[END] กาลครั้งหนึ่ง...นานไม่ถึงไหน {Omegaverse}

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,510,919 Views

  • 15,458 Comments

  • 30,627 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    11,926

    Overall
    1,510,919

ตอนที่ 7 : ตอนที่ 6 สำคัญตัวผิด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 60168
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4264 ครั้ง
    12 มี.ค. 62


ตอนที่ 6

สำคัญตัวผิด



ภายในห้องทำงานของผู้ตำแหน่งประธานบริษัท เบอร์ตันกรุ๊ปนั้นถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบ มีเพียงเสียงแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ที่กำลังถูกเคาะอย่างรัวเร็วเท่านั้นที่พอจะบรรเทาความเงียบงันนี้ไปได้ ร่างสูงใหญ่ของใครคนหนึ่งนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ บนโต๊ะท็อปที่ทำจากหินอ่อนแท้ทั้งก้อนมีแฟ้มเอกสารและรายงานมากมายที่ยังรอการตรวจสอบวางจนเกือบเต็มพื้นที่ ใครคนนั้นมีสีเคร่งเครียด มือจับเมาส์ขยับเปิดหรือสลับโฟลเดอร์และหน้าต่างโปรแกรมในคอมบ้าง เร่งพิมพ์อะไรบางอย่างลงในแผ่นงานบ้าง บางครั้งก็เหลือบตารางหุ้นที่ถูกเปิดแสดงด้วยคอมพิวเตอร์อีกเครื่อง หรือไม่ก็หยิบเอกสารบนโต๊ะมาอ่าน ท่าทางกำลังยุ่งวุ่นวายอย่างที่สุด ตามประสาคนที่รับหน้าที่เป็นผู้นำสูงสุด และมีอำนาจอยู่เหนือคนนับหมื่นคนในประเทศนี้

ผ่านมานับศตวรรษ เวลานี้เบอร์ตันกรุ๊ปนั้นยิ่งใหญ่เกินกว่าใครจะจินตนาการได้จริงๆ

อามันต์เองก็ไม่อยากให้ความยิ่งใหญ่ที่บรรพบุรุษเพียรสร้างมาต้องพังลงไปเช่นกัน ดังนั้นในฐานะที่เป็นผู้สืบทอดเพียงคนเดียวของตระกูลเบอร์ตันสายหลักและประธานบริษัทคนปัจจุบัน เขาจึงมีความตั้งใจเป็นอย่างมากว่าจะพาเบอร์ตันกรุ๊ปทะยานไปให้ไกลมากกว่านี้อีก

เขารู้ดีว่ามันยาก บางครั้งก็รู้สึกเหนื่อยและท้อกับงานที่ถาโถมเข้ามาอย่างไม่มีวันหมด ทว่าแรงใจสำคัญอย่างไอศูรย์ก็ช่วยให้ชายหนุ่มมีกำลังใจก้าวต่อทุกครั้งที่ได้เห็นแก้วตาดวงใจตัวน้อยมีความสุข

แต่มันคงจะดีกว่านี้ ถ้าหากว่า...

ถ้าหากว่าเขามีใครสักคนที่เข้าใจและพร้อมจะมายืนเคียงข้างกันอย่างแท้จริง...

เสียงสัญญาณเตือนจากเครื่องอินเตอร์คอมบนโต๊ะทำงานดังขึ้น ทำให้อามันต์ที่กำลังยุ่งอยู่กับการอ่านรายงานการประชุมต้องละสายตาจากแฟ้มเอกสาร เพื่อเอื้อมมือไปกดตอบรับการติดต่อนั้น “มีอะไรเจมี่”

สิ้นเสียงถาม น้ำเสียงร้อนรนจากคนอีกฟากก็ดังขึ้นมาตามสาย “นายครับ! อีธานโทรมาบอกว่าที่คฤหาสน์เกิดเรื่องแล้วครับ!”

อามันต์เลิกคิ้วขึ้นสูง วินาทีต่อมาก็ตัดสินใจเอ่ยปากเรียกให้อีกคนเข้ามาตนในห้องทำงานทันที “รู้แล้ว คุณเข้ามาหาผมเถอะ”

จากนั้นไม่กี่อึดใจต่อมา เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้น ก่อนชายรูปร่างสูงโปร่งที่มีนามว่า เจมี่ ผู้รับหน้าที่เป็นเลขาของอามันต์มาหลายปีจะเป็นฝ่ายเปิดประตูเข้ามาเอง ชายหนุ่มเร่งก้าวเท้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานของผู้เป็นนายพลางทำหน้าวิตกกังวล

“ไหนเล่ามาสิ” อามันต์หมุนเก้าอี้ไปเผชิญหน้ากับเลขาของตน สองมือยกขึ้นประสานกันไว้บนโต๊ะด้วยท่าทางสบายๆ

หนุ่มเลขาลูกครึ่งจีนแผ่นดินใหญ่ใช้นิ้วชี้ดันแว่นตากรอบสี่เหลี่ยมให้เข้าที่แล้วจึงค่อยอธิบาย “คือว่าคุณอันนาเธอ...เอ่อ...ถูกท่านนิธานไล่ออกไปแล้วครับ”

“ไล่ออก!?” คนถามดูจะตกใจไม่น้อย ทว่าก็ยังคงท่าทีสุขุมไว้ได้ “แล้วอันนาไปทำอะไรทางนั้นเข้าหรือไง”

“คุณมีนาเล่าว่าท่านนิธานได้ยินท่านไอศูรย์เรียกคุณอันนาว่าแม่น่ะครับ ท่านเลยเรียกคุณเขาไปตักเตือน แต่ไม่รู้ไปเตือนกันอย่างไร สุดท้ายเด็กในบ้านเลยต้องไปหามคุณอันนาออกมาจากห้องเลย”

“เดี๋ยวนะ...เมื่อกี้คุณบอกว่า ‘แม่’ ใช่ไหม” ฟังไปฟังมาอามันต์ก็รู้สึกว่าเรื่องนี้มีอะไรแปลกๆ จึงได้ถามย้ำกับเจมี่อีกครั้ง “ลูกผมพูดอย่างนั้นจริงๆ หรือ”

เจมี่พยักหน้า “จริงๆ แล้วท่านพูดว่า ‘มามา’ ครับ แต่คุณมีนาบอกว่าจากบริบทในตอนนั้น ท่านคงจะหมายถึงแม่ มากกว่าจะพูดถึงอย่างอื่นครับ”

งั้นก็ไม่แปลกที่คนจะโกรธ อามันต์คิด หากในใจก็ยังสงสัยไม่คลาย

“แต่ถ้าไอศูรย์เรียกอันนาอย่างนั้นจริง ทำไมผมไม่เคยได้ยินมาก่อนล่ะ เอ๊ะ! ไม่สิ...จะว่าไปก็เคยได้ยินอยู่ แต่ไม่คิดว่าแกจะหมายถึงอันนา” ชายหนุ่มกลับคำเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเคยได้ยินลูกพูดคำนี้อยู่สองสามครั้ง แต่เพราะตอนนั้นไม่เคยมีอันนาอยู่ด้วย เขาจึงคิดว่าเด็กชายร้องเรียกหาของเล่นหรือไม่ก็บอกให้คนเข้าไปเล่นด้วยเสียมากกว่า

“งั้นแสดงว่าคุณอันนาเธอคงพูดมานานแล้วนะครับ ท่านไอศูรย์ถึงจำได้ขึ้นใจอย่างนั้น”

“แต่แม่บ้านที่เคยอยู่เป็นเพื่อนหล่อนก็ไม่เคยบอกผมเรื่องนี้นะ” อามันต์ว่าพลางขบคิดอะไรบางอย่างอยู่ในหัว สักพักหนึ่งจึงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาต่อสายถึงอีธานเพื่อที่จะสั่งการบางอย่าง

[ครับนาย]

“ไง ที่บ้านเป็นอย่างไรบ้างตอนนี้” เมื่อคนเป็นลูกน้องรับสาย อามันต์ก็รีบพูดเข้าประเด็นทันที

[มันก็...เรียบร้อยดีครับ คุณอันนากลับไปได้สักพักหนึ่งแล้ว ส่วนท่านนิธาน...พอเด็กๆ ไปหามคุณอันนาออกมา ท่านก็กลับไปที่ห้องท่านไอศูรย์เลย ป้าทิราที่ตามเข้าไปด้วยก็ยังไม่ออกมาส่งข่าวอะไร ผมเลยคิดว่าคงไม่มีปัญหาอะไรแล้วล่ะครับ]

“แค่นั้นหรือ? ไม่มีโวยวายลงไม้ลงมือกับคนอื่นเลย?” เรื่องที่ได้ยินทำเอาอามันต์รู้สึกเหลือเชื่อพิกล เพราะปกติแล้วถ้าเพิ่งก่อเรื่องอะไรมา นิธานคนนั้นก็คงจะยังอารมณ์ไม่ค่อยดีอยู่ มีบ่อยครั้งที่ไปพาลลงกับคนรอบข้างต่อจนกว่าจะอารมณ์ดีขึ้น ทว่าคราวนี้กลับสงบลงเร็วเสียจนน่าแปลกใจ

[ไม่มีเลยครับ] อีธานยืนยัน แต่ฟังจากเสียงก็รู้ว่าเจ้าตัวนั้นก็กำลังแปลกใจอยู่พอกัน

“เอาเถอะ” อามันต์ปัดเรื่องนี้ตกไปอย่างรวดเร็ว “แล้วนี่รู้ไหมว่าเขาไปทะเลาะกันอีท่าไหน อันนาถึงได้โดนหามออกมาอย่างนั้นน่ะ”

“เรื่องนี้ผมก็ไม่ทราบครับ เพราะตอนนั้นในห้องก็มีแค่ท่านนิธานกับคุณอันนา หรือนายจะให้ผมไปย้อนกล้องวงจรปิดดูดีครับ”

“เขาไปทะเลาะกันที่ไหนถึงได้มีกล้องด้วย” คนฟังว่าพลางขบคิด ในบ้านนั้นนอกจากตรงระเบียงทางเดินและรอบๆ คฤหาสน์แล้ว มีเพียงไม่กี่ห้องเท่านั้นที่ติดกล้องวงจรปิดเอาไว้

[อ้อ! ที่ห้องทำงานนายครับ]

“ห้องทำงานผม?”

[ครับ นายอยากให้ผมไปย้อนกล้องดูไหมครับ] 

“รบกวนหน่อยก็แล้วกัน” อามันต์ตกลงตามนั้น เสร็จแล้วก็เอ่ยสั่งอะไรเพิ่มเติม “อ้อ! ไปย้อนดูกล้องที่ห้องของไอศูรย์ให้ผมด้วยนะ”

[ที่ห้องท่านไอศูรย์ด้วยหรือครับ?]

“ใช่ เอาเท่าที่ย้อนได้ แค่อยากรู้ว่าที่ผ่านมาอันนาเลี้ยงลูกผมอย่างไร ขอทั้งภาพและเสียงเลยนะ”

[ได้ครับนาย แล้วจะรีบจัดการให้นะครับ]

“ขอบใจมาก เท่านี้ก่อนนะ”

[ครับผม สวัสดีครับ]

คุยจบแล้วผู้เป็นนายก็กดวางสาย จากนั้นจึงหันมาพูดกับเลขาที่ยืนอยู่ตรงหน้าอีกครั้ง “คงต้องใช้เวลาสักพักกว่าเราจะรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น”

“ครับ แล้วเรื่องพี่เลี้ยงเด็ก...” เจมี่ถามขึ้น ชายหนุ่มดูจะเป็นกังวลกับเรื่องนี้มากทีเดียว “จะให้ผมไปจัดการเรื่องคนใหม่เลยไหมครับ”

“นี่ก็ต้องรบกวนคุณหน่อยแล้วล่ะ แต่ไม่ต้องรีบหรอก ดูให้ดีๆ ก่อนค่อยเรียกมาสัมภาษณ์ ช่วงนี้ให้คนที่บ้านช่วยๆ กันดูไปก่อนก็ได้”

“ได้ครับ ถ้าอย่างนั้นผมขอ...”


ผลัวะ!


“อามันต์คะ!”

เจมี่พูดยังไม่ทันจบ ประตูห้องทำงานที่ควรจะปิดสนิทกลับกระเด้งเปิดเข้ามาจนคนเป็นเลขาสะดุ้ง หันขวับไปมองต้นเสียงโดยอัตโนมัติ ก่อนจะต้องเบิกตาโตเป็นไข่ห่าน เมื่อเห็นร่างเล็กในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นและผ้าพันคอสีฟ้าอ่อนที่ดูไม่เข้าชุดกัน ทั้งผมเผ้ายังยุ่งเหยิงเดินกระแทกเท้าตึงๆ เข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต เลขาหนุ่มร้องเรียกชื่อของอีกฝ่ายอย่างตกใจ “คุณอันนา!?”

คนถูกเรียกปรายตามองเลขาหนุ่ม ก่อนจะทำหน้าเชิดมองผ่านไปอย่างไม่สนใจ เพียงสายตาเห็นว่าคนที่ตนต้องการพบอยู่ที่ใด อันนาก็เดินตรงดิ่งเข้าไปหาชายที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานทันที “อามันต์คะ!” เสียงแหลมเรียกชื่ออามันต์จนคนฟังรู้สึกแสบแก้วหู “คุณต้องจัดไอ้...จัดการคุณวิทักษาให้อันนานะคะ!”

แม้เขาจะรู้เรื่องทุกอย่างหมดแล้ว แต่อามันต์ก็ยังคงตีสีหน้าไม่รู้เรื่องขณะถามหล่อนกลับไป “ทำไมละครับ เขาทำอะไรคุณหรือ”

“เหอะ! ทำอะไรหรือคะ คุณดูนี่สิคะ ดู!” อันนาว่าเสียงกระแทกกระทั้น ก่อนลงมือปลดผ้าพันคอสีฟ้าออกแล้วชี้ไปที่ลำคอของตนด้วยความโกรธจัด “เมียโอเมก้าของคุณมันบีบคออันนา! ถ้าคนใช้พวกนั้นไม่เข้ามาก่อน ป่านนี้อันนาคงตายไปแล้ว!”

เนื่องจากผ่านเวลามาพักใหญ่แล้ว ลำคอของหญิงสาวที่ได้รับบาดเจ็บมาก่อนหน้านั้นจึงปรากฏเป็นรอยนิ้วมือสีแดงเถือก ร่องรอยการถูกทำร้ายชัดเจนจนสามารถมองเห็นผิวที่มีสีตัดกันได้อย่างชัดเจน และเมื่อได้เห็นร่องรอยที่อันนาชี้ให้ดู อามันต์ก็พลันทำหน้าตาน่ากลัวขึ้นมา

ครั้งนี้เล่นหนักขนาดนี้เชียวรึนิธาน!

“โอ้! ผมขอโทษแทนเขาด้วย อันนา” แม้จะรู้สึกไม่พอใจกับความร้ายกาจของคู่ชีวิตมากแค่ไหน แต่ชายหนุ่มก็ไม่คิดจะแสดงออกให้ใครรู้ตอนนี้ เขาจึงเอ่ยปากพูดกับอันนาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งดังเดิม “คุณเองก็รีบไปโรงพยาบาลเถอะ ไปให้หมอตรวจดู ส่วนเรื่องค่ารักษาพยาบาล...ทางผมจะรับผิดชอบทุกอย่างเอง”

แต่ดูท่าแล้วคนเจ็บคงจะไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ เพราะเจ้าหล่อนก็พลันชักสีหน้าขัดใจทันที “แค่นี้เองหรือคะ?” อันนาพูดอย่างกรุ่นโกรธ ท่าทางที่ดูเหมือนจะเข้าข้างไอ้โอเมก้าชั้นต่ำนี่มันอะไรกัน! “ไอ้โอเมก้านั่นบีบคออันนาเกือบตาย คุณให้อันนาได้แค่คำขอโทษ แล้วก็ค่ารักษาพยาบาลเนี่ยนะคะ!”

แวบหนึ่งอามันต์ดูจะเหนื่อยหน่ายกับคนตรงหน้าอย่างที่สุด เมื่อคิดได้ว่าอีกคนเข้ามาก่อกวนเวลาทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตแล้ว ชายหนุ่มก็ตอกกลับไปอย่างไม่ไว้หน้า “ก็แล้วคุณต้องการอะไรล่ะครับ อยากได้อะไรก็พูดมาตรงๆ เถอะ”

ได้ยินดังนั้นอันนาจึงยิ่งเชิดคอขึ้นสูงขึ้นกว่าเดิม จากนั้นก็กล่าวความต้องการของตนออกมาด้วยน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจ “หึ! อันนาต้องการให้เมียคุณแถลงข่าวขอโทษกับสื่อ แล้วก็จ่ายค่าเสียหายมาให้ด้วยสิบล้าน! ไม่อย่างนั้นอันนาจะจ้างทนายฟ้องร้องให้ถึงที่สุด!” หล่อนชี้ย้ำๆ ไปที่ลำคอของตน “คุณดูสิคะ อันนาจะมีหน้าไปเจอเพื่อนฝูงได้อย่างไรคะ คอแดงเป็นรอยมือเสียขนาดนี้ เมียคุณน่ะร้ายกาจเกินไปแล้ว!

โอ้มายก็อด! ความจริงเป็นอย่างไรก็ยังไม่กระจ่าง แต่เธอกล้าขออะไรมากขนาดนี้แล้วหรือ!? ความต้องการอันนาทำเอาเลขาหนุ่มอย่างเจมี่ถึงกับอ้าปากค้าง

แต่เหนือกว่าคนกล้ายื่นข้อเสนออย่างอันนา ก็ยังมีเจ้านายของเขา...

“ตกลง”

ที่ตอบตกลงไปหน้าตาเฉยเสียอย่างนั้น!

เอ่อ...เอาจริงหรือครับนาย เจมี่คิด ใจอยากยกมือขึ้นตบหน้าผากเสียให้รู้แล้วรู้รอด

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายอันนาเองก็ดูจะพอใจมากที่อามันต์ตอบตกลง เธอแย้มรอยยิ้มสมใจขณะที่กำลังจะเอ่ยปากพูด “งั้นก็ดีค่ะ ขอบคะ...”

“แต่ถ้าเรื่องราวถูกพิสูจน์ออกมาได้ว่านิธานไม่ผิด ผมคงต้องรบกวนให้คุณแถลงข่าวขอโทษและจ่ายค่าเสียหายให้ทางเราด้วยเช่นกันนะครับ”

สิ้นประโยคนั้น นอกจากเจมี่ที่ทำตาโตยิ่งกว่าเดิมแล้ว สาวอันนาก็พลันเกิดอาการฮึดฮัดขึ้นมาทันใดเช่นกัน “เอ๊ะ! หมายความว่าคุณไม่เชื่ออันนาหรือคะ!?”

อามันต์หาได้รู้สึกอะไรกับคำพูดของหญิงสาว เขายักไหล่และเริ่มอธิบายต่อ “ไม่ใช่ผมไม่เชื่อ แต่เรายังไม่รู้ว่าทำไมนิธานถึงบีบคอคุณ และคุณก็ยังไม่ได้เล่าให้ผมฟังด้วยว่ามันเกิดอะไรขึ้น มาถึงก็โวยวายถามหาความรับผิดชอบอย่างเดียวเลย ผมที่เป็นคนกลางก็ต้องตรวจสอบอะไรให้ดีก่อนสิครับ”

“แล้วยังต้องตรวจสอบอะไรอีกคะ! รอยแดงที่คอนี่ คุณก็เห็นอยู่ทนโท่!!” อดีตพี่เลี้ยงสาวเริ่มเกรี้ยวกราด “จะต้องสนใจทำไมว่าอะไรทำให้มันพุ่งเข้ามาบีบคออันนา อย่างไรอันนาก็คือผู้เสียหาย อีกอย่างคุณก็รู้ว่าไอ้โอเมก้านั่นมีนิสัยโมโหร้ายแค่ไหน พูดจาขัดใจอะไรนิดหน่อยก็ลงไม้ลงมือแล้ว เรื่องมันก็เริ่มมาจากเรื่องขี้ปะติ๋วเท่านั้นแหละค่ะ!”

โอ้! ถ้าเรื่องที่ท่านไอศูรย์เรียกคุณว่าแม่เป็นความจริง ถึงตอนนั้นมันก็ไม่น่าเรียกว่าเรื่อง ‘ขี้ปะติ๋ว’ ได้แล้วนะครับ เจมี่วิพากษ์วิจารณ์ญาติสายรองของเจ้านายในใจ ซึ่งในระหว่างที่กำลังคิดอะไรอยู่นั้น โทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงของเขาก็สั่นเป็นจังหวะขึ้นมาพอดี เลขาหนุ่มจึงค่อยๆ ก้าวถอยหลัง โดยพยายามไม่ให้รบกวนคนทั้งสอง แล้วก็มานั่งยองๆ ลงที่มุมหนึ่งของห้อง

สายตาเหลือบมองชื่อคนโทรเข้าแวบหนึ่งก่อนจะกดรับ “ว่าไงอีธาน”

[ทำไมเสียงเบาจัง...] ปลายสายทักขึ้นมา เมื่อเห็นว่าเพื่อนร่วมงานของตนพูดเสียงเบาผิดปกติ ทั้งรอบด้านยังมีเสียงดังรบกวนเล็ดลอดเข้ามาในสายด้วย

“ผมอยู่ในห้องนาย” เจมี่กระซิบอธิบายความ “แล้วยังมีคุณอันนาด้วย...”

[หา! คุณอันนา!? เธอไปที่นั่นหรือครับ]

“ใช่ โผล่มาเรียกร้องค่าเสียหายน่ะ”

[โอ๊ย! ถ้าอย่างนั้นคุณบอกนายไปเลยว่าไม่ต้องให้ ให้ไม่ได้เชียวนะ!]

เจมี่เลิกคิ้วสงสัย “หมายความว่าอย่างไร”

[เดี๋ยวคุณรอดูพร้อมนายเลยแล้วกัน ผมจัดการส่งคลิปบางส่วนจากกล้องวงจรปิดไปให้ในอีเมลนายแล้ว บอกให้ท่านเปิดดูด้วยล่ะ ส่วนวิดีโอเต็มๆ ทั้งหมดเดี๋ยวผมจะก๊อบปี้ลงแผ่นดีวีดีไว้ให้ มันต้องใช้เวลาดึงข้อมูลอีกสักหน่อย]

“ได้ ขอบใจนายมาก” เมื่อคุยกับอีธานจบ เจมี่ก็เก็บโทรศัพท์ใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงตามเดิม เขายืดตัวลุกขึ้นยืน ก่อนจะเดินเข้าไปหาเจ้านายของตนที่กำลังถูกอันนาเหวี่ยงวีนใส่เต็มที่

“คุณไปถามมัน มันก็ต้องตอบเข้าข้างตัวเองสิคะ ในเมื่อในห้องนั้นมีอันนากับมันอยู่กันแค่สองคน ใครจะมาเป็นพยานให้ได้...นี่นาย! จะเดินเข้ามาแทรกทำไม ฉันยังพูดไม่จบนะ เสียมารยาท!”

เจมี่ที่ถูกตวาดใส่จนหูแทบดับผงกหัวขอโทษขอโพยงกๆ “ขออภัยด้วยครับคุณอันนา พอดีมีงานด่วนเข้ามาน่ะครับ”

“งานด่วน!?” หล่อนขมวดคิ้ว “ด่วนขนาดไหนถึงทำให้นายโผล่มาแทรกได้ เอาไว้ทีหลังไม่ได้หรือไง ฉันยังพูดไม่จบนะ!”

“มันด่วนจริงๆ ครับ...”

“เอาเถอะๆ มีอะไรก็พูดมาเจมี่” อามันต์พูดตัดบทแล้วหันไปทางญาติตน “ส่วนอันนา...ถ้ายังอยากจะคุยต่อก็รบกวนไปนั่งรอสักครู่เถอะครับ ผมขอคุยงานแป๊บเดียว”

“เชอะ! ถ้าอามันต์ว่าอย่างนั้น อันนาไปนั่งรอก็ได้ค่ะ!” สาวหุ่นสะบึมกระแทกเสียงตอบ ยอมเดินไปนั่งรอที่โซฟาด้วยท่าทางกระฟัดกระเฟียด

เมื่อเห็นว่าคนเดินห่างออกไปแล้ว อามันต์ก็กระดิกนิ้วเรียกเลขาของตนให้เดินเข้ามาใกล้ๆ ทันที เจมี่เดินไปยืนอยู่ข้างอามันต์ ก่อนจะก้มลงกระซิบบอกบางอย่าง โดยที่อามันต์ก็พูดออกมาเพียงคำเดียวว่า ‘จริงหรือ’ ก่อนจะขยับเก้าอี้ไปทางคอมพิวเตอร์เครื่องใหญ่ทันที

อันนาเฝ้ามองท่าทางของทั้งคู่อย่างไม่ชอบใจ ทว่าก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก หล่อนหยิบกระจกในกระเป๋าขึ้นมาส่องดูรอยแดงที่ลำคอ ก่อนจะเหยียดยิ้มพออกพอใจ

หึ! ไม่เสียทีที่ปัดบลัชออนเสริมตอนอยู่ในรถ แดงขนาดนี้ถ้าอามันต์ยังจะเข้าข้างมันอยู่ก็เกินไปล่ะ!

อามันต์ขยับเมาส์เพื่อเข้าเมลของตน ซึ่งภายในนั้นก็มีอีเมลฉบับใหม่ล่าสุดที่ถูกส่งมาจากอีเมลประจำตัวของอีธานจริงดังว่า เมื่อเปิดเข้าไปดูก็พบกับข้อความอธิบายสั้นๆ และไฟล์แนบจำนวนสองไฟล์

‘ไฟล์วิดีโอจากกล้องวงจรปิดครับ ไฟล์แรกมาจากห้องทำงานของนาย ส่วนไฟล์ที่สองมาจากกล้องในห้องท่านไอศูรย์ ส่วนนี้จะเป็นวิดีโอในช่วงบ่ายของวันนี้ครับ เป็นเวลาก่อนที่ท่านนิธานจะเข้าไปประมาณหนึ่งชั่วโมง’

ดังนั้นแล้วอามันต์จึงกดโหลดไฟล์ทั้งหมดออกมา รอจนมันดาวน์โหลดเสร็จแล้วจึงเริ่มเปิดไฟล์อันแรกที่มีเลขกำกับอยู่ก่อนโดยทันที ก่อนหยิบหูฟังที่เสียบคาไว้อยู่แล้วขึ้นมาเสียบใส่หู

วิดีโอนี้เป็นวิดีโอที่บันทึกภาพในห้องทำงาน มันบันทึกเอาไว้ตั้งแต่ตอนนี้นิธานเปิดประตูเข้ามาในห้องทำงาน กระทั่งร่างสูงโปร่งเดินนำไปนั่งที่เก้าอี้ จากนั้นเหตุการณ์ก็ดำเนินไปเรื่อย และนับเป็นเรื่องดีที่ตัวกล้องนี้สามารถบันทึกได้ทั้งภาพและเสียง แม้เสียงที่บันทึกได้จะไม่ค่อยดังนักด้วยระยะห่างที่ค่อนข้างมาก แต่ความเงียบสงบภายในห้องก็ช่วยให้เขาได้ยินบทสนทนาระหว่างทั้งคู่ได้ค่อนข้างชัดเจน

ยิ่งดู ฝ่ามือของอามันต์ก็ยิ่งกำแน่นขึ้นทุกที ดวงตาคู่คมปรากฏแววแข็งกร้าวอย่างยากที่จะได้เห็น เขาเฝ้ามองภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อไปอย่างอดทน กระทั่งวิดีโอที่สองจบลง ชายหนุ่มจึงตวัดสายตาดุๆ มองเลขาคนสนิทของตนจนอีกฝ่ายสะดุ้ง

“มะ...มีอะไรหรือเปล่าครับ”

โดยไม่ต้องให้พูดบอก เพียงนิ้วหนาถูกยกขึ้นกระดิกอีกครั้ง เจมี่ก็รีบก้มลงไปใกล้ๆ ทันที เขาได้ยินเจ้านายเอ่ยว่า “คุณออกไปเรียกรปภ.มาเฝ้าหน้าห้องไว้หน่อย บอกพวกเขาด้วยว่าอย่าให้ใครหลุดออกไปจากห้องนี้ได้ แล้วคุณค่อยกลับเข้ามา”

“ได้ครับ” เจมี่รับคำสั่งเสียงเบา จากนั้นก็รีบเดินออกไปจากห้องทันที

อันนาที่เห็นท่าทางรีบร้อนเช่นนั้นจึงหันมาถามอามันต์ “มีอะไรหรือเปล่าคะ”

“ไม่มีอะไรหรอกครับ” อามันต์ตอบ ตอนนี้ใบหน้าของชายหนุ่มมีรอยยิ้ม ทว่ากลับเป็นยิ้มที่ส่งไปไม่ถึงดวงตา

หากอันนาที่นั่งห่างออกไปกลับไม่ทันสังเกตเห็น หล่อนจึงยังคงแสดงท่าทางกระตือรือร้นออกมาได้เรื่อยๆ “งานเสร็จแล้วหรือคะ ถ้าอย่างนั้นอันนาพูดเรื่องของเราต่อได้แล้วใช่ไหม”

“ยังไม่เสร็จดีหรอก แต่เรามาคุยเรื่องนี้ให้จบไปก่อนเลยก็ได้” ขณะที่ชายหนุ่มกำลังพูด เจมี่ก็เดินกลับเข้ามาพอดี อามันต์จึงเริ่มพูดเข้าเรื่องที่คุยค้างไว้ด้วยท่าทางจริงจัง “คุณบอกว่าตอนเกิดเรื่องอยู่กับนิธานแค่สองคนใช่ไหมครับ”

“ใช่ค่ะ” อันนาพยักหน้า “ทำไมหรือคะ”

“ถามได้ไหมว่าทำไมพวกคุณถึงทะเลาะกัน”

ได้ยินคำถามแล้วอันนาก็แสร้งทำท่าทางลำบากใจ “เรื่องนั้นอันนาก็ไม่ค่อยอยากจะพูดหรอกค่ะ มันน่าอาย แต่ในเมื่อคุณอยากรู้ อันนาจะบอกก็ได้ค่ะ” คุณอดีตพี่เลี้ยงปั้นสีหน้าเศร้าใจ “คืออันนาแค่...แกล้งแซวคุณวิทักษานิดหน่อย ไม่คิดว่าเขาจะฉุนหนักจนขนาดสติแบบนั้น”

“แซวว่าอะไรครับ”

“ก็...แค่พูดว่าตาไอศูรย์คงดีใจที่คุณแม่มาเยี่ยม หลังจากที่ไม่เคยมาเลยน่ะค่ะ”

“เพราะเรื่องแค่นั้นเองหรือ พวกคุณถึงได้ทะเลาะกันน่ะ”

อันนายังคงสวมบทบาทผู้ถูกกระทำได้อย่างยอดเยี่ยมชนิดที่ว่า หากใครไม่รู้เรื่องมาก่อนก็คงคิดว่านิธานรังแกเธอเกินไปจริงๆ แน่ “ใช่ค่ะ คืออันนาก็ไม่ได้อยากจะทะเลาะด้วยนะคะ อันนาขอโทษไปแล้ว แต่คุณวิทักษาเขาไม่ยอมจบ”

อามันต์ฟังแล้วก็พยักหน้าคล้ายจะบอกว่าเข้าใจ ก่อนจะถามย้ำอีกครั้ง “แน่ใจนะครับ?”

“แน่สิคะ อันนาถึงได้บอกไงว่ามันเป็นเรื่องขี้ปะติ๋ว” ฝ่ามือบางถูกยกขึ้นโบก ราวกับว่าหล่อนไม่ได้คิดว่ามันจะเป็นเรื่องใหญ่อะไรจริงๆ

“อ้อ! หรือครับ” นัยน์ตาสีฟ้าอ่อนทอประกายคมกริบ ในเมื่อมาถึงขนาดนี้แล้ว อีกฝ่ายยังไม่ยอมเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงๆ ออกมา อามันต์ก็ไม่คิดว่าเขายังควรจะต้องประนีประนอมอะไรอีกต่อไป ฝ่ามือหนาจึงขยับเลื่อนเมาส์เพื่อปรับเปลี่ยนการเล่นเสียงไปที่ลำโพง จากนั้นกดเล่นคลิปที่เขาเพิ่งดูจบไปอีกครั้ง ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า “ถ้าอย่างนั้นนี่คืออะไรกันล่ะอันนา”

“ทำงานมานานแค่ไหนแล้วล่ะ”

“ก็ตั้งแต่เขาเกิด ทำไมคะ? หรือคุณจะนึกอิจฉา”

“โอ๊ย! เราจะไปอิจฉาคุณทำไมกัน”

แรกทีเดียวอันนายังไม่ได้สนใจอะไรมากนัก ด้วยไม่คิดว่าอามันต์จะเปิดคลิปอะไรให้ฟัง ทว่าเสียงบทสนทนาที่เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ จากการถูกเพิ่มระดับความดังก็ทำให้หล่อนต้องหันกลับมาตั้งใจฟัง กระทั่งวิดีโอเล่นถึงตรงนี้...หญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวในห้องก็เริ่มหน้าซีดปากสั่น “นะ...นี่มัน...”

อามันต์ปรายตามอง ก่อนเฉลยให้หล่อนฟังเสียงเรียบ “ครับ ไฟล์จากกล้องวงจรปิดน่ะ”

“เอ๊ะ! คุณติดกล้องไว้ด้วยหรือคะ!?” ตอนนี้สติของอันนาเตลิดหนีไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ท่าทางมั่นใจเมื่อตอนเดินเข้ามาถูกอามันต์หยิบมาขยี้และเหยียบซ้ำๆ จนแทบจมดิน หล่อนผุดลุกขึ้นยืนแล้วส่งเสียงถามชายหนุ่มด้วยเสียงอันดัง “ทะ...ทำไมฉันไม่เคยรู้เลยล่ะ ในห้องก็ไม่เห็นมีกล้องเลยนี่!”

“นั่นไม่ใช่ธุระที่ผมต้องบอกคุณ” อามันต์ตอบเสียงเย็น ขณะเดียวกันเลขาหนุ่มก็แอบตอบคำถามนั้นกับตัวเอง

กล้องวงจรปิดบนโลกใบนี้ไม่ได้มีแค่อันใหญ่เทอะทะแบบเดียวสักหน่อย กล้องตัวเล็กๆ ที่คุณภาพสูงก็มี จะติดให้เห็นหรือจะแอบซ่อนไว้ก็ได้ทั้งนั้นแหละ!

อามันต์จัดการขยับเลื่อนวิดีโอไปที่อีกช่วงหนึ่ง “แล้วนี่หรือที่คุณบอกว่าแซวนิธานเขานิดหน่อย...”

“อ้อ! เป็นแม่ที่ไม่เคยสนใจไยดีลูกเลยน่ะหรือคะ โถ ไม่คิดว่าคนอย่างคุณจะกล้าพูดเรื่องนี้ออกมาได้นะคะเนี่ย”

“จุ๊ๆ คุณนี่มันกล้าดีจริงๆ”


แล้วก็เลื่อนต่อไปอีกนิด


“ฉันล่ะเสียใจแทนอามันต์จริงๆ ถ้าวันนั้นเขาอยู่กับฉัน...ถ้าวันนั้นเขาไม่หุนหันออกไปข้างนอก เขาก็คงไม่ถูกโอเมก้าร่านๆ อย่างแกให้ท่าจนต้องพลาดไปจับคู่ด้วยหรอก!”

“เดี๋ยวนะ...จะบอกว่าเขากับคุณเคยคบกันมาก่อน? โอ้ตายแล้ว! นี่เราไปแย่งเขามาจากคุณหรอกหรือนี่ โอ้ไม่ๆ เราขออภัยด้วยอันนา เราไม่ทราบจริงๆ”


พอถึงตรงนี้อามันต์ก็หันมาหาอันนาพลางเลิกคิ้วขึ้นสูง เขาเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงดุดัน “ผมก็เพิ่งรู้ว่าเราคบกันอยู่นะนี่ ทั้งที่ความจริงวันนั้นผมก็แค่ไปทำธุระที่ตึกนั่นแล้วเจอคุณพอดี พอเสร็จจากนั้นก็รีบไปที่อื่นต่อ คุยกับคุณสักคำผมยังไม่ได้พูดเลย”

อันนาพลันหน้าถอดสี คนที่เธอแอบอ้างมาใช้ในการยั่วยุนิธานดันตอกย้ำความจริงข้อนี้ให้ฟังเสียได้!

อามันต์เปลี่ยนไปเปิดวิดีโออันที่สองขึ้นมา “สุดท้าย...ผมก็เพิ่งรู้ว่าที่แท้ผมจ้าง ‘แม่เลี้ยง’ ให้ลูกชาย ไม่ใช่ ‘พี่เลี้ยง’ อย่างที่สัญญาจ้างบอกเอาไว้ คุณถึงได้โมเมสวมรอยเป็นแม่ของไอศูรย์ได้อย่างสบายอกสบายใจแบบนี้”

ชายหนุ่มดูคลิปวิดีโอตรงหน้าด้วยสายตาน่ากลัว

เวลาตามที่ปรากฏในวิดีโอคือเที่ยงวัน ซึ่งเป็นเวลามื้อเที่ยงของเด็กชายพอดี ในวิดีโอคือภาพที่อันนากำลังลงมือป้อนอาหารให้ไอศูรย์ หลังจากที่แม่บ้านนำอาหารมาส่งให้และออกไปทำงานอื่นของตนต่อแล้ว การกระทำหล่อนดูปกติดีทุกอย่าง ไม่ได้มีการทุบตีหรือตะคอกใส่เด็กชายแต่อย่างใด หากแต่คำพูดที่ใช้กับเด็กชายต่างหากที่มีความผิดปกติชัดเจน

“ไอศูรย์ลูก กินข้าวกันเนอะ ไม่ดื้อกับคุณแม่นะครับ”

“อ้าม~ เก่งมากค่ะ ลูกชายของคุณแม่เก่งจังเลย”

“ไหนๆ คนนี้ใครคะ ใครเอ่ย”

“มามา...มามา”

“ถูกต้องจ้า นี่คุณแม่ของหนูไง ไอศูรย์เก่งที่สุด”


อามันต์กดหยุดคลิป ก่อนจะผุดลุกขึ้นยืนแล้วกระแทกเสียงถามด้วยความโกรธจัด “บอกผมสิอันนา! คุณทำอย่างนี้ไปทำไม!”

“เอ่อ...คือฉัน...คืออันนา...” เวลานี้อันนาเริ่มตัวสั่นไปกับสายตาที่อีกฝ่ายใช้มองตน ความผิดกระทงแล้วกระทงเล่าถูกขุดออกมาประจานทำให้ไม่อาจหนีไปทางไหนได้อีก หล่อนจึงได้แต่ก้มหน้ามองพื้นแล้วพูดเสียงอ้อมแอ้มๆ อย่างคนจนด้วยหลักฐาน “อันนาขอโทษค่ะ”

“ขอโทษตอนนี้มันจะไม่สายไปหน่อยหรือไง!” มือหนาตบโต๊ะเสียงดังปัง “ผมเห็นคุณมีความรู้ทางด้านนี้ ดูเข้าใจเด็ก และก็น่าจะดูแลลูกของผมได้ดี อีกอย่างเราเป็นญาติกัน ผมถึงยอมให้คุณมาเป็นพี่เลี้ยงของไอศูรย์” อามันต์รู้สึกหงุดหงิดสิ้นดีกับความโอหังของผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้ “แรกๆ คุณก็ทำมันได้ดีนี่ พอผมไว้ใจให้คุณอยู่คนเดียวได้ คุณก็ได้ใจจนผยองได้ถึงขนาดนี้เลยเชียวหรือ!? อะไรมันดลใจให้คุณขวัญกล้าได้เท่านี้กันอันนา!!”

เหอะ! ก็แค่พี่เลี้ยงเด็ก กล้าดีอย่างไรมาสวมรอยเป็นแม่เสียเองแบบนี้!

อันนากลัวไปหมด ทว่าความหยิ่งทระนงในศักดิ์ศรีก็ไม่อาจทำให้เธอยอมรับความผิดของตนได้โดยง่าย หญิงสาวจึงเชิดคอขึ้น ก่อนจะทำใจกล้าตอบคำถามออกมาอย่างมั่นใจในความคิดของตัวเอง “อันนาเคยบอกแล้วว่าอันนารักคุณ แล้วคุณก็ยอมให้อันนามาดูแลลูกตามที่อันนาขอ แถมหลังๆ คุณยังเปิดโอกาสให้อันนาอยู่กับลูกสองคน อันนาก็เลย...”

“เลยคิดว่า ‘ผมรักคุณ’ งั้นสิ!?” บิดาของไอศูรย์ตะคอกกลับอย่างฉุนเฉียว “ฝันกลางวันนานไปแล้วอันนา ผมเคยปฏิเสธคุณชัดเจนไปแล้ว ปฏิเสธไปไม่รู้กี่ครั้งแล้ว หรือว่าคุณความจำเสื่อม!?”

“ตะ...แต่ฉัน...ฉันรักคุณ...รักลูก...”

“ไอศูรย์ไม่ใช่ลูกของคุณ! เขาเป็นลูกของนิธานกับผมเข้าใจไว้ด้วย! และถึงนิธานจะทำตัวร้ายกาจแค่ไหน ผมก็ไม่เคยคิดที่จะหาใครมาแทนที่เขา!” อามันต์แผดเสียงดังลั่นจนอันนาเผลอก้าวขาถอยหลัง น้ำตาของหล่อนไหลพรากๆ จนอายไลเนอร์ที่ถูกเขียนไว้เริ่มหลุดลอก ดูแล้วช่างน่าสมเพชเป็นที่สุด “เขาเป็นภรรยาของผม เป็นคู่ชีวิตของผม แล้วก็เป็นคนที่มีชาติกำเนิดสูงส่งเกินกว่าที่คุณจะมีสิทธิ์ไปเรียกว่าโอเมก้าชั้นต่ำด้วย! กล้าดีอย่างไรไปเรียกเขาแบบนั้น คนที่เกิดในบ้านรองอย่างคุณมีหน้าพูดคำนี้ใส่เขาด้วยหรือ!

อันนาสะดุ้งแล้วสะดุ้งอีก ถ้อยคำที่ออกมาจากปากของคนที่เธอรักและหลงใหลมานานหลายปีโจมตีหน้ากากชนชั้นสูงที่หล่อนเพียรสร้างมาจนพังยับเยิน

“นิธานเปลี่ยนมาใช้นามสกุลของผมแล้ว ที่สำคัญเขายังไม่ได้ละทิ้งฐานันดรของตัวเองไป ต่อไปอย่าให้ผมได้ยินคนไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงอย่างคุณเรียกเขาแบบไม่ให้เกียรติอย่างนั้นอีกนะ!

อามันต์ประกาศกร้าว และเขาก็หมายความตามที่พูดทุกประการ

เขายอมรับว่าความสัมพันธ์ระหว่างตนกับนิธานนั้นย่ำแย่เกินทน ยิ่งตอนที่อีกฝ่ายดึงดันว่าจะเอาลูกออก เขาก็ยิ่งรู้สึกอยากฆ่าคนให้ตายคามือ ทว่าในท้ายที่สุดคนคนนั้นก็ยอมคลอดลูกให้ ยอมให้คนเป็นพ่ออย่างเขาได้มีโอกาสเลี้ยงดูอุ้มชูเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเอง ดังนั้นอามันต์จึงคิดว่าขอเพียงแค่นิธานไม่ทำร้ายลูก นับจากนี้ต่อให้อีกคนจะร้ายกว่านี้อีกสักร้อยเท่า เขาก็จะไม่เก็บมันมาใส่ใจ

“อันนาขอโทษค่ะ...ฮึก...ขอโทษค่ะอามันต์” อันนาร้องไห้สะอึกสะอื้น “ให้โอกาสอันนาอีกสักครั้งนะคะ อันนาสัญญาว่าจะทำหน้าที่ให้ดี ไม่ทำอะไรนอกเหนือหน้าที่อีก...”

“เหอะ!” ร่างหนาแค่นหัวเราะเสียงต่ำ “คุณคิดว่าผมจะยอมให้ผู้หญิงที่จ้องจะเข้ามาเสียบตำแหน่งแม่ของไอศูรย์อยู่ตลอดเวลา กลับมาทำงานอีกหรือ?”

“อามันต์คะ...” หญิงสาวพยายามอ้อนวอน ทว่าอามันต์ไม่สนใจ

“ไปซะ!” เขาชี้นิ้วไปที่ประตู “ไปให้พ้นหน้าผม รีบไปเสียตั้งแต่ตอนนี้ ก่อนที่ผมจะพุ่งเข้าไปหักคอคุณ!!”

ความเหี้ยมเกรียมและรังสีอำมหิตที่อีกฝ่ายส่งมา ทำให้อันนารีบพยักหน้ารับด้วยความหวาดกลัวสุดขีด สิ้นท่าทางหยิ่งผยองพองขนที่เคยเป็นมาอย่างสิ้นเชิง

“ค่ะๆ เข้าใจแล้วค่ะ ฉะ...ฉันไปก่อนนะคะ!หล่อนผงกหัวรัวเร็ว ร่างเล็กเร่งจ้ำเดินไปหยิบกระเป๋าของตนขึ้นมาสะพายบนบ่า จากนั้นรีบพุ่งตัวออกจากห้อง

ทว่าเมื่อเปิดประตูได้อันนาก็ต้องผงะ เมื่อสายตามองเห็นรปภ.รูปร่างแข็งแรงสามคนที่กำลังยืนเรียงหน้ากระดาน เพื่อทำหน้าที่เฝ้าหน้าห้องอยู่ และตอนนี้ทั้งสามก็ตั้งท่าจะตะครุบตัวเธอไว้ พอดีกับอามันต์ที่ส่งเสียงห้ามขึ้นมา “ไม่ต้อง! ให้เธอไปซะ!” ดังนั้นจึงทำให้ไม่มีใครขยับตามไปอีก ส่งผลให้อันนาสามารถเดินออกมาจากตรงนั้นได้โดยสวัสดิภาพ

หล่อนรีบวิ่งไปที่ลิฟต์แล้วกดปุ่มเรียกลิฟต์ถี่ๆ กระทั่งประตูลิฟต์เปิดออกก็พุ่งตัวเข้าไปด้านใน ก่อนกดปุ่มปิดประตูรัวๆ อีกครั้งอย่างคนอกสั่นขวัญแขวน

ครั้งนี้เธอพลาด...

พลาดมากจริงๆ ที่ไปกระตุกหนวดเสือตอนมันกำลังหลับ!



เมื่อเหตุการณ์ทุกอย่างสงบลงแล้ว อามันต์ก็อนุญาตให้รปภ.ทั้งสามกลับไปทำหน้าที่ของตนต่อ ทว่าก็ยังไม่ลืมถามว่าเพราะเหตุใดจึงปล่อยให้อันนาขึ้นมาด้านบน แทนที่จะถูกกักตัวไว้ตั้งแต่ที่ชั้นล่างได้

“ผมผิดเองครับ...” หนึ่งในสามสารภาพเสียงอ่อย “ตอนแรกได้ยินว่าเธอมาติดต่อหาคุณไลลา หัวหน้าแผนกพีอาร์ ทีนี้เธอไม่รู้ทาง ผมเลยอาสาพาเธอไปส่งที่แผนกเอง ตอนขึ้นลิฟต์ไปเธอก็พูดชมบริษัทอย่างนั้นอย่างนี้ครับ ถามหว่านไปทั่วว่างานที่นี่ดีไหม สวัสดิการเป็นอย่างไร ลามไปถึงห้องคนนั้นคนนี้อยู่ที่ไหน คือผมก็กำลังสนใจกับ...รูปร่างของเธออยู่พอดี พอหล่อนถามอะไรมาก็เคลิ้มๆ หลุดปากบอกไปหมดเลยครับ พอไปส่งเธอถึงชั้นที่ต้องการผมก็ขอตัวลงมาข้างล่าง ไม่ได้ตามดูต่อว่าเธอไปที่แผนกจริงหรือเปล่า” คนบ่งพร่องในหน้าที่โค้งกายขอโทษปลกๆ “ผมขอโทษครับนาย ขอโทษจริงๆ ครับ”

มองท่าทางก้มโค้งจนลำตัวแทบจะขนานกับพื้นนั่นแล้ว อามันต์ก็ถอนหายใจออกมา “เอาเถอะ...คุณเพิ่งมาทำงานได้ไม่นาน จะผิดพลาดไปบ้างผมก็เข้าใจได้ แต่ความผิดก็ต้องแยกกันนะ เดี๋ยวผมจะให้เจมี่เป็นคนพิจารณาลงโทษเอง”

“ครับ เข้าใจแล้วครับ” รปภ.หนุ่มรับคำแต่โดยดี เขาพลาดไปจริงๆ เพราะฉะนั้นจึงต้องถูกลงโทษอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ขอแค่ไม่โดนไล่ออก จะเป็นโทษหนักแค่ไหนเขาก็ยอมทั้งนั้น หากถูกไล่ออกจากที่นี่แล้วเขาจะไปหางานที่เงินเดือนและสวัสดิการดีๆ แบบนี้ที่ไหนได้อีกล่ะ

เมื่อเข้าใจกันดีแล้ว รปภ.ทั้งสามก็ได้รับอนุญาตให้กลับลงไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อ ส่วนอามันต์นั้นเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานของตัวเองพร้อมกับทิ้งตัวลงนั่งไม่เบานัก

เจมี่เห็นท่าทางเครียดๆ ของเจ้านายก็อดถามขึ้นมาไม่ได้ “อยากได้กาแฟสักแก้วไหมครับ”

“ก็ดี” นิ้วหนาขยับนวดหัวคิ้วของตัวเองเบาๆ ก่อนจะนึกอะไรขึ้นได้ “อ้อ! เดี๋ยวคุณส่งคนไปเตือนบ้านรองด้วยนะ บอกพวกเขาว่าถึงนิธานจะเป็นโอเมก้า แต่เขาก็เป็นถึงเชื้อพระวงศ์ที่มีสายเลือดใกล้ชิดกับคิงมากที่สุด อย่าให้ผมได้ยินใครเรียกว่าเขาพวกชั้นต่ำหรือพูดจาไม่ให้เกียรติอีก เพราะถ้าไม่ระวังปากเอาไว้บ้าง ชีวิตมันจะอยู่ได้ไม่นาน และหากวิทักษาคิดจะเอาเรื่องขึ้นมา ผมเองก็ไม่มีปัญญาจะไปช่วยเหลืออะไรพวกเขาหรอก” ชายหนุ่มยิ้มเยาะให้กับความโง่เง่าไม่เสื่อมคลายของญาติสายรองพวกนี้ ที่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็สลัดนิสัยเลวๆ ของบรรพบุรุษตัวดีออกไปไม่ได้สักที “ส่วนเรื่องอันนา คุณช่วยกำชับคุณลุคกับคุณไลลาไปอีกสักหน่อยว่า ขอให้เขาสั่งสอนลูกสาวให้ดีกว่านี้ หล่อนจะได้ไม่ไปทำอะไรโง่ๆ ซ้ำอีกให้วงศ์ตระกูลขายขี้หน้า”

“ได้ครับ เดี๋ยวผมจะจัดการให้” เจมี่พยักหน้ารับ ในหัวจดจำทุกอย่างที่เจ้านายพูดไว้อย่างแม่นยำ จากนั้นเดินออกไปชงกาแฟให้อามันต์ดื่มแก้เครียด

อามันต์ทิ้งตัวลงพิงพนักเก้าอี้เต็มหลังแล้วหลับตาลง ทว่าไปๆ มาๆ เขาก็ดันนึกถึงช่วงสุดท้ายของวิดีโออันแรกขึ้นมาเสียอย่างนั้น

กิริยาท่าทางและคำพูดสุดท้ายของนิธานแล่นวนอยู่ในหัว ยิ่งนึกถึงตอนที่คำพูดสุดท้ายหลุดออกจากปากของเจ้าตัว รวมไปถึงท่าทางที่คนลงไปนั่งแผ่อย่างหมดท่าบนโซฟา อามันต์ก็ยิ่งรู้สึกว่ามันดูตลกมากจริงๆ

ชายหนุ่มเปล่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างขบขัน ริมฝีปากกระตุกเป็นรอยยิ้มที่มุมปาก ก่อนเขาจะเริ่มโยกเก้าอี้เล่นด้วยท่าทางสบายๆ

“ถ้านั่นเป็นการแสดงอย่างที่คุณว่าจริงๆ แล้วทั้งหมดที่ผ่านมามันคือตัวตนของคุณ หรือว่าการแสดงกันแน่ล่ะ นิธาน ถ้าโกหกจะถูกตีนะ คุณวายร้ายตัวแสบ...”


==========


อามันต์เพิ่งเคลียร์เรื่องวุ่นวายที่บริษัทจบไป ระหว่างนี้ที่คฤหาสน์เบอร์ตันก็กลับเข้าสู่สถานการณ์ปกติแล้ว พ่อบ้านแม่บ้านฝีมือดีแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตน ไม่มีใครมาจับกลุ่มแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องปัญหาระหว่างนิธานกับพี่เลี้ยงสาวอีก อีธานที่อยู่โยงเฝ้าดูสถานการณ์อยู่นานจึงได้ฤกษ์กลับไปเคลียร์งานของตนที่บริษัทต่อ

ส่วนนิธานนั้น แน่นอนว่าหลังจากที่ทำการส่งคุณพี่เลี้ยงคนนั้น ‘กลับบ้าน’ ไปเป็นที่เรียบร้อย เขาก็ไม่มีอะไรให้วุ่นวายอีก ดังนั้นจึงตัดสินใจเดินกลับไปที่ห้องของไอศูรย์พลางคิดว่าจะบอกเรื่องนี้กับอามันต์อย่างไรดี เพราะการกระทำของตนในวันนี้นั้นถือได้ว่าล้ำเส้นของอีกฝ่ายไปมากทีเดียว ยิ่งคนที่ถูกไล่ออกไปดันมีตำแหน่งเป็นถึง ‘คนรักเก่า’ ของคุณสามีตามกฎหมายด้วยแล้ว เกรงว่าค่ำคืนนี้คงจะมีพายุลูกใหญ่เลยเชียวล่ะ

นิธานคิดว่าเขาควรจะไปเตรียมร่ม เสื้อกันฝน ที่อุดหู หรืออะไรก็ได้ที่จะทำให้ตัวเองได้รับผลกระทบจากการภัยธรรมชาติครั้งนี้ให้น้อยที่สุด

“ท่านนิธานคะ”

เสียงเรียกจากด้านหลังทำให้เจ้าของชื่อเหลียวหลังกลับไปมอง ก่อนเขาจะมีสีหน้าแปลกใจ “อ้าว! คุณทิรา”

เมื่อทิราเดินมาถึงตัวชายหนุ่ม หล่อนก็ค้อมตัวลงเล็กน้อยเพื่อทำความเคารพ “ไม่ทราบท่านกำลังจะไปไหนหรือคะ”

“ไปห้องของไอศูรย์” นิธานตอบด้วยสีหน้ายุ่งๆ “หรือเราไปฝั่งนั้นไม่ได้?”

“ไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่!” แม่บ้านอาวุโสรีบแก้ “ท่านต้องไปได้แน่นอนอยู่แล้วค่ะ”

ทำเป็นพูดดี นี่กำลังระแวงอยู่ถูกไหม? เกิดเรื่องปุ๊บก็เจอหน้าปั๊บ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยเห็นโผล่มา นิธานลอบบ่นคุณแม่บ้านในใจ ด้วยรู้สึกไม่ค่อยถูกชะตากับคนคนนี้นัก

เขาไม่ได้เกลียด...หากก็รู้สึกว่าบางครั้งทิราก็ทำตัวซอกแซกจนน่ารำคาญ อย่างตอนอยู่ที่โรงพยาบาลก็ชอบแอบมองมาทางเขาตลอด ราวกับกลัวเขาจะไปก่อเรื่องที่ไหน ส่วนวันนี้ก็คงรู้เรื่องจากข้างล่างแล้วนั่นล่ะ ถึงได้รีบวิ่งขึ้นมาบนนี้

คิดๆ ไปแล้วนิธานก็ถอนหายใจ “เอาเถอะ อยากจะไปเฝ้าก็บอกกันตรงๆ จะอ้อมค้อมไปทำไมให้มากความ ตามมาสิ” จากนั้นก็ก้าวเท้าออกเดินอีกครั้ง โดยมีร่างของทิราเดินตามมาติดๆ

“ดิฉันไม่ได้มีเจตนาอย่างนั้นนะคะท่านนิธาน ท่านนิธานคะ!”

เจ้าของชื่อเมินเฉยต่อคำอธิบายนั้นไปอย่างสิ้นเชิง กระทั่งเดินมาถึงห้องของลูกแล้ว เขาก็ตรงเข้าไปหาเจ้าหมูน้อยตัวนุ่มนิ่มทันที “ไอศูรย์งอแงหรือเปล่ามีนา”

“ไม่เลยค่ะ พอท่านออกไปได้สักครู่ท่านไอศูรย์ก็ง่วงนอน ดิฉันเลยกล่อมจนท่านหลับไปแล้ว” ผู้ดูแลสาวเงยหน้าขึ้นมาตอบ ก่อนจะค่อยๆ ขยับตัวออกห่างเจ้านายตัวน้อย เมื่อเห็นว่านิธานกำลังเดินเข้ามาในคอก

“งั้นก็ดีแล้วล่ะ”

มีนาพยักหน้ารับคำ หล่อนนั่งพับเพียบอยู่ใกล้ๆ นิธานด้วยอาการสำรวม จนเมื่อผ่านไปราวห้านาทีแล้วก็ยังไม่เห็นอันนากลับเข้ามาจึงได้เอ่ยถามเจ้านายเป็นเชิงสงสัย “แล้วคุณอันนาล่ะคะ ดิฉันยังไม่เห็นเธอเข้ามาเลย ท่านให้เธอไปพักหรือคะ”

“ไม่หรอก เราไล่ออกไปแล้ว” นิธานพูดทั้งที่ยังก้มหน้าก้มตาจัดผ้าห่มให้ลูกชาย

“อะไรนะคะ! ไล่ออก!?” ผู้ดูแลสาวเบิกตาโตพลางยกมือขึ้นทาบอกอย่างตกใจ “เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันคะเนี่ย”

“จะมีอะไร้!” ชายหนุ่มว่าเสียงสูง “ก็แค่คนอยากเลื่อนฐานะตัวเองทางลัดเท่านั้น”

นั่นเองจึงทำให้มีนาเข้าใจสถานการณ์ทุกอย่าง “ถ้าอย่างนั้นเรื่องคำเรียกนั่นก็...” หญิงสาวส่ายหน้าจนใจ “มิน่าถึงมีคนเข้ามาหยิบกระเป๋าของเธอออกไป”

“ก็นั่นแหละ ดูจากวาจาเผ็ดร้อนที่เธอสาดใส่เราเป็นชุดแล้ว ท่าทางเธอคงอยากจะเป็นแม่ของไอศูรย์แทนเราใจจะขาดเลยล่ะ”

“โอ้พระเจ้า...” หญิงสาวพึมพำ ก่อนเธอจะนึกอะไรขึ้นมาได้ “เอ๊ะ! เมื่อครู่ท่านบอกว่าคุณอันนาเธอต่อว่าท่านหรือคะ”

“ถูกต้อง! แต่ไม่ห่วงหรอกมีนา เราบีบคอแม่คนนั้นแก้แค้นไปแล้วล่ะ หึ! เห็นคนดิ้นพราดๆ ทำหน้าจะขาดใจแล้วค่อยยังชั่วหน่อย” คนพูดพยักหน้าหงึกหงัก ปากขยับเล่าเรื่องราวจ้อยๆ ราวกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้สลักสำคัญอะไร ขณะที่ผคนฟังทำท่าจะช็อกตาค้างไปเสียแล้ว

บะ...บีบคอ! ท่านนิธานบีบคอคุณอันนา โอ๊ยตายแล้ว! มีนาอยากจะเป็นลม ไหนบอกว่าจะเปลี่ยนตัวเองอย่างไรล่ะคะ!

“ทำหน้าอย่างนั้นคงกำลังบ่นเราในใจอยู่ใช่ไหม” นิธานยื่นหน้าเข้าไปใกล้ผู้ดูแลของตน แล้วหรี่ตาลงอย่างรู้ทัน “ไม่เอาน่ามีนา ถ้ามีคนมาด่าเธอฉอดๆ อยู่ตรงหน้า เป็นเธอจะยอมอยู่เฉยให้เขาด่าจนพอใจหรือไง”

“กะ...ก็ต้องไม่ยอมอยู่แล้วสิคะ” สาวตัวเล็กอ้ำอึ้ง “แต่ว่าถ้าคุณท่านรู้เข้า...”

“รู้ก็รู้ไปสิ เรากลัวที่ไหน!” นิธานยกมือขึ้นทุบอกด้วยท่าทางองอาจ แต่ไม่นานก็เปลี่ยนมาส่งเสียงกระซิบกระซาบกับมีนาอีกว่า “ว่าแต่เธอมีที่อุดหูไหม เราขอสักอันสิ จะเอาอุดหูตอนคุณคนนั้นเขาบ่น เห็นทีคงจะโดนบ่นยาว”

เพียงเท่านั้นผู้ดูแลสาวก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

ไหนบอกว่าไม่กลัวไงล่ะคะ ทีแบบนี้มาทำเป็นขอที่อุดหู! ไม่รู้ว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น นอกจากจะทำให้ท่านคิดได้แล้วยังทำให้อายุท่านลดลงด้วยหรือเปล่า ตอนนี้จึงได้ซุกซนเป็นเด็กๆ

มีนาล่ะอยากจะตีจริงเชียว!!

 

กรุ๊งกริ๊ง~

“แอ๊~ แอ๊ะ...” ไอศูรย์ชูมือขึ้นขยับไปมา เพื่อพยายามคว้าตุ๊กตาคุณเสือที่มีกระดิ่งผูกไว้ที่หาง ซึ่งเป็นของที่ใครบางคนเอามาหลอกล่อให้เด็กชายยอมกินอาหารเสริม “อา...”

“อยากได้พี่เสือใช่ไหม งั้นหนูต้องอ้าปากก่อนนะ กินอีกคำหนึ่งเนอะคนเก่ง อ้ามม~”

ซุปผักรวมสีสันน่ากินถูกป้อนเข้าปากทันทีที่ไอศูรย์ยอมอยู่นิ่งๆ พอป้อนเสร็จคำหนึ่งก็เอ่ยชมสักประโยค หรือไม่ก็เขย่าตุ๊กตาเรียกความสนใจ เฝ้าทำซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างนั้นจนอาหารในชามหมดเกลี้ยง

นิธานยิ้มแก้มแทบปริ เมื่อเห็นว่าอาหารเสริมที่เขาลงมือทำเองเป็นครั้งแรกในชีวิตใหม่นี้ถูกลูกชายคนเก่งกินเสียเกลี้ยง มือบางตบก้นนิ่มๆ ของลูกสองสามที ก่อนจะรับผ้าขนหนูจากมีนามาเช็ดเศษอาหารที่เลอะตรงมุมปากเจ้าตัวน้อยให้สะอาด แถมด้วยการก้มลงหอมแก้มเด็กเก่งฟอดใหญ่ เสร็จแล้วจึงยอมส่งตุ๊กตาเสือให้ไอศูรย์ได้เล่นแต่โดยดี

“คิกๆ” พอได้ตุ๊กตามาแล้ว ไอศูรย์ก็รวบเอามันเข้าไปกอดไว้พลางซุกหน้าลงบนก้นของพี่เสืออย่างสบายใจ “มูมู...มามม...แอ๊ะ~”

“เอ้า! ก้นพี่เสือหอมไหมหือ? แต่อะไรไม่ว่า...อย่าได้อมกระดิ่งเข้าไปเชียวล่ะ เจ้าเด็กดื้อ!”

“อ๊ายยยย...แอ๊ะ”

“พูดอะไรฟังไม่เห็นรู้เรื่อง” คนเอ็นดูลูกสุดหัวใจส่ายหน้าทำเป็นเอือมระอา มือเรียวส่งถ้วยเปล่าคืนให้มีนา ก่อนเขาจะลุกเดินไปล้างมือที่ห้องน้ำ

นิธานล้างมือไปก็ฮัมเพลงในลำคอไปอย่างอารมณ์ดี พอล้างมือเสร็จก็ออกมาเล่นกับลูกต่อ คราวนี้ชายหนุ่มเลือกที่จะหยิบลูกบอลผ้าที่คิดว่าคงจะของรักของไอศูรย์ขึ้นมาโบกไปทางนั้นทางนี้ เพื่อเรียกความสนใจจากเด็กชาย ไม่นานเจ้าตัวก็เลือกที่จะปล่อยตุ๊กตาเสือในมือทิ้งไป

ร่างป้อมพลิกตัวลงนอนคว่ำกับพื้นแล้วเอื้อมมือคว้าของรักของหวงที่ถูกคนเป็นแม่ตัวจริงเสียงจริงขยับหนีไปเรื่อยๆ “อ๊า!

“มาเร็วลูก ของเล่นของหนูอยู่นี่ไง อยากได้ต้องตามมานะ”

“อา...” แขนป้อมวางค้ำลงกับพื้น ขณะเดียวกันก็พยายามดันก้นของตัวเองขึ้น “อึ๊!” จากนั้นก็ค่อยๆ ขยับแขนขยับขาคืบคลานเข้ามาใกล้ตัวนิธานอย่างช้าๆ ทว่าเจ้าตัวน้อยก็หยุดลงกลางทาง แถมยังมีการทำเสียงคล้ายไม่พอใจด้วย “อา...บู้ว!

“อ้าว!” นิธานหัวเราะคิกคัก ขณะเดียวกันก็พยายามพูดกระตุ้นให้เจ้าตัวน้อยหัดคลานต่อไป “เหนื่อยซะแล้วคนเก่ง ไม่อยากได้อันนี้แล้วหรือครับ หนูชอบอันนี้นี่นา มาหาเรามาเด็กดี...”

“แอ๊!” เด็กน้อยคล้ายจะร้องประท้วง หากไม่นานก็ยอมขยับตัวอีกครั้ง คราวนี้คนในห้องทั้งลุ้นทั้งรู้สึกเอ็นดู จนในที่สุดไอศูรย์ก็สามารถคลานมาจนถึงตัวนิธานได้สำเร็จ

“เย้~ เก่งมากครับ ไอศูรย์คนเก่ง ไหนปรบมือสิ” ว่าพลางรวบสองมือเล็กมาประกบกันแล้วจับตีเบาๆ เมื่อพอใจแล้วนิธานก็ยอมคืนลูกบอลผ้าไปให้ลูกชาย “นี่ของหนูใช่ไหม เอาไปเลยครับ เป็นคนเก่งต้องให้รางวัลเนอะ”

นับตั้งแต่ตอนที่เดินออกมาจากห้องน้ำ นิธานก็ให้ความสนใจแต่กับลูกชายและหันหลังให้ประตูห้องมาตลอด กระทั่งตอนที่นั่งหันข้างพลางลงมือหลอกล่อให้ไอศูรย์คลานเข้าไปหาก็ยังไม่คิดที่จะละสายตาไปสนใจอย่างอื่นอีก ดังนั้นเขาที่กำลังส่งเสียงสูงๆ ต่ำๆ คุยกับลูกชายอย่างสนุกสนานอยู่จึงไม่ทันได้สังเกตเลยสักนิดว่า เวลานี้ภายในห้องนั้นนอกจากจะมีมีนาและทิราอยู่ด้วยแล้ว ก็ยังมีใครอีกคนเพิ่มเข้ามาด้วย และตอนนี้คนคนนั้นเองก็กำลังกลั้นขำกับท่าทางของสองแม่ลูกอย่างสุดความสามารถ

ไม่คิดว่าจะได้มีโอกาสเห็นภาพแบบนี้เลยนะนี่ คนเพิ่งมาใหม่คิด สายตาที่มักเย็นชาและไร้ความรู้สึกอยู่เสมอดูจะอ่อนโยนลงไปโดยไม่รู้ตัว

ผ่านไปพักหนึ่ง ใครคนนั้นก็คล้ายจะอดทนไม่ให้ตัวเองขำไม่ไหวแล้ว เช่นนั้นเขาจึงได้ค่อยๆ ลุกขึ้นจากโซฟา สองขาทำการก้าวถอยหลังกลับไปยืนที่หน้าประตูห้อง มือทำทีเป็นยืนล้วงกระเป๋า จากนั้นก็พูดขึ้นมาว่า “ทำอะไรกันอยู่น่ะ”

ทันใดนั้นคนที่กำลังเล่นเพลินก็สะดุ้งเฮือก ใบหน้าเรียวหันขวับมาทางคนพูด ยิ่งเห็นว่าเป็นใครที่พูดขึ้นมา เขาก็ทำท่าคล้ายกับคนเพิ่งไปทำอะไรไม่ดีมาแล้วถูกจับได้

“คุณ!” นิธานพลันหุบรอยยิ้มอย่างฉับพลัน ร่างกายท่อนล่างค่อยๆ กระเถิบออกห่างจากลูกชายอย่างแนบเนียน...ในความคิดของตัวเองน่ะนะ “นี่เข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่น่ะ!?”

“ผมเพิ่งเข้ามาเนี่ย เสียงปิดประตูตั้งดัง ไม่ได้ยินเลยหรือคุณ” อามันต์ที่เข้ามาอยู่ในห้องตั้งนานสองนานแล้วโกหกหน้าตาย

นิธานจ้องอีกฝ่ายตาเขม็งราวกับจะจับผิด เมื่อเห็นว่าคนดูไม่มีพิรุธอะไรก็เปลี่ยนมาทำเป็นไม่สนใจ ฝ่ามือข้างหนึ่งยกขึ้นตบก้นลูกน้อยเบาๆ แล้วจึงค่อยพาตัวเองลุกขึ้นออกมาจากคอกกั้นเด็ก “มาหาไอศูรย์ใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นก็เข้ามาเถอะ เรากำลังจะกลับห้องพอดี”

ทว่าคนตัวโตกลับรีบเอ่ยขัด “เดี๋ยวสิคุณ จะรีบกลับไปไหนล่ะ”

รีบกลับเพราะไม่อยากยุ่งกับคุณไง เป็นเพียงประโยคที่อยู่ภายในใจ ส่วนที่หลุดออกจากปากตนไปจริงๆ ก็คือ “เราจะไปอาบน้ำ เหนียวตัวจะแย่แล้ว” คนเดินเกือบจะถึงประตูแล้วหันกลับมาตอบด้วยท่าทางไม่พอใจเล็กน้อย

“อ้อ! อย่างนี้นี่เอง” อามันต์พยักหน้าเป็นเชิงว่าเข้าใจแล้ว ก่อนเขาจะเริ่มหรี่ตาลง “แต่ไม่ใช่ว่าก่อเรื่องอะไรไว้แล้วจะรีบหนีหรอกนะ คุณนิธาน...”

“เปล๊า! เราไม่ได้ก่อเรื่องสักหน่อย!” นิธานรีบปฏิเสธเสียงสูงปรี๊ด

“แน่ใจ? แล้วอันนาหายไปไหนเสียแล้วล่ะ”

“กลับบ้านไปแล้ว...” คนตัวเล็กกว่าตอบเสียงเบา เมื่อเห็นว่าอีกคนมีท่าทางไม่เชื่อจึงเริ่มทำหน้าหงิกงอ จากนั้นก็อ้าปากสารภาพความผิดของตนออกมาเสียงดัง “เออ! ก็ได้! เราไล่เธอออกไปแล้ว ไม่ต้องมาทำเป็นไม่รู้เรื่องเลย คุณกลับมามีหรือคนข้างนอกจะไม่รายงาน!”

นั่นเองทำให้อามันต์หลุดขำออกมา “หึ! ยอมรับก็ได้ว่าผมรู้” ร่างสูงแบมือออกข้างลำตัวคล้ายยอมแพ้ ก่อนจะชักมือกลับมาซุกไว้ในกระเป๋ากางเกงเช่นเดิม “ว่าแต่คุณมีอะไรจะอธิบายไหม?”

“เหอะ! ไม่มีหรอก” นิธานเก๊กท่าร้ายกาจ “เราไม่ชอบหน้าหล่อนก็เลยไล่ออก แค่นี้แหละ!”

“งั้นหรือ? แล้วคุณไปไล่เขาออกอย่างนั้น ต่อจากนี้ใครจะเป็นคนดูแลไอศูรย์ล่ะ”

เรื่องนี้คนก่อนเรื่องตอบโดยไม่ต้องคิด “ก็จ้างใหม่สิ เงินมีเยอะแยะไม่ใช่หรือไง”

อามันต์ได้ยินคำตอบแล้วก็ไม่ค่อยพอใจนัก เขาลดความไม่จริงจังบนใบหน้าของตัวเองลง แล้วเอ่ยกับอีกฝ่ายเสียงเรียบ “พี่เลี้ยงเด็กนะคุณ ไม่ใช่คุณครูโรงเรียนอนุบาล มันถึงจะได้หาคนมาแทนกันได้ง่ายๆ อย่างนั้นน่ะ”

“แต่เด็กในบ้านก็มีตั้งเยอะแยะ ให้พวกเขามาช่วยก่อนก็ดะ...”

“พวกนั้นเขาก็มีงานของตัวเองกันนะนิธาน” คนเป็นสามีเอ่ยขัด “คุณจะให้เขามาดูไอศูรย์ได้อย่างไร ไม่ใช่ทุกคนที่จะทำอะไรหลายอย่างๆ พร้อมกันแล้วทำมันออกมาได้ดีทั้งหมดหรอกนะ”

คำพูดของอามันต์ทำให้นิธานสะอึกไป เขาลืมนึกถึงเรื่องนี้ไปจริงๆ นั่นล่ะ “ก็แล้วจะให้ทำอย่างไรเล่า...”

ฝ่ายคนตำหนิเห็นใครบางคนทำท่าหงอยลงแล้วก็อดแกล้งต่อไม่ได้ “จริงๆ มันก็ไม่ยากนะ ในเมื่อคุณเป็นคนไล่เขาออกไป ต่อจากนี้คุณก็มาเลี้ยงไอศูรย์เสียสิ เลี้ยงเองเลย คิดว่าผมยังจะกล้าหาพี่เลี้ยงคนใหม่มาอีกหรือ เกิดทำอะไรไม่ถูกใจคุณขึ้นมา เดี๋ยวก็ได้ไล่เขาออกอีกพอดี”

คนก่อเรื่องพลันสะดุ้งเฮือก “แต่เราเลี้ยงเด็กไม่เป็นนะ!”

“งั้นคุณไล่เขาไปทำไมล่ะ”

“ก็บอกแล้วไงว่าเราไม่ชอบหน้าเขา เราเลยไล่เขาอะ...”

“ขอความจริงนิธาน” อามันต์พูดดักคอเสียงเข้ม ทำให้นิธานที่ต้องการอธิบายความเท็จต่อรีบหุบปากฉับ แววตาคล้ายกำลังกดดันของคู่ชีวิตคนนี้ทำให้ชายหนุ่มเงียบไปอึดใจ

“โอเคๆ” สุดท้ายแล้วนิธานก็ได้แต่ยอมรับความจริง ก่อนจะพูดตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงดื้อดึง “ก็...ก็เธอไม่ได้อยากเป็นแค่พี่เลี้ยงนี่ แต่เธออยากเป็นแม่ไอศูรย์ด้วยต่างหาก เรานี่ได้ยินเต็มสองหูเลย!” ปลายเสียงแอบสะบัดนิดๆ เป็นสัญญาณให้รู้ว่าคนพูดไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ ทว่าแก้มที่เริ่มมีสีแดงเรื่อเพิ่มขึ้นมาทีละน้อยนั่นก็ทำให้อามันต์นึกอยากจะแกล้งซ้ำอีกสักครั้ง

“โอ้ ไม่ยักรู้ว่าคุณจะหวงลูกเป็นด้วย เกิดอะไรขึ้นเนี่ยนิธาน นึกรักเขาขึ้นมาแล้วหรือไง?”

คน ‘รักลูก’ ทำตาโต “เปล่าสักหน่อย! มันก็แค่สัญชาตญาณเฉยๆ หรอก สัญชาตญาณความเป็นแม่น่ะเข้าใจไหม!? ก็เห็นอยู่โต้งๆ ว่ามีคนกำลังจะแย่งลูกไป เป็นใครเขาก็ต้องโมโหกันทั้งนั้นแหละ!”

“ก็นั่นแหละที่เขาเรียกว่า ‘หวงลูก’ พูดอะไรเสียยืดยาว ไม่ต้องเขินหรอกน่า” อามันต์เอ่ยเย้า สีหน้าดูอ่อนโยนลงมาจากเดิมสักหนึ่งระดับได้ แต่นิธานที่กำลังร้อนตัวอยู่ก็ไม่ได้สังเกตเห็นมันหรอก

“บอกว่าไม่ใช่ไงคุณนี่! ไม่ได้หวง แล้วก็ไม่ได้เขินด้วย!”

“งั้นหรือ? ถ้าไม่ได้เขินแล้วทำไมต้องแก้มแดงด้วยล่ะ?”

“อะ...อากาศมันร้อน!”

ข้ออ้างสุดคลาสสิกถูกยกขึ้นมา นิธานยกมือไม้ขึ้นมาโบกรัวๆ จนสองมือแทบพันกัน ทว่าก็ต้องสะดุ้งเป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ เมื่อคนเป็นคู่ชีวิตดันขยับตัวเข้าประชิดตัว

กายใหญ่โตโน้มลงมาพูดเสียงเบาข้างๆ หู “อย่าปากแข็งนักเลยน่า เพราะท่าทางตอนนี้ของคุณมันชักน่าแกล้งจนผมทนไม่ไหวแล้ว...”

ว่าจบคนเป็นอัลฟ่าก็กระทำการบางอย่าง ซึ่งมันสามารถส่งผลให้ใครบางคนแปรเปลี่ยนเป็นแข็งทื่อ!


จุ๊บ!


ริมฝีปากบางเผยอค้างยามสัมผัสได้ถึงสายลมบางเบาที่เป่ารินรดอยู่ข้างหู ความรู้สึกคุ้นเคยบางอย่างทำให้นิธานลืมที่จะดิ้นหนีไปเสียสนิท ชายหนุ่มค่อยๆ หันมามองต้นเหตุด้วยสายตาช็อกจัด และนั่นก็ทำให้เขาได้รู้ว่าตอนนี้ใบหน้าของตนกับอามันต์นั้นอยู่ห่างกันเพียงคืบ!

มะ...เมื่อกี้ไอ้หมอนี่มันจุ๊บหูเขาใช่ไหม? ยะ...แย่แล้ว...แย่แล้วๆๆ อ๊ากกกกกก

คนตัวเล็กกว่าอามันต์อยู่โขโวยวายเสียงดังลั่นในใจ ดวงตากลมเบิกโตเสียจนไม่รู้ว่าจะโตไปไหนได้อีก ท่าทางไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่านอกจากแก้มที่กำลังมีสีแดงจัดแล้ว ทั่วทั้งใบหน้างดงามตราตรึงใจนั้นก็เริ่มที่จะขึ้นสีระเรื่อตามแล้วเช่นกัน

ฝ่ายคนกระทำการอุกอาจอย่างอามันต์กลับลอบอมยิ้มให้กับท่าทางนั้น จนเมื่อแกล้งจนพอใจแล้วก็ยอมขยับออกห่างจากร่างกายหอมกรุ่นตรงหน้า แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่วายพูดจาหยอกล้อส่งท้าย “หน้าแดงไปหมดแล้วนิธาน แหม เขินบ่อยนะเดี๋ยวนี้”

นิ้วหนาจิ้มลงบนแก้มด้านขวาของคนที่กำลังเขินจัด เป็นการยืนยันคำพูดของตัวเองอีกทาง

น่าเสียดายที่นิธานได้สติกลับคืนมาแล้ว เขาจึงยกมือขึ้นกุมใบหูของตัวเองพลางถลึงตาใส่คนชอบแกล้งชาวบ้านหน้าตายราวกับจะกระโดดกัดคอ ก่อนสองขาเรียวจะรีบพาตัวเองพุ่งไปเปิดประตูห้อง ซึ่งตอนเดินออกไปแล้วก็ยังไม่วายโผล่หน้ากลับเข้ามาอีกรอบ...

นิธานชี้นิ้วใส่หน้าอามันต์พลางพูดอย่างคิดอาฆาต

“ฮึ่ย! ฝากไว้ก่อนเถอะ!”

ใครกันนะที่บอกว่าคู่ชีวิตตัวยักษ์นี่เป็นพวกหน้าตายแล้วก็เย็นชาอย่างกับน้ำแข็ง ไหนใครเป็นคนบอก! ทำไมเมื่อกี้เขาถึงเห็นแต่คนบ้าคนหนึ่งที่ชอบแกล้งคนอื่นหน้าตาย!

อ้อ! ไม่ตายแล้วสิ เพราะไอ้ยิ้มกรุ้มกริ่มที่ได้รับตอนท้ายน่ะโคตรทำเขาขนลุกเลย!

นรกเถอะท่าน!


คนหนึ่งรีบวิ่งหนี อีกคนหนึ่งก็กำลังยืนยิ้มขำๆ อยู่ในห้องลูกตามเดิม ทว่าภาพเหตุการณ์ที่แต่ละคนคล้ายจะอยู่ในโลกส่วนตัวของกันและกันนั้น ก็ทำให้พยานล่องหนอีกสองคนหันมาพูดคุยปรึกษากันเอง

“คะ...คุณทิราคะ เห็นอย่างที่ฉันเห็นใช่ไหมคะ” มีนารีบกระตุกแขนเสื้อแม่บ้านอาวุโสยิกๆ ขณะที่ทิราเองก็หันกลับมาตอบคำถามของเธอด้วยสีหน้าที่อึ้งๆ พอกัน

“ใช่ ฉันเห็นอย่างที่คุณเห็นนั่นแหละค่ะ” มืออวบอูมถูกยกขึ้นวางบนอก ดวงตาของหญิงวัยกลางคนฉายความตกตะลึงออกมาอย่างไม่ปิดบัง ทิรารู้สึกราวกับว่าเมื่อครู่เพิ่งได้พบเจอกับเรื่องมหัศจรรย์มาอย่างไรอย่างนั้น “ตายแล้ว...”

คุณท่านทั้งสองเขาหยอกล้อกัน

พระเจ้า! นี่มันน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!!



-TBC-

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4.264K ครั้ง

121 ความคิดเห็น

  1. #15452 Zicakyy (@Zicakyy) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 16:16
    แง้งงงงงงงงโครตไทป์น้องอ่ะคุณแม่ มันน่ารักเก่งจังโว้ยยยยย
    #15452
    0
  2. #15445 navinavy (@Sandsand10) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 20:21
    ฮือออน่ารักกก
    #15445
    0
  3. #15431 kkolk (@kkolk) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 00:33
    แงงงงคุมสามีขี้แกล้งมากเว่อ คุนพันยาต้องสู้ๆนะคะ
    #15431
    0
  4. #15421 nn222777_ (@nn222777_) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 23:40
    มีแต่คำว่าน่ารักเต้มไพหมด
    #15421
    0
  5. #15398 Pedmonxee (@pech555) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 11:38
    แน่ะ เริ่มชอบเขาแล้วล่ะซี้อามันต์ อยากให้ระหว่างสองคนดีขึ้นไปเรื่อยๆจัง ลูกจะได้มีครอบครัวอบอุ่นด้วย
    #15398
    0
  6. #15385 MManatsawan (@MManatsawan) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 13:43
    โอ้ย น่ารักอะ
    #15385
    0
  7. #15331 atom190023 (@atom190023) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 18:19
    อยากอีกรอบอ่ะไรท์ไรท์กลับอีกหน่อยนะคะ
    #15331
    0
  8. #15314 ciibiip (@klmaprang) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 20:07
    อ้าววว เราเพิ่งกลับมาอ่านอีกรอบอ่าา

    จะเปิดอีกไหมคะะ
    #15314
    0
  9. #15110 Tetsuu (@4427) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 01:22
    จัดการเลยค่ะ!
    #15110
    0
  10. #13916 อดีตรีดเงา (@kidmai555) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2561 / 00:49

    เอาล่ะ ฮอร์โมนแม่เริ่มทำงานแล้ววววว

    #13916
    0
  11. #13675 นักโทษหมายเลข0 (@Prison0) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 08:54
    แอร๊ หลงลูก
    #13675
    0
  12. #13638 withfluffyp (@blossomorrain) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 00:17
    เจอองค์แม่ลงแน่อันนา
    #13638
    0
  13. #13454 greentealatte ♡ (@qltz) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 10:40
    โชคดีนะอันนา
    #13454
    0
  14. #13264 kandaa555 (@kandaa555) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 21:04
    โดนแน่ๆ
    #13264
    0
  15. #13253 liveingalaxy (@reborn-lucky) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 14:04
    เอาแล้ว5555 อันนาเอ๋ย
    #13253
    0
  16. #13143 yellowxxpeach (@yellowxxpeach) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 21:39
    วิญญาณคุณแม่เข้าสิง555
    #13143
    0
  17. #12717 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 12:26
    โดนแน่ๆๆอันนา
    #12717
    0
  18. #12674 chalillxx_ (@chalillxx_) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 23:00
    เอาค่ะนิธานจัดอันนาเลยค่ะ ให้รู้ซะบ้างใครเป็นใคร
    #12674
    0
  19. #12633 RealThxnB (@RealThxnB) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 19:00
    เอาแล้วววววววว
    #12633
    0
  20. #12610 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 14:26
    ไล่อออกกกกก
    #12610
    0
  21. #12562 hanatsuki33 (@hanatsuki33) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 22:07
    ร้ายแบบฉลาดชอบคะ..
    #12562
    0
  22. #12186 MuuKaew (@MuuKaew) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 04:10
    ไม่อ่อนแอแบบนี้ตลอดนะชอบค่ะ
    #12186
    0
  23. #11843 mothergod (@mothergod) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 กันยายน 2561 / 16:58
    ร้ายได้เลิศมาก!
    #11843
    0
  24. #10973 tuntiiz (@tuntiiz) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 กันยายน 2561 / 21:27
    แงงงงงงงง ร้ายก็ดีนะ ชอบๆ
    #10973
    0
  25. #10780 [In_My_DreaM] (@i-sompannn) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2561 / 17:39
    หลบค่ะ แม่จะเดิน 555
    #10780
    0