ตำนานเทพเจ้ากรีก-โรมัน อมตะเทวตำนาน

ตอนที่ 7 : ฮาเดล พญามัจจุราชแห่งปรโลก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,624
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 52 ครั้ง
    2 เม.ย. 53





ฮาเดล
พญามัจจุราชแห่งปรโลก

       เมื่อกล่าวถึงพี่ชายคนโตแห่งเทพซีอุสไปแล้ว ต่อมาคงไม่พ้นพี่ชายคนต่อมาคือ เทพฮาเดส ซึ่งได้รับอำนาจอันชอบธรรมจากเทพซีอุสผู้เป็นน้องชายให้อำนาจหน้าที่ครอบครองนครใต้พิภพ อันมืดไร้แสงสว่างแต่กลับแวววาวด้วยอัญมณีใต้ธรณี โดยพระองค์เป็นประมุขแห่งขุมนรก โดยมีเหล่าวิญญาณอยู่ภายใต้การควบคลุมของเทพฮาเดส พระองค์ทรงมีอาวุธประจำกายคือ คฑาสองง่าม และหมอกล่องหน

      มาพูดถึงปรโลกอันเป็นอาณาจักรของเทพฮาเดสกันบ้าง เขาว่าอาณาจักรปรโลกของเทพฮาเดสอยู่สุดขอบโลกในความเชื่อของกรีก เมื่อวิญญาณของผู้ที่ล่วงลัีบเมื่อออกจากร่างก็เดินทางมายังอาณาจักรแห่งพระองค์ เทพเฮอร์เมส(ทำหน้าที่คล้ายกับยมฑูต)จะรับวิญญาณและพาเดินทางมายังปรโลก

       พอวิญญาณมาถึงปรโลกแล้วจะพบกับแม่น้ำสายใหญ่ แม่น้ำนั้นก็คือ แม่น้ำสติกซ์ วิญญาณจำต้องข้ามแม่น้ำเพราะบัลลังก์ว่าธรรมของเทพฮาเดสอยู่ฝั่งอีกฟากของแม่น้ำ วิญญาณต้องนั่งเรือแจวของซารอนข้ามแม่น้ำสติกซ์และเข้าเฝ้าเทพฮาเดส โดยวิญญาณต้องเสียเงิน1เหรียญเป็นค่าโดยสาร เมื่อวิญญาณดวงใดไม่มีจำต้องอยู่ที่นี่โดยความทุกข์ทรมานด้วยความเหน็ดหนาวและสิ้นหวัง ในพิธีศพของกรีกจึงมีการวางเหรียญไว้บนปากของศพด้วยเพื่อนำไปเป็นค่าโดยสารเรือของชารอนในปรโลก ชารอนจะพายพาวิญญาณพาแม่น้ำเลเธและให้วิญญาณนั้นดื่มน้ำจากแม่น้ำเพื่อเป็นการชำระล้างความทรงจำของชาติก่อน

      พอวิญญาณมาถึงฝั่งและวิญญาณจะเดินทางมาพบประตูใหญ่ซึ่งเป็นประตูปราสาทที่ว่าราชการของเทพฮาเดส แต่วิญญาณจะต้องพบกันสุนัขเซอร์เบอรัสซึ่งเป็นสุนัข3หัวและมีหางเป็นงู คอยเห่าให้วิญญาณเกรงกลัว แต่มันจะไม่ทำร้ายวิญญาณเหรอ แต่หากมีคนที่ยังไม่ตัวเข้ามาล่ะก็หนีให้ทันโดยด่วนเพราะมันจะไม่ปล่อยไว้แน่ แต่ในตำนานก็เคยปรากฏถึงคนเป็นที่สามารถผ่านเจ้าเซอร์เบอรัสมาได้คือ เฮอร์คิวลิส ออร์ฟิอัส และเจ้าชายเอเนียส (เจ้าชายผ่านโดยใช้ขนมปังล่อไว้...)

     วิญญาณเมื่อผ่านเจ้าเซอร์เบอรัสมาแล้วจะเข้าสู่สถานที่อันเป็นที่ว่าราชการของเทพฮาเดส โดยพระองค์มีขุนนางของพระองค์เป็นคณะตุลาการผู้พิพากษาตัดสินความดีความชั่วของวิญญาณด้วยกัน3ท่าน คือ ราดามานธิส ไมนอส และ อียากัส

        วิญญาณของคนที่ทำความดีพวกท่านทั้ง3ก็จะชี้ทางไปยังทุ่งเอลิชิอันฟิลด์ส ซึ่งเปรียบได้ดั่งสรวงสวรรค์ของคนหลังความตาย (แต่ไม่ใช่สวรรค์ที่เป็นที่สถิตของเทพเจ้า) ส่วนวิญญาณของคนที่กระทำความชั่วก็จะนำไปยังขุมนรกที่เรียกว่า "ทาทารัส"และรับการลงทัณฑ์อย่างทรมาน แต่สำหรับวิญญาณที่ไม่ดีไม่ชั่วก็จะไปยังทุ่งราบแห่งอัสโฟเดล 



ภาพทุ่งเอลิชิอันฟิลด์ส



ภาพทุ่งราบแห่งดอกอัสโฟเดล



ภาพขุมนรกทาทารัส
 
       นอกจากคณะตุลาการแล้ว พระองค์ยังมีเหล่าเทพีมอยเรทั้งสามที่รับใช้เทพฮาเดส ซึ่งมีหน้าที่กำหนดชะตาของมนุษย์โดย ทั้ง3เทพีจะปั่นเส้นด้าย คือ เส้นด้ายแห่งชีวิต โดยมีเทพีทั้ง 3 ดังนี้
    1. เทพีโคลโธ มีหน้าที่ปั่นฝ้ายให้เกิดเป็นเส้นด้าย (กำเนิดชีวิต)
    2. เทพีลาเคซีส ฟั่นด้ายเป็นเชือก (ดำรงชีวิต)
    3. เทพีอะโทรพอส คอยตัดเส้นด้ายนั้น (จบชีวิต)



       เทพฮาเดสนอกจากจะมีเทพและเทพีท่านเหล่านี้เป็นผู้ช่วยในงานของพระองค์ พระองค์ยังมีลูกน้องคนสนิทไว้เรียกใช้งานได้โดยง่ายและเป็นที่ไว้วางใจนั้นคือ เทพทานาทอส เทพเจ้าแห่งความตาย กับ เทพฮิปนอส เทพเจ้าแห่งนิทรา การหลับใหล



      นอกจากเทพเจ้าแล้ว พระองค์ยังมีปีศาจที่คอยรับหน้าที่ลงทัณฑ์แก่วิญญาณบาปอีกด้วย พวกนางคือ "อิรินนีอัส" พวกนางรู้จักกันในนามว่า ภูตพยาบาท ประกอบด้วย
     1. นางอะเล็กโต (ผู้ตามล่า)
     2. นางเมกร่า  (ผู้เครียดแค้น)
     3. นางทิชิโฟเน่  (ผู้ล้างแค้น)

          พวกนางจะตามจับและใช้อาวุธแทงตามร่างของวิญญาณให้ได้รับบาดเจ็บแสนสาหัส และ ทนทุกข์ทรมานเป็นอันมาก (บ้านเราก็คงไม่ตายจากนายนิรยบาล)

     พระองค์ทรงเป็นประมุขแห่งปรโลก แต่กลับไร้ซึ่งพระราชินีเคียงข้าง จึงครองความเป็นโสดมาโดยตลอดทั้งๆที่ เทพซีอุสกับเทพโพไซดอนกับมีพระราชินีเคียงข้างและยังมีชายาเล็กชายาน้อยอีก พระองค์อยู่ท่ามกลางความโดดเดี่ยวมองแต่ดวงวิญญาณที่ลอยผ่านพระองค์ไปดวงแล้วดวงเล่า จนในที่สุดพระองค์ทรงเบื่อจึงปล่อยให้หน้าที่ของเทพตุลาการกับเทพีแห่งชะตาทำหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยแทนพระองค์ พระองค์ทรงราชรถเทียมม้าสีดำเหาะขึ้นสู่พื้นพิภพ พระองค์เจ็บปวดแต่แสงแดดที่กระทบต้ิองดวงตาของพระองค์

   "ข้าเกลียดแสงอาทิตย์เสียจริง มันทำให้ข้าแสบตา..."
   พระองค์ชักม้าอย่างแรงและเหาะลอบใต้กลุ่มเมฆบังเอิญผ่านบริเวณทุ่งดอกไม้ที่งดงามของเทพีเพอร์เซโฟนี พระธิดาแห่งเทพีดิมิเตอร์ โพสพเทพี กับ เทพซีอุส เทพีกำลังเล่นสนุกอยู่กับเหล่านางกำนัลที่เป็นนางพราย
    เมื่อเทพฮาเดสได้ยินเสียงหัวเราะอันสดใสของเทพีเพอร์เซโฟนีก็เกิดความรักขึ้นมา
   "นางนี่เละ ที่จะเป็นพระราชินีแห่งปรโลกคู่กับข้าประมุขแห่งปรภพ"



   พระองค์ขับราชรถลงต่ำจนถึงตัวเทพีเพอร์เซโฟนี และพระองค์ก็ใช้แขนข้างหนึ่งอ้อบกอดนางไว้แน่นและเหาะขึ้นสู่ท้องฟ้า
   "ช่วยด้วย...ใครก็ได้ช่วยด้วย..."
   "ตายแล้ว...นั้นเทพฮาเดสลักพาตัวพระบุตรีทำไงดีพวกเรา"
   "เราต้องไปทูลพระเทพี..."
   ราชรถแห่งเทพฮาเดสเหาะเหินเหนือเหล่าก้อนเมฆ
   "ท่านปล่อยข้านะ..."
   "ข้าจะไม่ปล่อยเจ้า...แม่นางผู้เลอโฉม..."
   เทพฮาเดสจ้องที่ดวงตาของเทพีเพอร์เซโฟนี
   "ข้าชอบแววตาที่สดใสของเจ้า และเสียงหัวเราะมันกังวาลอยู่ในหัวใจของข้า่...แม่นาง"
  ระหว่างทางนั้นเบื้องล่างเป็นแม่น้ำไซเอนี เทพีก็โยนสายรัดเอวลงสู่แม่น้ำ
   "เทพีแห่งแม่น้ำไซเอนีโปรดบอกพระมารดาข้าด้วยว่าข้าถูกเทพฮาเดสลักพาตัวไป..."
   สายรัดเอวล่องสู่แม่น้ำ เทพฮาเดสใช้พลังอำนาจแยกธรณีและลงไปสู่อาณาจักรใต้พิภพของพระองค์ เทพีเพอร์เซโฟนีหวาดกลัว
เทพฮาเดสรีบเร่งราชรถให้เร็วขึ้นไปยังปราสาทที่แสนอลังการที่ประดับอัญมณีที่ระยิบระยับ และเทพฮาเดสให้เทพีประทับในตำหนักหินอ่อนที่โอ่อ่าและต้นไปด้วยต้นทับทิม(มิทราบว่าต้นทับทิมเจริญเติบโตได้ในใต้โลกปราศจากแสงแดด?)

   ทางฝ่ายเทพีดิมิเตอร์ไำม่ทราบว่าพระบุตรีอันเป็นที่รักหายไปนางก็โศกเศร้าทำให้เกิดความแห้งแล้ง ด้วยพระเทพีเป็นเทพีแห่งความเจริญงอกงามของความอุดมสมบูรณ์จึงพาเอาความเจริญสมบูรณ์หายไปด้วย
   "เพอร์เซโฟนีลูกแม่....เจ้าหายไปไหน...."
    พระเทพีทั้งร้องไห้ทั้งเสียใจ และออกตามหาพระบุตรีไปทุกที่ โลกมนุษย์เกิดความเตือนร้อนเมื่อผลไม้และธัญหารไม่เจริญงอกงามแต่กลับเหี่ยวเฉาล้มตายไป 
   "เพอร์เซโฟนีลูกแม่...เจ้าอยู่ไหน..."
    พระเทพีจากร่างของหญิงสาวที่งดงามกลับกลายเป็นร่างของหญิงชราที่ใบหน้ามีแต่ความอมทุกข์ พระเทพีเดินเรียกหาแต่พระบุตรี
      "เพอร์เซโฟนี ลูกอยู่ไหน..."
     ในขณะนั้นพระเทพีผ่านมายังนครอีลูซิส ตอนนั้นเจ้าหญิง  กำลังเดินเล่นอยู่ก็พบกับพระเทพีในร่างหญิงชรานอนสลบอยู่ เจ้าหญิงพามารักษาในตำหนักของพระองค์ เจ้าหญิงเช็ดหน้าเช็ดตัวให้ พระเทพีก็ฟื้นขึ้น
    "ที่นี่มันที่ไหนกัน..."
    "คุณยายค่ะ ที่นี่พระราชวังแห่งนครอีลูซิสค่ะ"
    "พระราชวัง เรามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร"
    "ก็คุณยายมาเป็นลมสลบอยู่หน้าพระราชวังนี่ค่ะ หนูเห็นเข้าเลยช่วยกันพาคุณยายมารักษาที่ตำหนักของหนู"
    "ต้องขอขอบพระทัยองค์หญิงมากเพคะ แต่หม่อมฉันต้องมีเรื่องด่วนต้องทำ"
     "ท่านยายดูอาการท่านยังไม่หายดีเลยนะค่ะ อยู่รักษาตัวสักหน่อยนะค่ะ"
    จากนั้นพระเทพีก็ประทับอยู่ในพระราชวัง ด้วยความช่วยเหลือของเจ้าหญิง พระราชาและพระราชินีก็ให้ความเอาใจใส่เช่นกัน จนพระเทพีมีอาการดีขึ้น

    ระหว่างที่พระเทพีรักษาองค์นั้น พระองค์ก็ได้ช่วยพระราชินีเลี้ยงดูพระโอรสองค์น้อยที่น่ารัก พระเทพีเลี้ยงไปก็คิดถึงพระบุตรีทุกครั้ง วันหนึ่งพระเทพีคิดอยากให้พระโอรสองค์น้อยนี้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงจึงแอบทำพิธีในตอนกลางคืน พระเทพีจุดไฟในเตาผิงและนำพระโอรสนอนลอยอยู่เหนือไฟ พร้อมบริกรรมคาถาไปด้วย ไฟก็แผกเผาร่างของพระโอรส
   "กรี๊ด......................คุณยายบ้าไปแล้วเหรอ"
   เจ้าหญิงที่แอบดูสถานการณ์ก็ตกใจเมื่อเห็นไฟแผกเผาน้องชาย แต่พอองค์หญิงอุ้มน้องชายขึ้นมากับกองไฟได้ก็ประหลาดใจที่ไฟนั้นกลับไม่ร้อนแต่มันกลับเย็นสบาย และน้องชายยังคงหลับนิ่งอยู่และเนื้อตัวก็ไม่มีแผลจากไฟ เจ้าหญิงสัมผัสได้ถึงรัศมีที่จางมาก พอนางหันไปข้างก็ปรากฏว่า หญิงชรากลายเป็นหญิงงาม
   "อะไรกันองค์หญิง...หม่อมฉันมิได้เป็นแม่มดหมอผี แต่หม่อมฉันคือ เทพีดิมิเตอร์...."
   "อะไรนะ..."
   เจ้าหญิงนั่งลงคุกเข่า
    "ขออภัยท่านเทพเจ้า หม่อมฉันมีตาหามีแววไม่"
    พระเทพีลงคุกเข่าเช่นกัน
   "ไม่ต้องมาทำอย่างไรหรอกองค์หญิงผู้อารีของข้า การที่ข้ากระทำต่อองค์ชายน้อยนี้เป็นการช่วยให้องค์ชายเมื่อเติบโตไปจะมีสุขภาพพลานามัยแข็งแรงและจะได้เป็นพระราชาที่ยิ่งใหญ่"
  "ขอบพระทัยท่านเทพเจ้า"

   พระเทพียิ้มและหายองค์วับหายไปพร้อมกับรัศมี พระเทพีออกตามหาพระบุตรีอันเป็นที่รักต่อจนมาถึงแม่น้ำไซเอนี
   "เพอร์เซโฟนี...ลูกแม่เจ้าอยู่ไหน..."
   เทพีแห่งแม่น้ำไซเอนีก็ปรากฎกายขึ้นมา
   "ข้าแต่พระโพสพเทพี ข้าเทพีแห่งแม่น้ำไซเอนีเพคะ"
   "เจ้ามาหาข้ามีเหตุอันใด"
    และเทพีแห่งแม่น้ำไซเอนีก็มอบสายรัดเอวแก่พระเทพี
   "นี่มัน...สายรัดเอวของลูกข้า..."
   "เพคะ พระเทพี วันนั้นหม่อมฉันเห็นพระบุตรีถูกเทพฮาเดสลักพาตัวเพคะ และพระบุตรีก็ฝากสายรัดเอวนี้ให้หม่อมฉันมามอบแก่พระเทพีเพคะ"
   "ที่แท้ ฮาเดสเป็นตัีวการ"
    พระเทพีพิโรธเป็นอันมาก เข้าเฝ้าเทพซีอุสโดยแจ้่งเรื่องที่เทพฮาเดสลักพาตัวพระบุตรีไป เทพซีอุสจึงออกคำขาดว่า
   "หากพระบุตรีไม่กินอะไรในแดนปรภพ นางจะกลับมาอยู่กับเทพีตลอดกาล"

   เทพซีอุสจึงสั่งให้เทพเฮอร์เมสไปรับพระบุตรีมา แต่พระุบุตรีได้กินผลทับทิมไปแล้ว 4 เม็ด เทพฮาเดสจึงไม่ยอมให้พระบุตรีกลับคืนสู่เทพีดิมิเตอร์ เทพซีอุสจึงตัดสินว่า
   "เมื่อเทพีเพอร์เซโฟนีกินเม็ดทับทิมไปแล้ว 4 เม็ดซึ่งข้าเคยกล่าวไปแล้้วหากนางกินของๆแดนปรภพจำต้องอยู่ที่นั้น แต่เห็นแก่ว่าจะเป็นการพรากแม่พรากลูก ข้าจึงขอตัดสินว่า เทพีเพอร์เซโฟนีจะเป็นพระราชินีแห่งปรโลกเป็นเวลา 4 เดือน และกลับมาอยู่เป็นเทพีดิมิเตอร์ผู้เป็นมารดาเป็นเวลา 8 เดือน "

   จากนั้นมาเทพฮาเดสก็ได้เทพีเพอร์เซโฟนีเป็นพระราชินีจนได้ แต่พระองค์ต้องเหงาเมื่อห่างจากพระราชินีอันเป็นที่รักถึง 8 เดือน ต้องยอมให้เทพีเพอร์เซโฟนีไปอยู่เทพีดิมิเตอร์เพราะที่แท้พระเทพีเป็นพระพี่นางของพระองค์ ซึ่งเท่ากับเทพีเพอร์เซโฟนีเป็นหลานสาวแท้ๆของพระองค์เช่นกัน (น้ากับหลานได้กัน...!!!)
   อะไรก็เกิดขึ้นได้ในตำนานเทพเจ้า.... ถึงพระองค์จะรักพระราชินีของพระองค์มากก็ตาม แต่พระองค์ยังมีการนอกใจพอเป็นน้ำจิ้มน้ำจิ้มขำขำแต่ เหล่านางที่ตกเป็นชายาเก็บนี่ซิถึงฆาตทุกคนในน้ำมือของเทพีเพอร์เซโฟนีที่แสนดีและสง่าผู้นี้


   ในตำนานกล่าว่าด้วยความเหงาเดียวดายพระองค์จึงไปกุ๊กกิ๊กกับนางพรายน้ำนามว่า "เลอซี" พระํิธิดาแห่งเทพโอเซียนัส แต่นางกลับอายุสั้นเหลือเกินมาป่วยตาย เทพฮาเดสผู้น่าสงสารจึงเนรมิตร่างของนางกลายเป็นต้นพ็อปลาร์ขาว แต่ความจริงนางเป็นถึงเทพที่มีชีิวิตอมตะแต่กลับมาป่วยเช่นนี้อาจเป็นฝีมือ...........!!! (รู้อยู่แล้วไม่จำเป็นต้องบอก)


      ชายาน้อยองค์ต่อมา เคราะห์ก็มาตกกับนางไม้ผู้แสนสวย นามว่า "มินธี" เทพฮาเดสรักนางมาก เทพีเพอร์เซโฟนี พระราชินีผู้ที่เทพฮาเดสเทิดทูนว่าเป็นพระราชินีที่แสนดีและสง่างาม และกลับมาสังหารนางอันเป็นที่รักโดยมีเทพีดิมิเตอร์ร่วมด้วยช่วยกันเอาซะตายคาที่ เทพฮาเดสกลับถึงร้องไห้ออกมา พระองค์ไม่คิดเลยว่าพระราชินีที่พระองค์เทิดทูนจะมีความโหดร้่ายเช่นนี้ พระองค์เนรมิตร่างของนางไม้มินธีให้กลายเป็นต้นมิ้ท (บ้านเราก็เจ้าต้นสาระเหน่นั้นเละ) ซึ่งกลายเป็นต้นไม้ประจำพระองค์ (คงรักนางมากซิ น่าสงสาร)
    เทพฮาเดสเป็นผู้ที่ไม่ประสบความสำเร็จในความรักเช่นอย่าง เทพซีอุสและเทพโพไซดอน พระองค์คงคิดว่าได้เทพีเพอร์เซโฟนีมาเป็นพระราชินีแล้ว คงจะเป็นพระชายาที่พระองค์จะทุบเทความรักให้ เพราะพระองค์รักและปรารถนาจะดูแลนางและครองคู่กันไปตลอดกาล แต่พระนางแต่เดิมทรงเป็นเทพีผู้น่ารักและสดใส พอมาอยู่กับพระองค์กลับกลายเป็นเทพีผู้มีจิตใจเย็นชาและโหดเหี้ยมเพียงนี้ ดูๆไปก็สมกับตำแหน่งราชินีแห่งปรโลก... แต่ยังไงพระองค์ก็ยังคงนั่งเคียงข้างบัลลังก์แห่งปรโลกด้วยกันตลอดมา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 52 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

155 ความคิดเห็น

  1. #129 ผู้คลั่งเทวตำนาน (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2557 / 23:11
    อืม...ซุสเป็นพี่ชายของฮาเดส ฮาเดสเป็นพี่ชายของดีมีเตอร์ เพอรร์เซโฟเนเป็นลูกของซุส และ ดีมิเตอร์ งง???
    #129
    0
  2. #111 ancient Greek (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 เมษายน 2557 / 08:23
    ลุงกับหลาน ไม่ใช่น้ากับหลาน อ่านมาใหม่นะคะ เพราะเพอร์ซิโฟเน่เป็นลูกของซุสค่ะ
    #111
    0
  3. #85 +!! the prince !!+ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2556 / 01:03
     เพอร์เซโฟนีไม่ได้ขึ้นมาแค่ 3 เดือน แล้วเป็นฤดูใบไม้ผลิหรอ???
    #85
    0
  4. #64 คนทีกูถทิ้ง (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2555 / 12:42
    เรืองนี้ดีมกครับ
    #64
    0
  5. #63 zilos (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2555 / 19:52
     เหอะๆ
    #63
    0
  6. #62 *m_m* (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2555 / 16:25
    จะสงสารใครดี???
    #62
    0