เพียงใจที่เฝ้ารอ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 700 Views

  • 0 Comments

  • 15 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    0

    Overall
    700

ตอนที่ 7 : ตอนที่ 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 59
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    10 ม.ค. 62

บทที่ 6


อาหารเย็นเสร็จเรียบร้อยพร้อมให้ทุกคนได้รับประทาน ในเวลาหกโมงกว่าๆ เกือบหนุ่งทุ่มสองสาวที่ไปอาบน้ำ และไตรนิธิก้เข้ามาในบ้านพักของภาริตและวรภัทรเป็นที่เรียบร้อย ทั้งเนื้อบาบีคิว หอยแมลงผู้นิวซีแลนด์อบชีส ไก่อบพริกไทย สเต๊กปลาแซวม่อน ยำปลาแซวม่อน สลัดผัก และมันบด ถูกวางเรียงอยู่บนโต๊ะ

ทุกคนเริ่มรับประทานพร้อมเปิดเบียร์และพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน วรภัทรไม่พลาดที่จะนำไวน์ออกมาร่วมทานด้วย เพิ่มรสชาติอาหาร

“สาม เราโดนตะแกรงที่ย่างลวกมือ”

ท่ามกลางเสียงที่กำลังคุยกัน นิลเนตรยกแผลที่มือขึ้นให้ชายหนุ่มดู

“ก็นิลไม่ระวังเอง” ตอบอย่างไม่ใส่ใจ

เธอหวังว่าเขาจะถามอาการเธอ ถามเธอว่าเป็นอย่างไรบ้าง หรือว่าเธอด้วยความเป็นห่วงแต่กลับไม่ได้รับอะไรเลนสักอย่าง

เมื่อทุกคนรับประทานอาหารกันเรียบร้อยแล้วหญิงสาวคนที่หนึ่งชวนทั้งหมดเล่นเกม Truth or dare ที่เป็นเกมที่นิยมในวงเหล้าโดยนำขวดเบียร์ขนาดเล็กมาหมุนตรงกลางแล้วให้ทั้งวงช่วยกันคิดว่าจะให้ทำอะไร และถ้าไม่อยากเล่นก็ต้องดื่มก็ต้องกระดกเหล้าที่รินไว้เพรียวๆ หนึ่งแก้วเล็ก

เล่นไปได้หลายชั่วโมงเวลาล่วงเลยเกือบห้าทุ่มทุกคนเริ่มมีอาการมึนเมากัน ยกเว้นภาริตที่คอทองแดง ความจริงแล้วช่วงหลังเขาดื่มหนักจนไม่เมาง่ายไปแล้ว 

เกมดำเนินต่อไปเรื่อยๆ โดยรอบนี้สาวคนหนึ่งตั้งกติกาว่าถ้าใครโดนปากขวดชี้ต้องล้างจาน

ทุกคนลุ้นกันอยุ่หนึ่งอึดใจเพราะทั้งเครื่องครัวที่มาทำ และจานชามมีมากมายก่ายกอจึงไม่มีใครอยากโดน ผลปรากฏว่าปากขวดชี้มาที่นิลเนตร ทำให้หญิงสาวต้องรับหน้าที่นี้ต่อไป

รอบต่อมาปากขวดหันมาที่ชฎาที่หน้าเปลี่ยนเป็นสีชมพูอมแดงจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ พร้อมคำถามจากหญิงสาวคนที่สอง

“น้องดาเคยจูบกับผู้ชายมาแล้วกี่คน”

เกิดเสียงโห่ร้องขึ้นมาจากหลายคนรอคำตอบจากเธอ เช่นเดียวกับภาริตที่หันมามองเธออย่างจดจ่อ

เธอยกแก้วเหล้าขึ้นกระดกรวดเดียวหมดโดยไม่เลือกตอบคำถาม

“ฮั่นแหน่แสดงว่าต้องมีใช่ไหม เล่าให้พี่ฟังหน่อยสิพี่อยากรู้ๆ” เสียงอ้อแอ้จากสาวที่ตั้งคำถามถามเธอ

“เอาไว้ถามรอบอื่นสิยัยแพรว มาๆ ต่อๆ”

หมุนรอบต่อไปก็ยังเป็นเธอที่ปากขวดเบียร์มาหยุดจ่อที่เธออีกครั้ง

“งั้นรอบนี้ร้องเพลงให้พวกพี่ฟังหน่อย”

นิลเนตรเสริมขึ้นบ้าง

“เอาเพลงอะไรดีละคะ” เธอถามความต้องการของพวกหล่อน

“น้องดาถนัดแบบไหนพี่ก็ฟังแบบนี้หละจ๊ะ”

เธอหันไปที่ลำโพงเปิดเพลงเชื่อมต่อทางบลูทูธ แค่จังหวะเพลงขึ้นมาก็ทำให้ทุกคนถึงกับประหลาดใจ

“เฮาแค่ผู้สาวขาเลาะ บ่แม่นผู้สาวขาเรียน

บ่ได้ขยันหมั่นเพียร ปากกาสิเขียนยังได้ยืมหมู่

การบอกการบ้านบ่เคยมี ข้อสอบสิออกบทได๋ยังบ่ฮู้

แต่ที่พอฮู้วันนี้พรุ่งนี้และเมื่อวาน นั้นเป็นบุญบ้านได๋


เพียงแค่จอบแนมซอมเบิ่งอ้ายอยู่ไกลๆ หัวใจน้องนี้ก็มีแฮง

ฮู้ว่าอ้ายมีเขา น้องกะสิบ่ขอแข่ง

บ่อาจสิไปแย่ง แต่น้องขอสแตนด์บาย


ซอมเบิ่งอยู่เด้อ ถ้าหากว่าเธอ นั้นเลิกกันกับเขา

เรื่องของสองเฮาสิเป็นไปได้บ่

บ่ได้เข้ามาเพื่อกดดัน แต่ว่าฉันนั้นแค่รอ

ฟ่าวเลิกกันแหน่เถาะ ผู้สาวขาเลาะ อยากเป็นผู้สาวอ้าย”


(เพลงผู้สาวขาเลาะของลำไยไหทองคำ)

เธอร้องและใส่ท่าทางตามเนื้อร้องอย่างตลกๆ แบบน่ารักลงไปประกอบด้วย เรียกเสียงหัวเราะก่ายกองออกมา บางคนถึงกับขำท้องแข็ง บางคนขำจนต้องเอามือปิดหน้า หรือบางคนอมยิ้มให้กับความรั่วของเธอส่วนบางคนก็ชอบใจถึงขั้นเอาวิดีโอมาอัดถ่าย

“พี่ไม่คิดว่าเราจะรู้จักเพลงแนวนี้ด้วย” นิลเนตรขำไปถามไป

“ตอนแรกก็ไม่รู้จักหรอก แต่พี่ที่รู้จักเปิดกรอกหูตอนอยู่ในวงเหล้าเนี้ยแหละพี่ วนลูปไปสามสี่รอบจนด้าร้องได้เลย”

คิดถึงตอนนั้นที่รุ่นพี่ของเธอที่รู้จักชวนเธอไปดื่ม เปิดแต่ละเพลงมาที่เธอไม่รู้จักเลยซักเพลง

‘อิน้องด้ารู้จักเพลงนี้ไหม’

‘หึ! ไม่รู้จักอะพี่’

‘แล้วเพลงนี้อะ’ เปิดอีกเพลงขึ้นมา

‘เพลงไรอะพี่’ เธอส่ายหน้าเช่นเคย

‘อิน้องด้าแกไปอยู่ไหนมา เพลงเขาออกจะดัง’

จากนั้นรุ่นพี่ก็เปิดเพลงวนซ้ำไปซ้ำมาจนติดหูเธอ

เล่นไปหลายรอบก่อนที่สองสาวที่เป็นผู้เริ่มเกมขอตัวกลับก่อนเพราะพวกเธอดื่มต่อไม่ไหวแล้วเดินกลับไปที่บ้านพักเพราะระยะไม่ไกลมาก

หลังจากนั้นทุกคนเลยมาเล่น Shot game ที่เป็นแอปพลิเคชันในโทรศัพท์ โดยใช้กติกาเดิมหมุนขวดโดนใคร คนนั้นต้องกดปุ่ม Spin ในโทรศัพท์ เมื่อโดนคำสั่งไหนก็ต้องทำตาม

ในตอนแรกก็สลับกันโดนไปเรื่อยๆ จนเริ่มเมามายกันเต็มที่ รอบนี้ปากขวดหันมาหยุดที่วรภัทร เขากดปุ่มให้ข้อความสุ่มขึ้นมา มันกับแสดงคำว่า ‘คนขวามือน่ารักขอหอมหนึ่งที’

ซึ่งคนทางขวาไม่ใช่ใครแต่เป็นภาริตนั่นเอง

“ผมกลัวฟ้าผ่า ผมขอยกซดหนึ่งช๊อตแทนได้ไหมครับ”

ชายหนุ่มหันมาขออนุญาตพวกผู้หญิง

“ฉันสมควรที่ต้องพูดคำนั้น ปากแกสกปรก” ภาริตสวนกลับ

ชายหนุ่มที่กดได้หันมาทำหน้าวิงวอนใส่สาวๆ

“ไม่ได้” เสียงตอบที่พร้อมเพรียงและเป็นเอกฉันท์

ผลสุดท้ายเขาล็อกที่หน้าของภาริต ในขณะที่ภาริตยื้อหน้าออกห่าง ความอลหม่านจึงเกิดขึ้นพักใหญ่ก่อนวรภัทรจะหอมเพื่อนเขาได้สำเร็จ

เล่นไปเรื่อยๆ ปากขวดก็หันมาจ่อที่เธออีกแล้วโดยเธอกดได้คำว่า ‘ผู้หญิงจัดหนักเต็มช๊อตไป’ ซึ่งเธอกับนิลเนตรต้องดื่มคนละแก้ว

“คุณไหวเปล่าเนี้ย ผมว่าพอเถอะ”

ภาริตคว้าแก้วในมือของเธอแล้วดึงออกหลังจากที่เห็นเธอดื่มมาเยอะมากแล้ว

“ฉันโอเคอยู่หน่า” เสียงเริ่มพูดยานยาว

“ผมว่าคุณไม่ไหวแล้วนะ งั้นแก้วนี้ผมดื่มแทน”

เขาก็ยกซดทีเดียวหมดรวด

“อ่าวคุณอยากกินก็ไม่บอก”

พูดอย่างยานๆ พร้อมหันหัวไปซบกับพนักวางแขนโซฟา

ส่วนนิลเนตรมองทั้งคู่อยู่พักใหญ่แล้วหันไปมองไตรนิธิอย่างมีความหวังว่าเขาจะทำเหมือนกับภาริตบ้าง เขากลับหันมามองหน้าเธออย่างงง เธอยกแก้วเหล้าจึ้นกระดกเหมือนตัดสินใจอะไรบางอย่าง การกระทำของหญิงสาวอยู่ในสายตาของวรภัทรทุกอย่าง

เมื่อเห็นว่าทุกคนเริ่มไม่ไหวกันแล้วจึงเลิกเล่นแยกย้ายกันกลับที่พัก นิลเนตรที่โดนคำสั่งในตอนแรกต้องอยู่ล้างจาน ชฎานั่งตะแคงล้มนอนหัวพาดอยู่ที่อยู่ที่พนักพิงเหมือนเด็กน้อยที่แบตเตอรี่หมด

ไตรนิธิหันมาพูดกับนิลเนตรว่า

“นิล เดี๋ยวผมพาน้องดากลับไปก่อนนะ”

แล้วเดินเข้ามาหาหญิงสาวที่หลับบนโซฟา แต่ก่อนที่เขาจะเข้าไปถึงภาริตแทรกตัวเข้ามาโอบเธอให้ขึ้นมานั่งดีแล้วเรียกปลุก ทำให้ไตรนิธิชะงักค้างกลางอากาศ

“ด้าตื่นก่อน คุณสามจะพาคุณกลับแล้ว”

“อืมกลับก็กลับ” เธอตอบออกไปโดยไม่คิดอะไรทั้งนั้น

“แต่คุณนิลยังต้องอยู่ล้างจาน”

“ง่วงอ่ะ”

“เห็นไหมครับว่าน้องดาง่วงมากแล้ว ไปน้องดาเดี๋ยวพี่พากลับ” ไตรนิธิแทรกขึ้น

“ชฎา คุณจะกลับเลยไหม” น้ำเสียงครั้งนี้จริงจังมากเรียกสติเธอกลับมาแป๊ปหนึ่ง

“รอ รอก่อน รอพี่นิล”

ทำท่าจะเอนตัวกลับไปซุกที่พนักพิงอีกรอบ ชายหนุ่มที่โอบเธอไว้รั้งร่างเธอเข้ามาหา หัวของเธอจึงไปซุกที่อกของเขาแทนและเหมือนจะได้ท่าที่สบายกว่าแล้วด้วย

“แต่น้องดาง่วงขนาดนี้แล้วจะกลับพร้อมนิลยังไง” เขาพูดอย่างไม่ยอม

“เดี๋ยวผมขับรถไปส่งเองครับ” แล้วหันมาพูดกลับนิลเนตรต่อว่า “งั้นผมพาดาด้าเข้านอนในห้องก่อนนะครับ ถ้าเสร็จแล้วค่อยไปปลุกเธออีกที นอนตรงนี้มันเมื่อยไม่สบายตัวแล้วก็หนาวด้วย”

พูดจบก็อุ้มหญิงที่หลับปุ๋ยเดินไปทางห้องนอนโดยไม่สนใจคนข้างหลัง

ไตรนิธิทำท่าจะเดินตามไป นิลเนตรจึงต้องเรียกทักเขาไว้

“สาม คุณกลับไปก่อนเถอะ เดี๋ยวนิลล้างจานเสร็จแล้วจะตามกลับไป”

ไตรนิธิหันหลังกลับแล้วเดินออกไปทางหน้าบ้าน เปิดประตูขึ้นรถแล้วขับกลับออกไป

เธอแอบเสียใจกับการกระทำของเขา เวลานี้ดึกมากแล้วอากาศข้างนอกก็หนาวมากแต่ทำไมเขาถึงไม่คิดรอเธอและกลับไปก่อน

“มาครับคุณนิลเดี๋ยวผมช่วยล้าง”

วรภัทรพับแขนเสื้อขึ้นเหนือข้อศอก หยิบจานออกมาล้างน้ำหนึ่งทีก่อนจะส่งให้เธอนำเข้าเครื่องล้างจาน แต่ภาชนะที่เป็นหม้อกระทะใหญ่ต้องนั่งขัดกันยกใหญ่

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณภัทร นิลแพ้นิลล้างเองค่ะ” เธอตอบด้วยความเกรงใจ

“ช่วยกันจะได้เสร็จเร็วๆ ไงครับ อีกอย่างมือคุณเจ็บอยู่ด้วย”

“ขอบคุณค่ะคุณภัทร” เธอรู้สึกถึงความมีน้ำใจของเขา

ส่วนเขาเองก็รับรู้ได้ว่าเธอรู้สึกเช่นไรจึงไม่เอ่ยถึงต่างคนต่างล้างไปอย่างเงียบๆ

ในวันที่เธอผิดหวังยังมีบางคนคอยอยู่ข้างๆ ไม่เซ้าซี้ให้รำคาญ ไม่พูดตอกย้ำให้เสียความรู้สึก แค่นี้เธอก็อุ่นใจมากแล้ว


ชายหนุ่มที่อุ้มคนในอ้อมแขนที่หลับคอพับอยู่ที่อกของเขาวางลงที่เตียงใหญ่อย่างเบามือกลัวจะทำให้เธอตื่น เธอคางอู้อี้ไม่ได้ใจความ เขานั่งข้างเตียงมองเธอนอนหลับตาพริ้ม

หญิงสาวพลิกตะแคงมือพาดที่ขาของเขาก่อนเขยิบตัวนอนหลับคาตักของเขา เขาอมยิ้มให้กับท่าที่เธอนอนคงจะคิดว่าตักของเขาเป็นหมอนหนุนผ่านไปสักพักเขาเดินออกมาที่ห้องครัวพบกับนิลเนตรที่ล้างจานเพิ่งเสร็จพอดี

“เดี๋ยวนิลจะไปตามดาด้านะคะ”

นิลเนตรทำท่าจะเดินไปห้องนอนที่ชายหนุ่มพาหญิงสาวเข้าไปนอน

“ดาด้าหลับไปแล้วครับ ถ้าไปปลุกก็คงไม่ยอมตื่น” ภาริตตอบ

“งั้นนิลควรจะทำยังไงดีค่ะ”

“ให้ดาด้านอนอยู่ที่นี่คืนนี้ก็ได้ครับ”

“เอ่อ...จะดีหรอค่ะ นิลกลัวจะรบกวนคุณภาริตนะคะ”

เธอรู้สึกเกรงใจแต่มากไปกว่านั้นเธอรู้สึกว่ามันไม่เหมาะสมถึงเห็นว่าน้องข้างห้องของเธอจะดูสนิทกับชายหนุ่มตรงหน้าก็จริง

“ไม่เป็นไรครับ ผมทราบว่าคุณเป็นห่วงแต่มันจะไม่เกิดอะไรขึ้นแน่นอนครับ” เขาให้คำสัญญา

“ผมรับประกันให้ครับ”

วรภัทรช่วยพูดเสริมเพื่อนของเขา

“ผมฝากคุณนิลเก็บของๆดาด้ามาให้เธอพรุ่งนี้เช้าทีได้ไหมครับ” ภาริตวานหญิงสาว

“ทำไมไม่ให้ดาด้ากลับไปอาบน้ำบ้านนู้นหละค่ะ” เธอสงสัย

“ผมว่าคำตอบนั้นคุณนิลน่าจะทราบดีนะครับ”

คำของของเขาอาจจะฟังดูกำกวมแต่ทุกคนเข้าใจในความหมายนี้กันดี


วรภัทรขับรถไปส่งนิลเนตรที่บ้านพัก เธอบอกให้เขารออยู่ในรถแป๊ปหนึ่งเพราะเธอจะไปหยิบของของชฎามาให้เลย ขณะที่เดินเข้ามาในบ้านพบกับไตรนิธิเปิดประตูออกมาจากห้องนอนพอดี เมื่อไม่เห็นสาวน้อยกลับมาด้วยเขาก็ถามด้วยความสงสัย

“แล้วน้องดาหล่ะนิล”

“ดาด้านอนหลับอยู่ที่บ้านนู้น”

“นิลปล่อยน้องดาไปนอนที่นั่นได้ยังไง” เขาเริ่มโวยวายเมื่อรู้ว่าชฎาไม่กลับที่พัก

“ทำไมจะไม่ได้” เธอไม่เข้าใจ

“ก็บ้านนู้นมีแต่ผู้ชายไง”

“เขาไม่ทำอะไรดาด้าหรอก”

“นิลรู้ได้ไง ผู้ชายมันก็เหมือนกันทั้งนั้นแหละ”

ผู้ชายเวลาอยากได้อะไรก็คิดที่จะครอบครอง ถ้าเป็นแต่ก่อนเธออาจจะเชื่อในสิ่งที่ชายหนุ่มพูด แต่วันนี้อะไรหลายๆ ทำให้เปลี่ยนความคิด

“ผมจะไปรับน้องดากลับมาเอง”

ชายหนุ่มพุ่งออกไปที่รถ แต่เสียงของหญิงสาวฉุดรั้งเขาไว้

“แต่นี่ดึกแล้ว อีกอย่างคุณภาริตคงไม่ยอมหรอก”

“มันมีสิทธิ์อะไรมาห้าม”

“แล้วคุณมีสิทธิ์อะไรไปพาเธอกลับมา”

เธอเถียงกลับ น้ำเสียงที่ใช่บ่งบอกว่าเริ่มหัวเสียแล้ว

“คุณเห็นดาเหมือนน้องสาว ผมก็เห็นดาเหมือนน้องสาวผมเหมือนกัน อีกอย่างผมไม่ไว้ใจพวกมัน”

เขาเริ่มตระหนักได้ว่าเขาหุนหันเกินไปเริ่มกลัวที่จะถูกจับได้จึงหาข้ออ้าง

“แต่นิลไว้ใจพวกเขา”

ใช่เวลานี้เธอไว้ใจภาริตมากกว่าไตรนิธิ

“ผมไม่เถียงหรอกนะที่คุณจะไว้ใจวรภัทรเพราะเขาเป็นเจ้านายเก่าคุณ แต่ไอภาริตคุณเพิ่งรู้จักเขาแปปเดียวแล้วจะไปไว้ใจมันได้อย่างไร”

กับวรภัทรเขาไม่ได้สนใจอะไรอยู่แล้ว แต่กลับภาริตที่ดูจะสนิทสนมกับสาวน้อยเป็นพิเศษทำให้เขาเริ่มเกิดอาการไม่มั่นใจตัวเองขึ้นมา ซึ่งเขาไม่ชอบเป็นอย่างมาก

“นิลขอเถอะนะ คุณช่วยกลับเข้าไปในห้องก่อนเอาเป็นว่าพรุ่งนี้เราค่อยคุยกันดีกว่าไหม ตอนนี้นิลเหนื่อยมาก”

เธอเดินเข้าไปห้องของชฎาโดยไม่สนท่าทีปฏิกิริยาของเขาอีก เก็บของใช้เล็กน้อยที่สาวน้อยนำออกมา จากนั้นหิ้วกระเป๋าเป้ใบใหญ่ออกไปส่งให้วรภัทร

“คุณโอเคหรือเปล่า” เขาเอ่ยถาม

“ฉันดูไม่โอเคหรอคะ”

วรภัทรพยักหน้าให้แทนคำตอบ

“แผลที่มือเป็นอย่างไรบ้างครับ” เขาถามต่อ

หญิงสาวพลิกมือขึ้นมาดูแอบเปรียบเทียบในใจไม่ได้ว่าระหว่างวรภัทรกับไตรนิธิช่างแตกต่างกันเหลือเกิน ขณะที่คนหนึ่งห่วงใยคอยสอบถามอาการ แต่อีกคนหนึ่งกลับไม่เคยแสดงความเป็นห่วงเลยซักนิด

“ฉันรู้สึกเหนื่อยจังเลยค่ะ เหมือนฉันต้องคอยประคับประคองความสัมพันธ์นี้แต่ฝ่ายเดียว” เธอเริ่มระบายออกมา “ฉันเคยรู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่ได้พบกับเขา ที่เขาสนใจผู้หญิงอย่างฉัน แต่ฉันกลับเข้าข้างตัวเอง มากเกินไป ไม่ใช่แค่ฉันคนเดียวที่เขาคุยด้วย แต่มีผู้หญิงอีกหลายคนที่เขาคุยด้วย”

“แล้วทำไมคุณถึงคุยกับเขาต่อ”

“เพราะฉันคิดว่าฉันอาจจะเปลี่ยนเขาได้ไงค่ะ เป็นความคิดที่โง่ไหม” เธอหัวเราะเยาะตัวเองเบาๆ

“ผมมีตำนานเรื่องนึงมาเล่าให้คุณฟัง ความรักระหว่างคลีโอพัตราและมาค แอนโทนี่เกิดจากเกิดการผูกมิตรเพื่อเป็นหลักประกันความปลอดภัยให้กับชาติอียิปต์

แต่เพราะความสวยและความฉลาดหลักแหลมของเธอทำให้ มาค แอนโทนี่ตกหลุมรักคลีโอพัตราอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ทั้งคู่จึงย้ายกลับมาอยู่ที่เมืองอเล็กซานเดรีย นั่นทำให้อียิปต์มีทหารที่แข็งแกร่งคอยป้องกันบัลลังก์

จึงทำให้ออคตาเวี่ยนผู้ครองกรุงโรมโกรธมาก เนื่องจากมาคแอนโทนี่มีภรรยาแล้วและเธอคนนั้นก็เป็นน้องสาวของเขา สงครามจึงเกิดขึ้นเมื่อออคตาเวี่ยนบุกไปทำสงครามทางเรือกับอียิปต์

ในระหว่างการทำสงคราม มาค แอนโทนี่เห็นว่าจะแพ้จึงส่งคลีโอพัตรากลับเข้าเมืองอเล็กซานเดรีย มีข่าวลือว่าคลีโอพัตราตายแล้ว เขาเสียใจเป็นอย่างมากจึงได้ฆ่าตัวตายตามไป กลายเป็นว่าคลีโอพัตรายังไม่ตายและทันทีที่นางรู้ว่าสามีของนางตายแล้ว นางจึงฆ่าตัวตายตามโดยใช้งูพิษอียิปต์กัดที่หน้าอกข้างซ้าย”

หญิงสาวนิ่งฟัง

“เห็นไหมครับขนาดมาร์ แอนโทนี่เป็นถึงผู้บัญชาการทหารและผู้ปกครองของโรมัน ส่วนคลีโอพัตราเป็นราชินีแห่งอียิปต์ยังฆ่าตัวตายเพราะเรื่องความรัก คุณคิดว่าพวกเขาโง่กว่าไหมครับ”

ตำนานที่เขาเล่าให้เธอฟังทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นอย่างมาก

“ขอบคุณนะคะที่อยู่ฟังฉันบ่นคืนนี้และขอบคุณสำหรับตำนานที่คุณเล่า”

เธอกล่าวขอบคุณแล้วกำลังลงจากรถ

“คนที่รักคุณเขาจะไม่ปล่อยให้คุณรู้สึกว้าเหว่หรือต้องพยายามทำอยู่คนเดียวหรอกครับ”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

0 ความคิดเห็น