เพียงใจที่เฝ้ารอ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 700 Views

  • 0 Comments

  • 15 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    0

    Overall
    700

ตอนที่ 11 : ตอนที่ 10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 67
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    12 ม.ค. 62

ตอนที่ 10


เวลาเกือบเที่ยงคืนถนนแถวนี้ไม่มีรถวิ่งผ่านต้นไม้นิ่งสงบไร้การเคลื่อนไหวของสายลม ภาริตจอดมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ไว้หน้าอพาร์ทเม้นต์ของหญิงสาว

“ทำไมถึงเดินไปขึ้นรถกับมัน”

เขาถามขึ้นเนื่องจากตอนที่เขาขี่รถสีดำคันใหญ่กำลังจะเลี้ยวเข้ามาสู่เขตรตัวร้าน เขาเห็นชฎาเดินตามไตรนิธิไปขึ้นรถ เขารีบจอดรถเดินตามไปจากนั้นก็ปรากฏภาพที่ไตรนิธิโน้มตัวไปจูบหญิงสาวที่เบาะทำให้เขาฟิวส์ขาด

“พี่สามบอกว่าพี่นิลให้เขารับฉันกลับบ้านด้วย” เธอบอกตามที่ไตรนิธิบอกกับเธอ

“แล้วคุณก็เชื่อมัน”

หญิงสาวพยักหน้าแล้วฉุกคิดอะไรได้บางอย่าง

“ทำไมคุณกลับมาแล้วละ”

“อยากกลับ” เขาตอบสั้นๆ ได้ใจความ

“อ่าวก็คุณบอกฉันว่าจะกลับพรุ่งนี้”

ในไลน์ที่คุยกันเขาเพิ่งบอกเธอเองว่าจะบินมาถึงในวันพรุ่งนี้

“ไม่งั้นจะได้เห็นภาพที่มันจูบเธอหรอ” ชายหนุ่มพูดถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น

“บอกแล้วไงแค่ปากชนกัน”

“แล้วแบบไหนถึงเรียกว่าจูบ” เขาถามเธอต่อ

“ก็…”

เธอไม่ทันตั้งตัวชายหนุ่มโน้มหน้าลงมาหาเธอพร้อมประกบริมฝีปาก แกล้งขบริมฝีปากล่างของเธอทำให้ปากเธอเผยอแล้วตวัดลิ้นเข้าไปเกี่ยวกับลิ้นของเธอ ความหวานของค็อกเทลที่ยังติดอยู่ที่ลิ้นและริมฝีปากของเธอช่วยขับความหวานให้มากขึ้น

ความนุ่มนวลในรสจูบของเขาทำให้เธอตกอยู่ในภวังค์อย่างเคลิ้มตามก่อนที่เขาจะถอนจูบออก

“อย่างนี้เรียกว่าจูบไหม” เขาถามพลางอมยิ้มที่มุมปาก

ชฎาเขินอายเป็นอย่างมากไม่ตอบคำถาม เลี่ยงไปประเด็นอื่นรีบขอตัวลาก่อน

ชายหนุ่มยิ้มให้กับท่าทีตื่นตระหนกและอาการเขินของเธออย่างชอบใจก่อนจะหันเพื่อไปขึ้นรถ สายตาเขาสะดุดกับนิลเนตรที่ยืนมองมา

“เอ่อ...นิลเพิ่งลงมาค่ะ ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น” เธอรีบบอก

“สวัสดีครับคุณนิล” เขาเอ่ยทักทาย

“สวัสดีค่ะคุณภาริตยังไงนิลขอตัวก่อนนะคะ”

เธอบอกด้วยความอายที่คิดว่าชายหนุ่มต้องรู้แน่ๆ ว่าเธอเดินมาเห็นภาพของทั้งคู่

“เดี๋ยวก่อนครับคุณนิล”

อยู่ๆ ชายหนุ่มก็เรียกเธอไว้สร้างความแปลกใจและสงสัยในเวลาเดียวกัน

“มีอะไรหรอคะคุณภาริต”

ชายหนุ่มเล่าเรื่องวันนี้ที่เกิดขึ้นให้ฟังและสิ่งที่ไตรนิธิทำกับชฎา จุดประสงค์ของเขาเพื่อให้นิลเนตรกันไตรนิธิให้ออกห่างจากชฎาหญิงสาวนิ่งฟังอย่างเงียบๆ

ช่วงบ่ายๆ ของอีกวันหนึ่งนิลเนตรมาหาวรภัทรร้านอาหารอิตาเลี่ยนที่นัดกันไว้ หลังจากที่กลับมาจากทริปนั้นพวกเขาสองคนจะนัดเจอกันบ่อยขึ้น นัดไปกินข้าวบ้าง ดูหนังบ้าง โยนโบว์ลิ่งบ้าง ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งค่อนข้างที่จะสนิทสนมกัน

ในขณะที่รออาหารหญิงสาวก็พูดขึ้น

“นิลควรจะทำยังไงดีคะคุณภัทร”

หญิงสาวเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้วรภัทรฟังทุกอย่างที่ไตรนิธิทำกับชฎาเมื่อคืนนี้

“แล้วตอนนี้คุณนิลรู้สึกยังไงกับคุณสามครับ” เขาถาม

“นิลตอบตามตรงนะคะว่าตอนแรกนิลรู้สึกดีที่สามเข้ามาคุยกับนิลเพราะสามเป็นคนหล่อและเนื้อหอม แต่ด้วยความเจ้าชู้ของสามทำไมนิลไม่สามารถไว้ใจเขาได้เลยค่ะ ยิ่งหลังๆ พอมีข่าวว่าเขาไปควงคนอื่นและที่เขาทำกับดาด้า จากความรู้สึกดีๆ ที่มีให้ก็เริ่มลดลงจนตอนนี้นิลรู้สึกเฉยๆ กับเขาไปแล้วแหละค่ะ”

เธอตอบความรู้สึกของเธอออกไปตรงๆ

“แล้วกับผมละครับ”

วรภัทรถามจบยิ้มรอคำตอบ หญิงสาวยิ้มตอบกลับโดยไม่ได้เอ่ยคำอะไรออกมา ก่อนที่จะมีเสียงเธอมาจากด้านหลัง

“นิล คุณมาทำอะไรที่นี่”

ไตรนิธิเดินเข้ามา หลังจากเรื่องเมื่อคืนเขาหัวเสียเป็นอย่างมากจึงโทรหาหญิงสาวคนหนึ่งเพื่อระบายอารมณ์ที่อัดอั้นจนถึงเช้ามืด ตื่นขึ้นมาอีกทีในเวลาเกือบเที่ยง หญิงสาวที่เขามาหาอยากจะมากินอาหารอิตาเลี่ยน ทั้งสองจูงมือกันมาเข้าร้านนี้

เมื่อเดินเข้ามาถึงในร้านเขาเห็นนิลเนตรที่นั่งอยู่กับวรภัทรมองกันตาหวานหยดย้อย ถ้าเป็นกับคนอื่นเขาจะไม่สนใจอย่างใดที่นิลเนตรจะควงอยู่กับใคร แต่คนนั้นดันเป็นวรภัทรเพื่อนของภาริตที่ชกหน้าเขาเมื่อคืน ความหัวเสียยังไม่หายหมดทำให้เขาพาลเดินเข้าไปหาเรื่อง

“อ่าวสาม นิลมาทานข้าวกับคุณภัทรค่ะ”

พูดจบหันไปมองผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างหลังชายหนุ่ม

“คุณจะทำอะไรไว้หน้าผมบ้างนะ”

อยู่ๆ ชายหนุ่มกระชากเสียงใส่เธอ

“ฉันทำอะไร” เธอถามด้วยความงุนงง

“ตอนนี้คุณกำลังคุยอยู่กับผม คุยก็ต้องคุยกับผมแค่คนเดียว” เขาอ้างออกไป

“แล้วทีคุณละ คุณคุยกับฉันคนเดียวหรือเปล่า”

“คุณเปลี่ยนไป”

“ฉันเปลี่ยนไปยังไง เราแค่คุยกันเราไม่ได้คบกันสักหน่อย” เธอเถียงโดยไม่ยอม

“อ๋อตั้งแต่ที่ไปเที่ยวครั้งนั้นคุณก็หันไปคั่วกับมันไปให้มันใช่ไหม ขนาดนี้แล้วมีอะไรกับมันยังหล่ะ”

เขาจงใจหาเรื่องโดยพูดถึงเรื่องทริปครั้งนั้น

“เลว! ฉันไม่ใช่คุณนะ ที่คุยกับฉันแต่ก็ไปมั่วกับผู้หญิงคนอื่น” หญิงสาวกรุ่นโกรธอย่างมาก

“คุณไม่ควรว่าคุณเนตรอย่างนี้นะครับคุณสาม”

วรภัทรที่นิ่งฟังอยู่นานก็แทรกขึ้นมาอย่างทนฟังต่อไปไม่ไหวที่ไตรนิธิไม่ให้เกียรตินิลเนตรเลย

“เกี่ยวอะไรด้วยวะ ยุ่งเหมือนเพื่อนของแกไม่มีมีผิด” ไตรนิธิว่าวรภัทร

“แล้วมันผิดตรงไหนที่ถ้าคุณนิลจะเลือกผมเพราะผมพร้อมที่จะดูแล คอยอยู่เคียงข้างเวลาที่เธอปัญหาแล้วคุณหละคุณไตรนิธิ คุณเคยทำหน้าที่นี้หรือเปล่า หรือปล่อยเธออยู่คนเดียว”

วรภัทรสวนชายหนุ่มตรงหน้ากลับไป ตอนแรกเขาไม่ได้นึกสนใจนิลเนตรเลยสักนิดเนื่องจากหญิงสาวไม่ใช่สเป็คและรู้จักกันมาก่อน แต่สิ่งที่ไตรนิธิทำกับเธอทำให้เขารู้สึกสงสาร เขาจึงคอยช่วยเหลืออยู่ข้างๆ เธอ ความใกล้ชิดทำให้เกิดความผูกพัน ความสงสารเริ่มก่อตัวเป็นความรักบวกกับความน่ารักของเธอ


“ฉันว่าเลิกคุยกันเถอะค่ะสาม ผู้ชายที่ถูกเลี้ยงมาเป็นจุดศูนย์กลางโลกอย่างคุณที่คิดว่าทุกคนต้องหมุนรอบตัวคุณ ฉันไม่เหมาะกับคุณหรอกค่ะ”

ไตรนิธิรู้สึกว่าภาริตแย่งชฎาไป แล้ววรภัทรยังมาแย่งคนคุยของเขาไปอีก ทำให้ชายหนุ่มหัวเสียมากกว่าเดิมเรื่องครั้งนี้กลายเป็นเชื้อเพลิงที่เติมเข้าไปที่อารณ์ที่โกรธเกรี้ยวอยู่ก่อนหน้า

นิลเนตรพูดจบก็หันไปบอกพนักงานว่าขอยกเลิกอาหารทั้งหมด วรภัทรจ่ายค่าเสียหายแล้วเดินตามหลังหญิงสาวออกไป

หลายวันถัดมาชฎาเลิกเรียนแล้วมาทำงานที่ร้านอาหารตามปกติ มีคำสั่งมาว่าวันนี้จะมีหญิงสาวมาทำการเซอร์ไพรส์วันเกิดให้กับชายหนุ่มคนหนึ่ง จึงขอให้พนักงานทุกคนช่วยกันแสดงในเวลาจริง

ซึ่งสิ่งที่พวกเธอต้องแสดงไม่มีอะไรแค่ทำงานตามปกติทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ รอจนชายหนุ่มทานเดินเข้ามาสั่งอาหารกับเพื่อนระหว่างนั้น ทางร้านจะเปิดเพลงแล้วให้หญิงสาวคนนั้นยกเค้กออกมา พนักงานก็แค่เดินมาร่วมร้องเพลงเป็นให้กับพวกเขา ชฎารู้สึกว่ามันเป็นโมเม้นที่น่ารักและน่าประทับใจอย่างมาก

ทางร้านไม่บอกว่าหญิงสาวหรือชายหนุ่มคู่นั้นเป็นใครเพราะไม่ต้องการพนักงานแสดงพิรุตหรือบริการมากเกินจำเป็นจนถูกจับได้ จะมีแค่พนักงานสองถึงสามคนเท่านั้นที่ทราบ เท่ากับว่าก็เป็นการเซอร์ไพรส์พวกเธอไปด้วยเช่นเดียวกัน

ในเวลาเกือบสองทุ่มใกล้เวลาเลิกงานของหญิงสาวยังไม่เกิดการเซอร์ไพรส์ใดๆ ขึ้น เธอแอบโอดครวญในว่าว่าเธอคงไม่ได้ดูแล้วแหละ เธอกำลังเดินไปเสิร์ฟอาหารให้ลูกค้าโต๊ะหนึ่งอย่ายุ่งๆ

ประตูร้านเปิดออกภาริตเดินเข้ามากับวรภัทรและเพื่อนอีกสองคน สร้างความแปลกใจให้กับหญิงสาวเป็นอย่างมาก ภาริตเองก็มองมาที่เธอเช่นกันเมื่อเห็นว่าเธอยุ่งๆ อยู่เขาจึงไม่ได้พูดทักทายแต่อย่างใด เธอกำลังติดเสิร์ฟโต๊ะอื่นอยู่

ชายหนุ่มสี่คนเดินมานั่งที่โต๊ะเรียกพนักงานมาสั่งอาหาร สายตาของภาริตจับจ้องที่สาวน้อยผูกผมขึ้นหางม้าในเสื้อยืดสีดำที่มีโลโก้ร้านอาหารไทย กางเกงยีนสีน้ำเงินกับรองเท้าผ้าใบสีขาวที่กำลังเดินเสิร์ฟไปมาอย่างระมัดระวังกับแกงเดือดในหม้อไฟที่อยู่บนถาด

เธอรับเครื่องดื่มมาเสิร์ฟให้โต๊ะของเขาตามคำสั่งของบาร์เทรนเดอร์ เครื่องดื่มสี่แก้วที่อยู่ในถาดถูกเสิร์ฟให้ชายหนุ่มแต่ละคน

“วันนี้ลูกค้าดูเยอะนะครับคุณด้า” เสียงวรภัทรทักทายขึ้น

“เดินจนหัวหมุนเลยละคะ แล้วทำไมวันนี้ถึงมาทานร้านนี้ได้ค่ะ หรือคุณแอบตามฉันมาอย่าบอกนะว่าคุณเป็นสโตกเกอร์”

เธอตอบและหันมาแหย่ภาริต ประโยคสุดท้ายแกล้งทำเสียงอย่างสาวน้อยที่หวาดกลัว สร้างความขบขันให้คนทั้งโต๊ะ

“เปล่าสะหน่อยโดนไอนี่มันลากมาเถอะยัยขี้ตู่”

เขาชี้ไปที่เพื่อนผู้ชายคนหนึ่งในโต๊ะ

“ก็เนื่องในโอกาสพิเศษ” ชายคนนั้นตอบ

“โอกาสไรวะ”

ภาริตหันมาถามอย่างงง วรภัทรที่ทำหน้าสงสัยไปด้วย

“ก็…”

ยังไม่ทันพูดจบเสียงดนตรีก็ดังขึ้น ชฎาเดินออกมารวมกลุ่มกับเพื่อนพนักงานเสิร์ฟ

ผู้หญิงดวงตากลมโต จมูกเล็กๆ หน้าผากที่ปิดด้วยผมหน้าม้าปล่อยผมยาวสลวยเคียงบ่าทำให้ดูน่ารักเหมือนตุ๊กตาบาร์บี้เดินถือเค้กขนาดกลางร้องเพลงวันเกิดกำลังเดินตรงมาข้างหน้า

“แฮปปี้เบิร์ดเดย์ ทู ยู

แฮปปี้เบิร์ดเดย์ ทู ยู

แฮปปี้เบิร์ดเดย์ แฮปปี้เบิร์ดเดย์

แฮปปี้เบิร์ดเดย์ ทู ยู”

เมื่อเสียเพลงจบ

“เป่าเทียนสิค่ะริต”

“ลินลี่!”

หญิงสาวเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าภาริต ยื่นเค้กรอชายหนุ่มเป่าเทียนพร้อมยิ้มหวาน

ทุกอย่างนิ่งเงียบไร้การเคลื่อนไหวอารมณ์ของแต่ละคนแตกต่างกันออกไปรวมถึงชฎาที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ห่างๆ ทั้งตลึง ทั้งงุนงง และสงสัย

เวลาผ่านไปหลายวินาทีภาริตยังคงไร้การเคลื่อนไหวแต่อารมณ์หลายอย่ากำลังตีกันภายในจนอธิบายไม่ถูกว่าตอนนี้เขารู้สึกอย่างไรนอกจากยืนจ้องมองสาวที่ยืนข้างหน้าของเขา จนทำให้ความมั่นใจของสาวตรงหน้าเริ่มลดฮวบกำลังจะเอ่ยปากเรียกอีกครั้ง

อยู่ภาริตเดินไปทางชฎาที่ยืนติดบาร์ทางขวามือของเขา

“สองทุ่มแล้วคุณเลิกงานแล้วใช่ไหม” เขาถามเธอ

ชฎายังไม่หายตลึงจากเหตุการณ์เมื่อกี้พยักหน้ารับอย่างงงๆ

ชายหนุ่มคว้าที่ข้อมือของชฎาจูงออกจากร้านไปที่รถมอเตอร์ไซค์ของเขาโดยที่ไม่สนใจสายตาของใครทั้งนั้น

หญิงสาวที่ถือเค้กรีบวางของในมือลงบนโต๊ะอย่างรวดเร็วและวิ่งตามออกมาตะโกนเรียกชื่อชายหนุ่มที่ขี่รถจากไป

หลายอาทิตย์ก่อนเธอกำลังออกกำลังกายอยู่กับเพื่อนที่ฟิตเนสย่านใจกลางเมืองแห่งหนึ่งในกรุงเทพ เพื่อนเธอสะกิดเธอพร้อมยื่นโทรศัพท์ให้เธอดูอย่างตื่นเต้น

‘ลินลี่นี่มันภาริตแฟนเก่าแกหนิ’

เป็นวีดีที่ภาริตยืนโอบล้อมหญิงสาวตัวเล็กที่สูงแค่คางของเขากำลังทำอาหาร กับอีกคลิปที่ภาริตจูงมือหญิงสาวคนเดิมเดินขึ้นเขา

‘เป็นไปไม่ได้’ เธอบอกอย่างไม่เชื่อ

‘หรือว่าจะเป็นแฟนใหม่ของภาริตอะ’ เพื่อนสาวถามในสิ่งที่หล่อนคิด

‘ไม่มีทาง! ภาริตไม่มีทางไปคบกับคนอื่นแน่’

เธอรู้ดีว่าภาริตยังลืมเธอไม่ได้แน่นอน เพราะเธอคอยโทรเช็คถามความเคลื่อนไหวจากเพื่อนในกลุ่มของชายหนุ่มตลอด

เธอเริ่มรู้สึกเหมือนกำลังจะเสียของที่เป็นของเธอหลุดลอยหายไป ทำให้ในใจเริ่มรู้สึกกระวนกระวาย เกือบสองปีแล้วที่เธอจากมาด้วยความผิด แต่เธอจะไม่ยอมเสียภาริตผู้ชายที่แสนดีคนนี้ให้กับใครหน้าไหนแน่นอน เธอจะไปทวงของของเธอคืน เธอเชื่อว่าอดีตที่แสนหวานระหว่างเธอกับเขาจะต้องหวนกลับมาได้

เธอเคลียงานอยู่หลายสัปดาห์ก่อนจะติดต่อเพื่อนในกลุ่มของเขา อ้อนวอนขอความเห็นใจบีบน้ำตาเรียกร้องความสงสารจึงยอมตกลงช่วยเธอครั้งนี้ เธอรอโอกาสที่เป็นวันเกิดของเขาเพื่อเซอร์ไพรท์แล้วขอคืนดี เธอวางแผนมาเป็นอย่างดี

แต่ทำไมแผนเธอจึงล้มไม่เป็นท่า แล้วผู้หญิงที่ภาริตพาออกไปมีความสำคัญกับเขาแค่ไหน ทำไมคนนั้นถึงทำให้ภาริตไม่ไว้หน้าเธอเลย

วรภัทรเดินตามออกมาดูที่หน้าร้าน มองมาที่หญิงสาวที่ยืนหัวฟัดหัวเหวี่ยงมองตามรถมอเตอร์ไซค์จากไป

“ผู้หญิงคนนั้นมันเป็นใคร” เธอหันมาถามวรภัทรอย่างอารมณ์เสีย

ชายหนุ่มแสยะยิ้มเดินจากไปโดยไม่ตอบคามถามหรือแม้แต่จะหันกลับไปมอง

“ไอภัทรแกกลับมาตอบฉันเดี๋ยวนี้นะ” เธอตะโกนไล่หลัง

“ผู้หญิงคนนั้นชื่อชฎาค่ะ ถ้าคนที่สนิทจะเรียกว่าดาด้า”

หญิงสาวคนหนึ่งในยูนิฟอร์มของร้านอาหารไทยเดินเข้ามาหาลิลี่ที่กำลังหงุดหงิด

“เธอเป็นใคร” ลิลี่ถามออกไป

“ฉันชื่อนิวค่ะ ทำงานอยู่ที่นี่ที่เดียวกับพี่ดาด้านะค่ะ”

“แล้วยัยนั่นรู้จักกับริตได้ยังไง”

เวนิตาทำท่าเขย่งเท้ามองไปทางที่มอเตอร์ไซค์จากไป

“ผู้ชายที่พาออกไปน่ะหรอคะ ดิฉันไม่รู้หรอกค่ะว่ารู้จักกันได้ไง ดิฉันรู้ว่าผู้ชายคนนั้นกับเพื่อนเขาไปเที่ยวค้างคืนอ้างแรมกับพี่ดาด้าและพี่ที่ทำงานอีกคน”

เธอได้ยินรุ่นพี่สองสาวที่ไปทริปนั้นเมาส์มอยกันมา

“แค่นั้นไม่พอนะคะวันที่ออกไปดื่มด้วยกันพี่ดาด้าไปอ่อยแฟนของรุ่นพี่ที่สนิททำให้เขาหลงหน้ามืดพาขึ้นรถพอกำลังจะมีอะไรกันคุณผู้ชายคนนั้นก็หึงจนมีเรื่องชกต่อยกัน อีกวันพอรุ่นพี่ผู้หญิงรู้ก็ทะเลาะและเลิกลากันไป”

ในคืนนั้นตอนที่เธอกำลังจะกลับ เดินออกจากบาร์เห็นเหตุการณ์ตั้งแต่แรกจึงแอบมองอยู่เงียบๆ

“พี่ดาด้ายังเป็นเด็กเสี่ยด้วยนะคะ จับแต่ผู้ชายรวยๆ” พูดต่อตามที่เธอคิดหลังจากที่เธอได้เห็นข้าวของเครื่องใช้ในห้องของชฎาที่มีแต่ของแพงๆ

“เธอรู้ได้ยังไง”

“คุณคิดดูสิค่ะ ถ้าพนักงานเสิร์ฟอย่างเราวันหนึ่งทำงานได้แค่ไม่กี่เหรียญแต่พี่ดาด้ากลับมีของหรูแบรนด์ดังไว้ใช้เต็มห้อง ถ้ารวยจริงทำไมต้องมาทำงานต๊อกต๋อยให้เหนื่อยทำไมละค่ะ หรือถ้าไม่ได้เสี่ยเลี้ยงจะเอาปัญญาที่ไหนไปซื้อค่ะ”

“แล้วเธอละ”

หญิงสาวถามพร้อมยกยิ้มขึ้นที่มุมปากสายตาที่มองมาเหมือนจะจ้องให้ทะลุปรุโปร่ง

“เอ่อ...ทางบ้านอยากให้ฉันออกมาหาประสบการณ์น่ะคะ” เธอตอบเสียงอึกอัก

“เธอมาบอกฉันทำไม”

ลินลี่ไม่เข้าใจเหตุผลที่หญิงคนนี้มาบอกเธอ

“ก็ถ้าผู้ชายคนนั้นคือแฟนของคุณ ดิฉันไม่อยากให้เขาหน้ามืดตามัวหลงผิดน่ะคะ คุณก็ต้องดึงให้เขาออกห่างจากผู้หญิงอันตรายคนนี้ด้วยนะคะ” เธอบอกเหมือนคนหวังดี


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

0 ความคิดเห็น