเร็คยืนบนกองกระดูก สก็อตมีแส้พันลำตัวคล้ายห่วงสีทอง ลิเดียมีปีกนกสีขาวยื่นจากแผ่นหลัง ไอแซคมีรอยไหม้รูปกางเขนบนฝ่ามือ เอริก้า บอยด์ ปีเตอร์ ทุกคน พวกเขาเหมือนเทวดาร่วงหล่นจากสวรรค์ ร่วงหล่น ลุกไหม้





"ฉันไม่คิดเลยว่าจะเป็นสไตลส์"



"ใช่ เราคงต้องรอเค้าตื่น หรือคงต้องรอพระจันทร์เต็มดวง"



"ทีแรกฉันคิดว่าเรื่องแบบนี้มันมีแต่ในนิทานซะอีก"



"อันนี้ก็อีกเรื่องที่ต้องรอเวลาพิสูจน์ ปีเตอร์บอกว่ามันเป็นเพราะสายเลือดน่ะ พวกเค้าเป็นมนุษย์หมาป่าแท้ ไม่ใช่เป็นเพราะโดนกัด"



"พอน่า เราก็นั่งฟังอยู่ด้วยกัน และฉันฟังเอริก้าพูดเรื่องนี้มาห้ารอบแล้ว"



"ก็ฉันแปลกใจนี่ แล้วเดเร็คไปไหนซะละ ทุกทีเค้าไม่ยอมห่างจากเตียงเกินสามเมตรเลยนี่นา"



"เห็นบอกว่าจะไปสำรวจอะไรหน่อย ถึงให้เราทุกคนมานั่งเฝ้าแทนนี่ไง"


"นายจะไปไหนบอยด์ อาหารเช้า ใช่ ได้ยินชัดแล้วนี่ อาหารเช้า อะไรนะ อยู่ห่างไปไม่กี่ถนนเอง มาเร็วๆ"



"พวกนี้ควรเปลี่ยนเวรกับเราบ้าง"



"บางครั้งฉันก็สงสัยว่าเค้า... นั่น! เขาขยับตัวแล้ว!"



"สไตลส์ฟื้นแล้ว!" มีเสียงถอนหายใจดัง "ฉันจะไปตามหมอดีตันกับนายอำเภอนะ" 





สไตลส์รู้สึกเหมือนเปลือกตาถูกเย็บติดกัน เขารู้สึกคล้ายฉีกหนังออก ขณะค่อยๆ ลืมตาและกะพริบตาเป็นครั้งแรกในรอบสามวัน



สไตลส์มองเห็นท้องฟ้าสีครามผ่านกระจกใสในห้องที่คุ้นเคยดี ลอฟต์ของเดเร็ค เฮล 



ฉันรอดแล้วหรอ เขาสงสัย เขาหลับตาแล้วลืมขึ้นอีกครั้ง สไตลส์ยันตัวขึ้นนั่งอย่างยากเย็น ปวดไปหมดทั้งตัว โดยเฉพาะไหล่ขวา เขากวาดตามองรอบๆ เห็นตนเองอยู่บนเตียงปูผ้าลินิน 





"ในที่สุดก็ตื่นเสียที สไตลส์" เสียงตื่นเต้นดังขึ้น "นายอำเภอคงดีใจ เราคิดว่านายอาจหลับแล้วตายไปเลย"



สไตลส์หันไป สก็อตนั่งห้อยเท้าอยู่บนเตียงฝั่งซ้าย



"โทษทีที่ทำให้ผิดหวังว่ะ เพื่อน" เสียงสไตลส์แหบเหมือนกระดาษทรายสากๆ "พ่อฉันไปไหน"



"ไปทำงาน" สก็อตกลอกตา 



"แล้วเดเร็ค" สไตลส์ไอ รู้สึกเสียดท้องจนต้องกุมท้อง หายใจหอบ



"เดี๋ยวเค้าก็มา" สก็อตมองอย่างตระหนก "ไหวมั้ย"



อาการปวดค่อยๆ หายไป แต่สไตลส์พะอืดพะอม และเวียนศีรษะ



"ท้องฉัน--" 




"อ้อ! เกือบลืมไป ดีตันบอกว่าพอนายตื่นให้เอานี่ให้ดื่ม" สก็อตหยิบเหยือกกระเบื้องจากโต๊ะ รินของเหลวใส่ถ้วยแล้วยื่นให้สไตลส์ ของเหลวสีขุ่นควันกรุ่น กลิ่นคล้ายสมุนไพร "นายไม่ได้กินอะไรมาสามวันแล้ว คงคลื่นไส้" สก็อตอธิบาย




สไตลส์ค่อยๆ จิบของเหลว รสชาติอร่อย เข้มข้นและชื่นใจ ไม่รู้สิอาจเป็นเพราะหิวมากคอแห้งผากรึเปล่าถึงคิดว่ายาสมุนไพรอร่อยได้



"นี่อะไร"



"ชาสมุนไพรชนิดหนึ่งของดีตัน ใช้ได้ผลทุกที" สก็อตยักไหล่ เขาเลื่อนตัวจากเตียงลงมาบนพื้น แอ่นหลังคล้ายแมว "เมื่อยชะมัด"



"เมื่อกี้นายคุยกับใคร ไอแซคหรอ เค้าไปไหนซะล่ะ" 



สก็อตพยักหน้ารับ พลางเขม้นมองเพื่อนรัก 



"นายได้ยินที่เราคุยกันหรอ? ให้ตาย นายหลับไปตั้งสามวันเราเวียนกันมาเฝ้านายทั้งกลางวันกลางคืน เดเร็คบอกนายโดนกัด"



สไตลส์นึกแวบเห็นมนุษย์หมาป่าตัวใหญ่ที่มีขนติดไฟ หน้าตาชั่วร้าย เขาตัวสั่นและบีบถ้วยในมือ



"ไม่น่าเชื่อเลยใช่มั้ย ฮ่า" สไตลส์พูด เพลินกับสีหน้าประหลาดใจที่แทบปิดไม่มิดของเขา "แล้วเค้าอยู่ไหน เดเร็คน่ะ"



"ฉันคิดว่าฉันบอกนายไปแล้วรอบนึงนะสไตลส์" สก็อตหลิ่วตา ในคำตอบนั้นมีรอยยิ้มผสมอยู่ "เดี๋ยวเค้าก็มาน่า คิดถึงเค้ารึไง"



สไตลส์ยักไหล่ แล้วยกเครื่องดื่มขึ้นจิบอีกสักอึก แต่เห็นว่าถ้วยว่างเปล่า รู้สึกผิดหวังนิดๆ เขายังไม่อิ่มเลย สไตลส์วางถ้วยลง กอดผ้าห่มไว้




"เสื้อผ้าฉันอยู่ไหน"



"มันชุ่มเลือดและพิษหมาป่า เดเร็คเลยเผาทิ้ง"



"สก็อต--" สไตลส์เรียกและสก็อตมองตอบอย่างงุนงง "หาเสื้อให้ใส่หน่อยดิวะ หนาว" 



คำขอนี้ดึงความสนใจของสก็อตไปที่เนื้อตัวเปลือยเปล่าของเพื่อนรัก เขาหัวเราะลั่น 



"โอเค นายใส่เสื้อเดเร็คไปก่อนละกัน" สก็อตว่าพลางเดินตรงไปรื้อหาเสื้อที่สไตลส์จะพอใส่ได้ "ตัวใหญ่นิดนึงนะ พวกเราลืมไปเลยว่านายต้องเปลี่ยนเสื้อน่ะ"



สไตลส์พยักหน้า เขาค่อยๆ ยัดแขนเข้าไปในเสื้ออย่างเบามือ ไหล่ขวายังเจ็บอยู่มาก แม้แผลจะดีขึ้นและดูสะอาดดี



"เอาล่ะ" สก็อตยืนขึ้น "เดเร็คคงมาถึงแล้ว ฉันได้กลิ่นกระสับกระส่าย" 



"ไม่เคยรู้ว่าจมูกนายแยกอารมณ์คนอยู่ไกลสักห้าสิบหลาได้ด้วย" สไตลส์อ้าปากค้างแสร้งทำหน้าประหลาดใจ



"แยกได้มากกว่าที่นายรู้" สก็อตกระตุกยิ้ม



"ฉันต้องใช้บริการห้องน้ำหน่อย" สไตลส์ลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล สก็อตเข้ามาประคองและพยุงเดินจนส่งสไตลส์ถึงห้องน้ำ "ขอบใจ"



"ไม่เป็นไร"




เสื้อผ้าของสไตลส์ดูตลก เขาต้องยกแขนขึ้นบ่อยๆ ทั้งที่ไหล่เจ็บเพราะเสื้อคอกว้างรังแต่จะลื่นลงมาที่ลาดไหล่



เขาเช็ดเนื้อเช็ดตัวในห้องน้ำเล็ก ใช้ผ้าเช็ดมือสีขาวเช็ดตัว เขาพิจารณาเงาในกระจก เหนือแก้มซ้ายมีรอยช้ำ ริมฝีปากก็แห้งผากและบวมเป่ง ดูไม่จืดเลยสไตลส์



วักน้ำขึ้นล้างหน้าอีกสองที สูดหายใจลึก ก่อนจะออกไปหาสก็อต



เดเร็คกลับมาแล้ว เขานั่งอยู่บนโต๊ะกลางห้องเครารกครึ้มเหมือนไม่ได้โกนมาหลายวัน เสียงกุกกักของเขาทำให้เดเร็คหันมามอง กะพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับสายตาแล้วลุกขึ้นตรงเข้ามาหา



"เป็นไงบ้าง" เขาถาม



"ดี" สไตลส์ตอบ



"ยังเจ็บอยู่รึเปล่า ขอดูแผลหน่อย" เดเร็คสั่งเลิกคิ้วข้างหนึ่งใส่เขา สไตลส์สั่นศีรษะ "ยังมีเลือดซึมอยู่นี่"



"ตอนนี้นายจะเริ่มฉีกเสื้อมาพันแผลให้ใช่มั้ย" สไตลส์พูดติดตลก เขาไม่ชอบเห็นเลือดตัวเอง อันที่จริงเลือดใครก็ไม่อยากเห็นทั้งนั้น



"ถ้าอยากให้ฉันฉีกเสื้อ ก็แค่ขอมา" เดเร็กยิ้ม ยื่นมือออกไปฉุดสไตลส์ให้เดินตาม เมื่อถึงโซฟาก็ค่อยๆ ประคองให้เขานั่งลง "คราวหน้าถ้าอยากให้ฉันสนใจละก็ จำไว้แค่พูดหวานๆ ก็สร้างสิ่งมหัศจรรย์ได้"



"ฉันจะจำไว้" สไตลส์กระตุกยิ้มกับมุกตลกที่ไม่คิดว่าจะได้ยิน "คราวหลังจะเลือกสถานที่เรียกร้องความสนใจให้หฤหรรษ์กว่านี้เลย"



"ส่งมือนายมา" เขาสั่งอีกครั้ง สไตลส์ยื่นมือออกไป ขณะกุมมือเขาไว้เดเร็คดูดความเจ็บปวดออกจากตัวเขาอีกครั้ง เส้นเลือดสีเขียวลำเลียงพิษเข้าสู่ร่างตัวเองและละลายหายไป



"ขอบคุณ" สไตลส์ตื้นตันใจอย่างประหลาด ความตึงเครียดระหว่างทั้งสองดูจะกดทับเขาเหมือนอากาศอ้าว "ขอบคุณมาก-- เดเร็ค"


"เอาล่ะ นายต้องพักผ่อน" เดเร็กพลิกแขนอย่างนุ่มนวล ขณะกัดริมฝีปากล่าง แล้วผิวปาก ส่งสัญญาณด้วยคิ้วว่าสไตลส์ควรไปที่เตียงได้แล้ว


"นั่งตรงนี้สักพักเถอะ" สไตลส์ชักมือกลับ เอนตัวลงพิงพนักโซฟา "ดีกว่านอนแช่สปาเก็ตตีบนเตียงเป็นไหนๆ" 



"นายเรียกผ้าพันแผลว่าสปาเก็ตตีหรอ" เดเร็คนึกขำ ทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ



"ฉันจำได้ตอนเด็กๆ ฉันขอพ่อเข้าไปนั่งหมุนไปมาพร้อมเสื้อผ้าในเครื่องอบผ้า" สไตลส์บอก "แต่พ่อไม่ยอม ฉันคิดว่าถ้าตอนนั้นพ่อยอมฉันคงไม่ต่างอะไรกับตอนนี้ สภาพเหมือนนอนแช่สปาเก็ตตี"



"เพราะการเข้าไปนั่งในเครื่องอบผ้าอาจถึงตายได้" เดเร็คแจง "ส่วนสปาเก็ตตีแทบไม่มีอันตราย เว้นแต่ว่าสก็อตจะเป็นคนทำ" 



"ฉันได้ยินนะ" สก็อตแทรกขึ้นและแกล้งทำเป็นไม่สนใจต่อ



"นายรู้มั้ยตอนฉันอายุสิบห้าฉันอยากสัก" สไตลส์พูด "พ่อก็ไม่ยอมอีก"



"ทำไมล่ะ"



"เพราะสไตลส์จะสักรูปเต่านินจาโดนาเทลโลบนไหล่ขวาน่ะสิ" สก็อตบอกพลางหัวเราะ 



"รูปเต่านินจา?" เดเร็คงง



"ฉันแค่อยากจะปิดรอยแผลเป็น" เขาเลื่อนคอเสื้อที่ย้วยลงเล็กน้อยเผยให้เห็นรอยแผลถูกกัดที่ยังมีผ้าพันแผลปกปิดอยู่ "แต่ตอนนี้คงไม่ต้อง เต่านินจาคงปิดไม่มิดแล้วล่ะฉันว่า ได้รอยใหม่มาเพิ่มแน่นอน"


เขาสูดหายใจเข้าลึก จ้องมองที่บาดแผล ความรู้สึกบางอย่างที่ไม่คุ้นเคย เกิดอยากกอดสไตลส์ไว้ และบอกว่าไม่เป็นไร แต่ไม่ได้ทำ ดวงตาซุกซนกวาดลึกลงไปยังลาดไหล่ที่โผล่พ้นเนื้อผ้ากวาดไล่เลื่อยขึ้นมาจนสบกับนัยน์ตาสีน้ำผึ้งใสแจ๋ว



อึดใจใหญ่ทีเดียวก่อนทั้งคู่จะรู้ตัว เดเร็กมองเมิน และสไตลส์ดึงสายเสื้อขึ้นอย่างเคอะเขิน ทั้งคู่ไม่มีอะไรจะพูด และก็ไม่รู้จะพูดอะไร หลังจากดวงตาสีใสสบกัน... สวย สไตลส์คิด ดวงตาเดเร็คสวย



ไม่เคยคิดมาก่อนว่าตัวเองจะมองว่าคนตรงหน้านี้สวย สไตลส์เผลอจ้องหน้าเขา รู้สึกได้ว่าหัวใจตัวเองเต้นแรง หูได้ยินเสียงอื้ออึงของนกกระพือปีก...



"เฮ้ดูสิ! เจ้าหญิงนิทราตื่นแล้วจริงๆ ด้วย" เสียงกวนประสาทของบอยด์ดังขึ้น สไตลส์รู้สึกโล่งอกที่มีคนมาขัดจังหวะความคิด



"เจ้าชายองค์ใดจุมพิตปลุกนายตื่นล่ะสไตลส์" เอริก้าหัวเราะเสริม 



"ไม่มี ฉันตื่นเอง" สไตลส์ยิ้มแหย



"นั่นนายใส่เสื้อเดเร็คหรอ?" ไอแซคที่เดินตามมาถามขึ้น "ใส่แล้วตลกดี" 



"ก็เสื้อฉันโดนเผาไปแล้วนี่"



"สไตลส์!" นายอำเภอเดินแกมวิ่งเข้ามา เขาสวมกอดลูกชายด้วยความเป็นห่วงและปิติยินดี "ฟื้นสักที พ่อคิด พ่อคิดว่า--"



"พ่อ... ผมโอเค ผมไม่เป็นไร" สไตลส์ยิ้มให้ผู้เป็นพ่อ ที่มือไล่สำรวจไปทั่วตัวของลูกชาย 



หันไปยิ้มทักทายหมอดีตันที่เดินตามเข้ามา 




"เอาล่ะ สไตลส์ฟื้นแล้ว เรื่องต่อไปที่เราต้องจับตามองคือ สไตลส์จะกลายร่างรึเปล่า" หมอดีตันพูดขึ้น "หากถูกมนุษย์หมาป่ากัดจะต้องกลายร่างภายในสิบสองชั่วโมง"



"แต่สไตลส์ใช้เวลาสิบสองชั่วโมงแรกไปกับการนอนแล้ว" ปีเตอร์ที่เดินเข้ามาสมทบเอ่ยขึ้น "อันที่จริงเด็กนี่ใช้ไปแล้วเจ็ดสิบสองชั่วโมง"



"ถูก" ดีตันพยักหน้าและเริ่มพูดต่อ "ถ้าตอนนี้เธอยังไม่กลายร่าง ก็มีเพียงสาเหตุเดียวเท่านั้น"



สไตลส์ไม่อยากคิดอย่างนั้น เขาเหมือนไม่มีอาการอะไรพอที่จะบ่งบอกว่าพร้อมจะกลายร่าง และก็ไม่เหตุผลอะไรที่ตัวเขาขนไม่ขึ้น



"ตอบคำถามฉันด้วยความรอบคอบนะหนุ่มน้อย" เขาถาม สไตลส์กลืนน้ำลาย เขาคอแห้งผาก "เธอยังบริสุทธิ์อยู่รึเปล่า?"



นี่มันบ้าอะไร สไตลส์คิด ประสบการณ์สอนให้เขาเชื่อใจคนพวกนี้ และเชื่อใจตัวเอง แต่ความรู้สึกของเขาตอนนี้เป็นอะไรที่น่าเชื่อถือน้อยที่สุด เขาอยากรู้พอๆ กับไม่อยากตอบว่าความบริสุทธิ์ของเขาเกี่ยวอะไร ความเงียบนั้นยาวนาน จนหมอดีตันต้องเอ่ยถามซ้ำอีกครั้ง



"นี่มัน เรื่องบ้าอะไร" น้ำเสียงฟังดูงงอย่างจริงจัง



"ใช่หรือไม่ใช่ ลูกบริสุทธิ์อยู่รึเปล่า สไตลส์" นายอำเภอแทบจะควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ สไตลส์หันมองหน้าพ่อและวนไปหาทุกคนจนทั่วห้อง สุดท้ายมาหยุดอยู่ที่เจ้าของบ้าน เลือดสูบฉีดขึ้นมาถึงใบหู สารอะดรีนาลีนหลั่งเข้าไปในเลือด รู้สึกเหมือนลวดทองแดงพันแน่นขึ้น



ทุกคนนิ่งมองเขาอย่างใจจดใจจ่อ สไตลส์สูดหายใจเข้าและพ่นออกแรงๆ 



"พระเจ้า!" เขาตะโกนเสียงแหลมตอบ "ใช่ ผมยังบริสุทธิ์อยู่ ให้ตายสิ พอใจรึยัง!"



ทุกคนยืนนิ่ง ไม่ขยับ สไตลส์มองหมอดีตันอย่างกระวนกระวาย เขาไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าหวังอะไร เสียงอุทานตกใจ หรือเสียงเอ่ยล้อที่คิดว่าต้องมีใครสักคนแซว มีเพียงความเงียบที่ถูกทำลายเมื่อหมอดีตันพูด



"เกินสิบสองชั่วโมง และเขายังบริสุทธิ์" หมอดีตันสรุป "แสดงว่าไม่น่าจะเป็นอะไรแล้ว"



"นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน" สไตลส์สบถ พรวดพลาดลุกขึ้นทั้งที่แรงยังไม่ค่อยมี ส่งผลให้เขาเซเล็กน้อย เดเร็กไวกว่าพุ่งเข้าไปคว้าตัวเอาไว้ได้ทัน



"นายถูกมนุษย์หมาป่ากัด พวกเราจึงต้องแน่ใจ" เดเร็คพูดขณะพยุงสไตลส์ให้นั่งลงบนเตียง 



สไตลส์ไม่ขัดขืน เขาไม่พูดอะไรและหายใจแรง และเดเร็ครู้ว่าเขาคงต้องอธิบายเพิ่ม



"เราต้องแน่ใจ ถ้านายยังบริสุทธิ์ ก็ไม่เป็นอะไร เพราะนายจะไม่กลายร่างเหมือนหมาป่าทั่วไป รอยประทับนั่นจะไม่ได้ผลเพราะนายเป็นประตูที่ปิดอยู่" 



"หมายความว่าไง" เสียงเขาแตกพร่า เดเร็คใช้นิ้วปาดแก้ม เสื้อคอกว้างที่หลุดล่วงเผยให้เห็นไหล่กว้าง บาดแผลฉีกขาดที่ถูกมนุษย์หมาป่าขย้ำกำลังปิด กลายเป็นสีชมพูแทนที่จะมีเลือดสีแดงและมีน้ำเหลืองใหลเกรอะกรัง รอยเส้นเลือดสีเขียวคล้ำหายไปแล้ว



"มันเหมือนเป็นกฎ" ปีเตอร์ที่ทนอึดอัดไม่ไหวพูดขึ้น "เวลาที่มนุษย์หมาป่ากัด และไม่ได้ทำให้คนที่ถูกกัดตาย ก็จะเกิด...ตราประทับ"


"ตราประทับ?" สไตลส์เหลือบมองเดเร็ค แต่เขากะพริบตาดูหลบเลี่ยงอย่างเห็นได้ชัด


"จะเรียกว่าอย่างนั้นก็ได้" ปีเตอร์พูดต่อ "นายยังเวอร์จิ้น นั่นคือเหตุผลว่าทำไมตราประทับนั่นถึงไม่มีผล สำหรับมนุษย์ที่ยังบริสุทธิ์เมื่อถูกกัดก็เหมือนกับว่า -- นายเป็นประตูที่ปิด และเมื่อไหร่ก็ตามที่นายมีเซ็กส์ ประตูนั่นก็จะเปิดออกแล้วบางอย่างก็จะเข้ามาครอบงำ ทำให้นายติดเชื้อซึ่งก็เกือบไป"



สไตลส์ก้มมองหัวเข่าทั้งสองข้างของตัวเอง ฟังสิ่งที่ปีเตอร์เล่าไปเลื่อยๆ แต่เหตุการณ์แบบนี้ต้องเคยเกิดขึ้นแล้วแน่ๆ เขาเตือนตัวเอง ครั้งนี้ก็แค่อีกครั้งที่มนุษย์เวอร์จิ้นถูกกัด พิษนั่นจะไม่มีผลอะไร 



"ยินดีด้วย นายน่าจะปลอดภัยจากการถูกมนุษย์หมาป่ากัดไปตลอดชีวิตที่เหลือ เหมือน...เหมือนกับการฉีดวัคซีน"



มันเป็นคำอธิบายที่ไม่เลวเลยทีเดียว เพราะเกือบจะเหมือนบทสรุปเรื่องมนุษย์หมาป่า สไตลส์ไม่รู้ว่าควรจะใช้คำไหนดี พิลึกน่าจะได้ สับสน น่ากลัวนิดๆ หรือช่วยให้รู้สึก...มั่นใจขึ้น


บ้านที่เงียบกริบกลืนเอาคำพูดเหล่านั้นไปหมด และทุกคนต่างคิดไม่ออกว่าควรจะพูดอะไรต่อดี สไตลส์หลับตาลง



"เอ่อ ก็ช่วยให้รู้สึกสบายใจขึ้นนะ" นายอำเภอพูดขึ้นทำลายความเงียบ เขายืนขึ้น นี่คล้ายเป็นสัญญาณ ทุกคนที่เหลือขยับตามหลังจากแน่นิ่งเหมือนถูกสตัฟฟ์ไว้ นายอำเภอพยักหน้าให้เดเร็กเชิงรับรู้เงียบๆ


"นายไม่เป็นไรใช่มั้ย สไตลส์" เดเร็คถาม เขาฉวยข้อมือสไตลส์ไว้



"เดเร็ค" สไตลส์เรียก



"ฉันดีใจที่นายไม่ได้กลายร่าง" เดเร็ครีบพูดออกมา "เพราะฉันไม่รู้ว่าควรจัดการนายยังไง"



"เดเร็ค" ราวกับเขาไม่ได้ฟังอยู่



"ฉันไม่ฆ่านายหรอก ถ้าเผื่อนายไม่สบายใจ" น้ำเสียงแฝงด้วยความกังวล



"นั่นเป็นเรื่องจริงใช่มั้ย" ไม่ใช่คำถาม แต่สไตลส์คงกำลังพยายามทำให้ตัวเองเชื่อ "ฉันเห็นหมาตัวมหึมาที่มีไฟลุก แล้วมันกัดฉัน แล้วรอยกัดก็หายเร็วเหมือนฉันเป็นยอดมนุษย์วูลฟ์เวอรีน มันเป็นความจริง?"



"ทุกอย่าง"



"มีอะไรอีกที่จริง" สไตลส์ถามเสียงแผ่วแทบไม่ได้ยิน "ทำไมไอ้หมาติดไฟนั่นถึงตามล่าฉัน"



ช่างเป็นคำถามที่ชวนให้เดือดร้อนจริงๆ 







.
.
.
.




TBC

iioctagonii 

ตัดจบแบบนี้อีกแล้ว อิอิ 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

21 ความคิดเห็น

  1. #4 MiRllRiM (@yo-i) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มกราคม 2559 / 18:58
    ถถถถถถถถถถถถถถถ มนุษย์เวอร์จิ้นผู้น่าสงสาร 555555
    เคราะห์ซ้ำกรรมซัดจริงๆ โดนกัดไม่พอยังเจอคำถามแปลกๆอีก XD

    แต่ถ้างั้นสไตลส์ต้องรักษาเวอร์จิ้นตลดชีวิตเลยหรอถึงจะไม่ติดเชื้ออ่าาา ???
    #4
    0
  2. #3 Toon (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มกราคม 2559 / 13:57
    คืออะไร????? ทิ้งไว้กลางทางอีกแล้ววววว

    ไรเตอร์ใจร้ายยยยยยย
    #3
    0