[END] กาลครั้งหนึ่ง...นานไม่ถึงไหน {Omegaverse}

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,510,024 Views

  • 15,453 Comments

  • 30,626 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    11,031

    Overall
    1,510,024

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 1 พบปะยมทูตกับหนทางที่ต้องเลือก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 69285
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4038 ครั้ง
    11 มี.ค. 62


ตอนที่ 1

พบปะยมทูตกับหนทางที่ต้องเลือก



“เขายังไม่ตื่นอีกหรือ?

“ยังเลยครับท่าน”

เสียงดังหึ่งๆ ราวกับแมลงหวี่แมลงวันกำลังบินวนอยู่รอบหู ทำให้คนที่กำลังนอนหลับตาอยู่ขมวดคิ้วน้อยๆ ด้วยนึกรำคาญใจ

“เอ...ปกติก็น่าจะตื่นได้แล้วนี่นา ลองปลุกอีกครั้งสิหิรัญ แต่ข้าขอออกไปรอข้างนอกนะ จะไปดื่มน้ำเสียหน่อย เถียงกับเจ้าหน้าที่ทางนั้นมาตั้งนาน รู้สึกคอแห้งเหลือเกิน”

ครั้นไม่มีวี่แววว่าเสียงรบกวนนั้นจะจางหายไป คนหลับจึงค่อยๆ ฟื้นคืนสติจากการหลับใหล เจ้าของร่างพยายามเปิดเปลือกตาของตนขึ้น ทว่าไม่นานก็ต้องปิดลงอีกครั้ง เพราะแสงสว่างจ้าส่องลงมากระทบลูกนัยน์ตาจนทำให้รู้สึกตาพร่า

“ได้ครับ”

ชายที่ชื่อ หิรัญ รับคำใครสักคน ชายหนุ่มหันกลับมาเพื่อหวังจะปลุกคนที่หลับอยู่ให้ตื่นขึ้น และเขาก็พบว่าคงไม่จำเป็นแล้ว ในเมื่อใครคนนั้นที่ตนต้องการปลุกดันเป็นฝ่ายลืมตาขึ้นมาเสียเอง “อ้าว! ตื่นแล้วหรือครับ คุณนิธาน”

“ครับ...เอ๊ะ! คุณ!?” นิธานที่ยังคงมึนงงอยู่รับคำเสียงแผ่ว นึกสงสัยนักว่าอีกฝ่ายรู้ชื่อของตนได้อย่างไร

“นั่งก่อนนะครับ ค่อยๆ นะ” หิรัญว่าแล้วเข้ามาช่วยพยุงให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่งเอนหลังบนหมอนอิงใบใหญ่

กระทั่งสามารถนั่งได้เรียบร้อยดีแล้ว นิธานก็อดไม่ได้ที่จะมองไปรอบๆ อย่างสำรวจ ตอนนั้นเองถึงได้รู้ว่าตนกำลังนั่งอยู่บนเตียงสีดำหลังใหญ่ อันเป็นเตียงที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวภายในห้องสี่เหลี่ยมห้องหนึ่ง มันเป็นห้องโล่งๆ ที่มีเฟอร์นิเจอร์อยู่เพียงไม่กี่ชิ้น ซึ่งนอกจากเตียงกับประตูที่เป็นสีดำแล้ว นอกนั้นเขาก็มองเห็นแต่สีขาว ขาว และขาวเต็มไปหมด

“ที่นี่...มันที่ไหนกันครับ?” นิธานถามเสียงพร่า คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจ

“เดี๋ยวผมเล่าให้ฟังครับ แต่ว่าตอนนี้คุณจิบน้ำสักนิดก่อนเถอะ การรักษาให้สภาพร่างวิญญาณกลับมาเป็นเหมือนเดิมคงทำให้ร่างกายคุณรู้สึกอ่อนแรงไม่น้อยทีเดียว” หิรัญว่าพลางยกแก้วน้ำสะอาดพร้อมหลอดสีขาวที่ไม่รู้ว่าโผล่มาได้อย่างไรขึ้นจ่อปากคนเพิ่งฟื้นคืนสติ

นิธานนึกทวนประโยคที่อีกฝ่ายว่าไว้ในใจ

สภาพร่างวิญญาณ?

ฉับพลันภาพที่ตัวเองกำลังลอยคว้างอยู่กลางอากาศ ก่อนจะตกลงมาโดนรถชนซ้ำสองก็แล่นวาบเข้ามาในหัว

จริงสิ เขาตายแล้วนี่!

ชายหนุ่มยังคงจดจำความเจ็บปวดและความรู้สึกตอนที่ตัวเองกำลังจะขาดใจตายได้เป็นอย่างดี นั่นจึงทำให้เขาพลันห่อไหล่ ใบหน้าม่อยลงอย่างรู้สึกสลดหดหู่กับชะตากรรมของตัวเอง

ไม่คิดเลยว่าวันหนึ่งเขาจะต้องจบชีวิตลงอย่างน่าอนาถขนาดนั้น

นิธานเฝ้าคิดไว้อาลัยให้ตัวเอง กระทั่งได้จิบน้ำเข้าไปอึกใหญ่ ลำคอที่เคยแห้งผากก็ดูจะชุ่มชื่นขึ้นมาบ้าง เขากล่าวขอบคุณหิรัญเบาๆ ก่อนจะนิ่งคิดอะไรไปเรื่อย นานทีเดียวกว่าจะเอ่ยถามอะไรออกมาด้วยสีหน้าที่ดูไม่ค่อยดีนัก “นี่ผมตายแล้วใช่ไหมครับ แต่ทำไมผมถึงมาโผล่ที่นี่ได้ล่ะ หรือว่าที่นี่คือสวรรค์...เอ๊ะ! หรือว่านรก?”

แต่ทำไมไม่เห็นเหมือนที่เขาว่าในหนังในละครเลยวะ ไหนล่ะกระทะทองแดง? ไหนล่ะสวรรค์วิมานแปดชั้นเก้าชั้นอะไรนั่นน่ะ ไอ้ห้องนอนสไตล์โมเดิร์นนี่มันอะไรกัน

หิรัญที่ได้ยินคำนั้นรีบส่ายหน้า “ไม่ใช่ทั้งนรกและสวรรค์หรอกครับ ว่าแต่คุณนิธานรู้สึกดีขึ้นแล้วใช่ไหม พอดีผมอยากพาคุณไปพบท่านวิฬาร์น่ะครับ ท่านรออยู่ข้างนอกนี่แล้ว และท่านก็จะเป็นคนอธิบายทุกอย่างให้คุณฟังเองครับ”

“ท่านวิฬาร์?” นิธานทวนคำ “อ้อ! ได้สิครับ ถ้างั้นเราก็ไปกันเลยเถอะ ผมไม่เป็นไรแล้วล่ะ”

“โอเคครับ มา...เดี๋ยวผมช่วย” หิรัญเข้าช่วยพยุงคนบนเตียงให้ลุกขึ้นยืนเหมือนอย่างที่เคยทำมาในตอนแรก เมื่อตั้งหลักกันดีแล้วก็พาร่างที่ยังคงอ่อนแรงอยู่ก้าวเดินออกจากห้องไป

วินาทีที่บานประตูสีดำสนิทถูกเปิดออก ความขาวสว่างจากทุกทิศทุกทางก็พุ่งเข้าจู่โจมดวงตาของนิธานอย่างไม่ทันตั้งตัว นั่นทำให้เขาต้องรีบหลับตาลงอีกครั้งหนึ่ง ใจก็ลอบบ่นอุบอิบ

ที่นี่เขายึดธีมสีขาวสะอาดๆ กันเรอะ! โอย...แสบตาชะมัด

หากยังไม่ทันที่แขกผู้มาเยือนจะได้ลืมตา เสียงทุ้มๆ ของใครสักคนก็ดังขัดขึ้นมาเสียก่อน

“สวัสดีคุณนิธาน ตื่นแล้วหรือครับ เอ้ามาๆ นั่งก่อนครับ นั่งๆ”

ผู้ที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ผุดลุกขึ้นทันทีที่เห็นแขกของตนเดินออกมาจากห้องพักส่วนตัว ใครคนนั้นที่อยู่ในชุดสูทสีดำไปทั้งตัวรีบรุดเข้ามาช่วยหิรัญพยุงร่างของนิธาน ก่อนทั้งสองจะพาชายหนุ่มไปนั่งบนเก้าอี้นุ่มๆ ที่ตั้งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงาน เสร็จจากนั้นหิรัญก็ผละออกไปเตรียมชุดน้ำชาและขนมของว่าง

นิธานได้แต่มองภาพตรงหน้าตาปริบๆ

แม่เจ้าโว้ย! มีห้องนอนไม่พอ ยังจะมีห้องทำงานตามสมัยนิยมอีกด้วยเรอะ! นี่มันเป็นสถานที่อย่างไรกันแน่วะเนี่ย

คนรู้สึกอะเมซิ่งไปกับทุกสิ่งตาโต เขาเห็นผู้ที่น่าจะเป็นเจ้าของชื่อ วิฬาร์ หยิบรีโมทบนโต๊ะขึ้นมากดปุ่มอะไรสักอย่าง เพียงครู่เดียวผิวกายก็เริ่มสัมผัสได้ถึงลมเย็นๆ ที่ลอยวนไปทั่วห้อง นานเข้าก็รู้สึกเย็นสบายราวกับกำลังเปิดเครื่องปรับอากาศอยู่อย่างไรอย่างนั้น

“สวัสดีครับ คุณคือท่านวิฬาร์...ใช่ไหมครับ?” นิธานที่ยังไม่เข้าใจเรื่องราวใดๆ ถามย้ำคล้ายไม่แน่ใจ “ขอโทษนะ แต่ผม...ตกลงที่นี่มันคืออะไรกันแน่ครับ”

คนถูกถามใช้เวลาจัดโต๊ะของตัวเองอยู่ครู่หนึ่งจึงได้กลับไปนั่งประจำที่ ก่อนเขาจะเริ่มด้วยการส่งรอยยิ้มกว้างให้กับผู้ที่นั่งตรงข้ามกันอย่างเป็นมิตร จากนั้นจึงค่อยเอ่ยแนะนำตัวเอง “สวัสดีอีกครั้งนะครับคุณนิธาน ผมชื่อวิฬาร์ เป็นพระยมประจำแผนกบัญชีการเกิดที่อยู่ภายใต้บริษัท Life After Death Company สาขาใหญ่แห่งจักรวาลพิเศษครับ หรือจะเรียกสั้นๆ ว่า L.A.D ก็ได้”

นิธานเลิกคิ้วให้กับชื่อบริษัทแสนประหลาด

Life After Death ชีวิตหลังความตายงั้นหรือ?

“จักรวาลพิเศษ?” เขาทวนคำ “เอ๊ะ! แต่เมื่อกี้คุณบอกว่าคุณเป็น ‘พระยม’ งั้นที่นี่ก็คือนรกสินะครับ”

หรือว่าเขาจะทำบาปทำกรรมอะไรมาเยอะไป ถึงได้ต้องลงมาชดใช้กรรมในนรกที่ดูจะมีแต่สีขาวสว่างจ้าจนตาแทบบอดแบบนี้กัน

“โอ้! ไม่ใช่นรกหรอกครับ ที่นั่นน่ะอยู่ลึกลงไปอีกเยอะเชียวล่ะ” วิฬาร์รีบอธิบาย เมื่อเห็นว่าแขกของตนหน้าซีดลงเรื่อยๆ “ที่นี่คือบริษัทจัดการดวงวิญญาณ และพวกเราก็คือเจ้าหน้าที่ประจำแผนกบัญชีเกิดต่างหากครับ ซึ่งแผนกนี้ก็จะรับหน้าที่ในการจัดสรรให้ดวงวิญญาณทุกดวงไปเกิดยังภพภูมิของตน ตัวผมเองก็เป็นอะไรที่คล้ายๆ กับ หัวหน้าแผนกอีกทีน่ะ ไม่ได้มีหน้าที่ไปตัดสินความผิดของใครโดยตรงเหมือนพระยมในนรกภูมิหรอก”

ตอนนั้นเอง หิรัญที่ยืนอยู่ข้างๆ เจ้านายของตนก็อธิบายข้อมูลเพิ่มเติม “ถูกต้องครับ หรือจะเรียกที่นี่อย่างง่ายๆ ว่า ‘โลกวิญญาณ’ ก็ได้ พวกเราอยู่ตรงกลางระหว่างสวรรค์กับนรก ทำหน้าที่รับดวงวิญญาณมาและส่งต่อไปยังที่ที่ควรจะไป และใช่...ที่คุณมาอยู่ที่นี่ได้ก็เพราะคุณตายแล้วนั่นล่ะครับ”

“อ่า...อย่างนี้นี่เอง”

“ครับ ผมต้องอธิบายให้ฟังก่อนว่าเมื่อก่อน...โลกวิญญาณแต่ละภพภูมิก็จะมีการจัดการดวงวิญญาณในภพของตนด้วยวิธีที่แตกต่างกันออกไปครับ บริษัทนี้เพิ่งจะมีการลงมติจากทั่วทุกภพให้มีการก่อตั้งขึ้นมาเมื่อไม่กี่หมื่นปีนี้เอง ซึ่งจักรวาลพิเศษที่คุณมานี้ก็เป็นหนึ่งในสาขานับพันนับหมื่นของบริษัท L.A.D ครับผม”

“อ๋อ” คนฟังพยักหน้าหงึกหงัก “แล้ว ‘จักรวาลพิเศษ’ ที่ว่านี่คืออะไรครับ”

“จักรวาลพิเศษของพวกเรานั้นจะเรียกว่าเป็นฝาแฝดกับโลกมนุษย์ก็ไม่ผิดนักครับ เพราะเรามีทุกอย่างเหมือนๆ กัน เพียงแต่ในโลกมนุษย์อาจจะ ‘ไม่มี’ บางสิ่งที่พวกเรา ‘มี’ เท่านั้นเอง” วิฬาร์เอ่ยแทรกขึ้นมาอย่างถูกจังหวะ “ที่นี่ก็คล้ายๆ โลกคู่ขนานน่ะครับ เวลาอาจจะเหลื่อมล้ำกันอยู่นิดหน่อย แต่สิ่งใดที่โลกมนุษย์ไม่มี เช่น เวทมนตร์ เผ่าพันธุ์เกินจินตนาการต่างๆ หรืออะไรก็ตามที่คนฝั่งนั้นคิดว่าไม่มีทางเกิดขึ้นได้ในโลกแห่งความจริง ทุกสิ่งเหล่านั้นล้วนเกิดขึ้นได้ที่นี่ครับ”

“โห สุดยอดไปเลย” นิธานนึกทึ่งไม่น้อย ทว่าเขายังมีคำถามอีก “แล้วทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะครับ ถูกล่ะว่าผมตายไปแล้ว แต่ความจริงผมก็ควรไปจะอยู่ที่โลกมนุษย์สิครับ...ใช่ไหม?

คนถาม ถามออกไปด้วยเพราะอยากรู้คำตอบ ไม่คิดว่าเหล่าคนที่พอจะตอบคำถามตนได้จะพากันหุบปากฉับ ทั้งกายยังสะดุ้งไหวอย่างพร้อมเพรียงในทันทีทันใดด้วย

นิธานเลิกคิ้วมอง

อะไรกันล่ะนั่น อยู่ๆ ก็เงียบเฉยเลย

ยมทูตทั้งสองหุบปากสนิท วิฬาร์กับหิรัญหันมามองหน้ากันด้วยสีหน้าที่ดูกลืนไม่เข้าคายไม่ออก สายตาจ้องเขม็งกันไปมาไม่ยอมพูดจา ท่าทางราวกับกำลังเถียงกันผ่านกระแสจิตว่าใครจะเป็นฝ่ายพูดออกมาก่อนดีอย่างไรอย่างนั้น

ดังนั้นตอนนี้ภายในห้องจึงมีแต่ความเงียบงัน

ทั้งสามปล่อยให้เกิดจังหวะเดดแอร์อยู่นาน กระทั่งในที่สุด หิรัญก็เป็นฝ่ายยอมเอ่ยปากทำลายความเงียบขึ้นมาก่อนจนได้

“เรื่องนั้น...” ยมทูตผู้ช่วยปรายตามองผู้เป็นนายอย่างอึดอัด เขายื่นมือออกไปผลักไหล่ของคนที่นั่งอยู่พลางเอ่ยโบ้ย “ท่านวิฬาร์...อธิบายสิครับ”

ซึ่งนั่นก็ทำให้เจ้าของร่างถึงกับสะดุ้งโหยงขึ้นมาทันที “อ้าว! ทำไมโยนมาให้เราเสียล่ะ”

“ผมเพิ่งเริ่มทำงานได้ไม่กี่เดือนดี อย่างไรก็มาไม่ทันเหตุการณ์วันนั้นนี่นา ท่านสิน่าจะรู้อะไรมากกว่า ดังนั้นท่านต้องเป็นคนเล่าครับ”

“ชะ! พูดว่าไม่รู้แล้วจะโยนปัญหามาให้กันอย่างนี้ก็ได้รึ!” คนพูดค้อนตาใส่ผู้ช่วยของตัวเองอย่างไม่พอใจ วิฬาร์หันหน้าหนีผู้ช่วยด้วยท่าทางสะบัดสะบิ้งเหลือหลาย ก่อนเขาจะกลับมาทำสีหน้าจริงจังพลางกระแอมไอเรียกความสุขุมคืนมาอยู่สองสามที “อะแฮ่ม...คืออย่างนี้นะคุณนิธาน...”

วิฬาร์ดูจะมีความหนักใจอยู่บ้างในตอนที่เปิดปากเล่าเรื่อง

“เรื่องนี้...ถ้าจะให้เล่าก็คงต้องย้อนกลับไปเมื่อสักสองปีก่อนเลยล่ะคุณนิธาน หมายถึงปีในโลกวิญญาณนะครับ มันเดินเร็วกว่าโลกมนุษย์อยู่แล้ว

ตอนนั้นจู่ๆ L.A.D สาขาใหญ่ประจำโลกมนุษย์ก็เกิดเหตุจลาจลขึ้น จากรายงานพบว่ามีผู้ต้องหาคดีร้ายแรงที่ถูกจองจำในนรกภูมิเขตพิเศษแหกคุกออกมา แถมยังมีการลอบทำร้ายยมทูตผู้คุมแล้วบุกยึด L.A.D สาขาย่อยของที่นั่นไว้ด้วยอีกต่างหาก เห็นว่าทางนั้นพยายามจะหลบหนีเพื่อที่จะกลับไปเกิดใหม่น่ะครับ”

ยามได้ยินคำเกริ่น นิธานก็ยืดหลังขึ้นตั้งตรง ทำท่าตั้งใจฟังเต็มที่

“อันที่จริงพวกเราก็คงจะไม่รู้สึกตื่นตระหนกอะไรกันสักเท่าไหร่หรอกครับ ถ้าหนึ่งในผู้ต้องหาที่หลบหนีออกมาได้นั้นไม่ใช่แฮกเกอร์มือฉมังที่ก่อคดีแฮ็กระบบทำเนียบขาวจนทำให้ทางนั้นเสียหายยับเยินในตอนที่เขายังมีชีวิตอยู่มาแล้วน่ะ ไหนจะคดีดังๆ ระดับโลกอีกเยอะแยะ แล้วนายคนนั้นดันหลุดออกมาจากคุก ทีนี้ล่ะคุณนิธานเอ๊ย! ถึงคราววุ่นวายกันไปทั้งโลกวิญญาณ!

เสียงตบโต๊ะดังปังอย่างมีอารมณ์ร่วมของผู้เล่าทำเอาคนที่กำลังตั้งใจฟังถึงกับสะดุ้งเฮือก

“โอ๊ะ! ขอโทษทีๆ ผมอินมากไปหน่อย” วิฬาร์รีบโบกมือขอโทษขอโพย เขายกแก้วน้ำชาขึ้นจิบ จากนั้นจึงเริ่มเล่าต่ออย่างออกรสออกชาติ “แต่ก็นั่นล่ะครับ ไอ้หมอนั่นน่ะตัวแสบเลยเชียว ดันสร้างเรื่องใหญ่อย่างการส่งไวรัสเข้าไปทำลายระบบคอมพิวเตอร์ส่วนกลางเสียได้ และประเด็นสำคัญก็อยู่ที่ว่า...ระบบนั้นน่ะ มันไม่ได้เชื่อมต่อแค่เฉพาะภายในสาขาต่างๆ ของโลกมนุษย์เท่านั้น แต่มันดันเป็นระบบกลางที่พวกเราใช้กันทั่วทั้งโลกวิญญาณน่ะสิ

คราวนี้แหละหายนะบังเกิด กว่าเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์จะกู้ระบบกลับมาได้ พวกเราก็ได้รับความเสียหายอย่างหนักไปตามกันๆ แล้ว ดวงวิญญาณที่ควรไปเกิดไม่ได้เกิด ดวงวิญญาณที่ควรตายดันไม่ได้ตาย วิญญาณโลกนู่นถูกสลับไปโลกนี้ เรียกได้ว่าทำบัญชีชีวิตปั่นป่วนไปหมดเลยล่ะครับ”

“โอ้โห ฟังแล้วท่าทางร้ายแรงน่าดูเลยนะครับนั่น” นิธานออกความเห็น

“ใช่ครับ ตอนที่ทราบปัญหาผมนี่แทบจะโขกหัวกับกำแพงให้มันตายๆ ไปอีกสักรอบ ติดแต่ว่ามันตายไม่ได้แล้ว เฮ้อ!” วิฬาร์ถอนหายใจอย่างนึกเซ็ง

“แต่ว่า...เรื่องนี้มันเกี่ยวกับผมอย่างไรครับ ฟังแล้วก็ไม่ค่อยเข้าใจอยู่ดี”

“อ้อ! เรื่องนี้มันเกี่ยวกับคุณตรงที่ว่า...ในบรรดาดวงวิญญาณที่ได้รับความเสียหายนับแสนนับล้านดวง หนึ่งในนั้นก็ดันมีวิญญาณของ 'คุณ' อยู่ด้วยพอดีน่ะสิครับ”

“เอ๊ะ! ผมด้วยหรือครับ!?” คนฟังพลันเบิกตากว้างอย่างตกใจ

“ครับ ผลจากความวุ่นวายในครั้งนั้นทำให้บัญชีการเกิดของหลายๆ สาขา รวมถึงสาขาของเราผิดเพี้ยนไปหมด ดวงวิญญาณถูกปรับเปลี่ยนให้ไปเกิดผิดที่ผิดทาง และที่น่าเจ็บใจยิ่งกว่านั้นก็คือ...ถึงผมกับเด็กๆ ในทีมจะพยายามแก้ไขระบบบัญชีกันทั้งวันทั้งคืนจนกระทั่งผ่านเวลายาวนานเป็นสัปดาห์เป็นเดือน เราก็ไม่อาจเข้าไปแก้ไขดวงชะตาของทุกคนให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ เหอะ! ผมนี่โคตรโมโหเลยขอบอก!!”

อะแฮ่ม...ท่านวิฬาร์ครับ ใจเย็นลงสักนิดเถอะ คุณเขาตกอกตกใจหมดแล้วนะครับ” หิรัญเอ่ยขัดจังหวะขึ้นมาเพื่อเตือนสติให้คนที่กำลังอินจนเกินไปใจเย็นลงบ้าง

“เอ่อ...ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจ” นิธานผู้สะดุ้งตกใจเป็นครั้งที่สองกล่าวกับหิรัญด้วยน้ำเสียงแหยๆ “แต่ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามที่ท่านเล่ามา งั้นก็หมายความว่าผมไปเกิดผิดที่...งั้นหรือครับ?

“ถูกต้องครับ ที่จริงแล้วคุณไม่ควรไปเกิดที่นั่นเลย คุณควรจะกำลังมีชีวิตอย่างมีความสุขอยู่ที่นี่...ที่จักรวาลพิเศษแห่งนี้ ไม่ใช่โลกมนุษย์ใบนั้นครับ”

ครั้งนี้เมื่อได้ยินคำยืนยันหนักแน่น คนที่เพิ่งรู้ว่าตัวเองไปเกิดผิดที่ผิดทางก็คล้ายจะถูกค้อนปอนด์ทุบเข้าจังๆ ที่ศีรษะ

นิธานนิ่งงันไป เขามองวิฬาร์ที มองหิรัญทีอย่างคนพูดอะไรไม่ออก

จะบอกว่าชีวิตแสนลำเค็ญที่เขาต้องเผชิญมาตลอดยี่สิบสองปีนั้น แท้ที่จริงแล้วไม่ใช่ของตัวเอง แต่กลับเป็นของใครก็ไม่รู้ที่เขาบังเอิญจับพลัดจับผลูได้ไปเกิดแทนน่ะหรือ?

ให้ตายสิ...นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!

ชายหนุ่มยกสองมือขึ้นทึ้งผมตัวเองอย่างแรง

เขาเพิ่งทำใจยอมรับได้ว่าตัวเองตายแล้ว เพิ่งจะบอกตัวเองไปหยกๆ ว่ามาถึงขั้นนี้แล้วก็ไม่ควรคิดอาลัยอาวรณ์เรื่องราวเก่าๆ อีก และพยายามเหลือเกินที่จะไม่คิดถึงคนที่อยู่ทางนั้น

เขาพยายามปล่อยวางทุกอย่างเพื่อที่จะได้ไปชดใช้กรรมหรือไปเกิดใหม่ตามแต่โชคชะตาจะบันดาลแล้ว ทว่าตอนนี้กลับต้องมานั่งคิดถึงเรื่องทั้งหมดนั้นอีกครั้ง ทั้งยังต้องมารับรู้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมามันไม่ใช่โชคชะตาของตัวเองเนี่ยนะ!?

ไม่ไหวว่ะ...แม่งจะเกินไปแล้ว...เกินไปแล้วจริงๆ

ทุกเรื่องราวประเดประดังเข้ามาเสียจนนิธานรู้สึกเจ็บปวดไปทั้งใจ ฝ่ามือทั้งสองกำแน่น ริมฝีปากขบกันราวกับกำลังอดทนอะไรบางอย่าง ทั้งขอบตาทั้งสองข้างยังร้อนผ่าว

ที่สุดเมื่อรู้ว่าตนกำลังจะแบกรับอะไรต่อไปอีกไม่ไหว ชายผู้ซึ่งเพิ่งทราบเรื่องตลกร้ายของตัวเองอย่างนิธานก็หลุดร้องไห้โฮออกมาอย่างที่ไม่คิดจะเก๊กท่าหรือทำเป็นเข้มแข็งใดๆ อีกต่อไป

“ไม่จริงอะ! ฮืออ~

นิธานร้องไห้...ร้องสะอึกสะอื้นราวกับจะขาดใจตายอีกครั้งให้ได้ ทว่าระหว่างที่เขากำลังร้องไห้อยู่นั้น หิรัญที่ไม่คิดว่าเรื่องราวจะดำเนินมาในทิศทางนี้ก็อดหันไปพูดกับพระยมประจำแผนกไม่ได้ “ท่าทางคุณนิธานจะช็อกน่าดูนะครับนั่น”

ฝ่ายวิฬาร์เองก็เอนกายเข้าหาผู้ช่วยพลางกระซิบตอบด้วยระดับเสียงที่แผ่วเบาไม่ต่างกัน “มันก็ต้องอย่างนี้แหละ แต่นี่ยังธรรมดานะเจ้า รายก่อนหน้านี้น่ะถึงกับเกิดคลุ้มคลั่งจนพุ่งตัวเข้าไปโขกหัวกับกำแพงโน่น เลือดนี่ไหลอาบไปหมด ถึงเราจะให้แม่บ้านเข้ามาทำความสะอาดทันทีที่เกิดเรื่อง แต่กลิ่นเลือดก็ยังติดอยู่อย่างนั้นตั้งหลายวันแน่ะ”

ได้ยินแล้วหิรัญก็กลืนน้ำลายเอื๊อก...


===========


“โถ่แม่...เป็นแม่ลูกกันมาตั้งยี่สิบปี ที่ไหนได้...ที่ไหนได้...ฮือออ เรื่องแบบนี้พูดไปใครเขาจะเชื่อ!” นิธานร้องไห้คร่ำครวญสลับกับสั่งน้ำมูกลงบนกระดาษทิชชู่ที่หิรัญคอยส่งมาให้เป็นระยะ “แม่จ๋า...รู้ไหมว่าโชคชะตาแม่งโคตรทำร้ายกันเลยอะ ธานเสียใจ ธานรับไม่ได้ ธานกลับไปหาแม่ได้ไหม รู้สึกคันปากอยากเล่าให้ฟังมากเลย ฮือ~

ไหนๆ เรื่องราวมันก็แฟนตาซีได้ขนาดนี้แล้ว ขอกลับไปหาแม่แล้วเล่าเรื่องนี้ให้ฟังสักรอบได้ไหม มั่นใจว่าฟังแล้วแม่ต้องร้องโอ้โห ออกมาชัวร์ๆ ไอ้ธานเอารสนิยมที่ชอบซื้อแผ่นผีหนังไซไฟมาดูเป็นประกัน ฮืออ

“โอ๋ๆ ทำใจให้สบายนะครับคุณนิธาน”

“ฮืออ แม่จ๋า ธานคิดถึงแม่~

สองนายบ่าวลูบหลังตบไหล่ปลอบใจแขกของตนไม่ได้ขาด เฝ้ามองดวงวิญญาณตรงหน้าด้วยสายตาเห็นอกเห็นใจปนหวาดระแวงอยู่อย่างนั้น

กระทั่งเวลาผ่านไปพักใหญ่ ที่สุดวิญญาณผู้รู้สึกสับสนก็หยุดร้องไห้เสียที

“แล้ว...ฮึก...แล้วอย่างนี้มันจะเป็นอย่างไรต่อครับ ผมต้องไปเกิดใหม่ใช่ไหม หรือต้องไปชดใช้กรรมก่อน” นิธานเงยหน้าที่กำลังขึ้นสีจัดพร้อมดวงตาบวมแดงขึ้นสบตากับคนที่นั่งตรงข้ามกัน

ซึ่งทันใดนั้นวิฬาร์ก็รีบดีดนิ้วดังเป๊าะ ท่าทางดีอกดีใจเหลือเกินที่อีกฝ่ายเป็นคนเข้าใจอะไรง่ายๆ “นี่แหละครับ! นี่แหละๆ นี่คือประเด็นสำคัญที่เราพาคุณมาที่นี่เลย!” พระยมที่ยังคงเป็นหนุ่มแน่นว่าพลางยื่นหน้าเข้าไปใกล้แขกของตน วิฬาร์ขยิบตาข้างขวาให้นิธานครั้งหนึ่ง ก่อนจะเริ่มเอ่ยถึงข้อเสนอบางอย่างด้วยเสียงอันเบาหวิว ราวกับกำลังพูดเรื่องลับๆ ให้ใครฟังอย่างไรอย่างนั้น “คุณนิธาน...ไม่ทราบว่าสนใจจะกลับเข้าร่างของตัวเองไหมครับ?”

“...” นิธานเอียงคอมองคนพูดด้วยสีหน้าโง่งม กว่าคำพูดจะลอยเข้าหู กว่าสมองจะประมวลผลประโยคเบาแสนเบานั่นได้ก็กินเวลาไปเสียหลายวินาที ชายหนุ่มกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะเอียงคอทำหน้างงสุดๆ “ท่าน...เมื่อกี้ท่านว่าอะไรนะ? บอกว่ากลับเข้าร่างตัวเองใช่ไหม หมายถึงร่างไหนกันครับ”

“กลับเข้าร่างไหน? แน่นอนว่าต้องเป็นร่างที่แท้จริงของคุณอยู่แล้วสิครับ”

“ร่างที่แท้จริง?”

“ถูกต้องครับ”

“หมายถึงร่างที่ผมควรจะไปเกิดเป็นคนนั้นตั้งแต่แรกนั่นน่ะนะ?”

“พูดอีกก็ถูกอีกครับ”

คราวนี้ล่ะ นิธานถึงกับสะดุ้งโหยงเลยทีเดียว “หา!? ทะ...ทำอย่างนั้นได้ด้วยหรือครับ”

“ได้สิครับ” วิฬาร์ตอบด้วยท่าทางสบายๆ “ที่นี่คือโลกวิญญาณนะครับ อะไรๆ ก็เป็นไปได้ทั้งนั้นแหละ ยิ่งเป็นการส่งวิญญาณกลับเข้าร่างนี่ยิ่งทำบ่อยเลย”

ตอนนั้นเอง นิธานที่ได้รับรู้เรื่องราวแปลกพิสดารเป็นรอบที่สามสี่ห้าก็พลันทิ้งกายเอนพิงพนักเก้าอี้อย่างหมดแรง หัวไหล่กระตุกหงึกๆ ตามจังหวะการหัวเราะแกนๆ ของตัวเอง “เหอะๆ ให้ตายเถอะ ขืนได้รู้เรื่องอะไรพิกลๆ อีกต้องได้เป็นบ้าไปจริงๆ แน่...”

“แหม มันก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ” วิฬาร์กล่าวอย่างถ่อมตน ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเขาจะพูดอย่างนั้นไปทำไมเหมือนกัน...

“เฮ้อ...” นานทีเดียวกว่านิธานจะนึกทอดถอนใจแล้วเด้งตัวกลับมานั่งหลังตรงตามเดิม “เอาเถอะ สรุปคือตอนนี้ผมเลือกได้ใช่ไหมว่าจะไปเกิดใหม่หรือจะกลับเข้าร่างเดิมของตัวเอง?”

สองนายบ่าวพยักหน้าหงึกหงัก

“โอเค แล้วตกลงว่าร่างจริงของผมเป็นใครกันครับ พอจะมีข้อมูลอะไรที่จะบอกผมได้บ้างไหม จะได้ตัดสินใจถูกว่าควรจะเลือกไปทางไหนดี”

“อ้อ! เรื่องนี้ต้องมีอยู่แล้วครับ” ได้ยินดังนั้นวิฬาร์ก็รีบหมุนเก้าอี้หันไปทางชั้นหนังสือที่ตั้งอยู่ด้านหลังแล้วทำการหยิบแฟ้มเอกสารเล่มบางออกมาเล่มหนึ่ง จากนั้นก็ส่งมันให้ชายหนุ่มพลางเอ่ยว่า “นี่ครับ...แต่ทั้งหมดนี้เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้นนะครับ ดวงชะตาโดยละเอียดของคุณจะถูกเก็บไว้อีกที่หนึ่ง ซึ่งตรงส่วนนั้นถ้าไม่ใช่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง คุณก็จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปครับ”

“ได้ครับ เท่านี้ก็น่าจะพอแล้วล่ะ ขอบคุณนะครับ” นิธานเอ่ยขอบคุณขณะยื่นมือไปรับแฟ้มมาถือไว้ เมื่อเปิดมันออกดูก็พบว่าด้านในมีเอกสารอยู่เพียงแผ่นเดียวเท่านั้น

คนกำลังสับสนกับชีวิตลอบกลอกตา

ให้ตายเถอะ...นี่ก็เบื้องต้นเกินไปแล้ว

บนกระดาษนั้นระบุข้อมูลไว้เพียงไม่กี่บรรทัด ซึ่งทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นข้อมูลที่ดูเบื้องต้นของเบื้องต้นจนเขาคิดว่าไม่จำเป็นต้องรู้ก็ยังได้ เพราะกระทั่งรูปถ่ายสักใบก็ยังไม่มี

รายชื่อวิญญาณแห่งจักรวาลพิเศษ เลขที่ OM1432400921

สถานที่เกิด : โลก Omegaverse  เผ่าพันธุ์ : Omega

นิธาน เบอร์ตัน (วิทักษา)

เกิด 21 เดือน 01 ปีจักรวาลพิเศษที่ 3455


“หืม?” อ่านไปอ่านมา นิธานก็เผลอเลิกคิ้วขึ้นสูง

เดี๋ยวนะ...อะไรคือ โอเมก้าเวิร์สวะ?

เมื่อเห็นว่าแขกเริ่มทำหน้านิ่วคิ้วขมวด หิรัญก็รีบอาสาพูดขึ้นมา “สงสัยอะไรถามได้นะครับ”

“เอ่อ...” นิธานจ้องมองแผ่นกระดาษสลับกับหน้าของหิรัญอยู่หลายครั้ง ที่สุดจึงได้ตัดสินใจถามคำถามอะไรออกมา เพื่อคลายข้อสงสัยของตน “โลกโอเมก้าเวิร์สนี่มันเป็นอย่างไรหรือครับ ผมไม่เห็นจะเคยได้ยินมาก่อนเลย”

“อ๋อ ไม่แปลกหรอกครับที่คุณจะไม่เคยได้ยิน เพราะมันเป็นโลกที่เพิ่งกำเนิดขึ้นมาได้ไม่นานเท่าไหร่เอง” ยมทูตหนุ่มกล่าว “โอเมก้าเวิร์สก็เป็นโลกใบหนึ่งที่เหมือนกับโลกมนุษย์แทบทุกประการเลยครับ เพียงแต่ในโลกนี้เขาจะมีกฎเกณฑ์ในการดำเนินชีวิตต่างออกไปสักเล็กน้อย เนื่องจากมีการนำระบบชนชั้นในฝูงหมาป่ามาใช้กับมนุษย์ด้วยครับ”

“ฝูงหมาป่า!” ได้ยินแล้วคนที่ได้ไปเกิดผิดโลกก็หน้าซีดขาว “คนที่นั่นคงไม่ใช่ว่ากลายร่างเป็นหมาป่าได้หรอกนะครับ!?”

นี่เขายังไม่ได้บอกใช่ไหมว่าตัวเองเป็นพวก ‘กลัวหมา’ จนขึ้นสมองน่ะ ถ้าจะให้ไปเกิดในโลกที่มีแต่สัตว์สี่เท้าหน้าขนพวกนั้น...

เขายอมไปเกิดใหม่เสียดีกว่า!

“ไม่ครับ ไม่ๆ ในโลกนี้พวกเขากลายร่างไม่ได้ เป็นแค่มนุษย์ธรรมดาเหมือนคุณเลยครับ” หิรัญรีบโบกไม้โบกมือปฏิเสธทันทีที่เห็นคนฟังหน้าซีดตัวสั่น “อย่างไรก็กลายร่างไม่ได้แน่นอน”

“แน่นะครับ?” นิธานจ้องคนพูดตาเขม็ง

“แน่นอนครับ รับรองได้เลยว่าไม่มีเรื่องอะไรแบบนั้นแน่นอน กลายร่างไม่ได้ พลังพิเศษอะไรก็ไม่มีครับ” ถึงอัลฟ่าจะมีเขี้ยวงอกออกมาเพื่อใช้งับคอโอเมก้าในตอนทำสัญลักษณ์โดยเฉพาะก็เถอะนะ แต่อย่างไรก็กลายร่างไม่ได้นี่นา หิรัญว่าต่อในใจ

เมื่อได้ยินคำยืนยันเช่นนั้น ผู้ซึ่งกลัวสุนัขยิ่งชีพก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก “เฮ้อ! ถ้าเป็นตามที่คุณพูดมาก็ค่อยยังชั่วหน่อย” เขาใช้นิ้วจิ้มไปที่ข้อความหนึ่งแล้วถามต่อ “ถ้างั้นตรงนี้ที่บอกว่าเป็นเผ่าพันธุ์ โอเมก้านี่ก็หมายถึงหนึ่งในชนชั้นของที่นั่นใช่ไหมครับ เอ่อ...ผมถามได้ไหมครับว่าเป็นชนชั้นไหน แล้วเขาแบ่งแยกอย่างไรบ้าง”

“ถามได้สิครับ” หิรัญว่า “สำหรับโลกโอเมก้าเวิร์สนี้จะแบ่งคนออกเป็นสามกลุ่มใหญ่ๆ นะครับ นั่นคือ อัลฟ่า เบต้า และโอเมก้า”

“อ้อ! ครับๆ”

“เรามาพูดถึงกลุ่มแรกกันก่อนดีกว่า...สำหรับ อัลฟ่าพวกนี้จะจัดว่าอยู่ในระดับบนสุดครับ เทียบกับหมาป่าก็คือจ่าฝูง พบได้น้อยคล้ายแรร์ไอเท็ม ส่วนมากจะเกิดจากมนุษย์อัลฟ่าที่แต่งงานกับโอเมก้า กรณีที่มีพ่อหรือแม่เป็นเบต้า หรือพ่อแม่เป็นเบต้าทั้งคู่ เปอร์เซ็นต์ที่ลูกจะเกิดเป็นอัลฟ่าก็จะยิ่งต่ำลงไปอีกครับ ดังนั้นในแวดวงสังคมของมนุษย์ อัลฟ่าจึงถูกสรรเสริญเยินยอ ถูกยกให้เป็นผู้นำ เพราะมีความแข็งแกร่งแข็งแรง เป็นที่เคารพยำเกรงแก่คนในชนชั้นอื่นๆ

กลุ่มที่สองคือ เบต้ากลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่มีประชากรมากที่สุดครับ เรียกได้ว่าถ้าไม่เพราะชะตาลิขิต ไม่ว่าใครต่างก็ล้วนต้องเกิดมาเป็นเบต้ากันทั้งนั้น ซึ่งพวกเขาเหล่านี้ก็จะเป็นมนุษย์ธรรมดาๆ ที่พบได้ทั่วไปยามเดินสวนกัน ส่วนฐานะทางสังคมจะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่เขาจะปฏิบัติตัวกันเองครับ

กลุ่มสุดท้ายคือ โอเมก้า โชคร้ายหน่อยที่คนกลุ่มนี้ดันถูกจัดอยู่ในระดับล่างสุดครับ และยิ่งอัลฟ่านั้นมีโอกาสที่จะพบได้น้อยเท่าไหร่ โอเมก้าที่ผมกำลังพูดถึงอยู่นี้ก็จะมีสัดส่วนการพบเจอที่ลดน้อยลงไปมากเท่านั้น เป็นแรร์ไอเท็มที่แท้จริง เทียบกับหมาป่าแล้วก็เป็นเหมือนเหยื่อ เป็นเบี้ยล่างของฝูง มีความอ่อนแอที่สุดในสามกลุ่ม ผู้คนล้วนไม่ยอมรับ...อะไรประมาณนี้ครับ”

“โห แล้วในนี้บอกว่าผมเป็นโอเมก้า อ่า...งั้นก็แย่แล้วสิ” นิธานตกตะลึงพรึงเพริดไปในบัดดล

เป็นคนจนว่าแย่แล้ว นี่ยังจะให้กลับไปเป็นเบี้ยล่างของสังคมอย่างนั้นอีกเรอะ!

“ไม่หรอกครับ ไม่ต้องกังวลไป” วิฬาร์รีบเอ่ยแทรกขึ้นมาทันควัน “จริงอยู่ว่าหากเป็นเมื่อสักสองสามร้อยปีก่อน ใครที่เกิดมาเป็นโอเมก้าล้วนต้องยอมรับว่ามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ย่ำแย่มาก แต่เดี๋ยวนี้ไม่เป็นอย่างนั้นแล้วนะครับ ถึงจะยังมีพวกที่ยังคงยึดติดอยู่กับความคิดเก่าๆ หลงเหลืออยู่บ้าง แต่ยุคสมัยนี้โอเมก้ามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นชนิดที่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยครับ ไม่มีใครถูกกดขี่อย่างนั้นอีกแล้ว”

“ถึงอย่างนั้นก็เถอะครับ...” ยิ่งได้ฟังคำอธิบาย ไหล่ที่เคยตั้งตรงของคนฟังก็ยิ่งงองุ้มลงเรื่อยๆ ความคิดที่อยากจะกลับเข้าร่างที่แท้จริงหายวับไปกับตา

คิดไปแล้วนิธานก็รู้สึกเสียดายยิ่งนัก...

“ถ้าต้องไปอยู่ในระดับล่างสุดแบบนั้น...ผมขอไปเกิดใหม่ทีเดียวเลยดีกว่า

“เอ๋! ทำไมล่ะครับ!”

ทั้งวิฬาร์และหิรัญประสานเสียงพูดขึ้นพร้อมกันอย่างตกใจ

“แหะๆ” ปฏิกิริยานั้นทำให้นิธานยกมือขึ้นเกาแก้ม เขาคิดคำพูดในหัวอยู่ครู่ใหญ่ กว่าจะเริ่มระบายมันออกมาให้คนทั้งสองฟัง “ก็ฟังดูแล้วมันดูเป็นชนชั้นล่างสุดๆ ไปเลยไม่ใช่หรือครับ พวกคุณก็รู้นี่นาว่าชีวิตเดิมของผมก็ใช่ว่าจะดีนัก อุตส่าห์พยายามแทบตายเพื่อถีบตัวเองให้พ้นจากคำว่า ‘คนจน’ แต่ยังไม่ทันจะได้ทำอย่างที่ใจนึกก็ดันมาถูกรถชนตายก่อน แล้วถ้าผมยอมกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมๆ ที่นั่นอีกครั้งโดยที่ยังมีความทรงจำของชาตินี้อยู่ ผมก็คงไม่มีความสุขเท่าไหร่หรอกครับ”

“แต่ที่มันเป็นอย่างนั้นเพราะดวงวิญญาณของคุณถูกสับเปลี่ยนนะครับ” หิรัญแย้ง “ที่คุณอายุสั้นหรือเกิดมาลำบาก นั่นล้วนเป็นโชคชะตาของคนที่คุณดันโชคร้ายไปเกิดเป็นเขาแทนเท่านั้นเอง ชีวิตที่แท้จริงของคุณไม่ได้แย่เลยนะครับ ออกจะดีมากด้วยซ้ำ”

“หึ!” นิธานหัวเราะหยัน “ดีไปก็เท่านั้นแหละครับ อย่างไรก็เป็นชนชั้นล่างอยู่ดีนี่นา มากน้อยมันก็ต้องลำบากใช่ไหมล่ะ บอกตามตรงว่าผมไม่อยากเป็นอะ ขอไปเสี่ยงโชคกับการเกิดใหม่ดีกว่า จะดีจะร้ายก็แล้วแต่ดวง...”

“แล้วใครบอกล่ะครับว่าชีวิตใหม่ของคุณจะต้องลำบากเหมือนเดิม?”

ประโยคของวิฬาร์ทำให้คนที่กำลังนึกน้อยใจในโชคชะตาถึงกับชะงักกึก “หา?”

เมื่อคิดได้ว่าถึงเวลาต้องเร่งปิดงาน วิฬาร์ก็เอนกายพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทางที่แสร้งทำเป็นผ่อนคลาย ก่อนเขาจะโบกมือหย็อยๆ แล้วตัดสินใจเอ่ยไม้เด็ดออกมา “โธ่คุณนิธาน ถ้าชีวิตที่แท้จริงของคุณมันแย่กว่าเดิมจริง พวกเราคงยื่นข้อเสนอให้คุณไปเกิดใหม่ตั้งแต่แรกแล้วครับ โอเค...คุณอาจจะเป็นโอเมก้าที่เป็นชนชั้นที่ด้อยที่สุดในสังคม แต่ฐานะและชาติกำเนิดของคุณน่ะอยู่เหนือผู้คนเยอะแยะเลยนะครับ ผมจะบอกให้ว่าอัลฟ่าจำนวนไม่น้อยก็ยังต้องอยู่ใต้คุณ เผลอๆ ยังต้องก้มหัวให้ความเคารพคุณเลยด้วยซ้ำ”

“หืม? ทำไมผมถึงอยู่เหนือกว่าพวกเขาได้ล่ะครับ ไหนว่า...”

“นั่นเป็นเพราะคุณเป็นคนที่เกิดมาพร้อมอำนาจและความร่ำรวยน่ะสิ!” วิฬาร์เทเบี้ยหมดหน้าตัก “นี่คุณนิธาน...ความจริงแล้วคุณน่ะเป็นคนที่ ‘โคตรรวย’ เลยล่ะรู้ไหม ครอบครัวนี่เป็นระดับ อภิมหาเศรษฐีของประเทศเชียวนะ! รวยชนิดที่ว่าหากต้องเป็นที่สองก็ยากที่จะมีใครก้าวขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งแทนได้เลยล่ะ!

“ฮะ? ท่านว่าอะไรนะ!?

สิ้นคำกล่าว นิธานก็ผุดลุกขึ้นยืนพลางยกมือขึ้นตบโต๊ะทำงานเสียงดังลั่น ส่งผลให้พระยมและยมทูตผู้ช่วยถึงกับสะดุ้งเฮือกขึ้นมาโดยพร้อมเพรียงกัน

“เอ่อ...ผมบอกว่าจริงๆ แล้วคุณ...รวยมาก...” วิฬาร์ตอบซ้ำเสียงเบา ด้วยกลัวแขกของตนจะตกใจจนเผลอคลุ้มคลั่งขึ้นมาเหมือนรายอื่นๆ

และแล้วมือเรียวก็เป็นอันต้องยกขึ้นดึงทึ้งเส้นผมเป็นครั้งที่สองในรอบสิบห้านาที นิธานทำหน้าคล้ายกำลังทรมานอยู่กับอะไรสักอย่าง ไม่นานเขาก็หลุดร้องไห้ออกมาอีกครั้ง

คนรวยคนจนบ้าบออะไรล่ะโว้ย ทำไมชะตาชีวิตมันถึงได้เหวี่ยงขึ้นเหวี่ยงลงได้ขนาดนี้วะ!

ชีวิตหนึ่งเกิดมาจนแสนจน เขารึก็ปากกัดตีนถีบมาตั้งแต่จำความได้

ภาพที่ต้องกินข้าวคลุกกับน้ำปลา เกลือ ไม่ก็น้ำตาลประทังชีวิตยังคงฉายชัดอยู่ในความทรงจำ ช่วงเวลาที่ต้องอดๆ อยากๆ มีข้าวไม่พอกิน มีเงินไม่พอใช้ เพราะมีคนคนหนึ่งขยันล้างผลาญไปหมดก็ยังจำได้ดี

ตั้งแต่เล็กเขาต้องออกเร่หางานทำ อะไรนำพาเงินมาได้ล้วนรีบวิ่งเข้าหา ถ้าไม่ใช่เพราะใฝ่ดีจนสามารถสอบเข้าโรงเรียนมัธยมและมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศได้ ซ้ำยังได้รับทุนการศึกษาอยู่ไม่ขาด นิธานคิดว่าป่านนี้ตัวเขาเองก็คงจะไปเป็นไอ้ขี้ยาขี้เหล้าอยู่ที่ไหนสักแห่งตามรอยพ่อบังเกิดเกล้าไปแล้ว เพราะลำพังด้วยฐานะทางบ้าน เขาคงไม่มีโอกาสได้รับการศึกษาที่ดีได้เป็นแน่

โตขึ้นมาเขาเลือกเข้าเรียนในคณะและมหาวิทยาลัยที่บริษัทห้างร้านต่างๆ ล้วนต้องการตัวเด็กที่จบจากที่นี่ อีกทั้งเวลาผ่านไป โอกาสในการทำงานก็ยิ่งเปิดกว้าง เมื่อบริษัทยักษ์ใหญ่ที่เคยไปฝึกงานด้วยติดต่อทาบทามตัวเขาไว้ตั้งแต่ตอนที่ยังเรียนไม่จบ ดังนั้นจึงรับประกันได้เลยว่าในยามที่เรียนจบ เขาต้องได้งานดีๆ แถมยังมีเงินเดือนเริ่มต้นสูงทำแน่นอน

ด้วยความที่ค่อนข้างมั่นใจในความสามารถและความทะเยอทะยานของตัวเอง เขาจึงวาดภาพอนาคตเอาไว้ซะสวยหรู คุยโม้กับแม่เสร็จสรรพว่าสักวันจะต้องซื้อบ้านซื้อรถให้ ซื้อของดีๆ ให้ใช้ จะหาเงินมาเปิดร้านอาหารตามความฝันของแม่ให้ จะให้ทุกอย่างที่พวกเขาไม่เคยมี จะตั้งใจทำเท่าที่ทำได้ ไม่คิดว่าในวันที่ความฝันใกล้เป็นจริง เขากลับต้องมาถูกรถชนตายอย่างน่าอนาถ...

ตอนนี้จะมาบอกว่าที่ผ่านมามันไม่ใช่ชีวิตของเขา แถมชีวิตที่ควรเป็นของเขาจริงๆ มันก็ไม่ต้องลำบากลำบนอะไรขนาดนั้น สุดแสนจะอยู่หรูอยู่สบายบนกองเงินกองทองอะไรอย่างนี้เนี่ยนะ?

ไม่รู้เลยว่าความพยายามที่ผ่านมามันคืออะไร

ไม่รู้เลยว่าทำไมชีวิตของคนเรามันต้องมาประสบพบเจอกับอะไรแบบนี้ด้วย

นิธานรู้สึกสับสน ทั้งยังรู้สึกโมโหและน้อยใจในโชคชะตาไปพร้อมๆ กัน...

เหอะ! ชีวิตมันชักจะกลับตาลปัตรเกินไปแล้ว!

เอาสิวะ! อยากรวยนักใช่ไหม งั้นเรื่องโอเมก้าอะไรนั่นก็ช่างมันแล้ว แม่งเอ๊ย! ชีวิตรวยๆ มันจะดีสักแค่ไหนกันเชียว!


เพราะความคับแค้นใจหรืออะไรก็ไม่อาจทราบได้ นิธานจึงยกมือขึ้นปาดน้ำตาครั้งหนึ่ง มือรับทิชชู่จากหิรัญมาเช็ดหน้าเช็ดตาให้เรียบร้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตายมทูตทั้งสองแล้วเอ่ยปากออกมาอย่างหนักแน่น

ตกลง! ผมจะกลับเข้าร่างตัวเองก็ได้”

“โอ๊ะ! งั้นก็ดีเลย แต่คุณคิดดีแล้วใช่ไหมครับ คือผมต้องบอกก่อนว่า เมื่อก้าวเท้าผ่านประตูแห่งวิญญาณเข้าไป คุณจะเปลี่ยนใจอีกไม่ได้แล้วนะ”

ตอนนี้นิธานรับฟังคำนั้นด้วยสีหน้าสงบนิ่งยิ่งกว่าที่เคย เขาพยักหน้าพลางเอ่ยปากยืนยัน “ผมคิดดีแล้วครับ ลองดูสักตั้ง อยากรู้เหมือนกันว่ามันจะเป็นอย่างไร”

“เยี่ยมครับ! คุณเลือกถูกแล้วล่ะ ถูกที่สุดเลย!” ในที่สุดข่าวดีที่มีคนแอบรอคอยอยู่ก็มาถึง วิฬาร์และหิรัญต่างยกมือขึ้นมาตบเป็นจังหวะรัวๆ อย่างรู้สึกยินดียิ่ง

คนเป็นเจ้านายฉีกยิ้มกว้าง เขารีบหันไปพูดกับผู้ช่วยของตนด้วยน้ำเสียงเริงร่าสุดๆ “หิรัญ! แคปซูลความทรงจำๆ ไปเอามาเร็ว!”

“โอ๊ะ! จะไปจัดการให้เดี๋ยวนี้ครับท่าน” ยมทูตผู้ช่วยรับคำ จากนั้นจึงรีบเดินออกจากห้องไปด้วยสเต็ปเท้ารัวเร็วราวกับอีกฝ่ายติดปีกไว้ที่เท้า ทำเอาคนที่คล้ายจะเห็นเจ้าตัวเท้า ลอยขึ้นเหนือพื้นต่อหน้าต่อหน้าถึงกับอ้าปากค้าง

อะไรจะดี๊ด๊ากันขนาดนั้น นี่ตกลงเป็นยมทูตหรือพ่อค้าขายหวย? ทำอย่างกับถูกรางวัลที่หนึ่งเองแล้วต้องรีบไปขึ้นรางวัลอย่างนั้นแหละ

นิธานนั่งสบตากับวิฬาร์ปริบๆ ในหัวคิดอะไรสะระตะไปเรื่อย กระทั่งราวห้านาทีต่อมา หิรัญก็เดินกลับมาพร้อมถาดสเตนเลสที่มีถ้วยใบเล็กพร้อมยาแคปซูลเม็ดหนึ่งวางอยู่บนนั้น เขาชะเง้อคอมองด้วยความอยากรู้ “นั่นคืออะไรครับ”

“เราเรียกสิ่งนี้ว่า แคปซูลความทรงจำครับ” หิรัญอธิบาย “ในนี้จะมีความทรงจำที่พวกเราทำการดึงมันออกมาจากวิญญาณดวงที่เข้าไปสวมร่างแทนคุณอยู่น่ะ”

“สวมร่างแทน? หมายถึงนิธานคนนั้นน่ะหรือครับ?” พอพูดถึงวิญญาณที่เคยอาศัยอยู่ในร่างตน นิธานก็อดไม่ได้ที่จะทำหน้าพิลึก “แล้วนี่เขา...ไปไหนเสียแล้วล่ะครับ”

“อ้อ! รายนั้นน่ะอยู่ข้างล่างครับ” วิฬาร์ว่าพลางชี้นิ้วลงไปที่พื้น “คือนิธานคนนั้นเขาค่อนข้างที่จะเกรี้ยวกราดมากไปนิดหนึ่ง เราเลยส่งเขาไปสำนึกผิดในนรกภูมิก่อนน่ะครับ”

“อ่า...แล้วที่ผมกำลังจะกลับไปนี่มันจะไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหมครับ” เมื่อได้ยินว่านิธานอีกคนถูกส่งไปนรกแล้ว คนพูดก็เริ่มกังวลขึ้นมา

เกรี้ยวกราดขนาดไหนกันนะ ถึงได้ถูกส่งตัวไปสงบสติอารมณ์ในนรก

คนคนนั้นคงไม่ได้ทิ้งเรื่องวุ่นวายอะไรให้เขาต้องกลับไปแก้หรอกใช่ไหม?

“โอ๊ยๆ เรื่องนั้นไม่เป็นปัญหาเลยสักนิดครับ” หิรัญรีบยืนยันด้วยกลัวคนตรงหน้าจะเปลี่ยนใจ พร้อมกันนั้นเขาก็เร่งหยิบถ้วยใบเล็กยื่นให้นิธาน ก่อนจะเอ่ยสำทับอีกครั้ง “นี่ยาครับคุณนิธาน มันอาจจะต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่งกว่าความทรงจำทั้งเก่าและใหม่จะหลอมรวมเข้าด้วยกัน อย่างเร็วไม่กี่นาที อย่างช้าก็นานเป็นเดือน แต่อย่างไรตอนนี้ร่างของคุณก็กำลังหลับอยู่ เนื่องจากเพิ่งประสบอุบัติเหตุมา ดังนั้นถ้าคุณแกล้งความจำเสื่อมสักหน่อย รับรองว่าใครก็จับไม่ได้แน่นอนครับ”

ข้อมูลใหม่ที่ได้ฟังทำเอาคนที่ต้องกลับเข้าร่างตัวเองอึ้งไปอีกรอบ

เดี๋ยวนะ...มันจะไม่เป็นไรจริงๆ ใช่ไหมน่ะ!?

แต่ก็เอาเถอะ ณ จุดจุดนี้อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดแล้วว่ะ

นิธานถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างนึกปลงตกในโชคชะตา เขารับเม็ดยาขึ้นมากระดกใส่ปาก จากนั้นก็ดื่มน้ำเปล่าตามลงไปอีกหลายอึก

เมื่อเห็นว่าแขกผู้มาเยือนกลืนแคปซูลความทรงจำลงท้องไปเป็นที่เรียบร้อย วิฬาร์ก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ ก่อนพระยมหัวหน้าแผนกการเกิดจะพาหิรัญกับนิธานเดินออกไปยังห้องที่อยู่ถัดไปทันที “โอเคครับ กินยาเสร็จเรียบร้อยแล้วเราก็ย้ายที่กันเถอะ คุณนิธานเดินตามพวกผมมานะครับ”


==========


“คุณนิธาน มายืนตรงนี้เลยครับ”

หิรัญกวักมือเรียกให้นิธานเดินมายืนอยู่ตรงหน้าประตูสีขาวบานใหญ่ที่ตั้งเด่นอยู่กลางห้อง โดยมีวิฬาร์เข้าไปกรอกข้อมูลอะไรบางอย่างลงบนหน้าจอโฮโลแกรมที่อยู่ใกล้ๆ กัน

คงเป็นพิกัดที่เราต้องไปล่ะมั้ง

นิธานที่เตรียมตัวกลับเข้าร่างเดิมคิดในใจ

เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง เมื่อป้อนข้อมูลทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้ว ท่านพระยมก็ตรวจทานความถูกต้องของข้อมูลอย่างละเอียดอีกครั้ง กระทั่งพบว่าไม่มีจุดใดที่ผิดพลาด เขาก็จัดการกดปุ่มสีเขียวที่อยู่ด้านล่างจอเพื่อทำยืนยันข้อมูล เสร็จแล้วจึงเดินกลับมาหานิธานพลางยื่นมือออกมาด้านหน้า “ดีใจที่ได้พบกันนะครับ ขอให้มีความสุขกับชีวิตที่สองครับ คุณนิธาน”

“เช่นกันท่านวิฬาร์ ขอบคุณมาก” นิธานส่งยิ้มให้วิฬาร์อย่างจริงใจ จากนั้นก็หันไปทำแบบเดียวกันกับยมทูตอีกตนที่ยืนอยู่ข้างกาย “ขอบคุณ คุณหิรัญด้วยนะครับ ขอบคุณมากจริงๆ”

“ด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่งครับ”

ใช้เวลาร่ำลากันอยู่นาน ในที่สุดนาฬิกาดิจิตอลที่แขวนอยู่บนผนังก็กะพริบถี่ๆ เพื่อเป็นการแจ้งว่าฤกษ์ยามที่ทุกคนรอคอยได้มาถึงแล้ว เห็นดังนั้นวิฬาร์จึงตบบ่าของนิธานเป็นเชิงให้กำลังใจเบาๆ แล้วค่อยผละออกมายืนอยู่ห่างๆ

“ได้เวลาแล้วครับ”

นิธานพยักหน้ารับคำ

เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ สองสามครั้งราวกับกำลังทำใจ สุดท้ายจึงตัดสินใจยื่นมือออกไปหมุนลูกบิดประตูให้เปิดออก ร่างสูงโปร่งหันกลับมาส่งยิ้มขอบคุณวิฬาร์กับหิรัญเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนเขาจะก้าวเดินเข้าไปยังอีกฟากหนึ่งของประตูอย่างไม่คิดลังเลอะไรอีกต่อไป

ปัง!

ประตูบานใหญ่ถูกปิดลง พร้อมกับร่างของนิธานที่หายลับไปในม่านพลังสีเงิน...

 

ยามเห็นประตูแห่งกาลเวลาปิดลง พระยมวิฬาร์ก็ถอนหายใจออกมาอย่างนึกโล่งอก

ผู้เป็นนายยกแขนขึ้นพาดไหล่ผู้ช่วยของตนแล้วเอ่ยปากพูดด้วยอารมณ์ดียิ่ง “ไปดื่มเมรัยฉลองกันหน่อยไหมหิรัญ งานเสร็จไปอีกหนึ่งแล้ว”

“หึ! ก็แค่เสร็จไปอีกหนึ่งเท่านั้นล่ะท่าน” หิรัญว่าพลางดึงแขนเจ้านายออกจากไหล่ตน “ยังเหลือวิญญาณอีกตั้งสี่ร้อยกว่าคู่ที่รอการสับเปลี่ยนอยู่นะครับ ไปดื่มตอนนี้มันจะไม่เร็วไปหน่อยหรือ

“เฮ้อ! ก็ได้ๆ ไม่ไปก็ไม่ไป” เห็นท่าทางจริงจังของอีกฝ่ายแล้ว วิฬาร์ก็ได้แต่ส่ายหัวเบื่อหน่าย “รอให้ทางโลกมนุษย์จับเจ้าแฮกเกอร์บ้านั่นกลับมาได้ก่อนเถอะ ข้าจะสั่งให้มันมานั่งแก้งานทั้งหลายที่ทำไว้เละเทะให้กระอักเลือดตายเป็นรอบที่สามไปเลย!”

“อ่า...นั่นน่ะสิครับ” คุณผู้ช่วยถอนหายใจตามยามนึกถึงงานอีกเป็นกองที่รออยู่ ไม่นานก็คล้ายจะนึกอะไรขึ้นมาได้ “จริงสิ! ตกลงคุณนิธานก็ยังไม่รู้เรื่องคู่ชีวิตกับลูกสินะครับ มันจะดีหรือท่านที่ไม่บอกเขา

วิฬาร์กลอกตา “โถ่หิรัญ ก็เขาไม่อยากรู้เองนี่นา เจ้าก็รู้ว่าเราจะเปิดเผยดวงชะตาไม่ได้ถ้าเจ้าของชะตาไม่ถาม เท่าที่ข้าหลุดพูดเรื่องชีวิตร่ำรวยไปนี่ก็เสียวสันหลังจะแย่แล้ว ฝ่ายกฎระเบียบคงไม่ได้แอบฟังอยู่กระมัง ข้าไม่อยากเขียนรายงานฉบับที่หนึ่งร้อยสามสิบห้าหรอกนะ!”

“พูดไปแล้วก็...แย่แล้วสิ เมื่อครู่ผมก็หลุดปากพูดเรื่องอาการป่วยของคุณเขาในโลกใหม่ไปด้วยนี่นา

นั่นเองทำให้พระยมวิฬาร์หลุดหัวเราะออกมาอย่างชอบอกชอบใจ “เห็นไหม ไม่ว่าใครก็ต้องเคยเผลอทั้งนั้นแหละ ทีนี้เจ้าสนใจจะไปร่ำสุราเมรัยกับข้าหรือยัง ถือว่าเป็นการย้อมใจก่อนคำสั่งให้เขียนรายงานจะถูกโยนลงมาเป็นอย่างไร?”

หิรัญรู้สึกยอมแพ้ “เฮ้อ! เชิญนำไปเลยครับท่าน นำไปเลย ผมไปด้วยก็ได้!”

“บ๊ะ! มันต้องอย่างนี้สิเจ้า!

ท้ายที่สุดร่างของสองนายบ่าวก็เดินกอดคอกันออกไปจากห้องแห่งกาลเวลา เป็นอันปิดฉากเรื่องราวในโลกวิญญาณลงไปแต่เพียงเท่านี้ ทว่า ณ มุมมุมหนึ่งในโลกแห่งโอเมก้าเวิร์ส

เรื่องราวของใครบางคนกลับเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น...


เฮือก!


“ท่านนิธาน ท่านนิธานคะ! กดออดเรียกหมอเร็วมีนา ท่านนิธานได้สติแล้ว!”


“ค่ะๆ หมอคะ! ท่านนิธานฟื้นแล้วค่ะ!”

 



-TBC-

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4.038K ครั้ง

113 ความคิดเห็น

  1. #15427 Paboll222 (@Minar11) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 18:40
    ทำไมท่านยมทูตตลก55555
    #15427
    0
  2. #15424 DBJJKM97 (@new_kai) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 01:19
    โหหห ชีวิตเก่าและใหม่นี่แตกต่างสุดๆ ว่าแตะพระยมนี่ตลกหน่อยๆน่ะเนียะ
    #15424
    0
  3. #15419 LKL_kyr (@LKL_kyr) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 00:26
    ตื่นเต้นนน
    #15419
    0
  4. #15400 porkpak111 (@porkpak111) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 13:49

    โอโหชีวิตเก่าใหม่ต่างกันสุดขั้ว

    #15400
    0
  5. #15376 callmeyoon (@yoonmoonoi) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 19:13
    กลับมาอ่านใหม่อีกรอบ อิอิ
    #15376
    0
  6. #15305 somruethai1307 (@somruethai1307) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 09:20
    ท่านนิธาย
    #15305
    0
  7. #15210 punngirigiri (@punngirigiri) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 20:37
    เห็นความยุ่งยากที่จะเกิดอยู่รำไร น่าติดตามมากค่ะ
    #15210
    0
  8. #15105 Tetsuu (@4427) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:49
    กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ววว
    #15105
    0
  9. #15077 SkmilkSk (@SkmilkSk) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:35
    อ่านนิยายเรื่องนี้คือต้องใช้ความคิดมากกก คนแต่งจินตนาการล้ำเกินไป คิดภาพตามไม่ทัน555
    #15077
    0
  10. #14425 Callmeyou (@MARKTUAN190) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 23:00
    สองวิญญาณนี้มันน่าจับจิ้น
    #14425
    0
  11. #13914 อดีตรีดเงา (@kidmai555) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2561 / 22:29

    โอ้ยยย สับสนวุ่นวายโคตร นี่ถ้าไม่รวยนิธานไม่กลับเข้าร่างแน่ๆ

    #13914
    0
  12. #13670 นักโทษหมายเลข0 (@Prison0) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 08:09
    น่าติดตามมมมมม
    #13670
    0
  13. #13622 withfluffyp (@blossomorrain) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 22:23
    ท่านวิฬาร์55555555555
    #13622
    0
  14. #13449 greentealatte ♡ (@qltz) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 10:10
    ท่านวิฬาร์คะ ท่านจะหลุดบอกทั้ง 135 คนไม่ได้นะคะ55555555555 แล้วอีกสี่ร้อยกว่าคนที่เหลือท่านจะไม่หลุดบอกหมดเลยหรอคะเนี่ย555555555 รายงานบานเลยนะ555555555
    #13449
    0
  15. #13248 liveingalaxy (@reborn-lucky) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 12:25
    พระยมสองคนนี้มันยังไง555
    #13248
    0
  16. #13140 yellowxxpeach (@yellowxxpeach) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 20:52
    สนุกมากเลยค่ะ น่าติดตามมากๆ
    #13140
    0
  17. #13067 onlyyellow (@patta93) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 09:04
    ลุ้นจังเลยค่ะ
    #13067
    0
  18. #12793 바람~ (@chocolatebt) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 01:53
    น่าติดตามมาก
    #12793
    0
  19. #12709 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 11:45
    เกิดร่างใหม่แล้ว
    #12709
    0
  20. #12661 chalillxx_ (@chalillxx_) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 21:18
    ปวดหัวแทนนิธาน
    #12661
    0
  21. #12604 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 13:40
    อหหหหจะเป็นไงเน้อ
    #12604
    0
  22. #12602 RealThxnB (@RealThxnB) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 12:56
    ท่านยมสายฮา5555555
    #12602
    0
  23. #12557 hanatsuki33 (@hanatsuki33) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 21:02
    สนุกอ่ะ น่าติดตามอีกเรื่องนึงเลยทีเดียว..
    #12557
    0
  24. #12401 benzsukanyabenz (@benzsukanyabenz) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 18:57
    สนุกมากๆ ภาษาดีมากๆเลย
    #12401
    0
  25. #12147 Dreammie26 (@Dreammie26) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 22:33
    จิ้นพระยมวิฬาร์กับนิธานได้มั้ย

    ตอนนี้
    #12147
    0