Bounty Hunter เพชฌฆาตพันธุ์ดุ [จบ]

ตอนที่ 10 : Mission 6 - Monster hide in my darkness (Part 1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 32
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    23 พ.ค. 58

Mission 6 – Monster hide in my darkness (Part 1)

คุณเคยรู้อะไรเกี่ยวกับด้านมืดของที่นี่ไหม?

อะไรที่ทำให้เราถึงซ่อนตัว เพื่อหลบหนีพวกคุณ

เราไม่ได้ทำเพื่อทุกคน เราไม่ใช่ฮีโร่ เราไม่ใช่ผู้ร้าย

ทุกคนทำเพียงแค่เป้าหมายเดียวที่พวกเขาได้รับมาก็เท่านั้น

อย่า! อย่าเอาลูกสาวฉันไปเลย!”

เสียงสะอื้นจากผู้เป็นลูกสาวดังขึ้นในมุมถนนของตึกแห่งหนึ่ง ในยามค่ำคืนของการล่าประจำวันสำหรับพวกนักลอบสังหารภายในเมืองแกรนด์ โอเวอร์เซียร์ เมืองอันเป็นที่รักของเหล่าประชาชนในช่วงเวลากลางวัน

และเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยเรื่องราวในมุมมืด ที่ยากจะหยั่งถึงในช่วงเวลากลางคืน

เงียบซะ! นังโสเภณี!!”

ชายฉกรรจ์ร่างผอมโซ ใช้หลังมือตบเข้าไปที่ใบหน้า ก่อนจะจัดการซ้อมเธอด้วยหมัดจนร่างของหญิงสาวผู้เป็นแม่สลบลง ต่อหน้าหนูน้อยวัยเพียงแค่ 13 ปี ที่ได้แต่นั่งมองร่างของผู้เป็นแม่ถูกซ้อมอย่างทรมาน จนยากจะขอความช่วยเหลือจากบริเวณโดยรอบ

แล้วลูกสาวเธอล่ะ จะเก็บเลยดีไหม?” หนึ่งในชายอีกคน ร่างสมส่วนพูดขึ้นพลางหยิบปืนลูกโม่จากในเสื้อออกมา

อย่าเพื่อนแถวนี้มีพวกบัดซบนั่นอยู่ เราต้องพาเธอไปหาพ่อค้า ก่อนชายฉกรรจ์รีบตอบออกไปแบบทันควัน เมื่อเห็นชายอีกคนเริ่มสอดนิ้วเข้าไกปืน เตรียมจะลั่นไกยิงใส่เด็กสาวตรงหน้าทันทีโดยไม่สนเสียงร้องของเธอที่สะอื้นออกมา

นี่แกยังคิดที่จะเจรจากับไอ้สารเลว ที่ให้ผลตอบแทนเพียงแค่ 10 เปอร์เซ็นต์จากทั้งหมดอีกเหรอ?”

ไม่หรอกดูท่าครั้งนี้เราจะได้ลาภก้อนใหญ่

ชายฉกรรจ์ หันไปมองเด็กสาวในสภาพที่เนื้อตัวมอมแมม เต็มไปด้วยรอยแผล และเสื้อผ้าที่ในตอนแรกยังเป็นสีขาวบริสุทธิ์ บัดนี้ได้กลายเป็นว่าขาดรุ่งริ่ง ไม่เป็นชิ้นดี และมีรอยเปื้อนเลือดที่แปะอยู่บนเสื้อของเธอ

จะเอางั้นเหรอ?” ชายอีกคน เอ่ยถามเพื่อความแน่ใจ

คิดว่าฉันมีทางเลือกที่ดีกว่านั้นเหรอ?” ชายฉกรรจ์ ย้อนคำพูดกลับไปหาอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงไม่พอใจเล็กน้อย

ไม่ไม่มี และไม่สมควรมี

เสียงปริศนาจากที่ไหนสักแห่งโพล่งขึ้นมา ก่อนที่ร่างชายฉกรรจ์ทั้งสองจะถูกยิงเข้าที่ศีรษะ ด้วยกระสุนปริศนาจากที่ไหนสักแห่งวิ่งทะลุสมองของพวกเขา ทำเอาเด็กสาวถึงกับสะดุ้งขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นร่างพวกเขาล้มไปนอนจมกองเลือดอย่างน่าอนาถ

คุณเป็น?” เด็กสาว พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ นัยน์ตายังคงค้างตึงกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่

ชายในชุดเสื้อกั๊กสีดำ เสื้อแขนสั้นลายโครงกระดูก สวมใส่หมวกกันน็อค พร้อมกับปืนลูกโม่สีฟ้าบนมือเดินผ่านตัวเด็กสาวไป แล้วช่วยหญิงสาวที่ถูกขังไว้ในรถกระบะสีดำออกมาทันทีหลังจากที่เขาจัดการกับสองคนนั้นเสร็จ ร่างไร้วิญญาณทั้งสองถูกลากขึ้นไปในรถเพื่ออำพรางศพในเวลาต่อมา

มาช่วยพวกเราเหร-“

ผมไม่ได้มาช่วยพวกคุณหรอกผมแค่มาถามเส้นทางต่างหากกอร์ดอน พูดขึ้นน้ำเสียงของเขาต่างจากตอนที่อยู่ในร่างของมหาเศรษฐีผู้เสวยสุขในช่วงกลางวัน น้ำเสียงซึ่งฟังดูหนักแน่น เต็มไปด้วยความเฉียบขาด และไร้ความปราณีแม้ว่าตนจะเพิ่งยิงชายฉกรรจ์สองคนไปก็ตาม ท่าทางของเขาดูจะไม่ทุกข์ร้อนรนอะไรกับเรื่องแบบนี้เลยสักนิด

คุณไม่ใช่คนในเมืองนี้ ใช่ไหม?” หญิงสาวผู้เป็นแม่ รีบถลาลงไปกอดตัวลูกสาวของเธอทันใดด้วยสีหน้าตื่นตระหนกและความเป็นห่วง

จะว่าแบบนั้นก็ไม่ผิดนัก ผมแค่มาถามหาเส้นทางชายหนุ่มกล่าวขึ้น พร้อมกับหยิบบางอย่างจากบนมือขึ้นมาแปะไว้ที่รถกระบะคันสีดำ พร้อมกับเริ่มทำอะไรบางอย่างที่ดูแล้วคล้ายๆ กับการติดตั้งระบบอิเล็กทรอนิกส์ ที่หญิงสาวยากจะเข้าใจกับการกระทำของเขา

คุณกำลังจะไปไหน?”

ผมต้องการรู้ที่อยู่ของพวกเขา พ่อค้า ที่พวกเขาว่าน่ะหมายถึงอะไร?” ชายหนุ่ม เอ่ยถาม

คุณคงหมายถึงบาร์เปลื้องผ้าที่นั่นสินะ

หญิงสาวพูดออกมาตามตรง เธอหยิบอะไรบางอย่างจากในกระเป๋าเสื้อของเธอ พลางยื่นให้กับเขา มันเป็นนามบัตรพร้อมกับตัวอักษรสีชมพู พื้นหลังตัดกับสีดำ แน่นอนว่ากอร์ดอนไม่ลังเลที่จะรับมันมาจากมือของหญิงสาวทันทีด้วยความระมัดระวัง

ที่นั้นอยู่ไกลจากถนนนี้ไปสัก 10 ช่วงตึก มันเป็นย่านเล็กๆ มีป้ายสีแดงเขียนเป็นตัวอักษรคล้ายๆ กับภาษาทางเมืองตะวันออก

สาวงามแห่งอาทิตย์อุทัยกอร์ดอน ตอบกลับ

ใช่ๆ ที่นั่นมักจะมีข่าวบุกจับยาเสพติดบ่อยๆ ไม่รู้ว่าทำไมพวกเขาถึงขนมันเข้ามาในเมืองนี้ได้ ทั้งที่มีเทคโนโลยีนับร้อยอย่าง และอัศวินพวกนั้นก็มีคนเดินเฝ้าที่นี่เกือบทุกคืน

เพราะคุณไม่รู้น่ะสิ เบื้องหลังทั้งหมดของที่นี่มันเป็นยังไง

หญิงสาว เงียบกริบเมื่อได้ยินสิ่งที่ชายหนุ่มพูดขึ้น เบื้องหลังของเมืองอันเป็นที่รักของประชาชน กับอัศวินผู้รักความสงบ และผู้กล้าที่ยอมเสียสละให้กับตนเอง ทุกอย่างนั้นย่อมมีเบื้องหลังอันขมขื่นและซับซ้อนมากกว่าที่เธอรู้เสมอ เด็กสาวเริ่มมองมาที่กอร์ดอน ในขณะที่เขายังคงยืนนิ่งและถือปืนลูกโม่สีฟ้าบนมือ พลางมืออีกข้างพลิกนามบัตรไปมา

โอเคผมพอจำได้แล้ว ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ

กอร์ดอน เก็บนามบัตรนั่นเข้ากระเป๋าเสื้อ พลางเดินไปที่รถมอเตอร์ไซค์ที่จอดอยู่แล้วสตาร์ทเครื่องยนต์ วิ่งออกไปจากถนนนั้นทันทีโดยไม่บอกลาหญิงสาวตรงหน้า ปล่อยให้เธอได้แต่ทำหน้ารู้สึกสงสัย และรีบอุ้มลูกสาวขึ้นมาเดินออกจากมุมตึกแห่งนั้นเพื่อพากลับบ้านทันทีอย่างไม่รีรอเวลาที่เดินผ่านไปอย่างช้าๆ ในช่วงค่ำคืน

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

คาโต้ พอจะโทรหาเจ้านั่นติดบ้างไหม?”

เสียงรถมอเตอร์ไซค์ วิ่งไปบนถนนในยามค่ำคืนไร้เสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือ และเสียงไซเรนรถของ กลุ่มอัศวิน ที่วิ่งไปบนถนน เขาพยายามหลีกเลี่ยงถนนเส้นทางหลักๆ ในเมืองและมุ่งหน้าไปยังสถานที่ในนามบัตรที่ได้รับมา พลางทำการติดต่อผ่านทางหมวกกันน็อค ไปหาเพื่อนของตน

ฉันควรเป็นฝ่ายถามแกซะมากกว่า ว่าตอนนี้แกพอรู้รึเปล่าว่าไอ้หมอนั่นมันไปมุดหัวอยู่ที่ไหนกันแน่

แล้วแคทเทอร์ กับแร็บบี้ล่ะ?” ชายหนุ่ม เอ่ยถามในขณะที่ตนเริ่มขี่มอเตอร์ไซค์มาถึงที่อยู่ตามนามบัตร

อ่าไอ้คุณชายนั่นกับเธอ ดูเหมือนจะออกตามหาจนทั่วแล้ว แต่ก็ยังไม่พบ ฉันเดาได้เลยว่าไอ้หมอนั่นมันต้องไปหาแฟนมันอีกแน่นอนน้ำเสียงของคาโต้ ฟังดูรู้สึกหมั่นไส้เล็กน้อย แสดงถึงความรู้สึกอิจฉาที่อีกฝ่ายนั้นมีคนรักก่อนตน ทั้งๆ ที่อายุน้อยกว่าหลายปี

เหมือนว่าฉันจะรู้จักเด็กดีๆ ที่สวยพอจะทำให้นายรู้สึกหมดแรงอยู่นะ สนใจไหม?”

ไม่ล่ะฉันแค่ไม่ถูกกับพวกหญิงค้าบริการที่นั่นเท่าไหร่ พวกเธอควรจะออกไปหาอาชีพดีๆ ทำมากกว่าจะขายร่างกายให้กับคนที่แกและฉันก็ไม่มีวันรู้ว่าเป็นใครคาโต้ ปัดปฏิเสธออกไป หัวหน้ามาเฟียอย่างเขามีข้อกำหนดของตัวเองและแก๊งของเขา การค้าบริการทางเพศไม่ถือเป็นสิ่งที่น่าพิสมัย ในทางกลับกันเขาแทบอยากบี้กะโหลกใครสักคนที่เป็นต้นเหตุทำให้พวกหญิงสาวเหล่านั้นต้องเป็นแบบนี้เลยด้วยซ้ำ

ถึงอย่างนั้นในตอนนี้เขาก็เป็นเพียงแค่นักลอบสังหาร ที่ทำหน้าที่ตามใบสั่ง เช่นเดียวกับคนอื่นๆ ไม่มีอำนาจอะไรที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้มากกว่านี้

โอ้! ฉันไม่ได้บอกสักหน่อยว่าฉันจะเอาพวกเธอมาให้แก…”

หมายความว่าไง?”

ฉันหมายถึง…”

ทันใดนั้นเสียงจากระบบตอบรับการสื่อสารในหมวกกันน็อคก็แทรกเข้ามาในระหว่างนั้น กอร์ดอนจัดการวางสายของคาโต้ไปชั่วครู่ก่อนที่เขาจะเริ่มทำการติดต่อกับคนที่ต่อสายเข้ามาอีกคน ซึ่งไม่แสดงชื่อและภาพใบหน้าของตัวเอง

ทุกอย่างกำลังไปได้สวยดีใช่ไหม?” เสียงจากปลายสายนั้นกล่าวขึ้น

ครับ คงงั้นคุณเฟรดดี้กอร์ดอน ตอบกลับ

ดี ฉันเคยพูดไว้แล้วใช่รึเปล่า ว่าให้ฆ่า ไม่ใช่ทรมาน’”

ครับ ผมทราบเรื่องนั้นดีมากกว่าสิ่งใดๆ บนโลกเลยก็ว่าได้

เยี่ยม! งั้นคราวนี้ฉันขอจ่ายหนักราวสัก 5 เท่า หากว่าคุณทำมันสำเร็จ และพาตัวเธอกลับมาหาเราได้

โอเคครับ

พลันเสียงปลายสายก็เงียบลง กอร์ดอนเปลี่ยนกลับไปติดต่อกับเพื่อนของตัวเองเหมือนเดิม

เมื่อกี้นี้แกวางสายฉันไป 10 วินาที นายจ้างโทรมาหาแกใช่ไหม?”

เริ่มฉลาดขึ้นมาบ้างแล้วนี่ คุณมาเฟียผู้ตกอับ

เฮ้! เดี๋ยว! ฉันไม่ใช่—“

กอร์ดอนตัดสินใจปิดสัญญาณการติดต่อทันทีเมื่อขับมาถึง ชายหนุ่มพยายามลากรถมอเตอร์ไซค์ของตัวเองไปจอดไว้ในที่ๆ ลับตาคน พร้อมกับถอดหมวกกันน็อคของตัวเองออกมาวางบนรถ ซึ่งจุดที่รถจอดอยู่นั้นอยู่ห่างออกไปจากจุดที่เป้าหมาย ของเขาอาศัยอยู่ไม่มากนัก ทำให้การขับรถมอเตอร์ไซค์เข้าไปดูเป็นความคิดที่เสี่ยงตายมากสำหรับนักลอบสังหารอย่างเขา

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ท้องฟ้ายามค่ำคืนอาจสวยงามเท่ากับพระจันทร์เสี้ยว หากแต่การล่านั้นกลับไม่มีความสวยงามเลยแม้แต่น้อย

ย่านสาวงามแห่งอาทิตย์อุทัย เป็นหนึ่งในสถานที่ไม่กี่แห่งในเมืองแกรนด์ โอเวอร์เซียร์ ที่ยังคงมีการค้าประเวณีและการซ่องสุมของพวกอาชญากร และเหล่านักฆ่าอย่างผิดกฎหมายที่ทาง กลุ่มอัศวิน ไม่สามารถทำอะไรได้ นอกเหนือจากการส่งกำลังคนเข้าไปเพื่อดูแลในพื้นที่แห่งนั้น และมีหน้าที่ปกป้องจากพวกนักลอบสังหาร ที่แวบเข้ามาในพื้นที่นั้น

รายงานสถานการณ์ประจำวันนี้ พบเห็นเอ่อรถบรรทุกสีม่วงขนาดใหญ่สองคัน วิ่งผ่านเข้ามาขนส่งสินค้าในวันนี้ พบร่องรอยการต่อสู้และรอยเลือด คาดว่าน่าจะเป็นการปะทะกันระหว่างพวกนักฆ่า และเจ้าของสถานที่ ไม่พบเบาะแสอะไรสำคัญสำหรับพวกนักลอบสังหารที่ผ่านเข้ามาในนี้

ดีมาก แสดงว่าเหตุการณ์ปกติดีไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม?”

กอร์ดอน ฟังเสียงพูดคุยระหว่างที่พวกกลุ่มอัศวินคุยกัน เกี่ยวกับเรื่องการขนส่ง สินค้าของพวกค้าประเวณีภายในเมืองอย่างเงียบๆ ชายหนุ่มเดินไปมาบนถนนใกล้กับที่พวกเขาเหล่านั้นต่างทำหน้าที่เหมือนกับที่พวกนักค้าประเวณีทั่วไปทำกัน

ล็อตที่สั่งไป หวังว่าคงไม่มีปัญหาเรื่องการขนส่งใช่ไหม?” หนึ่งในชายร่างล่ำสัน ใส่เสื้อกล้ามสีดำ และมีเค้าโครงใบหน้าแข็งแรง บ่งบอกถึงพละกำลังของตน พูดกับชายผิวสีใส่เสื้อสีชมพู และใส่ของมีมูลค่าราคาแพงมหาศาล ซึ่งล้วนแต่เป็นเพชรพลอย แหวน และสร้อยคอสีทองอร่ามอันเป็นที่เตะตาของเหล่ามิจฉาชีพเป็นพิเศษ

แน่นอนอยู่แล้ว บิ๊กบอย ฉันอุตส่าห์ถ่อไปไกลถึงที่ ทาเคนาจิบุสึ (Takenajibusui) เพื่อส่งเด็กเอ๊าะๆ พวกนี้มาให้นายโดยเฉพาะเลยนะชายคนนั้น กล่าวตอบพร้อมกับแสดงท่าทางที่ดูน่าเชื่อถือ แม้ลึกๆ เขาจะมีนิสัยที่ชอบตลบแตลงก็ตาม

โอ้! งั้นเหรอ? แจ๋ว!”

กอร์ดอน ยื่นมือขึ้นข้างซ้ายขึ้นไป แล้วเล็งตะขอเกี่ยวยิงขึ้นไปบนชั้นดาดฟ้าบ้านแห่งหนึ่ง แล้วเริ่มสังเกตพฤติกรรมของพวกเขาเหล่านั้น นิสัยการเสพข่าวสารของเขานั้นดูเหมือนจะทำให้การเข้าใกล้ตัวเป้าหมายนั้นเป็นไปตามแผนที่ตนได้วางเอาไว้ ชายหนุ่มพยายามหมอบตัวต่ำลงหลบแสงไฟสปอตไลท์ จากนั้นอาศัยจังหวะที่แสงนั่นเริ่มหันไปทางอื่น แล้วจึงค่อยปีนลงจากที่สูงมาด้วยเสียงฝีเท้าอันเบาหวิว และพื้นรองเท้าช่วยรองแรงตกลงมาได้ โดยที่ตนไม่ได้รับการบาดเจ็บอะไรมากนัก

สินค้าของฉัน และคนของฉันมันคนละเรื่องกันนะ บิ๊กบอยเสียงของชายคนนั้น ดังขึ้นอีกครั้ง ในขณะที่กอร์ดอนสังเกตยามและพวก กลุ่มอัศวิน ที่กำลังเดินมาตามทางที่เขาอยู่ ซึ่งดูเหมือนว่าจะหนึ่งในนั้นจะเริ่มสังเกตเห็นสิ่งผิดปรกติได้แล้วในระหว่างนั้น

แต่ฉันอยากได้นี่ จะยอมจ่ายหนักแค่ไหน แต่ฉันเชื่อว่าผู้ช่วยแกลีลาเธอคงดีแน่ๆชายร่างล่ำสัน พูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความตัณหาจัด

เฮ้ๆ บิ๊กบอย เก็บอาการของนายหน่อย ถ้าคิดจะเอาคนของฉันไปล่ะก็แลกกับของสำคัญบางอย่างด้วยนะ

ชายผิวสีเอ่ยตอบกลับ สีหน้าของเขาเริ่มยิ้มกริ่ม เมื่อเห็นท่าทางของคนตรงหน้า

อะไร?”

อลิซ่า…”

เมื่อชายผิวสีได้เอ่ยออกมา สีหน้าของกอร์ดอนจากปกติ เริ่มกลายเป็นว่าแผนที่เขาได้ตั้งต้นไว้ต้องวางลงทันที และเริ่มคิดแผนการใหม่ขึ้นอีกครั้ง ระหว่างนั้นเองที่หนึ่งใน กลุ่มอัศวินก็ได้เดินหันมาเห็นร่างของกอร์ดอนทันทีในระหว่างนั้นโดยที่เขาไม่ทันได้ระวังตัวเอง

เฮ้-“

กอร์ดอน จัดการสอยคนตรงหน้าด้วยมีดความถี่สูง ที่ตนเป็นคนประดิษฐ์ขึ้นมาเพียงเสี้ยววิ แล้วใช้จังหวะนี้รีบลากร่างไร้วิญญาณนั้นซ่อนไว้ในถังขยะ นับว่าโชคและความเร็วของเขานั้นได้ช่วยชีวิตเขาไว้ได้ทันพอดี ทำให้พวกพ่อค้าทั้งสอง ไม่ทันได้หันมาสังเกตเห็น

อย่างน้อย ฉันคงต้องหาเรื่องมารับผิดชอบกับเรื่องนี้แล้วแฮะ

ชายหนุ่มหันไปสังเกตบริเวณรอบนอก จนพวก กลุ่มอัศวิน เริ่มแน่ใจแล้วว่าไม่มีอะไรผิดปกติ การแลกเปลี่ยนสินค้า ยังคงดำเนินไปเรื่อยๆ มากพอจะทำให้ตนได้เข้าหาเป้าหมายก่อนที่การแลกเปลี่ยนจะสิ้นสุดลง

ว่าไงเล่า จะยอมจ่ายหรือว่าไม่ยอมล่ะ หืม?” ชาวผิวสี ย้ำคำถามเดิมอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ

เอางั้นก็ได้ ถ้าแกต้องการแบบนั้น

ดี

และทันใดนั้น กระสุนแรงดันไฟฟ้าความเร็วสูงจำนวนกว่า 2 นัดจากปากกระบอกปืนลูกโม่สีฟ้าพุ่งเข้าศีรษะชายฉกรรจ์และบอดี้การ์ดข้างตัวชายผิวสีคนนั้น ด้วยฝีมือของกอร์ดอนที่กำลังเดินออกมาจากจุดที่ซ่อนอยู่อย่างโจ่งแจ้งทันที

จัดการเขาชายร่างล่ำสันพูดขึ้นมาสั้นๆ พร้อมกับวิ่งหลบเข้าไปในร้านทันทีเมื่อเห็นร่างของกอร์ดอนยืนอยู่

หนึ่งในบอดี้การ์ด และเหล่าชายฉกรรจ์จำนวนกว่า 5 คน วิ่งออกมาจากร้านพร้อมอาวุธปืนครบ กราดยิงใส่ร่างของกอร์ดอนทันทีอย่างไม่ลังเลใจ เสียงปืนนั้นดังกระหึ่มท่ามกลางความเงียบงันในยามค่ำคืน จนร่างของกอร์ดอนนั้นล้มลงไปเพราะจำนวนคน และกระสุนที่ทะลุผ่านร่างของเขา ก่อนที่จะล้มลงไปนอนจมกองเลือดทันที

เขาตายแล้วใช่ไหม?” หนึ่งในชายไว้หนวดเคราสีดำ หัวล้านเอ่ยอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง

เดี๋ยวก่อนฉันว่ามันรู้สึกแปลกๆ อยู่นะ ใครก็ได้ไปเช็คไอ้หมอนั่นที!”

หนึ่งในพรรคพวกของฝ่ายชายล่ำสัน รีบวิ่งไปเช็คสภาพศพทันทีทันใด ขณะที่ทางด้านบนของร้านได้มีใครบางคนอุ้มร่างของหญิงสาววัย 18 ปี คนหนึ่งอยู่อย่างลับๆ และมุ่งหน้าไปที่รถมอเตอร์ไซค์ของตัวเอง ก่อนจะรีบเบิ่งเครื่องยนต์ขับหนีออกจากพื้นที่แห่งนั้นทันที โดยปล่อยร่างที่นอนแน่นิ่งอยู่นั้นให้พวกเขาตรวจเช็คต่อไป

โดยหารู้ไม่ว่านั้นเป็นแผนการ ที่ชายหนุ่มได้คิดเอาไว้แล้วตั้งแต่แรก

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เสียงระเบิดดังขึ้นอย่างกะทันหัน ในขณะที่กอร์ดอน(ตัวจริง) กำลังขี่รถมอเตอร์ไซค์คันงามของตน วิ่งไปตามถนนด้วยความเร็วสูง อันเป็นการสิ้นสุดงานในคืนนี้ด้วยระยะเพียง 1 ชั่วโมงในการทำภารกิจ

นี่คุณเป็นใครกัน?” หญิงสาวตื่นขึ้น หลังจากที่เธอนั้นถูกช่วยออกมาจากซ่องแห่งนั้น

เงียบๆ ไว้ก่อนเถอะครับ พวกเราไม่จำเป็นต้องเอ่ยชื่อของตัวเองหรอกกอร์ดอน กล่าวก่อนจะเลี้ยวเข้าในซอยข้างๆ ร้านเบเกอรี่ในช่วงค่ำคืนที่ตอนนี้ร้านได้ปิดตัวลงแล้ว

คุณทำได้ยังไง?”

ก็แค่ใช้แผนเบี่ยงเบนความสนใจพวกมัน แล้วก็พาตัวคุณออกมาจากที่นั้นไง เร็วดีใช่ไหมล่ะ?”

เบี่ยงเบนความสนใจ?”

ใช่แล้ว แค่ต้องอาศัยเทคโนโลยีล้ำสมัยเองก็เท่านั้น

ชายหนุ่มพยายามปกปิดเรื่องวิธีการทำแบบนั้น เทคโนโลยีในการสร้าง ร่างปลอม หรือร่างโคลนนิ่ง สำหรับเมืองแกรนด์ โอเวอร์เซียร์ ยังเร็วเกินไปที่จะนำของพวกนี้ไปใช้

ว่าแต่คุณช่วยชีวิตเอาไว้ทำไม?” หญิงสาว เริ่มแสดงอาการหวาดกลัวเมื่อเห็นคนตรงหน้าเริ่มชักปืนลูกโม่สีฟ้าขึ้น แล้วทำท่ากำลังจะลั่นไก

ถามง่ายๆ ก็ผมมาเพื่อ ฆ่า คุณยังไงล่ะครับ

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ปีศาจซ่อนอยู่ในความมืดของฉัน…”

เสียงฟ้าผ่าดังอย่างสนั่นหวั่นไหว ในขณะที่สายฝนยังคงร่ำร้องถึงแสงอาทิตย์ที่จากไปในยามค่ำคืน ในขณะที่ชายร่างอ้วนท้วนในเสื้อแขนยาวสีน้ำเงิน มองดูเด็กหนุ่มนั่งคดอยู่ในมุมมืดของบ้านหลังเก่าๆ แห่งหนึ่ง โดยมันอยู่ห่างออกไปจากตัวเมืองแกรนด์ โอเวอร์เซียร์ ไปมากมาย เกินกว่าที่ไฟฟ้าหรือสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ จะเข้ามาถึง

พ่อครับทำไมพ่อถึงต้องทำแบบนี้กับผม

ฉันไม่ใช่พ่อของแก เจ้าหนูคาโต้ เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบ และเยือกเย็น สายตาปรายไปมองยังร่างที่บริเวณศีรษะแหลกสลาย มีเศษเนื้อกระจายไปบนพื้นและกองเลือดบนพื้นไม้เก่าๆ แห่งนั้น

แกควรจะรีบออกไปจากที่นี่ซะ ถ้าไม่อยากเป็นอาหารโอชะให้กับพวกมัน

ไม่!! ผมจะทิ้งพ่อของผมไว้ไม่ได้ คุณต้องช่วยพ่อผมเด็กหนุ่ม ค่อยๆ คลานเข้ามาหาร่างไร้วิญญาณ มองดูด้วยความหวังที่อยากจะช่วยให้พ่อของตัวเองรอดชีวิตมาได้

จะให้ฉันช่วยพ่อแกยังไงหรือ? ฉันได้รับจ้างวานเพื่อมาฆ่าพ่อของแก ที่ดันเสร่อไปยุ่งกับพวกนักลอบสังหาร เพื่อช่วยเหลือให้แกออกมา ไม่คิดบ้างเลยว่าทำไมการที่ฉันสังหารพ่อแกไป เพราะว่าพ่อแกไม่อยากให้แกได้รับอันตรายจากพวกเขา?!”

เสียงฟ้าร้องดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับห่าฝนที่ตกลงมาและลมพายุโหมกระหน่ำอย่างรุนแรง ราวกับจิตใจอันดำมืดของชายวัยกลางคน คาโต้ เดินสำรวจไปรอบบ้าน มองหาแฟ้มสีขาวตราสัญลักษณ์ กลุ่มอัศวินสีเหลือง ตามที่เขาได้รับมอบหมายจากผู้ว่าจ้างที่เป็นหญิงสาว ไม่เปิดเผยชื่อและอายุของตน

ดูสิว่าเราจะเจออะไรบ้าง…”

คาโต้ ใช้เวลาอยู่นานในการตามหาแฟ้มสีขาวตราสัญลักษณ์ที่ว่าอยู่นาน จนเขาไปเจอมันอยู่ในอ่างอาบน้ำ ที่ข้างในมีร่างของศพที่ใบหน้าถูกฉีกขาดอย่างน่าสยดสยอง ชวนขนลุก คาดว่าน่าจะเป็นผู้เป็นมารดาของเด็กคนนั้น คาโต้สังเกตเห็นว่าเสื้อผ้าและผิวพรรณของเธอดูคล้ายกับเด็กหนุ่มที่เจอเมื่อครู่

เยี่ยมเลยเจอศพอีกหนึ่ง คราวนี้ฉันคิดว่าฉันคงต้องรีบออกจากที่นี่โดยเร็วเลยสินะ

ชายร่างอ้วน เดินออกมาจากห้องน้ำ พลางทันใดนั้นเขาเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติของตัวเด็กหนุ่มทันที ร่างของเด็กนั้นเริ่มค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นอย่างน่ากลัว กลายเป็นอสูรกาย มีรูปลักษณ์คล้ายกับนกแร้ง มีจงอยปากยื่นออกมา

ปีศาจซ่อนอยู่ในความมืดของฉัน!!!”

ทันในนั้น นกอสูรกายตัวนั้นก็คาบร่างไร้วิญญาณบนพื้น พร้อมกับออกตัวกางปีกบินทะลุหลังคาบ้าน พัดร่างของคาโต้ทะลุออกไปนอกหน้าต่างของบ้านไปพร้อมกับแฟ้มสีขาว สร้างความเจ็บปวดให้กับชายร่างอ้วนอย่างมหาศาลแก่บริเวณแผ่นหลังของเขา

เยี่ยมเลยอย่างน้อย แกก็ไม่ได้ฆ่าพ่อของตัวเองสินะ…”

สายฝนเริ่มโหมกระหน่ำมาหนักขึ้น ร่างของนกอสูรได้นำร่างไร้วิญญาณของผู้เป็นพ่อหายไปในเมฆสีดำหนาบนท้องฟ้าอย่างไม่มีวันหวนกลับ คาโต้ได้แต่เดินกลับไปที่รถของตัวเองพร้อมกับแฟ้มสีขาวบนมือ ก่อนจะเร่งเครื่องแล้วรีบขับรถกลับ เนื่องจากเขารู้ว่าสถานที่นี้อยู่ห่างไกลจากเมืองไปมาก และเสี่ยงต่อการที่เขาจะถูกโดนลูกหลงจากพายุเหล่านั้น




15 ความคิดเห็น