Bounty Hunter เพชฌฆาตพันธุ์ดุ [จบ]

ตอนที่ 1 : Mission 0 - Prologue (ปฐมบท) (Re-write)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 510
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    15 ธ.ค. 58

Mission 0 – Prologue

                 จะว่าไปมันก็แปลกดีนะ

                ทั้งๆ ที่โลกนี้มีการทุจริต การฉ้อฉล ยาเสพติด อาชญากรรมอยู่เต็มเมืองแท้ๆ

                แต่ทำไมถึงกลับไม่มีใครรู้เรื่องพวกนั้นเลยสักนิด

                ความมืดอาจเป็นสิ่งน่ากลัว และแฝงไปด้วยอันตรายต่างๆ นาๆ ที่ยากจะคาดคิด

                แต่คงไม่สำหรับชายหนุ่มปริศนาคนนี้

                ความมืดนั้นอาจมีอะไรที่มากกว่าความน่ากลัวเสียอีก

                ปลอกกระสุนลูกซองสีแดงตกกระทบเข้ากับพื้น ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของชายชุดสูทเป็นจำนวนมาก ก่อนที่ร่างเหล่านั้นจะถูกย้อมด้วยของเหลวสีแดงบนตัว พร้อมกับลำแสงจากกระบอกเหล็กแวบขึ้นมาเกิดเป็นเสียงดังสนั่นลึกไปถึงแก้วหู

                “รีบจัดการไอ้สวะนั่นสิวะ เร็วเข้า!!!”

                ชายชุดสูทสบถใส่พรรคพวกที่เหลือของตน ก่อนจะหยิบปืนขึ้นมาระดมยิงไปที่ร่างกำยำตรงหน้าด้วยปืนไรเฟิลและปืนพกสั้นเป็นระยะๆ ก่อนที่หนึ่งในนั้นจะถูกสวนกลับกระสุนลูกปรายเจาะทะลุเข้าที่ตัวและศีรษะ จนลงไปนอนบนพื้นด้วยสภาพเป็นรูพรุนจากกระสุนไปทั้งตัว

                “ลูกพี่!”

                เป็นธรรมดาที่เมื่อมีใครคนหนึ่งตาย ก็ต้องย่อมมีความรู้สึกโกรธเป็นธรรมดา ชายในชุดสูทคนที่สองควานลงไปหยิบปืนลูกซองกระบอกสีแดงทันที หลังจากที่ปืนพกของตนกระสุนหมด หมายจะเป่าสมองของอีกฝ่ายกระจุยในระยะประชิด

                ทว่าไม่นานนัก ชายคนนั้นกลับเป็นฝ่ายที่ต้องสมองกระจุยไปเสียเอง

                เศษเนื้อและเศษสมองกระจายไปบนพื้น ใบหน้าเละจนไม่เหลือเค้าโครงเดิม กลายเป็นเพียงร่างไร้วิญญาณที่นอนตายอย่างอนาถ นี่อาจดูเป็นภาพที่ดูน่าสยดสยองสำหรับผู้ที่เพิ่งเคยเห็นคนตายเป็นครั้งแรก ทว่าสำหรับชายปริศนาผู้นี้แล้วเขากลับไม่เคยสนใจว่าศพพวกนั้นนั้นจะตายด้วยวิธีแบบไหน หรือว่าได้รับแรงจูงใจอะไรถึงทำแบบนั้น

                การปะทะกันดำเนินไปเรื่อย จนกระทั่งเสียงปืนสิ้นสุดลง ชายปริศนาผู้นั้นก็เดินขึ้นไปยังชั้นต่อไป ระหว่างนั้นเองเขาก็ได้บรรจุกระสุนปืนลูกซองบนมือตัวเองไป โดยไม่ได้สนใจร่างที่นอนจมกองเลือด หรือเศษเนื้อที่กระจัดกระจายไปคนละทิศคนละทางสักเท่าไหร่ บางทีลึกๆ เขาอยากจะระเบิดมันทิ้งไปด้วยซ้ำ ทว่าถ้าหากตนเผลอทำแบบนั้น เกรงว่าอาจไม่ใช่เรื่องที่ดีมากนัก จึงตัดสินใจยั้งมือไว้ก่อนที่เหตุการณ์จะรุนแรงไปมากกว่านี้

                [45 นาทีก่อนหน้านี้]

                “ไมค์เสียงใสของหญิงสาว โพล่งขึ้น

                “หืม?”

                ชายหนุ่มหันมามองคู่สนทนาของตน ก่อนพาร่างกำยำอันน่าเกรงขามเดินฝ่าผู้คนไปอย่างง่ายดาย ราวกับพวกเขาหวั่นเกรงเล็กน้อยที่มีชายร่างสูงใหญ่ขนาดนี้เดินเข้ามาในถนน ทว่าเจ้าตัวกลับไม่ได้สนใจเรื่องนั้นมากสักเท่าไหร่

                คิดว่าคืนนี้พวกเขาจะตามล่าพวกเรารึเปล่า?” คู่สนทนาถามด้วยสีหน้ากังวล

                “คงไม่หรอกตราบใดที่ฉันไม่เผลอไปยิงใครพลาดหรอกนะ

                ชายหนุ่มกล่าวทิ้งท้ายกับหญิงสาวปนคำพูดเชิงหยอกเล่นเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะเดินออกมาตามลำพังแล้วจากไปจากจุดแห่งนั้น ปล่อยให้หญิงสาวเจ้าของโดยที่ไม่มีใครรู้ว่า เรื่องที่เลวร้ายสุดๆ กำลังจะตามมาในไม่ช้า

                [กลับเข้าสู่ช่วงเวลาปัจจุบัน]

                เสียงปืนและเสียงกรีดร้องยังคงดังขึ้นมาเป็นระยะ ขณะที่ชายปริศนากำลังเดินผ่านไปด้วยท่าทางห้าวหาญ และรู้สึกสนุกกับการได้ฆ่าคนในตึกอย่างไร้จิตสำนึกใดๆ ทั้งสิ้น เขาควงปืนลูกซองออกมายิงใส่ร่างของชายชุดสูทผู้โชคร้ายคนหนึ่ง ก่อนจะกระทืบซ้ำไปลงบนใบหน้าของผู้เคราะห์ร้ายที่อยู่ในอาการบาดเจ็บสาหัส จากการโดนยิงเข้าที่ต้นขาทั้งสองข้างด้วยความโหดเหี้ยมไร้ความปราณีของตัวเขาเอง ก่อนเดินหน้าต่อไปโดยที่เศษเนื้อยังคงติดอยู่ที่รองเท้าสีดำของตน

                            กลิ่นเขม่าควันปืนกระจายฟุ้งไปทั่วเกือบทุกที่ที่ชายปริศนาเหยียบเข้าไป ปลอกกระสุนหลากสีกระจายเกลื่อนไปทั่วบนพื้นราวกับเศษเหรียญ โดยเฉพาะเจ้าของปืนลูกซองที่สวมเสื้อคลุมสีดำไปทั่วตัว พร้อมกับรองเท้าสีดำที่ถูกย้อมไปด้วยของเหลวสีแดงชานจากศพที่นอนกองอยู่บนพื้นแล้วเรียบร้อย

                ใบหน้าสูงเข้มและเลือดเย็นเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของชายปริศนา เหล่าผู้เคราะห์ร้ายเมื่อเห็นท่าทีไม่ดีจึงรีบชิ่งหนีก่อนทันทีอย่างเอาเป็นเอาตายในระหว่างที่เขากำลังเดินเข้ามาในห้อง ชายและหญิงสาวสองคนรีบคว้าอาวุธปืนไรเฟิลและปืนพกที่อยู่ใกล้มือของตัวเองภายในเสี้ยววินาทีที่ร่างกำยำเดินเข้ามา ทว่าไม่นานนักสมองพวกเขาก็ถูกเป่ากระจุยทันทีโดยไม่ทันได้ตั้งตัว 

                โศกนาฏกรรมยังคงดำเนินต่อไป ศพแล้วศพเล่าที่ถูกยิงเข้าที่หัวและที่ลำตัวจนพรุน ศพแล้วศพเล่าที่ถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยมผิดมนุษย์มนา เลือดที่กระเซ็นไปทั่วพื้นและกลิ่นคาวเลือดกลายเป็นเพียงเรื่องธรรมดาสำหรับเขา รวมไปถึงการหนีตายของเหล่าผู้เคราะห์ร้ายอีกหลายคนที่อยู่ภายในโรงแรมแห่งนี้

               “เร็วเข้า! อย่าให้ไอ้เศษสวะนั่นแตะต้องหัวหน้าได้!”

                นาฬิกาชีวิตเริ่มเดินถอยหลังไปอย่างช้าๆ และไม่มีใครรู้ว่าจะจบลงเมื่อไหร่ บรรยากาศรอบนอกเต็มไปด้วยความกดดัน พร้อมกับแสงสว่างที่ค่อยๆ ดับวูบลง เหลือเพียงแต่ความมืดมิด จนทำให้สถานการณ์เริ่มบีบคั้นให้คนเหล่านั้นต้องเตรียมตัวรับมือกับชายปริศนาที่อยู่ข้างนอกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

                ชายคนหนึ่งรีบคว้าปืนแล้วเตรียมเล็งไปที่หน้าประตู อันเป็นจุดที่พวกเขาคาดว่าชายปริศนาคนนั้นจะเดินเข้ามาข้างใน เพื่อตามล่าพรรคพวกของตน มือที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อแสดงถึงอาการตื่นตระหนกสุดขีดอย่างที่พวกเขาไม่เคยรู้สึกมันมาก่อน

                อีกนิดเดียว

                เสียงฝีเท้าเริ่มย่ำเข้ามาใกล้ขึ้นมากแล้ว พลันสีหน้าของชายชุดสูทร่างอ้วนท้วนผู้เป็นหัวหน้าและเจ้าของสถานที่แห่งนี้ เริ่มรู้สึกกระวนกระวายทันที เมื่อได้รู้ว่ายมทูตกำลังมาพรากชีวิตของเขา ภาพความทรงจำและสิ่งที่ตนเองได้กระทำไว้เริ่มแสดงให้เห็นเด่นชัดขึ้น บัดนี้ชายคนนั้น ทำได้เพียงแค่กุมมือและสวดภาวนาอยู่หลังลูกน้องที่เหลืออยู่ทั้งห้าคนที่เตรียมตัวรับมือกับชายปริศนาที่บุกเข้ามาอย่างอุกอาจ ราวกับสิงโตที่หลุดออกจากกรง พร้อมจะล่าเหยื่อทุกตัวที่มันเห็น

                อีกก้าวเดียวเท่านั้น

                ไม่ใช่เพียงแต่เขาคนเดียวที่ทำเช่นนั้น หนึ่งในชายชุดสูทที่กำลังยกปืนขึ้นเล็งไปที่ประตูทางเข้า ก็เริ่มพึมพำเบาๆ คล้ายกับกำลังสวดมนต์อะไรบางอย่างเพื่อสยบความกลัวและขาที่สั่นเทาของตน ก่อนจะสะดุ้งทันที พร้อมกับสีหน้าซีดเผือก เมื่อเสียงฝีเท้าอันหนักแน่นของชายปริศนาค่อยๆ ย่ำลงไปกับพื้น  

                เตรียมตัวให้พร้อม

                บรรยากาศตกอยู่ในความตึงเครียด ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังดำเนินไปอย่างเชื่องช้า แต่กลับแฝงด้วยความตายทุกวินาทีและทุกฝีก้าว ชายชุดสูททั้งห้าคน รู้ดีว่ากำลังของตนเอง ไม่อาจที่จะจัดการกับชายปริศนาที่มาพร้อมกับปืนลูกซองที่ข้างในบรรจุกระสุนไว้เต็มอัตราศึก พร้อมกับฝีมือการใช้ปืนที่เหนือกว่าคนธรรมดาทั่วไปเกือบหลายเท่า พวกเขาได้แต่หวังรอคอยให้ใครสักคนปลดปล่อยพวกเขาให้ออกจากนรกแห่งนี้ไปเสียที หรืออย่างน้อยก็ขอให้เขาคนนั้นเดินถอยออกไป

                ก่อนที่ทุกอย่างจะหยุดนิ่งลง อันเป็นการเข้าสู่จุดเริ่มต้นของเรื่องราวที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้





 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

15 ความคิดเห็น

  1. #14 mookmik1234 (@mookmik1234) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2558 / 10:40
    เยี่ยมม
    #14
    0
  2. #12 Bloody Rose (@sayurahime) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2558 / 18:00
    น่าติดตามๆ เปิดเรื่องมาก็ว้าวแล้วค่ะ^0^
    #12
    1
    • #12-1 Gaster (@chaos67) (จากตอนที่ 1)
      18 พฤษภาคม 2558 / 08:32
      ขอบคุณสำหรับการติดตามนะครับ ^ ^
      #12-1
  3. #11 Tricket (@nl-san) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2558 / 15:41
    สนุกมากกกกก จะติดตามต่อไป 
    #11
    0
  4. #9 jdee (@jdee) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 เมษายน 2558 / 22:31
    สนุกดีครับ น่าติดตามดี

    ไม่ทราบว่าเคยลากลูกซองเข้าหาใครมาก่อนรึเปล่าครับ

    ปกติลูกซองมีสูงสุด 5 นัดครับ ไม่รวมลูกสำรองนะครับ

    แต่เนื่อหานับว่าน่าสนุกทีเดียวครับภาพที่บรรยายชัดเจนมากเลย สนุกครับ
    #9
    1
    • #9-1 Gaster (@chaos67) (จากตอนที่ 1)
      26 เมษายน 2558 / 12:13
      ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะครับ ^ ^
      เพิ่งรู้มาก่อนนะเนี่ยว่าลูกซองมีสูงสุด 5 นัด นึกว่าจะเป็น 8 ซะอีก ฮ่าๆ

      #9-1
  5. #2 Soy'Zu (@wertypoii) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 มีนาคม 2558 / 19:54

    #2
    1
    • #2-1 Gaster (@chaos67) (จากตอนที่ 1)
      23 มีนาคม 2558 / 21:33
      ขอบคุณสำหรับส่วนของคำผิดครับ
      ขออภัยเป็นอย่างสูง ที่ไม่ได้ตรวจทานให้ดีซะก่อนนะครับ เผลอไปได้ยังไงกัน ฮ่าๆ

      #ผมนี่รู้สึก "อาย" เลยครับ
      #2-1
  6. #1 Arpapon (@nanny2014) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 มีนาคม 2558 / 19:39
    แค่เริ่มก็มันส์แล้ว. บรรยายได้ดีกว่าเดิมเลยค่ะ และเข้าถึงอารมณ์ของการเข่นฆ่าได้ดี 
    #1
    0