Bounty Hunter เพชฌฆาตพันธุ์ดุ [จบ]

ตอนที่ 9 : Mission 5 - Transmigration (Part 2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 40
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    10 พ.ค. 58

Mission 5 – Transmigration (Part 2)

ไมค์ ใช้เวลาอยู่นานในการขับรถมา จนกระทั่งถึงที่พักของมิเชลล์ในที่สุด ตึกสูงเฉียดฟ้าขนาดใหญ่ตั้งตระหง่าน ท่ามกลางตึกสูงอีกหลายแห่ง ทว่าที่นี่กลับมีจุดเด่นที่มันมีความกว้างมากกว่าตึกโดยรอบหลายเท่าตัว และแน่นอนว่านั่นต้องมาพร้อมกับเหล่าผู้คนที่เข้ามาพักผ่อนด้วยเช่นเดียวกัน ชายหนุ่มลงมาจากรถ พลางทันใดนั้นโปรแกรมภายในตัวรถก็เริ่มกลับเข้าสู่สภาพเดิมของมันอีกครั้ง กลายเป็นท่อนเหล็กสีดำ ปุ่มสีฟ้าตามเดิม

เขาลากร่างกำยำของตัวเองเดินไปตรงทางข้างหน้า พลางหยุดมองดูไปรอบๆ ด้วยความน่าสนใจสักพักใหญ่ ลานกว้างขนาดใหญ่ ผู้คนเดินพลุ่งพล่าน ยานบินขนาดต่างๆ บินอยู่เหนือพื้นดินไปราวหลายฟุต และเสาไฟฟ้าต่างๆ มากมาก ยากที่จะบอกว่าสถานที่แห่งนี้เป็นที่พักอย่างที่หญิงสาวบอกกับเขา ถ้าหากมิเชลล์ไม่บอกว่านี้เป็นที่พัก เขาคงจะคิดว่ามันคือสวนสาธารณะที่เอาไว้ใช้สัญจรไปมา และทำกิจกรรมต่างๆ เสียอีก

เจอสักที…” ไมค์ หันไปสังเกตบริเวณที่มีผู้คนมากหน้าหลายตา กำลังเดินเข้าไปในตึกตรงหน้าที่เป็นที่พักของหญิงสาว เขาเดินเข้าไปข้างในนั้นผ่านพวกยามรักษาความปลอดภัย และหุ่นยนต์ไปอย่างหวุดหวิด จนเข้ามาถึงด้านในที่สุด

ชายร่างกำยำปรายตามองไปรอบๆ ตึก จากนั้นเองเขาจึงได้สังเกตว่ากำลังมีใครบางคน ยืนโบกมือเรียกเขาอยู่ เป็นใครไม่ได้นอกจากหญิงสาวผู้จ้างวานเขา มิเชลล์นั่นเอง

ดีใจที่คุณมาถึงที่นี่อย่างปลอดภัย เริ่มชินแล้วเหรอ?” มิเชลล์ ซักถามขึ้นมา หลังจากได้ปล่อยให้เขาขับรถเล่นอยู่ในเมืองเป็นเวลากว่าหลายชั่วโมง

ก็ไม่เชิงหรอกพอดีผมเป็นพวกที่ปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ได้เก่งน่ะ

หือ? ปรับตัวเข้ากับสถานการณ์?” มิเชลล์ เลิกคิ้วขึ้น

ผมหมายถึงเริ่มเข้าใจวิถีชีวิตของคนที่นี่บ้างแล้วน่ะ ฮ่าๆเขาหัวเราะแห้งๆ เป็นการกลบเกลื่อน

งั้นช่างเถอะดูเหมือนว่าคืนนี้เวลาจะมีงานเลี้ยงฉลองด้วยแหละนะ สนใจไปทานด้วยกันไหม?”

เอ่อแล้วบอดี้การ์ดของคุณล่ะครับ?” ไมค์ รีบเปลี่ยนเรื่องคุยทันที เมื่อได้ยินว่ามิเชลล์จะพาเขาไปทานอาหารมื้อค่ำ เนื่องจากถึงแม้ทั้งสองจะเจอกัน และได้พูดคุยกันจนสนิทบ้าง แต่สัญชาตญาณของนักลอบสังหารล้วนรู้ดีว่า อสรพิษนั้นมีพิษร้ายแรงพอๆ กับหญิงสาวที่ล่อลวงให้ชายหนุ่มมาตกกับดักที่สร้างขึ้น

 และเช่นเดียวกันมิเชลล์ ก็คืออสรพิษที่ว่านั้นเอง

ฟาร์กัส ออกไปเตรียมงานฉลองน่ะ ตอนนี้คาดว่าเขาคงรอพวกเราสองคนอยู่ที่ห้องพัก

หญิงสาว เอ่ยปากพร้อมกับส่งสายตาหว่านเสน่ห์ให้ ทำเอาเจ้าตัวนั้นได้แต่นิ่งเงียบ เพราะการกระทำเมื่อครู่ของเธอทำเอาเขาทำตัวไม่ถูกไปพอสมควร

เฮ้ๆ อย่าลืมสิว่าฉันมีแฟนแล้วนะ โอเค? อีกอย่างคือฉันไม่ใช่พวกเจ้าชู้ด้วย

เอ๋? ก็ไม่ได้บอกนี่ว่าฉันจะเอานายไปสักหน่อยนี่นา คิดทะลึ่งอะไรของนายกัน พวกผู้ชายนี่ล่ะน่า…”

ทั้งสองเดินมาหยุดรอประตูลิฟท์แก้วตรงหน้าพวกเขา ชายร่างกำยำค่อยรีบผละตัวออกให้อยู่ห่างๆ ตัวหญิงสาวเข้าไว้ แล้วจากนั้นเมื่อประตูลิฟท์เปิดออก ก็เดินเข้าไปพลางก้มหน้าต่ำเหมือนพยายามหลบความเขินอายของตัวเองที่เผลอพูดออกมาแบบนั้น

ชมวิวได้ตามสบายนะ

ก่อนที่ประตูลิฟท์จะปิดอัตโนมัติ แล้วหญิงสาวจึงกดเลือกชั้นที่ตนพักอาศัยอยู่

ไมค์ มองดูบรรยากาศนอกลิฟท์แก้วไปพลาง ในระหว่างที่มันเริ่มเลื่อนขึ้นไปอย่างช้าๆ ก่อนเพิ่มความเร็วขึ้นมาจนไม่ทันได้สังเกตได้ทัน

บอกภารกิจมาสักทีว่าจะต้องให้ฉันทำอะไรบ้าง?”

เรื่องนั้นมันก็ง่ายๆ อยู่แล้ว แค่อยากให้ช่วยปกป้องใครสักคนก็เท่านั้นเอง ไม่มีอะไรมากหรอก

อ่อแบบนั้นเองสินะ

ชายหนุ่มหัวเราะออกมาเหมือนเป็นเรื่องน่าขำ เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่านอกเหนือจากการลอบสังหารเป้าหมายแล้ว ยังมีหน้าที่ในการปกป้องเป้าหมาย อีกด้วย นับว่าเธอมีความกล้าอย่างมากที่พูดออกมาแบบนั้น

ประตูลิฟท์เริ่มเปิดออกอย่างช้าๆ ก่อนที่มิเชลล์กับไมค์จะเดินออกมา แล้วหยุดอยู่บนทางข้ามสะพานลาดยาวไปถึงประตูเลื่อนอัตโนมัติ บริเวณโดยรอบมีสัมภาระอยู่มากมายวางเอาไว้ ทั้งสองเดินผ่านสัมภาระพวกนั้นไปตามทางเรื่อยๆ อย่างรวดเร็ว เนื่องจากงานเลี้ยงฉลองจะเริ่มในอีก 15 นาทีข้างหน้าที่จะถึงนี้

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เป้าหมายเริ่มเข้าใกล้มาแล้ว

หญิงสาววัย 24 ปีในชุดเสื้อโค้ทลายทางสีขาว สวมแว่นตากรอบสีแดง ยืนมองหญิงสาวในชุดคอวีสีดำกับชายร่างกำยำในชุดเสื้อโค้ทยาวสีดำเดินผ่านตัวเองไป ซิกก้าสีเขียวถูกหยิบขึ้นมาสูบในระหว่างที่เธอกำลังรอใครบางคน แน่นอนว่าเธอพยายามแสดงท่าทางที่ดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด เพื่อจุดประสงค์บางอย่าง และเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้

อยู่ห่างๆ แม่นั้นไว้ให้ดีล่ะ เธอไม่ใช่แฮกเกอร์ ธรรมดาที่เราต่อกรได้ง่ายด้วย

แหมๆ เรื่องนั้นเรารู้กันอยู่แล้วเธอพึมพำเบาๆ ผ่านทางวิทยุขนาดเล็กที่แนบไว้บนปกคอเสื้อของเธอ

เออ ช่างเหอะ จะเข้าไปยังไงล่ะทีนี้?” เสียงวิทยุ ตอบกลับเข้ามา

เรื่องนั้นฉันเตรียมไว้แล้วล่ะนะ คอยดูให้ดีแล้วกัน

เสียงวิทยุเงียบลง ฉับพลันทันใดนั้นเองเสียงระเบิดจากด้านล่างก็ดังขึ้น ก่อนที่หญิงสาวจะถอดเสื้อโค้ทตัวเองออก เผยให้เห็นร่างที่แท้จริงเป็นขาที่มีรูปร่างคล้ายขาของแมงมุม ยื่นออกมาจากแผ่นหลังของเธอราวกับมันฝังอยู่ในร่างหญิงสาวมาเกือบตลอดทั้งวัน

ได้เวลาปาร์ตี้แล้ว เด็กๆ ทั้งหลาย ฮ่า ฮ่า ฮ่า

หญิงสาวระเบิดเสียงออกมาราวกับพวกโรคจิต ก่อนจะพาร่างของตัวเองวิ่งออกไปด้านนอกของตึก และเกาะบริเวณตึกไปทันที เนื่องจากเธอเกรงว่าพวกประชาชนจะเผลอโดนลูกหลงของขาแมงมุมตัวเองด้วยในขณะนั้น

และมันคงไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ หากเธอกระทำแบบนั้น

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ตัดกลับไปทางด้านไมค์และมิเชลล์อีกครั้ง เมื่อเสียงระเบิดได้ดังขึ้น สร้างความโกลาหลไปทั่วทั้งบริเวณในตึกนั้น ทำเอาพวกเขาทั้งสองนั้นต่างตั้งตัวกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ไม่ทัน จนมิเชลล์รีบตัดสินใจวิ่งไปยังห้องพักของเธอทันที ซึ่งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากชั้นที่เธออยู่นี้เอง

บ้าน่าๆ พวกมันรู้ตัวฉันได้ไงกัน!” หญิงสาว แสดงสีหน้าตื่นตระหนกออกมา พลางรีบรูดคีย์การ์ดที่เครื่องยืนยันตัวสำหรับเข้าห้องพัก เพื่อให้ประตูห้องพักอนุมัติในการเข้าไปด้านใน แต่ดูเหมือนแรงระเบิดเมื่อครู่นี้ทำให้ระบบนั้นเกิดการขัดข้องชั่วคราว จึงทำให้เธอตัดสินที่จะหาวิธีทางเข้าไปด้วยวิธีอื่นแทน

ไมค์ หยิบปืนลูกซองที่พาดเก็บไว้บนหลัง จากนั้นบอกให้มิเชลล์ถอยออกไปเบาๆ พร้อมกับปลดเซฟ ชักลำกล้องปืนขึ้นมาแล้วยิงใส่เครื่องยืนยันตัวสำหรับเข้าห้องพักทันที จนประตูทั้งสองเปิดออกมา

รีบเข้าไปด้านในชายร่างกำยำ หันไปตะโกนกับหญิงสาวผมสีทอง

ความโกลาหลยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงเลยสักนิด ไมค์หันไปสังเกตพวกคนที่กำลังวิ่งเข้ามาด้วยหางตา และได้พบว่าพวกเขาเหล่านั้นล้วนสวมชุดเครื่องแบบสีขาวคล้ายกับ กลุ่มอัศวิน ที่เขารู้จัก เว้นเพียงแต่จะมีอาร์มติดไว้ที่บ่าสีแดง สัญลักษณ์รูปหกเหลี่ยมสีดำติดเอาไว้ พร้อมกับหน้ากากประหลาดที่มีภาพโฮโลแกรมแสดงออกมาได้ด้วย

บอกฉันได้รึเปล่าว่าพวกเขาตามเธอมาจริงๆไมค์ เอ่ยถามพลางหันปากประบอกปืนลูกซองไปทางประตูทางเข้า

ใจเย็นก่อน ตอนนี้ฉันไม่มีเวลาจะมาอธิบายหรอกนะมิเชลล์ ควานหาปืนพกกระบอกสีดำภายในห้อง พร้อมกับบรรจุกระสุนเข้าในรังเพลิง แล้วเดินไปยังบริเวณชั้นวางสมุด

ภายในห้องพักของที่นี้ดูกว้างขวางกว่าห้องของไมค์หลายเท่า ทว่าดูเหมือนจะไม่มีเวลามาสนใจกับสภาพรอบห้องหรือชื่นชมอะไรมากนัก ไมค์ ใช้เวลาสั้นๆ ในการมองดูรอบห้องอย่างถี่ถ้วนและใจเย็น การถูกพบตัวนับเป็นเรื่องที่จัดการได้ยากยิ่งสำหรับนักลอบสังหารอย่างเขา เช่นเดียวกับการยิงปะทะกับกลุ่มกองกำลังที่เขาไม่รู้จัก แถมยังมีอาวุธล้ำสมัยอยู่ในมืออีกด้วย ซึ่งต่างจากเขาที่มีเพียงแค่ปืนลูกซองที่ทำได้เพียงสับเปลี่ยนเป็นระบบออโต้และกึ่งอัตโนมัติ พร้อมกับตลับแม็กกาซีนที่กินกระสุนลูกซองไปเกือบหมด และปืนพกกระบอกสีขาวทั้งสองกระบอกเท่านั้น

ไม่มีเวลาอธิบาย หรือไม่อยากพูดกันแน่?” ชายร่างกำยำ ถามกลับไปแบบทันควัน ก่อนที่เขาจะรีบเดินตามมิเชลล์ไปที่ห้องที่ถูกล็อกเอาไว้ด้วยแป้นปุ่มกดจำนวน 12 ปุ่ม ซึ่งแต่ละปุ่มนั้นล้วนแล้วแต่เป็นตัวอักษรที่ยากจะรู้ความหมายมันได้

ขึ้นอยู่กับว่านายพร้อมจะฟังในสิ่งที่ฉันพูดรึเปล่า

ฉันพร้อมเสมอ

มิเชลล์ ถอนหายใจออกมาหนึ่งครั้ง แล้วกดปุ่มไปบนแป้นตรงจุดต่างๆ อย่างรวดเร็ว ก่อนที่ประตูห้องจะเปิดออกมาเผยให้เห็นห้องขนาดเล็ก ที่ไม่ได้มีอะไรสะดุดตามากนัก นอกเหนือจากข้าวของและเศษซากอิเล็กทรอนิกส์เก่าๆ ที่คาดว่าน่าจะใช้งานมานานจนไม่สามารถใช้งานได้ กับตู้แคปซูลเปล่าที่มีสายไฟเป็นจำนวนมากติดตั้งในตู้เท่านั้น

หลายปีก่อนฉันเคยทำงานที่ กรีนชาร์ด ที่นั่นเป็น-“

ฉันต้องการเนื้อหาสำคัญ ไม่ใช่การพล่ามไร้สาระนานๆ แบบนั้นไมค์ รีบตัดบทพูดทันที

ก็นี่กำลังจะอธิบายอยู่ไงเล่า!” 

มิเชลล์ แสดงใบหน้าเคร่งเครียดอย่างหนัก พร้อมกับหันไปแค่นเสียงใส่ชายหนุ่มดังๆ แต่ดูเหมือนการทำแบบนั้นยิ่งจะทำให้ไมค์มองมาด้วยสายตาอำมหิตมากขึ้น เธอจึงเลยได้แต่หลับตาแล้วระงับอารมณ์โกรธอยู่ภายในใจ แล้วจากนั้นเมื่ออารมณ์เริ่มคงที่แล้ว จึงอธิบายต่อไปในระหว่างที่กำลังปิดล็อกประตูห้องลับว่า

พวก G.C.F ต้องการให้ฉันสร้างเซลล์ที่เรียกว่า ไซทรอน (CryTron)’ ขึ้นมา

ไซทรอน คืออะไร?” ชายหนุ่ม เลิกคิ้วถามกลับ

มันเป็นเซลล์หุ่นยนต์ขนาดเล็ก มีหน้าที่เอาไว้รักษาผู้ป่วยที่สูญเสียอวัยวะภายในไป พวกมันจะทำการเข้าไปในร่างกาย แล้วจากนั้นก็เกาะกลุ่มกันเป็นก้อน แปลงสภาพให้คล้ายกับอวัยวะมนุษย์มากที่สุดจนกลายเป็นส่วนหนึ่งกับมัน พอจะเข้าใจไหม?”

มิเชลล์ รีบปรี่เข้ามาในห้องอย่างไม่รอช้า พร้อมกับชายหนุ่ม ก่อนที่เธอจะทำการปิดประตูอย่างแน่นหนา จนกระทั่งมันปิดสนิทลง และรีบวิ่งไปที่โต๊ะขนาดปานกลาง แล้วเคาะมันขึ้นมาหนึ่งครั้ง พลางทันใดนั้นก็มีหน้าจอโปรแกรมเป็นจำนวนมากปรากฏขึ้นมาทันใด

พวกเขาต้องการให้คุณเอาเซลล์พวกนั้น ใช่ไหม?”

ถูกเผงแต่ว่าฉันตัดสินใจที่จะไม่ทำแบบนั้น นายเข้าใจไหมว่าคนพวกนี้ สุดท้ายแล้วเขาก็เป็นปีศาจที่เพียงแค่อยากจะครอบครองทุกสิ่ง ไว้ในกำมือตัวเองก็เท่านั้น

ไมค์ เริ่มเงียบกริบ ปีศาจผู้ต้องการครอบครองทุกสิ่ง ซึ่งเขาพอเดาได้ว่าพวก G.C.F คงทำให้เธอรู้สึกโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ เมื่อพูดถึงชื่อของพวกเขาขึ้นมา

แล้วคุณล่ะทำไมคุณถึงต้องจ้างให้ผมไป ปกป้อง ใครสักคนทั้งๆ ที่รู้ว่าผมอาจจะฆ่าใครเมื่อไหร่ก็ได้

ฉันเชื่อว่าคนอย่างนายคงไม่ทำงั้นแน่ ฉันเชื่อแบบนั้น

ระหว่างนั้นเอง เสียงระเบิดก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้พวกเขาอยู่ใกล้ว่าที่ทั้งสองคาดคิด เสียงฝีเท้าเป็นจำนวนมากต่างวิ่งเข้ามาบริเวณทางเข้าประตูห้องลับ จวบจังหวะที่มิเชลล์ กำลังทำอะไรบางอย่างบนหน้าจอคอมพิวเตอร์เสร็จเรียบร้อยและกำลังมุ่งหน้าจะหนีออกจากห้องพักพอดี

ว้าวดูสิว่าใครมาหญิงสาววัย 24 ปี ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับขาแมงมุมกลอันยาวเหยียดของเธอ ที่กำลังกวาดทำลายข้าวของเครื่องใช้ภายในห้องอย่างสำราญใจ

ไมค์ ทำท่าจะยกปืนลูกซองขึ้น ทว่าเขากลับต้องชะงักลงเมื่อมีใครบางคนจ่อปืนพกสีดำอยู่หลังขมับของตน แน่นอนว่าเขาแทบไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำในขณะนั้น จนกระทั่งมันจ่อเข้ามาโดยไม่ทันได้ตั้งตัว

สัมผัสได้ฉับไวดีนะ แต่คงเร็วไม่เท่าฉันหรอก ไอ้ไก่อ่อนชายหนุ่ม ที่ยืนอยู่ด้านหลังในชุดรัดรูปสีดำ สวมแว่นตาครอบเลนส์สีดำ เอ่ยด้วยน้ำเสียงยียวนกวนประสาทอีกฝ่าย ก่อนที่เขาจะปัดปืนลูกซองบนมือไมค์ทิ้งไปบนพื้นอย่างไม่ใยดี

เฮ้ย! ไม่เอาน่าพวก เราได้รับคำสั่งมาเพื่อจับตัวการอย่างเธอไม่ใช่เหรอ อย่าทำอะไรแผลงๆ หน่อยเลย ไม่งั้นยุ่งแน่

ชายอีกคนที่อยู่ในสภาพเต็มไปด้วยเครื่องจักรและไฟฟ้าทั้งตัว เดินเข้ามาในสภาพที่ดูแล้วคล้ายกับหุ่นยนต์ ท่าทางของเขานั้นดูทะมัดทะแมง สังเกตได้จากใบหน้าของเขาที่มีรอยแผลเป็นรูปเส้นบากเฉียงจากดวงตาข้างซ้าย ลงมายังต้นคอด้านข้าง แลดูน่าหวาดผวาต่อคนรอบข้างมากหากมองเข้ามาใกล้ๆ

มิเชลล์ เธอเองก็รีบๆ ยอมมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ได้แล้ว คิดจะชิ่งหนีไปทั้งๆ ที่ตัวเองยังมีคดีแบบนั้นอีกเหรอ?”

ฉันไม่มีอะไรต้องคุยกับคนที่ไร้กาลเทศะอย่างนาย ร็อคกี้

ไมค์ กลอกตามองไปบริเวณโดยรอบ ในระหว่างที่พวกเขาและกลุ่มกำลังคนจากกลุ่ม G.C.F ซึ่งดูเหมือนว่าจะมีพวกที่มีลักษณะพิเศษเท่าที่เขาสามารถจดจำได้ทั้งหมด 4 คน หนึ่งในนั้นเป็นหญิงสาววัยอายุไล่เลี่ยกับเขา ผู้มาพร้อมกับขาแมงมุมเหล็ก ชายผู้เป็นเครื่องจักรและมีพลังไฟฟ้าวนอยู่รอบตัว ชายร่างยักษ์ และคนที่จ่อปืนอยู่ทางด้านหลังของเขา

เป็นอะไรไปพวก? กลัวจนตัวสั่นระริกเลยรึไง หา?”

ชายร่างกำยำไม่ได้สนใจคำพูดเหล่านั้นเลยสักนิด ณ ตอนนี้ทุกคนกำลังมุ่งความสนใจไปที่ตัวมิเชลล์เพียงคนเดียว ส่วนเขานั้นเหมือนเป็นเพียงแค่ผู้โชคร้ายคนหนึ่ง ที่ตกกระไดพลอยโจนเข้ามาติดกับของพวกเขา

ไหนๆ เราก็จับตัวเธอได้แล้ว รีบส่งเธอไปให้ทางการเลยไม่ดีเหรอ?” ร็อคกี้ เอ่ยขึ้นอย่างเบื่อหน่าย พลางหันไปสบตากับไมค์สักพัก แล้วจึงเบนไปที่หญิงสาวเจ้าของขาแมงมุมเหล็กอีกที

เรื่องนั้นฉันทำแน่ แต่ตอนนี้ขอให้ฉันได้ลงโทษ ยัยปากสุนัขนี่สักหน่อยนะ หญิงสาว ลากขาแมงมุมเดินเข้ามาใกล้ๆ มิเชลล์

เฮ้ๆ แล้วไอ้หมอนี่ล่ะ?” ชายหนุ่ม ซักถามเพื่อความแน่ใจ จังหวะนี้เองเป็นจังหวะที่ไมค์เผลอทำปลอกกระสุนลูกซองสีเหลืองหล่นลงพื้นเป็นจำนวนสามนัดอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกลับขึ้นมายืนนิ่งอยู่อย่างเดิม

เหมือนฉันจะไม่ได้รับคำสั่ง เอาเป็นว่าแกจะจับเขาไปให้ทางการหรือจะไปทำอะไรก็เรื่องของแกเถอะ ควิกเซอร์เธอ ตอบกลับไป

เยี่ยมเหมือนผมคงต้องเรียกคุณใหม่ว่าพี่ชาย แล้วสินะ…” ควิกเซอร์ หันไปกระซิบข้างหูชายร่างกำยำ เสมือนเป็นการข่มขู่เพื่อให้อีกฝ่ายเกรงกลัว

เอาล่ะ พวกเราทั้งหมดกลับกันได้แล้ว!”

สิ้นเสียงของหญิงสาว ทันใดนั้นเองในจังหวะที่กลุ่มคนจากหน่วยรักษาความปลอดภัยเข้ามาจับตัวทั้งสอง ไมค์ได้หันไปหามิเชลล์ แล้วเลื่อนสายตาลงมายังที่พื้นด้วยช่วงเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่เขาจะถูกจับมัดด้วยอุปกรณ์ที่คล้ายกับกุญแจมือไพล่ไว้ทางด้านหลัง เหมือนเป็นการบอกให้เธอรีบทำอะไรสักอย่างกับปลอกกระสุนลูกซองสีเหลือง ที่ตนเป็นคนทิ้งมันเอาไว้ ซึ่งสำหรับคนที่สันทัดในเรื่องเทคโนโลยีและอาวุธอย่างมิเชลล์ คงเดาได้ไม่ยากว่ากระสุนที่ตกอยู่นั้นอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน และมันจะส่งผลยังไงเมื่อมันระเบิดขึ้นมา

มัวชักช้าอะไรอยู่เล่า รีบเดินไปด้านหน้าสิวะ!” ควิกเซอร์ ยังคงจี้ปืนไปที่หลังคออย่างไม่มีทีท่าว่าจะวางลง นั่นจึงเป็นจังหวะเหมาะพอดีที่แผนการในหัวเริ่มเข้าทาง จนมาถึงช่วงสุดท้ายในตอนนี้

ฉันวานอะไรอย่างหนึ่งได้รึเปล่า?” ชายร่างกำยำ พูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

ตามปกติแล้วฉันไม่ใช่พวกใจร้ายมากหรอกนะ แต่แกต้องการอะไรล่ะ?” หนึ่งในหน่วยซักถามขึ้นอย่างงงๆ

ฉันแค่อยากจะให้แน่ใจว่า ฉันไม่ลืมของบางอย่างทิ้งเอาไว้

เหล่าหนึ่งในหน่วยต่างหันมามองด้วยสีหน้างุนงง ก่อนที่ไมค์จะค่อยๆ ย่อเข่าลงไปบนพื้นแล้วจึงใช้โอกาสนี้เอง ตีลังกาม้วนตัวไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว พร้อมกับหยิบกระสุนลูกซองสีเหลืองขึ้นมาบนมือแล้วจ่อไปที่หน่วยรักษาความปลอดภัยทั้งสองคนทันที ซึ่งแน่นอนว่านั้นเป็นเหตุการณ์ที่ทำเอาพวกเขาและควิกเซอร์ต่างอดไม่ได้ที่จะตกใจทันทีที่เห็น

เล่นบ้าอะไรของแกกัน?” ควิกเซอร์ เอ่ยถามพร้อมกับชักปืนพกขึ้นมาเล็งใส่ไมค์

อ่าฮ่าจริงด้วยแฮะ ที่แท้ก็ลืมเจ้านี่นี้เองชายร่างกำยำ มองดูปลอกกระสุนบนมือไปสักพัก

เฮ้! นั่นมันมาจากที่ไหนกัน?”

อยากรู้เหรอ? ถ้าอยากรู้แกก็ลองชิมมันดูสิ

ไมค์ ดีดปลอกกระสุนลูกซองขึ้นไปบนอากาศ เป็นการเบี่ยงเบนความสนใจให้กับทุกคนที่อยู่ในบริเวณนั้นอย่างรวดเร็ว จากนั้นรีบชิงโอกาสนี้เองชักปืนพกสั้นสีขาวขึ้นมา พลางยิงใส่กุญแจมือของมิเชลล์แล้วยิงใส่พวกชายในชุดเครื่องแบบไปตามลำดับ จนลำกล้องปืนร้อนขึ้น แล้วจึงยิงใส่กุญแจมือของตัวเองเพื่อทำลายกุญแจมือให้ตนเองเป็นอิสระ

บ้าเอ้ย! พวกมันกำลังจะหนี!” ควิกเซอร์ ตั้งท่าจะวิ่งไปหาอีกฝ่ายด้วยความเร็ว ทว่ากลับชะงักเมื่อปลอกกระสุนลูกซองสีเหลืองระเบิดขึ้นมาอย่างกะทันหัน จนเกิดเป็นกลุ่มควันฟุ้งไปทั่วบริเวณ ซึ่งใช้เวลาเพียงแค่ 10 วินาทีเท่านั้น

มิเชลล์ สบโอกาสนี้จัดการคว่ำพวกที่เข้ามาจับตัวเธอจนเสียหลักล้มลงไป พลางชักปืนพกกระบอกสีดำยิงใส่หญิงสาว ที่กำลังใช้แขนแมงมุมเหล็กป้องกันแรงระเบิดจากปลอกกระสุน

ไอ้ไก่อ่อนเอ้ย!!” ควิกเซอร์ หันไปมองรอบนอก ในขณะที่กลุ่มควันจากแรงระเบิดเริ่มค่อยๆ หายไป แต่กลับไม่พบร่างกำยำของชายชุดสีดำทั้งตัวเลยแม้แต่น้อย เว้นจะมีเพียงแต่ ร็อคกี้และชายร่างยักษ์อีกคนที่หันไปสังเกตเห็นไมค์ ที่กำลังกราดยิงปืนลูกซองบนมือใส่พวกหน่วยรักษาความปลอดภัย เพื่อเปิดทางให้มิเชลล์หนีออกไปได้เท่านั้น

ให้ตายสิฉันบอกแล้วไงว่าอย่าประมาทน่ะ

ร็อคกี้ เปลี่ยนแขนข้างที่เป็นเครื่องจักรของตัวเอง ให้เป็นอาวุธเครื่องยิงปืนกลแล้วยิงตอบโต้ใส่อีกฝ่าย จนไมค์นั้นต้องรีบวิ่งหาที่กำบังทันที

บ้าชะมัดไม่มีทางหนีออกไปได้แน่ตอนนี้

ดูเหมือนการหาทางออกไปจากที่นี่ดูยากกว่าที่คิด มีอยู่ทางเดียวเท่าที่ไมค์ทำได้ในตอนนี้ คือการเล็งยิงเข้าที่จุดตายของพวกหน่วยรักษาความปลอดภัยไปทีละคน และวิ่งหลบพวกมนุษย์ดัดแปลงพันธุกรรมพวกนั้นให้พ้นจากระยะสายตาพวกเขา ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับคนที่ไม่สันทัดในเรื่องเทคโนโลยีอย่างเขา

เป็นอะไรไป? ไหงแกไม่เก่งเหมือนเมื่อกี้แล้วล่ะ?”

คำถากถางออกมาจากปากของชายผู้มีรูปร่างทะมัดทะแมง สบถออกมาด้วยถ้อยคำหยาบคาย เสมือนเป็นเชิงท้าทายให้ชายร่างกำยำยิงสวนเข้ามาหาตน แต่ไมค์ไม่ใช่เป็นคนแบบนั้น ในเวลายามคับขัน การตั้งสติและจดจ่อกับเป้าหมายเป็นสิ่งที่นักลอบสังหารอย่างเขาถนัดที่สุด เช่นเดียวกันกับปืนลูกซองบนมือของเขา

ขืนเป็นแบบนี้ พวกมันคงยกโขยงเข้ามาไม่มีหยุดแน่

การปะทะกับพวก G.C.F ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยที่จะทำแบบนั้น ยิ่งต่อสู้เท่าไหร่ ทางหนีก็ยิ่งแคบลงขึ้นมากเท่านั้น ไมค์ หยิบกระสุนจากเข็มขัดใส่กระสุนบนบ่าไปจนหมด พลางเช็ครังเพลิงในรังเพลิงและพบว่าเขาเหลือกระสุนอยู่เพียงแค่ 8 นัด กระสุนสีแดง 4 นัด แบบระเบิดอีก 2 และเด้งกลับ 2 นัดสุดท้าย แน่นอนว่ากระสุนทั้งหมดล้วนถูกกำหนดขึ้นมาเอาไว้สำหรับการใช้งานในแต่ละสถานการณ์อยู่แล้วเป็นส่วนเดิม

พวกมันเริ่มหมดกำลังแล้วครับ!” หนึ่งในหน่วยพูดขึ้น หลังจากที่เห็นว่าไมค์นั้นเหลือกระสุนเพียงไม่มากแล้วสำหรับการปะทะในครั้งต่อไป

หน้าที่แกแล้ว เดรสทรอยเยอร์

ชายร่างยักษ์ที่ว่า เริ่มย่ำเท่าเข้ามาหาเขา ขณะที่ไมค์กำลังเอาหลังแนบกำแพง เพื่อหาทางออกจากที่นี้โดยที่ไม่รู้ว่ากำลังมีใครบางคนใกล้เข้ามาหาเขา

โว้ว!” ร่างของไมค์ เริ่มลอยขึ้นเป็นผลมาจากการที่ชายร่างยักษ์นั้นจับตัวเขาไว้ ด้วยมือซ้ายที่ทำมาจากเครื่องจักรเช่นเดียวกับชายหนุ่มคนนั้น

ใจเย็นๆ ก่อนสิ พี่บึกไมค์ เล็งปืนลูกซองไปที่ดวงตาข้างซ้ายของชายร่างยักษ์ หมายจะยิงเพื่อให้ตัวเองหลุดจากมือของมัน ทว่ามันกลับใช้มืออีกข้างนั้นเองชิงปืนของเขาไป และโยนมันตกออกไปนอกหน้าต่างทันทีอย่างไม่ใยดี

มิเชลล์รีบทำอะไรสักอย่างสิโว้ย!!!

แต่แล้วก็ดูเหมือนโชคเข้าข้างเขา ทันใดนั้นเองยานบินขนาดกลาง ที่มาพร้อมกับปืนกลแก็ตลิ่งทั้งสองข้างของปีกยาน กราดยิงจากด้านนอกหน้าต่างใส่เหล่าหน่วยรักษาความปลอดภัยภายในห้องพัก ทำเอาไมค์แทบตั้งตัวหลบกระสุนจำนวนอันมหาศาลนั้นแทบไม่ทัน แน่นอนว่ายานบินลำนั้นได้ช่วยเขาเอาไว้พอดี แต่ก็ต้องแลกมาพร้อมกับความเจ็บปวดที่ยากจะรักษาได้หายในทันทีด้วยเช่นเดียวกัน

รีบขึ้นมา เร็วเข้า!” เสียงอันคุ้นเคย เรียกให้ชายหนุ่มที่เพิ่งสลัดตัวหลุดมาจากฝ่ามือขนาดยักษ์ รีบวิ่งฝ่าขึ้นไปที่ยานบินลำนั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ไมค์ กระโดดข้ามเหล่าสิ่งกีดขวางต่างๆ และข้าวของภายในห้องอย่างทุลักทุเล จากนั้นเขาเริ่มออกแรงวิ่งสุดกำลังเมื่อยานบินลำนั้นเริ่มเปิดประตูทางขึ้นให้แก่เขา ในขณะที่ชายหนุ่มอีกคนที่เป็นชายชุดสูทสีดำ ก็วิ่งเข้ามาคว้ามือของไมค์เอาไว้ แล้วรีบดึงร่างหนักอึ้งของเขาเข้ามาทันทีในยาน

คุณไม่เป็นไรนะฟาร์กัส เอ่ยขึ้นเมื่อได้เจอหน้าของชายหนุ่มที่เจ้านายของเขาพูดถึงแบบตรงๆ

เยี่ยมเลยฉันยิ่งแพ้ไอ้ของที่มันบินได้ด้วย ใครเป็นคนต้นคิดเอาของพวกนี้มากัน

ไมค์ ชักปืนพกสีขาวบนมือแล้วขึ้นลำกล้อง ยิงใส่พวกที่กระโดดตามเข้ามาทิ้งทันที จนหล่นลงไปบนพื้น ก่อนที่ประตูทางขึ้นจะเริ่มปิดลง ยานบินเริ่มบินหลบหนีออกจากตึกไปทันที

พวกมันหนีไปได้! เราต้องส่งกำลังไปทางอากา-“ ควิกเซอร์ กล่าวหลังจากที่เขาพยายามวิ่งขึ้นไป ทว่าอาการบาดเจ็บจากการถูกยิง ดูจะทำให้เขาพลาดที่จะจับตัวไมค์ในครั้งนี้

ไม่ต้อง ขืนส่งไปอีก มีหวังเราได้พักงานตลอดชีพแน่

ชายร่างยักษ์ ยกร่างควิกเซอร์ขึ้นมาบนหลัง พลางหันไปมองยานบินที่มันค่อยๆ บินเลี้ยวไปทางตึกระฟ้าอีกตึก

ชิครั้งนี้ฉันจะถือว่าได้คนดีๆ มาช่วยแล้วกัน

หน่วยรักษาความปลอดภัยที่ยังหลงเหลืออยู่ พยายามช่วยพวกเพื่อนๆ ที่บาดเจ็บจากการโดยยิงเมื่อครู่ที่ผ่านมา ต่างคนต่างช่วยเหลือกันเท่าที่พวกเขาช่วยกันได้ หญิงสาวเจ้าของขาแมงมุมเหล็กค่อยๆ หดกลับเข้าไปในตัวของเธอ และเดินจากไปพร้อมกับพรรคพวกอีก 3 คนที่เหลือของตนด้วยอารมณ์โกรธแค้นเป็นฟืนเป็นไฟข้างใน

ในขณะที่อีกทางด้านหนึ่งเอง กลับต้องต่อสู้กับอาการแพ้เครื่องบินของตัวเองอีกครั้ง


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

15 ความคิดเห็น

  1. #13 Arpapon (@nanny2014) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2558 / 11:34
    เฮอ...นึกว่าจะไม่รอดซะแล้วนายไมค์ 

    ทำไมตัวหนังสือถึงได้ใหญ่บ้างเล็กบ้างสลับกันอะคะ  เราอ่านในมือถืออะ ไม่รู้ว่าในคอมเป็นมั้ย แต่ตอนอื่นๆก็ไม่เป็นนะ เป็นแค่ตอนนี้ตอนเดียวอะ 
    #13
    1
    • #13-1 Gaster (@chaos67) (จากตอนที่ 9)
      10 พฤษภาคม 2558 / 12:16
      อ่อ รู้สึกว่าน่าจะจัดตัวหนังสือไม่เท่ากันน่ะครับ
      เพราะตอนลงตอนล่าสุดนี่ ใช้จัดตัวอักษรแบบใหม่น่ะครับ คาดว่าปัญหาน่าจะเป็นที่ตรงนี้

      แต่เห็นว่าตัวอักษรมันตัวเล็กอยู่
      ยังไงก็เดี๋ยวจะรีบกลับไปแก้ไขเลยให้แล้วกันนะครับ ขอบคุณสำหรับการทักท้วงด้วยเน้อ

      #13-1