[END] กาลครั้งหนึ่ง...นานไม่ถึงไหน {Omegaverse}

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,510,513 Views

  • 15,453 Comments

  • 30,626 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    11,520

    Overall
    1,510,513

ตอนที่ 6 : ตอนที่ 5 ไม่ทันไรก็มีเรื่อง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 64154
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5000 ครั้ง
    12 มี.ค. 62


ตอนที่ 5

ไม่ทันไรก็มีเรื่อง



เวลาผ่านไปนิธานก็กลับมาถึงบ้าน...ไม่สิ...อันที่จริงคงต้องเรียกว่า คฤหาสน์เสียมากกว่า ซึ่งพอลงจากรถได้เขาก็รีบกลับเข้าห้องของตัวเอง โดยไม่สนใจว่าคนในคฤหาสน์หลังงามนี้จะมองตนอย่างไร เข้าห้องได้ก็จัดการวางถุงเสื้อผ้าที่ซื้อมาลงบนโซฟาที่อยู่ภายในห้อง จากนั้นก็เริ่มเดินสำรวจไปรอบๆ อย่างนึกทึ่งไม่น้อย ทว่าชายหนุ่มก็ไม่ได้แสดงอาการอะไรออกมาให้ผู้ดูแลของตนจับสังเกตได้

ห้องนอนของเขานี้เรียกได้ว่าเป็นห้องที่มีขนาดใหญ่มาก มันใหญ่โตเสียจนนิธานคิดว่าคงจะสามารถนำบ้านที่เขาเคยอยู่สักสองหลังมาใส่ลงในห้องนี้ได้เลยทีเดียว ภายในตกแต่งด้วยสีโทนขาว เทา และน้ำตาล ดูเรียบง่ายแต่ก็หรูหรา ขนาดข้าวของเครื่องใช้ยังดูหรูตามไปด้วยเลย บ่งบอกถึงฐานะของผู้อาศัยได้เป็นอย่างดี

เราหิว ขออาหารหรืออะไรก็ได้หน่อยสิมีนา” นิธานเอ่ยสั่งผู้ดูแลสาว หลังจากที่ตนเข้าไปล้างมือในห้องน้ำมาแล้ว

เอ...” มีนาลากเสียงยาวพลางหันมองนาฬิกา “ใกล้จะได้เวลาอาหารเย็นแล้ว ถ้าอย่างนั้นรับเป็นของว่างก่อนดีไหมคะ เดี๋ยวดิฉันลงไปดูที่ครัวให้ว่ามีอะไรที่พอจะให้ท่านนิธานทานรองท้องได้บ้าง”

ตกลง เอาอย่างนั้นก็ได้”

ได้ค่ะ ถ้าอย่างนั้นรอสักครู่นะคะ” หญิงสาวรับคำ ทว่าก่อนที่จะได้เดินออกจากห้อง ผู้เป็นนายก็เอ่ยสั่งอะไรออกมาอีกคำ

อ้อ! ยกไปให้เราที่ห้องของไอศูรย์นะ” นิธานพูดขณะทำทีเป็นหยิบหวีขึ้นมาหวีผม ไม่ยอมหันไปสบตากับผู้ดูแลของตนเลยแม้แต่นิดเดียว

คะ? เอ๊ะ! เอ่อ...ได้ค่ะ ท่านนิธานรู้ใช่ไหมคะว่าห้องของท่านไอศูรย์อยู่ตรงไหน”

นิธานแค่นเสียงหัวเราะ ก็อยู่ข้างห้อง ‘เจ้าของบ้าน’ เขาไม่ใช่หรือไง” มือเรียววางหวีลงแล้วพูดต่อ “เรารู้น่า จะไปไหนก็ไปเถอะ”

ค่ะๆ ถ้าอย่างนั้นดิฉันขอตัวก่อนนะคะ”

นิธานผงกหัวเป็นเชิงรับรู้ จากนั้นไม่กี่อึดใจต่อมาก็ได้ยินเสียงประตูห้องถูกปิดลง เช่นนั้นชายหนุ่มจึงถอนหายใจยาว

“เฮ้อ! ทำไมต้องไปอยู่ใกล้ห้องไอ้บ้านั่นด้วยก็ไม่รู้...”

 

คฤหาสน์เบอร์ตันตั้งอยู่บนเนื้อที่กว่าห้าไร่ ตัวคฤหาสน์หลักมีขนาดสูงสามชั้น พื้นที่ใช้สอยราวหกร้อยตารางเมตร ถูกออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังชาวฝรั่งเศส ดูใหญ่โตโอ่อ่าสมกับที่เป็นบ้านของมหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของประเทศ ทว่าบ้านหลังใหญ่ขนาดนี้กลับมีเจ้านายอาศัยอยู่เพียงไม่กี่คนเท่านั้น ซึ่งหนึ่งในสมาชิกจำนวนน้อยนิดนั่นก็กำลังเดินทอดน่องไปตามทางเดิน เพื่อมุ่งหน้าไปสู่อีกฟากหนึ่งของคฤหาสน์ ขณะที่มือก็ถือตะกร้าใบเล็กติดมือมาด้วย

แม้นิธานจะเข้ามาอยู่ในบ้านนี้ในฐานะ ‘คู่ชีวิต’ ของอามันต์ อันเป็นฐานะที่นับว่าเป็นเจ้านายคนหนึ่งเช่นกัน แต่ห้องของเขากลับไปอยู่ที่ฝั่งตะวันตกของคฤหาสน์ ที่เป็นพื้นที่สำหรับ ‘แขก’ เสียอย่างนั้น ส่วนปีกตะวันออกอันเป็นที่อยู่ของ ‘เจ้านายและครอบครัว’ ซึ่งนับเป็นพื้นที่ส่วนตัวและไม่อนุญาตให้คนนอกเข้าไปก้าวก่ายนั้น นิธานเคยไปเยือนน้อยครั้งมาก มันน้อยเสียจนสามารถยกนิ้วมือข้างเดียวขึ้นมานับได้เลยทีเดียว

แวบแรกนิธานรู้สึกแปลกใจว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ทว่าต่อมาก็เลิกสงสัย

เป็นแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน จะได้ไม่ต้องเจอหน้ากันบ่อยๆ

สองเท้าหยุดลงตรงหน้าประตูบานใหญ่สีขาวสะอาดตาที่มีป้ายเล็กๆ แขวนเอาไว้ว่า ‘Aisoon’s Room’ ทำให้ชายหนุ่มมั่นใจว่ามาไม่ผิดห้อง มือเรียวจัดการยกขึ้นเคาะสองสามครั้งพอเป็นมารยาท ก่อนจะเปิดประตูเข้าไปโดยไม่รีรอให้คนด้านในขานรับ

ซึ่งนิธานก็ไม่คิดว่าการไม่รอให้คนในห้องเดินมาเปิดประตูให้ในครั้งนี้ มันจะทำให้เขาได้เห็น ‘อะไรดีๆ’ เข้าเต็มๆ

เสียงแหลมเล็กผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นทันทีที่เขาโผล่หน้าเข้าไป

อ๊ะ! คุณวิทักษา!

เจ้าหล่อนมีท่าทางตกใจอย่างเห็นได้ชัด นั่นทำให้นิธานได้มีเวลาพิจารณาสตรีตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง

เธอเป็นผู้หญิงที่หน้าตาดีคนหนึ่งเชียวล่ะ รูปร่างผอมเพรียว หุ่นน่าจะเท่าๆ กับมีนา ส่วนสูงดูจะเตี้ยว่าเขาอยู่หลายเซ็น แถมแต่งตัวเปรี้ยวเข็ดฟันดีจริงๆ

ตอนนี้เธอคนนั้นนิ่งค้างอยู่ในท่าที่กำลังจะลดขาข้างซ้ายลงจากพนักโซฟา ส่วนหัวก็ผงกขึ้นมาจากหมอนหนุน บนอกมีไอแพดเครื่องใหญ่วางไว้ ดูท่าแล้วก่อนที่เขาจะมา คนคนนี้คงจะกำลังนอนหงายดูอะไรในไอแพดแล้วยกแข้งขาเกยพนักโซฟาอยู่เป็นแน่ และด้วยความที่เจ้าตัวนอนหันปลายเท้ามาทางประตู กางเกงที่สั้นจนเกือบกลายเป็นชั้นในอีกตัวนั้นจึงไม่อาจปกปิดกางเกงในหรือไม่ก็ซับในสีดำไปจากสายตาของเขาได้

แหม สบายจริงนะ นิธานนึกค่อนขอดอีกฝ่ายในใจ

ชายหนุ่มก้าวเข้ามายืนในห้องอย่างสง่าผ่าเผย ใบหน้าเชิดขึ้นมากกว่าตอนที่อยู่กับมีนาและคนที่ร้านเสริมสวยอยู่สองเท่า ก่อนจะเอ่ยปากพูดกับเธอคนนั้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไอศูรย์ล่ะ”

ยะ...อยู่ที่คอกค่ะ”

“อ้อ!” นิธานหันมองไปตามที่หญิงสาวบอก กระทั่งได้เห็นคอกสำหรับเด็กขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้อง เขาจึงหันกลับมาหาหญิงคนเดิมอีกครั้งพลางหรี่ตามองอย่างสงสัย “แล้วเธอน่ะเป็นใคร”

ฉะ...ฉันชื่ออันนาค่ะ เป็นลูกพี่ลูกน้องกับคุณอามันต์”

ฟังคำเรียกของอีกฝ่ายแล้ว นิธานก็อดไม่ได้ที่จะกลอกตามองบน

ทีกับหมอนั่นล่ะเรียกคุณอามันต์อย่างนั้นอย่างนี้ กับเขาดันมาเรียกกันด้วยนามสกุลเก่า นี่เขาแต่งงาน จดทะเบียนสมรส แล้วก็เปลี่ยนมาใช้นามสกุลคุณสามีนานแล้วนะรู้ยัง อีกอย่างถึงเขาจะเปลี่ยนนามสกุลแล้วแต่ก็ยังถือว่าเป็นเชื้อพระวงศ์คนหนึ่งนะ ยังไม่ได้สละฐานันดรเดิมไปสักหน่อย มาเรียกกันห้วนๆ อย่างนั้นใช้ได้ที่ไหน

ใครอนุญาตให้เรียกฮึ?

งั้นหรือ อืม...” ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกไม่ถูกชะตากับคนคนนี้มากขึ้นไปอีก นิธานจึงทำท่าเป็นคิดพิจารณาอะไรไปเรื่อยเปื่อย “ดูท่าคุณคงเป็นเบต้าสินะ”

พอได้มายืนเผชิญหน้ากันแบบนี้ นิธานถึงมั่นใจว่า อันนา เป็นผู้หญิงที่สูงราวๆ ไหล่ของเขาเท่านั้นเอง นับเป็นคนตัวเล็กแต่สัดส่วนนั้นไม่ธรรมดาเลยทีเดียว ยืนยันด้วยกางเกงยีนที่ยาวเพียงคืบกับเสื้อยืดแขนยาวแบบรัดรูปสุดๆ นั่นเลย

ไม่ใช่ค่ะ ฉันเป็นอัลฟ่าต่างหาก” สาวอันนาว่า นิธานไม่รู้ว่าในใจเธอคิดอะไรอยู่ แต่เพียงครู่เดียวเขาก็เห็นหล่อนส่งสายตาไม่เป็นมิตรมาให้ ทั้งยังจงใจไล่สายตามองกันตั้งแต่หัวจรดเท้าอีกต่างหาก “ไม่เหมือนคุณหรอกค่ะที่...”

อ้อ! เป็นอัลฟ่านี่เอง” นิธานทำเป็นมองไม่เห็นสายตาดูถูกของฝ่ายนั้นแล้วพูดต่อ “แล้วอัลฟ่าเข้ามาทำอะไรที่นี่กันล่ะ นี่ไม่ใช่ห้องเด็กหรอกหรือ”

หึ! ฉันก็เป็นพี่เลี้ยงของไอศูรย์สิคะ” อันนาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยราวกับจะอวด ไม่รู้ไปเอาท่าทางมั่นอกมั่นใจนั่นมาจากไหน

สมองของหล่อนยังดีอยู่หรือเปล่าเนี่ย ทำไมถึงได้กลิ่นนางร้ายในละครผัวๆ เมียๆ ลอยมาเลยวะ นิธานคิดอย่างไม่เข้าใจ

“ฉันจบหลักสูตรฝึกอบรมพี่เลี้ยงเด็กมาจาก ‘สถาบันไอยา’ ค่ะ และคุณอามันต์ก็เป็นคนเลือกให้ฉันเข้ามาทำหน้าที่นี้ด้วยตัวเองด้วย”

ชายหนุ่มพยักหน้าหงึกหงัก “จบมากี่ปีแล้วล่ะ เลี้ยงเด็กมากี่คนแล้ว”

คุณจะอยากรู้ไปทำไมคะ” อีกฝ่ายเริ่มย้อน “มันไม่สำคัญหรอกค่ะ ว่าฉันจะเลี้ยงเด็กมากี่คนแล้ว คุณรู้ไว้แค่ว่าฉันมีฝีมือ มีความเชี่ยวชาญมากพอก็แล้วกัน”

นั่นสินะ...” นิธานโคลงศีรษะ

เขาแค่นยิ้มมองหญิงสาวตรงหน้า ก่อนที่สองขาเรียวจะก้าวเข้าไปในคอก แล้วทรุดตัวลงนั่งข้างบุตรชาย จากนั้นก็รีบหยิบของบางอย่างที่เด็กชายกำลังกัดเล่นออกมาจากปากเล็กๆ นั่นทันที

แอ๊!” ไอศูรย์ตัวน้อยขมวดคิ้ว ท่าทางไม่พอใจมากที่จู่ๆ ก็ถูกแย่งของเล่นไป

อะไรกัน ไม่พอใจหรือครับ” นิธานส่งยิ้มให้บุตรชายอย่างเอ็นดู เขาชูยางรัดผมทรงกลมที่กว้างประมาณสองเซนติเมตรขึ้นสูง ก่อนจะพูดกับเด็กน้อย “แต่หนูจะกินยางรัดผมเข้าไปแบบนั้นไม่ได้นะไอศูรย์ มันอันตรายรู้ไหมครับ” พูดจบเขาก็ยกมือขึ้นลูบแก้มยุ้ยนั่นเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วโยนยางรัดผมในมือไปทางคนที่กำลังยืนมองอยู่

เอ๊ะ...”

ทันทีที่ได้เห็นสิ่งสิ่งนั้นเข้าเต็มตา สาวอันนาก็พลันยกมือขึ้นจับผมที่กำลังสยายเต็มแผ่นหลังของตนอย่างตกใจ ใบหน้าที่นิธานเคยคิดว่าสวยดีเริ่มบิดเบี้ยว

ชายหนุ่มยกมือขึ้นกอดอก ดวงตาจ้องมองพี่เลี้ยงสาวด้วยสายตาไม่เป็นมิตร นี่...บอกเราหน่อยสิคุณผู้เชี่ยวชาญ ทำไมยางรัดผมอันนั้นมันถึงได้เข้าไปอยู่ในปากของลูกชายเราได้ล่ะ อย่าบอกนะว่าคนอื่นทำตกไว้?”

อันนาที่กำลังตกใจอยู่เริ่มอึกอัก “เอ่อ...คือ...”

“อ้าว! พูดไม่ออก? ว่าอย่างไรล่ะ เรารอฟังอยู่นะ” นิธานยังคงกดดันอย่างไม่สนใจ

“คือ...” พี่เลี้ยงสาวพูดอะไรไม่ออก ใจคิดอยากจะเถียงว่าตนไม่ผิด ทว่าหลักฐานก็เห็นอยู่ตำตา กระทั่งเห็นว่าหล่อนไม่ยอมรับความผิดของตัวเองสักที คนถามคำถามก็ชักขี้เกียจซักไซ้ไล่ความ

“เอาเถอะ...” นิธานยักไหล่ ตอนแรกเขาว่าจะปล่อยอีกฝ่ายไปแล้ว หากพอคิดว่าถ้าไอศูรย์เผลอกินยางรัดผมเส้นนั้นเข้าไป ความคิดที่จะไว้หน้ากันก็ไม่มีอยู่ในหัวอีกต่อไป ดวงตาฉายแววไม่ยอมคนขึ้นมาอย่างชัดเจน “เราเข้าใจว่าเลือดอัลฟ่าในตัวมันคงทำให้คุณรู้สึก ‘ห่วงศักดิ์ศรี’ ของตัวเองมากกว่าที่จะเอ่ยขอโทษ แต่ไม่เป็นไร ครั้งนี้เราไม่ถือสาก็ได้ คราวหน้าอย่าได้สะเพร่าอย่างนี้อีกก็แล้วกัน”

พูดจบชายหนุ่มก็ทรุดตัวลงนั่งข้างลูกน้อยเช่นเดิม ไม่สนใจท่าทางกระฟัดกระเฟียดของอันนาที่เห็นแวบๆ จากหางตาอีกต่อไป และเมื่อเขาได้เห็นหน้าตาที่ยังคงบูดบึ้งของลูกชาย เขาก็อดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มออกมาเต็มแก้ม “ว่าไงเด็กดี เราเจอกันอีกแล้วน้า” สองแขนค่อยๆ ประคองร่างอวบของทารกขึ้นมาวางบนตัก จากนั้นก็ก้มหน้าจุ๊บพุงนิ่มๆ ที่อยู่ภายใต้ชุดบอดี้สูทอย่างมันเขี้ยว

“อ๊า! คิกๆ” เด็กน้อยพลันหัวเราะเอิ๊กอ๊ากอย่างจั๊กจี้ “อ๊ายย~

“โอ้โห พุงใครเนี่ยนิ่มจังเลย แล้วแก้มนี่จะนิ่มเหมือนกันไหมนะ ไหนขอเราหอมพิสูจน์หน่อยสิ ฟอดดด” ว่าแล้วจมูกโด่งเป็นสันก็จรดลงบนพวงแก้มนุ่มนิ่มพลางสูดกลิ่นแป้งเด็กหอมละมุนเข้าเต็มปอด นิธานจัดการหอมซ้ายหอมขวา สลับกันไปมาราวกับจะหอมเผื่อวันนั้นที่ตัวเองพลาดไป

เขายังไม่ได้บอกใครใช่ไหมว่าปกติก็ชอบเด็กเป็นทุนเดิมอยู่แล้วน่ะ ยิ่งไอศูรย์เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองแล้วด้วย แม้จะไม่เคยเลี้ยงดูอุ้มชูกันมาก่อน แต่พอได้เห็นหน้าก็คล้ายจะตกหลุมรักได้ในทันทีเลยล่ะ

“บู้...” ไปๆ มาๆ ก็ไม่รู้ว่าไอศูรย์รู้สึกรำคาญหรือว่าอะไร เจ้าตัวน้อยจึงได้พ่นน้ำลายใส่คนหอมเสียจนแฉะไปหมด

“แน่ะ! กล้าพ่นน้ำลายใส่เรารึเจ้าตัวแสบ ทำไมร้ายอย่างนี้นะ” นิธานว่าหยอกพลางเอี้ยวตัวไปหยิบผ้าขนหนูที่อยู่ใกล้ๆ มาเช็ดหน้าตัวเอง “จะเอาคืนกันใช่ไหมเนี่ย นิ้วจิ้มลงบนปากนิ่มๆ อย่างหยอกล้อ ซึ่งพอพ่อตัวน้อยเห็นดังนั้นก็รีบอ้าปากคล้ายจะงับนิ้วเข้าไป คนเป็นแม่จึงแกล้งขยับนิ้วไปมา

“อา...อิ...คิกๆ” เด็กชายขยับปากไล่ตามนิ้วเรียว ทว่าขณะที่กำลังจะงับได้แล้ว ก็มีเสียงร้องห้ามจากใครคนหนึ่งดังขึ้นมา เสียงนั้นมีความดังมากเป็นพิเศษจนเจ้าตัวเล็กสะดุ้งตกใจ

“ทำอย่างนั้นไม่ได้นะคะ! คุณเพิ่งกลับมาจากข้างนอกไม่ใช่หรือคะ ให้ตาหนูอมนิ้วมือได้อย่างไรกัน สกปรก!”

นิธานฟังแล้วก็ทำหน้าคล้ายเหม็นบูดอะไรสักอย่าง เขาหันไปตอบโต้คุณผู้เชี่ยวชาญเสียงเรียบ “อ้อ! จะบอกว่ายางรัดผมของคุณมันสะอาดกว่านิ้วเรางั้นสิ? ลูกเราถึงเอาเข้าปากได้ นี่คุณผู้หญิง...อย่าทำตัวสู่รู้ให้มากหน่อยเลย เราล้างมือมาแล้วหรอก”

เมื่อคนล้างมือมาแล้วพูดจบ คุณผู้เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงเด็กที่เกิดอนามัยจัดขึ้นมากะทันหันก็เริ่มหน้าเขียวคล้ำ ทว่าระหว่างนั้นเองก็มีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นมาเสียก่อน พอประตูเปิดออกจึงพบว่าเป็นมีนาที่ถือถาดของว่างมาด้วย

ผู้ดูแลสาวเดินเข้ามาในห้องพลางงับประตูปิดเบาๆ จากนั้นจึงหันมาพูดกับผู้เป็นนาย “ท่านนิธานคะ ของว่างมาแล้วค่ะ”

“ขอบใจมีนา” นิธานพยักหน้ารับรู้ “คุณวางไว้ที่โซฟานะ เดี๋ยวเราไปกินเอง”

“ได้ค่ะทะ...”

ยังไม่ทันที่มีนาจะพูดจนจบประโยค แม่สาวคนเดิมก็พูดแทรกขึ้นมาอย่างไร้มารยาทที่สุด

“นี่คุณวิทักษา! คุณเอาขนมเข้ามากินในนี้ไม่ได้นะคะ เดี๋ยวมดก็ขึ้นหรอก เกิดมันกัดตาหนูขึ้นมาจะทำอย่างไร!

เสียงตวาดแว้ดๆ แสนระคายหูนั่นทำให้นิธานรู้สึกรำคาญเอามากๆ มือของเขาประคองร่างน้อยของไอศูรย์ลงนอนบนฟูกตามเดิม ก่อนจะหันมาพูดกับหญิงสาวผู้ไม่มีมารยาทด้วยเสียงตำหนิติเตียน “เสียงดังจังคุณนี่ เจ้ากี้เจ้าการดีจังเลย ห้ามเรากินขนมแล้วห้ามไอศูรย์กินข้าวด้วยไหมล่ะ? หรือตอนป้อนข้าวคุณพาแกลงไปป้อนข้างล่าง เอะอะโวยวายน่ารำคาญจริงๆ”

“คุณวิทักษา!”

ในที่สุดเสียงแปร๋นๆ ของแม่สาวอันนาก็ทำให้ไอศูรย์ตกใจขึ้นมาจริงๆ แล้ว ครั้งนี้เด็กชายสะดุ้งเฮือก ดวงตาเบิกโต ริมฝีปากเล็กเริ่มเบะสะอื้น เพียงไม่กี่วินาทีก็ร้องไห้ออกมาเสียงดังลั่น “ฮึก...ฮือ...แง๊!!

“อะ...ไอศูรย์จ้ะ” ตอนนั้นเองที่อันนาคล้ายจะได้สติ หญิงสาวทำท่าจะเดินเข้ามาไอศูรย์ ทว่าผู้เป็นมารดาของเด็กชายอย่างนิธานก็ยกมือห้ามเอาไว้

“หยุด! ยืนอยู่ตรงนั้นแหละคุณน่ะ!” นิธานชี้นิ้วไปที่หญิงสาวอย่างโกรธๆ ดวงตาสีอำพันจ้องเขม็งไปที่พี่เลี้ยงสาวจนหล่อนไม่กล้าขยับ จนเมื่อเห็นว่าอีกคนไม่กล้าขยับเข้ามาใกล้แล้ว เขาก็รีบหันกลับมาปลอบเด็กชายทันที “จุ๊ๆ ไอศูรย์ครับ ไอศูรย์เด็กดี...เงียบนะลูก คนเก่งต้องไม่ร้องไห้นะ หนูครับ...”

ไอศูรย์สะอื้นฮักๆ อย่างน่าสงสาร เห็นอย่างนั้นนิธานจึงตัดสินใจอุ้มลูกชายขึ้นมากอดไว้แนบอก ฝ่ามือบางคอยตบหลังปลอบเด็กน้อยเบาๆ ปากก็พูดปลอบต่อไปเรื่อยๆ

ซึ่งกว่าไอศูรย์จะยอมสงบลง เสื้อเชิ้ตเนื้อดีของเขาก็เปียกน้ำตาของลูกน้อยไปเป็นด่างดวงแล้ว

“ฮึก...งื้อ...” มือเล็กกำเสื้อในมือเสียจนยับยู่ยี่ ใบหน้ากลมแนบลงบนไหล่ของคนอุ้ม ศีรษะขยับไปมาอยู่เรื่อยๆ จนแก้มข้างหนึ่งแนบเข้ากับปลอกคอที่ผู้อุ้มสวมอยู่ ความเย็นจากโลหะทำให้เด็กน้อยรู้สึกสบาย ดังนั้นเขาจึงได้ซุกหน้าลงไปตรงนั้นแล้วก็นิ่งไป ริมฝีปากขยับบ่นอ้อแอ้อย่างไม่เป็นคำ

ไอศูรย์ไม่คุ้นหน้าคนคนนี้เอาเสียเลย ตอนแรกก็กลัวๆ อยู่ ทว่าอ้อมอกที่กำลังซุกซบอยู่กลับทำให้เขารู้สึกปลอดภัยมากกว่าทุกที

“สบายเลยสิเจ้าตัวยุ่ง...” นิธานว่าพลางยกยิ้มอ่อนโยน ฝ่ามือลูบผมของเจ้าตัวน้อยที่กำลังซบหน้าอยู่แถวซอกคอของตัวเองอย่างแผ่วเบา

หลังจากที่เด็กชายสงบลงได้สักพัก นิธานก็เริ่มพาเจ้าตัวเดินไปรอบๆ ห้อง มือก็ชี้ชวนเจ้าตัวให้ดูอะไรหลายๆ อย่าง กระทั่งแม่ลูกเดินผ่านร่างของพี่เลี้ยงสาวที่กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาด้วยใบหน้าบูดสนิท ไอศูรย์ก็ผละจากอกของนิธานมาจ้องมองหญิงสาว ก่อนจะพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอ้อแอ้ “มา...แอ๊~ มามา...”

“หืม อะไรนะครับ” นิธานก้มลงมาถามเด็กชายอย่างไม่แน่ใจ ไม่นานไอศูรย์ก็พูดคำเดิมขึ้นมาอีกครั้งพร้อมทั้งชี้นิ้วป้อมๆ ไปที่อันนา “บู้...มามา...” เสร็จแล้วก็หันกลับมาซบหน้าลงบนอกของเขาตามเดิม “ม่าย...อ๊ะ...มามา...”

คราวนี้นิธานได้ยินชัดเต็มสองรูหู

ทีแรกเขาไม่แน่ใจว่าคำที่ไอศูรย์พูดออกมานั้นมันสื่อถึงอะไร กระทั่งได้เห็นลูกของตนมองไปที่พี่เลี้ยงสาว ทั้งยังชี้นิ้วใส่แล้วพูดคำคำเดิมซ้ำขึ้นมาอีก ตอนนั้นเองที่ความเป็นไปได้เพียงไม่กี่อย่างจะทำให้นิธานขมวดคิ้วฉับ เขาหันไปมองอันนาด้วยแววตาไม่ชอบใจ

ถึงจะไม่เคยมีลูก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่เคยเลี้ยงเด็กมาก่อนเสียที่ไหน สมัยเรียนม.ปลายนิธานเคยรับงานพาร์ทไทม์เป็นพี่เลี้ยงเด็กให้คนในชุมชนเดียวกันอยู่หลายครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งก็กินเวลานานพอที่จะทำให้เขาได้เรียนรู้พฤติกรรมของทารกในวัยต่างๆ ตั้งแต่เกิดจนโต อย่างไอศูรย์ที่ตอนนี้อายุย่างเข้าเดือนที่เก้า นอกจากจะเริ่มคืบคลานได้ก็ยังเป็นช่วงที่เด็กน้อยกำลังเรียนรู้ทุกสิ่งรอบกาย เขาจะรู้ภาษามากขึ้นและจดจำวิธีการพูดของคนเลี้ยงดู รวมไปถึงในบางรายอาจจะเริ่มพูดเป็นคำสั้นๆ ได้บ้างแล้ว ซึ่งจากประสบการณ์ของตัวเอง...คำพูดส่วนใหญ่ที่เด็กทั้งหลายจะเริ่มพูดกันได้เป็นคำแรกก็คงหนีไม่พ้นคำเรียกพ่อและแม่หรอก

แล้วลูกชายเขาดันเรียกเธอคนนั้นว่า ‘มามา’ ทั้งที่ชื่อของหล่อนก็ไม่ได้มีอักษรตัวไหนที่ออกเสียงใกล้เคียงกับม.ม้าเลยสักนิด ไหนจะคำพูดคำจาที่ฟังดูสนิทสนมกับเด็กชาย ไหนจะท่าทางปกป้องพองขนราวกับตนเป็นแม่ของเด็กเสียเองนั่นอีก

โอเค...ลูกเขาอาจจะหมายถึงอย่างอื่นก็ได้ แต่ในเมื่อหลายๆ อย่างมันดูลงตัวไปหมดแบบนี้ นิธานก็คงคิดเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้หรอก!

“หึ!” นิธานเค้นหัวเราะ เขาปรายตามองพี่เลี้ยงเด็กสุดเซ็กเสื่อม(?)อีกครั้ง ก่อนจะหันไปเรียกผู้ดูแลของตนมาใกล้ๆ “มีนา มาดูไอศูรย์แทนเราที”

“ค่ะท่าน” เจ้าของชื่อขานรับคำสั่งแล้วเดินเข้ามาหาเจ้านาย เตรียมจะรับตัวไอศูรย์ไปอุ้มแทน ทว่าเด็กน้อยกลับขืนตัวไม่ยอมไปเสียนี่

“งื้อ!

“ไอศูรย์เด็กดี ปล่อยเราก่อนเร็ว” นิธานกล่อมเด็กชายเสียงเบา “เราต้องไปทำธุระนะ เดี๋ยวจะกลับมาเล่นด้วยแน่นอนเลย แต่ตอนนี้ปล่อยก่อนน้า นะครับคนเก่ง...”

“อื้อ...ม่าย...” เจ้าตุ้ยนุ้ยมุ่ยหน้า แถมยังยกแขนขึ้นเกาะคอคนอุ้มไว้แน่นยิ่งกว่าเดิมอีก

เมื่อเห็นท่าทางงอแงของเจ้านายตัวน้อย มีนาจึงเอ่ยออกมาอย่างเป็นกังวล “ท่าทางจะไม่ยอมนะคะ”

“ไม่เป็นไร เธอไปหยิบตุ๊กตาสิงโตในตะกร้าตรงนั้นมาให้เราหน่อยสิ”

หญิงสาวเดินไปทางทิศที่เจ้านายบอก ไม่นานก็ได้ตุ๊กตาผ้ารูปสิงโตมาถือไว้ในมือ “ท่านนิธาน ตัวนี้ใช่ไหมคะ”

“ใช่ ขอบใจนะ” นิธานว่าพลางเดินกลับไปที่คอกกั้นเด็กขนาดใหญ่ตรงกลางห้อง เขาทรุดร่างนั่งลงบนฟูก ทำการจัดข้าวของให้เข้าที่เข้าทาง เสร็จแล้วก็เริ่มทำการหลอกล่อเจ้าตัวน้อยด้วยตุ๊กตาตัวนั้นทันที

“จ๊ะเอ๋~ ไอศูรย์ครับ ดูสิลูกว่าใครมา สวัสดีพี่สิงโตก่อนเร็วครับ”

“อ๋า...” หนูน้อยไอศูรย์หันหน้ามามองสิ่งที่อยู่ในมือของนิธานอย่างสนใจ ดวงตากลมโตปรากฏแววชื่นชอบ ไม่นานก็ยื่นมือออกมาทำท่าคว้า “อาว...อาวว”

“เอาอันนี้ใช่ไหมครับ ถ้างั้นปล่อยเราก่อนเนอะ ไอศูรย์จะได้เล่นกับพี่สิงโตไง ดีไหมเอ่ย”

“แอ๊!” คราวนี้ไอศูรย์มีท่าทางลังเลอย่างเห็นได้ชัด

คุณสิงโตก็อยากได้ แต่ก็ไม่อยากจากอกอุ่นๆ ตรงนี้ไปไหนนี่นา

นิธานจับตุ๊กตาขยับไปมาแล้วรอคอยอย่างอดทน ในที่สุดเด็กชายก็ดูจะเลือกได้แล้ว นิ้วสั้นป้อมจึงได้ยื่นมาแตะตรงจมูกของตุ๊กตา จากนั้นก็ใช้สองมือคว้าคุณสิงโตไปกอดเอาไว้ทั้งตัว เห็นดังนั้นนิธานจึงลองปล่อยอีกฝ่ายลงไปนอนบนฟูก ซึ่งครั้งนี้ไม่มีการขัดขืนเกิดขึ้นอีกแล้ว

เด็กชายยอมนอนลงบนฟูกดีๆ สองมือกอดตุ๊กตาคุณสิงโตเอาไว้แน่นพลางแย้มยิ้มกว้าง “อ๊า! คิกๆ” 

“คนเก่ง...” มือเรียวลูบศีรษะทุยอย่างแผ่วเบา “เดี๋ยวเรามานะ อยู่กับมีนาไปก่อนล่ะเด็กดี”

เมื่อจัดการเรื่องตรงนี้ได้แล้ว ผู้เป็นนายเหนือใครในที่นี้ก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง นิธานก้าวเดินไปข้างหน้าก่อนจะหยุดลงตรงหน้าอันนาแล้วเอ่ยปากสั่ง “คุณอันนา เชิญออกไปคุยกับเราที่ห้องทำงานสักครู่เถอะ”

น้ำเสียงที่ส่งออกไปนั้นมีความกดดันปนอยู่สูงมาก จนพี่เลี้ยงสาวที่ถึงแม้จะรู้สึกไม่ชอบใจ แต่ก็ยังไม่กล้าขัดคำสั่ง เธอยอมลุกเดินตามอีกฝ่ายออกจากห้องไปแต่โดยดี


==========


เนื่องจากเขาไม่มีห้องทำงานเป็นของตัวเอง นิธานจึงพาอันนาตรงไปที่ห้องทำงานของอามันต์แทน อาศัยทรงจำเลือนรางคลำทางไปพอไม่ให้ขายหน้า จากนั้นก็ใช้สายตาดุๆ มองไปที่แม่บ้านคนหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยบังคับเอากุญแจห้องทำงานมาได้

เมื่อไขกุญแจปลดล็อกประตูเรียบร้อยแล้ว นิธานก็จัดการเปิดประตูออกด้วยตัวเอง เขาเดินนำพี่เลี้ยงสาวเข้ามา ก่อนจะเป็นฝ่ายผายมือไปที่โซฟารับแขก ทำท่าเชื้อเชิญให้อีกฝ่ายนั่งราวกับเป็นเจ้าของห้อง “นั่งก่อนสิ” ส่วนเขานั้นเดินเลยไปทางโต๊ะทำงาน สุดท้ายจึงทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวใหญ่หลังโต๊ะทำงานด้วยท่าทางสบายๆ

อันนามองท่าทางนั้นด้วยสายตาไม่ชอบใจ หล่อนจิกตามองนิธานราวกับจะตำหนิ ไม่มีแม้แต่เสี้ยวหนึ่งของการเคารพกัน “จะพูดจะคุยอะไรก็มาคุยตรงนี้สิคะ นั่นโต๊ะของคุณอามันต์นะ คุณมีสิทธิ์อะไรไปนั่ง”

“สิทธิ์อะไร? คงเป็นสิทธิ์ของ ‘คู่ชีวิต’ ล่ะมั้ง” นิธานเลิกคิ้วขึ้นสูง “หรือคุณมีปัญหาอะไร?” ในเมื่ออีกฝ่ายไม่คิดที่จะลดท่าทีหยิ่งผยองของตัวเองลง เขาก็ไม่มีอะไรจะให้เกรงใจอีกต่อไป ยิ่งอยู่ในห้องส่วนตัวที่ไร้พยานรู้เห็นอย่างนี้ด้วย ฝ่าเท้าของเขาก็เริ่มกระตุกยิกๆ รู้สึกคันไม้คันมือเป็นอย่างยิ่ง

“หึ! ถ้าคุณกล้าพูดขนาดนั้น ฉันก็ไม่กล้ามีปัญหาอะไรหรอกค่ะ” อันนากระแทกเสียงใส่ ดูก็รู้ว่าไม่พอใจสุดๆ

“อ๋อ! อย่างนั้นก็แล้วไป”

“คุณมีอะไรก็รีบๆ พูดมาเถอะค่ะ ฉันจะได้รีบกลับไปดูตาหนูต่อ ปล่อยเขาไว้กับคนใช้ตามลำพังแบบนั้น ฉันเป็นห่วง”

“แหม ดูคุณเป็นห่วงไอศูรย์จังเลยนะ” คนพูดพาดแขนข้างหนึ่งลงบนโต๊ะแล้วเคาะนิ้วเป็นจังหวะ “ทำงานมานานแค่ไหนแล้วล่ะ”

“ก็ตั้งแต่เขาเกิด ทำไมคะ? หรือคุณจะนึกอิจฉา”

ถ้อยคำไร้สาระของเจ้าหล่อน ทำเอานิธานเบะปากออกมาอย่างนึกคลื่นไส้ “โอ๊ย! เราจะไปอิจฉาคุณทำไมกัน”

“ถ้าไม่ได้อิจฉาแล้วจะถามทำไมล่ะคะ” อันนาร้องเหอะ หล่อนยืดคอขึ้นอย่างหยิ่งยโส เห็นแล้วนิธานก็รู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาอีกกระทง

“เราก็แค่สงสัยไงว่าคุณเลี้ยงไอศูรย์มานานขนาดไหน ทำไมแกถึงเรียกคุณว่า ‘มามา’ ได้” ชายหนุ่มว่าด้วยท่าทางสงบนิ่ง ขณะที่คนถูกถามนั้นพลันสะดุ้ง สายตาดูล่อกแล่กขึ้นมาทันที

“มะ...มามาอะไรกันคะ แกก็คงพูดไปเรื่อยเปื่อยตามประสาเด็กนั่นแหละค่ะ”

“งั้นรึ?” นิธานเลิกคิ้วสูง ก่อนจะแสร้งเปรยๆ บางอย่างออกมาเพื่อหลอกล่อให้คุณพี่เลี้ยงหลุดปากออกมาเอง “ก็คงจะจริง เด็กอายุเท่านี้จะไปรู้เรื่องอะไรล่ะเนอะ แต่ตอนแรกเรานึกว่าคุณทำตัวเป็น ‘แม่’ อยู่บ่อยๆ เสียอีก ไอศูรย์ถึงได้เรียกคุณอย่างนั้น”

“โอ๊ย! บ้าหรือเปล่า มันจะเป็นแบบนั้นได้อย่างไรกันคะ!” อันนาลนลานแล้ว ร่างเล็กถลึงตาใส่คนถามอย่างไม่พอใจ “คิดเองเออเองมากไปแล้วค่ะ ฉันเป็นพี่เลี้ยงนะคะ ไม่ใช่แม่เด็ก จะไปทำอะไรอย่างนั้นได้อย่างไร!”

“อ้อ! รู้ตัวด้วยหรือว่าเป็นพี่เลี้ยงเด็ก” คนเป็นแม่ของไอศูรย์เอ่ยขัดขึ้นมาทันที “เรานึกว่าคุณคิดว่าตัวเองเป็นนายเสียอีก ถึงได้กล้าทำกิริยาไร้มารยาทใส่เราครั้งแล้วครั้งเล่าแบบนี้”

“คะ...คุณพูดอะไรน่ะ...” พี่เลี้ยงสาวหน้าเสีย

ใบหน้างามแสร้งเอียงคอมองอันนาด้วยสายตาประหลาดใจ “อ้าว! ไม่ใช่หรือ”

“เอ๊ะ! คุณไม่มีสิทธิ์มาพูดจาตีรวนใส่ฉันอย่างนี้นะคะ”

“แต่เราก็ไม่ใช่คนที่คุณจะมีสิทธิ์มาทำตัวแย่ๆ ใส่เช่นกัน!” นิธานสวนขึ้นมาทันควัน ด้วยความที่เขาขี้เกียจจะพูดอ้อมโลกไปมาแล้ว นิ้วเรียวจึงถูกยกขึ้นชี้หน้าคนปากดีอย่างมีน้ำโหสุดๆ “อย่าคิดว่าเราไม่รู้นะว่าคุณกำลังคิดอะไรอยู่ ท่าทางถึงได้จองหองเอาปานนี้ ไม่รู้จักอดทนเสียบ้าง! คนที่บ้านคุณเขาไม่สั่งสอนหรือว่าต่อหน้าคนเป็นเจ้านายควรปฏิบัติตัวอย่างไร หรือสอนแล้วแต่สมองมันไม่จำ!”

“คุณวิทักษา!” คนถูกด่าเป็นนัยว่า ‘พ่อแม่ไม่สั่งสอน’ กระทืบเท้าเต้นผ่างๆ อย่างเอาแต่ใจ

“เฮ้อ! เอาเถอะ” อยู่ๆ นิธานก็ถอนหายใจพร้อมกับเปลี่ยนท่าทีอย่างฉับพลัน “เราเข้าใจว่าอัลฟ่าผู้สูงส่งอย่างคุณคงไม่เคยอยู่ใต้ใครมาก่อน กิริยามารยาทมันเลยไม่ได้เรื่องได้ราวอย่างนี้ เอาเป็นว่าวันนี้คุณกลับบ้านไปก่อนแล้วกัน ไปสงบสติอารมณ์เสียให้เรียบร้อย ไว้พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่”

ทว่าอันนาก็เอ่ยปากแย้งทันใด “ฉันไม่กลับ!”

“แต่-เรา-บอก-ให้-คุณ-กลับ!” เขาจ้องอีกฝ่ายเขม็ง ทั้งยังพูดช้าๆ เน้นทีละพยางค์แล้วกล่าวสำทับ “เราให้คุณกลับ คุณก็ต้องกลับ ลงไปรอข้างล่างเถอะ เดี๋ยวจะให้คนเอากระเป๋าลงไปให้”

พูดจบก็ยกหูโทรศัพท์บ้านที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมากดหมายเลขที่จำได้ขึ้นใจ เมื่อกดเปิดลำโพงแล้วก็วางหูลงที่เดิม รอสัญญาณให้ปลายสายตอบกลับมา

[สวัสดีค่ะ มีอะไรให้รับใช้คะ]

“เรานิธานนะ วานให้คนไปหยิบกระเป๋าของคุณอันนาที่ห้องของไอศูรย์ไปรอที่ข้างล่างหน่อยสิ เธอกำลังจะกลับแล้ว”

[อ๊ะ! ท่านนิธานหรือคะ!? เข้าใจแล้วค่ะ ดิฉันจะรีบให้คนไปจัดการให้เดี๋ยวนี้เลยนะคะ]

“ได้ ขอบใจมาก” นิธานว่าก่อนจะกดวางสายแล้วปรายตามองอันนาอย่างไม่ใส่ใจ “คุณลงไปข้างล่างได้แล้ว เดี๋ยวกระเป๋าจะตามลงไปเอง”

“เอ๊ะคุณนิธาน ก็บอกแล้วไงว่าฉันไม่กลับ!” พี่เลี้ยงสาวยังคงดื้อดึง หล่อนถลึงตามองเขาอย่างเดือดดาล “คุณมีสิทธิ์อะไรมาไล่ฉันกลับบ้าน เป็นเจ้านายหรือก็ไม่ใช่”

“เราไม่ใช่เจ้านายของคุณโดยตรงก็จริง แต่ถ้าจะบอกว่าไม่ใช่เลยมันก็ออกจะเกินไปหน่อยนะคุณอันนา อย่างไรเราก็เป็นแม่ของไอศูรย์ เด็กที่คุณเป็นพี่เลี้ยงให้อยู่นะ”

ได้ยินดังนั้นแล้วคุณพี่เลี้ยงก็ส่งเสียงร้องหึ ก่อนจะใช้สายตาดูถูกมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า “อ้อ! เป็นแม่ที่ไม่เคยสนใจไยดีลูกเลยน่ะหรือคะ โถๆ ไม่คิดว่าคนอย่างคุณจะกล้าพูดเรื่องนี้ออกมาได้นะคะเนี่ย”

นิธานรู้สึกว่าริมฝีปากของตนบิดขึ้นเป็นรอยยิ้มกว้างทันทีที่ได้ยินคนขวัญกล้าเทียมฟ้าพูดจบ

แม่ที่ไม่เคยสนใจไยดีลูกงั้นหรือ?

กล้ามาก...

กล้ามากจริงๆ อันนาที่มาพูดกับเขาอย่างนี้!

“จุ๊ๆ คุณนี่มันกล้าดีจริงๆ” ฉับพลันแววตาที่เคยสงบนิ่งก็ชายหนุ่มแปรเปลี่ยนไป สองแขนเรียวเท้าลงบนโต๊ะก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ ร่างสูงโปร่งของนิธานค่อยๆ สาวเท้าเข้ามาใกล้ร่างของอันนามากขึ้นเรื่อยๆ ไม่นานพวกเขาก็มายืนประจันหน้ากัน ซึ่งรังสีคุกคามที่ชายหนุ่มแผ่ออกมาก็ทำให้อันนาเริ่มถอยหลังหนี “คะ...คุณจะทำอะไร”

“นั่นสิ ทำอะไรดีน้า...” นิธานเสียงหวานแล้วก็ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ จนฝ่ายนั้นรีบหลับตาปี๋ เห็นดังนั้นเขาจึงส่งเสียงหัวเราะสั้นๆ พลางถอยกายออกห่าง “หึ! คุณกลับไปเถอะ อย่ามัวแต่รั้นอยู่เลย”

ฝ่ายอันนาที่ได้ยินคำพูดนั้นก็ชะงักไป ก่อนหล่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้น กระทั่งได้เห็นท่าทางดูไม่รู้ไม่ชี้ของคนตรงหน้า หญิงสาวจึงชักสีหน้าไม่พอใจแล้วถามเสียงห้วน “นี่คุณแกล้งฉันหรือ!?”

“ก็แล้วแต่จะคิด” นิธานว่าแล้วทำท่าจะเดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้ แต่แม่สาวที่ยืนอยู่ด้านหลังก็ดันแผดเสียงดังลั่นตามหลังขึ้นมาเสียก่อน

“คุณนี่มันร้ายกาจอย่างที่คนอื่นพูดไว้ไม่มีผิด!”

ครั้งนี้นิธานชะงักไปบ้าง จนเมื่อเห็นว่าอีกคนยังไม่ยอมจบ เขาจึงเอี้ยวตัวมาตอบกลับเสียงสูง “อ้อ! งั้นหรือ”

“คุณวิทักษา!!”

“เฮ้อ...เอาล่ะๆ มีอะไรก็พูดมาให้จบๆ สักทีสิ มัวแต่ตะโกนโหวกเหวกโวยวายอยู่นั่น ไม่รู้สึกแสบคอบ้างเลยรึ?” นิธานถอนหายใจ เขาล้มเลิกความคิดที่จะกลับไปนั่งเก้าอี้แล้วหันมาเผชิญหน้ากับพี่เลี้ยงสาวอีกครั้ง

“แกบอกให้ฉันพูดเองนะ...”

วินาทีนั้นคำพูดคำจาของอันนาก็เริ่มเปลี่ยนไป หญิงสาวกระแทกเสียงใส่นิธานอย่างไม่กลัวเกรง แววตาค่อยๆ เผยความเกลียดชังออกมาอย่างที่ไม่คิดจะปกปิดมันไว้อีกต่อไป

“ฉันเกลียดแกอัลวิน! เกลียดเสียยิ่งกว่าอะไรในโลกนี้!! แกมีดีอะไรนักทุกคนถึงต้องคอยให้ความเคารพ ทั้งที่ก็เป็นแค่โอเมก้าชั้นต่ำคนหนึ่งที่ดันโชคดีเกิดมาในตระกูลชนชั้นสูงเท่านั้น แถมสันดานก็ยังต่ำเหมือนเพศตัวเองไม่มีผิด รู้ไหมว่าคนเขาลือกันไปทั่วว่าแกน่ะมันมั่วไม่เลือก! ฉันล่ะเสียใจแทนอามันต์จริงๆ ถ้าวันนั้นเขาอยู่กับฉัน...ถ้าวันนั้นเขาไม่หุนหันออกไปข้างนอก เขาก็คงไม่ถูกโอเมก้าร่านๆ อย่างแกให้ท่าจนต้องพลาดไปจับคู่ด้วยหรอก!”

ท่ามกลางความเกรี้ยวกราดของอัลฟ่าสาวไร้สมอง นิธานก็ได้รับข้อมูลใหม่เอี่ยมที่ไม่เคยรู้มาก่อน เขาทำเป็นยกมือขึ้นทาบอก ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า “เดี๋ยวนะ...จะบอกว่าเขากับคุณเคยคบกันมาก่อน? โอ้ตายแล้ว! เราไปแย่งเขามาจากคุณหรอกหรือนี่ โอ้ไม่ๆ เราขออภัยด้วยอันนา เราไม่ทราบจริงๆ”

แต่ถึงปากจะพูดไปอย่างนั้น ทว่าสีหน้าท่าทางกลับไม่ได้เป็นไปตามที่พูดด้วยเลยสักนิด

โลกนี้อัลฟ่าหญิงท้องไม่ได้ไม่ใช่หรือ? ถ้าสองคนนี้เคยคบกันจริงแล้วจะคบกันอิท่าไหนล่ะนั่น? แปลกพิกล... นิธานคิดพลางโบกไม้โบกมือหย็อยๆ ราวกับจะบอกให้อีกฝ่ายใจเย็น

“เอาล่ะๆ เราเข้าใจแล้วว่าคุณคงโกรธแค้นเรามาก เอาอย่างนี้คุณอันนา...เราเปลี่ยนใจแล้ว” ชายหนุ่มส่งรอยยิ้มพิมพ์ใจให้เธอ ก่อนจะเอ่ยปากตัดสินครั้งสุดท้ายด้วยวาจาเด็ดขาด ผิดกับท่าทางที่แสดงออกอย่างสุดขั้ว “นับจากนี้ไปคุณไม่ต้องมาทำงานที่นี่อีกแล้วดีกว่า เพราะผมไล่คุณออก!”    

“กรี๊ดดด!!” ทันใดนั้นคนถูกไล่ออกกะทันหันก็กรีดร้องขึ้นมาเสียงแหลม “แกกล้าดีอย่างไรมาไล่ฉันออก ไอ้โอเมก้าชั้นต่ำ...ไอ้...อึ่ก!!

ราวกับสิ้นสุดความอดทน...

เพียงพริบตานิธานก็กระโจนเข้าไปประชิดตัวอันนา ร่างผอมที่ดูแล้วไม่น่าจะมีเรี่ยวแรงอะไรมากมายกลับสามารถผลักร่างของหล่อนให้เซถลาจนหลังไปกระแทกเข้ากับกำแพงห้องแข็งๆ ได้

และในอีกไม่วินาทีต่อมา ลำคอระหงก็ถูกฝ่ามือเรียวยาวของ ‘โอเมก้าชั้นต่ำ’ บีบเข้าเต็มแรง!

“ปะ...ปล่อย! ปล่อยฉันนะ!!” อันนาพยายามดิ้นรนเอาตัวรอด ทว่าก็ไม่อาจหลุดพ้นจากเงื้อมมือของชายหนุ่มไปได้

“กลัวหรือ?” เห็นท่าทางดิ้นรนราวกับหนูจนตรอกแล้ว นิธานก็เอ่ยด้วยเสียงยั่วเย้า “พูดอีกสิคุณอันนา คิดอะไรก็พูดออกมาให้หมด เราจะได้รวบยอดจัดการทีเดียวเลย”

“แก! แกจะทำ...อึ่ก...จะทำอะไรฉัน!”

“เอ...จะทำอะไรดีน้า” ชายหนุ่มลากเสียงยาว เขายื่นหน้าเข้าไปใกล้พี่เลี้ยงสาวพลางกระซิบวาจาแผ่วเบาที่ข้างหู มันเป็นเพียงประโยคสั้นๆ ทว่าก็เต็มไปด้วยความอำมหิตจนคนฟังสั่นสะท้าน “หรือจะฆ่าให้ตายไปเลยดี?”

พริบตานั้นหัวใจขนาดเท่ากำปั้นของอันนาก็แทบจะหยุดเต้น หญิงสาวเบิกตากว้างอย่างตกตะลึงในสิ่งที่ได้ยิน ทว่าไม่นานหล่อนก็แค่นยิ้มออกมาด้วยไม่คิดจะเชื่อ “แก...ไม่กล้า...หรอก...”

ฝ่ายนิธานจุ๊ปากให้กับท่าทางนั้นและส่ายหัวเบาๆ “คิดว่าเราไม่กล้าจริงๆ หรือ?”

“...” แววตาเหี้ยมเกรียมที่ถูกนำมาใช้ ทำให้ใครบางคนพลันหุบปากฉับ ตอนนี้กลับกลายเป็นรู้สึกเชื่อขึ้นมาอย่างสนิทใจจนไม่กล้าปากเก่งอีกต่อไปแล้ว

“เงียบทำไมล่ะ ไม่ปากเก่งต่อแล้วหรือครับ” คนพูดเลิกคิ้วแล้วเอียงคอไปทางด้านหนึ่งด้วยท่าทางที่ดูน่ารัก ขัดกับคำพูดที่เปล่งออกมาต่อจากนั้นอย่างสิ้นเชิง “นี่...เมื่อกี้คุณบอกว่าคนอื่นเขาพูดลือเรื่องของเราไปทั่วใช่ไหม? แล้วคนพวกนั้นเคยบอกคุณหรือเปล่า ว่าเรามีวิธีจัดการกับพวกที่ ‘พูดจาไม่เข้าหู’ อย่างไร แต่เอ...เราว่าคงไม่มีใครบอกหรอกมั้ง เพราะคนที่รู้ดีตอนนี้ก็คงกลายเป็นอาหารปลาใต้ทะเลไปหมดแล้ว คุณล่ะอันนา...อยากรู้ไหมว่าเราใช้วิธีอะไร?”

พูดจบฝ่ามือที่กำอยู่รอบลำคอก็บีบเข้าหากันแน่นขึ้นเรื่อยๆ จนใครบางคนเริ่มขาดอากาศหายใจ

“อึ่ก...ฮืออ...” สาวปากเก่งร้องครวญทั้งยังรู้สึกกลัวจับใจ อันนารู้สึกว่าก้อนเนื้อในอกของหล่อนเต้นช้าลง ลมหายใจเริ่มกระตุกถี่ ภาพเบื้องหน้าก็พร่ามัวมากขึ้นเรื่อยๆ

รู้สึกราวกับกำลังจะตายจริงๆ

ขณะเดียวกัน นิธานเห็นท่าทางใกล้จะขาดใจของอีกคนแล้วก็รู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก เขาจ้องมองร่างในเงื้อมมือตนอย่างนึกสมเพชไม่น้อย พักหนึ่งมือเรียวจึงค่อยๆ คลายออกจากกัน จากนั้นก็ปล่อยให้ร่างของคนที่เกือบได้ไปทักทายกับยมทูตทรุดตัวลงไปกองกับพื้นอย่างสิ้นเรี่ยวแรง มองดูเจ้าหล่อนเร่งกอบโกยลมหายใจเข้าปอดจนเกิดอาการสำลักเป็นระยะ

“แค่ก...แค่กๆ”

นิธานปรายตาอันนาอย่างไม่ใส่ใจ เขาเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานแล้วต่อสายถึงบรรดาแม่บ้านที่อยู่ด้านล่างอีกครั้ง “ส่งคนมารับคุณอันนาที่ห้องทำงานของอามันต์หน่อยสิ ดูเหมือนเธอจะเดินลงไปข้างล่างด้วยตัวเองไม่ไหวแล้ว”

รออยู่เพียงไม่กี่นาที สาววัยรุ่นสองคนที่อยู่ในชุดแม่บ้านฝึกหัดก็เดินเข้ามาภายในห้องทำงาน ทั้งสองโค้งกายให้กับนิธานอย่างเกรงกลัว ก่อนจะเดินกระวีกระวาดเข้าไปช่วยพยุงร่างอ่อนปวกเปียกของอันนาขึ้นมาจากพื้น และในระหว่างที่ทั้งคู่กำลังพาหญิงสาวอดีตพี่เลี้ยงออกจากห้องไป ผู้เป็นเจ้านายใจร้ายในสายตาของทุกคนในคฤหาสน์หลังนี้ก็ส่งเสียงทักขึ้นมาก่อน “เดี๋ยว!”

“ขะ...ขา ท่านนิธาน” หนึ่งในสองหันมามองคนพูดอย่างหวาดๆ ก่อนกายจะสะดุ้งขึ้นมา เมื่อเห็นว่าเจ้านายกำลังเดินเข้ามาใกล้

นิธานไม่สนใจท่าทีของแม่บ้านน้อย เขาเลือกที่จะโน้มกายลงไปหาคนที่ถูกทั้งสองพยุงอยู่ ก่อนจะเอ่ยวาจาส่งท้ายข้างใบหูของเธอ “อยากจะเป็นนางเอกก็อย่าให้อารมณ์มันคิดแทนสมองมากนักรู้ไหม ถ้าขาดแคลนสมองนัก กลับไปวันนี้ก็ให้คนที่บ้านซื้อมันมาใส่แทนขี้เลื่อยในหัวซะนะ จะได้ฉลาดขึ้นมาบ้าง แม่ตัวประกอบเกรดบี...”

ชายหนุ่มไม่สนใจอาการตัวสั่นเทาของอันนาเลยสักนิด เมื่อระบายสิ่งที่อยู่ในใจออกไปหมดแล้ว เขาก็เร่งโบกมือเป็นสัญญาณให้แม่บ้านทั้งสองเดินต่อไป

กระทั่งรอให้ร่างทั้งสามหายไปจากครรลองสายตาเรียบร้อยแล้ว นิธานก็พลันถอนหายใจออกมาเสียงดัง ใบหน้าที่เคยยิ้มระรื่นไม่รู้สึกรู้สาอะไรก็พลันมุ่ยลงอย่างไม่ชอบใจ เขายกมือขึ้นนวดตามหน้าผากและโหนกแก้มของตัวเองก่อนจะบ่นอุบอิบ

“เฮ้อ! บทตัวร้ายนี่มันเล่นยากจริงๆ เลยแฮะ เมื่อยหน้าไปหมดแล้วเนี่ย...”

ดีที่แม่คุณคนนั้นมีความขลาดมากกว่าความกล้า ไม่อย่างนั้นนิธานก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าลำพังแค่แรงของโอเมก้าผอมแห้งอย่างเขาจะล็อกตัวอีกฝ่ายไว้ได้หรือไม่ เพราะโดยปกติอัลฟ่าก็เป็นเพศที่มีร่างกายแข็งแรงและมีพละกำลังมากกว่าคนทั่วไปอยู่แล้ว ถึงจะเป็นอัลฟ่าหญิงก็ด้อยกว่ากันไม่เท่าไหร่ ดังนั้นเขาคงต้องขอบคุณความขี้ขลาดของอันนาแล้วล่ะ ที่มีส่วนทำให้ละครฉากหนึ่งในวันนี้ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด

ว่าแต่ก็เล่นเอาเขาใช้แรงไปแทบหมดเลยเหมือนกันนะเนี่ย

คิดแล้วนิธานก็พลันรู้สึกล้าไปทั้งกาย ร่างสูงโปร่งกระโจนลงไปนั่งทำตัวเหลวเป๋วไร้กระดูกบนโซฟาตัวยาว สิ้นลายคนเก่งอย่างที่เคยเป็นมาเมื่อไม่กี่นาทีก่อนไปอย่างสิ้นเชิง

โอ๊ยเหนื่อย!

กลับบ้านวันแรกก็มีเรื่องขนาดนี้แล้ว แล้วอย่างนี้วันต่อๆ ไปเขาจะมีชีวิตอยู่อย่างปลอดภัยได้อย่างไรเนี่ย นี่เขาเลือกมาเกิดใหม่เพราะอยากเป็นคนรวยที่ใช้ชีวิตชิคๆ ชิลๆ ไปวันๆ นะ ไม่ใช่จะมารับบทเป็นเมียใจร้ายที่คอยไล่ตบตีกิ๊กผัวให้ตายสักหน่อย!


ฮือออ~


-TBC-


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5K ครั้ง

166 ความคิดเห็น

  1. #15430 kkolk (@kkolk) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 00:09
    แสดงเก่งเว่อออออ ไม่บอกว่าเรียนบัญชีมาก่อนจะคิดว่าเรียนนิเทศละนะ แส้บๆจ่ะแม่
    #15430
    0
  2. #15408 muk230338 (@muk230338) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 20:13
    ทำไมเรารู้สึกแปลกๆ รู้สึกตั้งแต่ตอนที่แล้วแล้ว 555 คือนิธานเวอร์ใหม่ก็แซบดีแต่มันดูขัดๆกับชาติก่อนไปนิดนึง ถึงจะบอกว่าแสดงก็เถอะนะ แต่สนุกดีค่ะ มันเป็นแค่ความรู้สึกส่วนตัวเราเท่านั้นนะคะ ขอบคุณที่แต่งนิยายสนุกๆมาให้อ่านกันนะคะ
    #15408
    0
  3. #15397 Pedmonxee (@pech555) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 11:21
    โห แรงมากกกก นึกว่าจะมาแบบหงิมๆ นิธาน!!!
    #15397
    0
  4. #15383 MManatsawan (@MManatsawan) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 11:09
    ร้ายมากแม่ !!!
    #15383
    0
  5. #15358 zhaoshiqi (@zhaoshiqi) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 20:39
    แซ่บๆๆๆๆ
    #15358
    0
  6. #15338 Benazin_PCY (@ChanipornAhamed) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 00:35
    ิอยากให้มีรีปริ้นจังเลยค่ะ
    #15338
    0
  7. #15333 ThangMelon (@ThangMelon) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 19:36
    อ่านอีกรอบก้อเพลินมาก
    #15333
    0
  8. #15325 YaiMooMam_ELF (@mam_jang33) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 17:21
    รีไรท์ใหม่เนื้อหาดีขึ้นค่ะ .... รอหนังสืออยู่นะคะ
    #15325
    0
  9. #15312 Pazei derlau (@tammyoyo) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 05:21
    หมั่นไส้พระเอก หนูทำแบบนี้เลยลูก ไม่ตัดแล้วรอจนพระเอกพาลูกมาเจอหนูก้ตัดต่อหน้าพระเอกแม่งเลยยยย! (แบบตัดเอง)
    #15312
    0
  10. #15304 Alinas (@Alinas) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 00:08

    น่าเอ็นดู​

    #15304
    0
  11. #15223 punngirigiri (@punngirigiri) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 22:34
    รับมือได้ดี เอาอยู่แหะ สนุกๆ
    #15223
    0
  12. #15109 Tetsuu (@4427) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 01:10
    55555555น้องคะ
    #15109
    0
  13. #14604 kineran (@kineran) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 21:51
    น่ารักจริงๆ
    #14604
    0
  14. #14435 Callmeyou (@MARKTUAN190) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 23:55
    โอเค เชื่อๆ
    #14435
    0
  15. #14255 Dekaommeu (@GG_Tamutami) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 20:42
    โอ้ยเอ็นดูอะ555555
    #14255
    0
  16. #13695 aommy2611 (@aommy2611) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 17:17
    ยอมแบบเนียนๆ
    #13695
    0
  17. #13674 นักโทษหมายเลข0 (@Prison0) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 08:48
    น่าร๊ากกกกกกกก
    #13674
    0
  18. #13637 withfluffyp (@blossomorrain) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 00:10
    ทำไมถึงไม่อยากให้ตัดคะคุณสามี
    #13637
    0
  19. #13603 Nisakarn (@nisakarnnnnn) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 19:55
    นางน่ารักอะะะะะ
    #13603
    0
  20. #13453 greentealatte ♡ (@qltz) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 10:35
    น่ารักกก5555555555
    #13453
    0
  21. #13262 kandaa555 (@kandaa555) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 20:47
    โห่ สุดท้ายก็ไม่ตัด
    #13262
    0
  22. #13256 TheViper_ (@HongTae_) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 01:06
    อุส่าลุ้นผมสั้นแบบอปป้าคิวบ์​บอย
    #13256
    0
  23. #13252 liveingalaxy (@reborn-lucky) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 13:58
    อีหยังวะ ทำไมไม่ให้ตัด โอยยย
    #13252
    0
  24. #12797 바람~ (@chocolatebt) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 04:31
    55555 อยู่ๆไปจะร้ายตามคนเดิมละ ความเกรี้ยวกราดแบบน่ารักๆ
    #12797
    0
  25. #12792 te3348 (@te3348) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 23:01
    อยากให้นิธานตัดผม ผมยาวมันผู้หญิงเกิ้นนนนน!!! -...-
    #12792
    0