[END] กาลครั้งหนึ่ง...นานไม่ถึงไหน {Omegaverse}

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,510,446 Views

  • 15,453 Comments

  • 30,624 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    11,453

    Overall
    1,510,446

ตอนที่ 24 : ตอนที่ 22 ดีหรือร้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 55597
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3444 ครั้ง
    13 มี.ค. 62


ตอนที่ 22

ดีหรือร้าย



“แม่ แม่ครับ...”

เสียงละเมอพร้อมแรงขยับตัวน้อยๆ ของคนที่นอนอยู่บนเตียง ทำให้อามันต์ที่กำลังเหม่อลอยไปชั่วขณะเริ่มได้สติกลับมา เขานิ่งฟังเสียงนั้นอีกครั้ง กระทั่งแน่ใจแล้วว่าหูตนไม่ได้ฝาด กายสูงใหญ่จึงรีบผุดลุกขึ้นยืนในทันที ขาก้าวเข้ามาประชิดข้างเตียง ก่อนจะเริ่มเอ่ยเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงเบา “นิธาน...”

“ฮึก แม่...แม่อย่าเพิ่งไปสิ!

ภาษาไม่คุ้นหูที่ถูกเปล่งออกมาไม่ช่วยให้ชายหนุ่มเข้าใจในสิ่งที่คนหลับใหลต้องการจะสื่อเลยสักนิด นั่นจึงช่วยไม่ได้เลยที่มันจะหัวคิ้วทั้งสองข้างของอามันต์ค่อยๆ ขยับเข้าหากัน เขาพยายามปลุกคู่ชีวิตอีกครั้ง “นิธาน ผมอยู่นี่ไง นิธาน...”

นานทีเดียวกว่าความกระสับกระส่ายนั้นจะค่อยๆ บรรเทาลง อามันต์ยกมือขึ้นปาดหยาดน้ำตาที่กำลังไหลลงข้างแก้มเนียนออกเบาๆ ซึ่งกระทำนั้นของเขาก็ส่งผลให้คนที่กำลังอยู่ในห้วงนิทราเริ่มรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอย่างช้าๆ

เปลือกตาบางขยับยุกยิกและค่อยๆ เปิดปรือขึ้น เผยให้เห็นนัยน์ตากลมโตสีอำพันสวยที่ดูเลื่อนลอยอยู่เนืองๆ 

“ฝันร้ายหรือ?” เมื่อเห็นว่าร่างตรงหน้ารู้สึกตัวตื่นจริงๆ ไม่ใช่การละเมอเป็นครั้งคราวเหมือนที่ผ่านมา คนเฝ้าไข้ก็พลันถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก “แต่อย่างไรคุณก็ตื่นแล้ว ขอบคุณพระเจ้า...”

“ปะ...เปล่า เราไม่ได้ฝันร้าย...” ดวงตาปรับโฟกัสอยู่นานทีเดียวกว่าทุกอย่างจะชัดเจนขึ้น นิธานกลอกตามองไปรอบๆ อย่างงงงวย จนเมื่อรับรู้ได้ว่าเหตุการณ์ที่พบเจอเมื่อสักครู่เป็นเพียงความฝัน เขาก็ลอบถอนหายใจออกเบาๆ ชายหนุ่มจ้องตากับอามันต์อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นมาด้วยเสียงอันแหบแห้ง “คุณอามันต์ ทะ...ที่นี่คือ...”

“โรงพยาบาล” อามันต์ตอบ “เราอยู่ที่โรงพยาบาลกันน่ะ คุณปลอดภัยแล้วนะนิธาน”

ท่ามกลางความมึนงงและไม่เข้าใจใดๆ คำว่า ‘โรงพยาบาล’ ที่อามันต์เอ่ยออกมากลับสะกิดใจคนฟังได้มากนัก “โรงพยาบาล...”


ฉับพลันภาพรอยเลือดสีแดงที่กำลังไหลลงมาตามท่อนขาของตัวเองก็ทำให้นิธานเบิกตากว้าง


“ใช่...ใช่สิ” ดวงตาทั้งสองข้างรู้สึกร้อนผ่าวๆ ขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ก้อนสะอื้นเริ่มมากระจุกรวมกันบริเวณลำคอ ดวงหน้าของคนป่วยดูซีดเผือดขึ้นถนัดตา “ท้องเรา...ท้องเรากระแทกกับโต๊ะ แล้วจากนั้นเราก็เห็นเลือด...”

อาการตัวสั่นและตื่นกลัวทำให้ผู้ฟังต้องรีบเอ่ยปลอบคนบนเตียงอย่างเร่งด่วน “ใจเย็นๆ นะนิธาน ใจเย็นก่อนนะ ค่อยๆ พูด...”

“ฮึก เราเห็นเลือดไหลลงมาตามขาล่ะอามันต์ เราเห็น...” น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าเริ่มไหลลงมา “นั่นใช่ลูกไหม ฮึก ใช่หรือเปล่า เขายังอยู่กับเราไหม ยังอยู่ไหมอามันต์ ฮืออ”

เพราะเขา...เพราะเขาแท้ๆ เชียว

ทำไมถึงได้โง่ขนาดนี้นะ

คนป่วยร้องไห้เสียใจออกมาเป็นการใหญ่ ความรู้สึกผิดบาปในใจที่ไม่อาจให้อภัยได้พรั่งพรูออกมาราวกับเขือนแตก “เราไม่รู้...อึ่ก...ไม่รู้เลย ถ้าเรารู้ตัวเร็วกว่านี้สักนิด อีกสักนิดเดียว... อามันต์ เราขอโทษ เพราะเราเขาถึงได้...”

“ชู่ว ไม่เป็นไรแล้วนิธาน ไม่เป็นไรแล้ว” อามันต์ว่าพลางช่วยพยุงร่างที่พยายามลุกขึ้นนั่งลงนอนบนเตียงอีกครั้ง “คุณนอนก่อนนะ”

“แต่ว่าลูก...”

“นอนลงก่อนแล้วผมจะเล่าให้ฟัง...นะเด็กดี” ฝ่ามือใหญ่ลูบศีรษะคู่ชีวิตอย่างปลอบประโลม ซึ่งนั่นก็ทำให้คนขวัญหายยอมนิ่งไปในที่สุด

“อามันต์...” แม้จะยอมนอนลงดีๆ แล้ว ทว่าฝ่ามือของนิธานกลับไม่ยอมปล่อยมือของอีกคน สายตาที่มองมาเจือแววอ้อนวอนอย่างบอกไม่ถูก

ร่างสูงใหญ่ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ที่อยู่ข้างเตียง ก่อนจะกระชับฝ่ามือที่ถูกกุมไว้แน่นเบาๆ และเอ่ยถาม “คุณเสียใจใช่ไหม”

ใบหน้าซีดเผือดผงกหัวสองสามครั้งพลางกัดริมฝีปากแน่น


“ผมก็เสียใจ...”


เพียงคำว่า ‘เสียใจ’ หลุดพ้นออกจากปาก หยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ก็ร่วงหล่นลงมาอีกครั้ง ร่างทั้งร่างรู้สึกชาวาบ ก้อนเนื้อหัวใจคล้ายจะหยุดเต้นไปชั่วขณะหนึ่ง ความเจ็บปวดที่ไม่อาจอธิบายได้ถาโถมเข้ามาจนรับแทบไม่ไหว


ไม่จริง...


“ฮึก...”


ฝ่ามือถูกยกขึ้นปิดปากของตน เพื่อปิดกั้นเสียงสะอื้นและเสียงกรีดร้องเสียใจไว้อย่างสุดความสามารถ เนื้อตัวของนิธานสั่นสะท้านราวกับลูกกวางน้อยที่กำลังบาดเจ็บหนัก

ความรู้สึกของแม่ที่เห็นลูกถูกพรากลมหายใจไปต่อหน้าต่อตาเป็นอย่างไร นิธานเพิ่งเข้าใจขึ้นมาในวินาทีนี้เอง...

เข้าใจแล้วว่าแม่ต้องแบกรับความเจ็บปวดทรมานไว้มากมายเพียงใด ในยามที่คิดว่าตัวเองเป็นต้นเหตุให้ลูกต้องตายจากไป

มันรู้สึกทรมานเหมือนจะตายอย่างนี้นี่เอง...


อามันต์ปล่อยให้นิธานระบายความเศร้าโศกเสียใจออกมาอย่างไม่คิดจะห้ามอยู่พักใหญ่ ก่อนเขาจะยกมือข้างที่ว่างขึ้นลูบเส้นผมสีทองสวยให้อีกฝ่ายคลายความเสียใจลง แล้วจึงค่อยพูดต่อ “ผมเสียใจมากนะ เสียใจที่คุณไม่ดูแลตัวเอง เสียใจที่คุณเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในสถานที่แบบนั้นจนถูกทำร้าย ทั้งที่มันไม่จำเป็นเลยสักนิด” ชายหนุ่มส่ายศีรษะ “ตำรวจบอกกับผมว่าจุดที่คุณถูกปล้นมันเป็นชุมชนแออัด ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยว อาชญากรแฝงตัวอยู่ในนั้นไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ ผมไม่เข้าใจเลยนิธาน ไม่เข้าใจว่าทำไมคุณต้องไปที่นั่น...”

“ฮึก เราขอโทษ” คนรู้สึกผิดอย่างที่สุดขอโทษซ้ำๆ จนเสียงเริ่มหอบแห้ง “ขอโทษนะ ขอโทษจริงๆ เราไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้ ฮืออ ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะอามันต์”

เห็นท่าทางสะอึกสะอื้นจนตัวโยนนั่นแล้ว คนพูดก็รู้สึกสงสารขึ้นมาจับใจ จากที่คิดจะพูดยาวกว่านี้อีกหน่อยก็เปลี่ยนมาเข้าประเด็นสำคัญทันที “รู้ไหมว่าผมใจหายแค่ไหนตอนที่ได้รับโทรศัพท์จากโรงพยาบาล ไม่เอาแล้วนะนิธาน ผมไม่อยากให้คุณเอาตัวเข้าไปเสี่ยงกับอะไรอีกแล้ว ครั้งนี้เป็นโชคดีเหลือเกินที่คุณมาถึงโรงพยาบาลได้เร็ว เจ้าตัวเล็กที่อยู่ในท้องของคุณถึงยังอยู่กับเรา ไม่อย่างนั้นผมคงรู้สึกปวดหัวใจมากกว่านี้อีก”

“ไม่แล้ว ไม่ทำแล้ว...” คนประมาทรับคำทั้งที่ยังร้องไห้ “เราผิดเอง ฮึก เราขอโทษ...ขอโทษที่ทำให้ลูกต้อง...เอ๊ะ?”


‘ขอโทษที่ทำให้ลูกต้องจากไป’ คือประโยคที่นิธานตั้งใจจะบอกอีกคนอย่างจริงใจที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ทว่ารูปประโยคแปลกๆ ที่อามันต์เอ่ยออกมากลับทำให้เขาชะงักปากลงกลางทาง


สมองที่กำลังตื้อตึงไปทุกหมดส่วนค่อยๆ ประมวลผลอย่างช้าๆ ก่อนริมฝีปากบางจะเริ่มอ้าพะงาบๆ เมื่อเริ่มเข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการจะบอก


ดวงตาแดงก่ำช้อนมองคู่ชีวิตหนุ่มคล้ายไม่แน่ใจ “มะ...เมื่อกี้คุณบอกว่าลูก...ยังอยู่หรือ?”

“ใช่”

คำตอบจากปากทำของอามันต์ ทำให้หัวใจที่กำลังเจ็บปวดทรมานเริ่มกลับมาเต้นรัวเร็วขึ้นอีกครั้ง “จะ...จริงนะ ลูกยังอยู่จริงๆ ใช่ไหมอามันต์”

“ใช่ คุณได้ยินไม่ผิดหรอก” ดวงตาสีฟ้ามองสบมา เขาวางฝ่ามือข้างที่ว่างจากการเกาะกุมลงบนหน้าท้องแบนราบที่อยู่ภายใต้ชุดคนไข้อย่างแผ่วเบา มือหนาลูบท้องของนิธานไปมาคล้ายกำลังปลอบประโลมเจ้าตัวจิ๋วที่อยู่ภายใน สัมผัสที่นูนขึ้นเพียงเล็กน้อยจนแทบไม่เป็นที่สังเกต ทำให้ริมฝีปากพลันยกยิ้มขึ้นมาอย่างไม่ทันรู้ตัว

อามันต์ละสายตาจากหน้าท้องมาจ้องมองใบหน้าของคู่สนทนาอีกครั้ง สายตาและรอยยิ้มอ่อนโยนถูกส่งไปให้ร่างที่กำลังนอนลุ้นระทึกอยู่บนเตียงผู้ป่วย ก่อนจะเอ่ยปากพูดย้ำคำเดิมอีกครั้งอย่างเต็มใจ

“ถึงจะอ่อนแอไปหน่อย...แต่ลูกก็ยังอยู่กับเรานะนิธาน”

ฝ่ามือของนิธานกำแน่นขึ้น

“ไม่ได้หลอกเราแน่นะ เขายัง...เขายัง...” นิธานถามย้ำๆ ซ้ำไปซ้ำมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

อามันต์จึงผละมือจากหน้าท้องของคนป่วยชั่วครู่ ก่อนจะเอื้อมไปดึงมือข้างหนึ่งที่กำลังถูกกำไว้แน่นมาวางลงบนตำแหน่งเดิมที่ตนเคยสัมผัส จากนั้นก็วางมือของตนทับไว้ด้านบน คอยลูบปลอบให้อีกคนได้คลายความกังวล “รู้สึกอะไรไหม?” เสียงทุ้มต่ำกระซิบถามข้างหู

ดวงตาสีสวยจ้องมองคนตั้งคำถาม คนป่วยก้มลงมองท้องของตนและเริ่มลากมือไปทั่วหน้าท้องอย่างช้าๆ ไม่นานก็สัมผัสได้ถึงผิวเนื้อที่นูนขึ้นนิดๆ ตรงบริเวณกลางช่องท้อง ที่ซึ่งเป็นจุดเดียวกันกับที่เคยสัมผัสเมื่อไม่นานมานี้

นิธานลูบผ่านบริเวณนั้นครั้งแล้วครั้งเล่า น้ำตาเริ่มไหลรินอีกครา...

“ฮึก...”

เห็นดังนั้นอามันต์จึงบีบฝ่ามือที่เล็กกว่าเบาๆ “เป็นไง รู้สึกได้ใช่ไหม”

ศีรษะทุยผงกเบาๆ สองสามครั้งเป็นการตอบรับ นั่นทำให้ชายหนุ่มส่งยิ้มให้กับคนที่พยายามกลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้ ก่อนจะเอ่ยย้ำคำเดิมเสียงเบา “เด็กดี...เขาอยู่ตรงนี้ ตรงที่คุณสัมผัสได้นี่ไง ในท้องเล็กๆ ของคุณ...”

เพียงได้รับคำยืนยันอีกครั้งหนึ่ง ความอดทนอดกลั้นต่อเรื่องราวทุกอย่างก็หมดลง หยาดน้ำตาพรั่งพรูเต็มสองแก้ม คนจิตใจอ่อนไหวกลับมานอนร้องไห้จนเนื้อตัวสั่นเทาไม่ต่างจากก่อนหน้านี้เลยสักนิด “ขอบคุณ ฮึก ขอบคุณที่ไม่ไปไหน ขอบคุณ...”

“นิธาน...” อามันต์เอ่ยเรียกคู่ชีวิต ก่อนเขาจะถือวิสาสะขยับขึ้นมานั่งบนเตียงคนไข้ แผ่นหลังกว้างเอนพิงหัวเตียงแล้วจึงโน้มกายลงไปโอบกอดคนกำลังร้องไห้ไว้ทั้งตัว “ไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไรแล้ว...”

นิธานยึดแขนเสื้อข้างหนึ่งของอามันต์ไว้แน่น เขาซุกหน้าลงกับแผ่นอกกว้างแล้วปล่อยให้น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าไหลออกมาอย่างไม่อาจควบคุม


เขาร้องไห้...ร้องเสียจนไม่คิดว่าจะมีวันไหนในชีวิตที่จะเสียน้ำตาได้มากกว่านี้อีกแล้ว


ความเสียใจจากการต้องกล่าวลามารดาคนเดิมซ้ำสองยังไม่ทันได้จางหาย เหตุการณ์ร้ายๆ ก็เพิ่งทำให้เขาได้รับรู้ถึงตัวตนของ ‘ชีวิตน้อยๆ’ ในท้องของตัวเอง ทั้งยังมีความเป็นเป็นไปได้สูงมากว่าจะเป็นการรับรู้เพื่อที่จะ ‘สูญเสีย’ อีกครั้ง

ดังนั้นการได้รู้ว่าชีวิตที่แสนเปราะบางนั้นยังคงอยู่ จึงนับว่าเป็นเรื่องที่เหมือนฝันไป

นิธานโล่งใจ ทว่าอีกใจหนึ่งก็นึกเสียใจนัก

เสียใจที่เขาไม่นึกสงสัยความเปลี่ยนแปลงในร่างกายของตนมากเท่าที่ควร คิดแต่เพียงว่าที่ร่างกายดูอุดมสมบูรณ์ขึ้นนั้นก็คงจะมาจากการปรับเปลี่ยนอาหารการกินและการออกกำลังกายเท่านั้น

เสียใจที่เขาปล่อยให้ความต้องการของตัวเองอยู่เหนือความเหมาะสมทั้งปวง หลายครั้งที่คิดอยากทำอะไรก็ทำ อยากไปไหนก็ไปโดยไม่คำนึงถึงใครอื่นหรือความเหมาะสมใดๆ และในครั้งนี้เพียงเพื่อกลับมาหาแม่...เขาถึงกับต้องพยายามกันอามันต์กับลูกออกไป จากนั้นก็พาตัวเองเข้าไปอยู่ในสถานที่ที่ไม่ควรอยู่ ก้าวสู่ความอันตรายที่คิดไปเองว่ามันคงไม่มีอะไร เพราะความเคยชินที่ยังคงฝังแน่นอยู่ในกาย

ทว่าความจริงกลับไม่ใช่เลย...

เพราะความมั่นอกมั่นใจแบบโง่ๆ ว่าอย่างไรก็ต้องเอาตัวรอดได้แน่เกือบทำให้เขาต้องบอกลาลูก อีกนิดเดียวก็เกือบจะต้องสูญเสียเจ้าตัวเล็กกระจ้อยร่อยในท้องไปแล้ว

นิธานไม่รู้หรอกว่าชีวิตหลังจากวันนี้ไปจะต้องพบเจอกับอะไรอีกบ้าง แต่เขาสาบานได้เลยว่าต่อจากนี้จะไม่ทำอย่างนั้นอีกแล้ว...

ไม่มีอีกแล้วจริงๆ


“แล้วนี่...อึก...เขาเป็นอย่างไรบ้าง ฮึก เขาปลอดภัยดีไหม”

หลังจากที่ร้องไห้มานานนับสิบนาที ในที่สุดคนป่วยก็คล้ายจะสงบลงได้บ้างแล้ว เจ้าตัวสะอื้นฮักๆ พลางผละหน้าออกจากอกแน่นๆ ของคู่ชีวิต ก่อนจะรับกระดาษทิชชู่ที่อีกคนส่งให้มาเช็ดหน้าเช็ดตา

“ตอนนี้เขาปลอดภัย...แต่ก็ไม่เต็มร้อยนักหรอก” อามันต์รับก้อนทิชชู่ใช้แล้วมาทิ้งลงถังขยะที่ข้างเตียง จากนั้นจึงค่อยอธิบายต่อ “หมอรีบพาคุณไปอัลตราซาวด์ทันทีที่รู้จากคนที่มาส่งว่าคุณมีอาการตกเลือด เขาบอกว่าคุณมีเลือดออกรอบๆ มดลูก ซึ่งนั่นอันตรายมาก แต่ข่าวดีก็คือหัวใจของเด็กยังเต้นอยู่ หมอเลยฉีดยากันแท้งให้คุณและสั่งห้ามไม่ให้คุณขยับลุกจากเตียงไปไหนทั้งนั้น ให้นอนนิ่งๆ ให้ได้มากที่สุด ไม่อย่างนั้นลูกอาจจะ...”

คนพูดจงใจไม่เอ่ยถึงคำที่เหลือท้ายประโยค เพราะแน่ใจว่านั่นเป็นสิ่งที่ไม่ว่าใครก็ไม่อยากได้ยินทั้งนั้น หรือถึงจะมีใครสักคนที่อยากจะได้ยิน เขาก็มั่นใจว่าอย่างน้อยๆ มันก็คงไม่ใช่คนที่กำลังนอนตาแดงก่ำอยู่ตรงหน้านี้อย่างแน่นอน

อามันต์เชื่อเช่นนั้น

“เราต้องนอนนิ่งๆ แบบนี้ไปนานแค่ไหน?” นิธานถามเสียงเบาหวิว แค่ได้ยินอีกฝ่ายบอกว่าตัวเองมีเลือดออกรอบๆ มดลูกก็รู้สึกใจหายมากอยู่แล้ว ดังนั้นอย่าว่าแต่ต้องนอนนิ่งๆ เลย ตอนนี้ต่อให้ต้องตัดแขนตัดขา หรือแกล้งตายอีกสักครั้งเขาก็ทำได้หมดนั่นแหละ

ตัวเองจะเป็นอย่างไรก็ช่างเถอะ ขอแค่ให้ลูกปลอดภัยก็พอ...ขอแค่นี้จริงๆ

“สามวัน” อามันต์ตอบ “รอดูอาการสามวัน ถ้าเลือดไหลน้อยลงหมออาจจะอนุญาตให้กลับบ้านได้ แต่หลังจากนั้นก็คงต้องนอนพักและอยู่นิ่งๆ ให้ได้มากที่สุด จนกว่าเด็กจะปลอดภัยจริงๆ”

“เข้าใจแล้วล่ะ...” คนฟังพยักหน้ารับรู้ “อย่าว่าแต่สามวันเลย ขอแค่ให้เขายังอยู่ ต่อให้ต้องนอนไปจนคลอดเราก็จะทำ”

ดวงตาสีฟ้าสวยดูจะอ่อนโยนลงเป็นเท่าตัวยามที่ได้ยินคำนั้น มือหนากุมมือของคนที่ยังต้องพยายามอีกมากเอาไว้ “ผมดีใจที่ได้ยินคุณพูดอย่างนั้นนะนิธาน ดีใจจริงๆ”

“หึ! เราไม่ได้พูดเล่นนะจะบอกให้” น้ำเสียงเจือแววอวดอ้างเล็กน้อย ดวงตาที่ยังคงแดงก่ำมองสบคนที่กอดตนเอาไว้แล้วแย้มยิ้มออกมาในที่สุด การต้องนอนนิ่งๆ อยู่บนเตียงโดยที่ไม่อาจขยับลุกไปไหนได้ตามใจมันอาจจะดูทรมานมาก แต่เพื่อความปลอดภัยของลูก อย่างไรเขาก็ต้องทำ

เพราะว่าเขาไม่อยากสูญเสียใครไปอีกแล้ว...

“คุณอยากดื่มน้ำหน่อยไหม” คนตัวใหญ่เอ่ยถาม เมื่ออีกคนพยักหน้าจึงได้เอื้อมมือไปรินน้ำสะอาดใส่แก้วและยกมาให้คนบนเตียงได้ดื่ม ฝ่ามือประคองศีรษะให้ยกขึ้นพลางส่งแก้วที่มีหลอดใส่ไว้อย่างเรียบร้อยไปใกล้ๆ “ช้าๆ นะ ไม่ต้องรีบ”

นิธานยกคอขึ้นเล็กน้อย เขางับหลอดพลาสติกเข้าปากและค่อยๆ ดูดน้ำตามคำบอก กระทั่งพอแล้วจึงได้ผละออกมา “ขอบคุณ...”

อามันต์วางแก้วที่พร่องน้ำไปเกือบครึ่งกลับลงที่เดิม “อ้อ! ผมโทรบอกคนที่บ้านแล้วนะ มีนากับคุณแม่ของคุณกำลังจะมาที่นี่ เย็นวันพรุ่งนี้ก็น่าจะถึงแล้วล่ะ”

“ท่านแม่จะมาด้วย!?” คนฟังสะดุ้ง

“ไม่ใช่แค่แม่ ยังมีคุณพ่อของคุณด้วย” คู่ชีวิตหนุ่มเอ่ยแก้ “จริงๆ อเล็กซ์ก็อยากจะมาด้วย แต่ผมเห็นว่าเขากลับไปถึงบ้านเรียบร้อยแล้วเลยสั่งห้ามไม่ให้มาน่ะ เพราะอย่างไรเขาก็ไม่ใช่องครักษ์ของคุณแล้ว ปล่อยให้เขาดูแลครอบครัวของตัวเองต่อไปน่าจะดีกว่า เราค่อยส่งข่าวให้รู้ก็พอ”

“มันก็จริง...” นิธานพยักหน้าเออออ ทว่าไม่นานกลับต้องถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ “ท่านพ่อกับท่านแม่จะมาที่นี่ เฮ้อ! จบสิ้นกันล่ะคราวนี้”

เมื่อรู้ว่าตัวจิ๋วในท้องยังมีชีวิตอยู่และทราบแล้วว่าเขาต้องปฏิบัติตัวอย่างไรจึงจะทำให้เจ้าตัวน้อยปลอดภัย คนที่เคยร้องไห้เสียใจอย่างหนักหน่วงก็คล้ายจะกลับมาเล่นสนุกในแบบของตนได้อีกครั้ง

“หึ! ก็ดูคุณจะรู้ตัวดีนี่นะ”

“เฮ้อ!” คนคาดเดาโชคชะตาของตัวเองได้ล่วงหน้าถอนหายใจอีกเฮือก ก่อนจะผิงศีรษะของตนลงบนอกของคู่ชีวิตตามเดิม จากนั้นก็พูดขึ้นมาลอยๆ “สรุปว่าเราท้องจริงๆ ใช่ไหมคุณ...”

มือขวาของอามันต์วางลงบนหน้าท้องของนิธานอีกครั้งพลางเอ่ยตอบ “แล้วจะบอกว่าไอ้ที่นูนๆ อยู่ตรงนี้คือพุงของคุณหรือไงหืมก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้นคุณก็รู้ดีนี่นา เราเกือบจะเสียเขาไปแล้วนะ”

“รู้สิ รู้ดีเลย...” เจ้าของท้องพูดงึมงำในลำคอ “แสดงว่าที่เราคิดว่ายาเลื่อนฮีท ยานู่นนี่นั่นที่กินเข้าไปมันทำหน้าที่ได้ดีก็ไม่ใช่แล้วน่ะสิ ไหนจะไอ้น้ำหอมผสมยาเร่งฮีทนั่นอีก สรุปที่มันไม่ได้ผลก็เพราะเราดัน...ท้อง ไม่ใช่เพราะกินยาดักเอาไว้สินะ อ๊ะ! แล้วนี่เขาอยู่ในนี้มานานเท่าไหร่แล้ว หมอได้บอกคุณไหม”

“บอกสิ เห็นว่าประมาณแปดวีคได้แล้วล่ะ”

“แปดวีค?” ได้ยินตัวเลขแล้วคนตั้งท้องก็ตาลอย


แปดวีคก็สองเดือนพอดี...


เขาเข้ามาอยู่ในร่างนี้ได้ราวสองเดือน จะบวกลบก็แค่ไม่กี่วันเท่านั้น ดังนั้นหมายความว่าก่อนที่เขาจะมา ในท้องเล็กๆ นี่ก็กำลังตั้งครรภ์ที่สองอยู่แล้วน่ะสิ?

จะว่าไปช่วงเวลาที่ร่างนี้ประสบอุบัติเหตุมันก็หลังจากที่เพิ่งผ่านช่วงฮีทไปได้ไม่กี่วันนี่นา แต่นิธานคนนั้นก็กินยาคุมอยู่นี่ อย่างนี้ก็แสดงว่ายาคุมไม่ได้ผลสินะ

เมื่อคิดคำนวณในใจเสร็จเรียบร้อย คนนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยก็อดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นกุมขมับ “ให้ตายสิ ไอศูรย์เพิ่งจะสิบเดือนนิดๆ เท่านั้นเองนะ”

อามันต์ฟังคำคร่ำครวญนั่นแล้วก็รู้สึกขำ “แล้วไงผมเลี้ยงไหวหรอกน่า”

“เลี้ยงไหวเหอะ! พูดอย่างกับจะมาเลี้ยงเองอย่างนั้นล่ะ แล้วนี่ไอศูรย์อยู่ไหนเนี่ย ไม่เห็นได้ยินเสียงเลย”

“ไอศูรย์หรือ” คนถูกถามทวนคำ เขาชี้ไปที่โซฟาตัวที่ตั้งอยู่ข้างเตียงแล้วพูดต่อ “นอนหลับอยู่นั่นแน่ะ”

นิธานชะเง้อคอมองไปตามคำบอก กระทั่งได้เห็นร่างของเด็กชายตัวน้อยที่กำลังหลับอุตุอยู่จึงหลุดยิ้มบางๆ ออกมา ทว่ารอยยิ้มนั้นก็เป็นอันต้องชะงักค้างไป เมื่อสายตาไปแทะเข้ากับอะไรบางอย่าง...

นิ้วเรียวสวยชี้ไปที่ของสิ่งนั้นก่อนจะอ้าปากค้าง “เดี๋ยวก่อนนะอามันต์ นะ...นั่นคุณไปได้มันมาจากไหนน่ะ!?”

คนถูกถามร้องอ้อออกมาคำหนึ่งในตอนที่เห็นสิ่งที่อีกคนชี้ ไหล่หนาขยับไหวนิดๆ ขณะตอบ “อ้อ! นั่นผมซื้อมาจากซูเปอร์ในห้างที่ไปดูอควาเรี่ยมน่ะ ตอนแรกว่าจะซื้อเป็นลูก เอามาเผื่อคุณด้วย แต่กลิ่นมันแรงเกินไป ผมเลยซื้อแบบเป็นถุงๆ มาแทน อร่อยนะ คุณเคยกินไหม”

“ไม่...” คนตัวเล็กกว่าตอบพร้อมกลืนน้ำลายอึกใหญ่

“ไม่เคยกิน?” อามันต์โคลงหัว “แต่ก็ไม่แปลกหรอก...”

“เปล่า ไม่มีทางไม่เคยกินต่างหาก! คุณไปหยิบมาเดี๋ยวนี้เลยนะ เอามาเลย เราจะกิน!”

คนท้องคำรามอย่างเกรี้ยวกราด ส่งผลให้ผู้เป็นสามีถึงกับสะดุ้งโหยงขึ้นมาทันที

“เอ๊ะ! เดี๋ยวก่อนสิ ตอนนี้คุณกินได้หรือ ขอผมถามหมอแป๊บหนึ่งนะ” ว่าแล้วก็อามันต์คว้าหมับเข้าที่สวิตช์กดเรียกหมอและพยาบาลที่อยู่ตรงหัวเตียงทันที “คุณๆ คนไข้ฟื้นแล้วนะ จะมาดูอาการอะไรหน่อยไหม มาเร็วๆ เลย!”

“จะถามทำไม ก็แค่ทุเรียนทอด ทำไมเราจะกินไม่ได้!”


ใช่! ก็แค่ ‘ทุเรียนทอดถุงใหญ่’ เท่านั้นเอง


ทำไมคนท้องจะกินไม่ได้!



-TBC-

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.444K ครั้ง

293 ความคิดเห็น

  1. #15128 Tetsuu (@4427) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 22:46
    แล้วพ่อพระเอกมาเจอตอนไหนกันนะ
    #15128
    0
  2. #15083 SkmilkSk (@SkmilkSk) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:33
    แสดงว่าที่พระเอกเคยเจอครั้งนึงนี่ตอนนี้ใช่มั้ย
    #15083
    0
  3. #14462 Callmeyou (@MARKTUAN190) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 18:30
    ยิ่งอ่านยิ่งเกลียด-เด็ดอีกร่างคือแบบเอาร่างน้องไปทำตัวเสียๆอ่ะรู้สึกน้อยใจแทนนิธานทำไมโชคร้าย อยู่ร่างนู่นนิธานทำทุกอย่างจนจะสำเร็จกลับต้องมาตาย บางทีนะเราอยากให้น้องได้ไปเกิดใหม่เลยมากกว่า
    #14462
    1
    • #14462-1 Mint🍃 (@parkwa) (จากตอนที่ 24)
      18 เมษายน 2562 / 02:41
      เกิดใหม่ก็ไม่ได้เจออามันต์สิคะ หยวนๆหน่า
      #14462-1
  4. #14107 kksssp (@kksssp) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 06:04
    แฟนตาซีมากๆๆๆๆ
    #14107
    0
  5. #13667 BBBoBowww (@nuyoja) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 00:19
    แล้ววันนั้นที่นายเอกกลับมา นางจำได้มั้ยหว่า
    #13667
    0
  6. #13473 greentealatte ♡ (@qltz) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 13:19
    ไอ่บ้าคือแฟนตาซีทั้งเรื่องเลยข่ะ555555
    #13473
    0
  7. #12819 Fktay (@Fktay) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 11:52
    ว้าววว แล้วอามันล่ะ ดูเหมือนนางจะรู้อะไรบางอย่าง
    #12819
    0
  8. #12744 chalillxx_ (@chalillxx_) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 16:08
    โอ้ววววววววววววววว
    #12744
    0
  9. #12743 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 15:54
    แม่รู้ทุกอย่างเลย
    #12743
    0
  10. #12694 RealThxnB (@RealThxnB) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 01:40
    อย่างงี้เองงงง
    #12694
    0
  11. #12626 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 17:45
    ออออออ เป็นงี้นี่เองงงง
    #12626
    0
  12. #12579 hanatsuki33 (@hanatsuki33) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 01:05
    มีอะไรมากกว่าที่คิด..
    #12579
    0
  13. #12423 Bbicdrjm (@Bbicdrjm) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 15:20
    อ่านไปขนลุกไป55555 แต่งดีมากเลยแงงงง
    #12423
    0
  14. #12388 Jaeyongie (@Jaeyongie) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 22:58
    อ๋ออออออออ
    #12388
    0
  15. #12315 feonixsh (@feonixsh) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 22:43
    ถ้าบอกสอนไม่ฟังก็ล่ามโซ่เอาไว้เลย

    อุ๊ยยยย รุนแรงเกินไปมั้ย
    #12315
    0
  16. #12199 MuuKaew (@MuuKaew) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 11:03
    แบบนี้เองเริ่มเข้าใจแล้วค่ะ
    #12199
    0
  17. #10798 [In_My_DreaM] (@i-sompannn) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 1 กันยายน 2561 / 02:18
    เพราะแบบนี้นี่เอง 😭😭
    #10798
    0
  18. วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 22:27
    ㅠㅠ

    จะร้องไห้ตามเลย หัวอกของคนเป็นแม่จะทรมานแค่ไหน รักก็ไม่ได้เกลียดก็ไม่ได้ อยู่ไปแบบทั้งรักทั้งเกลียดนี่มันแย่อ่ะ ㅠㅠ ตอนนี่ยินดีด้วยค่ะท่านแม่เฮเลนนนน ฮื่ออออ
    #10705
    0
  19. #10495 bunyarat462 (@bunyarat462) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 19:06
    พี่น้องน่าจะรู้นะคะ อยู่ๆนิสัยก็เปลี่ยนไป1วันนี่นา คนรอบข้างก็น่าจะตงิดใจป้ะ แถมตอนเจอีกทีก็ดูยอมรับง่ายๆอีก

    //แล้วน้องที่อยู่ๆมาเข้าร่างนี่ หนูนึกว่าหนูฝันเหรอลูก? หรือลืมไปแล้ว ถถถ
    #10495
    0
  20. #10379 PachPach_Pach (@PachPach_Pach) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 08:26
    ถึงจะมีอุปสรรคแต่ทุกคนในครอบครัวน่ารักมากกก
    #10379
    0
  21. #10351 BezT25 (@BezT25) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 19:18
    สงสารคุณแม่เฮเลนเลย ทั้งๆที่พยายามรักดูแลอย่างดี แต่นิธานร้ายกาจกลับเอาร่างกายของลูกตัวเองไปทำเรื่องไม่ดี
    #10351
    0
  22. #10239 JutamasPromyota (@JutamasPromyota) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 06:29
    อ๋ออออ เป็นอย่างนี้นี่เอง เข้าใจเอเลนเลย
    #10239
    0
  23. #10220 «PhuengAugust» (@pvaugust) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 19:32
    คือแบบรู้มาทีกอย่สงและต้องรอคอยเจอกับความร้ายสารพัดอ่ะ ฮรือออ
    #10220
    0
  24. #10178 itzmeboombim (@itzmeboombim) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 08:21

    อ่อเป็นอย่างนี้นี่เอง มิน่าคุณแม่เฮเลนถึงพยายามเอานิธานคนเก่าให้อยู่ และนาวียะถึงชอบทะเลาะกับพี่ตัวเอง แค่รอลูกชายพี่ชายตัวเองกลับมา

    #10178
    0
  25. #9965 Plankton J (@jthida) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2561 / 22:58
    เราน้ำตาไหลเลย สงสารเฮเลนจับใจ เป็นเราก็เกลียดนิธานคนร้าย ที่ร้ายกาจแล้วใช้ร่างกายของลูกเค้าไปทำเรื่องไม่ดี
    #9965
    0