เพียงใจที่เฝ้ารอ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 700 Views

  • 0 Comments

  • 15 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    0

    Overall
    700

ตอนที่ 10 : ตอนที่ 9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 65
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    11 ม.ค. 62

ตอนที่ 9


หลังจากการมาจากทริปนั้น ทุกคนต่างแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตัวเองเช่นเดิม ชฎายังคงไปเรียนตามปกติตอนเย็นเข้าไปทำงานที่ร้านอาหาร ก่อนกลับไม่ลืมแวะไปให้อาหารเจ้าแมวอ้วน ช่วงหลังๆ ภาริตไม่ค่อยมีเวลาเท่าไหร่นักเพราะกำลังทำเรื่องขยายเพิ่มสาขาคาเฟ่ไปที่เกาะเหนือกับวรภัทร ทำให้เขาต้องเดินทางบ่อยขึ้น ทำให้ทั้งสองไม่ค่อยได้เจอกันบ่อยนัก

ช่องทางที่ทำให้ทั้งสองยังติดต่อกันเสมอก็คือไลน์ หญิงสาวไลน์ไปหาบ้าง เมื่อชายหนุ่มว่างเมื่อไหร่ก็จะเข้ามาตอบ พอชายหนุ่มไลน์กลับในขณะที่เธอทำงานอยู่ เธอก็จะไม่ตอบแล้วรอจนเลิกงาน ทั้งคู่ไม่เซ้าซี้กัน ไม่งอนเวลาตอบช้า เพราะเข้าใจดีว่าอีกฝ่ายก็มีธุระของเขา และเว้นช่องว่างพื้นที่ส่วนตัวกับอีกฝ่าย ทำให้รู้สึกสบายใจกันทั้งสองฝ่าย

อากาศเริ่มเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิทำให้อากาศจากหนาวเย็นอุ่นขึ้นมาอยู่ในช่วงอุณหภูมิสิบสามถึงยี่สิบองศา เป็นอากาศที่สบายมากๆ สำหรับเธอ เธอชอบอากาศแบบนี้ที่ไม่หนาวเย็นจนเกินไป หรือร้อนจนเหงื่อออก

โทรศัพท์ของเธอแจ้งเตือนว่ามีคนส่งข้อความเข้ามาเมื่อหยิบขึ้นมาดูคือภาริต

Parit : คืนนี้คุณว่างไหม

Dada : คืนนี้ฉันมีนัดแล้ว

Parit : กับใคร?

Dada : รุ่นพี่ค่ะที่ทำงาน แล้วนี่คุณจะบินกลับมาวันไหน

Parit : อาจจะพรุ่งนี้ แล้วเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง?

Dada : ผู้ชาย แต่ใจหญิง สาวกว่าฉันอีกนะคุณ

Parit : ที่ไหน?

Dada : ไม่บอกหรอก

Parit : โอเคบาย

Dada : ล้อเล่นหน่า ขี้น้อยใจจริงเลยคุณเนี้ย อยู่ในเมืองแถวช็อปปิ้งมอล ข้างๆ ร้านอาหารญี่ปุ่นอะ

Parit : อ้อที่อยู่ตรงข้ามร้าน H&M ใช่ไหม

Dada : ใช่ๆ ร้านนั่นแหละ แล้วคุณมีอะไรหรือเปล่า

Parit : ไม่บอกหรอก

Dada : ยอกย้อนเก่งนะคุณ

เธอยิ้มอย่างเค่นเคี้ยว พิมพ์กลับไปอีกสองสามประโยคแล้วเก็บเข้ากระเป๋ากางเกง

คืนนี้เป็นวันศุกร์ที่เป็นวันปาร์ตี้ของหนุ่มๆ สาวๆ ที่ไม่ได้ทำงานกันวันนี้ หลังจากกลับมาจากคอลเลจเธอแวะไปเล่นกับเจ้าเหมียวอ้วนอยู่หลายชั่วโมงก่อนกลับมาอาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปปาร์ตี้คืนนี้ที่บาร์แห่งหนึ่งในเมือง

นิลเนตรไม่ได้ไปด้วยเนื่องจากติดงานคืนนี้ที่รับลงแทนเพื่อนของหล่อนที่กำลังจะออกไปทำงานได้เดินมาหาหล่อนที่ห้อง หล่อนเห็นชฎายืนพิมพ์ไปยิ้มไปจึงเดินเข้ามาถาม

“คุยกับคุณภาริตอยู่หรอ”

“อ๋อใช่ค่ะ คุณภาริตไลน์มาถามและฝากให้ช่วยดูแมวของเขานะคะ”

เธอตอบแล้วหันไปปัดแก้มต่อหน้ากระจก

“พี่ถามจริงนะ เราคิดอย่างไรกับคุณภาริต”

“คุณริตก็เป็นคนที่ใจดีนะคะเวลาด้ามีปัญหาอะไรเขาก็จะช่วยด้าตลอด ตลกร้ายกวนๆ ด้วยค่ะ”

“เราชอบคุณภาริตหรือเปล่า”

“ด้ารู้แค่ว่าเวลาเห็นเขาด้ารู้สึกอุ่นใจดีค่ะ”

เธอยังไม่คิดถึงขั้นนั้น แต่เวลาที่เธออยู่กับเขาเธอมีความสุข มีคนที่รับฟังปัญหาของเธอแค่นั้นก็ดีมากแล้ว

“เอาอย่างนี้นะ สมมุติถ้าด้าจะต้องกลับประเทศไทยพรุ่งนี้ คนแรกที่ด้าจะไปหาคือใคร” นิลเนตรยังคงถามต่อ

เธอไม่ได้ตอบออกไป แต่ใจของเธอตอบแล้วว่าคือภาริต

“แล้วพี่นิลหล่ะค่ะ” เธอถามรุ่นพี่สาวกลับบ้าง

“คนแรกที่พี่อยากให้นึกถึงเป็นสามน่ะ แต่ความรู้สึกพี่กลับไม่ใช่เขาเลย”

หญิงสาวตอบออกไปแล้วนึกถึงใครอีกคนขึ้นมาแทน

“ทำไมละคะ”

“เพราะเวลาพี่มีปัญหาเขากลับไม่ได้เป็นคนแรกที่วิ่งมาช่วยพี่ พี่กลับต้องวิ่งไปหาคนอื่น” ถอนหายใจก่อนพูดต่อ “เขาจะมาหาพี่ในเวลาที่เขาอยากมา”

“แล้วพี่นิลจะทำอย่างไรต่อค่ะ”

“พี่คงต้องทบทวนความสัมพันธ์นี้ใหม่แล้วแหละ” หล่อนไม่ชอบอะไรที่ค้างคา

“พี่นิลเศร้าไหมคะ” เธอถามด้วยความเป็นห่วง

“ตอนแรกก็แอบเศร้านะ แต่มันทำให้พี่เรียนรู้มากกว่าว่าใครคือคนที่ใช่ ใครคือคนที่จะอยู่ข้างเราเวลาเรามีปัญหา หรือว่าใครคอยแขนคอยพยุงเราลุกขึ้น”

“ด้าก็หวังว่าพี่นิลจะพบคนคนนั้นเร็วๆ นะคะ”

ชฎารู้สึกดีมากที่นิลเนตรจะเลิกคุยกับไตรนิธิ เธอไม่ได้รังเกียจเขาแต่เธอคิดว่าเขาเป็นผู้ชายที่น่ากลัวคนหนึ่ง

“พี่ว่าพี่อาจจะพบเขาแล้วแหละ” เธอตอบก่อนยิ้ม

ร้านนี้เป็นร้านเบียร์ใจกลางเมืองคนไม่มากไม่น้อยทำให้ค่อนข้างมีความส่วนตัว ภายในร้านเมื่อเดินเข้ามาจะเป็นบาร์ขนาดใหญ่อยู่ตรงกลางร้าน มีบาร์เทรนเนอร์สองคนคอยทำเครื่องดื่ม โซนซ้ายมือเป็นโต๊ะพูลเล็กๆ ที่คล้ายโต๊ะสนุ๊กสองโต๊ะ

จะมีพูลแปดลูกเป็นเกมที่เล่นที่ต้องมีการขานลูกและหลุมที่จะแทง โดยใช้ลูกคิวบอลและลูกเป้าสิบห้าลูก ตั้งแต่หมายเลขหนึ่งถึงสิบห้าผู้เล่นจะต้องเลือกตบลูกในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ตั้งแต่หมายเลขหนึ่งถึงเจ็ด (ลูกเกลี้ยง) หรือตั้งแต่หมายเลขเก้าถึงสิบห้า (ลูกลาย) โดยไม่จำเป็นต้องเรียงลำดับหมายเลข หลังจากที่ตบลูกในกลุ่มของตนเองลงหมดแล้ว จึงมีสิทธิ์ตบลูกหมายเลขแปดผู้ใดตบลูกหมายเลขแปดลงก่อนตามขั้นตอนและไม่ผิดกติกา ถือเป็นผู้ชนะ

เวลาสองทุ่มเธอมาถึงที่ร้าน คนกลุ่มหนึ่งมีจำนวนสี่ถึงห้าคนที่กำลังเริ่มดื่มพร้อมกับแกล้มอย่างสนุกสนานหนึ่งในนั้นก็มีเวนิตาร่วมด้วย เสียงทักทายดังขึ้นเมื่อเธอเดินเข้ามา

“พี่ดาด้าเพิ่งมาถึงหรอคะ” เป็นเสียงของเวนิตาที่ทักเธอ

“ใช่จ้ะนิว พี่มาสายไปไหม” เธอหันไปถามคนในกลุ่ม

“ไม่สายหรอกค่ะคุณน้อง อะมาช้าหมดขวดนะค้าจะได้ตามพวกพี่ทัน”

รุ่นพี่ร่างกำยำแต่ใจหวานแหววเดินเข้ามาพร้อมยื่นขวดเบียร์ให้เธอ เธอรับไปถือ

“โห! เจ๊ นี่น้องเพิ่งมาน้ะจะมอมให้เมาเลยหรอ”

“ไม่รู้แหละค่ะ มาสายต้องดื่ม”

เธอกระดกรวดจนเบียร์หกเปื้อนเสื้อของเธอ เธอขอตัวไปห้องน้ำเพื่อล้างคราบออกจากเสื้อของเธอ

เข้าไปถึงห้องน้ำเธอปลดกระดุมเสื้อเชิ้ทสีขาวที่เลอะคราบเบียร์ออกอีกหนึ่งเม็ดจากเดิม แล้วใช้น้ำลูบๆ ทำให้เสื้อเชิ้ทเปื้อนคราบน้ำเป็นวงใหญ่ ก่อนเดินออกมาจากห้องน้ำ ร่างของเธอได้ชนกับคนที่เดินออกมาจากห้องน้ำชาย

“Oops! sorry” เธอกล่าวขอโทษ

“No problem อ่าวน้องดา มาดื่มที่นี้เหมือนกันหรอครับ”

ไตรนิธิทักทายสาวน้อยที่เดินชนกับเขา สายตาเลื่อนไปที่ลำคอยาวขาวผ่องแล้วลงไปเสื้อเชิ้ทขาวที่เปียกปลดกระดุมสองเม็ดจนเห็นเนินออกเล็กน้อยทำให้ชฎาดูเซ็กซี่มากในสายตาของเขามากในเวลานี้

“ใช่ค่ะ”

“แล้วนิลไม่ได้มาด้วยหรอครับ”

ช่วงหลังเขาไม่ค่อยได้คุยกับนิลเนตรสักเท่าไหร่หลังกลับจากทริปที่ไปเที่ยว เขาทักหล่อนไป หล่อนก็ไม่ค่อยตอบเขา และตัวเขาเองก็ไม่ได้สนใจอะไรมากเพราะช่วงนี้เขากำลังติดใจผู้หญิงอีกคนหนึ่งอยู่

“พี่นิลติดงานนะคะเลยมาไม่ได้” เธอบอก

“งั้นน้องดาไปนั่งกับพี่ที่โต๊ะแป๊ปหนึ่งก่อนไหมครับ เดี๋ยวพี่แนะนำให้รู้จักกับเพื่อนของพี่”

เขาเห็นว่านี่เป็นโอกาสที่เขาจะได้เข้าใกล้เธอโดยไม่มีคนรบกวนเหมือนทุกครั้ง

“เอาไว้ครั้งหน้าดีกว่าค่ะพี่สาม พอดีวันนี้ดามากับเพื่อนนะคะ”

“แป๊ปเดียวนะครับ” เขาเว้าวอน

“ดาขอบายแล้วกันนะค่ะ”

“โอเคครับครั้งหน้าก็ได้ครับ”

เขาเห็นว่าเมื่อเธอปฏิเสธถึงสองรอบแล้วจึงไม่เซ้าซี้ให้มากความเพราะกลัวเหยื่อจะยิ่งหนีออกห่างมากกว่าเดิม

ชายหนุ่มเดินกลับมานั่งที่โต๊ะกับกลุ่มเพื่อนของเขา

“ไปเข้าห้องน้ำนานจังวะ”

เพื่อนคนที่หนึ่งถามขึ้นเมื่อเห็นเขาหายไปนาน

“เออ คนนั้นน่ารักไหมวะ”

เขาชี้ไปที่ผู้หญิงผมยาวดัดเป็นลอนนิดๆ ใส่เสื้อเชิ้ทสีขาวที่กำลังหัวเราะกับคนในกลุ่มของเธอ

“เสื้อเชิ้ทสีขาวนั่นอะนะ” เพื่อคนหนึ่งหันมาถามด้วยความแน่ใจ

เขาพยักหน้าให้เป็นเชิงตอบว่าใช่

“ไม่สวยเท่าเด็กใหม่แก แต่น่ารักมากกว่า เหยื่อใหม่หรอวะ” เพื่อนคนที่สองพูดวิจารณ์

“เพื่อนนิล” เขาบอก

“อย่าบอกนะว่าคนนี้ที่เป็นเหยื่อแกเมื่อหลายเดือนก่อนที่ทำให้แกคุยกับนิลนานหลายเดือนจนฉันคิดว่าแกจริงจังกับนิลแล้วสะอีก”

เพื่อนชายหนุ่มรู้ว่าเขาต้องตาต้องใจเพื่อนของนิล เลยทำให้เขาลงทุนไปเทียวไล้เทียวขื่ออยู่นาน

“จะบ้าหรอวะ ฉันเฉยๆ กับนิลมากแต่กลับคนนี้น่าสนใจกว่า”

กับนิลเนตรเขาไม่รู้สึกเร้าใจเวลาที่ชฎาพยายามหนีเขา

“แล้วทำไมไม่รีบปิดเกมสักทีวะ เดี๋ยวก็สิ้นชื่อเสือสามหมดหรอกปิดเกมช้าขนาดนี้”

เพื่อนเขาหันมาถาม

“คนนี้โคตรยากเลยว่ะ”

เธอไม่มีทีท่าว่าจะเปิดโอกาสหรือเล่นตามเกมของเขาเลย

“ยากยังไงวะ”

“ฉลาดเหมือนรู้ทันฉันตลอด หลบเก่งและก็หนีเก่งมากด้วยไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ” ไม่เหมือนผู้หญิงที่พร้อมวิ่งเข้ามาหาเขา

“โหยน่าลองว่ะ”

“ไว้ถ้าฉันได้แล้วจะเอามาแบ่งให้ชิม”

เรื่องผู้หญิงกลุ่มเขาไม่ค่อยถือกันอยู่แล้ว ถ้าเพื่อนในกลุ่มจะนอนกับผู้หญิงที่เพื่อนอีกคนเคยได้แล้ว

เมื่อดื่มกันต่อเรื่อยๆ จนล่วงเวลามาดึกทุกคนเริ่มเมากันเล็กน้อย ก็มีพนักงานบาร์เทรนเดอร์คนหนึ่งเดินเข้ามาหาเธอแล้วยื่นแก้วค็อกเทลสีแดงมาให้เธอ แล้วชี้ไปที่กลุ่มผู้ชายที่นั่งอยู่ด้วยหลัง นั่นก็คือกลุ่มของไตรนิธิ เพื่อนสาวของเธอทำเสียงกรี๊สกร๊าดกันยกใหญ่

เธอทำท่าจะไม่รับในทีแรกทำให้ทุกคนทั้งโต๊ะเกิดอาการสงสัยกัน

“พี่ดาด้าทำไมไม่ดื่มละค่ะ” เวนิตาถามขึ้น

“พี่ไม่อยากดื่มน่ะ” เธอตอบ

“พี่ดาด้าน่าอิจฉาจังเลยนะคะ” สาวรุ่นน้องพูดแล้วยิ้ม

“น้องนิวเอาไปดื่มไหมจ๊ะ” เธอยกให้อย่างใจดี

“อย่างนี้มันก็น่าเกลียดนะสิคะ”

“เออจริงด้วยคุณน้อง ดื่มไปเหอะคุณน้องนั่นเป็นกลุ่มคนคุยของยัยนิลที่เราสนิทด้วย” สาวประเภทสองช่วยเสริม

เธอรับแก้วมาถือไว้ หันไปหากลุ่มของไตรนิธิและเพื่อนของเขาที่ยกแก้วขึ้นเป็นเชิงให้เธอ เธอยกแก้วค็อกเทลขึ้นตอบรับแล้ว แล้วดื่มรวดเข้าไปทีเดียวจนหมดแก้ว สร้างเสียงวิดวิ้วมากจากกลุ่มผู้ชาย

ค็อกเทลที่เธอดื่มลงไปเป็น Sazerac มีส่วนผสมวิสกี้หนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์เพิ่มด้วยรสขมของ Angostura ตามด้วยมะนาวซึ่งจัดว่าเป็นเครื่องดื่มที่ค่อนข้างแรง

ลำคอเธอร้อนผ่าวจากการผ่านลงไปของน้ำสีแดง ทำให้อุณหภูมิร่างกายเธอเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ผ่านไปสักพักเธอเริ่มร้อนจัดจนอยากจะลุกออกไปสูดอากาศข้างนอก เมื่อเห็นว่าดึกมากแล้วเธอจึงขอตัวกลับเพราะกลัวไม่มีรถบัสเหลือ เมื่อล่ำลาทุกคนเสร็จเธอเดินออกมาที่หน้าร้านพร้อมถือเสื้อแจ็คเก็ตออกมาด้วยโดยไม่ใส่เพราะร้อน

“น้องดาครับเดี๋ยวพี่ไปส่งนะครับ”

เสียงไตรนิธิดังข้างหลังพร้อมเดินตามเธอออกมา

“ไม่เป็นไรค่ะพี่สามเดี๋ยวดาขึ้นรถบัสกลับเองได้ค่ะ”

“นิลโทรมาบอกพี่ให้รับน้องดากลับด้วยน่ะครับ พอดีพี่บอกนิลว่าเจอเรา”

เขาอ้างชื่อนิลเนตรทำให้หญิงสาวเริ่มลังเลในเวลาต่อมา

“เอ่อ...ดาเกรงใจนะค่ะ” เธอบอกปัดอย่างไม่รู้จะอ้างอะไรดี

“ไปเถอะครับ ไม่งั้นนิลต้องดุพี่แน่ๆ”

เขาผายมือไปที่รถพร้อมเดินนำไป

“ก็ได้ค่ะ” เธอเดินตามเขาไป

เมื่อมาที่รถชายหนุ่มเดินมาเปิดประตูทางฝั่งเธอให้รอเธอขึ้นไปนั่งเรียบร้อยแล้วปิดประตูให้เธอ แล้วเดินอ้อมมาขึ้นรถฝั่งตัวเอง เมื่ออยู่กันสองต่อสองทำให้เธอรู้สึกอึดอัดเป็นอย่างมาก เหงื่อเธอผุดขึ้นจากความร้อนของฤทธิ์แอลกอฮอล์ในร่างกายตามลำคอและเนินอก

“น้องดาร้อนหรอครับ” เขาถามขึ้นเมื่อเห็นเหงื่อของเธอ

“ค่ะสงสัยคงดื่มมากไปหน่อย” เธอตอบ

“งั้นพี่เร่งแอร์ให้นะครับ”

“ขอบคุณค่ะ”

“มาครับเดี๋ยวพี่คาดเข็มขัดให้”

อยู่ๆ ชายหนุ่มพุ่งเข้ามาหาโดยไม่รอฟังคำอนุญาตใดๆ เธออย่างใกล้ชิดจนหน้าจะชนกัน เธอจะเบี่ยงหน้าหนีถูกมืออีกข้างของเขาล็อกที่หน้าของเธอก่อนจะก้มลงมาประกบที่ริมฝีปากของเธอ ทำให้เธอตกใจเป็นอย่างมากที่ชายหนุ่มรุกเธอแรงแบบนี้พยายามดิ้นให้หลุด แต่กลายเป็นว่าเพิ่มอารมณ์ของเขา

ประตูถูกกระชากออกจากฝั่งคนขับ ไตรนิธิถูกดึงออกจากรถโดนหมัดชกเข้าที่ใบหน้าหนึ่งทีเลือดไตรนิธิกบปาก

ไม่ต้องรอให้ได้สติชฎารีบออกมาจากรถพร้อมเข้าไปห้ามภาริตที่กำลังจะประเคนหมัดที่สองใส่หน้าชายหนุ่มตรงหน้า

“บ้าชิบ!!! คุณมาต่อยผมทำไมเนี้ย” เสียงไตรนิธิสบดออกมา

“ยังไม่รู้ตัวอีกหรอ เอาอีกหมัดไหม”

“หยุด คุณริตพอได้แล้ว”

ชฎาเข้าไปขวางหน้าภาริตไว้ จนต้องใช้สองมือโอบเข้าที่แขนของชายหนุ่ม

“จะห้ามทำไมมันจูบคุณนะ” เขาหันมาว่าเธอ

“ใช่ผมจูบน้องดามันเป็นเรื่องของเราสองคน คุณมายุ่งอะไรด้วย” เสียงของไตรนิธิยียวนภาริต

“มันไม่เรียกว่าจูบ ก็แค่ปากชนกันเฉยๆ” เธอรีบแก้ต่างออกไป

“แหม๋น้องดาอินโนเซ้นท์จังนะครับ น่ารัก” ไตรนิธิหัวเราะออกมา

“พอเถอะค่ะพี่สาม”

“แต่มันชกหน้าพี่ พี่ไม่ยอมแน่” ชายหนุ่มพูดอย่างเอาเรื่อง

“ไม่ยอมแล้วจะทำอะไรได้” ภาริตสวนกลับอย่างไม่กลัว เพราะถ้ามีเรื่องขึ้นมา เขาก็มั่นใจว่าเสียค่าปรับไม่เท่าไหร่

“ผมจะฟ้องคุณ ไปเจอกันที่ศาลได้เลย” ไตรนิธิพูดขู่

“คุณริตไม่ผิดนะค่ะ” หญิงสาวปกป้องภาริต ทำให้อารมณ์ของเขาเริ่มดีขึ้นมาเล็กน้อย

“แต่มันชกพี่ก่อน”

“ก็พี่สามจูบดาทำไมละค่ะ”

“ก็พี่ชอบดา แล้วมันมีสิทธิ์อะไรมาชกพี่”

“แต่พี่คือคุยอยู่กับพี่นิลอยู่ไงค่ะ ดาไม่มีทางสนใจคนที่มีแฟนหรือกำลังคุยอยู่กับใครหรอกค่ะ” ถึงเป็นแค่คนคุยแต่นี่กับคนที่รู้จัก เธอยิ่งไม่กล้าหักหลังนิลเนตร

“ถ้าพี่เลิกคุยกับนิล ดาจะสนใจพี่ใช่ไหม” ชายหนุ่มถามขึ้น

“เรื่องเด็กๆ อย่างนี้อย่าต้องให้ขึ้นโรงขึ้นศาลเลยค่ะ”

เธอไม่ตอบคำถามของเขา และพูดไม่ให้เขาฟ้องภาริต เพราะถ้าไตรนิธิจะเอาผิดจริงๆ ภาริตคงหนีไม่พ้นข้อกล่าวหาเพราะเขาผิดจริงๆ

ภาริตเดินเข้ามาใกล้ไตรนิธิและกระซิบเสียงต่ำ

“คนของฉัน อย่ายุ่ง!” เขาบอกด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นที่แฝงไปด้วยความดุดันและอันตราย

ไตรนิธิหัวเสียเป็นอย่างมากถึงที่สุด เขาตะโกนไล่หลังด้วยความโกรธแค้นว่า

“คอยดูเถอะพี่จะทำให้ดาเดินเข้ามาหาพี่เองให้ได้”

ภาริตจูงมือชฎาเดินออกมาที่รถมอเตอร์ไซค์ของเขาพลางสำรวจสภาพของเธอ

หญิงสาวหน้าแดงและมีเหงื่อออกจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ กระดุมที่เปิดออกให้เห็นเนินอกเล็กน้อยทำให้เขาเอื้อมมือไปติดกระดุมหนึ่งเม็ดให้เธอ หญิงสาวอมยิ้ม จากนั้นเขาสั่งให้เธอใส่เสื้อแจ๊คเก็ทหนังสีดำของเธอเอง


“ฉันไม่ใส่ ตอนนี้ฉันร้อนจนจะจมทะเลเหงื่ออยู่แล้ว” เธอปฏิเสธ

“ใส่ซะมันโป๊”

เขาเอาแจ็คเก็ทคลุมที่ไหล่เธอ จ้องหน้ากดดันอย่างเงียบๆ จนเธอทำตามคำสั่งพลางบ่นออกไป

“ไม่เห็นจะโป๊ตรงไหนเลย”

“ก็ผมหวง”

สามคำของเขาทำให้เธอแอบหันไปยิ้มแล้วเดินตามเขาขึ้นไปซ้อนมอเตอร์ไซค์สีดำคันใหญ่ จากนั้นรถพุ่งทะยานออกไปด้วยความเร็ว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

0 ความคิดเห็น