เพียงใจที่เฝ้ารอ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 700 Views

  • 0 Comments

  • 15 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    0

    Overall
    700

ตอนที่ 4 : บทที่ 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 68
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    8 ม.ค. 62

บทที่ 3


หลังจากทำงานหนักมาสี่วันติด วันนี้เป็นวันสุดท้ายการทำงานของอาทิตย์นี้ เวลาสองทุ่มที่เลิกงานทำให้ท้องฟ้ามืดสนิทโดยไม่รู้ว่าอากาศทำท่าเหมือนฝนจะตก ชฎาจึงเดินกลับบ้านโดยไม่ได้พกร่มติดมาด้วย ไม่ถึงครึ่งทางฝนก็พร้อมเทลงมาเม็ดใหญ่ ตามทางเป็นบ้านเรือนจึงไม่มีที่ที่สามารถหลบใช้ฝนได้เลย แล้วแถวนี้ก็ไม่มีป้ายรถบัสเช่นกัน ได้วิ่งฝ่าฝนมาเรื่อยๆ จนพบเจ้าแมวอ้วนที่ยืนรออยู่ใต้ชายคาของโรงจอดรถ ถึงแม้จะไม่กว้างมากมายนักแต่ก็เพียงพอสำหรับยืนหลบฝนได้ในอุณหภูมิสิบสี่องศา ทำให้เธอยืนกอดตัวเองที่ชื้นปากสั่นฟันกระทบกันดังกึกๆ

น้ำฝนสาดลงพื้นโดนเจ้าแมวอ้วนที่หลบฝนเช่นเดียวกัน มันจึงร้องเหมียวๆ เรียกร้องความสนใจจากหญิงสาวที่ยืนหนาว เธอจึงอุ้มมันขึ้นมากอดไว้เพื่อให้ความอุ่นแก่ร่างกายตัวเอง ไม่นานนักมอเตอร์ไซค์ที่ฝ่าฝนมาก้เลี้ยวเข้ามา ประตูโรงรถเปิดขึ้นอัตโนมัติจากรีโมทคอนโทล หญิงสาวรีบปล่อยเจ้าแมวลงกับพื้น มันสะบัดน้ำฝนออกจากตัวแล้ววิ่งไปคลอเคลียขาเจ้าของของมันที่กำลังถอดหมวกกันน็อคใบใหญ่สีดำออกจากหัว อุ้มเจ้าแมวอ้วนไว้ที่แขนข้างเดียว จากนั้นเดินไปเปิดสวิตช์ไฟทำให้หญิงสาวเห็นหน้าชายหนุ่มที่เป็นบอสของเจ้าเหมียวอ้วน

“เจ้าอ้วนวันนี้ไปซนที่ไหนมาฮะ”

ชายหนุ่มก้มหน้าลงมาพูดกับแมว มันจึงใช้หน้าไปถูไถกับจมูกของเขา ก่อนที่จะหันมามองหญิงสาวยืนหนาวสั่น

“คุณ!” หญิงสาวมองหน้าชัดๆ ของชายผู้เป็นเจ้าของแมวแล้วจำได้ว่าคือชายที่เคยเจอในห้างที่ขายอุปกรณ์ใช้ในบ้าน “เอ่อ คุณเป็นคนไทยหรอค่ะ ขอโทษค่ะที่ฉันมายืนหลบฝนหน้าบ้านคุณ” หันไปถามเมื่อได้ยินเขาคุยกับเจ้าแมวอ้วน

“จะเข้ามาในบ้านก่อนไหม”

ชายหนุ่มมองมาทางหญิงสาวที่กำลังยืนกอดตัวเองด้วยความหนาวเย็น ไม่ได้ตอบคำถามที่เธอถามมาแต่เลือกที่จะถามต่อ

“เอ่อไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณค่ะ”

ด้วยความเกรงใจและถึงแม้จะเคยเจอกันมาก่อนแต่ก็ถือว่ายังเป็นคนแปลกหน้าอยู่ดี

“ตามใจ” ชายหนุ่มตอบแบบไม่แยแส

เขาเปิดประตูที่เชื่อมโรงรถเข้าไปในบ้าน ยังใจดีที่ไม่ปิดไฟและประตูโรงรถ ทำให้หญิงสาวมีพื้นที่เพิ่มในการหลบฝน

ฝนที่ไม่ทำท่าจะซาลงเลยกลับแรงขึ้นกว่าเดิม ความเย็นของอากาศเมื่อเจอกับฝนทำให้อุณหภูมิยิ่งลดลง ตัวก็เปียกชื้นทำให้ยิ่งหนาวสั่งขึ้นเรื่อยๆ รู้อย่างนี้น่าจะรับคำเชิญเข้าไปหลบฝนข้างใน ชฎาเริ่มบ่นในใจ

“สรุปคุณจะเข้ามาไหม”

ชายหนุ่มเปิดประตูมาอีกรอบพร้อมถามออกมาเสียงเรียบๆ แล้วยื่นผ้าเช็ดตัวสีครีมผืนใหญ่ให้ พร้อมเจ้าอ้วนที่นั่งจ้ำบะอยู่ข้างๆ ประตู

“ขอบคุณค่ะ งั้นฉันขออนุญาตไม่เกรงใจนะคะ”

รับผ้าห่มมาคลุมตัวอย่างรวดเร็วแล้วเดินตามชายหนุ่มเข้ามาในตัวบ้าน

พื้นไม้เคลือบเงาที่ไปทางโทนเดียวกับสีผนังน้ำตาลนู๊ตอ่อน ประตูไม้ขัดสีบานใหญ่มีต้นไม้สีเขียวอยู่ในกระถางสีขาวเงาวาวสองกระถางประกบคู่กันหน้าประตู โต๊ะไม้สีดำด้านบนเป็นหินอ่อนสีขาวอมเทาโดนแจกันใส่ดอกไม้วางทับอยู่ติดกำแพง เก้าอี้สีขาวหมอนสีทองเป็นคู่อยู่ข้างบนเก้าอี้สองตัววางข้างซ้ายและขวาของโต๊ะ เดินผ่านมาจะเป็นห้องรับแขกมี Corner sofa ผ้าสีน้ำตาลอมเทาอ่อนๆ อยู่บนพรมสีขาว ทีวีขนาดใหญ่ติดกำแพงที่ข้างๆ เป็นตู้ไม้วางหนังสือสีดำมัน โต๊ะกินข้าว

สี่เหลี่ยมกระจกใสกับเก้าอี้สีขาวสี่ตัว ที่เชื่อมกับห้องครัว ซึ่งบ้านหลังนี้มีสองชั้น คาดว่าห้องนอนคงจะอยู่ที่ชั้นสอง

ชายหนุ่มเดินไปหยิบน้ำอุ่นๆ มาให้กับเธอที่นั่งอยู่บนโซฟาห้องรับแขก หญิงสาวรับน้ำอุ่นมาดื่มเพื่อให้ร่างกายอุ่นขึ้น

“ฉันชฎาค่ะเรียกว่าดาก็ได้ค่ะ” หญิงสาวแนะนำตัวก่อน

“ครับ”

นี่คือสิ่งที่หญิงสาวได้รับคำตอบ เมื่อเขาไม่คิดจะแนะนำตัว เธอก็หาได้แคร์ไม่หันไปเล่นกับเจ้าแมวอ้วนมาป้วนเปี้ยนอยู่ที่ขาของเธอ

“แมวคุณชื่อเจ้าอ้วนหรอค่ะ”

หญิงสาวพยายามชวนคุยทำลายความเงียบ

“ครับ” ยังคงสอบสั้นๆ คำเดิม


“เจ้าอ้วนพูดไทยก็ฟังออก แล้วภาษาอังกฤษก็ฟังออกด้วยใช่ไหมค่ะ” โดนเกาพุงเป็นอะไรที่เจ้าเหมียวชอบที่สุด

“ครับ”

“เจ้าเหมียวเพศเมียหรอค่ะ”

“ครับ”

“…”

“…”

“กางเกงคุณฟิตหรอค่ะ”

“ทำไม” ชายหนุ่มถามกลับแบบงงๆ แต่สีหน้ากลับนิ่งเฉย

“ฉันก็เห็นแต่พูดคำว่าครับ ครับ ฉันก็นึกว่าคุณใส่กางเกงคับซะอีก โอ๋เอ๋ๆ ล้อเล่นนะคะ” พูดจบก็หัวเราะกับตัวเองคนเดียว

ส่วนอีกคนก็ไปต่อไม่ถูกเช่นเดียวกัน ผ่านไปหลายนาทีก่อนที่ชายหนุ่มเอ่ยปากพูด

“คุณดูสนิทกับแมวของผม” พูดกับหญิงสาวก่อนเบนสายตาไปที่เจ้าเหมียวที่มาอยู่บนตักเธอ

“เจ้าอ้วนก็ดูเป็นมิตรกับทุกคนดีนะคะ”

นึกถึงวันแรกที่เจอ มันเดินเข้ามาให้เกาพุงให้

“มีไม่กี่คนที่มันยอมให้เข้าใกล้ได้”

มันหวงเนื้อหวงตัวยิ่งกว่าอะไร ขนาดเพื่อนเขาที่คบกันมานานมันยังสะบัดตูดใส่มานับครั้งไม่ถ้วน

“เจ้าอ้วนหยิ่งหรอ หยิ่งหรอ หะหะ” เธอหันมาพูดกับเจ้าเหมียวที่อยู่บนตังค์ แล้วนวดลูบไล้ที่คิดวไปยังใบหูของมันสองถึงสามครั้ง

“ผมอยากจ้างคุณมาให้อาหารมันในวันที่ผมกลับดึก”

ช่วงหลังๆ เขากลับบ้านดึกบ่อยขึ้นทำให้เริ่มเป็นห่วงเจ้าเหมียวจากสายตาของเขาเจ้าอ้วนไว้ใจเธอมากถึงให้ความสนิทได้ขนาดนี้ เขาจึงคิดว่าผู้หญิงคนนี้พอที่จะไว้วางใจได้

“ห้ะ คุณไม่กลัวฉันวางยาแมวคุณหรอ”

เธอแปลกใจเป็นอย่างมากที่เขาไว้วางใจคนแปลกหน้าอย่างเธอ

“คุณไม่วางยามันหรอก เพราะถ้าคุณคิดจะวางคนใส่ในขนมที่ให้มันกินทุกวันแล้ว” เขารู้ตั้งแต่ช่วงแรกๆ ที่เธอเอาขนมมาให้เจ้าอ้วน จากนั้นเขาเห็นเธอเอาขนมมาให้แมวเขาบ่อยๆ

“แหะๆ คุณรู้ด้วยหรอค่ะ” ได้แต่หัวเราะแห้งๆ

“แต่ถ้าคุณวางยามัน ผมก็เอาส่วนนั้นไปให้คุณกินเหมือนกัน” เขาพูดพลางกระดกน้ำในแก้วดื่มเข้าปาก

“หูยโหดเหมือนกันน่ะเนี้ย แต่ถ้าชั้นจะตายช่วยจัดศพฉันให้สวยๆ ด้วยน่ะ” พูดจบพร้อมทำมือท่าดอกไม้บานใต้คาง

“ทำไม”

“เพราะฉันจะไปอ้อร้อผีผู้ ผู้ผี”

เขาแทบจะสำรักน้ำกับคำตอบของเธอ

“จะผีผู้ หรือผู้ผีก็ไม่มีใครเอาเธอหรอก” พูดพลางส่ายหัวให้กับคำตอบ

การได้พูดคุยกับเธอทำให้เขารู้สึกทั้งขบขันกับคำพูดตลกๆ ของเธอ ยิ่งพูดคุยยิ่งสนุกกับความคิดในแบบของเธอที่ไม่คิดมาก แปลกๆ ไปบ้างแต่ก็ผสมผสานความน่ารัก สร้างเสียงหัวเราะให้เขาได้ตลอดเวลา ถึงแม้เขาจะทำเพียงกระดกยิ้มที่มุมปาก

ฝนที่เริ่มซาลงในเวลาที่เริ่มดึกขึ้นทำให้เธอกล่าวขอบคุณและอำลาเพื่อที่จะกลับไปที่พัก ชายหนุ่มยื่นเสื้อโค้ตของตัวเองในเธอ ตอนแรกเธอปฏิเสธ ชายหนุ่มจึงให้เหตุผลว่าเสื้อคลุมของเธอยังเปียกอยู่ วันนี้หญิงสาวได้กล่าวขอบคุณชายหนุ่มเชื่อว่าเกินสิบรอบแน่ๆ

“ขอบคุณนะคะที่ให้ยืมเสื้อโค้ตนะคะ แล้ววันหลังฉันจะเอามาคืน แล้วเรื่องแมวของคุณไม่ต้องจ้างฉันหรอกค่ะ ฉันยินดีมาทำให้ถือว่าตอบแทนเรื่องวันนี้แล้วกัน” เดินออกมาสวมรองเท้าผ้าใบสีขาว

“ผมภาริต เรียกผมว่าริตก็ได้ครับ”

อยู่ๆ ชายหนุ่มก็แนะนำตนเองอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ยื่นมือมาทักทาย

“อ๋อค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักน้ะค่ะคุณริต” ถึงแม้จะแอบแปลกใจอยู่บ้างแต่ก้ยื่นยืนไปจับตอบรับ

“บ้านคุณอยู่แถวไหน”

เดินตามหญิงสาวที่หน้าประตูทางโรงรถ

“ฉันพักอยู่อพาร์ทเม้นท์ใกล้ๆ นี่เองเดินไม่ถึงห้านาทีก็ถึงแล้ว คุณไม่ต้องไม่ส่งฉันหรอก” เธอบอกด้วยความเกรงใจ


“เปล่า ผมถามเฉยๆ”

เพล้ง เสียงหน้าสาวตัวเล็กแตกไม่เป็นท่า

“อืมชัดเลยระดับเอชดีละเอียดยิบ งั้นฉันกลับก่อนน่ะ” เธอกล่าวขอตัวทั้งที่อยากจะมุดดินลงไป

“ระวังเหยียบเศษที่แตกน่ะครับ”

ก่อนจะยืนขำสาวน้อยที่รีบเดินจากไป แล้วก้มลงไปมองตามเสียงเหมียวๆ ของเจ้าอ้วน

เมื่อสาวน้อยชฎากลับไปแล้ว อารมณ์ของชายหนุ่มกลับเข้าสู่โหมตเดิม เขามองไปยังกรอบรูปที่คนสองคนกำลังยิ้มอย่างมีความสุดดั่งเช่นวันวานเพิ่งผ่านมา แต่วันนี้รูปนี้มันกลับทำให้เขายิ้มไม่ออก

เธอเดินกลับมาถึงที่พักเป็นเวลาเกือบสี่ทุ่ม ซึ่งนิลเนตรสาวรุ่นพี่ข้างห้องก็ยังไม่กลับมาจากที่ทำงาน เพราะกว่าร้านอาหารจะปิดเป็นเวลาสามทุ่ม แล้วต้องเคลียจานทำความสะอาดครัวเสร็จเกือบห้าทุ่มแทบทุกวัน ทำให้เขากลับมาถึงห้องก็ปาไปห้าทุ่มกว่าๆ

หญิงสาวถอดเสื้อโค้ตของชายหนุ่มที่ให้ยืมมาพลางยิ้มเบาๆ อย่างรู้สึกอุ่นใจประหลาด ถึงแม้ในช่วงแรกเขาดูไม่ค่อยอยากจะสนทนาด้วยซักเท่าไหร่ทำให้เขาดูเป็นผู้ชายเย็นชาที่ไม่ค่อยแคร์โลก หญิงสาวสัมผัสได้ว่าชายหนุ่มมีเรื่องในใจบางอย่างทำให้สร้างกำแพงที่กั้นคนอื่นไว้ พอคุยไปเรื่อยๆ กลับรู้สึกว่าเขาดูใส่ใจกับคนรอบข้าง



บ่ายวันศุกร์ของสัปดาห์หนึ่งชฎาและนิลเนตรไม่ต้องทำงาน รุ่นพี่สาวจึงชวนเธอมาทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ ของหล่อนที่พาออกไปเล่นบาสเกตบอลด้วยกัน ถึงแม้เธอจะเล่นไม่เป็นแต่ก็ถูกลากให้มาร่วม สนามบาสใช้เวลาเดินประมาณสิบนาที้ป็นลานโล่งๆ ที่มีต้นไม้อยู่รอบข้างกับสนามเด็กเล่น ผู้คนที่เข้ามาร่วมเล่นด้วยมีประมาณสิบสามคน จากนั้นก็แบ่งเป็นสองทีมโดยทีมละเจ็ดคนกับหกคน แล้วแบ่งย่อยลงไปอีกกลายเป็นทีมละสามคน มีทีมหนึ่งมีสี่คน

ทีมของเธอมีสามคนได้แก่ นิลเนตร สาวไต้หวัน และเธอ ในรอบแรกสองทีมแรกเริ่มเล่นก่อน ด้วยความดุเดือดเอาชนะกันแบบเชือดเฉือน มาถึงรอบทีมของเธอ เธอผู้เล่นไม่เป็นทำได้เพียงยืนห่างๆ แล้วรับลูกบ้างในบางครั้งที่ลูกเด้งมาทางเธอ

ปั๊ก! ผู้ชายคนหนึ่งชนเข้าที่ตัวเธออย่างแรงด้วยรูปร่างที่สูงเกือบร้อยแปดสิบเซนติเมตรทำให้เธอแทบกระเด็นล้ม เธอเลยเดินไปอีกทาง เล่นไปอีกพักนึงลูกลอยมา เธอเอื้อมมือขึ้นไปรับแต่อยู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนถูกโอบจากด้านหลังจึงหันขึ้นไปมอง เป็นชายคนเดียวกับที่ชนเธอเมื่อตะกี้นี้

โชคดีที่เวลาหมดลงเธอจึงเดินเลี่ยงออกมาพูดคุยกับเพื่อนคนอื่นๆ จนการแข่งขันจบทุกคนเริ่มทะยอยเดินกลับนิลเนตรกำลังคุยอยู่กลับเพื่อนต่างชาติ ส่วนเธอเองก็แยกย้ายกับเพื่อนที่เธอรู้จักเรียบร้อย อยู่ๆ ก็มีคนมาสะกิดไหล่ของเธอ

“ชื่อน้องดาใช่ไหมครับ พี่ชื่อสามน่ะครับ เมื่อกี้ขอโทษด้วยที่ชนน้องดา เจ็บไหมครับ” แนะนำตัวเสร็จก็เอามือวางลงที่ไหล่ของหญิงสาว

สามหรือไตรนิธิ หนุ่มหล่อคมเข้มที่มาเรียนปริญญาโทที่นี่ ลูกชายของนักธุรกิจ เป็นหนุ่มเสเพลที่มีแต่ผู้หญิงวิ่งเข้าหา ด้วยความเป็นหนุ่มหล่อเจ้าสำอาง ทำให้เธอได้ยินข่าวบ่อยๆ จากเพื่อนที่ทำงานด้วยกันว่าเขาควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าในแต่ละเดือน

“ไม่เป็นไรค่ะ ไม่เจ็บหรอกค่ะ”

เบี่ยงไหล่หลบจากมือของชายข้างหน้า

“ชอบเล่นบาสเก็ตบอลไหมเดี๋ยวพี่สอนให้” ชายหนุ่มชวนเธอคุยต่อ

“ไม่ชอบหรอกค่ะ แต่โดนลากมา” ตอบไปตามความเป็นจริง

“พี่ขอไอจีเราหน่อยได้ไหมครับ”

เขายื่นโทรศัพท์ให้หญิงตรงหน้า

“เอ่อ ได้ค่ะ”

ที่จริงแล้วเธอรู้สึกไม่ค่อยอยากให้ซักเท่าไหร่ แต่ก็พิมพ์ชื่ออินตราแกรมส่งให้ไปอย่างเลี่ยงไม่ได้

“อ่าวนี่รู้จักกันแล้วหรอ นี่น้องด้าที่เราเล่าให้สามฟังไง”

หลังแยกกับเพื่อนต่างชาติ นิลเนตรเดินเข้ามาหาไตรนิธิและชฎา

“อ๋อน้องดาด้าที่อยู่ห้องเดียวกับนิลอ่ะน่ะ ยินดีที่ได้รู้จักน่ะครับ หวังว่าเราคงได้เจอกันบ่อยขึ้น” ขยิบตาใส่เธอก่อนจะหันไปหาสาวรุ่นพี่ของเธอ “ก็ไปหานิลที่ห้องไงเล่า”

“แล้วไป กับคนอื่นสามจะไปเจ้าชู้ยังไงก็ได้น่ะ แต่น้องดาห้าม นิลหวงมาก”

เพราะรู้ดีถึงความเจ้าชู้และความหลี่สาวของอีกฝ่ายจึงแกล้งพูดเล่นๆ ห้ามปรามออกไป

“สามรู้ว่านิลเห็นน้องดาเป็นน้องสาว สามก็เห็นน้องดาเป็นน้องสาวสามคนนึงเหมือนกัน”

แล้วส่งยิ้มกรุ้มกริ่มมาให้เธอ แต่เธอก็ทำเมินเหมือนไม่เห็นอะไรทั้งนั้น

“พี่นิลค่ะงั้นด้าขอตัวกลับก่อนนะค่ะ” เธอเอ่ยปากขอตัวกลับเพราะอยากที่จะไปจากตรงนี้

“อ่าวไม่ไปหาอะไรกินกับพี่ด้วยกันหรอ หรือจะให้สามไปส่งไหม”

รุ่นพี่สาวชวนไปหาอะไรทานต่อที่ห้าง ก่อนเสนอให้ฝ่ายชายไปส่งที่พัก

“ด้ายังไม่ค่อยหิว เชิญพวกพี่ตามสบายเลยค่ะ ด้าไม่อยากเป็นกอขอคอค่ะ ฮาฮ่า”

เธอหัวเราะกลบเกลื่อนแต่ในความหมายเพื่อให้ฝ่ายชายรู้จุดยืนในความชัดเจนของสถานะ

หลายสัปดาห์ผ่านไปในช่วงเทศกาลวันอีสเตอร์ คอลเลจหยุดเรียนเพื่อให้ผู้เรียนออกไปทำกิจกรรม สิ่งหนึ่งที่ชฎาชอบมากเป็นพิเศษนั่นก็คือ Sale ของแทบทุกอย่างลดราคาหลายเปอร์เซ็นต์ทำให้เธอออกไปช็อปปิ้งตั้งแต่บ่ายถึงเย็น

กลับมาถึงห้องจึงรู้ว่านิลเนตรชวนเพื่อนๆ มาจัดปาร์ตี้ที่

อพาร์ทเม้นท์ห้องของพวกเธอ มีคนที่เธอรู้จักบ้าง ไม่รู้จักบ้าง รวมตัวเธอด้วยแล้วก็ประมาณแปด ไตรนิธิไม่พลาดที่จะมาร่วมปาร์ตี้

เธอนำของที่ซื้อมาไปเก็บในห้อง แล้วเดินออกมาช่วยรุ่นพี่ข้างห้องทำกับข้าวไว้ทานในงาน เธอรับหน้าที่ปิ้งอย่างอยู่หน้ากระทะไฟฟ้า พลิกเนื้อไปมา ทั้งเนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อวัว ส่วนนิลเนตรกำลังทำน้ำจิ้ม

เวลาประมาณหนึ่งทุ่ม เพื่อนๆ เริ่มทยอยเข้ามาเพิ่ม บางคนหิ้วอาหารเข้ามา บางคนหิ้วเบียร์ ไวน์ เข้ามา หลังจากอาหารพร้อมแล้วทุกคนก็เริ่มล้อมวงพูดคุยและรับประทานกันอย่างสนุกสนาน เมื่อเนื้อเริ่มหมดเธอจึงเดินไปปิ้งเนื้อต่อที่หน้าเตาเพื่อให้ทุกคนได้ทานแบบไม่ขาดตอนและต้องการที่จะพักเบรคดื่มเบียร์ คืนนี้เธอดื่มไปหลายขวดแล้วทำให้เริ่มมึนๆ เล็กน้อย อยู่ๆ ก็มีแก้วไวน์ยื่นมาทางเธอ

“ขอบคุณค่ะพี่สาม แต่ถ้าดื่มมากกว่านี้ได้มีคนลำบากเก็บศพดาแน่ๆ”

หลังจากพูดคุยกับนิลเนตรเรื่องไตรนิธิจึงได้รู้ว่าทั้งคู่ยังแค่คุยๆ กันอยู่ยังไม่ได้คบกัน แต่ดูเหมือนรุ่นพี่ของเธอจะชอบชายหนุ่มมาก เธอจึงไม่อยากให้ตัวเองรู้สึกอคติกับเขา

“พี่จะอาสาเป็นคนนั้นให้เองครับ ลองดูสิครับรสชาติดีมากเลยน่ะ”

“ใจบุญสุนทานจังเลยค่ะ” แอบค่อนแคะชายตรงหน้าไปเล็กๆ

“กับคนน่ารักอย่างน้องดา พี่เป็นให้ได้ทุกอย่าง”

เขาส่งยิ้มแบบมีเล่ห์นัยมาให้พร้อมเดินเข้ามาใกล้เธอในระยะประชิดตัว

“งั้นดาขอเก็บศพตัวเองก่อนดีกว่าค่ะ ฝากด้วยน่ะค่ะ” เธอจึงรับแก้วไวน์แล้วกระดกรวดเดียวหมดเกลี้ยง เบนตัวออกห่างเดินหนีกลับเข้ามาในวงปาร์ตี้ ก่อนจะตะโกนบอกไปว่า “ทุกคนค่ะวันนี้พี่สามลงมือทำบาบีคิวให้พวกเรากินกันค่ะ”

จากนั้นเสียงเฮพร้อมเสียงปรบมือก็ดังขึ้นทุกคนหันไปหาไตรนิธิที่กำลังยืนถือที่ปิ้งหน้าเตา

เขายิ่งรู้สึกชอบใจสาวน้อยคนนี้มากขึ้น ยิ่งเธอหลบหลีกเขา ยิ่งเธอไม่ยอมเล่นไปกับเขามันทำให้ปลุกความเป็นผู้ล่าในตัว ให้ความท้าทาย ในขณะที่ผู้หญิงคนอื่นพร้อมที่จะเป็นฝ่ายเข้ามาหาเขาก่อน ลองมาดูกันว่าเหยื่อตัวนี้จะมาสยบต่อเขาหรือป่าว

หลังจากนั้นเธอไปบอกนิลเนตรว่าขอออกไปสูดอากาศซักหน่อยเพราะรู้สึกมึนเล็กน้อย แต่อาการมึนเริ่มหนักขึ้นเธอไม่รู้ว่าไวน์ที่ชายหนุ่มนำมาให้ดื่มมีแอลกอฮอล์ขนาดไหนแต่คิดว่าคงไม่น้อยทีเดียว ทั้งสายตา รอยยิ้ม และคำพูดทั้งหลายของชายหนุ่มนามว่าไตรนิธิทำให้เธอเกิดความรู้สึกอึดอัดเป็นอย่างมาก

เสื้อกันหนาวตัวหนาอยู่บนร่างเล็กกำลังเดินไปเรื่อยๆ ถนนที่ค่อนข้างเงียบผู้คนอยู่กันแต่ในบ้านหลบความหนาวเย็น จนกระทั่งเดินมาเจอเจ้าแมวอ้วนที่อยู่ริมระเบียงมีกระจกใสกั้นอยู่ ร่างอ้วนตุ้บกระโดดลงมาหาหญิงสาว มันเข้ามาคลอเคลียออดอ้อน

หลายอาทิตย์ที่ผ่านมาเวลาหลังจากที่เธอเลิกงานหน้าที่อีกหนึ่งอย่างที่เธอได้รับมอบหมายคือเดินมาให้อาหารเจ้าแมวอ้วนทุกวัน บางวันเธอเจอกับเจ้านายของมันบ่อยขึ้นทำให้เธอเริ่มสนิทใจกับเขาเพราะเธอวันไหนที่เจอเขา เธอจะมีเรื่องมาเล่าให้เขาฟังเต็มไปหมด ส่วนมากจะบ่นให้ฟังซะมากกว่า บอสของเจ้าเหมียวก็ทำหน้าที่เป็นผู้รับฟังที่ดีและให้คำปรึกษาหรือชี้แนะในบางเรื่อง ส่วนบางวันก็ไม่เจอ

เจ้าเหมียวนอนโชว์พุงให้เธอท่าเดิม เธอย่อตัวลงไปเกาพุงไล่ขึ้นไปที่คางให้มัน มันทำท่าเคลิ้มมาก

“มาตามล่าไข่อีสเตอร์หรอคุณ”

เสียงทักทายชายหนุ่มดังมากจากบนระเบียง ทำให้สาวน้อยหันขึ้นไปมอง

“อ่าวคุณอยู่บ้านหรอค่ะ ฉันไม่ล่าให้เหนื่อยหรอก ฉันมารอกระต่ายอีสเตอร์ต่างหาก จะได้ขอทีเดียวไข่หลายๆ ฟอง”

“หึหึ” เขาหัวเราะในลำคอ

“แต่ถ้าคุณจะใจดีมอบไข่เจียวให้ฉันซักสองฟองได้ไหม”

พร้อมทำหน้าวิงวอนและชู้มือขึ้นสองนิ้ว

ภาริตเปิดประตูให้หญิงสาวเข้ามาเดินนำไปที่ห้องครัว เปิดตู้เย็นหยิบไข่ออกมาสองฟองตอกไข่แล้วใส่แครอท ข้าวโพด และถั่วลันเตา หยอดเครื่องปรุงรสเล็กน้อย แล้วเทลงไปในกระทะที่มีน้ำมันกำลังเดือด เมื่อไข่สุกก็นำขึ้นบนจานที่มีกระดาษทิชชู่ แผ่นใหญ่รองซับน้ำมัน แล้วผัดบล็อคเคอร์รี่ให้อีกจานหนึ่ง ข้าวสวยแช่แช็งในถ้วยถูกเวฟเรียบร้อยใส่จานสีสีดำเสื้อแมตดูหรูมาพร้อมเสิร์ฟ

“โอ้โหน่ากินมาก อื้มอร่อยด้วยอ่ะ ไม่น่าเชื่อว่าคุณจะทำกับข้าวเก่งน่ะเนี้ย”

เธอไม่รีรอตักข้าวเข้าปากอย่างรวดเร็ว ถึงแม้จะเป็นกับข้าวที่ดูหน้าตาธรรมดาแต่รสชาติอย่างกับเชิฟ

“ทำไมดึกขนาดนี้แล้วคุณยังไม่ทานข้าว” เขาถามหญิงสาวที่เคี้ยวตุ้ยๆ ไม่ห่วงสวยและเก็บอาการหิวอะไรทั้งนั้น

“ขอโทษนะคุณที่ฉันมารบกวนตอนดึก คือห้องฉัน รุ่นพี่ข้างห้องจัดงานปาร์ตี้มันก็สนกดีน่ะ แต่ผู้ชายคนนึงทำฉันรู้สึกอึดอัดมาก” คำว่ามากเธอจงใจลากเสียงให้ยาวเพื่อว่าเจตนารมณ์

“อืมรู้ตัวด้วย”

พร้อมส่งกระดาษทิชชู่ให้หญิงสาวเมื่อเธอพูดไปกินไป

“นี่คุณริต ฟังฉันเล่าต่อก่อนสิ” เพราะโดนขัดเลยทำให้อารมณ์เธอขาดตอน ชายหนุ่มยักไหล่เป็นเชิงให้เธอพูดต่อ “คือเขาเป็นคนคุยของรุ่นพี่ที่ฉันสนิทด้วยแต่เขาชอบส่งสายตาแบบชวนอึดอัดมาให้ฉันอ่ะ นี่ฉันไม่ได้คิดไปเองน่ะ”

“แล้วคุณจะทำยังไงต่อ” เขาถามต่อ

“ฉันก็คงจะอยู่ห่างๆ เขาไว้ให้มากที่สุด เดี๋ยวถ้าเขารู้ว่าฉันไม่เล่นด้วยเขาก็คงไปเองแหละมั้ง”

วิธีนี้น่าจะดีที่สุดเพราะเธอไม่อยากให้เกิดความแตกหักถ้านิลเนตรเกิดตกลงคบกับไตรนิธิ

“ผู้ชายประเภทนี้ไม่ยอมถอยง่ายๆ หรอก ผมว่าใจคุณจะลอยตามเขาไปก่อนน่ะสิ” เขาบอกไปตามความรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้ไม่ยอมหยุดแน่ๆ

“ฉันใส่กุญแจล็อคใจฉันไว้แล้วไม่ลอยไปไหนง่ายๆ หรอก แล้วคุณหล่ะปล่อยใจไปให้แฟนคุณกี่คนแล้ว”

ชี้ไปที่หน้าอดข้างซ้ายแลบปรบมือครั้งนึงทำท่าเหมือนหัวใจอยู้ในนั้น ถามกลับไปที่ชายหนุ่ม

“แล้วคุณหล่ะ”

เขาเงียบไปพักนึงหวนนึกถึงอตีดที่ผ่านมาก่อนหันไปถามเธอ

“ให้ทาย”

เธอรู้ว่าเขาคงไม่อยากพูดถึงเรื่องส่วนตัว เธอเลยไม่เซ้าซี้

“ผมว่าคุณไม่เคยมีแฟน”

“ฉันเคยมีย่ะคนหนึงสมัยมอต้น”

ยิ้มออกมาอย่างมั่นๆ ยกขึ้นหนึ่งนิ้ว

“น่าภูมิใจมาก” เขาพูดแกมหมั่นไส้เล็กน้อย

“ช่าย” หันไปสนใจกับข้าวตรงหน้า ทานต่อจนข้าวหมดจานกับข้าวไม่เหลือทิ้งสักอย่าง ชายหนุ่มทำหน้าอึ้งๆ กับภาพตรงหน้าเพราะไม่คิดว่าหญิงสาวตัวเล็กๆ จะซัดหมดเกลี้ยงขนาดนี้

“เขาเรียกว่ากินแบบอุตสาหกรรมชนชั้นแรงงาน” พูดจบก็หัวเราะแบบไม่อาย

เมื่อทานเสร็จแล้วชายหนุ่มเอาไปล้างให้ เธอไปนั่งรอที่โซฟาในห้องนั่งเล่น การกระทำเล็กๆ น้อยๆ ของเขาสร้างความปลื้มใจให้กับหญิงสาว ฤทธิ์แอลกอฮอล์และความหนังท้องตึงทำให้เธอง่วงนอนเป็นอย่างมากคิดว่าพักสายตาซักสิบนาทีแล้วค่อยกลับ แต่กลายเป็นว่าหลับลึกหลับสนิทหลับยาว

ล้างจาน ช้อน และอุปกรณ์ทำความสะอาดเสร็จเดินออกมาหาหญิงสาวที่ห้องนั่งเล่น แต่สาวน้อยหลับพริ้มไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรแล้ว จึงจัดท่าให้เธอนอนสบาย เดินไปหยิบผ้าห่มบนห้องลงมาห่มให้กับเธอ และเพิ่มอุณหภูมิฮีทเตอร์ในห้องให้อุ่นขึ้น แล้วเดินกลับขึ้นชั้นสองไป เจ้าเหมียวอ้วนกระโดดขึ้นมานอนใกล้ๆ ราตรีที่เงียบเหงานี้กำลังผ่านไปเป็นวันใหม่

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

0 ความคิดเห็น