Bounty Hunter เพชฌฆาตพันธุ์ดุ [จบ]

ตอนที่ 5 : Mission 3 - Blood Apart (Part 2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 77
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    16 เม.ย. 58

Mission 3 – Blood Apart (Part 2)

และไม่นานนัก บรรยากาศในเมืองก็เริ่มเข้าสู่ค่ำคืนแห่งการล่า อีกครั้ง

นักลอบสังหารและนักฆ่าต่างรู้ดีกันว่า ช่วงเวลากลางคืนนั้นเปรียบเสมือนกับดาบสองคมบางครั้งมันก็ช่วยทำให้เราปลอดภัย และบางครั้งมันก็เต็มไปด้วยอันตรายเช่นเดียวกับย่านและซอกตึกทุกด้าน ทุกมุมของเมือง ที่มักจะมีเหล่านักฆ่าต่างรอคอยที่จะกำจัดเป้าหมายของตน เช่นเดียวกับนักลอบสังหารผู้ปกปิดใบหน้าด้วยหน้ากากหรืออะไรก็ตามแต่ที่พวกเขาหามาใส่ได้

ถึงตอนกลางคืนแล้วสินะ…”

กอร์ดอน ลุกขึ้นมายืนบนระเบียงบ้านแห่งหนึ่ง แล้วบรรจงหยิบหลอดแก้วสีฟ้าขึ้นมาบรรจุเข้ารังเพลิง ก่อนจะขึ้นลำกล้องปืนเป็นอันเสร็จ ระหว่างที่ทันใดนั้นเสียงเรียกเข้าจากบนหน้าจอโฮโลแกรมก็ปรากฏขึ้นมาต่อหน้าชายหนุ่มผู้มีอายุผิดจากรูปร่างของเขา

ขอทราบตำแหน่งสถานที่ๆ ได้รับการติดต่อเรื่องของเป้าหมายด้วย กอร์ดอนเสียงทุ้มอันคุ้นเคยของไมค์ดังขึ้น ในสภาพเตรียมพร้อมสำหรับการลอบสังหารในครั้งนี้

ถนนเวสเทิร์น ย่านลิลิธเธอร์เรียล 23/5 พิกัดเป้าหมายที่ 135 สถานที่คือ ดรังค์แอนด์กันส์ คลับ’” กอร์ดอน อธิบายคร่าวๆ พอสังเขปให้อีกฝ่ายเข้าใจ

ให้ฉันเดานะว่าแถวนั้นเป็นพวกค้ายาเสพติด ไม่ก็พวกค้าประเวณีไม่ผิดแหง

เสียงทางปลายสายตอบกลับ ดูเหมือนสาระสำคัญที่ชายร่างกำยำจำได้นั้นจะเป็นชื่อของดรังค์แอนด์กันส์ คลับ หนึ่งในสถานที่มั่วสุมสำหรับเหล่านักฆ่าและสิ่งเสพติดทั้งหลายแหล่ แน่นอนว่าอาจจะไม่ใช่เพียงแค่ที่เดียวเท่านั้นที่เป็นแบบนั้น

หากแต่ไม่ว่าทุกที่ในแถวย่านนั้น แน่นอนว่ามันถูกรายล้อมไปด้วยธุรกิจมืด และสิ่งของผิดกฎหมายรวมอยู่ด้วย

พอจะรู้ข้อมูลอะไรเกี่ยวกับคลับบ้างหรือเปล่า นอกเหนือจากเป้าหมายที่ต้องไปจัดการไมค์ ถามกลับทางปลายสาย_

อ่าฉันไปสอบถามข้อมูลจากพวกโสเภณีนั่นมา รุ้สึกว่าพวกเธอจะบอกว่าในคลับนั้นมีผู้ทรงอิทธิพลอยู่หลายคน หนึ่งในนั้นรวมไปถึงเป้าหมายของพวกเราด้วย

พวกเขาได้บอกหรือเปล่าว่าในนั้นมีพวก นักฆ่า แฝงอยู่ด้วยไหม?”

ฉันคิดว่ามีอยู่พอสมควร แต่วางใจได้พวกเธอบอกว่าพวกเขามักจะไม่ค่อยเข้าคลับนั้นสักเท่าไหร่ พวกเขามักจะชอบมาซื้อบริการจากพวกเธอซะมากกว่า…” ชายหนุ่มเดินเข้าห้องแล้วปิดประตูระเบียงไป แล้วตอบกลับ พลางจิบไวน์รสบลูเบอร์รี่โปรดของตนเป็นการผ่อนคลายระยะสั้นๆ

อืมดีเลยแผนนั้นคงเข้าทางฉันหน่อย อย่างน้อยคงไม่ต้องปะทะกับพวกนั้นใช่ไหม?”

ใช่…” กอร์ดอน นิ่งเงียบไปสักพัก เขารู้นิสัยของไมค์ดีว่าเป็นคนยังไง ทุกครั้งที่เขาพยายามหลีกเลี่ยงการปะทะ ก็มักจะลงเอยด้วยการเปิดฉากยิงอย่างดุเดือดทุกครั้งทันที ไม่เว้นแม้กระทั่งกับพวกนักฆ่าหรือกลุ่มอัศวิน ก็ตาม รวมไปถึงครั้งนี้ด้วยที่ชายร่างกำยำซักถาม

เตรียมอาวุธ แล้วก็สภาพร่างกายให้พร้อมล่ะ ฝากบอกทุกคนให้ไปนัดเจอกันที่จุดนัดพบ ฉันจะไปรอแถวๆ คลับนั้น ส่วนเรื่องแผนการเราจะมาคุยกันอีกที

โอเค เข้าใจแล้ว!

หลังจากจบบทสนทนาเรียบร้อย กอร์ดอนไม่รอช้าที่จะปิดวางสายลง แล้วเดินไปยังประตูเลื่อนอัตโนมัติ ผ่านเหล่าบรรดาของตกแต่ง และดาบรูปร่างต่างๆ ที่เขาเป็นคนตีมันขึ้นในช่วงที่ตนอาศัยอยู่ที่ เมืองแห่งเทคโนโลยีนานมาแล้ว ทว่ากลับตัดสินใจย้ายมาที่เมืองนี้ด้วยเหตุผลต้องการมาเป็นนักลอบสังหาร ก่อนที่จะได้รู้จักกับไมค์เป็นครั้งแรก

เขาใช้นิ้วแตะไปบนโต๊ะสีขาวที่อยู่ตรงหน้าตน พลันทันใดนั้นก็เริ่มมีหน้าจอโฮโลแกรมปรากฏขึ้นมาเป็นสัญลักษณ์แปลกประหลาดเป็นอย่างแรก แล้วเริ่มเข้าสู่หน้าจอหลักที่เต็มไปด้วยแถบเมนูต่างๆ แสดงถึงคำสั่งต่างๆ ที่ล้วนแล้วเกี่ยวข้องกับงาน ที่เขาทำอยู่แทบทั้งหมด

กอร์ดอนเลือกไปที่คำสั่ง [ค้นหาเป้าหมาย] และตามมาด้วยคำสั่ง [เปิดข้อมูล] พลางเลื่อนหน้าจอโฮโลแกรมแยกออกมาอีกอัน เลือกไปที่เครื่องมือทำมาหากินและทันใดนั้นมันก็ปรากฏเป็นรูปของอาวุธประเภทต่างๆ จำนวนกว่าหลายรายการที่เขาเป็นเจ้าของพวกมันอยู่ในขณะนี้

เอาล่ะไม่รู้หรอกนะว่าจะเกิดอะไรขึ้นมาบ้าง แต่ฉันควรจะป้องกันตัวเองไว้ก่อนจะดีที่สุดแหละนะ

ชายหนุ่มกล่าวพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะใช้เวลาสักพักสำหรับการเตรียมอุปกรณ์อยู่ในห้องนั้นอย่างสันโดษ และไร้เสียงรบกวนใดๆ นอกจากเสียงของห่าฝนที่ตกลงมาเพียงแค่นั้น

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เสียงเพลงคลาสสิกเบาๆ ดังคลอไประหว่างทางไปยังถนนเวสเบิร์น ขณะที่ฝนโหมกระหน่ำมาอย่างบ้าคลั่ง รถคันสีดำขนาดใหญ่คันหนึ่งวิ่งตัดผ่านถนนในยามดึก อันเป็นช่วงเวลาสำหรับสงคราม ของเหล่านักฆ่าและนักลอบสังหาร ที่ต่างออกมาทำภารกิจที่ตนเองได้รับมอบหมาย รวมไปถึงชายทั้งสองคนที่กำลังนั่งอยู่ในรถด้วย

ไมค์ฉันอยากจะถามคำถามแกสักข้อหนึ่งหน่อยคาโต้ เอ่ยพลางเลี้ยวแล้วเหยียบคันเร่งแซงรถคันหน้าตนไปอย่างนิ่มนวล

ว่ามา

แม่หวานใจของแกตอนนี้มีความสัมพันธ์กันไปถึงไหนแล้วเหรอ?”

คำถามนั่นฟังเอาเจ้าตัวที่ได้ยินถึงกับกระอักกระอ่วนทันทีราวกับเป็นคำถามที่ยากจะให้คำตอบได้ ไมค์แหงนไปมองข้างนอกหน้าต่างรถสักพัก จากนั้นจึงเอ่ยขึ้นมาเบาๆ ว่าฉันได้กับเธอแล้วล่ะ

เฮ้ย!! จริงดิ!! แสดงว่าตอนนี้นายก็สละซิงแล้ว ใช่ไหม?” ชายร่างอ้วน หันควับไปหาไมค์พร้อมกับทำหน้าตะลึงเมื่อได้ยินคำพูดจากปากของคนเป็นหัวหน้า

อืม…”

ไมค์พยักหน้าเป็นเชิงตอบกลับ อันที่จริงแล้วต้องเรียกว่าเป็นความต้องการของหญิงสาวซะมากกว่า เนื่องจากเขาเป็นคนไม่ค่อยสนใจเรื่องความรักหรือการมีปฏิสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับหญิงสาวสักเท่าไหร่ อันที่จริงแทบเรียกได้ว่าเขาไม่เคยมีความคิดนี้ในหัวเลยตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ แต่อาจจะด้วยเพราะบุคลิกและช่วงวัยของเขา ทำให้โอกาสดึงดูดให้เพศตรงข้ามสนใจในตัวเขามีมากพอสมควร

ลีลาของเธอเป็นยังไงบ้างล่ะ?” คราวนี้ คาโต้ซักถามเขาอีกครั้ง พลางหันไปสนใจกับการขับรถฝ่าฝนต่อไปอย่างระมัดระวัง

ก็ดีเฮ้!! มันใช่เรื่องที่ควรจะมาถามไหมเนี่ย!!?” ไมค์ แสดงทีท่าขึงขังออกมาเล็กน้อย เขาเลี่ยงที่จะตอบคำถามนั้นแบบตรงๆ เนื่องจากไม่อยากรบกวนสมาธิของอีกฝ่ายระหว่างที่นั่งอยู่ในรถ

อ้าว! ก็เห็นว่าแกได้กับเธอคนนั้นแล้วนี่ ฉันก็เลยอยากรู้ไงว่านายรู้สึกไงเวลาทำเรื่องแบบนั้น รู้รึเปล่าว่ามันช่วยทำให้สมองฉันปลอดโปร่งได้เลยล่ะนะ ฮ่าๆ

เจ้าคนหื่นกามเอ้ย…” ไมค์ บ่นพึมพำเบาๆ แล้วยื่นไปเปลี่ยนคลื่นวิทยุเพลงร็อค ในแบบที่เขาต้องการ

การเดินทางไปยังจุดนัดพบโดยใช้เวลาไม่นานนัก ถนนเวสเบิร์นถือเป็นถนนสายหนึ่งที่มีส่วนสำคัญทำให้เศรษฐกิจเจริญรุ่งเรืองขึ้น แต่กลับกันที่นี่กลับเป็นสถานที่ๆ พวกนักลอบสังหารไม่ควรเข้ามาเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากพื้นที่เกือบทุกตารางเมตรนั้นมักจะมีเหล่านักฆ่าเข้ามามั่วสุมกันอยู่ทุกคืน แน่นอนว่าการที่ไมค์ได้ภารกิจมาจัดการเป้าหมายที่นี่ก็เต็มไปด้วยความเสี่ยงไม่ใช่น้อยๆ

ทว่าด้วยค่าตอบแทนที่ได้รับสูงลิบ ทำให้ชายร่างกำยำอดไม่ได้ที่จะตัดสินใจรับมันทันใด

แม้ลึกๆ แล้ว เขาจะรู้ว่าค่าตอบแทนเหล่านั้น ต้องแลกมาพร้อมกับมือที่เปื้อนเลือด ของตนก็ตาม

พวกเรามาถึงแล้ว

รถคันสีดำของคาโต้ค่อยๆ เลี้ยวเข้าไปหลบในซอยที่คาดว่าปลอดภัยมากที่สุด และอยู่ห่างจากย่านไปราว 700 เมตร อันเป็นทางเดินไปสู่สถานที่เป้าหมาย ของพวกเขากำลังรออยู่

ดูท่าที่นี่คงเปลี่ยวไม่ใช่เล่นๆ เลยนะเนี่ย…” ไมค์ ลงมาจากรถ เขากวาดสายตามองไปรอบๆ เพื่อมองหาเส้นทางสำหรับการหลบหนีก่อนเลยเป็นที่แรก ในขณะที่คาโต้เปิดกระโปรงรถแล้วเดินลงไปหยิบปืนกลเบาพร้อมที่เก็บเสียงขึ้นมาแนบไว้ข้างลำตัว

รู้สึกว่าจะเป็นอย่างนั้นมั้งครับ…” เสียงนุ่มนวลเอ่ยขึ้น ก่อนจะเดินเข้ามารวมกลุ่มกับพวกของไมค์ ซึ่งเป็นใครไม่ได้นอกจากชายผู้ได้รับฉายาว่าคุณชายโลกสวยและแม่สาวเผ่าพันธุ์หมาป่าและกระต่ายนั่นเอง

เจ้านายวันนี้เรามาทำอะไรที่นี่กันเหรอ?” แร็บบี้ หันไปซักถามไมค์ด้วยน้ำเสียงสั่นเทา เพราะไม่ค่อยชินกับการยืนอยู่ในสถานที่อันเงียบเชียบ และวังเวงแบบนี้มาก่อน ผิดกับบ้านเกิดที่เธอเคยอาศัยอยู่มาก่อน

ก่อนที่เธอจะถามคำถามนั่นกับฉัน เธอควรจะไปถามผู้จ้างวานก่อนนะว่าทำไมพวกเราถึงต้องมาที่นี่ ลืมไปแล้วเหรอไงว่าเราคือนักลอบสังหาร’” ชายร่างกำยำ ตอบกลับ เขาไม่มีเวลาจะมาอธิบายรายละเอียดให้เธอได้ฟังมากนัก เวลาถือเป็นสิ่งสำคัญพอๆ กับเป้าหมายสำหรับเขา

ในระหว่างนั้นเอง เสียงรถมอเตอร์ไซค์ดังกระหึ่มวิ่งใกล้เข้ามาในบริเวณที่พวกไมค์กำลังยืนรวมกันอยู่ ก่อนที่มันจะค่อยๆ เคลื่อนเข้ามาชนกับรถคันสีดำของคาโต้เบาๆ ส่งผลให้เจ้าของรถที่หันเข้าไปเห็นพอดี เกิดอาการไม่พอใจอย่างมากที่เป็นแบบนั้น

เฮ้!! ทำบ้าอะไรของแ-“ คาโต้ ทำท่าจะชักปืนออกมา ทว่าไม่นานนักเขากลับค่อยๆ ลดปืนลง เมื่อเห็นว่าเป็นฝีมือของเพื่อนเก่าของเขา

ไง ขอโทษทีที่มาช้านะ พวกกอร์ดอน ลงมาจากรถด้วยสภาพที่ดูแตกต่างจากตอนในร้านกาแฟมาดอนน่า เป็นอย่างมาก เสื้อกั๊กสีดำ กับเสื้อแขนสั้นสีดำลายโครงกระดูก และถุงมือสีน้ำเงินที่ดูขัดกับสไตล์การแต่งตัวของเขา ชายหนุ่มปรายสายตามองไปยังพรรคพวกที่เหลือของตน ก่อนจะถอดหมวกกันน็อคออกมาถือไว้ข้างลำตัว

ดูเท่ดีนี่ครับ คุณกอร์ดอนแคทเทอร์ กล่าวชมเมื่อได้เห็นสไตล์การแต่งตัวของเขา

โห!! หล่อสุดๆ ไปเลยค่ะ!” ตามมาด้วยแร็บบี้ ทำท่าชูนิ้วโป้งออกมา

ฮ่ะๆ ขอบใจแต่ยังไงฉันก็สู้เจ้านายของพวกเราไม่ได้หรอกนะ ว่างั้นไหม?”

ไมค์ ที่กำลังสนใจกับการเตรียมการร่างแผนที่คร่าวๆ เช็คจุดสำหรับการหลบหนี และจุดต่างๆ ดูจะไม่ได้สนใจกับบทสนทนาพวกนั้นมากนัก ชายร่างกำยำพยายามเพ่งสมาธิกับแผนการที่เตรียมเอาไว้อย่างเคร่งครัด จนกระทั่งเมื่อเริ่มแน่ใจ จึงหันไปหาพรรคพวกของตน แล้วกล่าวด้วยประโยคสั้นๆ ว่า

มากันครบแล้วสินะ

กอร์ดอน กับคาโต้ที่กำลังคุยกันอยู่เริ่มหันมาสนใจไมค์ทันที ตามมาด้วยแร็บบี้กับแคทเทอร์ที่ทั้งคู่ต่างสนใจกับแมวที่ชายหนุ่มเป็นคนเสกขึ้นมาลูบเล่นๆ อยู่ในขณะนั้น

อะแฮ่ม!” เสียงกระแอ้มของชายผู้เป็นหัวหน้าดังขึ้น แล้วขมวดคิ้วใส่เป็นการบอกให้หยุด

ดูท่าครั้งนี้ฉันคิดว่าคงได้บุกแหงแน่เลยแฮะกอร์ดอน แอบนินทาหัวหน้าของพวกเขาเบาๆ

ฉันจะไม่ขอพูดอะไรมากหรอกนะ นอกจากจะแบ่งหน้าที่ให้กับพวกแกทั้งหมด…” ไมค์ กวาดสายตามองไปรอบๆ แล้วเปลี่ยนเป็นท่ายืนเท้าสะเอวแทน

คาโต้ นายรออยู่ที่รถ ดูลาดเลาไว้ให้ดีว่ามีใครเดินมาเพ่นพ่านแถวนี้ และพยายามอย่าให้พวกเขามองเห็นพวกเรา

อืมสรุปว่าเป็นงานหลักแล้วสินะ เรื่องพาคนหนีเนี่ย…” คาโต้ เอ่ยเบาๆ ด้วยน้ำเสียงหน่ายเล็กน้อย

กอร์ดอน ไปกับแคทเทอร์ ฉันคิดว่าพวกแกทั้งสองคนคงจะคู่ขากันได้ดี คอยควบคุมสถานการณ์เอาไว้ให้ดี ถ้าหากได้ยินเสียงปืนของฉันเมื่อไหร่ ให้รีบจัดการพวกนักฆ่านั่นทันทีแต่ไม่ต้องถึงตายล่ะ ฉันยังไม่อยากรับผลกรรมไปมากกว่านี้ไมค์ หันไปกล่าวกับทั้งสองด้วยสีหน้าตึงเครียด

เยี่ยมฉันคงจะได้ฆ่าไอ้หมดนี่ตายแหงๆชายหนุ่ม พูดออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ แคทเทอร์นั้นมักจะวางตัวเป็นมิตรกับศัตรูและคนอื่นๆ ซะเสียจนมากเกินไป และสุดท้ายก็มักจะจบลงด้วยการที่เขาต้องเจ็บตัวอยู่เสมอทุกครั้งที่ทำภารกิจในครั้งนี้

พูดระวังปากของคุณหน่อยนะครับ ผมก็แค่อยากทำให้พวกเขาตายใจเท่านั้นเองแคทเทอร์ กล่าวแย้งแบบทันควัน

ส่วนแร็บบี้…” ไมค์ เงียบไปสักพัก พลางถอดหมวกแก๊ปสีดำแล้วใส่ให้กับหญิงสาวที่ตัวเตี้ยกว่าเขาประมาณ 7 เซนติเมตร

ขอร้องอย่าทำให้ฉันเป็นห่วงก็พอ

หญิงสาวหูกระต่ายเมื่อได้ยินประโยคนั้น เธอก็พยักหน้าอย่างว่าง่ายทันทีเป็นเชิงเข้าใจ แม้แรกๆ เธออาจจะรู้สึกแปลกไปหน่อยที่น้ำเสียงของไมค์ดูอ่อนโยนกว่าเมื่อกี้นี้มาก ทำเอาทุกคนหันมามองกันด้วยสายตาแปลกๆ ทันทีอย่างไม่ต้องสงสัย

ค่ะ เข้าใจแล้ว คุณไมค์กี้เธอส่งยิ้มให้กับเขา แล้วชูนิ้วโป้งขึ้นมา

อย่าเรียกชื่อว่าไมค์กี้ สิเรียกฉันสั้นๆ ว่าเจ้านาย ก็เพียงพอ

หลังจากที่ตกลงหน้าที่กันครบเรียบร้อย ชายร่างกำยำก็ได้ทำการตกลงเรื่องจุดนัดหมายและเวลาสำหรับทางหนีทีไล่อีกครั้ง ก่อนที่ทุกคนจะเริ่มแยกกันไปตามจุดต่างๆ ทันทีตามที่ได้ตกลงกันไป

ชายร่างกำยำหยิบปืนลูกซองคู่ใจของตน พร้อมกับกระสุนอีกจำนวนหนึ่ง และไม่ลืมที่จะสวมที่เก็บเสียง สำหรับปืนลูกซองที่สั่งซื้อมาจากตลาดมืดที่ไหนสักแห่งในเมือง เพื่อเอาไว้ใช้สำหรับการลอบสังหารโดยเฉพาะ

กำลังมีบางอย่าง เปลี่ยนแปลงไป

คำพูดและภาพในความทรงจำเก่าๆ หวนเข้ามาในสมองของเขาอีกครั้ง ไมค์พยายามสลัดสิ่งที่รบกวนจิตใจของเขาออกไป เขาไม่มีเวลาที่จะมาสนใจเรื่องพวกนั้น เขามองว่าสิ่งที่ตัวเองทำอยู่นั้นไม่ต่างอะไรจากงานประจำ ที่เขาจำเป็นต้องทำมันอยู่เสมอ เพื่อนำเงินที่ได้ไปพัฒนาเครื่องมือทำมาหากินของตน และใช้จ่ายสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ ใช้ชีวิตไปอย่างเรื่อยเปื่อยและปล่อยให้เวลานั้นผ่านไปแบบนั้น ต่างกับที่แฟนสาว ของเขาอยากให้เขาเป็น

บางครั้งสถานการณ์บางอย่างก็ยากที่จะตัดสินใจเส้นทางที่เลือกเดิน เมื่อเลือกแล้วจะไม่มีการหันหลังกลับอีกเป็นครั้งที่สอง

ชายร่างกำยำยังคงจำประโยคนั้นเอาไว้ แล้วค่อยๆ เดินไปบนถนน พร้อมกับเวลาที่กำลังเดินหน้าไปอย่างช้าๆ เหมือนกับนาฬิกาชีวิตของ เป้าหมาย ที่เขาต้องจัดการต่อไป

 

 

 

 

15 ความคิดเห็น

  1. #7 Arpapon (@nanny2014) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 เมษายน 2558 / 01:04
    อิอิ... คาโต้ถามอะไรนายไมค์ก็ไม่รู้  ถ้านายไมค์อายมันจะเป็นยังไงนะ //เริ่มนอกเรื่องแล้วฉัน

    ภารกิจที่ไมค์กำลังจะลงมือ มันจะดุเดือดขนาดไหนนะ ลุ้นๆ
    #7
    0