STEREK | FICTION | TEEN WOLF

ตอนที่ 1 : Its STILES EP.1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1643
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    6 ม.ค. 59

EP: 1
Title: It's STILES 
Author    : Octagon 
Pairing    : Sterek (Stiles Stilinski / Derek Hale)
Category : M/M 
Language: THAI
Note  : เป็นฟิคสั้นที่ยาวนิดนึง แนวไหนไม่รู้ อ่านเองละกัน
















"หกโมงกว่าแล้ว บ้าเอ้ย!" 

.

สไตลส์เดินลัดสนามตรงไปที่จิ๊บของตัวเองหลังจากถูกอาจารย์วิชาภาษาอังกฤษกักบริเวณจนพลบค่ำ 

.


"งี่เง่า แค่หาวในห้องเรียนต้องลงโทษกักบริเวณกันด้วยวะ ก็คนมันง่วงนี่หว่า นอนไม่พอน่ะไม่เคยเป็นรึไง กว่าจะปล่อยออกมาได้มืดเลย" สไตลส์บ่นงึมงำอย่างหัวเสียพลางเดินลัดสนามออกไปลานจอดรถ "น่ากลัวจะตาย เกิดมีผีบ้าโผล่มาทำไง แล้วกุญแจรถอยู่ไหนวะเนี่ย!" 

.


ควานในกระเป๋ากางเกงตัวเองจนเจอกุญแจแล้วควักออกมาถือไว้ นัยน์ตาสีน้ำผึ้งกวาดมองบรรยากาศรอบบริเวณที่ดูวังเวงผิดปกติ

.


เวลากลางคืนย่างเข้ามาอย่างรวดเร็ว แสงไฟข้างทางที่เปิดไว้เป็นเพียงแสงสลัว หลอดไฟถนนบางหลอดดับทำให้ทางเดินบางช่วงมืดสนิท

.


"ไม่มีอะไรน่ากลัวหรอกน่าสไตลส์ แค่เงาไม้เอง" ปลอบใจตัวเองเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นเงาตะคุ่มเคลื่อนไหวอย่างลึกลับทว่าพอมองกลับไปอีกทีกลับไม่พบอะไร กุญแจรถในมือถูกยัดกลับเข้ากระเป๋ากางเกงอีกครั้งเมื่อเขาต้องใช้มือป้องตาหวังว่าจะได้เห็นอะไรชัดขึ้น

.


สไตลส์ยืนอยู่ตรงนั้นสองสามนาที ก่อนจะหลับตาลง ความเงียบนั้นแผ่กว้างไพศาล แถวนี้ไม่มีใครแต่ทำไมเขาถึงรู้สึกว่ามีบางอย่างกำลังจ้องเขาอยู่ สไตลส์ไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงลม ท่ามกลางความเงียบเชียบนั้นบรรยากาศวังเวงส่งผลให้สไตลส์ใจสั่นด้วยความกลัวขึ้นมาทันที ในหัวเริ่มที่จะอัดแน่นไปด้วยเสียงอื่นๆ เสียงซึ่งจินตนาการขึ้นมาเอง

.


"เอาล่ะ รีบกลับดีกว่า..." 


.

สไตลส์ออกก้าวเดินอีกครั้งเขารู้สึกไม่ชอบมาพากล รถจิ๊บจอดอยู่ไม่ไกล แต่วันนี้กลับรู้สึกเหมือนต้องใช้เวลาเป็นชั่วโมงกว่าจะเดินไปถึงรถ ทุกก้าวที่เดินเหมือนมีเสียงสะท้อนราวกับมีใครเดินตามสไตลส์เกือบจะจมดิ่งไปกับความคิด ตอนที่ได้ยินเสียงบางอย่างที่ไม่ควรจะได้ยิน บางอย่างที่ทำให้เขาขยับเขยื้อนไม่ออก 

.


เงี่ยหูฟังเพื่อความมั่นใจแต่เสียงหัวใจที่เต้นโครมครามเหมือนจะดังอื้ออึงกลบเสียงรอบข้างไปเสียหมด


.

"สติ สไตลส์ ใจเย็นๆ" ปลอบตัวเองอีกครั้งและตั้งใจฟังเสียงรอบข้างอีกครั้ง และคราวนี้เขาไม่ได้คิดไปเอง สไตลส์มั่นใจว่าเสียงที่ตัวเองได้ยินเป็นเสียงหายใจฝืดฝาดของสัตว์บางชนิด เสียงเหมือนตอนที่สุนัขขู่กันแยกเขี้ยวใส่กัน 

.


มันควรจะเป็นเสียงที่ทำให้รู้สึกสบายใจถ้าเสียงนั่นเป็นเพียงเสียงของสุนัขธรรมดา แต่ที่นี่คือบีคอนฮิลส์ สไตลส์คิดอย่างกังวล จงสงสัยในทุกสาเหตุ เรื่องไม่ปกติคือเรื่องปกติของที่นี่ ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้ที่บีคอนฮิลส์

.


เสียงโครมครามดังแว่วเข้ามาใกล้ขึ้นอีกส่งผลให้สไตลส์สะดุ้ง หมุนตัวรอบทิศเพื่อหาต้นทางของเสียง มันเป็นเสียงที่น่ากังวลในเมื่อบรรยากาศรอบตัวดูอึมครึมขนาดนี้

.


"ให้ตาย ฉันยืนทำบ้าอะไรตรงนี้วะ กลับไปที่รถเดี๋ยวนี้สไตลส์" ออกคำสั่งตัวเองทว่าร่างกายกลับทำในสิ่งตรงกันข้าม 

.


เขาก้าวเท้าทีละก้าวอย่างระวัดระวังไปยังทิศทางที่ได้ยินเสียง และคิดได้ว่าอาจจะเป็นเพื่อนคนไหนสักคนของตนที่บังเอิญสามารถทำเสียงครืดคราดเหมือนหมาได้เพราะมียีนส์ในร่างกายเป็นหมาป่า

.


"สก็อต นายหรอ?" เงียบไม่มีเสียงใดๆ ตอบรับ "ไม่ใช่นายสินะ แล้วนั่นมันเสียงบ้าอะไร.."

.


ยังมีอีกเสียงหนึ่งดังขึ้นข้างหลัง ทำให้ขนต้นคอลุก คล้ายเสียงบางสิ่งถูกผลักลงพื้น และตามด้วยเสียงลากไถล ตรงมาทางเขา สไตลส์ใจหายวาบ และหันไปช้าๆ

.


อึดใจหนึ่งเขาคิดว่าลานกว้างข้างหลังไม่มีอะไร จึงโล่งอกแล้วเขม้นตามองฝ่าความมืดไปยังซอกตึกตรงหน้า

.


"สวัสดี" สไตลส์ร้องขึ้นพร้อมกับเสียงโครมครามและเสียงแตกของไม้ที่ถูกอะไรมากระทบด้วยความแรงดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงย่ำพื้นและเสียงคำรามต่ำๆ ที่ดังสนั่นจนสไตลส์สะดุ้งเฮือก 

.


ซึ่งคราวนี้ไม่ใช่เสียงจากจินตนาการแต่เป็นเสียงที่เข้าไปในศรีษะและทะลุทะลวงไปแกนกลางสมอง แววตกใจวาบขึ้นสู่นัยน์ตา 


.

"นี่มันบ้าอะไรวะเนี่ย" สไตลส์หมุนตัวกลับวิ่งถลาไปข้างหน้ารู้สึกผิดพลาดที่คิดอยากรู้อยากเห็น ขณะที่หัวใจเต้นแรงจนเกินอัตรา จังหวะก้าวเดินที่ไม่ทันใจส่งผลให้เขาสะดุดพื้นยกระดับและล้มลง

.


สไตลส์พบว่าตัวเองคุกเข่าอยู่ข้างรถจิ๊บ พร้อมกับกำลังสะบัดเอาเสียงคำรามออกจากหัว ความกลัวเข้ามาแทนที่ เงาตะคุ่มไหวไปมาอยู่ด้านหลัง และเขาหันไปมองอย่างอัตโนมัติ

.


"บ้าฉิบ!!" สไตลส์หลุดปากร้องเสียงแหลม เซถอย และสะดุดล้มอีกครั้ง ขณะเงาทะมึนนั้นกระโจนใส่ สไตลส์กลิ้งหลบ มันเฉียดเขาไปแค่ไม่กี่นิ้ว ไถลลื่นไปกับพื้นซีเมนต์ กรงเล็บครูดพื้นเป็นรอยลึก เสียงคำรามต่ำดังอู้อี้อยู่ในคอ

.


"ลุกขึ้น สไตลส์!" เสียงบางคนตะโกนใส่ "หาที่หลบเร็วเข้า! เดี๋ยวนี้เลย!" 


.

สไตลส์ลุกขึ้น ถลาตัวและคลานอย่างกระเสือกกระสนไปซ่อนอยู่หลังรถจิ๊บ และเขาได้กลิ่นควัน


.

"พระเจ้า เดเร็ค!!" สไตลส์หายใจเข้า ได้รสสัมผัสของควัน และอะไรอีกอย่าง บางอย่างซึ่งเย็นยะเยือกและสด "นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะเนี่ย" 

.


สไตลส์กัดฟันแน่นพร้อมกับดึงสติกลับมา เสียงคำรามที่ดังต่ำลงนั้นชัดเจนขึ้น สไตลส์เงยหน้าพลางเขม้นมองไปยังต้นทางของเสียง

.

อะไรบางอย่างที่รูปร่างเหมือนหมาป่าที่ขนาดเท่ากับลูกม้า กำลังจดจ้องอยู่กับเดเร็ค เฮล คนที่ตะโกนบอกให้เขาหลบ

.


เจ้าสิ่งที่เหมือนหมาป่าหายใจเข้าแล้วพ่นออกทางจมูกที่มีขนาดใหญ่ ขณะที่มันหายใจออก กรามของมันจะแยกออกจากกัน เผยให้เห็นฟันสีดำมันวาวขนาดมหึมากำลังบดเข้าด้วยกัน และที่น่าแปลก ตัวมันมีควันโขมงออกมาจากไหล่ทั้งสองข้าง ไฟลุกโชนขึ้นจากแนวกระดูกสันหลัง

.


พระเจ้า! มันติดไฟ เปลวไฟสีเหลืองอมส้มลุกขึ้นไปตามหลังของมัน พร้อมกับลามไปที่ขน สะเก็ดไฟบางส่วนร่วงลงพื้นเหมือนหยดน้ำฝน 

.


บ้าไปแล้ว สไตลส์อ้าปากหอบอย่างไม่ทันรู้ตัว

.


สไตลส์เกือบสะดุ้งเมื่อไอ้ตัวประหลาดพุ่งชนเดเร็คจนหงายหลัง หัวและไหล่เขาตกกระแทกพื้น เดเร็คยันตัวลุกขึ้น กลิ้งหลบไปอีกทางแต่ไอ้ตัวนั้นเร็วเกินไป มันกระโจนใส่เดเร็คกระแทกจนเขากระเด็นไปไกล

.


หัวที่ลุกเป็นไฟหันมาทางสไตลส์ อาศัยจังหวะที่เดเร็คเผลอกระโจนตรงมาที่เขา 

.


"ตายแน่!" สไตลส์ลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล ปากแห้งผาก ขณะที่เจ้านั่นส่งเสียงหอนคำรามพร้อมกับพ่นอากาศเผาไหม้ที่เต็มไปด้วยกำมะถันเหม็นคลุ้งออกมา


.

"สไตลส์ วิ่ง!!" เดเร็คร้อง 


.

"อ๊ากกกกกกก!" สไตลส์ก้มหัวลง แทบจะไม่รู้ตัวว่ากำลังกรีดร้องเหมือนสาวเชียร์ลีดเดอร์น่าสังเวชในหนังสยองขวัญ ก่อนจะวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต


.

สไตลส์จ้ำอ้าวด้วยความกลัว กระโดดหลบไปด้านข้างขณะที่ความกดอากาศที่มีอัตราความเร็วสูงเฉียดผ่านไปพร้อมกับไอ้ตัวประหลาดกระโจนเข้าใส่อย่างสุดตัว

.


สไตลส์รู้สึกว่าร่างกายหนักอึ้ง ไม่สนใจที่จะรั้งตัวทำให้หัวไปครูดกับอะไรบางอย่าง ของเหลวอุ่นๆ หยดลงข้างแก้ม

.


ลานน้ำพุอยู่ไม่ไกล สไตลส์กระเสือกตัวขึ้น ไม่ทันแล้ว มันวกกลับมาและกระโจนใส่เขาอีกครั้ง 

.


"สไตลส์!!" เดเร็คร้อง 


.

"อ๊ากกกก"  สไตลส์กรีดเสียงร้องที่ยาวและดังสนั่นด้วยความเจ็บปวด พร้อมกับเสียงคำรามอย่างเดือดดาลของเดเร็ค ความรู้สึกเจ็บปวดที่บริเวณไหล่ผุดขึ้นทันทีและสไตลส์รู้ว่าเขาพลาดท่าเสียแล้ว น้ำลายร้อนจากตัวประหลาดไหม้ไปตามบาดแผลแสบร้าวตั้งแต่ไหล่ไปยันคอ


.

สไตลส์หอบหายใจและพลิกตัวหลบเขี้ยวคมที่ฉกลงมาอีกครั้ง กลิ้งตัวออกพร้อมตะเกียกตะกายหนีและเขาได้ยินเสียงบางสิ่งพุ่งหวือมาข้างหัว แสงไฟสีน้ำเงินแยงตาแต่ทันได้เห็นว่าเป็นเดเร็คในร่างมนุษย์หมาป่าเต็มตัวเขาพุ่งเข้ากระแทกไอ้ตัวประหลาดลุกเป็นไฟ


.


ทั้งคู่ล้มลงพื้นกลิ้งไปพร้อมกัน ไอ้ตัวติดไฟใช้กรงเล็บกรีดแขนเดเร็ค เขายกแขนขึ้นกันจึงโดนกรงเล็บเชือดเนื้อ เลือดสาด มันเงื้อมือจะข่วนอีก แต่เดเร็กพลิกตัวเร็วพอๆ กับสายฟ้าฟาดตวัดกรงเล็บสวนทางโดนแผ่นหลังมันดังฉ่าเหมือนน้ำมันเดือด เสียงคำรามสะท้อนก้อง ไม่รอช้าเขากระโจนใส่ร่างที่ลุกเป็นไฟ


.

สองร่างกระเด็นตกลงไปในบ่อน้ำพุ ขณะที่สไตลส์ลุกขึ้นกึ่งนอนกึ่งนั่ง หลังแสบร้อนและบางอย่างฉีกห้อยอยู่ข้างตัว 

.


เจ้าตัวที่มีไฟลุกตะกุยตะกายดิ้นรนในขณะที่เดเร็คจับมันกดน้ำจนไฟที่ลุกท่วมตัวมอดลง ไอน้ำที่มีกลิ่นเหม็นพวยพุ่งขึ้นมา ควันจากไอน้ำฟุ้งกระจายออกจากผิวน้ำที่ครั้งหนึ่งเคยสงบนิ่ง


.

สไตลส์มองดูเดเร็คที่กำลังคลั่ง เขารัวกรงเล็บลงบนตัวมัน จนร่างมันชักกระตุกอย่างแรงทำให้ผิวน้ำกระเซ็นออกมาเป็นฟองคลื่น และแม้มันจะแน่นิ่งไปแล้วก็ตามเขาก็ยังไม่หยุด


.

เมื่อหนำใจแล้วเขาก็ก้าวออกมาจากบ่อน้ำพุร่างกายที่เป็นมนุษย์หมาป่าค่อยๆ กลับสู่ความเป็นมนุษย์และเขา เปียกโชกไปทั้งตัว แทบแยกไม่ออกว่าเปียกน้ำหรือเลือดกันแน่

.


สไตลส์ตัวสั่นเหมือนเป็นโรคลมชัก จ้องมองเขาเขม็ง อ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้าง

.

"เดเร็ค" สไตลส์สั่นหัวด้วยอาการมึนงง ดวงตากลอกไปมาด้วยความตกใจ

.


"ลุกขึ้น!" เดเร็คบอก ใช้มือข้างซ้ายคว้าแขนของสไตลส์แล้วฉุดให้ยืน "เร็วเข้าสไตลส์ ก่อนที่พวกมันจะหาเราพบ"

.

"เดเร็ค ฉันถูกกัด" สไตลส์ฝืนใจพูดผ่านลำคอบวมเป่ง เขาลืมตาขึ้นจ้องไปยังนัยน์ตาสีฟ้าสว่าง "มันกัดฉัน เดเร็ค"


.

"ฉันรู้ ไปเถอะเราต้องรีบไป" เขากัดกรามแล้วเปลี่ยนจากพยุงเป็นตวัดตัวสไตลส์ขึ้นอุ้ม สไตลส์กุมไหล่ของตัวเองที่เลือดไหลทะลักออกมาระหว่างนิ้ว 

.


โลกหมุนติ้ว สไตลส์โอบรอบคอเดเร็คไว้ประคองตัวเอง ตัวเขามีกลิ่นดิน คาวเลือด และกลิ่นควัน


.

"รถฉันจอด --" สไตลส์บอกก่อนจะไอโขลก เมื่อยกมือขึ้นปิดปาก เลือดจากหัวไหล่ที่ไหลลงสู่แขนเปลอะเต็มมือก็เลอะเต็มใบหน้า


.

เดเร็คยัดสไตลส์เข้าไปในรถจิ๊บของเจ้าตัว ฉวยข้อมือที่เต็มไปด้วยเลือดมากุมเอาไว้หวังช่วยบรรเทาความเจ็บปวด ใต้ผิวเป็นเส้นเลือดสีเขียวที่กำลังลำเลียงพิษบางส่วนออกจากตัวสไตลส์ ส่งผลให้เดเร็คย่นคิ้วขบกรามแน่นใบหน้าเหยเก


.

"ดีขึ้นมั้ย" เดเร็คถาม สไตลส์ทำได้เพียงพยักหน้า ความรู้สึกเหมือนผิวหนังถูกแทงและนาบด้วยไฟค่อยๆ คลายลงแต่ไม่ทั้งหมด ขณะที่เดเร็คควานหากุญแจในกระเป๋ากางเกงของสไตลส์จนเจอ เขาสตาร์ทรถและขับออกจากบริเวณนั้น สไตลส์เจ็บปวดเกินกว่าจะสงสัยว่าเดเร็คจะพาไปไหน

.
.
.


จิ๊บสีฟ้าคันเล็กแล่นฉิวตัดผ่านตัวเมืองและตรงเข้าเส้นทางหลักอย่างไม่คิดจะเบรกหรือชะลอความเร็ว ไม่ถึงสิบนาทีเดเร็กมองบ้านตัวเองจากหัวมุมพลางเลี้ยวรถเข้าจอด สไตลส์คอตกเอนลงมาพิงเขา ใบหน้าซีดเผือด


.

เขาช้อนร่างของคนแทบไม่ได้สติขึ้นอุ้มตรงไปที่ลอฟต์ของตัวเอง ไฟในห้องนั่งเล่นเปิดทิ้งไว้ แสงสีทองอร่ามส่องสว่างท่ามกลางแสงสีส้มสลัว สไตลส์ครางทุกครั้งที่เดเร็คขยับตัว เขาไม่โทษสไตลส์เลย เขารู้ดีว่าไหล่ของสไตลส์คงเจ็บปวดสุดๆ รอยหมาป่ากัดดูยับเยิน พวกมันจะบดเคี้ยวอย่างแรงตอนที่งับ สไตลส์ยังโชคดีที่แขนใช้การได้อยู่ มือข้างนั้นปล่อยตกอยู่ข้างลำตัวอย่างไร้เรี่ยวแรงเหมือนแขนของแฟรงเกนสไตน์


.

ดูเหมือนมีใครเข้ามายุ่มย่ามในบ้าน และดูเหมือนจะมีบางคนได้ยินการมาของเขาด้วย ประตูถูกเลื่อนเปิดออกก่อนที่เขาจะทันเดินมาถึงประตูด้วยซ้ำ

.


"เดเร็ค เกิดอะไรขึ้นฉันได้กลิ่นเลือด" ปีเตอร์วิ่งมาและชะงักอยู่กับที่กับภาพที่เห็น

.

"สไตลส์น่ะ" เขาบอกแค่นั้น พาร่างที่ไร้เรี่ยวแรงไปวางลงบนเตียงของตัวเองอย่างเบามือ


.

"นี่มัน --"


.

"ปีเตอร์ช่วยที โทรหานายอำเภอที แล้วก็เพื่อนๆ ของหมอนี่ด้วย อ่อหมอดีตันด้วยนะ" เขาบอกอย่างลนลาน ในขณะที่ปีเตอร์ยังคงอ้าปากค้าง "ปีเตอร์! เดี๋ยวนี้!"

.


"เออ! ได้" ปีเตอร์สะดุ้ง "ทำเลย ทำให้เดี๋ยวนี้เลย"

.


เดเร็คลงมือทำแผลให้ทันที ปีเตอร์ที่หายจากอาการอึ้งก็วิ่งวุ่นโทรบอกนายอำเภอให้ตรงมาที่ลอฟต์และไม่ลืมส่งข่าวถึงสก็อตและเพื่อนๆ คนอื่นๆ ของสไตลส์ด้วย

.


"ทำไม มา ที่นี่--" ดวงตาของสไตลส์ปรือลงครึ่งหนึ่งขณะเขาพึมพำ แต่เสียงพูดที่ออกมานั้นรัวจนเดเร็ครู้สึกไม่ดี นอกจากนี้ริมฝีปากนั้นยังเขียวเกินไปด้วย หยดเหงื่อยเกาะตามผิวขาวที่กลายเป็นเทา รูม่านตาขยายจนแทบไม่เห็นส่วนที่เป็นลูกตาดำ

.


"บ้านนายไม่ปลอดภัย"


.

เดเร็คดึงฉากกั้นบังสายตาและเปลื้องผ้าที่สกปรกมอมแมมเปียกโชกไปด้วยเลือดของเขาออกพลางเช็ดตัวให้จนสะอาด สไตลส์นอนลงบนเตียงของเดเร็คแล้วหลับตาลง ถอนหายใจเหมือนเด็กที่เหนื่อยและหมดเรี่ยวแรง


.

บาดแผลใต้ผ้าพันแผลแบบลวกๆ ระหว่างรอหมอดีตันนั่นยังคงบวมแดงและเละอยู่ อุณหภูมิในร่างกายต่ำเกินไป และเริ่มมีอาการไข้ เดเร็คปีนขึ้นเตียง พร้อมกับหยิบผ้าห่มมาห่มให้สไตลส์ จากนั้นก็ขยับเข้าไปใกล้ดึงร่างที่สั่นเทา และเย็นเฉียบมากอด 

.


สไตลส์ส่งเสียงครางด้วยความเจ็บปวดอีกครั้ง เดเร็ครู้ตัวว่ากำลังนอนทับหัวไหล่ของอีกคนอยู่ จึงพยายามจัดท่าตัวเองใหม่


.

"หลับซะนะ สไตลส์" เขาบอกพลางดึงผ้าห่มคลุมร่างให้ ระมัดระวังไม่ให้มือหรือผ้าห่มไปเสียดสีกับบาดแผลที่ไหล่ "เดี๋ยวพ่อนายกับหมอดีตันก็มาแล้ว"

.


"ฉันจะ -- กลายร่าง -- มั้ย เดเร็ก" สไตลส์ถาม ลิ้นของเขาดูเหมือนบวมจุกอยู่ในปาก 

.

อย่างที่ปีเตอร์เคยบอก หลังถูกมนุษย์หมาป่ากัด ถ้ามันไม่เปลี่ยนเขาให้เป็นแบบนั้น มันก็จะฆ่าเขา แล้วไอ้ตัวที่กัดเขา มันใช่แวร์วูล์ฟรึเปล่า ถ้าใช่ มันเป็นตัวอัลฟ่าหรือไม่ ถ้าไม่ แล้วเขาไม่ตายเพราะพิษบาดแผล เขาจะกลายเป็นตัวอะไร

.

เดเร็คย่นคิ้ว มือเลื่อนไปจัดผ้าห่มให้เข้าที่

.

"หรือ -- ฉันจะ ทน -- พิษ ได้ มั้ย?"


.

"นายจะไม่เป็นอะไร สไตล์ ฉันสัญญา" มือแกร่งยื่นมาสัมผัสใบหน้าไร้สีเลือด


.

สไตลส์ตัวเริ่มอุ่นขึ้นมานิดหน่อยจากนั้นก็อุ่นขึ้นอีก แก้มของเขาเริ่มมีสี เขาหยุดส่งเสียงคราง และสะดุ้งทุกครั้งที่เปลือกตาเขาปิดลง ช่วงเวลาที่สะดุ้งน้อยๆ นั้นห่างขึ้นเรื่อยๆ และหลับสนิทลงในที่สุด


.

เดเร็คลุกขึ้นพร้อมกับอาการปวดหัวตุบๆ เพราะดูดความเจ็บปวดให้สไตลส์มากเกินไป ส่งผลให้รู้สึกมึนตึงไปทั้งตัว นอกจากนั้นยังมีบางอย่างผิดปกติที่แขนซ้าย นั่นเพราะศรีษะของสไตลส์หนุนทับอยู่

.

สไตลส์มีเหงื่อออกและตัวก็อุ่นขึ้นแล้ว ยังคงหลับลึก ชั้นเปลือกตาบางๆ ทำให้ตาที่ปิดอยู่ดูแปลกไปแผงขนตาทาบอยู่เหนือโหนกแก้มปลายจมูกเชิดรั้น ผ้าพันแผลแห้งกรังด้วยเลือดและอะไรบางอย่างที่มีสีเหลือง ลวดลายสีเขียวคล้ำของเส้นเลือดกระจายไปที่คอลงไปถึงแขน และหน้าอก

.


ดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลย 

.

เขาลุกนั่งพรวดเมื่อได้ยินเสียงล้อรถบดถนนเข้ามาจอด พวกนั้นคงมาถึงกันแล้ว ก่อนอื่นเขาต้องถอดเสื้อยืดที่ยังมีกลิ่นจางๆ ของเจ้าตัวที่มีไฟลุกออก แล้วหาตัวใหม่มาใส่เสียก่อน 


.

"สไตลส์!" เสียงนายอำเภอดังขึ้นพร้อมๆ กับสก็อตที่ตรงดิ่งเข้ามาหาร่างบนเตียง


.

"ลูกชายฉันเป็นอะไร!" นายอำเภอถาม น้ำเสียงกระวนกระวาย และสิ่งที่ทำให้เขาพรั่นพรึงที่สุดคือลูกชายตัวเองที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง "พระเจ้า ใครทำกับลูกชายฉันแบบนี้"

.


"นายอำเภอ ขอผมดูแผลสไตลส์หน่อย" หมอดีตันแหวกคนทั้งคู่ออกแล้วแทรกตัวเข้าไปสำรวจอาการของคนเจ็บ

.

"สไตลส์เป็นอะไร เราได้รับข้อความ" ลิเดีย ไอแซค เอริก้า และบอยด์ วิ่งเข้ามาสมทบ ตอนนี้ห้องกว้างๆ จึงแคบลงถนัดตา

.

"เดเร็ค?" สก็อตหันไปหาเขาอย่างต้องการคำอธิบาย

.

คำตอบคือความเงียบ ไม่ ไม่ใช่ความเงียบสงัด เขาเพียงแต่ต้องคิดหาถ้อยคำมาอธิบาย อึดใจหนึ่งเขาคิดว่าควรจะบอกดีไหม นายอำเภอจะรับได้หรอ หากรู้สาเหตุที่แท้จริง

.

"แผลเขา" หมอดีตันเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบที่แสนตึงเครียด ทุกคนหันไปสนใจหมอดีตัน เป็นเรื่องดีถือว่าเป็นการยืดเวลาให้เดเร็คได้คิด 

.

"สไตลส์เป็นอะไร?" 

.

"เขาโดนกัด นายอำเภอ" หมออธิบาย "เห็นรอยที่ไหล่นี่มั้ย มันเป็นรอยขย้ำของพวกหมาป่า ตัวค่อนข้างใหญ่ เขี้ยวแหลมคม และรอยแบบนี้--" หมอชี้บริเวณรอบแผลที่เปื่อยยุ่ย "มันเกิดจากพิษที่เหมือนกรด อาจจะเป็นน้ำลายของตัวที่กัดเขา" 

.

"หมายความว่าไง" สก็อตถาม

.

"หมายความว่ามันไม่ใช่หมาป่าธรรมดาน่ะสิ" ปีเตอร์ที่ยืนพิงประตูอยู่เอ่ยขึ้น

.

คำตอบผุดขึ้นมาในหัวของทุกคน 

.

"คุณจะบอกว่า สไตลส์ถูกมนุษย์หมาป่ากัดหรอ?" ไอแซคถามขึ้นบ้าง

.

"หมายความว่าไง เค้าจะกลายร่างหรอ ใช่มั้ย?" ลิเดียแทรกขึ้น แววตาไม่มั่นใจกับสิ่งที่คิด

.

"หรือไม่ก็ -- ตาย" บอยด์เสริม แววตระหนกผุดขึ้นในดวงตา

.

"นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!" นายอำเภอคลั่งกับเรื่องที่ได้ยิน "ทำไมลูกฉันถึงโดนกัด ทำไมต้องเป็นเค้า ทำไมต้องเป็นสไตลส์"

.

"ใจเย็นก่อนครับนายอำเภอ" หมอดีตันกดบ่าเขาไว้ "สไตลส์จะไม่เป็นอะไร" 

.

"ไม่เป็นหรอ! หมอดูสิ ถ้าเค้าฟื้นแล้วเค้าจะเหมือนเดิมรึไง เค้าโดนกัด เห็นมั้ย! ถ้าเค้ารอดเค้าก็จะเป็นตัวประหลาด" นายอำเภอเดือดดาล

.

"ตัวประหลาด?" ปีเตอร์พูดเสียงรำคาญ "รอยกัดมันคือของขวัญต่างหากล่ะ"

.

"เรื่องบ้าพวกนี้จะทำให้ฉันหมดความอดทน ลูกชายฉันนอนพะงาบๆ จมกองเลือดแบบนี้มันเป็นพรจากพระเจ้างั้นเรอะ!"

.

สก็อต ไอแซค บอยด์ ลิเดีย และเอริก้า ได้แต่มองสลับไปมาโดยไม่กล้าเอ่ยแทรกใครสักคน

.

"ใจเย็นกันก่อนได้มั้ย มันต้องมีเหตุผลที่สไตลส์ถูกบุกทำร้าย" หมอดีตันขัด พลางพันแผลใหม่คนเจ็บใหม่แทนอันเดิมที่เดเร็คพันให้


.

"บุกทำร้าย?" นายอำเภอแย้ง "อ่อใช่! ผมสงสัยว่านี่เป็นคำสละสลวยสำหรับ 'ฆาตกรรม' รึเปล่าล่ะหมอ ถ้าเขาไม่เป็นตัวประหลาด เขาก็จะทนพิษบาดแผลไม่ไหว แล้วยังไงต่อล่ะ ตายไง! เขากำลังจะตาย!"

.

"ผมรับรองว่าสไตลส์จะไม่เป็นตัวอะไรทั้งนั้น" เดเร็คกล่าวอย่างหนักแน่น 

.

ปีเตอร์เลิกคิ้วค้าง นายอำเภอผู้ถูกขัดกลางประโยคชะงัก สีหน้าทุกคนดูประหลาดใจ ในความเงียบที่เกิดขึ้นอย่างกระทันหัน 

.

เดเร็คเหลือบมองนายอำเภอที่กำลังคลั่งเขาดูสับสนอย่างเห็นได้ชัด เดเร็คก้าวไปยืนเผชิญหน้าราวกับเดินไปยืนหน้าแถวทหารยิงเป้า เขาคุกเข่าลงข้างหน้านายอำเภอที่ดูสับสน

.

"สไตลส์ ถูกฝูงเพลิงติดตามมาสักพักแล้ว" เดเร็คอธิบาย มีความกระวนกระวายอยู่ในน้ำเสียง "พวกที่กัดสไตลส์เป็นพวกของฮอดจ์ เป็นมนุษย์หมาป่าที่มีไฟลุกทั่วตัวเวลาพวกมันออกล่า"

.

"ไฟลุก?" สก็อตพึมพำ ความพรุ่นพรึงปรากฎบนสีหน้าทุกคน

.

"ใช่ มนุษย์หมาป่าติดไฟ เป็นฝูงเก่าแก่เหมือนตระกูลเฮลของผม" เดเร็คพูดต่อ "พวกมันเข้ามาป้วนเปี้ยนแถวบีคอนฮิลส์สักพักแล้ว" 

.

"แล้วทำไมนายไม่เคยบอกเรา" ปีเตอร์หันไปหาเดเร็ค ลูกกระเดือกของเขาขยับเล็กน้อยขณะกลืนน้ำลาย การเห็นความกระวนกระวายแวบหนึ่งนั้นทำให้สถานการณ์ยิ่งตึงเครียด

.


"ฉันไม่คิดว่ามันจะเร็วขนาดนี้" เดเร็คตอบ "ไม่คิดว่าพวกมันจะรู้ว่าเป็นสไตลส์"


.

"นายบ้าไปแล้วหรอ!" ปีเตอร์ตบโต๊ะแรงจนทุกคนคิดว่ามันอาจแตก "นายรู้ว่าพวกมันต้องทำแน่ แต่กลับคอยตามสตอกเกอร์เด็กหัวเกรียนนี่แทนที่จะบอกฝูง" 

.


"นี่มันเรื่องบ้าอะไร มีใครคิดจะอธิบายต่อได้รึยัง" นายอำเภอแทบจะสะกดความโกรธไว้ไม่อยู่ เขาหันมาทางเดเร็ค "นาย! พูดมา"

.


"สไตลส์เป็นเอ่อ.. เป็นบางอย่างที่พวกมันสะดุด ผมค่อนข้างแน่ใจเมื่อกลับมาที่บีคอนฮิลส์อีกครั้ง ผมรับรู้ได้ว่าเป็นสไตลส์-- และเริ่มมั่นใจมากขึ้นเมื่อผมเห็นฮอดจ์คนหนึ่งพยายามตามหาเค้า ผมเผลอฆ่ามันตอนที่มันจะทำร้ายเค้าเมื่อปีกลาย แต่นั่นก็หลังจากสก็อตถูกกัด"

.


"นายฆ่ามันหรอ?" ปีเตอร์โพล่งขึ้น แทบสะกดเสียงตะคอกเอาไว้ไม่อยู่ "นายอาจเปลี่ยนเรื่องนี้ให้เป็นสงคราม!"

.

"ก็มันจะทำร้ายสไตลส์" 

.


นายอำเภอชำเลืองมองเดเร็คอย่างงุนงง


.

"ทำไมมันต้องทำร้ายสไตลส์?"

.

"สไตลส์เป็นเรื่องที่พวกมันจะต้องกำจัดน่ะสิ" ปีเตอร์ขัด "เฮ่อะ! เด็กนี่ช่างไม่รู้เลยว่าตัวเองเกิดมาเป็นอะไร" 

.

"เป็นอะไร?" คราวนี้แทบทุกคนเอ่ยถามออกมาพร้อมกัน

.

"เป็น..."






.

.

.

.







TBC

@iioctagonii 

ตัดจบได้กวนตีนมากมั้ย 








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

21 ความคิดเห็น

  1. #11 Oum (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2559 / 17:43
    กรี๊ดดดดดด พึ่งมาชอบนายดีแลน และตามๆดู teen wolf เผลอจิ้นตามเค้าไป ประมาณนายตัวร้ายกับยัยตัวป่วน ว่ะฮ่าๆ สนุกๆมากๆค่ะ ชอบแนวนี้อยู่แล้วด้วย แต่งต่อเรื่อยๆนะคะ เป็นกำลังใจให้น้าาา
    #11
    0
  2. #10 jaque>_ (@stickervov) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2559 / 22:18
    ตัดจบ แบบฆ่าหนูเถอะ
    แต่ดีนะมีต่ออิๆ
    #10
    0
  3. #2 Toon (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 มกราคม 2559 / 20:17
    เป็นอะไรรรรรรรรร.......

    ตัดจบเหมือนสิ้นใจ ค้างสุดๆๆ

    #2
    0
  4. #1 MiRllRiM (@yo-i) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 มกราคม 2559 / 17:54
    ไรทททททททททท์/โหยหวน
    ตัดจบได้โหดร้ายมากอ่ะะะะะะะ
    ตามมาจากในทวิตค่ะ ตอนแรกเห็นก็นึกว่าเรื่องสั้นตอนเดียวจบ
    เเล้วดูไรท์ทำกับเราสิ/ร้องไห้

    รอต่อนะคะ ค้างคาเเบบสุดๆ -..-
    #1
    0